ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
แบบทดสอบก่อนเรียน
คาชี้แจง : ให้นักเรียนจับคู่ภาวะต่างๆทางด้านขวามือกับการอยู่
ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตในด้านซ้ายมือ
หมายเหตุ : นร.ไม่ต้องลอกโจทย์ เขียนเฉพาะอักษรที่เลือกเท่านั้น
..........1. เพรียงหินบนหลังปลาวาฬสีเทา
..........2. กาบหอยแครงกับแมลงวัน
..........3. วัวป่าและกวางในทุ่งหญ้า
..........4. แบคทีเรียมีประโยชน์ในลาไส้ใหญ่
..........5. ต้นกาฝากบนต้นมะม่วง
..........6. ราและสาหร่ายในไลเคน
..........7. เพลี้ยอ่อนกับมดดา
..........8. เฟิร์นชายผ้าสีดาบนต้นไม้ใหญ่
..........9. ปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเล
..........10. หมัดสุนัขกับสุนัข
ก. ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน
ข. ภาวะพึ่งพา
ค. ภาวะอิงอาศัย
ง. ภาวะปรสิต
จ. ภาวะล่าเหยื่อ
ฉ. ภาวะแข่งขัน
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
แบ่งออก เป็น 2 ลักษณะคือ
1. ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน
2. ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน
1. ความสัมพันธ์ในการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน
(intraspecific relationship)
• การรวมกันในลักษณะเป็นฝูงใหญ่ (aggregation)
ที่มา : Rutgers (2006)
เป็นการรวมกันในลักษณะเป็นฝูงใหญ่ของตัวเต็มวัยและตัวอ่อน Stink Bug อาจเป็นเพราะสภาพ แวดล้อมที่มีการ
เปลี่ยนแปลงบางอย่าง เช่น อุณหภูมิหรือปัจจัยทางกายภาพบางอย่าง การรวมกลุ่มมีทั้งเข้ามารวมกลุ่มกันเองเพื่อ
ความเหมาะสมต่อการดารงชีวิต และเข้ามารวมกลุ่มกันโดยบังเอิญ
• การรวมกลุ่มกันแบบมีเป้าหมาย (concurrence)
– แมลงหลายชนิดมีการรวมกลุ่มกันเพื่อเป้าหมายในการจับคู่ ความต้องการอาหาร หรือการเตรียมตัว
อยู่ข้ามฤดูหนาว แต่ผลของการอยู่ร่วมกันอย่างหนาแน่นเป็นระยะเวลานานทาให้แหล่งอาหารลดลง
เกิดการปนเปื้อนของมูลและอาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อแมลงได้
• การกินกันเอง (cannibalism)
ที่มา : Nevada (2005) and Flickr (2006)
เกิดขึ้นได้เนื่องจากสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันมีความต้องการเบื้องต้นต่างๆ เช่น อาหารและที่อยู่อาศัยที่เหมือนกัน
เช่น การอยู่รวมกันของมอดแป้งในอาหารจาพวกธัญพืชหรือแป้งชนิดต่างๆ มอดจะมีพฤติกรรมในการกินกันเอง
โดยตัวเต็มวัยหรือตัวหนอนที่มีขนาดใหญ่มักกัดกินไข่หรือตัวหนอนที่มีขนาดเล็กและอ่อนแอกว่า
เพศสัมพันธุ์ (association of the sexes)
ที่มา : Romero (2003)
สัดส่วนระหว่างเพศเมียต่อเพศผู้มีความ สาคัญมากต่อการเพิ่มหรือลดของประชากร
ณ สภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันไป เช่น ในสภาพอุณหภูมิปกติสัดส่วนของเพศเมียต่อเพศผู้ของแมลงวัน คือ
1 : 1 และสามารถผลิตลูกหลานได้ 2607 ตัว เมื่อสิ้นสุดฤดูการผสมพันธุ์ หากสัดส่วนเพศเปลี่ยนเป็น 3 :
1 เมื่อสิ้นสุดฤดูผสมพันธุ์จะสามารถผลิตลูกหลานได้สูงขึ้นถึง 3304 ตัว
• การเลี้ยงดูตัวอ่อน (parental care)
ที่มา : MartinMick (2002) and Field et al. (2006)
จัดเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกของตัวเต็มวัยโดยเฉพาะเพศเมีย ตั้งแต่การวางไข่บนพืชอาหารที่มีความเหมาะสมต่อการอยู่
รอดของไข่จนกว่าจะฟัก และขนอาหารมาเก็บสะสมไว้ในรังเพื่อเป็นแหล่งสะสมเสบียงสาหรับตัวอ่อน มีการปกป้องตัว
อ่อน หรือเตรียมเหยื่อที่เป็นอัมพาตไว้ในรังเพื่อเป็นอาหารของตัวอ่อน พบได้ในตัวต่อและแตนหลายชนิด แมลงหางหนีบ
วางไข่ในรังที่มีลักษณะเป็นแคปซูลอยู่ใต้ดิน และมีพฤติกรรมการดูแลไข่หรือตัวอ่อนในรังด้วยการคอยพลิกไข่ ทาความ
สะอาดไม่ให้มีเชื้อราหรือแบคทีเรียเข้าทาลายไข่ได้
ที่มา : โครงการสารานุกรมไทยสาหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์ใน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (2540)
การอยู่เป็นสังคม (social life)
พบได้ในแมลงจาพวก ผึ้ง ต่อ แตน ปลวก และ มด ซึ่งมีรูปแบบการดารงชีพโดยการอยู่รวมกัน
เป็นสังคม มีการแบ่งชั้นวรรณะกันเพื่อทาหน้าที่ที่แตกต่างกันภายในรัง เช่น มดหรือ ปลวก
ประกอบด้วย 4 วรรณะ
2. ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดในระบบนิเวศเดียวกัน
(Interspecific interaction)
• แบ่งเป็น 3 รูปแบบคือ
1. แบบพึ่งพาอาศัยกัน (Symbiosis)
- เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ที่ทาให้ฝ่าย
หนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์โดยไม่มีฝ่ายใดเสีย
ประโยชน์เลยได้แก่
1.1 ภาวะพึ่งพา ( Mutualism : +,+)
หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2ชนิดโดยต่างก็ไ ด้รับประโยชน์ซึ่ง
กันและกัน หากแยกกันอยู่จะไม่สามารถดารงชีวิตต่อไปได้ เช่น
– ไลเคนส์ ( Lichens) : สาหร่ายอยู่ร่วมกับสาหร่าย สาหร่ายได้รับ
ความชื้นและแร่ธาตุจากรา ราได้รับอาหารและออกซิเจนจากสาหร่าย
– โพรโทซัวในลาไส้ปลวก : โพรโทซัวชนิด Trichonympha sp.
ช่วยย่อยเซลลูโลสให้ปลวกปลวกให้ที่อยู่อาศัยและอาหารแก่
โพรโทซัว
– แบคทีเรียในลาไส้ใหญ่ของมนุษย์ : แบคทีเรียชนิด Escherichia
coli ช่วยย่อยกากอาหารและสร้างวิตามิน K , B ให้มนุษย์ ส่วนมนุษย์ให้
ที่อยู่อาศัยและอาหารแก่แบคที่เรีย
1.2 ภาวะใต้ประโยชน์ร่วมกัน
( Protocooperation : + ,+ )
หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด โดยก็ได้รับประโยชน์ซึ่งกัน
และกัน แม้แยกกันอยู่ก็สามารถดารงชีวิตได้ตามปกติ เช่น
– แมลงกับดอกไม้ : แมลงได้รับน้าหวานจากดอกไม้ ส่วนดอกไม้ได้
แมลงช่วยผสมเกสรทาให้แพร่พันธุ์ได้ดีขึ้น
- นกเอี้ยงกับควาย ภาพล่าง
ภาวะพึ่งพาระหว่างนกเอี้ยง
หงอน กับควาย นกเอี้ยง
อาศัยการกินอาหารจาก
ปรสิตภายนอก(ectoparasite)
บนหลังควาย ส่วนควาย
ได้รับการกาจัดปรสิตออกไป
– ปูเสฉวนกับดอกไม้ทะเล (sea anemone) : ดอกไม้ทะเล
ซึ่งเกาะอยู่บนปูเสฉวนช่วยป้องกันภัยและพรางตัวให้
ปูเสฉวนส่วนปูเสฉวนช่วยให้ดอกไม้ทะเลเคลื่อนที่หาแหล่ง
อาหารใหม่ๆได้
1.3 ภาวะอิงอาศัยหรือภาวะเกื้อกูล
( Commensalism : + , 0)
หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด โดยฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์
อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้และไม่เสียประโยชน์ เช่น
– ปลาฉลามกับเหาฉลาม : เหาฉลามเกาะติดกับปลาฉลาม ได้เศษ
อาหารจากปลาฉลามโดยปลาฉลามก็ไม่ได้และไม่เสียประโยชน์อะไร
– พืชอิงอาศัย ( epiphyte) บนต้นไม้ใหญ่ : พืชอิงอาศัย เช่น
ชายผ้าสีดาหรือกล้วยไม้เกาะอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ได้รับความชุ่มชื้น ที่
อยู่อาศัยและแสงสว่างที่เหมาะสมโดยต้นไม้ใหญ่ไม่ได้และไม่เสีย
ประโยชน์ใดๆ
– นก ต่อ แตน ผึ้ง ทารังบนต้นไม้ : สัตว์เหล่านี้ได้ที่อยู่อาศัย หลบ
ภัยจากศัตรูธรรมชาติโดยต้นไม้ไม่ได้และไม่เสียประโยชน์อะไร
2) แบบปฏิปักษ์ต่อกัน ( Antagonism)
- เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดที่ทาให้ฝ่ายหนึ่ง
ฝ่ายใดเสียประโยชน์หรือเสียประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ได้แก่
2.1 ภาวะปรสิต ( Parasitism : + , -)
หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด โดยฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์
เรียกว่า ปรสิต ( parasite) อีกฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์เรียกว่าผู้ถูก
อาศัย( host) เช่น
– เห็บ เหา ไร หมัด บนร่างกายสัตว์ : ปรสิตภายนอก ( ectoparasite)
เหล่านี้ดูดเลือดจากร่างกายสัตว์จึงเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ ส่วนสัตว์เป็นฝ่ายเสีย
ประโยชน์
– พยาธิ ในร่างกายสัตว์ :ปรสิตภายใน (endoparasite) จะ
ดูดสารอาหารจากร่างกายสัตว์จึงเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ส่วนสัตว์เป็น
ฝ่ายเสียประโยชน์
ภาวปรสิต (parasitism)
ภาพกาฝากบนต้นมะม่วง กาฟากเป็นปรสิต มะม่วงเป็น host
ที่มา: http://www.wattano.ac.th/wattano51/Web_saunpluak/Pic_Fol001250%20up%202550/028
2.2 ภาวะล่าเหยื่อ ( Predation : + , -)
หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตโดยฝ่ายหนึ่งจับอีกฝ่ายหนึ่งเป็น
อาหาร เรียกว่า ผู้ล่า (predator) ส่วนฝ่ายที่ถูกจับเป็นอาหารหรือ
ถูกล่า เรียกว่า เหยื่อ ( prey) เช่น
-กบกับแมลง :กบเป็นผู้ล่า แมลงเป็นผู้ถูกล่า
-เหยี่ยวกับปลา:เหยี่ยวเป็นผู้ล่าส่วนปลาเป็นผู้ถูกล่า
กาบหอยแครงกับแมลง หรือ หมอข้าวหม้อแกงลิงกับแมลง
2.3 ภาวะแข่งขัน ( Competition : – , –)
หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตที่มีการแย่งปัจจัยในการดารงชีพ
เหมือนกันจึงทาให้เสียประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เช่น เสือ , สิงโต , สุนัขป่า
แย่งชิงกันครอบครองที่อยู่อาศัยหรืออาหารพืชหลายชนิดที่เจริญอยู่ใน
บริเวณเดียวกัน เป็นต้น
2.4 ภาวะหลั่งสารยับยั้งการเจริญ ( Antibiosis : 0 , -)
หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหลั่งสารมายับยั้ง
การเจริญของแบคทีเรียสาหร่ายสีเขียวแกมน้าเงิน บางชนิดหลั่งสารพิษ
เรียกว่า hydroxylamine ทาให้สัตว์น้าในบริเวณนั้นได้รับ
อันตราย การทาวัคซีน
• อะเมนซาลิซึมและแอนติไบโอซีส (amensalism and antibiosis)
ที่มา : พนาไพรสนณ์ ออนไลน์ (2549)
ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ซึ่งประชากรของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งถูกขัดขวาง
ในขณะที่ประชากรอีกชนิดหนึ่งไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลย
เช่น พืชที่อยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่
3) แบบเป็นกลางต่อกัน
( Neutralism : 0 , 0)
เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตที่เป็นอิสระต่อกันจึงไม่
มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้หรือเสียประโยชน์ เช่น
– แมงมุมกับกระต่ายอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้า แมงมุมกินแมลงเป็น
อาหาร ส่วนกระต่ายกินหญ้าเป็นอาหารจึงไม่มีฝ่ายใดได้หรือเสีย
ประโยชน์
– กบกับไส้เดือนดินอาศัยอยู่ในทุ่งนา กบกินแมลงเป็นอาหาร ส่วนไส้เดือน
ดิน กินซากสิ่งมีชีวิตที่เน่าเปื่อยผุพัง จึงไม่มีฝ่ายใดได้หรือเสียประโยชน์
แบบทดสอบหลังเรียน
คาชี้แจง : ให้นักเรียนจับคู่ภาวะต่างๆทางด้านขวามือกับการอยู่
ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตในด้านซ้ายมือ
หมายเหตุ : นร.ไม่ต้องลอกโจทย์ เขียนเฉพาะอักษรที่เลือกเท่านั้น
..........1. เพรียงหินบนหลังปลาวาฬสีเทา
..........2. กาบหอยแครงกับแมลงวัน
..........3. วัวป่าและกวางในทุ่งหญ้า
..........4. แบคทีเรียมีประโยชน์ในลาไส้ใหญ่
..........5. ต้นกาฝากบนต้นมะม่วง
..........6. ราและสาหร่ายในไลเคน
..........7. เพลี้ยอ่อนกับมดดา
..........8. เฟิร์นชายผ้าสีดาบนต้นไม้ใหญ่
..........9. ปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเล
..........10. หมัดสุนัขกับสุนัข
ก. ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน
ข. ภาวะพึ่งพา
ค. ภาวะอิงอาศัย
ง. ภาวะปรสิต
จ. ภาวะล่าเหยื่อ
ฉ. ภาวะแข่งขัน

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ

  • 1.
  • 2.
  • 3.
    คาชี้แจง : ให้นักเรียนจับคู่ภาวะต่างๆทางด้านขวามือกับการอยู่ ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตในด้านซ้ายมือ หมายเหตุ: นร.ไม่ต้องลอกโจทย์ เขียนเฉพาะอักษรที่เลือกเท่านั้น ..........1. เพรียงหินบนหลังปลาวาฬสีเทา ..........2. กาบหอยแครงกับแมลงวัน ..........3. วัวป่าและกวางในทุ่งหญ้า ..........4. แบคทีเรียมีประโยชน์ในลาไส้ใหญ่ ..........5. ต้นกาฝากบนต้นมะม่วง ..........6. ราและสาหร่ายในไลเคน ..........7. เพลี้ยอ่อนกับมดดา ..........8. เฟิร์นชายผ้าสีดาบนต้นไม้ใหญ่ ..........9. ปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเล ..........10. หมัดสุนัขกับสุนัข ก. ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน ข. ภาวะพึ่งพา ค. ภาวะอิงอาศัย ง. ภาวะปรสิต จ. ภาวะล่าเหยื่อ ฉ. ภาวะแข่งขัน
  • 4.
    ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ แบ่งออก เป็น 2ลักษณะคือ 1. ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน 2. ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน
  • 5.
    1. ความสัมพันธ์ในการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน (intraspecific relationship) •การรวมกันในลักษณะเป็นฝูงใหญ่ (aggregation) ที่มา : Rutgers (2006) เป็นการรวมกันในลักษณะเป็นฝูงใหญ่ของตัวเต็มวัยและตัวอ่อน Stink Bug อาจเป็นเพราะสภาพ แวดล้อมที่มีการ เปลี่ยนแปลงบางอย่าง เช่น อุณหภูมิหรือปัจจัยทางกายภาพบางอย่าง การรวมกลุ่มมีทั้งเข้ามารวมกลุ่มกันเองเพื่อ ความเหมาะสมต่อการดารงชีวิต และเข้ามารวมกลุ่มกันโดยบังเอิญ
  • 6.
    • การรวมกลุ่มกันแบบมีเป้าหมาย (concurrence) –แมลงหลายชนิดมีการรวมกลุ่มกันเพื่อเป้าหมายในการจับคู่ ความต้องการอาหาร หรือการเตรียมตัว อยู่ข้ามฤดูหนาว แต่ผลของการอยู่ร่วมกันอย่างหนาแน่นเป็นระยะเวลานานทาให้แหล่งอาหารลดลง เกิดการปนเปื้อนของมูลและอาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อแมลงได้ • การกินกันเอง (cannibalism) ที่มา : Nevada (2005) and Flickr (2006) เกิดขึ้นได้เนื่องจากสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันมีความต้องการเบื้องต้นต่างๆ เช่น อาหารและที่อยู่อาศัยที่เหมือนกัน เช่น การอยู่รวมกันของมอดแป้งในอาหารจาพวกธัญพืชหรือแป้งชนิดต่างๆ มอดจะมีพฤติกรรมในการกินกันเอง โดยตัวเต็มวัยหรือตัวหนอนที่มีขนาดใหญ่มักกัดกินไข่หรือตัวหนอนที่มีขนาดเล็กและอ่อนแอกว่า
  • 7.
    เพศสัมพันธุ์ (association ofthe sexes) ที่มา : Romero (2003) สัดส่วนระหว่างเพศเมียต่อเพศผู้มีความ สาคัญมากต่อการเพิ่มหรือลดของประชากร ณ สภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันไป เช่น ในสภาพอุณหภูมิปกติสัดส่วนของเพศเมียต่อเพศผู้ของแมลงวัน คือ 1 : 1 และสามารถผลิตลูกหลานได้ 2607 ตัว เมื่อสิ้นสุดฤดูการผสมพันธุ์ หากสัดส่วนเพศเปลี่ยนเป็น 3 : 1 เมื่อสิ้นสุดฤดูผสมพันธุ์จะสามารถผลิตลูกหลานได้สูงขึ้นถึง 3304 ตัว
  • 8.
    • การเลี้ยงดูตัวอ่อน (parentalcare) ที่มา : MartinMick (2002) and Field et al. (2006) จัดเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกของตัวเต็มวัยโดยเฉพาะเพศเมีย ตั้งแต่การวางไข่บนพืชอาหารที่มีความเหมาะสมต่อการอยู่ รอดของไข่จนกว่าจะฟัก และขนอาหารมาเก็บสะสมไว้ในรังเพื่อเป็นแหล่งสะสมเสบียงสาหรับตัวอ่อน มีการปกป้องตัว อ่อน หรือเตรียมเหยื่อที่เป็นอัมพาตไว้ในรังเพื่อเป็นอาหารของตัวอ่อน พบได้ในตัวต่อและแตนหลายชนิด แมลงหางหนีบ วางไข่ในรังที่มีลักษณะเป็นแคปซูลอยู่ใต้ดิน และมีพฤติกรรมการดูแลไข่หรือตัวอ่อนในรังด้วยการคอยพลิกไข่ ทาความ สะอาดไม่ให้มีเชื้อราหรือแบคทีเรียเข้าทาลายไข่ได้
  • 9.
    ที่มา : โครงการสารานุกรมไทยสาหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์ใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(2540) การอยู่เป็นสังคม (social life) พบได้ในแมลงจาพวก ผึ้ง ต่อ แตน ปลวก และ มด ซึ่งมีรูปแบบการดารงชีพโดยการอยู่รวมกัน เป็นสังคม มีการแบ่งชั้นวรรณะกันเพื่อทาหน้าที่ที่แตกต่างกันภายในรัง เช่น มดหรือ ปลวก ประกอบด้วย 4 วรรณะ
  • 10.
  • 11.
    1. แบบพึ่งพาอาศัยกัน (Symbiosis) -เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ที่ทาให้ฝ่าย หนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์โดยไม่มีฝ่ายใดเสีย ประโยชน์เลยได้แก่
  • 12.
    1.1 ภาวะพึ่งพา (Mutualism : +,+) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2ชนิดโดยต่างก็ไ ด้รับประโยชน์ซึ่ง กันและกัน หากแยกกันอยู่จะไม่สามารถดารงชีวิตต่อไปได้ เช่น – ไลเคนส์ ( Lichens) : สาหร่ายอยู่ร่วมกับสาหร่าย สาหร่ายได้รับ ความชื้นและแร่ธาตุจากรา ราได้รับอาหารและออกซิเจนจากสาหร่าย
  • 13.
    – โพรโทซัวในลาไส้ปลวก :โพรโทซัวชนิด Trichonympha sp. ช่วยย่อยเซลลูโลสให้ปลวกปลวกให้ที่อยู่อาศัยและอาหารแก่ โพรโทซัว
  • 14.
    – แบคทีเรียในลาไส้ใหญ่ของมนุษย์ :แบคทีเรียชนิด Escherichia coli ช่วยย่อยกากอาหารและสร้างวิตามิน K , B ให้มนุษย์ ส่วนมนุษย์ให้ ที่อยู่อาศัยและอาหารแก่แบคที่เรีย
  • 15.
    1.2 ภาวะใต้ประโยชน์ร่วมกัน ( Protocooperation: + ,+ ) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด โดยก็ได้รับประโยชน์ซึ่งกัน และกัน แม้แยกกันอยู่ก็สามารถดารงชีวิตได้ตามปกติ เช่น – แมลงกับดอกไม้ : แมลงได้รับน้าหวานจากดอกไม้ ส่วนดอกไม้ได้ แมลงช่วยผสมเกสรทาให้แพร่พันธุ์ได้ดีขึ้น
  • 16.
    - นกเอี้ยงกับควาย ภาพล่าง ภาวะพึ่งพาระหว่างนกเอี้ยง หงอนกับควาย นกเอี้ยง อาศัยการกินอาหารจาก ปรสิตภายนอก(ectoparasite) บนหลังควาย ส่วนควาย ได้รับการกาจัดปรสิตออกไป
  • 17.
    – ปูเสฉวนกับดอกไม้ทะเล (seaanemone) : ดอกไม้ทะเล ซึ่งเกาะอยู่บนปูเสฉวนช่วยป้องกันภัยและพรางตัวให้ ปูเสฉวนส่วนปูเสฉวนช่วยให้ดอกไม้ทะเลเคลื่อนที่หาแหล่ง อาหารใหม่ๆได้
  • 18.
    1.3 ภาวะอิงอาศัยหรือภาวะเกื้อกูล ( Commensalism: + , 0) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด โดยฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้และไม่เสียประโยชน์ เช่น – ปลาฉลามกับเหาฉลาม : เหาฉลามเกาะติดกับปลาฉลาม ได้เศษ อาหารจากปลาฉลามโดยปลาฉลามก็ไม่ได้และไม่เสียประโยชน์อะไร
  • 19.
    – พืชอิงอาศัย (epiphyte) บนต้นไม้ใหญ่ : พืชอิงอาศัย เช่น ชายผ้าสีดาหรือกล้วยไม้เกาะอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ได้รับความชุ่มชื้น ที่ อยู่อาศัยและแสงสว่างที่เหมาะสมโดยต้นไม้ใหญ่ไม่ได้และไม่เสีย ประโยชน์ใดๆ
  • 20.
    – นก ต่อแตน ผึ้ง ทารังบนต้นไม้ : สัตว์เหล่านี้ได้ที่อยู่อาศัย หลบ ภัยจากศัตรูธรรมชาติโดยต้นไม้ไม่ได้และไม่เสียประโยชน์อะไร
  • 21.
    2) แบบปฏิปักษ์ต่อกัน (Antagonism) - เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดที่ทาให้ฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใดเสียประโยชน์หรือเสียประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ได้แก่
  • 22.
    2.1 ภาวะปรสิต (Parasitism : + , -) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด โดยฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ เรียกว่า ปรสิต ( parasite) อีกฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์เรียกว่าผู้ถูก อาศัย( host) เช่น – เห็บ เหา ไร หมัด บนร่างกายสัตว์ : ปรสิตภายนอก ( ectoparasite) เหล่านี้ดูดเลือดจากร่างกายสัตว์จึงเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ ส่วนสัตว์เป็นฝ่ายเสีย ประโยชน์
  • 23.
    – พยาธิ ในร่างกายสัตว์:ปรสิตภายใน (endoparasite) จะ ดูดสารอาหารจากร่างกายสัตว์จึงเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ส่วนสัตว์เป็น ฝ่ายเสียประโยชน์
  • 24.
    ภาวปรสิต (parasitism) ภาพกาฝากบนต้นมะม่วง กาฟากเป็นปรสิตมะม่วงเป็น host ที่มา: http://www.wattano.ac.th/wattano51/Web_saunpluak/Pic_Fol001250%20up%202550/028
  • 25.
    2.2 ภาวะล่าเหยื่อ (Predation : + , -) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตโดยฝ่ายหนึ่งจับอีกฝ่ายหนึ่งเป็น อาหาร เรียกว่า ผู้ล่า (predator) ส่วนฝ่ายที่ถูกจับเป็นอาหารหรือ ถูกล่า เรียกว่า เหยื่อ ( prey) เช่น -กบกับแมลง :กบเป็นผู้ล่า แมลงเป็นผู้ถูกล่า
  • 26.
  • 27.
  • 29.
    2.3 ภาวะแข่งขัน (Competition : – , –) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตที่มีการแย่งปัจจัยในการดารงชีพ เหมือนกันจึงทาให้เสียประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เช่น เสือ , สิงโต , สุนัขป่า แย่งชิงกันครอบครองที่อยู่อาศัยหรืออาหารพืชหลายชนิดที่เจริญอยู่ใน บริเวณเดียวกัน เป็นต้น
  • 31.
    2.4 ภาวะหลั่งสารยับยั้งการเจริญ (Antibiosis : 0 , -) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหลั่งสารมายับยั้ง การเจริญของแบคทีเรียสาหร่ายสีเขียวแกมน้าเงิน บางชนิดหลั่งสารพิษ เรียกว่า hydroxylamine ทาให้สัตว์น้าในบริเวณนั้นได้รับ อันตราย การทาวัคซีน
  • 32.
    • อะเมนซาลิซึมและแอนติไบโอซีส (amensalismand antibiosis) ที่มา : พนาไพรสนณ์ ออนไลน์ (2549) ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ซึ่งประชากรของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งถูกขัดขวาง ในขณะที่ประชากรอีกชนิดหนึ่งไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลย เช่น พืชที่อยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่
  • 33.
    3) แบบเป็นกลางต่อกัน ( Neutralism: 0 , 0) เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตที่เป็นอิสระต่อกันจึงไม่ มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้หรือเสียประโยชน์ เช่น
  • 34.
    – แมงมุมกับกระต่ายอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้า แมงมุมกินแมลงเป็น อาหารส่วนกระต่ายกินหญ้าเป็นอาหารจึงไม่มีฝ่ายใดได้หรือเสีย ประโยชน์
  • 35.
    – กบกับไส้เดือนดินอาศัยอยู่ในทุ่งนา กบกินแมลงเป็นอาหารส่วนไส้เดือน ดิน กินซากสิ่งมีชีวิตที่เน่าเปื่อยผุพัง จึงไม่มีฝ่ายใดได้หรือเสียประโยชน์
  • 36.
  • 37.
    คาชี้แจง : ให้นักเรียนจับคู่ภาวะต่างๆทางด้านขวามือกับการอยู่ ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตในด้านซ้ายมือ หมายเหตุ: นร.ไม่ต้องลอกโจทย์ เขียนเฉพาะอักษรที่เลือกเท่านั้น ..........1. เพรียงหินบนหลังปลาวาฬสีเทา ..........2. กาบหอยแครงกับแมลงวัน ..........3. วัวป่าและกวางในทุ่งหญ้า ..........4. แบคทีเรียมีประโยชน์ในลาไส้ใหญ่ ..........5. ต้นกาฝากบนต้นมะม่วง ..........6. ราและสาหร่ายในไลเคน ..........7. เพลี้ยอ่อนกับมดดา ..........8. เฟิร์นชายผ้าสีดาบนต้นไม้ใหญ่ ..........9. ปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเล ..........10. หมัดสุนัขกับสุนัข ก. ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน ข. ภาวะพึ่งพา ค. ภาวะอิงอาศัย ง. ภาวะปรสิต จ. ภาวะล่าเหยื่อ ฉ. ภาวะแข่งขัน