บทที่ 1
การจาแนกสาร
โดย..ครู ปิ นัช ยา นาคจารู ญ
สาร และ สมบัติของสาร
โดย..ครู ปิ นัช ยา นาคจารู ญ
สสาร ( Matter )
คือ สิ่งที่ มีมวล ต้องการที่ อยู่ และ สัมผัสได้โดยประสาทสัมผัสทั้ง 5
เช่ น ดิน น้า อากาศ ภายใน สสาร เป็ นเนื้ อของสสาร เรียกว่า สาร
สาร ( Substance )
คือ สสารที่ทราบสมบัติ หรือ สสารที่จะศึกษา
ดังนั้ นจึงเป็ นสสารที่เฉพาะเจาะจง
สมบัติของสาร
โดย..ครู ปิ นัช ยา นาคจารู ญ
สมบัติกายภาพ ( Physical Property )
สมบัติที่สังเกตได้จากลักษณะภายนอก และ เกี่ยวกับวิธีการทาง
ฟิ สิกส์
ความหนาแน่ น ,จุดเดือด-หลอมเหลว ,ความแข็ง,ความเหนี ยว
สมบัติทางเคมี ( Chemistry Property )
สมบัติที่เกิดขึ้ นจากการทาปฏิกิริยาเคมี
เช่ น การติดไฟ ,การเป็ นสนิ ม ,ความเป็ น กรด – เบส, ผุกร่อน
สมบัติทางเคมี ( Chemistry Property )
การจัดจาแนกสาร
โดย..ครู ปิ นัช ยา นาคจารู ญ
3.1 การจาแนกโดยใช้สถานะเป็นเกณฑ์
1) ของแข็ง ( Solid )
จะมีรู ปร่าง และ ปริมาตรคงที่ ซึ่งอนุ ภาคภายในจะอยู่ชิ ด ติดกัน
เช่ น ด่างทับทิม ( KMNO4 ) , ทองแดง ( Cu )
2) ของเหลว ( Liquid )
จะมีรู ปร่างตามภาชนะที่บรรจุ และ มีปริมาตรที่คงที่
ซึ่งอนุ ภาคชิ ดกันน้อยกว่าของแข็ง และ มี สมบัติเป็ นของ ไหล
เช่ น น้ามัน , แอลกอฮอล์ , ปรอท
3.1 การจาแนกโดยใช้สถานะเป็นเกณฑ์
3) ก๊าซ ( Gas )
จะมีรู ปร่าง และ ปริมาตรที่ไม่คงที่
รู ปร่างเปลี่ยนไป ตามภาชนะที่ บรรจุ อนุ ภาคอยู่ ห่างกันมากที่สุด
มีสมบัติเป็ นของไหลได้ เช่ น ก๊าซหุงต้ม , อากาศ
3) ก๊าซ ( Gas )
3.2 จาแนกโดยใช้เนื้อสารเป็นเกณฑ์
1) สารเนื้ อเดียว ( Homogeneous Substance )
หมายถึง สารที่มีเนื้ อสารเหมือนกันทุกส่วน (ไม่ได้หมายความว่า
ประกอบด้วยสารชนิ ดเดียว )
 เช่ น แอลกอฮอล์ , ทองคา ( AU ), น้า
3.2 ใช้เนื้อสารเป็นเกณฑ์
2) สารเนื้อผสม ( Heterogeneous Substance )
สารที่มีเนื้ อสารแตกต่างกันในแต่ละส่วน
 เช่ น น้าอบไทย , น้าคลอง
3.3 การจาแนกโดยใช้เกณฑ์อื่นๆ
การละลายน้า แบ่งเป็ น สารที่ละลายน้าได้,ได้บ้าง และไม่ได้
 การนาไฟฟ้ า แบ่งเป็ น นาไฟฟ้ า และไม่นาไฟฟ้ า
***นิยมใช้เนื้อสารเป็นเกณฑ์มากที่สุด***
สาร
สารเนื้อเดียว สารเนื้อผสม
สารบริสุทธิ์ สารละลาย สารคอลลอยด์ สารแขวนลอย
สารผสมธาตุ สารประกอบ
โลหะ กึ่งโลหะ อโลหะ
รายละเอียดการแบ่งประเภทของสาร
สารบริสุทธิ์ ( Pure Substance )
คือ สารเนื้อเดียวที่มีจุดเดือด และ จุดหลอมเหลว คงที่
ธาตุ ( ELEMENT )
คือ สารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วยอะตอมเพียงชนิดเดียวกัน เช่น
คาร์บอน ( C ) , กามะถัน ( S8 )
สารประกอบ ( Compound Substance )
เกิดจากธาตุตั้งแต่ 2 ชนิ ดขึ้ นไปมารวมกัน โดยมีอัตราส่วนในการ
ร่วมกันคงที่ แน่ นอน
เช่ น กรดไฮโดรคลอริก ( HCl ) , น้า (H2O)
ของผสม ( Mixture )
สารที่เกิดจากการนาสารตั้งแต่ 2 ชนิ ดขึ้ นไปมาผสมกัน
โดยไม่จากัดส่วนผสม และ ในการผสม กัน ไม่มีปฏิกิริยาเกิดขึ้ น
4.1 สารละลาย ( Solution Substance )
มีขนาดอนุ ภาคที่เล็กกว่า 10-7 เซนติเมตร
เช่ น อากาศ , น้าอัดลม , นาก,น้าเชื่ อม
ตัวทาละลาย
สารใดที่มีปริมาณมากจะเป็ นตัวทาละลาย และ สารใดมีปริมาณ
น้อยจะเป็ นตัวถูก ละลาย
สารใดที่มีสถานะเช่ นเดียวกับสารละลายเป็ นตัวทาละลาย
ตัวอย่าง
แอลกอฮอล์ล้างแผลมีเอทา นอล 70 % และ น้า 30 %
ตัวทาละลายคือ เอ ทานอล (เพราะมากกว่า )
น้าเชื่ อม ทามากจาก น้า และน้าตาล
ตัวทาละลาย คือ น้า (เพราะสถานะเดียวกันกับน้าเชื่ อม)
4.2 สารแขวนลอย ( Suspension Substance )
อนุภาคขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่มากกว่า 10- 4 เซนติเมตร
สามารถมองเห็นอนุภาคในของผสมได้อย่าง ชัดเจน
 จะไม่สามารถผ่านได้ทั้งกระดาษกรอง และ กระดาษเซล โลเฟน
เช่น โคลน , น้าอบไทย, ยาคาลามายด์
4.2 สารแขวนลอย ( Suspension Substance )
4.2 สารแขวนลอย ( Suspension Substance )
4.3 คอลลอยด์ ( Colliod )
อนุ ภาคขนาดระหว่าง 10-7-10-4 เซนติเมตร
ไม่มีการตกตะกอน สามารถกระเจิงแสงได้
 ซึ่งเรียกปรากฏการณ์ นี้ ว่ า " ปรากฏการณ์ ทินดอลล์”
4.3 คอลลอยด์ ( Colliod )
 ผ่านกระดาษกรอง แต่ไม่ผ่านกระดาษเซลโลเฟน เช่ น นมสด,
ฝุ่ นละอองในอากาศ, วุ้น,ควันบุหรี่ , หมอก
 อนุ ภาคสามารถส่องดู ได้จากเครื่อง "อัลตราไมโครสโคป "
ตัวอย่างคอลลอยด์
ประเภทของคอลลอยด์ สถานะของอนุภาค สถานะของตัวกลาง ตัวอย่าง
แอโรซอล ของเหลว ก๊าซ เมฆ , สเปรย์ , หมอก
แอโรซอล ของแข็ง ก๊าซ ควันไฟ , ฝุ่น
อิมัลชัน ของเหลว ของเหลว นมสด , น้ากะทิ , สลัด
เจล ของแข็ง ของเหลว เยลลี่ , วุ้น , กาว , ยาสีฟัน
โฟม ก๊าซ ของเหลว ฟองสบู่ , ครีมโกนหนวด
โฟม ก๊าซ ของแข็ง เม็ดโฟม , สบู่ก้อน
การจาแนกสารผสม
ประเภทของสาร ขนาดอนุภาค การกรอง ตัวอย่าง
สารละลาย เล็กกว่า 10-7 ซม.
ผ่านทั้งกระดาษกรอง
และกระดาษเซลโลเฟน
น้าอัดลม น้าเกลือ
นาก
สารคอลลอยด์ ระหว่าง 10-7 ถึง 10-4ซม.
ผ่านกระดาษกรองแต่
ไม่ผ่านกระดาษเซล
โลเฟน
นมสด ควัน ฝุ่นใน
อากาศ
สารแขวนลอย ใหญ่กว่า 10-4 ซม.
ไม่ผ่านทั้งกระดาษกรอง
และกระดาษเซลโลเฟน
น้าโคลน, น้าอบ,
ยาคาลามายด์
การแยกสาร
โดย..ครูปินัชยา นาคจารูญ
4.1 การกลั่น
เหมาะสาหรับแยกของเหลวที่ปนเป็นเนื้อเดียวกัน
แบ่ง ออก เป็นการกลั่น ธรรมดา และการกลั่นลาดับส่วน
การกลั่นธรรมดา
เหมาะสาหรับสารที่มีจุดเดือดต่างกันประมาณ 80 C ขึ้นไป
โดยทาให้ของเหลวกลายเป็นไอ แล้วควบแน่นเป็นของเหลวอีก
สารที่มีจุดเดือดต่ากว่าจะกลายเป็นไอและควบแน่นออกมาก่อน
การกลั่นลาดับส่วน
เหมาะสาหรับสารที่มีจุดเดือดต่างกันเพียงเล็กน้อย
จะนาไอของแต่ละส่วนไปควบแน่น แล้วนาไปกลั่นซ้าและควบแน่น
ไอเรื่อย ๆ
 ซึ่งเทียบได้กับเป็นการการกลั่นแบบธรรมดาหลาย ๆ ครั้ง
การกลั่นลาดับส่วน
เหมาะสาหรับสารที่มีจุดเดือดต่างกันเพียงเล็กน้อย
จะนาไอของแต่ละส่วนไปควบแน่น แล้วนาไปกลั่นซ้าและควบแน่น
ไอเรื่อย ๆ
 ซึ่งเทียบได้กับเป็นการการกลั่นแบบธรรมดาหลาย ๆ ครั้ง
4.2 การใช้กรวยแยก
 เหมาะสมกับสารที่เป็นของเหลว และ ไม่ละลายต่อกัน (แยกชั้น)
เช่น น้า และ น้ามัน
4.3 การกรอง
เหมาะสาหรับของแข็งที่ไม่ละลายน้า
เช่น หินปูน เศษไม้ ดิน
4.4 การตกผลึก
เหมาะสาหรับสารที่สามารถละลายได้ และประกอบกันเป็น
รูปทรง เรขาคณิต เช่น สารส้ม น้าตาล เกลือ
โดยสารนั้นถ้าละลายในน้าจนถึงจุดอิ่มตัวจะตกเป็นผลึก
สารที่ละลายได้น้อยกว่าจะตกผลึกออกมาก่อน
4.5 โครมาโทรกราฟี
ยึดหลักสารต่างชนิดกันมีความสามารถใน การ
1)ละลายในตัวทาละลายได้ต่างกัน
2)ถูกดูดซับได้ต่างกัน
ให้แยกออกมาเป็นแถบเส้นสีหรือแถบสี
4.5 โครมาโทรกราฟี
โดยถ้าขึ้นแถบก่อน แสดงว่าละลายได้ดี
โดยถ้าเคลื่อนที่ไปได้ไกล แสดง ว่าดูดซับไม่ดี (วิ่งได้ไกล)
ถ้าสารที่แยกออกมามีหลาย สีเป็นช่วงๆแสดงว่ามีหลายองค์
ประกอบ
ธาตุ และสัญลักษณ์ของธาตุ
โดย..ครูปินัชยา นาคจารูญ
สัญลักษณ์ของธาตุ
ชื่อและสัญลักษณ์ของธาตุ
มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
สัญลักษณ์ของธาตุ
การกาหนดสัญลักษณ์ของธาตุมาจากชื่อภาษาอังกฤษ
และใช้ตัวอักษรตัวแรกของชื่อเป็น ตัวพิมพ์ใหญ่ แทนสัญลักษณ์
เช่น C แทน Carbon O แทน Oxygen
สัญลักษณ์ของธาตุ
หากมีชื่อซ้ากันให้ใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ แล้วตามด้วยพิมพ์เล็กตัว อื่น
เช่น Carbonมีตัวแรกซ้ากับ Chlorine และ Calcium
จึงปรับเป็นสัญลักษณ์ C, Cl และ Ca ตามลาดับ
คาบและหมู่ของตารางธาตุ
การนับหมู่จะนับตามแนวตั้ง แบ่งเป็นหมู่ A และ B รวม 18 หมู่
ส่วนการนับคาบจะนับตามแนวนอน
เลขหมู่ บอกอิเล็กตรอนวงสุดท้าย เลขคาบบอกระดับพลังงาน

บทที่ 1 การจำแนกสาร