การตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ของพืช C4
ครูนุชนารถ ด้วงสงค์
- พืชตรึง CO2 ได้สารประกอบตัวชนิดแรกคือ PGA สาร C3
จึงเรียกพืชที่มีกระบวนการเช่นนี้ว่า พืช C3
- พืชที่สามารถตรึง CO2 ได้สารประกอบตัวชนิดแรกคือ OAA
สาร C4 จึงเรียกพืชที่มีกระบวนการเช่นนี้ว่า พืช C4
พบ C4 ส่วนใหญ่พืชที่มีดอก และใบเลี้ยงเดี่ยว
เช่น ข้าวโพด, อ้อย,ข้าวฟ่าง, บาร์เลย์,บานไม่รู้โรย,
หญ้าแพรก,หญ้าแห้วหมู,ผักโขมจีน
ไม่พบ C4 ในพวกเมล็ดเปลือย: สนสองใบ สามใบ
แป๊ะก๊วย มอส ลิเวอร์เวิร์ต ฮอนเวิร์ต
และสาหร่ายทุกชนิด
โครงสร้างของใบที่จาเป็นต่อการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์
โครงสร้างของใบในพืช C3
• พบคลอโรพลาสต์มากในเซลล์มีโซฟิลล์
• พืช C3 มีปริมาณร้อยละ 85 ของพืชทุกชนิด
• ส่วนใหญ่มีถิ่นกาเนิดในเขตอบอุ่น
โครงสร้างของใบในพืช C4
• พบคลอโรพลาสต์ในเซลล์บันเดิลชีท
• มีถิ่นกาเนิดในเขตร้อนหรือกึ่งร้อน
• มีประมาณ 1,500 สปีชีส์
• ตัวอย่าง ข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย
หญ้าแพรก หญ้าแห้งหมู ผักโขมจีน
และบานไม่รู้โรย
C4 plant leaf
Oxaloacetic
acid
พลาสโมเดสมาตา
พลาสโมเดสมาตาปล่อย CO2 ให้
วัฏจักรคาร์บอนของพืช C4
HHHCO-3
AMP+2Pi
- มีการตรึง CO2 2 ครั้ง
1. mesophyll
2. bundle sheath cell
- เกิด OAA ตัวแรกของ ปฏิกิริยา
- โดยใช้เอนไซม์ PEP carboxylase
C4 plant
ข้อเปรียบเทียบ พืช C3 พืช C4
1. ตาแหน่งของแพลิเซดเซลล์ มักเรียงแถวเดียวอยู่ใต้ชั้นเอพิ
เดอร์มิสด้านบนของใบ
อยู่ล้อมรอบมัดท่อลาเลียง
2. บันเดิลชีท อาจมีหรือไม่มี มี
3. คลอโรพลาสต์ในบันเดิลชีทเซลล์ ไม่มี มี
4. จานวนครั้งของการตรึง CO2 1 ครั้ง 2 ครั้ง
5. สารที่ใช้ตรึง CO2 RuBP PEP (ครั้งแรก), RuBP
(ครั้งที่ 2)
6. ตาแหน่งที่มีการตรึง CO2 มีโซฟิลล์เซลล์ มีโซฟิลล์เซลล์(ครั้งแรก)
บันเดิลชีทเซลล์(ครั้งที่
สอง)
7. สารโมเลกุลแรกที่ได้จากการตรึง CO2 PGA (สาร 3 C) OAA (สาร 4 C)
ข้อแตกต่างระหว่าง พืช C3 และ พืช C4
ข้อเปรียบเทียบ พืช C3 พืช C4
8. เอนไซม์ที่ใช้ตรึง CO2 RuBP Carboxylase oxygenase
(Rubiso)
PEP carboxylase (ครั้งแรก)
Rubisco (ครั้งที่สอง)
9. การเกิดโฟโตเรชัน เกิด เกิดน้อยมาก
10. ชนิดของพืช พืชใบเลี้ยงคู่และ
พืชใบเลี้ยงเดี่ยวทั่วไป
พืชใบเลี้ยงเดี่ยวในเขตร้อน เช่น
ข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย หญ้า
แพรกและพืชใบเลี้ยงคู่บางชนิด
เช่น ผักโขมจีน บานไม่รู้โรย
11. ใช้น้าในการตรึง CO2 ใช้น้ามากต่อการตรึง CO2
1 โมเลกุล
ใช้น้าน้อยต่อการตรึง CO2
1 โมเลกุล
12. ประสิทธิภาพการใช้น้า ต่า สูง

C4