รายวิชา ชีววิทยา 5 (30245)
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
สารบัญ
บทที่ 1 ความหลากหลายของระบบนิเวศ
บทที่ 2 ดุลยภาพของสิ่งมีชีวิต
บทที่ 3 ความหลากหลายทางชีวภาพ
บทที่ 1ความหลากหลายของระบบนิเวศ
Organ อวัยวะ , Organism สิ่งมีชีวิต
 สิ่งมีชีวิต คือ สิ่งที่สามารถ แพร่พันธุ์ ขยายพันธุ์ให้ลูกและ
หลานรุ่นต่อๆไปได้
Population ประชากร
 ประชากร คือ สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันมาอยู่ร่วมกัน ในแหล่ง
ที่อยู่อาศัยเดียวกัน
Community กลุ่มสิ่งมีชีวิต
 กลุ่มสิ่งมีชีวิต คือ สิ่งมีชีวิต หลายชนิดมาอยู่รวม ในที่อยู่อาศัย
บริเวณเดียวกัน
ระบบนิเวศ Ecosystem คือ
 ระบบนิเวศ คือ บริเวณที่ประกอบด้วยปัจจัยทางชีวภาพ
(ได้แก่ กลุ่มสิ่งมีชีวิต) และปัจจัยทางกายภาพที่เอื้อต่อการ
ดารงชีวิต (ได้แก่ อุณหภูมิ แสงสว่าง หรือสภาพ
ภูมิอากาศที่เหมาะสม) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีความสัมพันธ์กัน
เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน ,
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน หรือ
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต นอกจากนี้
ภายในระบบนิเวศยังต้องมีการถ่ายทอดพลังงาน และมีการ
หมุนเวียนของสารภายในระบบนิเวศ
ระบบนิเวศ Ecosystem
 ประกอบด้วย
1. ปัจจัยทางชีวภาพ ได้แก่ กลุ่มสิ่งมีชีวิต
2. ปัจจัยทางกายภาพ ได้แก่ อุณหภูมิ แสงสว่าง ดิน
อากาศ ค่าความเป็ นกรด-เบสฯลฯ
3. ความสัมพันธ์ภายในระบบนิเวศ
4. การถ่ายทอดพลังงาน
5. การหมุนเวียนของสาร
 ระบบนิเวศ ในโลกมีหลายระบบ
ทั้งระบบนิเวศในน้า บนบก แต่ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศใด
ก็ตาม รวมกันเป็น
โลกของสิ่งมีชีวิต หรือ ไบโอสเฟี ยร์
(Biosphere)
1. Biomes ไบโอม หรือ ชีวนิเวศ
 ระบบนิเวศ ที่มีความคล้ายคลึงกันขององค์ประกอบทาง
กายภาพ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และความคล้ายคลึงกันของ
ปัจจัยทางชีวภาพ คือ ชนิดของพืชและสัตว์ที่มีความ
คล้ายคลึงกัน เรียก ระบบนิเวศที่มีความคล้ายคลึงกันทั้ง
ปัจจัยทางกายภาพและชีวภาพว่า ไบโอม(Biomes)
หรือ ชีวนิเวศ
ประเภทของไบโอม (Biomes)
 ไบโอมบนบก แบ่งเป็น
- ไบโอมป่าดิบชื้น
- ไบโอมป่าผลัดใบในเขต
อบอุ่น
- ไบโอมป่าสน
- ไบโอมทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น
- ไบโอมสะวันนา
- ไบโอมทะเลทราย
- ไบโอมทรุนดรา
 ไบโอมในน้า แบ่งเป็น
- ไบโอมแหล่งน้าจืด
- ไบโอมแหล่งน้าเค็ม
2. ความหลากหลายของระบบนิเวศ
(Ecological Diversity)
Ecosystem ระบบนิเวศ คือ
 บริเวณที่ประกอบด้วยปัจจัยทางชีวภาพ และ
 ปัจจัยทางกายภาพ ที่เอื้อต่อการดารงชีวิต และ
สิ่งเหล่านี้มีความสัมพันธ์กัน
- ปัจจัยทางกายภาพ ได้แก่ แสง อุณหภูมิ ดิน อากาศ ฯลฯ
- ปัจจัยทางชีวภาพ ได้แก่ กลุ่มสิ่งมีชีวิต
***
โดยกลุ่มสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน
ดังต่อไปนี้
บทบาทของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
แบ่งได้ 3 พวก คือ
 ผู้ผลิต (Producer)
 ผู้บริโภค (Consumer)
 ผู้ย่อยสลาย (Decomposer)
ผู้ผลิต (producer)
• คือ สิ่งมีชีวิต ที่สามารถสร้างอาหาร เองได้ ด้วยกระบวนการ
สังเคราะห์แสง (Photosynthesis) เช่น พืช สาหร่าย แพงตอน
พืช เป็ นต้น
ผู้บริโภค (consumer)
คือ สิ่งมีชีวิต ที่ไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ ส่วนมากคือสัตว์
ที่กินสิ่งมีชีวิตอื่นเป็ นอาหาร แบ่งได้ 4 ประเภท คือ
1. ผู้บริโภคพืช (Herbivore)
2. ผู้บริโภคสัตว์ (Carnivore)
3. ผู้บริโภคทั้งพืชและสัตว์ (Omnivore)
4. ผู้บริโภคซากพืชซากสัตว์
(Scaventure)
ผู้บริโภคพืช (Herbivore)
• ผู้บริโภค พืช คือสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหาร เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย
กวาง กระต่าย ปลาตะเพียน ปลานิล ฯลฯ
ผู้บริโภคสัตว์ (Carnivore)
• คือ สัตว์ที่กินสัตว์เป็นอาหาร เช่น สิงโต เสือ ไฮยีน่า(หมาไน) ฯลฯ
ผู้บริโภคพืชและสัตว์ (Omnivore)
• คือ สัตว์ที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์ เช่น คน สุนัข ไก่ เป็ด ลิง
ผู้ย่อยสลาย (Decomposer)
• หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหารเองไม่ได้ ได้รับอาหารจากการ
ปล่อยเอนไซม์ ออกมาย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตต่างๆ แล้วดูดซึมเข้า
สู่ร่างกาย เช่น แบคทีเรีย เห็ด รา
ประเภทของระบบนิเวศ
ระบบนิเวศในน้า ระบบนิเวศบนบก
(aquatic ecosystem) (terrestrial
ecosystem)
ระบบนิเวศในน้า (Aquatic
ecosystem)
 แบ่งเป็น 2 ระบบ คือ
ระบบนิเวศน้าจืด (Freshwater) ระบบนิเวศน้าเค็ม (marine)
ระบบนิเวศน้าจืด
แบ่งเป็น 2 ชนิด โดยทั่วไปมีเกลือน้อยกว่าร้อยละ 0.1 หรือ น้อย
กว่า 1 %๐
ระบบนิเวศน้านิ่ง ระบบนิเวศน้าไหล
ระบบนิเวศน้านิ่ง
 ระบบนิเวศน้านิ่ง แบ่งได้ 3 บริเวณ คือ
- บริเวณชายฝั่ง (littoral zone) เช่น พืชน้ารากหยั่ง
ลึก , พืชลอยน้า ฯลฯ
- บริเวณผิวน้า (limnetic zone)
- บริเวณน้าชั้นล่าง (profundal zone) ต่ากว่า
ระดับผิวน้า จนถึง พื้นท้องน้า (benthic zone)
แต่ละบริเวณประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตใด ?
ระบบนิเวศน้าไหล
 แบ่งได้ 2 บริเวณ คือ บริเวณแอ่งน้า (pool zone) และ
บริเวณน้าไหลเชี่ยว (rapid zone)
บริเวณแอ่งน้า
บริเวณน้าไหลเชี่ยว
ระบบนิเวศแหล่งน้ากร่อย
 เป็ นบริเวณที่น้าจืด และน้าเค็ม มาบรรจบกัน มักพบตาม
บริเวณปากแม่น้า ปากอ่าว และช่องแคบ เป็นบริเวณที่มี
ความอุดมสมบูรณ์ มี แร่ธาตุอาหารสูง มักพบสัตว์น้าที่เป็น
อาหารของมนุษย์ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา และเป็นแหล่งอนุบาล
สัตว์น้า (เป็นที่อยู่ของลูกปลา ลูกกุ้ง ฯลฯ) พืชที่พบบริเวณนี้
ได้แก่ ต้นโกงกาง ต้อนแสม เป็นต้น
ระบบนิเวศน้าเค็ม (Marine)
 แบ่งได้ 2 บริเวณใหญ่ คือ
บริเวณชายฝั่ง (coastal zone)
บริเวณทะเลเปิ ด (open sea zone)
ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่ห่างออกจากชายฝั่ง แบ่งออกเป็นเขตต่างๆ
3 เขต คือ
- เขตที่แสงส่องถึง
- เขตที่มีแสงน้อย
- เขตที่ไม่มีแสง
ทะเลเปิ ด
แสงส่องถึง
เขตที่มีแสงน้อย
ไม่มีแสง
0-200 m
200-1,500 m
1,500-15,000 m
หาดทราย
 กระแสน้าขึ้นลงเป็นปัจจัยหนึ่งทาให้ความชื้น อุณหภูมิของ
หาดทรายแตกต่างกัน
กระแสน้าขึ้นน้าลง สิ่งมีชีวิตที่อาศัยหาดทราย
หาดหิน
 อุณหภูมิ แสง และความชื้น มีการเปลี่ยนแปลงเกิดน้าขึ้นน้าลง
 ปู ปลิง ทะเล เพรียงหิน หอยนางรม ลิ่นทะเล
แนวปะการัง (coral reefs)
ระบบนิเวศบนบก (Terrestrial ecosystem)
 ระบบนิเวศบนบกที่มีขนาดใหญ่ คือ ป่าไม้
ป่าไม้ในประเทศไทย แบ่งได้ 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
ป่ าไม่ผลัดใบ (Evergreen forest)
ป่ าผลัดใบ (Deciduous forest)
ป่ าไม่ผลัดใบ
ได้แก่
- ป่ าดิบชื้น
- ป่ าดิบแล้ง
- ป่ าดิบเขา
- ป่ าสนเขา
- ป่ าชายเลน
- ป่ าพรุ
ป่ าผลัดใบ
ได้แก่
- ป่าเบญจพรรณ
- ป่าเต็งรัง หรือ ป่าแดง
1. ป่ าไม่ผลัดใบ (evergreen forest)

ป่ าดิบชื้น (tropical rain forest หรือ tropical
evergreen forest)
 ลักษณะ : ฝนตกชุก อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง เขียวตลอดปี
พืชมีความสูงแตกต่างกัน
 แหล่งที่พบ : ภาคใต้ ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก
 พืช : ไม้ต้น 25-40 เมตร เช่น ไม้ยาง ตะเคียน ไม้สะ
ยา
ไม้กลาง เช่น 10-20 เช่น ตีนเป็นแดง จิกเขา
ไม้พื้นล่าง ไม่เกิน 7 เมตร เช่น ไม้พุ่ม ปาล์ม ไผ่
หวาย และเถาวัลย์
ป่าดิบชื้น >>> อุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี
 ลักษณะ : ป่ าโปร่ง แห้งแล้งอย่างน้อย 3-4 เดือน
 แหล่งที่พบ : ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ
 พืช : พืชเด่น เช่น ยางแดง มะค่าโมง เคี่ยม
หลุมพอ กะบาก ตะเคียนหิน
พืชรอง เช่น พลอง กระเบาเล็ก
ป่ าดิบแล้ง >>> อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
ป่ าดิบแล้ง (dry evergreen forest)
 ลักษณะ : ป่ าใน พ.ท.สูง ระดับน้าทะเล 1,000 เมตร
ขึ้นไป
 แหล่งที่พบ : เทือกเขาสูงภาคเหนือ ป่ าต้นน้า
 พืช : ไม้วงศ์ก่อ นางพญาเสือโคร่ง อบเชย
มะขามป้ อมแดง สนเขา จาปีป่ า
ไม้พื้นล่าง เช่น กุหลาบป่ า กล้วยไม้ดิน
ป่ าดิบเขา >>> อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
จ.เชียงใหม่
ป่ าดิบเขา (hill evergreen forest หรือ mountain
forest)
 ลักษณะ : ต้นไม้มีใบเรียวเล็ก
 แหล่งที่พบ : ภูเขาสูงภาคเหนือ ภาคกลาง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 พืช : สนสองใบ สนสามใบ ไม้พุ่ม ไม้ล้มลุก
 สัตว์ : แมวป่ า หมาป่ า ชะมด อีเห็น และสัตว์
กินเมล็ดสนได้แก่ กระรอก และนก
ป่ าสน >>> อุทยานแห่งชาติแสลงหลวง
จ.พิษณุโลก
ป่ าสน (coniferous forest)
 ลักษณะ : ขึ้นตามแนวทะเล ปากแม่น้า น้ากร่อย มี
ความหลากหลายทางชีวภาพสูง
 แหล่งที่พบ : ชายฝั่งทะเล อ่าวไทย ชายฝั่งอันดามัน
 พืช : โกงกาง แสม ลาพู ตะบูน เป็นต้น
 สัตว์ : แหล่งอาหาร วางไข่ อนุบาลตัวอ่อน
เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา
ป่ าชายเลน >>> อ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี
ป่ าชายเลน (mangrove forest)
 ลักษณะ : ที่ลุ่ม น้าขังตลอดปี ดินอินทรีย์ พรุ น้ามี
ความเป็นกรดสูง ป่ าแน่นทึบ
 แหล่งที่พบ : ภาคใต้ เช่น พรุโต๊ะแดง
 พืช : หวาย ปากแดง หลุมพี ฯลฯ
 สัตว์ : แหล่งอาหาร วางไข่ อนุบาลตัวอ่อน
เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา
ป่ าพรุ >>> พรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส
ป่ าพรุ(peat swamp forest)
2. ป่ าผลัดใบ (deciduous forest)

ป่ าเบญจพรรณ (mixed deciduous forest)
 ลักษณะ : ป่ าโปร่ง ต้นไม้ขนาดใหญ่และขนาดกลาง
ดินร่วนปนทราย
 แหล่งที่พบ : ทุกภาคในประเทศไทย ยกเว้น ภาคใต้
 พืช : พันธุ์ไม้หลักสาคัญ มี 5 ชนิด ได้แก่
สัก มะค่า แดง ประดู่ และชิงชัน
ป่ าเบญจพรรณ >>> เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ าห้วยขาแข้ง
จ.อุทัยธานี
ป่ าเต็งรัง ป่ าแดง และป่ าแพะ
(dry dipterocarp forest)
 ลักษณะ : ป่ าโปร่ง ต้นไม้ขนาดใหญ่
 แหล่งที่พบ : พื้นที่แห้งแล้งของทุกภาค โดยเฉพาะ....ภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ ยกเว้น ภาคใต้ และ
ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี และตราด
 พืช : เต็ง รัง ไผ่เพ็ก พะยอม เหียง พลวง
ประดู่แดง มะขามป้ อม
ป่ าเต็งรัง ป่ าแดง ป่ าแพะ >>> สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช
จ.นครราชสีมา
สวัสดี

ความหลากหลายทางระบบนิเวศ

  • 1.
    รายวิชา ชีววิทยา 5(30245) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
  • 2.
    สารบัญ บทที่ 1 ความหลากหลายของระบบนิเวศ บทที่2 ดุลยภาพของสิ่งมีชีวิต บทที่ 3 ความหลากหลายทางชีวภาพ
  • 3.
  • 4.
    Organ อวัยวะ ,Organism สิ่งมีชีวิต  สิ่งมีชีวิต คือ สิ่งที่สามารถ แพร่พันธุ์ ขยายพันธุ์ให้ลูกและ หลานรุ่นต่อๆไปได้
  • 5.
    Population ประชากร  ประชากรคือ สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันมาอยู่ร่วมกัน ในแหล่ง ที่อยู่อาศัยเดียวกัน
  • 6.
    Community กลุ่มสิ่งมีชีวิต  กลุ่มสิ่งมีชีวิตคือ สิ่งมีชีวิต หลายชนิดมาอยู่รวม ในที่อยู่อาศัย บริเวณเดียวกัน
  • 7.
    ระบบนิเวศ Ecosystem คือ ระบบนิเวศ คือ บริเวณที่ประกอบด้วยปัจจัยทางชีวภาพ (ได้แก่ กลุ่มสิ่งมีชีวิต) และปัจจัยทางกายภาพที่เอื้อต่อการ ดารงชีวิต (ได้แก่ อุณหภูมิ แสงสว่าง หรือสภาพ ภูมิอากาศที่เหมาะสม) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีความสัมพันธ์กัน เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน , ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน หรือ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต นอกจากนี้ ภายในระบบนิเวศยังต้องมีการถ่ายทอดพลังงาน และมีการ หมุนเวียนของสารภายในระบบนิเวศ
  • 8.
    ระบบนิเวศ Ecosystem  ประกอบด้วย 1.ปัจจัยทางชีวภาพ ได้แก่ กลุ่มสิ่งมีชีวิต 2. ปัจจัยทางกายภาพ ได้แก่ อุณหภูมิ แสงสว่าง ดิน อากาศ ค่าความเป็ นกรด-เบสฯลฯ 3. ความสัมพันธ์ภายในระบบนิเวศ 4. การถ่ายทอดพลังงาน 5. การหมุนเวียนของสาร
  • 9.
     ระบบนิเวศ ในโลกมีหลายระบบ ทั้งระบบนิเวศในน้าบนบก แต่ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศใด ก็ตาม รวมกันเป็น โลกของสิ่งมีชีวิต หรือ ไบโอสเฟี ยร์ (Biosphere)
  • 10.
    1. Biomes ไบโอมหรือ ชีวนิเวศ  ระบบนิเวศ ที่มีความคล้ายคลึงกันขององค์ประกอบทาง กายภาพ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และความคล้ายคลึงกันของ ปัจจัยทางชีวภาพ คือ ชนิดของพืชและสัตว์ที่มีความ คล้ายคลึงกัน เรียก ระบบนิเวศที่มีความคล้ายคลึงกันทั้ง ปัจจัยทางกายภาพและชีวภาพว่า ไบโอม(Biomes) หรือ ชีวนิเวศ
  • 11.
    ประเภทของไบโอม (Biomes)  ไบโอมบนบกแบ่งเป็น - ไบโอมป่าดิบชื้น - ไบโอมป่าผลัดใบในเขต อบอุ่น - ไบโอมป่าสน - ไบโอมทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น - ไบโอมสะวันนา - ไบโอมทะเลทราย - ไบโอมทรุนดรา  ไบโอมในน้า แบ่งเป็น - ไบโอมแหล่งน้าจืด - ไบโอมแหล่งน้าเค็ม
  • 12.
  • 13.
    Ecosystem ระบบนิเวศ คือ บริเวณที่ประกอบด้วยปัจจัยทางชีวภาพ และ  ปัจจัยทางกายภาพ ที่เอื้อต่อการดารงชีวิต และ สิ่งเหล่านี้มีความสัมพันธ์กัน - ปัจจัยทางกายภาพ ได้แก่ แสง อุณหภูมิ ดิน อากาศ ฯลฯ - ปัจจัยทางชีวภาพ ได้แก่ กลุ่มสิ่งมีชีวิต *** โดยกลุ่มสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้
  • 14.
    บทบาทของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ แบ่งได้ 3 พวกคือ  ผู้ผลิต (Producer)  ผู้บริโภค (Consumer)  ผู้ย่อยสลาย (Decomposer)
  • 15.
    ผู้ผลิต (producer) • คือสิ่งมีชีวิต ที่สามารถสร้างอาหาร เองได้ ด้วยกระบวนการ สังเคราะห์แสง (Photosynthesis) เช่น พืช สาหร่าย แพงตอน พืช เป็ นต้น
  • 16.
    ผู้บริโภค (consumer) คือ สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ ส่วนมากคือสัตว์ ที่กินสิ่งมีชีวิตอื่นเป็ นอาหาร แบ่งได้ 4 ประเภท คือ 1. ผู้บริโภคพืช (Herbivore) 2. ผู้บริโภคสัตว์ (Carnivore) 3. ผู้บริโภคทั้งพืชและสัตว์ (Omnivore) 4. ผู้บริโภคซากพืชซากสัตว์ (Scaventure)
  • 17.
    ผู้บริโภคพืช (Herbivore) • ผู้บริโภคพืช คือสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหาร เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย กวาง กระต่าย ปลาตะเพียน ปลานิล ฯลฯ
  • 18.
    ผู้บริโภคสัตว์ (Carnivore) • คือสัตว์ที่กินสัตว์เป็นอาหาร เช่น สิงโต เสือ ไฮยีน่า(หมาไน) ฯลฯ
  • 19.
    ผู้บริโภคพืชและสัตว์ (Omnivore) • คือสัตว์ที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์ เช่น คน สุนัข ไก่ เป็ด ลิง
  • 20.
    ผู้ย่อยสลาย (Decomposer) • หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหารเองไม่ได้ ได้รับอาหารจากการ ปล่อยเอนไซม์ ออกมาย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตต่างๆ แล้วดูดซึมเข้า สู่ร่างกาย เช่น แบคทีเรีย เห็ด รา
  • 21.
  • 22.
    ระบบนิเวศในน้า (Aquatic ecosystem)  แบ่งเป็น2 ระบบ คือ ระบบนิเวศน้าจืด (Freshwater) ระบบนิเวศน้าเค็ม (marine)
  • 23.
    ระบบนิเวศน้าจืด แบ่งเป็น 2 ชนิดโดยทั่วไปมีเกลือน้อยกว่าร้อยละ 0.1 หรือ น้อย กว่า 1 %๐ ระบบนิเวศน้านิ่ง ระบบนิเวศน้าไหล
  • 24.
    ระบบนิเวศน้านิ่ง  ระบบนิเวศน้านิ่ง แบ่งได้3 บริเวณ คือ - บริเวณชายฝั่ง (littoral zone) เช่น พืชน้ารากหยั่ง ลึก , พืชลอยน้า ฯลฯ - บริเวณผิวน้า (limnetic zone) - บริเวณน้าชั้นล่าง (profundal zone) ต่ากว่า ระดับผิวน้า จนถึง พื้นท้องน้า (benthic zone) แต่ละบริเวณประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตใด ?
  • 25.
    ระบบนิเวศน้าไหล  แบ่งได้ 2บริเวณ คือ บริเวณแอ่งน้า (pool zone) และ บริเวณน้าไหลเชี่ยว (rapid zone) บริเวณแอ่งน้า บริเวณน้าไหลเชี่ยว
  • 26.
    ระบบนิเวศแหล่งน้ากร่อย  เป็ นบริเวณที่น้าจืดและน้าเค็ม มาบรรจบกัน มักพบตาม บริเวณปากแม่น้า ปากอ่าว และช่องแคบ เป็นบริเวณที่มี ความอุดมสมบูรณ์ มี แร่ธาตุอาหารสูง มักพบสัตว์น้าที่เป็น อาหารของมนุษย์ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา และเป็นแหล่งอนุบาล สัตว์น้า (เป็นที่อยู่ของลูกปลา ลูกกุ้ง ฯลฯ) พืชที่พบบริเวณนี้ ได้แก่ ต้นโกงกาง ต้อนแสม เป็นต้น
  • 27.
    ระบบนิเวศน้าเค็ม (Marine)  แบ่งได้2 บริเวณใหญ่ คือ บริเวณชายฝั่ง (coastal zone) บริเวณทะเลเปิ ด (open sea zone) ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่ห่างออกจากชายฝั่ง แบ่งออกเป็นเขตต่างๆ 3 เขต คือ - เขตที่แสงส่องถึง - เขตที่มีแสงน้อย - เขตที่ไม่มีแสง
  • 28.
  • 29.
    หาดทราย  กระแสน้าขึ้นลงเป็นปัจจัยหนึ่งทาให้ความชื้น อุณหภูมิของ หาดทรายแตกต่างกัน กระแสน้าขึ้นน้าลงสิ่งมีชีวิตที่อาศัยหาดทราย หาดหิน  อุณหภูมิ แสง และความชื้น มีการเปลี่ยนแปลงเกิดน้าขึ้นน้าลง  ปู ปลิง ทะเล เพรียงหิน หอยนางรม ลิ่นทะเล แนวปะการัง (coral reefs)
  • 30.
    ระบบนิเวศบนบก (Terrestrial ecosystem) ระบบนิเวศบนบกที่มีขนาดใหญ่ คือ ป่าไม้ ป่าไม้ในประเทศไทย แบ่งได้ 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ป่ าไม่ผลัดใบ (Evergreen forest) ป่ าผลัดใบ (Deciduous forest)
  • 31.
    ป่ าไม่ผลัดใบ ได้แก่ - ป่าดิบชื้น - ป่ าดิบแล้ง - ป่ าดิบเขา - ป่ าสนเขา - ป่ าชายเลน - ป่ าพรุ ป่ าผลัดใบ ได้แก่ - ป่าเบญจพรรณ - ป่าเต็งรัง หรือ ป่าแดง
  • 32.
  • 33.
    ป่ าดิบชื้น (tropicalrain forest หรือ tropical evergreen forest)  ลักษณะ : ฝนตกชุก อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง เขียวตลอดปี พืชมีความสูงแตกต่างกัน  แหล่งที่พบ : ภาคใต้ ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก  พืช : ไม้ต้น 25-40 เมตร เช่น ไม้ยาง ตะเคียน ไม้สะ ยา ไม้กลาง เช่น 10-20 เช่น ตีนเป็นแดง จิกเขา ไม้พื้นล่าง ไม่เกิน 7 เมตร เช่น ไม้พุ่ม ปาล์ม ไผ่ หวาย และเถาวัลย์ ป่าดิบชื้น >>> อุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี
  • 35.
     ลักษณะ :ป่ าโปร่ง แห้งแล้งอย่างน้อย 3-4 เดือน  แหล่งที่พบ : ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ  พืช : พืชเด่น เช่น ยางแดง มะค่าโมง เคี่ยม หลุมพอ กะบาก ตะเคียนหิน พืชรอง เช่น พลอง กระเบาเล็ก ป่ าดิบแล้ง >>> อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ป่ าดิบแล้ง (dry evergreen forest)
  • 37.
     ลักษณะ :ป่ าใน พ.ท.สูง ระดับน้าทะเล 1,000 เมตร ขึ้นไป  แหล่งที่พบ : เทือกเขาสูงภาคเหนือ ป่ าต้นน้า  พืช : ไม้วงศ์ก่อ นางพญาเสือโคร่ง อบเชย มะขามป้ อมแดง สนเขา จาปีป่ า ไม้พื้นล่าง เช่น กุหลาบป่ า กล้วยไม้ดิน ป่ าดิบเขา >>> อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ป่ าดิบเขา (hill evergreen forest หรือ mountain forest)
  • 40.
     ลักษณะ :ต้นไม้มีใบเรียวเล็ก  แหล่งที่พบ : ภูเขาสูงภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  พืช : สนสองใบ สนสามใบ ไม้พุ่ม ไม้ล้มลุก  สัตว์ : แมวป่ า หมาป่ า ชะมด อีเห็น และสัตว์ กินเมล็ดสนได้แก่ กระรอก และนก ป่ าสน >>> อุทยานแห่งชาติแสลงหลวง จ.พิษณุโลก ป่ าสน (coniferous forest)
  • 42.
     ลักษณะ :ขึ้นตามแนวทะเล ปากแม่น้า น้ากร่อย มี ความหลากหลายทางชีวภาพสูง  แหล่งที่พบ : ชายฝั่งทะเล อ่าวไทย ชายฝั่งอันดามัน  พืช : โกงกาง แสม ลาพู ตะบูน เป็นต้น  สัตว์ : แหล่งอาหาร วางไข่ อนุบาลตัวอ่อน เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ป่ าชายเลน >>> อ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี ป่ าชายเลน (mangrove forest)
  • 44.
     ลักษณะ :ที่ลุ่ม น้าขังตลอดปี ดินอินทรีย์ พรุ น้ามี ความเป็นกรดสูง ป่ าแน่นทึบ  แหล่งที่พบ : ภาคใต้ เช่น พรุโต๊ะแดง  พืช : หวาย ปากแดง หลุมพี ฯลฯ  สัตว์ : แหล่งอาหาร วางไข่ อนุบาลตัวอ่อน เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ป่ าพรุ >>> พรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส ป่ าพรุ(peat swamp forest)
  • 46.
    2. ป่ าผลัดใบ(deciduous forest) 
  • 47.
    ป่ าเบญจพรรณ (mixeddeciduous forest)  ลักษณะ : ป่ าโปร่ง ต้นไม้ขนาดใหญ่และขนาดกลาง ดินร่วนปนทราย  แหล่งที่พบ : ทุกภาคในประเทศไทย ยกเว้น ภาคใต้  พืช : พันธุ์ไม้หลักสาคัญ มี 5 ชนิด ได้แก่ สัก มะค่า แดง ประดู่ และชิงชัน ป่ าเบญจพรรณ >>> เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี
  • 51.
    ป่ าเต็งรัง ป่าแดง และป่ าแพะ (dry dipterocarp forest)  ลักษณะ : ป่ าโปร่ง ต้นไม้ขนาดใหญ่  แหล่งที่พบ : พื้นที่แห้งแล้งของทุกภาค โดยเฉพาะ....ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ยกเว้น ภาคใต้ และ ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี และตราด  พืช : เต็ง รัง ไผ่เพ็ก พะยอม เหียง พลวง ประดู่แดง มะขามป้ อม ป่ าเต็งรัง ป่ าแดง ป่ าแพะ >>> สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จ.นครราชสีมา
  • 55.