Created	
  by	
  KrupumBio	
   	
  
	
  
	
  	
   	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
ไมมีเยื่อหุมเซลล = ไรไซเซน
1. Ribosome พบทั้ง pro และ Eukaryote มีหนวยใหญ + หนวยเล็ก
พบที่ nucler membrane, RER, Cytosol
(ผลิตใชภายในเซลล), mitochondria, chloroplast
2. Cytoskeleton = โครงสรางค้ําจุน
microtubule - โปรตีน tubulin
intermediate filament = keratin = ผม ขน เขา เล็บ
microfilament เสนใย actin, cytoplasm, ชวยแบงเซลล
cytokinesis ในสัตว
3. Centriole = 9+2 พบเฉพาะในสัตว
เยื่อหุมเซลล 1 ชั้น
1. ER RER สรางโปตีน พบมากที่หลั่งเอ็นไซม
SER สรางไขมัน พบมากที่ตับ, กําจัดสารพิษ,
กระตุนการทํางานของกลามเนื้อ
2. Golgi body = สงสาร(glycoprotein, glycolipid) โดยวิธี Exocytosisvesicle
3.Lysosome = พบในสัตวเทานั้น
ยอยอาหาร. ยอยเชื้อโรค (เม็ดเลือดขาว) ยอยเซลลตัวเอง
4. Vacuole = contractile vacuole รักษาสมดุลของน้ํา พบในเซลล
อะมีบา พารามีเซียม
food vacuole พบใน เซลลเม็ดเลือดขาวและสิ่งมีชีวิตเซลลเดียว
sap vacuole พบในเซลลพืช ตอนอายุนอย ๆ ตอนใหญเปน
central vacuole )มีหนาที่สะสมสาร เชน สารสี ไอออน น้ําตาล
สารพิษ (พบเฉพาะในพืช)
เยื่อหุมเซลล 2 ชั้น
1. Nucleus
2. Mitochondria สรางสารใหพลังงานสูง คือ ATP
โดยแยกเปน 2 สวน คือ
- เยื่อหุมดานนอก สรางสารประกอบฟอสโฟลิปด
- เยื่อหุมดานใน สังเคราะห ATP
ในเมทริกซมีของเหลวเกี่ยวของวัฏจักรเครปส (Krebs cycle)
มี DNA, RNA, เอนไซม และไรโบโซม ทําหนาที่สังเคราะหโปรตีนขึ้น
3. Chloroplast
คลอโรฟลล (chlorophyll) เม็ดสีเขียว
ลิวโคพลาสต (leucoplast) ทําหนาที่ เปนแหลงเก็บสะสมโปรตีน
หรือเก็บสะสมแปง
โครโมพลาส (chromoplast) สารสีตางๆ
Cell	
   Schwann and Schleiden ทฤษฎีเซลล
“สิ่งมีชีวิตทั้งหลายประกอบดวยเซลลและผลิตภัณฑ
ของเซลล”
สวนที่หอหุมเซลล
glycocalyx
เซลลสัตว
Cell wall
พืช = เซลลลูโลส ลิกนิน เพคติน
ใหความแข็งแรง
ซูเบอริน + คิวติน
ปองกันน้ําระเหย
รา = ไคติน
ไดอะตอม = ซิลิกา
แบคทีเรีย = peptidoglycan
Cell Coat Cell membrane
Semipermeable membrane
“เยื่อเลือกผาน
Protoplasm
ภาพจาก : http://hyperphysics.phy-astr.gsu.edu/hbase/biology/celmem.html
Nucleus Cytoplasm
Nuclear membrane Nucleoplasm
ไมมี
Prokayotic cell
DNA ไมมี histone
Ribosome 70S
มี
Eukaryotic cell
Nucleolus
สังเคราะห
ribosome
Protien + RNA
Chromatin fiber
Protien+DNA
เมื่อแบงเซลลรางแห
โครมาตินหดตัวเปน
โครโมโซม
Cytosol Organelle
2	
   [CREATED	
  BY	
  KRUPUMBIO]	
  
	
  
	
  	
   	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
Archaeabacteria Eubacteria
ผนังเซลลไมเปน peptidoglycan
พวก Euryarchaeota
สรางกาซมีเทนและชอบเค็มจัด
Crenachaeota
ชอบอุณหภูมิสูงจัด
และชอบกรดจัด
Gam Positive Gram Negative
Stepto(myces แบคทีเรียผลิต steptomycin)
Lacto(bacillus ไวทํานมเปรี้ยว โยเกิรต ผักดอง)
Myco(plasma เซลลมีขนาดเล็กที่สุด บางชนิดกอให
เกิดโรคปอดบวม) Bacillus (บางชนิดสราง endospore
กอโรคแอนแทรกซ)
Positive = Stepto Lacto Myo Bacillus
Proteobacteria เชน Rhizobium
Chlamydias เชน หนองใน โกโนเรีย
Spirochetes โรคซิฟลิส ฉี่หนู
Cynobacteria สาหรายสีเขียวแกมน้ําเงิน (Nostoc
Oscillatoria Anabaena Spirulina Microcystis
(ทําใหน้ําเสีย))
	
  
	
  
Monera	
  
ไมมีเยื่อหุมนิวเคลียส
มีคลอโรฟลลแตไมมีคลอโรพลาส
เปนผูยอยสลาย (Decomposer)
สวนที่หอหุมเซลล Protoplasm
Nucleus Cytoplasm
Nuclear membrane plasmid
ไมมี
Prokayotic cell
DNA ไมมี histone
Ribosome 70S
Cytosol Organelle
Created	
  by	
  KrupumBio	
   	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
ไมมีเยื่อหุมเซลล = ไรไซเซน
1. Ribosome 70S
2. Cytoskeleton = โครงสรางค้ําจุน
microtubule - โปรตีน tubulin มี Flagellum
ในการเคลื่อนที่
intermediate filament = keratin = ผม ขน เขา เล็บ
microfilament เสนใย actin, cytoplasm, ชวยแบงเซลล
cytokinesis ในสัตว
ตัวอยางสิ่งมีชีวิต
1. Division Cyanophyta หรือสาหรายสีเขียวแกมน้ําเงิน (Blue green algae) เปนแบคทีเรียที่สามารถสังเคราะหอาหารดวยแสงไดจึงถูกจัดเปนพวก
Photoautotrophs(แตรงควัตถุของ Cyanobacteria จะกระจายไปใน cytoplasm ไมไดอยูรวมกันใน Plastid อยาง Chloroplast มีแตคลอโรฟลล เอ แคโรทีน
(Carotine) แซนโทฟลล (Xanthophyll) ไฟโคอิริทริน (Phycoerythirin) ซึ่งเปน สารสีแดง ไฟโคไซยานิน (Phycocyanin)
ซึ่งเปนสารสีน้ําเงินจึงทําใหสาหรายชนิดนี้เปนสีเขียวปนน้ําเงิน )	
  เชน“ไลเคนส (Lichens)”	
  Cyanobacteria ไมมี flagella จึงไมสามารถเคลื่อนที่ดวยตนเอง
รูปรางอาจเปนเซลลเดี่ยว เซลลกลุม เชน ครูโอคอคคัส (Chroococcus) แอนาซีสทีส (Anacystis)
เซลลเปนสายเชน นอสตอก (Nostoc) ออสซิลลาทอเรีย (Oscillatoria) แอนาบีนา (Anabaena) สไปรูไลนา (Spirulina)
การสืบพันธุมีเฉพาะการสืบพันธุแบบไมอาศัยเพศเทานั้นไดแก การแบงตัว (Binary fission) การหักหรือขาดเปนสาย (fragmentation )
นอกจากมีบทบาทสําคัญในการเปนผูผลิตใหกับระบบนิเวศ Cyanobacteria ยังมีบทบาทสําคัญในวัฏจักรไนโตรเจนอีกดวย เนื่องจาก Cyanobacteria เชน
Nostoc Anabaena และ Osillatoria สามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศได การเลี้ยงแหนแดงในนาขาว (Anabaena ที่อยูในแหนแดงจะชวย
ตรึงไนโตรเจน) การผลิตโปรตีนจาก Spirulina เพื่อใชเปนอาหารเสริม
2. Division Schizophyta สามารถแบงไดเปน 3 ประเภทใหญ ๆ คือ รูปรางกลม (coccus) รูปรางแบบแทงยาว (bacillus) และรูปรางแบบเกลียว (spirillum)
แบคทีเรียบางชนิดมีโครงสรางชวยในการเคลื่อนที่เรียกวา Flagella สารพันธุกรรมที่อยูใน cytoplasm นี้จะติดอยูกับที่โดยยึดกับโครงสรางที่เรียกวา Mesosome
(โครงสรางที่เกิดจากการยื่นและพับทบของเยื่อหุมเซลล เมื่อจะมีการแบงเซลล) ลักษณะคลายกับ Cristae ใน Mitochondria
- Plasmid หรือ Extrachromosomal DNA ที่ชวยเพิ่มลักษณะพิเศษใหกับแบคทีเรีย เชน การดื้อยา การสรางสารพิษ
- การสืบพันธุของแบคทีเรียจะเปนแบบ Transverse binary fission ซึ่งเปนการสืบพันธุแบบไมอาศัยเพศ หรือผานโครงสรางพิเศษที่เรียกวา Sex pilli
กระบวนการสืบพันธุแบบอาศัยเพศนี้เรียกวา Conjugation
- การสราง Spore ที่เรียกวา Endospore ในภาวะที่ไมเหมาะสมตอการเจริญเติบโต
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
4	
   [CREATED	
  BY	
  KRUPUMBIO]	
  
	
  
	
  
	
  
	
  	
   	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
Protista	
   มีทั้งเซลลเดียวและหลายเซลล (กลุม=colony )
Eukaryote คลายสัตว (Protozoa) คลายพืช (สาหราย)
คลายฟงใจ (ราเมือก)
Protozoa ราเมือก
ตางจากฟงไจ ตรงที่กินแบบ
phagocytosis และเคลื่อนที่ได
สาหราย
1. Diplomanadida เปน Eukaryote ไมมี organelle มี 2
นิวเคลีส มี flagellum หลายอัน เชน Giardia
เปนปรสิตในลําไสคน
1. Plasmodial slime mold หลายนิวเคลีส
2. Parabasala เปน Eukaryote ไมมี organelle มี 2 นิวเคลีส
มี flagellum หลายอัน เชน Trichonympha อยูในลําไสปลวก
Trichomonas ทําใหติดเชื้อที่ชองคลอด
3. Euglenozoa มี flagellum เชน ยูกลีนา มีคลอโรพลาสต,
Trypanosoma พาหะโรคเหงาหลับ
4. Alveolata มี alveoli
4.1 Dinoflagellate มี 2 Flagellum ทําใหเกิดปรากฏการณ
rea tide หรือขี้ปลาวาฬ
4.2 Apicomplexa เปนปรสิตมีorganelle ไวแทงโฮส เชน
plasmodium กอโรคมาลาเรีย
4.3 Ciliate ใช cilia ในการเคลื่อนที่ เชน Paramecium,
Vorticella, Stentor
5. Rhizopoda เคลื่อนที่ดวยเทาเทียม Amoeba, Entomoeba
ทําใหเกิดโรคเหงาหลับ
1. Strmenopila สาหรายที่มีเซลลสืบพันธุมี 2 Flagellum
1.1 สาหรายสีน้ําตาล มีสาร align เปนสาหรายที่มีโครงสราง
ซับซอนที่สุด เชน Sargassum สาหราทุน มีไอโอดีนสูง Kelp
สาหรายขนาดใหญ
1.2 Diatom สาหรายเซลลเดียว มีสารซิลิกา เมื่อตายสะสมเปน
แรธาตุและน้ํามัน (diatomaceous earth)
2. Rhodophyta สาหรายสีแดง ไมพบ flagellum มี
carrageenan สกัดมาทําวุนได เชน Porphyra (จีฉาย,โนริ)
Gracillaria (สาหรายผมนาง)
3. Chlorophyta สาหรายสีเขียว Ch;orella, Spirogyra Chara
(สาหรายไฟ ใกลเคียงพืชมากที่สุด)
2. Cellular slime mold เซลลเดี่ยวอยูอิสระ มี 1
นิวเคลีส
Created	
  by	
  KrupumBio	
   	
  
	
  
	
  
	
  	
   	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
Fungi	
  
1. ไฟลัมไซโกไมโคตา
(Phylum Zygomycota)
4. ไฟลัมดิวเทดโรไมโคตา
(Phylum Deuteromycota)
2. ไฟลัมแอสโคไมโคตา
(Phylum Ascomycota
เห็ด(mushroom) รา (mold) ยีตส (yeast)
3. ไฟลัมเบสิดิโอไมโคตา
(Phylum Basidiomycota)
ไฟลัมนี้มีสมาชิกเพียง class เดียว คือ
Chytridiomycetes มีชื่อสามัญเรียก
chytrids จัดเปนสมาชิกกลุมเดียวของ
อาณาจักรฟงไจที่มีเซลลที่เคลื่อนที่ได
(zoospores และ gametes)
แตละเซลลจะมี flagellum
ราดํา(rhizopus) ที่ขึ้นอยูกับขนมปง
hypha ไมมีผนังกั้น สราง sexual
spore เรียกวา zygospore
มีจํานวนมากที่สุด เชน ยีสต(หมักไวน
เหลา ขนมปงฟู) โมเรล ทรัฟเฟล
ราแดง (ใชทําขาวแดงกับเตาหู)
hypha มีผนังกั้น สรางsexual spore
ในถุงเรียกวา ascus โดยยีสตจะเปน
unicellular และไมมี hypha สืบพันธุ
โดยแตกหนอ(ไมเพศ)และmeiosis
(เพศ)
เห็ดราตางๆ ราสนิม ราเขมาดํา รา
mycorrhiza ที่อยูกับรากสน hypha
มีผนังกั้น สราง sexual spore เรียก
bisidiospore ในfruiting body
ขนาดใหญ
6	
   [CREATED	
  BY	
  KRUPUMBIO]	
  
	
  
	
  
	
  
	
  	
   	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
พืช
1. ไมมีเนื้อเยื่อลําเลียง
- ระยะ gametophyte เดนกวาและเปนอิสระ
- sporophyte ตองอาศัยอยูบน gametophyte ตลอดชีวิต
- ไมมีรากที่แทจริง แตมีรากเทียม (rhizoid)
- ใบและลําตนไมแทจริง เรียกวา thallus
2. มีเนื้อเยื่อลําเลียง
- มี sporophyte เดนกวาและอาจเปนอิสระหรอขึ้นกับ gametophyte ก็ได
- มีรากฝอย ยกเวน หวายทะนอย มีรากเทียม
- Gymnosperm กับพืชใบเลี้ยงคูเปนรากแกว
มีเนื้อเยื่อและเอมบริโอ
sporangium = อับสรางสปอร ในมอสเรียก
capsule
sporophyll = ใบที่ทําหนาที่สรางสปอร เพราะมี
เพราะมี sporangium อยู
cone = sporophyll ที่อัดกันแนน
แข็งและมีขนาดใหญ พบใน
gymnosperm
strobilus = sporophyll ที่อัดแนน พบใน
lycophyte และหญาถอดปลอง
sorus = กลุม sporangium ของเฟน
gametangium = อับสรางเซลลสืบพันธุ(gamete)
ในพืชชั้นต่ํา แบงเปน
archaegonium สราง female
gamete และ antheridium
สราง male gamete
Created	
  by	
  KrupumBio	
   	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
พืช
1. ไมมีเนื้อเยื่อลําเลียง 2. มีเนื้อเยื่อลําเลียง
1. Hepatophyta =
2. Anthocerophyta = ฮอรนเวิรด
3. Bryophyta = มอส เชน ขาวตอกฤาษี
ไมมีเมล็ด มีเมล็ด
1. Lycophyta สรางสปอรใน strobilus มี 3 กลุม คือ
A. Lycopodium เชน สนหางสิงห, สรอยสุกรม, สามรอยยอด,
ชองนางคลี่
B. Selaginella เชนตีนตุกแก สราง heterospore
C. Isoetes กระเทียมน้ํา สราง heterospore
1. Pterophyta มี 3 กลุม คือ
A. Psilotum หวายทะนอย แตกกิ่งทีละ 2 ลําตนเหลี่ยมสีเขียว
B. Eqisetum หญาถอดปลอง ลําตนสีเขียวกลวง มีซิกาทําใหซาก
ใบเล็กๆเรียงรอบขอ มีลําตนใตดินเรียก rhizome มี strobilus
ชัดเจน
C. เฟน มี sorus และใบออนมวนเปนรูปลานนาฬิกา Circinate
vernation มวนจากปลายใบเขามา สวนใหญสราง homospore
ขางหลวงหลังลาย กระแตไตไม ชายผาสีดา ผักกูด กูดเกี๊ยะ
ยานลิเภายกเวน พวกเฟรนน้ํา เชน จอกหูหนู แหนแดง ผักแวน
ลานนาฬิกา
8	
   [CREATED	
  BY	
  KRUPUMBIO]	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
เมล็ดเปลือย
พืชเหลานี้ไมมีดอก แตมีเมล็ดแบบ Nake seedเนื่องจาก ovule ไมมีรังไขหอหุม มี Heterospore สราง Strobilus หรือ Cone แบบแยกเพศ Cone เพศผู
เรียกวา Staminate cone สวน Cone เพศเมียเรียกวา Pistillate cone การปฏิสนธิจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวใน Xylem มีเทรคีต ไมมีเวสเซล
เมล็ดมี ovary หอหุม
Cycadophyta Ginkgophyta Coniferophyta Gnetophyta Anthophyta
ปรงตางๆ แปะกวย สน มะเมื่อย พืชดอก
ไขน้ํา
	
  
ลําตนของพืชใบเลี้ยงคูและใบเลี้ยงเดี่ยว 	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  	
  ลําตนของพืชใบเลี้ยงคูและใบเลี้ยงเดี่ยว
	
  
	
  	
  	
  	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
มีเมล็ด
Created	
  by	
  KrupumBio	
   	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  
	
  

อาณาจักรสิ่งมีชีวิต

  • 1.
    Created  by  KrupumBio                                                       ไมมีเยื่อหุมเซลล = ไรไซเซน 1. Ribosome พบทั้ง pro และ Eukaryote มีหนวยใหญ + หนวยเล็ก พบที่ nucler membrane, RER, Cytosol (ผลิตใชภายในเซลล), mitochondria, chloroplast 2. Cytoskeleton = โครงสรางค้ําจุน microtubule - โปรตีน tubulin intermediate filament = keratin = ผม ขน เขา เล็บ microfilament เสนใย actin, cytoplasm, ชวยแบงเซลล cytokinesis ในสัตว 3. Centriole = 9+2 พบเฉพาะในสัตว เยื่อหุมเซลล 1 ชั้น 1. ER RER สรางโปตีน พบมากที่หลั่งเอ็นไซม SER สรางไขมัน พบมากที่ตับ, กําจัดสารพิษ, กระตุนการทํางานของกลามเนื้อ 2. Golgi body = สงสาร(glycoprotein, glycolipid) โดยวิธี Exocytosisvesicle 3.Lysosome = พบในสัตวเทานั้น ยอยอาหาร. ยอยเชื้อโรค (เม็ดเลือดขาว) ยอยเซลลตัวเอง 4. Vacuole = contractile vacuole รักษาสมดุลของน้ํา พบในเซลล อะมีบา พารามีเซียม food vacuole พบใน เซลลเม็ดเลือดขาวและสิ่งมีชีวิตเซลลเดียว sap vacuole พบในเซลลพืช ตอนอายุนอย ๆ ตอนใหญเปน central vacuole )มีหนาที่สะสมสาร เชน สารสี ไอออน น้ําตาล สารพิษ (พบเฉพาะในพืช) เยื่อหุมเซลล 2 ชั้น 1. Nucleus 2. Mitochondria สรางสารใหพลังงานสูง คือ ATP โดยแยกเปน 2 สวน คือ - เยื่อหุมดานนอก สรางสารประกอบฟอสโฟลิปด - เยื่อหุมดานใน สังเคราะห ATP ในเมทริกซมีของเหลวเกี่ยวของวัฏจักรเครปส (Krebs cycle) มี DNA, RNA, เอนไซม และไรโบโซม ทําหนาที่สังเคราะหโปรตีนขึ้น 3. Chloroplast คลอโรฟลล (chlorophyll) เม็ดสีเขียว ลิวโคพลาสต (leucoplast) ทําหนาที่ เปนแหลงเก็บสะสมโปรตีน หรือเก็บสะสมแปง โครโมพลาส (chromoplast) สารสีตางๆ Cell   Schwann and Schleiden ทฤษฎีเซลล “สิ่งมีชีวิตทั้งหลายประกอบดวยเซลลและผลิตภัณฑ ของเซลล” สวนที่หอหุมเซลล glycocalyx เซลลสัตว Cell wall พืช = เซลลลูโลส ลิกนิน เพคติน ใหความแข็งแรง ซูเบอริน + คิวติน ปองกันน้ําระเหย รา = ไคติน ไดอะตอม = ซิลิกา แบคทีเรีย = peptidoglycan Cell Coat Cell membrane Semipermeable membrane “เยื่อเลือกผาน Protoplasm ภาพจาก : http://hyperphysics.phy-astr.gsu.edu/hbase/biology/celmem.html Nucleus Cytoplasm Nuclear membrane Nucleoplasm ไมมี Prokayotic cell DNA ไมมี histone Ribosome 70S มี Eukaryotic cell Nucleolus สังเคราะห ribosome Protien + RNA Chromatin fiber Protien+DNA เมื่อแบงเซลลรางแห โครมาตินหดตัวเปน โครโมโซม Cytosol Organelle
  • 2.
    2   [CREATED  BY  KRUPUMBIO]                                                     Archaeabacteria Eubacteria ผนังเซลลไมเปน peptidoglycan พวก Euryarchaeota สรางกาซมีเทนและชอบเค็มจัด Crenachaeota ชอบอุณหภูมิสูงจัด และชอบกรดจัด Gam Positive Gram Negative Stepto(myces แบคทีเรียผลิต steptomycin) Lacto(bacillus ไวทํานมเปรี้ยว โยเกิรต ผักดอง) Myco(plasma เซลลมีขนาดเล็กที่สุด บางชนิดกอให เกิดโรคปอดบวม) Bacillus (บางชนิดสราง endospore กอโรคแอนแทรกซ) Positive = Stepto Lacto Myo Bacillus Proteobacteria เชน Rhizobium Chlamydias เชน หนองใน โกโนเรีย Spirochetes โรคซิฟลิส ฉี่หนู Cynobacteria สาหรายสีเขียวแกมน้ําเงิน (Nostoc Oscillatoria Anabaena Spirulina Microcystis (ทําใหน้ําเสีย))     Monera   ไมมีเยื่อหุมนิวเคลียส มีคลอโรฟลลแตไมมีคลอโรพลาส เปนผูยอยสลาย (Decomposer) สวนที่หอหุมเซลล Protoplasm Nucleus Cytoplasm Nuclear membrane plasmid ไมมี Prokayotic cell DNA ไมมี histone Ribosome 70S Cytosol Organelle
  • 3.
    Created  by  KrupumBio             ไมมีเยื่อหุมเซลล = ไรไซเซน 1. Ribosome 70S 2. Cytoskeleton = โครงสรางค้ําจุน microtubule - โปรตีน tubulin มี Flagellum ในการเคลื่อนที่ intermediate filament = keratin = ผม ขน เขา เล็บ microfilament เสนใย actin, cytoplasm, ชวยแบงเซลล cytokinesis ในสัตว ตัวอยางสิ่งมีชีวิต 1. Division Cyanophyta หรือสาหรายสีเขียวแกมน้ําเงิน (Blue green algae) เปนแบคทีเรียที่สามารถสังเคราะหอาหารดวยแสงไดจึงถูกจัดเปนพวก Photoautotrophs(แตรงควัตถุของ Cyanobacteria จะกระจายไปใน cytoplasm ไมไดอยูรวมกันใน Plastid อยาง Chloroplast มีแตคลอโรฟลล เอ แคโรทีน (Carotine) แซนโทฟลล (Xanthophyll) ไฟโคอิริทริน (Phycoerythirin) ซึ่งเปน สารสีแดง ไฟโคไซยานิน (Phycocyanin) ซึ่งเปนสารสีน้ําเงินจึงทําใหสาหรายชนิดนี้เปนสีเขียวปนน้ําเงิน )  เชน“ไลเคนส (Lichens)”  Cyanobacteria ไมมี flagella จึงไมสามารถเคลื่อนที่ดวยตนเอง รูปรางอาจเปนเซลลเดี่ยว เซลลกลุม เชน ครูโอคอคคัส (Chroococcus) แอนาซีสทีส (Anacystis) เซลลเปนสายเชน นอสตอก (Nostoc) ออสซิลลาทอเรีย (Oscillatoria) แอนาบีนา (Anabaena) สไปรูไลนา (Spirulina) การสืบพันธุมีเฉพาะการสืบพันธุแบบไมอาศัยเพศเทานั้นไดแก การแบงตัว (Binary fission) การหักหรือขาดเปนสาย (fragmentation ) นอกจากมีบทบาทสําคัญในการเปนผูผลิตใหกับระบบนิเวศ Cyanobacteria ยังมีบทบาทสําคัญในวัฏจักรไนโตรเจนอีกดวย เนื่องจาก Cyanobacteria เชน Nostoc Anabaena และ Osillatoria สามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศได การเลี้ยงแหนแดงในนาขาว (Anabaena ที่อยูในแหนแดงจะชวย ตรึงไนโตรเจน) การผลิตโปรตีนจาก Spirulina เพื่อใชเปนอาหารเสริม 2. Division Schizophyta สามารถแบงไดเปน 3 ประเภทใหญ ๆ คือ รูปรางกลม (coccus) รูปรางแบบแทงยาว (bacillus) และรูปรางแบบเกลียว (spirillum) แบคทีเรียบางชนิดมีโครงสรางชวยในการเคลื่อนที่เรียกวา Flagella สารพันธุกรรมที่อยูใน cytoplasm นี้จะติดอยูกับที่โดยยึดกับโครงสรางที่เรียกวา Mesosome (โครงสรางที่เกิดจากการยื่นและพับทบของเยื่อหุมเซลล เมื่อจะมีการแบงเซลล) ลักษณะคลายกับ Cristae ใน Mitochondria - Plasmid หรือ Extrachromosomal DNA ที่ชวยเพิ่มลักษณะพิเศษใหกับแบคทีเรีย เชน การดื้อยา การสรางสารพิษ - การสืบพันธุของแบคทีเรียจะเปนแบบ Transverse binary fission ซึ่งเปนการสืบพันธุแบบไมอาศัยเพศ หรือผานโครงสรางพิเศษที่เรียกวา Sex pilli กระบวนการสืบพันธุแบบอาศัยเพศนี้เรียกวา Conjugation - การสราง Spore ที่เรียกวา Endospore ในภาวะที่ไมเหมาะสมตอการเจริญเติบโต                      
  • 4.
    4   [CREATED  BY  KRUPUMBIO]                                                                                 Protista   มีทั้งเซลลเดียวและหลายเซลล (กลุม=colony ) Eukaryote คลายสัตว (Protozoa) คลายพืช (สาหราย) คลายฟงใจ (ราเมือก) Protozoa ราเมือก ตางจากฟงไจ ตรงที่กินแบบ phagocytosis และเคลื่อนที่ได สาหราย 1. Diplomanadida เปน Eukaryote ไมมี organelle มี 2 นิวเคลีส มี flagellum หลายอัน เชน Giardia เปนปรสิตในลําไสคน 1. Plasmodial slime mold หลายนิวเคลีส 2. Parabasala เปน Eukaryote ไมมี organelle มี 2 นิวเคลีส มี flagellum หลายอัน เชน Trichonympha อยูในลําไสปลวก Trichomonas ทําใหติดเชื้อที่ชองคลอด 3. Euglenozoa มี flagellum เชน ยูกลีนา มีคลอโรพลาสต, Trypanosoma พาหะโรคเหงาหลับ 4. Alveolata มี alveoli 4.1 Dinoflagellate มี 2 Flagellum ทําใหเกิดปรากฏการณ rea tide หรือขี้ปลาวาฬ 4.2 Apicomplexa เปนปรสิตมีorganelle ไวแทงโฮส เชน plasmodium กอโรคมาลาเรีย 4.3 Ciliate ใช cilia ในการเคลื่อนที่ เชน Paramecium, Vorticella, Stentor 5. Rhizopoda เคลื่อนที่ดวยเทาเทียม Amoeba, Entomoeba ทําใหเกิดโรคเหงาหลับ 1. Strmenopila สาหรายที่มีเซลลสืบพันธุมี 2 Flagellum 1.1 สาหรายสีน้ําตาล มีสาร align เปนสาหรายที่มีโครงสราง ซับซอนที่สุด เชน Sargassum สาหราทุน มีไอโอดีนสูง Kelp สาหรายขนาดใหญ 1.2 Diatom สาหรายเซลลเดียว มีสารซิลิกา เมื่อตายสะสมเปน แรธาตุและน้ํามัน (diatomaceous earth) 2. Rhodophyta สาหรายสีแดง ไมพบ flagellum มี carrageenan สกัดมาทําวุนได เชน Porphyra (จีฉาย,โนริ) Gracillaria (สาหรายผมนาง) 3. Chlorophyta สาหรายสีเขียว Ch;orella, Spirogyra Chara (สาหรายไฟ ใกลเคียงพืชมากที่สุด) 2. Cellular slime mold เซลลเดี่ยวอยูอิสระ มี 1 นิวเคลีส
  • 5.
    Created  by  KrupumBio                                                                               Fungi   1. ไฟลัมไซโกไมโคตา (Phylum Zygomycota) 4. ไฟลัมดิวเทดโรไมโคตา (Phylum Deuteromycota) 2. ไฟลัมแอสโคไมโคตา (Phylum Ascomycota เห็ด(mushroom) รา (mold) ยีตส (yeast) 3. ไฟลัมเบสิดิโอไมโคตา (Phylum Basidiomycota) ไฟลัมนี้มีสมาชิกเพียง class เดียว คือ Chytridiomycetes มีชื่อสามัญเรียก chytrids จัดเปนสมาชิกกลุมเดียวของ อาณาจักรฟงไจที่มีเซลลที่เคลื่อนที่ได (zoospores และ gametes) แตละเซลลจะมี flagellum ราดํา(rhizopus) ที่ขึ้นอยูกับขนมปง hypha ไมมีผนังกั้น สราง sexual spore เรียกวา zygospore มีจํานวนมากที่สุด เชน ยีสต(หมักไวน เหลา ขนมปงฟู) โมเรล ทรัฟเฟล ราแดง (ใชทําขาวแดงกับเตาหู) hypha มีผนังกั้น สรางsexual spore ในถุงเรียกวา ascus โดยยีสตจะเปน unicellular และไมมี hypha สืบพันธุ โดยแตกหนอ(ไมเพศ)และmeiosis (เพศ) เห็ดราตางๆ ราสนิม ราเขมาดํา รา mycorrhiza ที่อยูกับรากสน hypha มีผนังกั้น สราง sexual spore เรียก bisidiospore ในfruiting body ขนาดใหญ
  • 6.
    6   [CREATED  BY  KRUPUMBIO]                                                                               พืช 1. ไมมีเนื้อเยื่อลําเลียง - ระยะ gametophyte เดนกวาและเปนอิสระ - sporophyte ตองอาศัยอยูบน gametophyte ตลอดชีวิต - ไมมีรากที่แทจริง แตมีรากเทียม (rhizoid) - ใบและลําตนไมแทจริง เรียกวา thallus 2. มีเนื้อเยื่อลําเลียง - มี sporophyte เดนกวาและอาจเปนอิสระหรอขึ้นกับ gametophyte ก็ได - มีรากฝอย ยกเวน หวายทะนอย มีรากเทียม - Gymnosperm กับพืชใบเลี้ยงคูเปนรากแกว มีเนื้อเยื่อและเอมบริโอ sporangium = อับสรางสปอร ในมอสเรียก capsule sporophyll = ใบที่ทําหนาที่สรางสปอร เพราะมี เพราะมี sporangium อยู cone = sporophyll ที่อัดกันแนน แข็งและมีขนาดใหญ พบใน gymnosperm strobilus = sporophyll ที่อัดแนน พบใน lycophyte และหญาถอดปลอง sorus = กลุม sporangium ของเฟน gametangium = อับสรางเซลลสืบพันธุ(gamete) ในพืชชั้นต่ํา แบงเปน archaegonium สราง female gamete และ antheridium สราง male gamete
  • 7.
    Created  by  KrupumBio                                                                                 พืช 1. ไมมีเนื้อเยื่อลําเลียง 2. มีเนื้อเยื่อลําเลียง 1. Hepatophyta = 2. Anthocerophyta = ฮอรนเวิรด 3. Bryophyta = มอส เชน ขาวตอกฤาษี ไมมีเมล็ด มีเมล็ด 1. Lycophyta สรางสปอรใน strobilus มี 3 กลุม คือ A. Lycopodium เชน สนหางสิงห, สรอยสุกรม, สามรอยยอด, ชองนางคลี่ B. Selaginella เชนตีนตุกแก สราง heterospore C. Isoetes กระเทียมน้ํา สราง heterospore 1. Pterophyta มี 3 กลุม คือ A. Psilotum หวายทะนอย แตกกิ่งทีละ 2 ลําตนเหลี่ยมสีเขียว B. Eqisetum หญาถอดปลอง ลําตนสีเขียวกลวง มีซิกาทําใหซาก ใบเล็กๆเรียงรอบขอ มีลําตนใตดินเรียก rhizome มี strobilus ชัดเจน C. เฟน มี sorus และใบออนมวนเปนรูปลานนาฬิกา Circinate vernation มวนจากปลายใบเขามา สวนใหญสราง homospore ขางหลวงหลังลาย กระแตไตไม ชายผาสีดา ผักกูด กูดเกี๊ยะ ยานลิเภายกเวน พวกเฟรนน้ํา เชน จอกหูหนู แหนแดง ผักแวน ลานนาฬิกา
  • 8.
    8   [CREATED  BY  KRUPUMBIO]           เมล็ดเปลือย พืชเหลานี้ไมมีดอก แตมีเมล็ดแบบ Nake seedเนื่องจาก ovule ไมมีรังไขหอหุม มี Heterospore สราง Strobilus หรือ Cone แบบแยกเพศ Cone เพศผู เรียกวา Staminate cone สวน Cone เพศเมียเรียกวา Pistillate cone การปฏิสนธิจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวใน Xylem มีเทรคีต ไมมีเวสเซล เมล็ดมี ovary หอหุม Cycadophyta Ginkgophyta Coniferophyta Gnetophyta Anthophyta ปรงตางๆ แปะกวย สน มะเมื่อย พืชดอก ไขน้ํา   ลําตนของพืชใบเลี้ยงคูและใบเลี้ยงเดี่ยว                                                                                                                                                                                                                                                ลําตนของพืชใบเลี้ยงคูและใบเลี้ยงเดี่ยว                       มีเมล็ด
  • 9.
    Created  by  KrupumBio