SlideShare a Scribd company logo
1 of 15
Download to read offline
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา   26




Theoretical Foundation
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา   27




มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี
         และสื่อการศึกษา
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา   28


มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยี
และสือการศึกษา
     ่                                                                    บทที่ 3
โครงร่างเนื้อหาของบท                                                  คาสาคัญ
   1. มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม              พฤติกรรม
    2. มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้กลุ่มพุทธิปัญญานิยม           การวางเงื่อนไข
    3. มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้กลุ่มคอนสตรัคติวิสต์          การเสริมแรง
                                                              กระบวนการทางพุทธิ
วัตถุประสงค์การเรียนรู้                                        ปัญญา
    1. อธิบายความคิดรวบยอดของทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่ม            การประมวลสารสนเทศ
        พฤติกรรมนิยม พุทธิปัญญานิยมและคอนสตรัคติสต์ได้        โครงสร้างทางปัญญา
    2. วิเคราะห์การออกแบบสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาของแต่
        ละกลุมทฤษฎีการเรียนรู้ได้
              ่
                                                              การสร้างความรู้
    3. อธิบายการนาหลักจิตวิทยาการเรียนรู้ไปใช้ให้สอดคล้องกับ  การเสียสมดุลทาง
        การเรียนที่เน้นผูเ้ รียนเป็นสาคัญได้                   ปัญญา
กิจกรรมการเรียนรู้                                            ฐานการช่วยเหลือ
    1. ผู้สอนให้มโนทัศน์เชิงทฤษฎี หลักการ เรื่อง มุมมองทาง    การร่วมมือกันแก้ปัญหา
        จิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา        การโค้ช
    2. นักศึกษาแบ่งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 3 คน ศึกษาจาก
        สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้บนเครือข่าย
        http://ednet.kku.ac.th/~sumcha/web-230301/ โดย
        นักศึกษาศึกษาสถานการณ์ปญหาบทที่ 3 วิเคราะห์ทา
                                      ั
        ความเข้าใจค้นหาคาตอบจากเอกสารประกอบการสอนและ
        แหล่งเรียนรู้บนเครือข่ายและร่วมกันสรุปคาตอบ และ
        นาเสนอในรูปแบบ Power point
    3. นักศึกษาร่วมกันสรุปองค์ความรู้และแลกเปลียนความ
                                                  ่
        คิดเห็น โดยผูสอนตั้งประเด็น และอธิบายเพิ่มเติม
                      ้




         สถานการณ์ปัญหา(Problem-based learning)
           หลังจากที่ใช้วิธีการสอนที่เน้นให้นักเรียนจดจาความรู้ของครูเป็นหลัก ครูสมศรีจึงเปลี่ยน
วิธีการสอนใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน โดยนา
สื่อเข้ามาใช้ในการเรียนการสอน โดยครูสมศรีได้สร้างสื่อขึ้นมาตามแนวความคิด และประสบการณ์
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา   29


ของตนเอง เช่น ในสื่ออยากให้มีข้อความรู้ก็นาเนื้อหามา
บรรจุ อยากให้มีรูปภาพประกอบก็นารูปภาพมาบรรจุในสื่อ
แทนการบอกจากครู และเพิ่มเทคนิคทางกราฟิกต่างๆ เข้า
ไป เพื่อให้เกิดความสวยงามตรงตามแนวคิดของตน และ
ส่งเสริมการสอนของตนเองให้มีระสิทธิภาพมากขึ้น
           แต่พ อใช้ไ ปได้ร ะยะหนึ่งพบว่า ในช่ว งแรกๆ
ผู้เรียนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมีกราฟิกที่ดึงดูด
ความสนใจ แต่พอหลังจากนั้นไปสักระยะผู้เรียนก็ไม่ให้
ความสนใจกับสื่อที่ครูสมศรีสร้างขึ้น ทั้งผลการเรียนและ
กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการสอนแบบเดิมที่เคยใช้ก็ ไม่แตกต่างกัน จึง
ทาให้ครูสมศรีกลับมาทบทวนใหม่ว่าทาไมจึงเป็นเช่นนี้ ในฐานะทีนักศึกษาเป็นครูนักเทคโนโลยีทาง
                                                           ่
การศึกษา จะมีวิธีการช่วยเหลือครูสมศรีอย่างไร
ภารกิจ
         1. วิเคราะห์หาสาเหตุที่ทาให้ก ารเรียนรู้จากสื่อของครูสมศรีไม่ตรงตามเป้าประสงค์ที่
ต้องการให้เกิดขึ้น พร้อมอธิบายเหตุผล
         2. วิเคราะห์ว่าแนวคิดเกี่ยวกับแนวคิดในการออกแบบการสอนและสื่อการสอนว่ามาจาก
พื้นฐานใดบ้างและพื้นฐานดังกล่าว มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
         3. วิเคราะห์ว่าในยุคปัจจุบันที่สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนกระบวนทัศน์ใหม่
ของการจัดการศึกษา ในการออกแบบการสอนและสื่อการสอนนั้นควรอยู่พื้นฐานของสิ่งใดบ้าง
อธิบายพร้อมให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา    30




   มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้                                       มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้
      กลุ่มพฤติกรรมนิยม                                               กลุ่มพุทธิปัญญานิยม

   -การเรียนรู้ตามแนว                                              -การเรียนรู้ตามแนวพุทธิปัญญา
   พฤติกรรมนิยม                                                    นิยม
   -เทคโนโลยีและ                                                   -เทคโนโลยีและ
   สื่อการศึกษาตามแนว                    สาระสาคัญ                 สื่อการศึกษาตามแนวพุทธิ
   พฤติกรรมนิยม                           ในบทที่ 3                ปัญญานิยม




                               มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้กลุ่ม
                                       คอนสตรัคติวิสต์
                               -การเรียนรู้ตามแนวคอนสตรัค
                               ติวิสต์
                               -เทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
                               ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์

          ทฤษฎีการเรียนรู้เป็นกลุ่มของหลักการทั้งหลายที่อธิบายวิธีการเรียนรู้ของมนุษย์ ซึ่งรวมทั้ง
วิธีการได้มาซึ่งความสามารถ(Abilities) และความรู้ใหม่ (Knowledge) ดังนั้นการทาความเข้าใจว่า
คนเราเรียนรู้ได้อย่างไรจึงเป็นหัวใจสาคัญที่จะนาไปเป็นพื้นฐานในการออกแบบการสอน สื่อ และ
นวัตกรรมทางการศึกษาอื่นๆ การศึกษาเกี่ยวกับการเรี ยนรู้นั้นได้เกิดขึ้นกว่าร้อยปีที่ผ่านมา และมี
หลายทฤษฎีที่อธิบายถึงการเรียนรู้ (Driscoll, 1994; Gredler, 1997) ซึ่งทฤษฎีเหล่านั้นสามารถ
จัดเป็น 3 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน (Newby, T.J. and Others, 2000) คือ ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรม
นิยม ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธิปัญญานิยม และทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มคอนสตรัคติวิสซึม ในแต่ละกลุ่ม
ทฤษฎีจะมีแนวคิดหลัก และรูปแบบเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ซึ่งนักการศึกษาได้นาไปเป็น
พื้นฐานในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ดังรายละเอียดที่จะได้นาเสนอต่อไปนี้
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา   31


มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม

การเรียนรู้ตามแนวพฤติกรรมนิยม
           กลุ่มพฤติกรรมนิยม(Behaviorism หรือ S-R Associationism) มุ่งที่ศึกษาเกี่ยวกับ
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้า (Stimulus) กับการตอบสนอง (Response) หรือพฤติกรรมที่แสดง
ออกมา ซึ่งจะให้ความสนใจกับพฤติกรรมที่สามารถวั ดและสังเกต จากภายนอกได้และเน้น
ความสาคัญของสิ่งแวดล้อมเพราะเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวที่กาหนดพฤติกรรม ในแนวคิดของ
กลุ่มนี้จะเชื่อว่า การเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียน
สร้ า งความเชื่ อ มโยงระหว่ า งสิ่ ง เร้ า และการ
ตอบสนอง ซึ่งถ้าหากได้รับการเสริมแรงจะทาให้
มี ก ารแสดงพฤติ ก รรมนั้ น ถี่ ม ากขึ้ น (Mayer,
1992; สุมาลี ชัยเจริญ, 2551) แนวคิดการ
เรียนรู้ ตามแนวพฤติกรรมนิยมได้ถูกพั ฒนาขึ้ น
ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 และรากฐาน
ของหลั ก ทฤษฎี นั้ น มาจากการศึ ก ษาวิ จั ย
พฤติกรรมการเรียนรู้ของสัตว์ในห้องทดลองที่ถูก
ก าหนดขึ้ น ภายใต้ เ งื่ อ นไขและการควบคุ ม
สิ่งแวดล้อมต่า งๆดั งเช่น การทดลองของพาฟลอฟ (Povlov) วัตสั น (Watson) และสกิ นเนอร์
(Skinner)
           ดั้งนั้นนิยามของการเรียนรู้ตามแนวพฤติกรรมนิยม จึงหมายถึง การเปลี่ยนแปลง
พฤติ ก รรมซึ่ ง เป็ น ผลเนื่ อ งมาจากการเชื่ อ มโยงความสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า งสิ่ ง เร้ า และการ
ตอบสนอง จะมุ่งเน้นเพียงเฉพาะพฤติกรรมที่สามารถวัดและสังเกตได้เท่านั้น โดยไม่ศึกษาถึง
กระบวนการภายในของมนุษย์ (Mental process)
           จากแนวคิดดังกล่าวบทบาทของผู้เรียนจึงเป็นผู้ที่รอรับ (Passively) ความรู้ ตลอดจนสิ่ง
เร้าต่างๆที่จัดให้ในขณะที่เรียนรู้ เช่น รางวัล การลงโทษหรื อแม้แต่แรงเสริม เป็นต้น ในขณะที่
บทบาทของครูจะเป็นผู้บริหารจัดการสิ่งเร้าที่จะให้ผู้เรียน เช่น การทาแบบฝึกหัดซ้าๆ (Drill-and-
practice) การเสริมแรง (Reinforcement) เป็นต้น ส่วนบทบาทของนักเทคโนโลยีการศึกษาคือผู้ที่
สร้างสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนทาซ้าๆในการตอบสนองที่ง่ายๆ ซึ่งจะได้รับผลตอบสนอง
กลับทันทีทันใดในขณะที่เรียนรู้ (Mayer, 1996)



เทคโนโลยีและสื่อการศึกษาตามแนวพฤติกรรมนิยม
           การออกแบบสื่อตามพื้นฐานทฤษฎีพฤติกรรมนิยมจะถูกเรียกว่า การออกแบบการสอน
ในช่วงเริ่มแรก มุ่งเน้นการออกแบบเพื่อให้ผู้เรีย นสามารถจดจาความรู้ให้ได้ในปริมาณมากที่สุด
บทบาทของผู้เรียนเป็นผู้รับข้อมูลสารสนเทศ งานของครูผู้สอนจะเป็นผู้นาเสนอข้อมูลสารสนเทศ
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา    32


เช่น ตาราเรียน การบรรยาย ตามแนวคิดนี้ข้อมูลข่าวสารจะถูกถ่ายทอด โดยตรงจากครูผู้สอนไปยัง
ผู้เรียน บทบาทของนักออกแบบการสอน หรือครูจะเป็นการสร้าง สิ่งแวดล้อมที่ผู้เรียนจะต้องดูด
ซับข้อมูลสารสนเทศจานวนมาก เช่น บทเรียนโปรแกรม ชุดการสอน และบทเรียนคอมพิวเตอร์
ช่วยสอน โดยลักษณะที่สาคัญของการออกแบบสื่อตามแนวพฤติกรรมนิยมเป็นดังนี้ (Newby, T.J.
and Others, 2000)
          1) ระบุวัตถุประสงค์การสอนที่ชัดเจน โดยกาหนดพฤติกรรมเฉพาะที่ต้องการให้เกิดขึ้น
หลังจากการเรียนรู้นั้นประสบความสาเร็จ ซึ่งวัตถุประสงค์จะเป็นตัวชี้วัดที่สาคัญว่าผู้เรียนเกิดการ
เรียนรู้
          2) การสอนในแต่ละขั้นตอน นาไปสู่การเรียนแบบรอบรู้ (Mastery learning) ในหน่วย
การสอนรวม
          3) ให้ผู้เรียนได้เรียนไปตามอัตราการเรียนรู้ของตนเอง
          4) ดาเนินการสอนไปตามโปรแกรม หรือลาดับขั้นที่กาหนดไว้ จากง่ายไปยาก โดยเป็น
การแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนย่อยๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถจดจาได้ง่าย
          5) การออกแบบการเรียนเป็นลักษณะเชิงเส้นทีเ่ ป็นลาดับขั้นตอน
          6) การให้ผลตอบกลับทันทีทันใด เมื่อผู้เรียนกระทาพฤติกรรมนั้นเสร็จจะได้รบผลกลับ
                                                                                    ั
พร้อมทั้งแรงเสริมทันทีทันใดในขณะที่เรียนรู้

 มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้กลุ่มพุทธิปัญญานิยม

การเรียนรู้ตามแนวพุทธิปัญญานิยม
     กลุ่มพุทธิปัญญานิยม (Cognitivism) เชื่อว่าการเรียนรู้เป็นสิ่งที่มากกว่าผลของการเชื่อมโยง
ระหว่างสิ่งเร้าการตอบสนอง โดยให้ความสนใจในกระบวนการภายในที่เรียกว่า ความรู้ความเข้าใจ
หรือการรู้คิดของมนุษย์
     การเรียนรู้ตามแนวพุทธิปัญญา หมายถึง การเปลี่ยนแปลงความรู้ของผู้เรียนทั้งทางด้าน
ปริมาณและด้านคุณภาพ คือ นอกจากผู้เรียนจะมีสิ่งที่เรียนรู้เพิ่ มขึ้นแล้ว ยังสามารถจัดรวบรวม
เรียบเรียงสิ่งที่เรียนรู้เหล่านั้นให้เป็นระเบียบ เพื่อให้สามารถเรียกกลับมาใช้ได้ตามที่ต้องการ และ
สามารถถ่ายโยงความรู้และทักษะเดิม หรือสิ่งที่เรียนรู้มาแล้ว ไปสู่บริบทและปัญหาใหม่ (Mayer,
1992) อาจกล่าวได้ว่าการเรียนรู้ตามแนวคิดนี้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนสามารถวางสารสนเทศใหม่ใน
ความจาระยะยาว (Long-term memory) ซึ่งจะแตกต่างกันการเรียนรู้ของพฤติกรรมนิยมที่จะ
อธิบายเพียงเฉพาะพฤติกรรมภายนอกที่แสดงออกมา
                                                ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธิปัญญานิยมได้พัฒนามาตั้งแต่
                                          ปี 1950s, 1960s และ 1970s เป็นต้นมา และรากฐานของ
                                          หลักทฤษฎีนั้นมาจากการศึกษาวิจัยการเรียนรู้ของมนุษย์ใน
                                          ห้องทดลองที่ที่ถูกกาหนดขึ้นภายใต้เงื่อนไขและการควบคุม
                                          สิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น เพียเจต์       บรูเนอร์ และออซูเบล
                                          เป็นต้น ตามแนวคิดนี้บทบาทของผู้เรียนจะรอรับสารสนเทศ
                                          ในขณะที่ บ ทบาทของครูจ ะเป็น ผู้ น าเสนอสารสนเทศ เช่ น
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา   33


หนังสือ และการบรรยาย ซึ่งการได้มาซึ่งความรู้หรือ การเรียนรู้ต ามแนวคิดนี้ก็ คือปริมาณของ
สารสนเทศที่ได้รับจากการถ่ายทอดโดยตรงจากครูไปยังผู้เรียน ส่วนบทบาทของนักออกแบบสื่อคือ
ผู้สร้า งสิ่งแวดล้อ มทางการเรียนรู้ ที่ให้ผู้ เรียนสามารถรั บสารสนเทศไปเก็บไว้ ในหน่ วยความจ า
(Memory) ได้ในปริมาณมาก
เทคโนโลยีและสื่อการศึกษาตามแนวพุทธิปัญญานิยม
            การออกแบบเทคโนโลยีและสื่อตามแนวคิดนี้จะอยู่บนนิยามเกี่ยวกับการเรียนรู้ไว้ว่า เป็น
การเปลี่ยนแปลงความรู้ของผู้เรียน ทั้งทางด้านปริมาณและด้านคุณภาพ หรือการเรียนรู้เป็นผลมา
จากการจัดระเบียบ หรือ จัดหมวดหมู่ของความจาลงสู่โครงสร้างทางปัญญา หรือเรียกว่า Mental
Models คือ นอกจาก ผู้เรียนจะมีสิ่งที่เรียนรู้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังสามารถจัดรวบรวมเรียบเรียงสิ่งที่
เรียนรู้เหล่านั้น ให้เป็นระเบียบ เพื่อให้สามารถเรียกกลับมาใช้ได้ตามที่ต้องการและสามารถถ่ายโยง
ความรู้ และทักษะเดิม หรือสิ่งที่เรียนรู้มาแล้วไปสู่บริบทและปัญหาใหม่" (Mayer,1996) ซึ่งจะ
แตกต่างกับการออกแบบเทคโนโลยีและสื่อที่ อาศัยพื้นฐานพฤติกรรมนิยมที่มุ่งเน้นพฤติกรรม ที่
สังเกตได้เท่านั้น โดยมิได้สนใจกับกระบวนการรู้คิด หรือกิจกรรมทางสติปัญญาของมนุษย์ (Mental
Activities) แต่กลุ่มพุทธิปัญญานิยมให้ความสาคัญในการศึกษาเกี่ยวกับ "ปฏิสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งเร้า
ภายนอก (ส่งผ่านโดยสื่อต่างๆ) กับสิ่งเร้าภายใน คือ ความรู้ความเข้าใจ หรือ กระบวนการรู้คิด
หรือกระบวนการรู้คิด (Cognitive Process) ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ขอบเขตที่เกี่ยวข้องกับ
กระบวนการรู้การคิด (Cognitive Process) ดังจะเห็นได้จากการออกแบบการสอน และสื่อที่ได้
มุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการทางปัญญามากกว่า การเน้นเฉพาะการพัฒนาพฤติกรรม ที่สนองต่อ
สิ่งเร้าเพียงอย่างเดียว
            แนวคิดที่สาคัญของการออกแบบมุ่งเน้นการสนับสนุนกระบวนการทางพุทธิปัญญาของ
ผู้เรียนโดยเฉพาะบทบาทของการใช้หน่วยความจา (Memory) เพื่อช่วยในการแปลสารสนเทศใหม่
ลงไปในรูปแบบที่มีความหมายสารับผู้เรียนในการบันทึกความรู้และการนาความรู้ที่เก็บไว้กลับมา
ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยลักษณะที่สาคั ญของการออกแบบเทคโนโลยีและสื่อตามแนวพุทธิ
ปัญญาเป็นดังนี้
            1) การจัดระเบียบสารสนเทศใหม่ และสร้างโครงสร้างสารสนเทศให้กับผู้เรียน เพราะว่า
กิจกรรมการเรียนรู้ของมนุษย์จะพยายามค้นหาและเรียงลาดับสารสนเทศเพื่อใช้ในการทาความ
เข้าใจ ดังนั้นหากผู้สอนมีการจัดระเบียบสารสนเทศจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถสร้างความเข้าใจใน
หน่ ว ยความจ าได้ ง่ า ย เช่ น การสร้ า งโครงร่ า งของเนื้ อ หา การจั ด ความคิ ด รวบยอดที่ แ สดง
ความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหาที่จะเรียนรู้ (Concept map) เป็นต้น
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา    34



               ภาพที่ 3-1 แสดงการจัดระเบียบสารสนเทศตามแนวคิดของ Ormrod, J.E. (1999)
            2) การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสารสนเทศใหม่กับความรู้เดิม วิธีการนี้จะช่วยให้
ผู้เรียนเรียนรู้ได้อย่างมีความหมายและเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (Ormrod, 1999)
            3) ใช้เทคนิคเพื่อแนะนาและสนับสนุนให้ผู้เรียนใส่ใจ เข้ารหัสและเรียกสารสนเทศกลับมา
ใช้ใหม่ได้ ซึ่งมีเทคนิคที่ผู้สอนควรนาไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนดังนี้
                       3.1 การมุ่งเน้นคาถาม (Focusing question) ซึ่งนามาใช้ในขั้นนาเข้าสู่
บทเรียนเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนใส่ใจในสิ่งที่จะเรียนรู้
                       3.2 การเน้นคาหรือข้อความ (Highlighting) เป็นเทคนิคที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียน
ใส่ใจสานสนเทศได้โดยตรง โดยเฉพาะสารสนเทศที่สาคัญที่ต้องการให้ผู้เรียนใส่ใจเป็นพิเศษ เช่น
การใช้ตัวอักษรหนา การขีดเส้นใต้ การทาตัวอักษรเอียง การใช้เครื่องหมาย “...” เป็นต้น
                       3.3 การใช้ Mnemonic เป็นวิธีการที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถบันทึกสารสนเทศ
และเรียกกลับมาใช้ได้ง่าย ดังเช่น การใช้คาคล้องจอง การแต่งเป็นบทเพลงที่ต้องให้ผู้เรียนจดจา
สระไอ ไม้ม้วนทั้ง 20 ตัว (ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ...) เป็นต้น
                       3.4 การสร้างภาพ (Imagery) เป็นการสร้างภาพที่เป็นตัวแทนสารสนเทศใหม่ที่
ได้รับ ซึ่งจะมีความถูกต้องและสอดคล้องกับสารสนเทศที่เรียนรู้ เช่น การสร้างความคิดรวบยอด
เกี่ยวกับสุนัข การใช้เทคนิคการสร้างภาพก็จะพยายามนึกถึงคุณลักษณะร่วมและลักษณะเฉพาะที่
สุนัขมีออกมาในรูปแบบของภาพ คือ มีสี่ขา มีหนาและเห่าได้ ภาพเหล่านี้ผู้เรียนจะสร้างขึ้นภาพใน
สมอง และนาไปบันทึกไว้ในหน่ วยความจา และเมื่อต้องการใช้สารสนเทศก็จะถูกเรียกกลับมาใน
ลักษณะที่เป็นภาพที่แทนสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้กลุ่มคอนสตรัคติวิสต์

การเรียนรู้ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์
             ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์อธิบายว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นเมือผู้เรียนสร้างความรูอย่างตื่นตัวด้วย
                                                                ่                   ้
ตนเองโดยพยายามสร้างความเข้าใจ (Understanding) นอกเหนือเนื้อหาความรู้ที่ได้รับ โดยการ
สร้างสิ่งแทนความรู้ (Representation) ขึ้นมา ซึ่งต้องอาศัยการเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมของ
ตนเอง (Jonassen, 1991) แนวคิดนี้เกิดขึ้นมาใช้ช่วง คศ.1980s และ 1990s และรากฐานของหลัก
ทฤษฎีนั้นมาจากการศึกษาวิจัยการเรียนรู้ของมนุษย์ในสภาพจริง (Realistic) ตามแนวคิดนี้บทบาท
ของผู้เรียนคือผู้สร้างความรู้ ในขณะที่ผู้สอนมีบทบาทเป็นผู้แนะนาทางพุทธิปัญญา (Cognitive
guide) ทีให้คาแนะนาและรูปแบบเกี่ยวกับภารกิจการเรียนรู้ตามสภาพจริง บทบาทของผู้เรียนคือ
           ่
ลงมือกระทาการเรียนรู้ ส่วนบทบาทของนักออกแบบสื่อคือผู้สร้างสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ ที่ให้
ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ อย่างมีความหมายกับเนื้อหา สื่อ ตลอดจนแหล่งเรียนรู้ทั้งหลายที่อยู่รอบตั ว
ผู้เรียน (Meyer, 1996) ในงานทางเทคโนโลยีการศึกษาได้นาทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ที่สาคัญ 2 กลุ่ม
แนวคิดมาใช้เป็นพื้นฐาน คือ ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชิงปัญญา (Cognitive Constructivism) และ
ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชิงสังคม
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา   35


               ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชิงปัญญา มีรากฐานมาจากแนวคิดของเพียเจต์ โดยมีหลัก
สาคัญว่ามนุษย์เราต้อง "สร้าง" (Construct) ความรู้ด้วยตนเองโดยผ่านทางประสบการณ์ ซึ่ง
ประสบการณ์เ หล่ านี้ จะกระตุ้น ให้ ผู้เ รียนสร้ าง โครงสร้ างทางปัญ ญา หรื อเรีย กว่า สกีม า
(Schemas) รูปแบบการทาความเข้าใจ (Mental Model) ในสมอง โครงสร้างทางปัญญา
เหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (Change) ขยาย (Enlarge) และซับซ้อนขึ้นได้ โดยผ่านทาง
กระบวนการการดูดซึม (Assimilation) และการปรับเปลี่ยน (Accommodation) ดังนั้นบทบาท
ของครูผู้สอนในห้องเรียน ตามแนวคิดของเพียเจต์ บทบาทที่สาคัญคือ การจัดเตรียมสิ่งแวดล้อมที่
ให้ผู้เรียนได้สารวจ ค้นหา ตามธรรมชาติห้องเรียนควรเติม สิ่งที่น่าสนใจที่จะกระตุ้นให้ผู้เรียนเป็น
ผู้สร้างความรู้ด้วยตนเอง อย่างตื่นตัวโดยการขยาย สกีมาผ่านทางประสบการณ์ด้วยวิธีการดูดซึม
(Assimilation) และ การปรับเปลี่ยน (Accommodation) ซึ่งเชื่อว่าการเรียนรู้เกิดจากการปรับเข้า
สู่สภาวะสมดุล (Equilibrium)




       ภาพที่ 3-2 แสดงกระบวนการสร้างความรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชิงปัญญา
                  ตามแนวคิดของเพียเจต์
          พื้นฐานแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชิงสังคม มาจากแนวคิดของ Vygotsky ที่มีแนวคิด
เกี่ยวกับการสร้างความรู้ของมนุษย์ใน 2 แนวคิดที่ว่า บริบทการเรียนรู้ทางสังคม (Social
Context Learning) วัฒนธรรม ภาษาจะเป็นเครื่องมือทางปัญญาที่จาเป็นสาหรับการสร้าง
ความรู้และ Vygotsky เชื่อว่า มนุษย์เรามีระดับพัฒนาการทางเชาว์ปัญญาที่เรียกว่า Zone of
Proximal Development ถ้าใครที่อยู่เหนือโซนนี้สามารถที่ จะเรียนรู้และสร้างความรู้เองได้ด้วย
ตนเองโดยไม่ต้องได้รับการช่วยเหลือ แต่ถ้าใครที่อยู่ใต้โซนนี้จะเป็นผู้ที่ไม่สามารถเรียนรู้หรือ
แก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง จึงจาเป็นที่จะต้องมีฐานความช่วยเหลือ (Scaffolding) ไว้คอยช่วยให้
สามารถข้ามไปอยู่เหนือโซนได้และ Vygotsky ยังเชื่อว่ามนุษย์เราไม่ได้อยู่เหนือโซนในทุกเรื่อง
ดังนั้นในการออกแบบการเรียนการสอนจึงต้องมีการจัดฐานความช่วยเหลือไว้คอยสนับสนุนผู้เรียน
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา   36




ภาพที่ 3-3 แสดงกระบวนการสร้างความรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชิงสังคมของ Vygotsky
เทคโนโลยีและสื่อการศึกษาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์
           การออกแบบการสอนตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ จะมีพื้นฐานจากทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ที่
ให้นิยามเกี่ยวกับการเรียนรู้ไว้ว่าเป็นการสร้างความรู้ (Knowledge Construction) ซึ่งมาจาก
พื้นฐานที่ว่าการเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ เรียนได้สร้างสิ่งที่แทนความรู้ใน ความจาในระยะทางาน
(Working Memory) อย่างตื่นตัว แนวคิดดังกล่าวข้างต้นเริ่ม ต้นขึ้นตั้งแต่ 1980s และ 1990s เป็น
ตันมาโดยทาการศึกษาการเรียนรู้ของมนุษย์ในสภาพจริง วิธีการเรียนรู้ภายใต้แนวคิดการสร้าง
ความรู้นี้ บทบาทของผู้เรียนเป็นผู้ที่ลงมือกระทาอย่างตื่นตัว ในขณะที่ ครูผู้สอนเป็นผู้แนะแนวทาง
พุทธิปัญญา ซึ่งจะจัดแนะแนวและเป็นโมเดลในภารกิจการเรียนตาม สภาพจริง บทบาทของนัก
เทคโนโลยีการศึกษาหรือครูจะเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ผู้เรียนมี ปฏิสัมพันธ์อย่างมีความหมายกับ
เนื้อหาบทเรียน รวมทั้งการทาให้เกิดกระบวนการเลือกข้อมูล จัดหมวดหมู่ข้อมูล และการบูรณาการ
ข้อมูล ซึ่งคุณลักษณะของการเรียนและการสอนตามแนวคอนสตรัคตวิสต์ มีดังนี้
      1) นาเสนอและส่งเสริมให้ผู้เรียนเห็นมุมมองและตัวแทนความคิดรวบยอดของเนื้อหาที่
           หลากหลาย
      2) เป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการเรียนได้มาจากผู้เรียนหรือการเจรจาร่วมกับผูสอน    ้
      3) ผู้สอนให้บริการในบทบาทของผู้แนะนา ผู้กากับ โค้ช และผู้อานวยความสะดวกในการ
           เรียน
      4) กิจกรรม โอกาส เครื่องมือและสิ่งแวดล้อมต่างๆจัดมาเพื่อส่งเสริมการกากับวิธีการเรียนรู้
           โดยอาศัยความคิดของตนเอง (metacognition) ดังเช่น การวิเคราะห์ตนเอง (self-
           analysis) การควบคุมการเรียนด้วยตนเอง (self-regulation) การสะท้อนความคิดของ
           ตนเอง(self-reflection) และการตระหนักรู้ด้วยตนเอง (self-awareness)
      5) ผู้เรียนต้องมีบทบาทสาคัญในการใช้สื่อและควบคุมการเรียนรู้ด้วยตนเอง
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา    37


       6) สถานการณ์เรียนรู้ สิ่งแวดล้อม ทักษะ เนื้อหาและภารกิจ จะเกี่ยวข้องกับสภาพจริง และ
            สอดคล้องกับบริบทจริงที่มีความซับซ้อน
       7) ข้อมูลแหล่งเรียนจะถูกใช้เพื่อที่จะทาให้มั่นใจในสภาพจริง
       8) การสร้างความรู้เป็นสิ่งที่มุ่งเน้นในการเรียนรู้ไม่ใช่การคัดลอกความรู้
       9) การสร้ า งความรู้ จ ะเกิ ด ขึ้ น ในบริ บ ทของแต่ ล ะบุ ค คลที่ ผ่ า นการต่ อ รองทางสั ง คม
            การร่วมมือการเรียนรู้และการมีประสบการณ์ร่วมกัน
       10) การสร้างความรู้เดิมของผู้เรียน ความเชื่อ และเจตคติ จะเป็นสิ่งสาคัญที่นามาพิจารณาใน
            กระบวนการสร้างความรู้ใหม่
       11) เป็นกระบวนการที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหา ทักษะการคิดขั้นสูง และความเข้าใจที่ลึกซึ้ง
       12) ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่ทาให้เกิดโอกาสในการหยั่งรู้ที่นาไปสู่การสร้างความรู้ของผู้เรียน
       13) การสารวจเป็นวิธีการที่นิยมเพื่อที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนค้นหาความรู้ด้วยตนเองและจัดการ
            เกี่ยวกับตนเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
       14) ผู้เรียนจะได้รั บการจัดหาโอกาสสาหรับการฝึ กหัดทางปั ญญา ซึ่งจะอยู่ ในภารกิจการ
            เรียนรู้ตามสภาพจริง ทักษะและการได้มาซึ่งความรู้
       15) ความซับซ้อนของความรู้จะถูกสะท้อนออกมาโดยมุ่งเน้นความเชื่อมโยงกับความคิดรวบ
            ยอดที่หลากหลายและการเรียนรู้ที่ต้องเชื่อมโยงหลายศาสตร์
       16) การร่วมมือกันแก้ปัญหาและการเรียนแบบร่วมมือเป็นที่นิยมเพื่อที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนได้
            แลกเปลี่ยนมุมมองที่หลากหลาย
       17) ฐานการช่วยเหลือถูกจัดไปเอื้ออานวยเพื่อช่วยผู้เรียนให้สามารถข้ามข้อจากัดทางการ
            เรียนรู้
       18) การประเมินเป็นการประเมินตามสภาพจริง
             จากแนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ตามพื้นฐานทางทฤษฎีการเรียนรู้คอนสตรัคติวิสต์ ดังกล่าว
มาข้างต้นจะเห็นได้ว่า งานที่สาคัญของครูก็คือ ช่วยนักเรียนแต่ละคนให้เกิดการเรียนรู้ โดยมีครูทา
หน้าที่จัดสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรูให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรูอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ตอบสนองกับการ
                                      ้                         ้
จัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
             จะเห็นได้ว่าการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน เป็นศูนย์กลาง เป็นการจัดสิ่งแวดล้อมทางการ
เรียนรู้ที่เน้นการพัฒนากระบวนการคิดอย่างอิสระสร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง ตลอดจน เรียนรู้จาก
การปฏิบัติของตนเองโดยใช้วิธีการเรียนรู้ที่ หลากหลาย เพื่อนาไปสู่คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ของ
สังคมไทย คือ สามารถคิดแบบองค์รวม เรียนรู้ร่วมกันและทางานเป็นทีมเพื่อประโยชน์ของ
สังคมไทยโดยมีเป้าหมายให้คนไทยมีศักยภาพ ในการแข่งขัน และร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะ
เรียกว่า การจัดสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Learning
Environments) เป็นรูปแบบการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ประสานร่วมกันระหว่าง "สื่อ"
(Media) กับ "วิธีการ" (Methods) โดยการนาทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์มาเป็นพื้นฐานในการออกแบบ
ร่วมกับสื่อ ซึ่ งมีคุณลักษณะของสื่อและระบบสัญลักษณ์ของสื่อที่สนับสนุนการสร้างความรู้ของ
ผู้เรียน โดยมีองค์ประกอบ และหลักการสาคัญที่ใช้ในการออกแบบดังนี้ (1) สถานการณ์ปัญหา (2)
แหล่งการเรียนรู้ (3) ฐานการช่วยเหลือ (4) การร่วมมือกันแก้ปัญหา และ(5) การโค้ช สาหรับการ
ออกแบบสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์จะมุ่งเน้น การพัฒนากระบวนการคิด
อย่างอิสระและ สร้างความรู้ได้ด้วยตนเองของผู้เรียน เช่น สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้บนเครือข่ายที่
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา       38


พัฒนาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ มัลติมีเดียที่พัฒนาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ ชุดการสร้างความรู้
ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ (สุมาลี ชัยเจริญ, 2547) ดังรายละเอียดในตาราง
              ตารางที่ 3.1 เปรียบเทียบมุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้ทั้งสามกลุ่มแนวคิด
                          พฤติกรรมนิยม          พุทธิปัญญานิยม                  คอนสตรัคติวิสต์
การเรียนรู้คืออะไร ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง การเปลี่ ย นแปลงของ              การเปลี่ ย นแปลง
                   พฤติกรรมที่เกิดขึ้น       ความรู้ ที่ ถู ก เก็ บ ไว้ ใ น   อย่ า งมี ค วามหมาย
                                             หน่วยความจา                      เกี่ยวกับรู้ที่สร้างขึ้น
กระบวนการเรียนรู้ Antecedent                การใส่ใจการเข้ารหัส             ก า ร ร่ ว ม มื อ กั น
คืออะไร            behavior                 การเรี ย กกลั บ ของ             แก้ปัญหา
                   consequence               สารสนเทศใน
                                             หน่วยความจา
บทบาทของผู้ ส อน บริหารจัดการสิ่งเร้าที่จะ นาเสนอสารสนเทศ                     แ น ะ น า แ ล ะ ใ ห้
คืออะไร            ให้ผู้เรียน                                                รูปแบบ
บทบาทของผู้เรียน รับสิ่งเร้าที่ครูจดให้
                                   ั         รอรับสารสนเทศ                    สร้ า งความรู้ อ ย่ า ง
                                                                              ตื่นตัว

สรุป
           ในช่วงทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา กระบวนทัศน์ใหม่ทางการเรียนรู้ คือ คอนสตรัคติวิสต์
(Constructivism) ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อการศึกษา และงานทางเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งมีความเชื่อ
ว่า การรู้จักและตีความหมายของสิ่งต่างๆ ในโลกของแต่ละบุคคลนั้น เกิดจากการสร้างแนวคิดของ
ตนเองเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นวัตถุจริง (Real World) ดังนั้น นักการศึกษาที่เชื่อในกระบวนทัศน์ เดิมคือ
ทั้งพฤติกรรมนิยมและพุทธิปัญญานิยม จะพยามจัดการสอนโดยเปรียบผู้เรียนเป็นถัง หรือภาชนะที่
จะต้องเท หรือเติมความรู้ โดยครูผู้สอน หนังสือเรียน ตารา สื่อการสอนต่าง ๆ แต่ในทางตรงข้าม
ตามแนวคิดของคอนสตรัคติวิสต์ ผู้เรียนจะเป็นผู้สร้างความรู้ โดยการสังเกต ลงมือกระทา และ
อธิบายความหมายโลกรอบ ๆ ตัวผู้เรียน
           และแนวโน้มต่อไปเกี่ยวกับการนาทฤษฎีมาสู่งานทางด้านเทคโนโลยี การศึกษานั้นจะ
ผสมผสาน หลักการต่างๆ ทั้ง 3 มาใช้เป็นวิธีการใหม่ ดังนั้น ผู้เขียนมีความเห็นว่า ครูผู้สอน นัก
ออกแบบการสอน และผู้ที่เกี่ยวข้อง จาเป็นต้องศึกษาเกี่ยวกับหลักการของทฤษฎีการเรียนรู้ทั้ง 3
ดังกล่าวให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และสามารถ นามาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ของผู้เรียนได้อย่าง
เหมาะสม หรือในบางกรณีอาจเป็นการผสมผสานแนวคิด หลักการดังกล่าวให้ สอดคล้องกับการ
จัดการเรียนรู้และสภาพบริบท รวมถึงวัฒนธรรมไทย

คาถามสะท้อนความคิด

        ท่านคิดว่าจิตวิทยาการเรียนรู้มีความสาคัญในทางเทคโนโลยีการศึกษาอย่างไร
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา   39


     ท่านคิด ว่าในระบบการศึกษาไทยส่วนใหญ่อาศัยพื้นฐานทฤษฎี
      การเรียนรู้ใดเป็นหลัก เพราะเหตุใด
     ท่านคิดว่าพื้นฐานจิตวิทยาการเรียนรู้แต่ละกลุ่มมีจุดอ่อนและจุดแข็งอย่างไรบ้าง

กิจกรรมเสนอแนะ

ให้ท่านลองวิเคราะห์พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ว่ามี
ความสอดคล้องกับพื้นฐานจิตวิทยาการเรียนรู้ใด เพราะเหตุใด

บรรณานุกรม

สุมาลี ชัยเจริญ. (2547). การพัฒนารูปแบบการสร้างความรู้โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ. คณะ
        ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สุมาลี ชัยเจริญ. (2551).เทคโนโลยีการศึกษา: หลักการ ทฤษฎี สู่การปฏิบัติ.ขอนแก่น: คลังนานา
        วิทยา.
Driscoll, M. P. (1994). Psychology of learning for instruction. Boston: Allyn and
        Bacon.
Gredler, M. E. (1997). Learning and instruction: Theory into practice (3rd ed).
        Upper Saddle River, NJ: Prentice-Hall.
Jonassen, D. (1991). Objectivism vs constructivism: Do we need a new philosophical
        paradigm? Educational Technology, Research and Development,
        39(3), 5-13.
Jonassen, David H. (1991). Evaluating constructivistic learning. Educational
        Technology, 31, 28-33.
Jonassen,D.H. and Reeves,T.C.(1996). Learning with technology: Using Computer as
        cognitive tools. In D.H. Jonassen (Ed.), Handbook of research for
        educational communication and technology. New York:Macmillan.
Mayer, R. E. (1992). Thinking, problem solving, cognition. Second edition. New
        York: W. H.
Mayer,R.E. (1996). Designing Instruction for Constructivist Learning. Instructional
        Design Theories And Models: A New Paradigm of Instructional
        Theory.Volume II. Newjersy: Lawrence Erlbaum Associates.
Meyer .(1997). Multimedia learning: Are we asking the right question. Educational
        Psychologist, 32, 1-19.
Newby, T. J., Stepich, D. A., Lehman, J. D., & Russell, J. D. (2000). Instructional
        technology for teaching and learning Designing instruction, integrating
        computers, and using media (second edition). Englewood Cliffs, NJ:
        Prentice-Hall.
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา   40


Ormrod, J.E. (1999). Human learning. New Jersey: Prentice Hall.

More Related Content

What's hot

การจัดการนวัตกรรมทางการศึกษา
การจัดการนวัตกรรมทางการศึกษาการจัดการนวัตกรรมทางการศึกษา
การจัดการนวัตกรรมทางการศึกษาbtusek53
 
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยี
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีบทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยี
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีPennapa Kumpang
 
การพัฒนาผลการเรียนรู้วิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาโดยใช้รูปแบบซ...
การพัฒนาผลการเรียนรู้วิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาโดยใช้รูปแบบซ...การพัฒนาผลการเรียนรู้วิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาโดยใช้รูปแบบซ...
การพัฒนาผลการเรียนรู้วิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาโดยใช้รูปแบบซ...Nakhon Phanom University
 
รายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
รายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนรายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
รายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนNatmol Thedsanabun
 
มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษามุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษาN'Fern White-Choc
 
บทที่ 3 การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้
บทที่ 3 การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้บทที่ 3 การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้
บทที่ 3 การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้panisa thepthawat
 
งานนำเสนอ มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้
งานนำเสนอ มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้งานนำเสนอ มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้
งานนำเสนอ มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้Aon Onuma
 
ภารกิจในบทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษา
ภารกิจในบทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษาภารกิจในบทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษา
ภารกิจในบทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษาB'nust Thaporn
 
Aect present wichit-current issue in edu tech
Aect present wichit-current issue in edu techAect present wichit-current issue in edu tech
Aect present wichit-current issue in edu techWichit Chawaha
 
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษามุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษาBLue Artittaya
 
ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1
ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1
ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1ถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องถูกใจ
 
มุมมองทางจิตวิทยา ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยา ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษามุมมองทางจิตวิทยา ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยา ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษาAlice Misty
 
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษามุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษาNisachol Poljorhor
 
บทที่ 6
บทที่ 6บทที่ 6
บทที่ 6Tar Bt
 
งานนวัตกรรม Chapter 3
งานนวัตกรรม Chapter 3งานนวัตกรรม Chapter 3
งานนวัตกรรม Chapter 3micnattawat
 
บทที่ 1
บทที่ 1บทที่ 1
บทที่ 1issaraka
 
ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1
ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1
ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1Uraiwan Chankan
 

What's hot (18)

การจัดการนวัตกรรมทางการศึกษา
การจัดการนวัตกรรมทางการศึกษาการจัดการนวัตกรรมทางการศึกษา
การจัดการนวัตกรรมทางการศึกษา
 
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยี
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีบทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยี
บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยี
 
การพัฒนาผลการเรียนรู้วิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาโดยใช้รูปแบบซ...
การพัฒนาผลการเรียนรู้วิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาโดยใช้รูปแบบซ...การพัฒนาผลการเรียนรู้วิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาโดยใช้รูปแบบซ...
การพัฒนาผลการเรียนรู้วิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาโดยใช้รูปแบบซ...
 
รายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
รายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนรายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
รายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
 
มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษามุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
 
บทที่ 3 การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้
บทที่ 3 การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้บทที่ 3 การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้
บทที่ 3 การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้
 
งานนำเสนอ มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้
งานนำเสนอ มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้งานนำเสนอ มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้
งานนำเสนอ มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้
 
ภารกิจในบทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษา
ภารกิจในบทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษาภารกิจในบทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษา
ภารกิจในบทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษา
 
Aect present wichit-current issue in edu tech
Aect present wichit-current issue in edu techAect present wichit-current issue in edu tech
Aect present wichit-current issue in edu tech
 
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษามุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
 
ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1
ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1
ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1
 
มุมมองทางจิตวิทยา ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยา ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษามุมมองทางจิตวิทยา ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยา ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษา
 
นวัตกรรมทางการศึกษา
นวัตกรรมทางการศึกษานวัตกรรมทางการศึกษา
นวัตกรรมทางการศึกษา
 
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษามุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
 
บทที่ 6
บทที่ 6บทที่ 6
บทที่ 6
 
งานนวัตกรรม Chapter 3
งานนวัตกรรม Chapter 3งานนวัตกรรม Chapter 3
งานนวัตกรรม Chapter 3
 
บทที่ 1
บทที่ 1บทที่ 1
บทที่ 1
 
ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1
ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1
ความหมาย ขอบข่ายและพัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา..Week 1
 

Viewers also liked

ทฤษฎีการเรียนรู้010-015-030-036
ทฤษฎีการเรียนรู้010-015-030-036ทฤษฎีการเรียนรู้010-015-030-036
ทฤษฎีการเรียนรู้010-015-030-036MooHnoon Choiyz
 
ทฤษฎีของเฟียเจท์ 1
ทฤษฎีของเฟียเจท์ 1ทฤษฎีของเฟียเจท์ 1
ทฤษฎีของเฟียเจท์ 1NusaiMath
 
ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้BLue Artittaya
 

Viewers also liked (20)

บทที่ 5
บทที่ 5บทที่ 5
บทที่ 5
 
ทฤษฎีการเรียนรู้010-015-030-036
ทฤษฎีการเรียนรู้010-015-030-036ทฤษฎีการเรียนรู้010-015-030-036
ทฤษฎีการเรียนรู้010-015-030-036
 
Story board
Story boardStory board
Story board
 
บทที่ 4 new
บทที่ 4 newบทที่ 4 new
บทที่ 4 new
 
บทที่ 6
บทที่ 6บทที่ 6
บทที่ 6
 
บทที่ 4
บทที่ 4 บทที่ 4
บทที่ 4
 
บทที่ 5
บทที่ 5บทที่ 5
บทที่ 5
 
บทที่ 4 new
บทที่ 4 newบทที่ 4 new
บทที่ 4 new
 
บทที่ 4 new
บทที่ 4 newบทที่ 4 new
บทที่ 4 new
 
บทที่ 4 new
บทที่ 4 newบทที่ 4 new
บทที่ 4 new
 
บทที่ 2
บทที่ 2บทที่ 2
บทที่ 2
 
บทที่ 3
บทที่ 3บทที่ 3
บทที่ 3
 
บทที่ 10
บทที่ 10บทที่ 10
บทที่ 10
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
 
บทที่ 7
บทที่ 7บทที่ 7
บทที่ 7
 
บทที่ 9
บทที่ 9บทที่ 9
บทที่ 9
 
ทฤษฎีของเฟียเจท์ 1
ทฤษฎีของเฟียเจท์ 1ทฤษฎีของเฟียเจท์ 1
ทฤษฎีของเฟียเจท์ 1
 
Constructivist theories
Constructivist  theoriesConstructivist  theories
Constructivist theories
 
ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้
 
ทฤษฎีการเรียนรู้ของกลุ่มปัญญานิยม
ทฤษฎีการเรียนรู้ของกลุ่มปัญญานิยมทฤษฎีการเรียนรู้ของกลุ่มปัญญานิยม
ทฤษฎีการเรียนรู้ของกลุ่มปัญญานิยม
 

Similar to บทที่ 3

ภารกิจครูมือใหม่
ภารกิจครูมือใหม่ภารกิจครูมือใหม่
ภารกิจครูมือใหม่Phornpen Fuangfoo
 
ครูมือใหม่
ครูมือใหม่ครูมือใหม่
ครูมือใหม่noiiso_M2
 
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา201700 chapter3
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา201700 chapter3มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา201700 chapter3
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา201700 chapter3Ptato Ok
 
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่Ailada_oa
 
ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้Thunyalak Thumphila
 
มุมมองทางจิตวิทยา 03
มุมมองทางจิตวิทยา 03มุมมองทางจิตวิทยา 03
มุมมองทางจิตวิทยา 03Poo-Chom Siriwut
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้chukiat jaiphat
 
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์Albert Sigum
 
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์Albert Sigum
 
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็นอย่างไร
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็นอย่างไรกระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็นอย่างไร
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็นอย่างไรAlbert Sigum
 
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษามุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษาNisachol Poljorhor
 
มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษามุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษาAomJi Math-ed
 
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1Ailada_oa
 

Similar to บทที่ 3 (20)

ครูมือใหม่
ครูมือใหม่ครูมือใหม่
ครูมือใหม่
 
ภารกิจครูมือใหม่
ภารกิจครูมือใหม่ภารกิจครูมือใหม่
ภารกิจครูมือใหม่
 
ครูมือใหม่
ครูมือใหม่ครูมือใหม่
ครูมือใหม่
 
ภารกิจครูมือใหม่
ภารกิจครูมือใหม่ภารกิจครูมือใหม่
ภารกิจครูมือใหม่
 
ครูมือใหม่
ครูมือใหม่ครูมือใหม่
ครูมือใหม่
 
ครูมือใหม่
ครูมือใหม่ครูมือใหม่
ครูมือใหม่
 
ครูมือใหม่
ครูมือใหม่ครูมือใหม่
ครูมือใหม่
 
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา201700 chapter3
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา201700 chapter3มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา201700 chapter3
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา201700 chapter3
 
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่
 
ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้
 
มุมมองทางจิตวิทยา 03
มุมมองทางจิตวิทยา 03มุมมองทางจิตวิทยา 03
มุมมองทางจิตวิทยา 03
 
Comed
ComedComed
Comed
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์
 
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็น อ.ต้าร์
 
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็นอย่างไร
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็นอย่างไรกระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็นอย่างไร
กระบวนทัศน์ของการออกแบบการสอนเป็นอย่างไร
 
Innovation
InnovationInnovation
Innovation
 
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษามุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
 
มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษามุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา
 
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1
 

บทที่ 3

  • 2. บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา 27 มุมมองทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และสื่อการศึกษา
  • 3. บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา 28 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยี และสือการศึกษา ่ บทที่ 3 โครงร่างเนื้อหาของบท คาสาคัญ 1. มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม  พฤติกรรม 2. มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้กลุ่มพุทธิปัญญานิยม  การวางเงื่อนไข 3. มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้กลุ่มคอนสตรัคติวิสต์  การเสริมแรง  กระบวนการทางพุทธิ วัตถุประสงค์การเรียนรู้ ปัญญา 1. อธิบายความคิดรวบยอดของทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่ม  การประมวลสารสนเทศ พฤติกรรมนิยม พุทธิปัญญานิยมและคอนสตรัคติสต์ได้  โครงสร้างทางปัญญา 2. วิเคราะห์การออกแบบสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาของแต่ ละกลุมทฤษฎีการเรียนรู้ได้ ่  การสร้างความรู้ 3. อธิบายการนาหลักจิตวิทยาการเรียนรู้ไปใช้ให้สอดคล้องกับ  การเสียสมดุลทาง การเรียนที่เน้นผูเ้ รียนเป็นสาคัญได้ ปัญญา กิจกรรมการเรียนรู้  ฐานการช่วยเหลือ 1. ผู้สอนให้มโนทัศน์เชิงทฤษฎี หลักการ เรื่อง มุมมองทาง  การร่วมมือกันแก้ปัญหา จิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา  การโค้ช 2. นักศึกษาแบ่งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 3 คน ศึกษาจาก สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้บนเครือข่าย http://ednet.kku.ac.th/~sumcha/web-230301/ โดย นักศึกษาศึกษาสถานการณ์ปญหาบทที่ 3 วิเคราะห์ทา ั ความเข้าใจค้นหาคาตอบจากเอกสารประกอบการสอนและ แหล่งเรียนรู้บนเครือข่ายและร่วมกันสรุปคาตอบ และ นาเสนอในรูปแบบ Power point 3. นักศึกษาร่วมกันสรุปองค์ความรู้และแลกเปลียนความ ่ คิดเห็น โดยผูสอนตั้งประเด็น และอธิบายเพิ่มเติม ้ สถานการณ์ปัญหา(Problem-based learning) หลังจากที่ใช้วิธีการสอนที่เน้นให้นักเรียนจดจาความรู้ของครูเป็นหลัก ครูสมศรีจึงเปลี่ยน วิธีการสอนใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน โดยนา สื่อเข้ามาใช้ในการเรียนการสอน โดยครูสมศรีได้สร้างสื่อขึ้นมาตามแนวความคิด และประสบการณ์
  • 4. บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา 29 ของตนเอง เช่น ในสื่ออยากให้มีข้อความรู้ก็นาเนื้อหามา บรรจุ อยากให้มีรูปภาพประกอบก็นารูปภาพมาบรรจุในสื่อ แทนการบอกจากครู และเพิ่มเทคนิคทางกราฟิกต่างๆ เข้า ไป เพื่อให้เกิดความสวยงามตรงตามแนวคิดของตน และ ส่งเสริมการสอนของตนเองให้มีระสิทธิภาพมากขึ้น แต่พ อใช้ไ ปได้ร ะยะหนึ่งพบว่า ในช่ว งแรกๆ ผู้เรียนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมีกราฟิกที่ดึงดูด ความสนใจ แต่พอหลังจากนั้นไปสักระยะผู้เรียนก็ไม่ให้ ความสนใจกับสื่อที่ครูสมศรีสร้างขึ้น ทั้งผลการเรียนและ กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการสอนแบบเดิมที่เคยใช้ก็ ไม่แตกต่างกัน จึง ทาให้ครูสมศรีกลับมาทบทวนใหม่ว่าทาไมจึงเป็นเช่นนี้ ในฐานะทีนักศึกษาเป็นครูนักเทคโนโลยีทาง ่ การศึกษา จะมีวิธีการช่วยเหลือครูสมศรีอย่างไร ภารกิจ 1. วิเคราะห์หาสาเหตุที่ทาให้ก ารเรียนรู้จากสื่อของครูสมศรีไม่ตรงตามเป้าประสงค์ที่ ต้องการให้เกิดขึ้น พร้อมอธิบายเหตุผล 2. วิเคราะห์ว่าแนวคิดเกี่ยวกับแนวคิดในการออกแบบการสอนและสื่อการสอนว่ามาจาก พื้นฐานใดบ้างและพื้นฐานดังกล่าว มีความสัมพันธ์กันอย่างไร 3. วิเคราะห์ว่าในยุคปัจจุบันที่สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนกระบวนทัศน์ใหม่ ของการจัดการศึกษา ในการออกแบบการสอนและสื่อการสอนนั้นควรอยู่พื้นฐานของสิ่งใดบ้าง อธิบายพร้อมให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
  • 5. บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา 30 มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้ มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้ กลุ่มพฤติกรรมนิยม กลุ่มพุทธิปัญญานิยม -การเรียนรู้ตามแนว -การเรียนรู้ตามแนวพุทธิปัญญา พฤติกรรมนิยม นิยม -เทคโนโลยีและ -เทคโนโลยีและ สื่อการศึกษาตามแนว สาระสาคัญ สื่อการศึกษาตามแนวพุทธิ พฤติกรรมนิยม ในบทที่ 3 ปัญญานิยม มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้กลุ่ม คอนสตรัคติวิสต์ -การเรียนรู้ตามแนวคอนสตรัค ติวิสต์ -เทคโนโลยีและสื่อการศึกษา ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ ทฤษฎีการเรียนรู้เป็นกลุ่มของหลักการทั้งหลายที่อธิบายวิธีการเรียนรู้ของมนุษย์ ซึ่งรวมทั้ง วิธีการได้มาซึ่งความสามารถ(Abilities) และความรู้ใหม่ (Knowledge) ดังนั้นการทาความเข้าใจว่า คนเราเรียนรู้ได้อย่างไรจึงเป็นหัวใจสาคัญที่จะนาไปเป็นพื้นฐานในการออกแบบการสอน สื่อ และ นวัตกรรมทางการศึกษาอื่นๆ การศึกษาเกี่ยวกับการเรี ยนรู้นั้นได้เกิดขึ้นกว่าร้อยปีที่ผ่านมา และมี หลายทฤษฎีที่อธิบายถึงการเรียนรู้ (Driscoll, 1994; Gredler, 1997) ซึ่งทฤษฎีเหล่านั้นสามารถ จัดเป็น 3 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน (Newby, T.J. and Others, 2000) คือ ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรม นิยม ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธิปัญญานิยม และทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มคอนสตรัคติวิสซึม ในแต่ละกลุ่ม ทฤษฎีจะมีแนวคิดหลัก และรูปแบบเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ซึ่งนักการศึกษาได้นาไปเป็น พื้นฐานในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ดังรายละเอียดที่จะได้นาเสนอต่อไปนี้
  • 6. บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา 31 มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม การเรียนรู้ตามแนวพฤติกรรมนิยม กลุ่มพฤติกรรมนิยม(Behaviorism หรือ S-R Associationism) มุ่งที่ศึกษาเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้า (Stimulus) กับการตอบสนอง (Response) หรือพฤติกรรมที่แสดง ออกมา ซึ่งจะให้ความสนใจกับพฤติกรรมที่สามารถวั ดและสังเกต จากภายนอกได้และเน้น ความสาคัญของสิ่งแวดล้อมเพราะเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวที่กาหนดพฤติกรรม ในแนวคิดของ กลุ่มนี้จะเชื่อว่า การเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียน สร้ า งความเชื่ อ มโยงระหว่ า งสิ่ ง เร้ า และการ ตอบสนอง ซึ่งถ้าหากได้รับการเสริมแรงจะทาให้ มี ก ารแสดงพฤติ ก รรมนั้ น ถี่ ม ากขึ้ น (Mayer, 1992; สุมาลี ชัยเจริญ, 2551) แนวคิดการ เรียนรู้ ตามแนวพฤติกรรมนิยมได้ถูกพั ฒนาขึ้ น ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 และรากฐาน ของหลั ก ทฤษฎี นั้ น มาจากการศึ ก ษาวิ จั ย พฤติกรรมการเรียนรู้ของสัตว์ในห้องทดลองที่ถูก ก าหนดขึ้ น ภายใต้ เ งื่ อ นไขและการควบคุ ม สิ่งแวดล้อมต่า งๆดั งเช่น การทดลองของพาฟลอฟ (Povlov) วัตสั น (Watson) และสกิ นเนอร์ (Skinner) ดั้งนั้นนิยามของการเรียนรู้ตามแนวพฤติกรรมนิยม จึงหมายถึง การเปลี่ยนแปลง พฤติ ก รรมซึ่ ง เป็ น ผลเนื่ อ งมาจากการเชื่ อ มโยงความสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า งสิ่ ง เร้ า และการ ตอบสนอง จะมุ่งเน้นเพียงเฉพาะพฤติกรรมที่สามารถวัดและสังเกตได้เท่านั้น โดยไม่ศึกษาถึง กระบวนการภายในของมนุษย์ (Mental process) จากแนวคิดดังกล่าวบทบาทของผู้เรียนจึงเป็นผู้ที่รอรับ (Passively) ความรู้ ตลอดจนสิ่ง เร้าต่างๆที่จัดให้ในขณะที่เรียนรู้ เช่น รางวัล การลงโทษหรื อแม้แต่แรงเสริม เป็นต้น ในขณะที่ บทบาทของครูจะเป็นผู้บริหารจัดการสิ่งเร้าที่จะให้ผู้เรียน เช่น การทาแบบฝึกหัดซ้าๆ (Drill-and- practice) การเสริมแรง (Reinforcement) เป็นต้น ส่วนบทบาทของนักเทคโนโลยีการศึกษาคือผู้ที่ สร้างสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนทาซ้าๆในการตอบสนองที่ง่ายๆ ซึ่งจะได้รับผลตอบสนอง กลับทันทีทันใดในขณะที่เรียนรู้ (Mayer, 1996) เทคโนโลยีและสื่อการศึกษาตามแนวพฤติกรรมนิยม การออกแบบสื่อตามพื้นฐานทฤษฎีพฤติกรรมนิยมจะถูกเรียกว่า การออกแบบการสอน ในช่วงเริ่มแรก มุ่งเน้นการออกแบบเพื่อให้ผู้เรีย นสามารถจดจาความรู้ให้ได้ในปริมาณมากที่สุด บทบาทของผู้เรียนเป็นผู้รับข้อมูลสารสนเทศ งานของครูผู้สอนจะเป็นผู้นาเสนอข้อมูลสารสนเทศ
  • 7. บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา 32 เช่น ตาราเรียน การบรรยาย ตามแนวคิดนี้ข้อมูลข่าวสารจะถูกถ่ายทอด โดยตรงจากครูผู้สอนไปยัง ผู้เรียน บทบาทของนักออกแบบการสอน หรือครูจะเป็นการสร้าง สิ่งแวดล้อมที่ผู้เรียนจะต้องดูด ซับข้อมูลสารสนเทศจานวนมาก เช่น บทเรียนโปรแกรม ชุดการสอน และบทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน โดยลักษณะที่สาคัญของการออกแบบสื่อตามแนวพฤติกรรมนิยมเป็นดังนี้ (Newby, T.J. and Others, 2000) 1) ระบุวัตถุประสงค์การสอนที่ชัดเจน โดยกาหนดพฤติกรรมเฉพาะที่ต้องการให้เกิดขึ้น หลังจากการเรียนรู้นั้นประสบความสาเร็จ ซึ่งวัตถุประสงค์จะเป็นตัวชี้วัดที่สาคัญว่าผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้ 2) การสอนในแต่ละขั้นตอน นาไปสู่การเรียนแบบรอบรู้ (Mastery learning) ในหน่วย การสอนรวม 3) ให้ผู้เรียนได้เรียนไปตามอัตราการเรียนรู้ของตนเอง 4) ดาเนินการสอนไปตามโปรแกรม หรือลาดับขั้นที่กาหนดไว้ จากง่ายไปยาก โดยเป็น การแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนย่อยๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถจดจาได้ง่าย 5) การออกแบบการเรียนเป็นลักษณะเชิงเส้นทีเ่ ป็นลาดับขั้นตอน 6) การให้ผลตอบกลับทันทีทันใด เมื่อผู้เรียนกระทาพฤติกรรมนั้นเสร็จจะได้รบผลกลับ ั พร้อมทั้งแรงเสริมทันทีทันใดในขณะที่เรียนรู้  มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้กลุ่มพุทธิปัญญานิยม การเรียนรู้ตามแนวพุทธิปัญญานิยม กลุ่มพุทธิปัญญานิยม (Cognitivism) เชื่อว่าการเรียนรู้เป็นสิ่งที่มากกว่าผลของการเชื่อมโยง ระหว่างสิ่งเร้าการตอบสนอง โดยให้ความสนใจในกระบวนการภายในที่เรียกว่า ความรู้ความเข้าใจ หรือการรู้คิดของมนุษย์ การเรียนรู้ตามแนวพุทธิปัญญา หมายถึง การเปลี่ยนแปลงความรู้ของผู้เรียนทั้งทางด้าน ปริมาณและด้านคุณภาพ คือ นอกจากผู้เรียนจะมีสิ่งที่เรียนรู้เพิ่ มขึ้นแล้ว ยังสามารถจัดรวบรวม เรียบเรียงสิ่งที่เรียนรู้เหล่านั้นให้เป็นระเบียบ เพื่อให้สามารถเรียกกลับมาใช้ได้ตามที่ต้องการ และ สามารถถ่ายโยงความรู้และทักษะเดิม หรือสิ่งที่เรียนรู้มาแล้ว ไปสู่บริบทและปัญหาใหม่ (Mayer, 1992) อาจกล่าวได้ว่าการเรียนรู้ตามแนวคิดนี้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนสามารถวางสารสนเทศใหม่ใน ความจาระยะยาว (Long-term memory) ซึ่งจะแตกต่างกันการเรียนรู้ของพฤติกรรมนิยมที่จะ อธิบายเพียงเฉพาะพฤติกรรมภายนอกที่แสดงออกมา ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธิปัญญานิยมได้พัฒนามาตั้งแต่ ปี 1950s, 1960s และ 1970s เป็นต้นมา และรากฐานของ หลักทฤษฎีนั้นมาจากการศึกษาวิจัยการเรียนรู้ของมนุษย์ใน ห้องทดลองที่ที่ถูกกาหนดขึ้นภายใต้เงื่อนไขและการควบคุม สิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น เพียเจต์ บรูเนอร์ และออซูเบล เป็นต้น ตามแนวคิดนี้บทบาทของผู้เรียนจะรอรับสารสนเทศ ในขณะที่ บ ทบาทของครูจ ะเป็น ผู้ น าเสนอสารสนเทศ เช่ น
  • 8. บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา 33 หนังสือ และการบรรยาย ซึ่งการได้มาซึ่งความรู้หรือ การเรียนรู้ต ามแนวคิดนี้ก็ คือปริมาณของ สารสนเทศที่ได้รับจากการถ่ายทอดโดยตรงจากครูไปยังผู้เรียน ส่วนบทบาทของนักออกแบบสื่อคือ ผู้สร้า งสิ่งแวดล้อ มทางการเรียนรู้ ที่ให้ผู้ เรียนสามารถรั บสารสนเทศไปเก็บไว้ ในหน่ วยความจ า (Memory) ได้ในปริมาณมาก เทคโนโลยีและสื่อการศึกษาตามแนวพุทธิปัญญานิยม การออกแบบเทคโนโลยีและสื่อตามแนวคิดนี้จะอยู่บนนิยามเกี่ยวกับการเรียนรู้ไว้ว่า เป็น การเปลี่ยนแปลงความรู้ของผู้เรียน ทั้งทางด้านปริมาณและด้านคุณภาพ หรือการเรียนรู้เป็นผลมา จากการจัดระเบียบ หรือ จัดหมวดหมู่ของความจาลงสู่โครงสร้างทางปัญญา หรือเรียกว่า Mental Models คือ นอกจาก ผู้เรียนจะมีสิ่งที่เรียนรู้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังสามารถจัดรวบรวมเรียบเรียงสิ่งที่ เรียนรู้เหล่านั้น ให้เป็นระเบียบ เพื่อให้สามารถเรียกกลับมาใช้ได้ตามที่ต้องการและสามารถถ่ายโยง ความรู้ และทักษะเดิม หรือสิ่งที่เรียนรู้มาแล้วไปสู่บริบทและปัญหาใหม่" (Mayer,1996) ซึ่งจะ แตกต่างกับการออกแบบเทคโนโลยีและสื่อที่ อาศัยพื้นฐานพฤติกรรมนิยมที่มุ่งเน้นพฤติกรรม ที่ สังเกตได้เท่านั้น โดยมิได้สนใจกับกระบวนการรู้คิด หรือกิจกรรมทางสติปัญญาของมนุษย์ (Mental Activities) แต่กลุ่มพุทธิปัญญานิยมให้ความสาคัญในการศึกษาเกี่ยวกับ "ปฏิสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งเร้า ภายนอก (ส่งผ่านโดยสื่อต่างๆ) กับสิ่งเร้าภายใน คือ ความรู้ความเข้าใจ หรือ กระบวนการรู้คิด หรือกระบวนการรู้คิด (Cognitive Process) ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ขอบเขตที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการรู้การคิด (Cognitive Process) ดังจะเห็นได้จากการออกแบบการสอน และสื่อที่ได้ มุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการทางปัญญามากกว่า การเน้นเฉพาะการพัฒนาพฤติกรรม ที่สนองต่อ สิ่งเร้าเพียงอย่างเดียว แนวคิดที่สาคัญของการออกแบบมุ่งเน้นการสนับสนุนกระบวนการทางพุทธิปัญญาของ ผู้เรียนโดยเฉพาะบทบาทของการใช้หน่วยความจา (Memory) เพื่อช่วยในการแปลสารสนเทศใหม่ ลงไปในรูปแบบที่มีความหมายสารับผู้เรียนในการบันทึกความรู้และการนาความรู้ที่เก็บไว้กลับมา ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยลักษณะที่สาคั ญของการออกแบบเทคโนโลยีและสื่อตามแนวพุทธิ ปัญญาเป็นดังนี้ 1) การจัดระเบียบสารสนเทศใหม่ และสร้างโครงสร้างสารสนเทศให้กับผู้เรียน เพราะว่า กิจกรรมการเรียนรู้ของมนุษย์จะพยายามค้นหาและเรียงลาดับสารสนเทศเพื่อใช้ในการทาความ เข้าใจ ดังนั้นหากผู้สอนมีการจัดระเบียบสารสนเทศจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถสร้างความเข้าใจใน หน่ ว ยความจ าได้ ง่ า ย เช่ น การสร้ า งโครงร่ า งของเนื้ อ หา การจั ด ความคิ ด รวบยอดที่ แ สดง ความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหาที่จะเรียนรู้ (Concept map) เป็นต้น
  • 9. บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา 34 ภาพที่ 3-1 แสดงการจัดระเบียบสารสนเทศตามแนวคิดของ Ormrod, J.E. (1999) 2) การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสารสนเทศใหม่กับความรู้เดิม วิธีการนี้จะช่วยให้ ผู้เรียนเรียนรู้ได้อย่างมีความหมายและเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (Ormrod, 1999) 3) ใช้เทคนิคเพื่อแนะนาและสนับสนุนให้ผู้เรียนใส่ใจ เข้ารหัสและเรียกสารสนเทศกลับมา ใช้ใหม่ได้ ซึ่งมีเทคนิคที่ผู้สอนควรนาไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนดังนี้ 3.1 การมุ่งเน้นคาถาม (Focusing question) ซึ่งนามาใช้ในขั้นนาเข้าสู่ บทเรียนเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนใส่ใจในสิ่งที่จะเรียนรู้ 3.2 การเน้นคาหรือข้อความ (Highlighting) เป็นเทคนิคที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียน ใส่ใจสานสนเทศได้โดยตรง โดยเฉพาะสารสนเทศที่สาคัญที่ต้องการให้ผู้เรียนใส่ใจเป็นพิเศษ เช่น การใช้ตัวอักษรหนา การขีดเส้นใต้ การทาตัวอักษรเอียง การใช้เครื่องหมาย “...” เป็นต้น 3.3 การใช้ Mnemonic เป็นวิธีการที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถบันทึกสารสนเทศ และเรียกกลับมาใช้ได้ง่าย ดังเช่น การใช้คาคล้องจอง การแต่งเป็นบทเพลงที่ต้องให้ผู้เรียนจดจา สระไอ ไม้ม้วนทั้ง 20 ตัว (ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ...) เป็นต้น 3.4 การสร้างภาพ (Imagery) เป็นการสร้างภาพที่เป็นตัวแทนสารสนเทศใหม่ที่ ได้รับ ซึ่งจะมีความถูกต้องและสอดคล้องกับสารสนเทศที่เรียนรู้ เช่น การสร้างความคิดรวบยอด เกี่ยวกับสุนัข การใช้เทคนิคการสร้างภาพก็จะพยายามนึกถึงคุณลักษณะร่วมและลักษณะเฉพาะที่ สุนัขมีออกมาในรูปแบบของภาพ คือ มีสี่ขา มีหนาและเห่าได้ ภาพเหล่านี้ผู้เรียนจะสร้างขึ้นภาพใน สมอง และนาไปบันทึกไว้ในหน่ วยความจา และเมื่อต้องการใช้สารสนเทศก็จะถูกเรียกกลับมาใน ลักษณะที่เป็นภาพที่แทนสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ  มุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้กลุ่มคอนสตรัคติวิสต์ การเรียนรู้ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์อธิบายว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นเมือผู้เรียนสร้างความรูอย่างตื่นตัวด้วย ่ ้ ตนเองโดยพยายามสร้างความเข้าใจ (Understanding) นอกเหนือเนื้อหาความรู้ที่ได้รับ โดยการ สร้างสิ่งแทนความรู้ (Representation) ขึ้นมา ซึ่งต้องอาศัยการเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมของ ตนเอง (Jonassen, 1991) แนวคิดนี้เกิดขึ้นมาใช้ช่วง คศ.1980s และ 1990s และรากฐานของหลัก ทฤษฎีนั้นมาจากการศึกษาวิจัยการเรียนรู้ของมนุษย์ในสภาพจริง (Realistic) ตามแนวคิดนี้บทบาท ของผู้เรียนคือผู้สร้างความรู้ ในขณะที่ผู้สอนมีบทบาทเป็นผู้แนะนาทางพุทธิปัญญา (Cognitive guide) ทีให้คาแนะนาและรูปแบบเกี่ยวกับภารกิจการเรียนรู้ตามสภาพจริง บทบาทของผู้เรียนคือ ่ ลงมือกระทาการเรียนรู้ ส่วนบทบาทของนักออกแบบสื่อคือผู้สร้างสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ ที่ให้ ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ อย่างมีความหมายกับเนื้อหา สื่อ ตลอดจนแหล่งเรียนรู้ทั้งหลายที่อยู่รอบตั ว ผู้เรียน (Meyer, 1996) ในงานทางเทคโนโลยีการศึกษาได้นาทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ที่สาคัญ 2 กลุ่ม แนวคิดมาใช้เป็นพื้นฐาน คือ ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชิงปัญญา (Cognitive Constructivism) และ ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชิงสังคม
  • 10. บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา 35 ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชิงปัญญา มีรากฐานมาจากแนวคิดของเพียเจต์ โดยมีหลัก สาคัญว่ามนุษย์เราต้อง "สร้าง" (Construct) ความรู้ด้วยตนเองโดยผ่านทางประสบการณ์ ซึ่ง ประสบการณ์เ หล่ านี้ จะกระตุ้น ให้ ผู้เ รียนสร้ าง โครงสร้ างทางปัญ ญา หรื อเรีย กว่า สกีม า (Schemas) รูปแบบการทาความเข้าใจ (Mental Model) ในสมอง โครงสร้างทางปัญญา เหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (Change) ขยาย (Enlarge) และซับซ้อนขึ้นได้ โดยผ่านทาง กระบวนการการดูดซึม (Assimilation) และการปรับเปลี่ยน (Accommodation) ดังนั้นบทบาท ของครูผู้สอนในห้องเรียน ตามแนวคิดของเพียเจต์ บทบาทที่สาคัญคือ การจัดเตรียมสิ่งแวดล้อมที่ ให้ผู้เรียนได้สารวจ ค้นหา ตามธรรมชาติห้องเรียนควรเติม สิ่งที่น่าสนใจที่จะกระตุ้นให้ผู้เรียนเป็น ผู้สร้างความรู้ด้วยตนเอง อย่างตื่นตัวโดยการขยาย สกีมาผ่านทางประสบการณ์ด้วยวิธีการดูดซึม (Assimilation) และ การปรับเปลี่ยน (Accommodation) ซึ่งเชื่อว่าการเรียนรู้เกิดจากการปรับเข้า สู่สภาวะสมดุล (Equilibrium) ภาพที่ 3-2 แสดงกระบวนการสร้างความรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชิงปัญญา ตามแนวคิดของเพียเจต์ พื้นฐานแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชิงสังคม มาจากแนวคิดของ Vygotsky ที่มีแนวคิด เกี่ยวกับการสร้างความรู้ของมนุษย์ใน 2 แนวคิดที่ว่า บริบทการเรียนรู้ทางสังคม (Social Context Learning) วัฒนธรรม ภาษาจะเป็นเครื่องมือทางปัญญาที่จาเป็นสาหรับการสร้าง ความรู้และ Vygotsky เชื่อว่า มนุษย์เรามีระดับพัฒนาการทางเชาว์ปัญญาที่เรียกว่า Zone of Proximal Development ถ้าใครที่อยู่เหนือโซนนี้สามารถที่ จะเรียนรู้และสร้างความรู้เองได้ด้วย ตนเองโดยไม่ต้องได้รับการช่วยเหลือ แต่ถ้าใครที่อยู่ใต้โซนนี้จะเป็นผู้ที่ไม่สามารถเรียนรู้หรือ แก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง จึงจาเป็นที่จะต้องมีฐานความช่วยเหลือ (Scaffolding) ไว้คอยช่วยให้ สามารถข้ามไปอยู่เหนือโซนได้และ Vygotsky ยังเชื่อว่ามนุษย์เราไม่ได้อยู่เหนือโซนในทุกเรื่อง ดังนั้นในการออกแบบการเรียนการสอนจึงต้องมีการจัดฐานความช่วยเหลือไว้คอยสนับสนุนผู้เรียน
  • 11. บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา 36 ภาพที่ 3-3 แสดงกระบวนการสร้างความรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชิงสังคมของ Vygotsky เทคโนโลยีและสื่อการศึกษาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ การออกแบบการสอนตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ จะมีพื้นฐานจากทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ที่ ให้นิยามเกี่ยวกับการเรียนรู้ไว้ว่าเป็นการสร้างความรู้ (Knowledge Construction) ซึ่งมาจาก พื้นฐานที่ว่าการเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ เรียนได้สร้างสิ่งที่แทนความรู้ใน ความจาในระยะทางาน (Working Memory) อย่างตื่นตัว แนวคิดดังกล่าวข้างต้นเริ่ม ต้นขึ้นตั้งแต่ 1980s และ 1990s เป็น ตันมาโดยทาการศึกษาการเรียนรู้ของมนุษย์ในสภาพจริง วิธีการเรียนรู้ภายใต้แนวคิดการสร้าง ความรู้นี้ บทบาทของผู้เรียนเป็นผู้ที่ลงมือกระทาอย่างตื่นตัว ในขณะที่ ครูผู้สอนเป็นผู้แนะแนวทาง พุทธิปัญญา ซึ่งจะจัดแนะแนวและเป็นโมเดลในภารกิจการเรียนตาม สภาพจริง บทบาทของนัก เทคโนโลยีการศึกษาหรือครูจะเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ผู้เรียนมี ปฏิสัมพันธ์อย่างมีความหมายกับ เนื้อหาบทเรียน รวมทั้งการทาให้เกิดกระบวนการเลือกข้อมูล จัดหมวดหมู่ข้อมูล และการบูรณาการ ข้อมูล ซึ่งคุณลักษณะของการเรียนและการสอนตามแนวคอนสตรัคตวิสต์ มีดังนี้ 1) นาเสนอและส่งเสริมให้ผู้เรียนเห็นมุมมองและตัวแทนความคิดรวบยอดของเนื้อหาที่ หลากหลาย 2) เป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการเรียนได้มาจากผู้เรียนหรือการเจรจาร่วมกับผูสอน ้ 3) ผู้สอนให้บริการในบทบาทของผู้แนะนา ผู้กากับ โค้ช และผู้อานวยความสะดวกในการ เรียน 4) กิจกรรม โอกาส เครื่องมือและสิ่งแวดล้อมต่างๆจัดมาเพื่อส่งเสริมการกากับวิธีการเรียนรู้ โดยอาศัยความคิดของตนเอง (metacognition) ดังเช่น การวิเคราะห์ตนเอง (self- analysis) การควบคุมการเรียนด้วยตนเอง (self-regulation) การสะท้อนความคิดของ ตนเอง(self-reflection) และการตระหนักรู้ด้วยตนเอง (self-awareness) 5) ผู้เรียนต้องมีบทบาทสาคัญในการใช้สื่อและควบคุมการเรียนรู้ด้วยตนเอง
  • 12. บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา 37 6) สถานการณ์เรียนรู้ สิ่งแวดล้อม ทักษะ เนื้อหาและภารกิจ จะเกี่ยวข้องกับสภาพจริง และ สอดคล้องกับบริบทจริงที่มีความซับซ้อน 7) ข้อมูลแหล่งเรียนจะถูกใช้เพื่อที่จะทาให้มั่นใจในสภาพจริง 8) การสร้างความรู้เป็นสิ่งที่มุ่งเน้นในการเรียนรู้ไม่ใช่การคัดลอกความรู้ 9) การสร้ า งความรู้ จ ะเกิ ด ขึ้ น ในบริ บ ทของแต่ ล ะบุ ค คลที่ ผ่ า นการต่ อ รองทางสั ง คม การร่วมมือการเรียนรู้และการมีประสบการณ์ร่วมกัน 10) การสร้างความรู้เดิมของผู้เรียน ความเชื่อ และเจตคติ จะเป็นสิ่งสาคัญที่นามาพิจารณาใน กระบวนการสร้างความรู้ใหม่ 11) เป็นกระบวนการที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหา ทักษะการคิดขั้นสูง และความเข้าใจที่ลึกซึ้ง 12) ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่ทาให้เกิดโอกาสในการหยั่งรู้ที่นาไปสู่การสร้างความรู้ของผู้เรียน 13) การสารวจเป็นวิธีการที่นิยมเพื่อที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนค้นหาความรู้ด้วยตนเองและจัดการ เกี่ยวกับตนเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 14) ผู้เรียนจะได้รั บการจัดหาโอกาสสาหรับการฝึ กหัดทางปั ญญา ซึ่งจะอยู่ ในภารกิจการ เรียนรู้ตามสภาพจริง ทักษะและการได้มาซึ่งความรู้ 15) ความซับซ้อนของความรู้จะถูกสะท้อนออกมาโดยมุ่งเน้นความเชื่อมโยงกับความคิดรวบ ยอดที่หลากหลายและการเรียนรู้ที่ต้องเชื่อมโยงหลายศาสตร์ 16) การร่วมมือกันแก้ปัญหาและการเรียนแบบร่วมมือเป็นที่นิยมเพื่อที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ แลกเปลี่ยนมุมมองที่หลากหลาย 17) ฐานการช่วยเหลือถูกจัดไปเอื้ออานวยเพื่อช่วยผู้เรียนให้สามารถข้ามข้อจากัดทางการ เรียนรู้ 18) การประเมินเป็นการประเมินตามสภาพจริง จากแนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ตามพื้นฐานทางทฤษฎีการเรียนรู้คอนสตรัคติวิสต์ ดังกล่าว มาข้างต้นจะเห็นได้ว่า งานที่สาคัญของครูก็คือ ช่วยนักเรียนแต่ละคนให้เกิดการเรียนรู้ โดยมีครูทา หน้าที่จัดสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรูให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรูอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ตอบสนองกับการ ้ ้ จัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง จะเห็นได้ว่าการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน เป็นศูนย์กลาง เป็นการจัดสิ่งแวดล้อมทางการ เรียนรู้ที่เน้นการพัฒนากระบวนการคิดอย่างอิสระสร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง ตลอดจน เรียนรู้จาก การปฏิบัติของตนเองโดยใช้วิธีการเรียนรู้ที่ หลากหลาย เพื่อนาไปสู่คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ของ สังคมไทย คือ สามารถคิดแบบองค์รวม เรียนรู้ร่วมกันและทางานเป็นทีมเพื่อประโยชน์ของ สังคมไทยโดยมีเป้าหมายให้คนไทยมีศักยภาพ ในการแข่งขัน และร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะ เรียกว่า การจัดสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Learning Environments) เป็นรูปแบบการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ประสานร่วมกันระหว่าง "สื่อ" (Media) กับ "วิธีการ" (Methods) โดยการนาทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์มาเป็นพื้นฐานในการออกแบบ ร่วมกับสื่อ ซึ่ งมีคุณลักษณะของสื่อและระบบสัญลักษณ์ของสื่อที่สนับสนุนการสร้างความรู้ของ ผู้เรียน โดยมีองค์ประกอบ และหลักการสาคัญที่ใช้ในการออกแบบดังนี้ (1) สถานการณ์ปัญหา (2) แหล่งการเรียนรู้ (3) ฐานการช่วยเหลือ (4) การร่วมมือกันแก้ปัญหา และ(5) การโค้ช สาหรับการ ออกแบบสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์จะมุ่งเน้น การพัฒนากระบวนการคิด อย่างอิสระและ สร้างความรู้ได้ด้วยตนเองของผู้เรียน เช่น สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้บนเครือข่ายที่
  • 13. บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา 38 พัฒนาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ มัลติมีเดียที่พัฒนาตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ ชุดการสร้างความรู้ ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ (สุมาลี ชัยเจริญ, 2547) ดังรายละเอียดในตาราง ตารางที่ 3.1 เปรียบเทียบมุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้ทั้งสามกลุ่มแนวคิด พฤติกรรมนิยม พุทธิปัญญานิยม คอนสตรัคติวิสต์ การเรียนรู้คืออะไร ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง การเปลี่ ย นแปลงของ การเปลี่ ย นแปลง พฤติกรรมที่เกิดขึ้น ความรู้ ที่ ถู ก เก็ บ ไว้ ใ น อย่ า งมี ค วามหมาย หน่วยความจา เกี่ยวกับรู้ที่สร้างขึ้น กระบวนการเรียนรู้ Antecedent การใส่ใจการเข้ารหัส ก า ร ร่ ว ม มื อ กั น คืออะไร behavior การเรี ย กกลั บ ของ แก้ปัญหา consequence สารสนเทศใน หน่วยความจา บทบาทของผู้ ส อน บริหารจัดการสิ่งเร้าที่จะ นาเสนอสารสนเทศ แ น ะ น า แ ล ะ ใ ห้ คืออะไร ให้ผู้เรียน รูปแบบ บทบาทของผู้เรียน รับสิ่งเร้าที่ครูจดให้ ั รอรับสารสนเทศ สร้ า งความรู้ อ ย่ า ง ตื่นตัว สรุป ในช่วงทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา กระบวนทัศน์ใหม่ทางการเรียนรู้ คือ คอนสตรัคติวิสต์ (Constructivism) ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อการศึกษา และงานทางเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งมีความเชื่อ ว่า การรู้จักและตีความหมายของสิ่งต่างๆ ในโลกของแต่ละบุคคลนั้น เกิดจากการสร้างแนวคิดของ ตนเองเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นวัตถุจริง (Real World) ดังนั้น นักการศึกษาที่เชื่อในกระบวนทัศน์ เดิมคือ ทั้งพฤติกรรมนิยมและพุทธิปัญญานิยม จะพยามจัดการสอนโดยเปรียบผู้เรียนเป็นถัง หรือภาชนะที่ จะต้องเท หรือเติมความรู้ โดยครูผู้สอน หนังสือเรียน ตารา สื่อการสอนต่าง ๆ แต่ในทางตรงข้าม ตามแนวคิดของคอนสตรัคติวิสต์ ผู้เรียนจะเป็นผู้สร้างความรู้ โดยการสังเกต ลงมือกระทา และ อธิบายความหมายโลกรอบ ๆ ตัวผู้เรียน และแนวโน้มต่อไปเกี่ยวกับการนาทฤษฎีมาสู่งานทางด้านเทคโนโลยี การศึกษานั้นจะ ผสมผสาน หลักการต่างๆ ทั้ง 3 มาใช้เป็นวิธีการใหม่ ดังนั้น ผู้เขียนมีความเห็นว่า ครูผู้สอน นัก ออกแบบการสอน และผู้ที่เกี่ยวข้อง จาเป็นต้องศึกษาเกี่ยวกับหลักการของทฤษฎีการเรียนรู้ทั้ง 3 ดังกล่าวให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และสามารถ นามาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ของผู้เรียนได้อย่าง เหมาะสม หรือในบางกรณีอาจเป็นการผสมผสานแนวคิด หลักการดังกล่าวให้ สอดคล้องกับการ จัดการเรียนรู้และสภาพบริบท รวมถึงวัฒนธรรมไทย คาถามสะท้อนความคิด  ท่านคิดว่าจิตวิทยาการเรียนรู้มีความสาคัญในทางเทคโนโลยีการศึกษาอย่างไร
  • 14. บทที่ 3 มุมมองทางจิตวิทยาการเรียนรู้กับเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา 39  ท่านคิด ว่าในระบบการศึกษาไทยส่วนใหญ่อาศัยพื้นฐานทฤษฎี การเรียนรู้ใดเป็นหลัก เพราะเหตุใด  ท่านคิดว่าพื้นฐานจิตวิทยาการเรียนรู้แต่ละกลุ่มมีจุดอ่อนและจุดแข็งอย่างไรบ้าง กิจกรรมเสนอแนะ ให้ท่านลองวิเคราะห์พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ว่ามี ความสอดคล้องกับพื้นฐานจิตวิทยาการเรียนรู้ใด เพราะเหตุใด บรรณานุกรม สุมาลี ชัยเจริญ. (2547). การพัฒนารูปแบบการสร้างความรู้โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ. คณะ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. สุมาลี ชัยเจริญ. (2551).เทคโนโลยีการศึกษา: หลักการ ทฤษฎี สู่การปฏิบัติ.ขอนแก่น: คลังนานา วิทยา. Driscoll, M. P. (1994). Psychology of learning for instruction. Boston: Allyn and Bacon. Gredler, M. E. (1997). Learning and instruction: Theory into practice (3rd ed). Upper Saddle River, NJ: Prentice-Hall. Jonassen, D. (1991). Objectivism vs constructivism: Do we need a new philosophical paradigm? Educational Technology, Research and Development, 39(3), 5-13. Jonassen, David H. (1991). Evaluating constructivistic learning. Educational Technology, 31, 28-33. Jonassen,D.H. and Reeves,T.C.(1996). Learning with technology: Using Computer as cognitive tools. In D.H. Jonassen (Ed.), Handbook of research for educational communication and technology. New York:Macmillan. Mayer, R. E. (1992). Thinking, problem solving, cognition. Second edition. New York: W. H. Mayer,R.E. (1996). Designing Instruction for Constructivist Learning. Instructional Design Theories And Models: A New Paradigm of Instructional Theory.Volume II. Newjersy: Lawrence Erlbaum Associates. Meyer .(1997). Multimedia learning: Are we asking the right question. Educational Psychologist, 32, 1-19. Newby, T. J., Stepich, D. A., Lehman, J. D., & Russell, J. D. (2000). Instructional technology for teaching and learning Designing instruction, integrating computers, and using media (second edition). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.