ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
สอนโดย..ครูกฤติยา จงรักษ์
ระบบนิเวศ หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม (มีชีวิตและไม่มี
ชีวิต)
เซลล์ → เนื้อเยื่อ → อวัยวะ → ระบบอวัยวะ → สิ่งมีชีวิต
สิ่งมีชีวิต → ประชากร → กลุ่มสิ่งมีชีวิต → ระบบนิเวศ → โลกของ
สิ่งมีชีวิต
Organism Population Community Ecosystem Bioshere
มีองค์ประกอบที่สาคัญ 2 ส่วนสัมพันธ์กัน คือ
 องค์ประกอบทางกายภาพ (ไม่มีชีวิต) Abiotic Factor
เช่น แสง ดิน แร่ธาตุ น้า ความชื้น อุณหภูมิ ลม ลักษณะของสิงมีชีวิต
การแพร่กระจาย พฤติกรรม และจานวนของสิ่งมีชีวิต
 องค์ประกอบทางชีวภาพ (มีชีวิต) Biotic Factor
ได้แก่ คน พืช มอส เห็ด รา ผู้ผลิต ผู้บริโภค ผู้ย่อยสลายอินทรียสาร
ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
ไบโอม ( Biomes ) หรือชีวนิเวศ หมายถึง ระบบนิเวศย่อยๆ
หลายระบบ ที่มีองค์ประกอบของปัจจัยทางกายภาพและชีวภาพที่
คล้ายคลึงกันเป็ นบริเวณกว้างขวาง กระจายอยู่ในเขตภูมิศาสตร์ต่าง ๆ
กัน
@@@ สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในไบโอมนั้น ๆ จะต้องปรับตัวให้เข้ากับปัจจัย
ทางกายภาพในแต่ละเขตภูมิศาสตร์นั้น ๆ ด้วย
ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
1. ไบโอมบนบก * ใช้เกณฑ์ปริมาณน้าฝนและอุณหภูมิเป็ นตัวกาหนด
- ไบโอมป่ าดิบชื้น ไบโอมป่ าผลัดใบในเขตอบอุ่น
- ไบโอมทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น ไบโอมสะวันนา
- ไบโอมทุนดรา ไบโอมทะเลทราย
- ไบโอมป่ าสน
2. ไบโอมในน้า แบ่งเป็ น 2 ประเภท คือ
ไบโอมแหล่งน้าจืด ไบโอมแหล่งน้าเค็ม
- แม่น้า - เขตน้าขึ้นน้าลง
- ทะเลและมหาสมุทร - แหล่งน้ากร่อย (ป่ าชายเลน)
- แนวปะการัง - ทะเลสาบ
ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
ไบโอมบนบก
(Terrestial biomes)
ไบโอมในน้า
(Aquatic biomes)
1. ไบโอมป่ าดิบชื้น ( Tropical rain forest )
- พบบริเวณใกล้เขตเส้นศูนย์สูตรของโลกในทวีปอเมริกากลาง อเมริกาใต้
แอฟริกาใต้ หมู่เกาะแปซิฟิก แอฟริกา เอเชียใต้
- ลักษณะภูมิอากาศ ร้อนและชื้น อุณหภูมิโดยเฉลี่ยมากกว่า 17°C
- มีฝนตกตลอดปี ปริมาณน้าฝน 200 – 400 ซม./ปี
- พบพืชและสัตว์หลากหลายนับพันสปี ชีส์ (High biodiversity)
- อุดมสมบูรณ์มาก มีต้นไม่ขนาดใหญ่ไม่ผลัดใบ
- มีไม้เลื้อย พวกหวายและอิปิ ไฟต์ (Epiphyte) พืชล้มลุกและเฟิร์น
ไบโอมบนบก ( Terrestrial Biomes )
ไบโอมป่ าดิบชื้น ( Tropical rain forest )
 ป่าดงดิบแล้ง (dry evergreen forest)
 ป่าดงดิบเขา (hill evergreen forest)
 ป่าเมฆคลุม (cloud forest)
 ป่าเบญจพรรณ (mixed deciduous forest)
forest)
 ป่าชายเลน (mangrove forest) เป็นต้น
 ชื่อเสียงรู้จักกันดีเมื่อพูดถึงป่าเขตร้อนชื้น
นั้นก็คือป่ าฝนเขตร้อนชื้น (tropical rain
rain forest) หรือป่ าดิบชื้นนั่นเอง
รากพอน (buttress root)
2. ไบโอมป่ าผลัดใบในเขตอบอุ่น ( Temperate deciduous forest )
 พบบริเวณทวีปอเมริกาเหนือ, จีน และประเทศไทย
 มีปริมาณน้าฝนระหว่าง 75 ถึง 200 ซม.
 มีความชื้นเพียงพอที่จะทาให้ต้นไม้ขนาดใหญ่โตได้
 อากาศเย็นมีอุณหภูมิต่ากว่าจุดเยือกแข็งในฤดูหนาวแต่มักจะไม่ต่ากว่า 12°C
 ต้นไม้จะผลัดใบก่อนถึงฤดูหนาว และจะผลิใบเมื่อผ่านฤดูหนาวไปแล้ว
 พืชเด่น ไม้ล้มลุก ไม้พุ่ม
 พืชเด่นที่พบ : ไม้พุ่ม ,พืชล้มลุก ,ไม้ต้น
 สัตว์ที่พบ : กวาง ,สุนัขจิ้งจอก
ไบโอมบนบก ( Terrestrial Biomes )
ในอเมริกาก็อาจพบเฉพาะต้นโอ๊ค (oak) ฮิกกอรี่ (hickory) และเมเปิ ล
(maple) เป็ นไม้เด่น
3. ป่ าสน ( Coniferous forest )
 ป่ าสน(coniferous forest) ป่ าไทกา ( Taiga ) หรือป่ าบอเรียล( Boreal )
 ต้นไม้เขียวชอุ่มตลอดปี ใบแบบนี้ค่อนข้างแข็งและมีอายุยืนอยู่ได้ 3 ถึง 5 ปี
ก่อนที่จะร่วงหล่น และมีใบใหม่ขึ้นมาแทน
 พบทางตอนใต้ของแคนาดา จีน ฟินแลนด์ ทางตอนเหนือทวีปอเมริกาเหนือ ทวีป
ยุโรป
 ฤดูหนาวยาวนานมีหิมะ อากาศแห้ง และเย็น
 พืชเด่น สน ไพน์ ( Pine ) เฟอ ( Fir ) สพรูซ ( Spruce) แฮมลอค ( Hemlock )
 เช่นบนภูเรือ (ภูกระดึง มักพบ สนสองใบ สนสามใบเป็ นต้น)
ไบโอมบนบก ( Terrestrial Biomes )
Spruce Fir Pine
สนสองใบ สนสามใบ
**พบตามภูเขาสูง แถบภาคเหนือ ภาคกลางและภาคอีสาน
**ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ สัตว์ที่พบได้แก่ แมวป่ า หมาป่ า ชะมด เม่น กระรอก
นก
4. ทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น ( Temperate grassland )
 ปริมาณน้าฝน 25 – 50 ซม./ปี
 มักมีฝนตกในช่วงฤดูร้อน และแห้งแล้งในฤดูหนาว
 ทุ่งหญ้าเขตอบอุ่นนี้เหมาะสาหรับการทากสิกรและปศุสัตว์ เพราะดินมีความ
อุดมสมบูรณ์สูงมีหญ้านานาชนิดขึ้นอยู่ ส่วนใหญ่พบมีการทาเกษตรกรรม
ควบคู่ในพื้นที่นี่ด้วย
 ทวีปอเมริกาเหนือ รัสเซีย เรียกว่า แพรรี่ ( prairie ) ในเขตยูเรเชีย เรียก
สเต็ปป์ (steppe) และในทวีปอเมริกาใต้เรียก แพมพา (pampa)
 พืชที่พบ ไม้พุ่มที่มีหนาม มีไม้ต้นทนแล้ง และทนไฟป่ า
 เช่น พวกกระถิน (acacia)
 สัตว์ที่พบ เช่น ช้าง ม้าลาย สิงโต หมีโคลา จิงโจ้ และนกอีมู
ไบโอมบนบก ( Terrestrial Biomes )
5. สะวันนา (Savanna)
พบได้ในทวีปแอฟริกาและพบบ้างทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีป เอเชีย
ออสเตรเลีย อเมริกาใต้
อากาศร้อนยาวนาน
พืชที่ขึ้นส่วนใหญ่เป็นหญ้าและมีต้นไม้กระจายเป็นหย่อม ๆ
ในฤดูร้อนมักเกิดไฟป่า
พืชที่ขึ้นมักทนต่อไฟป่าและความแห้งแล้งได้ดี
อัตราการหมุนเวียนแร่ธาตุสารอาหารในบริเวณนี้ค่อนข้างต่า
สัตว์กีบ (hoofed mammals) มากกว่าไบโอมแบบอื่นๆ เช่น วิลเดอบีส
(wilderbeast) ม้าลาย (zebra) กวางอิมพาลา (impala) ทอมสันกาเซล (gazelle)
ไบโอมบนบก ( Terrestrial Biomes )
6. ทะเลทราย ( desert )
ปริมาณฝนตกเฉลี่ยน้อยกว่า 25 เซนติเมตรต่อปี
อุณหภูมิเหนือผิวดินสูงถึง 60 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิในตอนกลางคืนค่อนข้างหนาวเย็น
พืชที่พบเป็ นหนาม ลาต้นอวบ เก็บสะสมน้า และพืชปี เดียว
ทะเลทรายซาฮารา (Sahara) ในทวีปแอฟริกา ทะเลทรายโกบี (Gobi) ใน
จีน และทะเลทรายโมฮาวี (Mojave) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศ
สหรัฐอเมริกา
สัตว์ที่พบเลื้อยคลาน พวกงูและกิ้งก่า และสัตว์ใช้ฟันกัดแทะ เช่น พวกหนู
ชุกชุม สัตว์ส่วนใหญ่หากินกลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนในตอน
กลางวัน
ไบโอมบนบก ( Terrestrial Biomes )
7. ทุนดรา (Tundra)
พบเพียงตอนเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ และยูเรเซีย ได้แก่ พื้นที่ของ
รัฐอะลาสก้า และไซบีเรีย
ฤดูหนาวค่อนข้างยาวนาน มีหิมะ ฤดูร้อนช่วงสั้น ๆ
ชั้นของดินที่อยู่ต่ากว่าจากผิวดินชั้นบนลงไปจะจับตัวเป็ นน้าแข็ง
ปริมาณฝนน้อย
พืชเด่น ได้แก่ ไลเคนส์ นอกจากนี้ยังมีมอส กก หญ้าเซดจ์(Sedge) และ
ไม้พุ่มเตี้ย เช่น วิลโลแคระ
สัตว์ที่พบ ได้แก่ นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และแมลง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ชนิดเด่น คือ กวางคาริบู กวางเรนเดียร์ กระต่ายป่ าขั้วโลก หนูเลมมิง
สุนัขป่ าขั้วโลก นกชนิดเด่น คือ นกทามิแกน นกเค้าแมวหิมะ นอกจากนี้
ยังมีนกจากแหล่งอื่นอพยพเข้ามาในฤดูร้อน แมลง ยุง
ไบโอมบนบก ( Terrestrial Biomes )
คำถำม???
• ไบโอมที่สำคัญๆได้แก่ไบโอมอะไรบ้ำง
• ไบโอมบนบกแต่ละแบบมีลักษณะเฉพำะของตนเองเป็นอย่ำงไร
• ยกตัวอย่ำงพืชและสัตว์ในไบโอมบนบกแบบต่ำงๆ
• นักวิทยำศำสตร์ใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในกำรแบ่งไบโอมบนบกออกเป็นแบบ
ต่ำงๆ
• อะไรเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลทำให้ไบโอมบนบกแบบต่ำงๆ มีควำม
แตกต่ำงกัน
ไบโอมในน้า ( Aquatic Biomes )
แหล่งน้าจืด ประกอบด้วย
• แหล่งน้ำนิ่ง เช่น สระ หนอง บึง และทะเลสาบ
• แหล่งน้ำไหล เช่น ธารน้าไหล และแม่น้า
แหล่งน้าเค็ม ประกอบด้วย
• ทะเลสาบ
• ทะเล
• มหาสมุทร
ซึ่งพบในปริมาณมาก ร้อยละ 71 ของพื้นผิวโลก
และมีความลึกมาก
 น้าขึ้นน้าลงเป็ นปัจจัยทางกายภาพที่ทาให้แหล่งน้าเค็มแตกต่างจาก
แหล่งน้าจืด
 อาศัยค่าความเค็มเป็ นตัวกาหนด น้าจืดมีเกลือ < 0.1 % น้าเค็ม
ประมาณ 3.5%
• http://www.slideshare.net/BioloGyGenEnjoy

ไบโอม

  • 1.
  • 6.
    ระบบนิเวศ หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม(มีชีวิตและไม่มี ชีวิต) เซลล์ → เนื้อเยื่อ → อวัยวะ → ระบบอวัยวะ → สิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิต → ประชากร → กลุ่มสิ่งมีชีวิต → ระบบนิเวศ → โลกของ สิ่งมีชีวิต Organism Population Community Ecosystem Bioshere มีองค์ประกอบที่สาคัญ 2 ส่วนสัมพันธ์กัน คือ  องค์ประกอบทางกายภาพ (ไม่มีชีวิต) Abiotic Factor เช่น แสง ดิน แร่ธาตุ น้า ความชื้น อุณหภูมิ ลม ลักษณะของสิงมีชีวิต การแพร่กระจาย พฤติกรรม และจานวนของสิ่งมีชีวิต  องค์ประกอบทางชีวภาพ (มีชีวิต) Biotic Factor ได้แก่ คน พืช มอส เห็ด รา ผู้ผลิต ผู้บริโภค ผู้ย่อยสลายอินทรียสาร ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
  • 8.
    ไบโอม ( Biomes) หรือชีวนิเวศ หมายถึง ระบบนิเวศย่อยๆ หลายระบบ ที่มีองค์ประกอบของปัจจัยทางกายภาพและชีวภาพที่ คล้ายคลึงกันเป็ นบริเวณกว้างขวาง กระจายอยู่ในเขตภูมิศาสตร์ต่าง ๆ กัน @@@ สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในไบโอมนั้น ๆ จะต้องปรับตัวให้เข้ากับปัจจัย ทางกายภาพในแต่ละเขตภูมิศาสตร์นั้น ๆ ด้วย ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
  • 11.
    1. ไบโอมบนบก *ใช้เกณฑ์ปริมาณน้าฝนและอุณหภูมิเป็ นตัวกาหนด - ไบโอมป่ าดิบชื้น ไบโอมป่ าผลัดใบในเขตอบอุ่น - ไบโอมทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น ไบโอมสะวันนา - ไบโอมทุนดรา ไบโอมทะเลทราย - ไบโอมป่ าสน 2. ไบโอมในน้า แบ่งเป็ น 2 ประเภท คือ ไบโอมแหล่งน้าจืด ไบโอมแหล่งน้าเค็ม - แม่น้า - เขตน้าขึ้นน้าลง - ทะเลและมหาสมุทร - แหล่งน้ากร่อย (ป่ าชายเลน) - แนวปะการัง - ทะเลสาบ ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
  • 12.
  • 13.
  • 14.
    1. ไบโอมป่ าดิบชื้น( Tropical rain forest ) - พบบริเวณใกล้เขตเส้นศูนย์สูตรของโลกในทวีปอเมริกากลาง อเมริกาใต้ แอฟริกาใต้ หมู่เกาะแปซิฟิก แอฟริกา เอเชียใต้ - ลักษณะภูมิอากาศ ร้อนและชื้น อุณหภูมิโดยเฉลี่ยมากกว่า 17°C - มีฝนตกตลอดปี ปริมาณน้าฝน 200 – 400 ซม./ปี - พบพืชและสัตว์หลากหลายนับพันสปี ชีส์ (High biodiversity) - อุดมสมบูรณ์มาก มีต้นไม่ขนาดใหญ่ไม่ผลัดใบ - มีไม้เลื้อย พวกหวายและอิปิ ไฟต์ (Epiphyte) พืชล้มลุกและเฟิร์น ไบโอมบนบก ( Terrestrial Biomes )
  • 15.
    ไบโอมป่ าดิบชื้น (Tropical rain forest )  ป่าดงดิบแล้ง (dry evergreen forest)  ป่าดงดิบเขา (hill evergreen forest)  ป่าเมฆคลุม (cloud forest)  ป่าเบญจพรรณ (mixed deciduous forest) forest)  ป่าชายเลน (mangrove forest) เป็นต้น  ชื่อเสียงรู้จักกันดีเมื่อพูดถึงป่าเขตร้อนชื้น นั้นก็คือป่ าฝนเขตร้อนชื้น (tropical rain rain forest) หรือป่ าดิบชื้นนั่นเอง รากพอน (buttress root)
  • 16.
    2. ไบโอมป่ าผลัดใบในเขตอบอุ่น( Temperate deciduous forest )  พบบริเวณทวีปอเมริกาเหนือ, จีน และประเทศไทย  มีปริมาณน้าฝนระหว่าง 75 ถึง 200 ซม.  มีความชื้นเพียงพอที่จะทาให้ต้นไม้ขนาดใหญ่โตได้  อากาศเย็นมีอุณหภูมิต่ากว่าจุดเยือกแข็งในฤดูหนาวแต่มักจะไม่ต่ากว่า 12°C  ต้นไม้จะผลัดใบก่อนถึงฤดูหนาว และจะผลิใบเมื่อผ่านฤดูหนาวไปแล้ว  พืชเด่น ไม้ล้มลุก ไม้พุ่ม  พืชเด่นที่พบ : ไม้พุ่ม ,พืชล้มลุก ,ไม้ต้น  สัตว์ที่พบ : กวาง ,สุนัขจิ้งจอก ไบโอมบนบก ( Terrestrial Biomes )
  • 17.
    ในอเมริกาก็อาจพบเฉพาะต้นโอ๊ค (oak) ฮิกกอรี่(hickory) และเมเปิ ล (maple) เป็ นไม้เด่น
  • 18.
    3. ป่ าสน( Coniferous forest )  ป่ าสน(coniferous forest) ป่ าไทกา ( Taiga ) หรือป่ าบอเรียล( Boreal )  ต้นไม้เขียวชอุ่มตลอดปี ใบแบบนี้ค่อนข้างแข็งและมีอายุยืนอยู่ได้ 3 ถึง 5 ปี ก่อนที่จะร่วงหล่น และมีใบใหม่ขึ้นมาแทน  พบทางตอนใต้ของแคนาดา จีน ฟินแลนด์ ทางตอนเหนือทวีปอเมริกาเหนือ ทวีป ยุโรป  ฤดูหนาวยาวนานมีหิมะ อากาศแห้ง และเย็น  พืชเด่น สน ไพน์ ( Pine ) เฟอ ( Fir ) สพรูซ ( Spruce) แฮมลอค ( Hemlock )  เช่นบนภูเรือ (ภูกระดึง มักพบ สนสองใบ สนสามใบเป็ นต้น) ไบโอมบนบก ( Terrestrial Biomes )
  • 19.
  • 20.
    **พบตามภูเขาสูง แถบภาคเหนือ ภาคกลางและภาคอีสาน **ดินขาดความอุดมสมบูรณ์สัตว์ที่พบได้แก่ แมวป่ า หมาป่ า ชะมด เม่น กระรอก นก
  • 22.
    4. ทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น (Temperate grassland )  ปริมาณน้าฝน 25 – 50 ซม./ปี  มักมีฝนตกในช่วงฤดูร้อน และแห้งแล้งในฤดูหนาว  ทุ่งหญ้าเขตอบอุ่นนี้เหมาะสาหรับการทากสิกรและปศุสัตว์ เพราะดินมีความ อุดมสมบูรณ์สูงมีหญ้านานาชนิดขึ้นอยู่ ส่วนใหญ่พบมีการทาเกษตรกรรม ควบคู่ในพื้นที่นี่ด้วย  ทวีปอเมริกาเหนือ รัสเซีย เรียกว่า แพรรี่ ( prairie ) ในเขตยูเรเชีย เรียก สเต็ปป์ (steppe) และในทวีปอเมริกาใต้เรียก แพมพา (pampa)  พืชที่พบ ไม้พุ่มที่มีหนาม มีไม้ต้นทนแล้ง และทนไฟป่ า  เช่น พวกกระถิน (acacia)  สัตว์ที่พบ เช่น ช้าง ม้าลาย สิงโต หมีโคลา จิงโจ้ และนกอีมู ไบโอมบนบก ( Terrestrial Biomes )
  • 24.
    5. สะวันนา (Savanna) พบได้ในทวีปแอฟริกาและพบบ้างทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกาใต้ อากาศร้อนยาวนาน พืชที่ขึ้นส่วนใหญ่เป็นหญ้าและมีต้นไม้กระจายเป็นหย่อม ๆ ในฤดูร้อนมักเกิดไฟป่า พืชที่ขึ้นมักทนต่อไฟป่าและความแห้งแล้งได้ดี อัตราการหมุนเวียนแร่ธาตุสารอาหารในบริเวณนี้ค่อนข้างต่า สัตว์กีบ (hoofed mammals) มากกว่าไบโอมแบบอื่นๆ เช่น วิลเดอบีส (wilderbeast) ม้าลาย (zebra) กวางอิมพาลา (impala) ทอมสันกาเซล (gazelle) ไบโอมบนบก ( Terrestrial Biomes )
  • 26.
    6. ทะเลทราย (desert ) ปริมาณฝนตกเฉลี่ยน้อยกว่า 25 เซนติเมตรต่อปี อุณหภูมิเหนือผิวดินสูงถึง 60 องศาเซลเซียส อุณหภูมิในตอนกลางคืนค่อนข้างหนาวเย็น พืชที่พบเป็ นหนาม ลาต้นอวบ เก็บสะสมน้า และพืชปี เดียว ทะเลทรายซาฮารา (Sahara) ในทวีปแอฟริกา ทะเลทรายโกบี (Gobi) ใน จีน และทะเลทรายโมฮาวี (Mojave) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศ สหรัฐอเมริกา สัตว์ที่พบเลื้อยคลาน พวกงูและกิ้งก่า และสัตว์ใช้ฟันกัดแทะ เช่น พวกหนู ชุกชุม สัตว์ส่วนใหญ่หากินกลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนในตอน กลางวัน ไบโอมบนบก ( Terrestrial Biomes )
  • 28.
    7. ทุนดรา (Tundra) พบเพียงตอนเหนือของทวีปอเมริกาเหนือและยูเรเซีย ได้แก่ พื้นที่ของ รัฐอะลาสก้า และไซบีเรีย ฤดูหนาวค่อนข้างยาวนาน มีหิมะ ฤดูร้อนช่วงสั้น ๆ ชั้นของดินที่อยู่ต่ากว่าจากผิวดินชั้นบนลงไปจะจับตัวเป็ นน้าแข็ง ปริมาณฝนน้อย พืชเด่น ได้แก่ ไลเคนส์ นอกจากนี้ยังมีมอส กก หญ้าเซดจ์(Sedge) และ ไม้พุ่มเตี้ย เช่น วิลโลแคระ สัตว์ที่พบ ได้แก่ นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และแมลง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชนิดเด่น คือ กวางคาริบู กวางเรนเดียร์ กระต่ายป่ าขั้วโลก หนูเลมมิง สุนัขป่ าขั้วโลก นกชนิดเด่น คือ นกทามิแกน นกเค้าแมวหิมะ นอกจากนี้ ยังมีนกจากแหล่งอื่นอพยพเข้ามาในฤดูร้อน แมลง ยุง ไบโอมบนบก ( Terrestrial Biomes )
  • 30.
    คำถำม??? • ไบโอมที่สำคัญๆได้แก่ไบโอมอะไรบ้ำง • ไบโอมบนบกแต่ละแบบมีลักษณะเฉพำะของตนเองเป็นอย่ำงไร •ยกตัวอย่ำงพืชและสัตว์ในไบโอมบนบกแบบต่ำงๆ • นักวิทยำศำสตร์ใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในกำรแบ่งไบโอมบนบกออกเป็นแบบ ต่ำงๆ • อะไรเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลทำให้ไบโอมบนบกแบบต่ำงๆ มีควำม แตกต่ำงกัน
  • 31.
    ไบโอมในน้า ( AquaticBiomes ) แหล่งน้าจืด ประกอบด้วย • แหล่งน้ำนิ่ง เช่น สระ หนอง บึง และทะเลสาบ • แหล่งน้ำไหล เช่น ธารน้าไหล และแม่น้า แหล่งน้าเค็ม ประกอบด้วย • ทะเลสาบ • ทะเล • มหาสมุทร ซึ่งพบในปริมาณมาก ร้อยละ 71 ของพื้นผิวโลก และมีความลึกมาก  น้าขึ้นน้าลงเป็ นปัจจัยทางกายภาพที่ทาให้แหล่งน้าเค็มแตกต่างจาก แหล่งน้าจืด  อาศัยค่าความเค็มเป็ นตัวกาหนด น้าจืดมีเกลือ < 0.1 % น้าเค็ม ประมาณ 3.5%
  • 34.