บทที่ 1                           ความสาคัญและความจาเป็ นในการพัฒนา                  แนวการจัดการศึกษาพระราชบัญญัติการศึกษ...
2                        กลุ่มสาระการเรี ยนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (กรมวิชาการ. 2547 : 1-2) เป็ นสาระการเรี ยนรู ้ท่ีมุ...
3                   สาหรับรายวิชา ง32111 เทคโนโลยีสารสนเทศ 8 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 เป็ นหลักสู ตรของสถานศึกษาที่ครู ...
4ตามแนวคิดของสกินเนอร์ (Skinner) จึงถูกนามาใช้เพื่อให้นกเรี ยนสามารถเรี ยนด้วยตนเองได้ตาม                                 ...
5                                               ่ตนเอง เพราะลักษณะของบทเรี ยนมีความยืดหยุนมากพอที่นกเรี ยนจะมีอิสระในการคว...
6             2. ได้พฒนาการเรี ยนการสอนโดยใช้บทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน เรื่ องคอมพิวเตอร์                     ักับเทคโนโ...
7             2. ระยะเวลาในการทดลอง                ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง คือ ภาคเรี ยนที่ 1 ปี การศึกษา 2550 ใช้เวลาทดล...
8นิยามศัพท์                     คอมพิวเตอร์ ช่วยสอน หมายถึง เครื่ องมือช่วยสอนที่นกเรี ยนสามารถเรี ยนรู้ได้ดวย            ...
9                    แบบทดสอบวัดผลสั มฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง เครื่ องมือวัดความรู้ความสามารถก่อนเรี ยนและหลังเรี ยนด้วยบ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

รายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

5,640 views

Published on

จัดทำโดยครูณัฎฐมณฑ เทศนาบุญ โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุุรี

0 Comments
3 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
5,640
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
296
Actions
Shares
0
Downloads
202
Comments
0
Likes
3
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

รายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

  1. 1. บทที่ 1 ความสาคัญและความจาเป็ นในการพัฒนา แนวการจัดการศึกษาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 ยึดหลักว่านักเรี ยนทุกคนมีความสามารถเรี ยนรู้และพัฒนาตนเองได้ ควรส่ งเสริ มให้เขาพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ การจัดกระบวนการเรี ยนรู้ ครู ควรจัดให้สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัด และความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรี ยน โดยยึดหลักนักเรี ยนมีความสาคัญที่สุด เพื่อมุ่งพัฒนานักเรี ยนมุ่งเน้นด้านความรู ้และคุณธรรม มีการบูรณาการความรู ้ในด้านต่างๆ ส่ งเสริ มให้มีการค้นคว้าจากแหล่งเรี ยนรู ้ ได้เรี ยนรู้จากประสบการณ์จริ ง เน้นให้นกเรี ยนมีส่วนร่ วมในการปฏิบติจริ ง สถานศึกษา ั ัและครู ผสอนจะต้องดาเนินการจัดกระบวนการเรี ยนรู้ที่ทาให้นกเรี ยนได้มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนที่ดี ู้ ัปฏิบติได้ แก้ปัญหาได้ โดยเฉพาะกระบวนการเรี ยนการสอนใหม่ๆ ตามพระราชบัญญัติการศึกษา ัแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 22 ที่เน้นนักเรี ยนเป็ นสาคัญ ระบบการศึกษาต้องเน้นการศึกษาตามอัธยาศัยให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิงในโลกยุคโลกาภิวตน์ โลกของการสื่ อสารอย่างไร้พรมแดน ซึ่ งเกิด ่ ัการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ ว ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเทคโนโลยี ดังนั้นการจัดการศึกษาจาเป็ นต้องเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น หลักสู ตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 เป็ นหลักสู ตรแกนกลางของประเทศมุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพของนักเรี ยนให้เป็ นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวตที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิง การเพิ่ม ิ ่ศักยภาพของนักเรี ยนให้สูงขึ้น สามารถดารงชีวิตได้อย่างมีความสุ ขบนพื้นฐานของความเป็ นไทยและความเป็ นสากล มีความสามารถในการประกอบอาชีพตามความถนัดและความสนใจของแต่ละบุคคลส่ งเสริ มให้นกเรี ยนได้พฒนาและเรี ยนรู ้ดวยตนเองอย่างต่อเนื่ องตลอดชีวต โดยถือว่านักเรี ยนสาคัญ ั ั ้ ิที่สุด สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดยมีมาตรฐานการเรี ยนรู ้เป็ นข้อกาหนดคุณภาพของนักเรี ยน ทั้งด้านความรู ้ ทักษะ กระบวนการ คุณธรรม จริ ยธรรมและค่านิ ยม โดยสาระการเรี ยนรู้เป็ นตัวกาหนดองค์ความรู ้ที่เป็ นเนื้ อหาสาระครอบคลุมการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้ง 12 ปี เพื่อให้สถานศึกษา ครู ผูสอน และผูที่เกี่ยวข้องสามารถจัดทาหลักสู ตรได้ตามความเหมาะสมกับนักเรี ยน ้ ้และเป็ นไปตามจุดหมายของหลักสู ตร
  2. 2. 2 กลุ่มสาระการเรี ยนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (กรมวิชาการ. 2547 : 1-2) เป็ นสาระการเรี ยนรู ้ท่ีมุ่งพัฒนานักเรี ยนให้มีความรู ้ความเข้าใจเกี่ยวกับงาน อาชีพ และเทคโนโลยี มีทกษะ ัการทางาน ทักษะการจัดการ สามารถนาเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในการทางานอย่างถูกต้อง เหมาะสม คุมค่า และมีคุณธรรม มีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างและพัฒนา ้ผลิตภัณฑ์หรื อวิธีการใหม่ สามารถทางานเป็ นหมู่คณะ มีนิสัยรักการทางาน เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่องาน ตลอดจนมีคุณธรรม จริ ยธรรมและค่านิยมที่เป็ นพื้นฐาน ได้แก่ ความขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัดและอดทน อันจะนาไปสู่ การให้นกเรี ยนสามารถช่วยเหลือตนเองและพึ่งตนเองได้ตามพระราชดาริ แบบ ั ิ ่เศรษฐกิจพอเพียง สามารถดารงชีวตอยูในสังคมได้อย่างมีความสุ ข ร่ วมมือและแข่งขันระดับสากลในบริ บทของสังคมไทย เป็ นสาระที่เน้นกระบวนการทางานและการจัดการอย่างเป็ นระบบ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ มีทกษะการออกแบบงานและการทางานอย่างมีกลยุทธ์ โดยใช้กระบวนการเทคโนโลยีและ ัเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนนาเทคโนโลยีมาใช้และประยุกต์ใช้ในการทางาน รวมทั้งการสร้างพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรื อวิธีการใหม่ เน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่ งแวดล้อมและพลังงานอย่างประหยัดและคุมค่า ้ สาระที่เป็ นความรู ้ของกลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยี (กรมวิชาการ. 2547 : 4-5)ประกอบด้วย 5 สาระ คือ สาระที่ 1 การดารงชีวตและครอบครัว สาระที่ 2 การอาชีพ สาระที่ 3 ิการออกแบบและเทคโนโลยี สาระที่ 4 เทคโนโลยีสารสนเทศ และสาระที่ 5 เทคโนโลยีเพื่อการงานและอาชีพ สาหรับสาระที่ 4 เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็ นสาระมุ่งพัฒนานักเรี ยนแบบองค์รวมเพื่อให้เป็ นคนดี มีความรู้ ความสามารถ โดยมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ คือ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ มีทกษะในการทางานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศใน ัการติดต่อสื่ อสาร การค้นหาความรู ้ การสื บค้น การใช้ขอมูลและสารสนเทศ การแก้ปัญหา หรื อ ้สร้างงาน ตระหนักถึงคุณค่า ความสาคัญ และผลกระทบของเทคโนโลยี มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ขยัน อดทน รักการทางาน ประหยัด อดออม ตรงต่อเวลา เอื้อเฟื้ อ เสี ยสละ และมีวนยในการทางาน ิ ัการอนุ รักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่ งแวดล้อม และพลังงาน สาหรับในช่วงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1-3นักเรี ยนจะต้องมีความรู ้พ้นฐานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้าใจหลักการเบื้องต้นของการสื่ อสาร ืข้อมูล และระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ สามารถประมวลผลข้อมูลให้เป็ นสารสนเทศ เข้าใจหลักการวิธีการแก้ปัญหา และหลักการทาโครงงานด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศค้นหาข้อมูล ความรู ้ ติดต่อสื่ อสาร นาเสนองาน สร้างชิ้นงานหรื อโครงงานจากจินตนาการหรื องานที่ทาในชีวิตประจาวันอย่างมีจิตสานึกและมีความรับผิดชอบ
  3. 3. 3 สาหรับรายวิชา ง32111 เทคโนโลยีสารสนเทศ 8 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 เป็ นหลักสู ตรของสถานศึกษาที่ครู ผสอน กลุ่มสาระการเรี ยนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีของโรงเรี ยน ู้เทพศิรินทร์ นนทบุรี ได้จดทาขึ้น โดยทาการวิเคราะห์สาระเทคโนโลยีสารสนเทศ ตามขอบข่ายสาระ ัการเรี ยนรู ้และมาตรฐานการเรี ยนรู ้ช่วงชั้นที่ 3 ซึ่ งวิชานี้มีเนื้อหาที่ตองการให้นกเรี ยนได้เรี ยนรู้ใน ้ ั ่1 ปี การศึกษา ประกอบด้วย (นฤชิต แววศรี ผอง และสิ ทธิ โชค ปาณะศรี . 2547) หน่วยที่ 1 ความรู ้ ัพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หน่วยที่ 2 คอมพิวเตอร์ กบบทบาทด้านสารสนเทศ หน่วยที่ 3การสื่ อสารข้อมูลและเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ หน่วยที่ 4 การจัดการข้อมูล หน่วยที่ 5 อินเทอร์ เน็ต และหน่วยที่ 6 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการทางานและการแก้ปัญหา ด้วยหน่วยที่ 1 ความรู ้พ้ืนฐาน ัด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หน่วยที่ 2 คอมพิวเตอร์ กบบทบาทด้านสารสนเทศ หน่วยที่ 3 การสื่ อสารข้อมูลและเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ และหน่วยที่ 4 การจัดการข้อมูล เป็ นเนื้ อหาที่ใช้วธีการสอนส่ วนใหญ่ ิเป็ นวิธีการสอนแบบบรรยายและมีเนื้อหาส่ วนใหญ่เป็ นนามธรรม สื่ อที่ใช้ ได้แก่ ตาราเรี ยน ใบงานใบความรู ้ การค้นหาทางอินเทอร์ เน็ต การดูจากจอโปรเจ็กเตอร์ และมีครู ผสอนเพียงหนึ่ งท่านต่อนักเรี ยน ู้หนึ่งกลุ่ม ซึ่ งมีจานวน 45 ถึง 50 คน ทาให้ครู ผสอนไม่สามารถดูแลนักเรี ยนได้อย่างทัวถึง อีกทั้ง ู้ ่ความแตกต่างระหว่างบุคคลในด้านร่ างกาย ความคิด และสติปัญญาของนักเรี ยนก็เป็ นปั จจัยสาคัญต่อการเรี ยนรู้ของนักเรี ยน นักเรี ยนที่มีอตราการเรี ยนรู ้ชาจะประสบปั ญหาตามบทเรี ยนไม่ทน จึงทาให้ ั ้ ันักเรี ยนเกิดความเบื่อหน่าย ไม่สนใจเรี ยน พูดคุยกันขณะเรี ยน ทาให้นกเรี ยนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนต่า ั บทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน (Computer – Assisted Instruction : CAI) โดยทัวไป ่ยึดหลัก 4Is (มนชัย เทียนทอง. 2544 : 78) ซึ่ งได้แก่ 1. Information คือ ความเป็ นสารสนเทศ 2. Interactive คือ การมีปฏิสัมพันธ์ 3. Individual คือ การเรี ยนการสอนด้วยตนเอง 4. Immediate Feedback การตอบสนองโดยทันที ดังนั้นการสอนด้วยบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน (Computer – Assisted Instruction :CAI) จึงสอดคล้องกับการสอนแบบเอกัตบุคคลและสอดคล้องกับเรื่ องความแตกต่างระหว่างบุคคล คือการสอนแบบโปรแกรมหรื อบทเรี ยนสาเร็ จรู ป ตามแนวความคิดของสกินเนอร์ (Skinner) ซึ่ งจะช่วยเสริ มประสิ ทธิ ภาพของการดาเนินการเกี่ยวกับการจัดการศึกษาและการเรี ยนการสอนได้เป็ นอย่างดีสกินเนอร์ (Skinner) กล่าวว่า “การศึกษาจะดาเนินการไปอย่างมีประสิ ทธิ ภาพไม่ได้ ถ้าเรายังไม่สามารถแยกแยะในเรื่ องความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรี ยนได้” ดังนั้นการเรี ยนแบบโปรแกรม
  4. 4. 4ตามแนวคิดของสกินเนอร์ (Skinner) จึงถูกนามาใช้เพื่อให้นกเรี ยนสามารถเรี ยนด้วยตนเองได้ตาม ัความสามารถและความสนใจ ตลอดจนความถนัดของแต่ละบุคคล (ไชยยศ เรื องสุ วรรณ. 2526 : 147) วิธีการสอนทุกวิธีจะมีขอดีขอเสี ยไม่เหมือนกัน (สุ วฒนา อุทยรัตน์. 2544 :41) จึงมีผล ้ ้ ั ั ่อย่างมากต่อบทบาทและภาระหน้าที่ของครู ซึ่ งถือได้วาเป็ นครู ยคปฏิรูปที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ุปรับปรุ ง และพัฒนาบทบาททั้งในด้านของเนื้ อหาสาระที่สอนและในด้านกระบวนการเรี ยนการสอน(ไพฑูรย์ สิ นลารัตน์. 2543 : ก) การปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542มาตรา 52 ที่มุ่งเน้นให้ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของนักเรี ยน โดยคานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล (สานักงานนโยบายและแผนการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม. 2546 : 12-13)การกระตุนและดึงดูดความสนใจของนักเรี ยนเป็ นการช่วยให้นกเรี ยนสามารถรับสิ่ งเร้าหรื อสิ่ งที่จะ ้ ัเรี ยนรู้ได้ดี (ทิศนา แขมณี . 2545 : 13) จากสภาพปั ญหาที่กล่าวมาข้างต้น แนวทางการแก้ปัญหาวิธีหนึ่งคือ การแก้ไขและปรับปรุ งวิธีการสอน โดยครู มีบทบาทเป็ นผูประสานงาน จัดกิจกรรมการเรี ยนเป็ น ้รายบุคคล ซึ่งสามารถนาเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้ประกอบการเรี ยนการสอนเพื่อให้นกเรี ยนมี ัความรู้ ความเข้าใจ มีความสนุกสนานในการเรี ยน สามารถเรี ยนรู้ได้ดวยตนเองอย่างเป็ นอิสระ สื่ อ ้การสอนที่ช่วยสนองความแตกต่างระหว่างนักเรี ยนได้อย่างหนึ่ง คือ บทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน(Computer – Assisted Instruction : CAI) ซึ่ งสอดคล้องกับ บุญชม ศรี สะอาด (2537 : 23) กล่าวว่าคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนมีขอดี คือ นักเรี ยนได้เรี ยนรู ้อย่างอิสระก้าวหน้าไปตามอัตราการเรี ยนรู ้ของตน ้นักเรี ยนที่มีอตราการเรี ยนรู ้เร็ วก็ไม่ตองรอคนอื่นด้วยความเบื่อหน่ายน่าราคาญ ส่ วนนักเรี ยนที่มีอตรา ั ้ ัการเรี ยนรู ้ชาก็จะไม่ประสบปั ญหาตามบทเรี ยนไม่ทน ไม่ตองวิตกต่อความรู ้สึกของคนอื่นๆ จึงมีความ ้ ั ้พอใจในการเรี ยน จากแนวคิดเรื่ องความแตกต่างระหว่างบุคคลในด้านร่ างกาย ความคิดและสติปัญญาการใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาในลักษณะการศึกษารายบุคคล โดยใช้สื่อและรู ปแบบการเรี ยน ัชนิดต่างๆ จะช่วยอานวยความสะดวกให้กบนักเรี ยนได้เรี ยนตามความถนัดและความสามารถของตน(กิดานันท์ มลิทอง. 2531 : 141) เนื่ องจากคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนสามารถนาเสนอบทเรี ยนในรู ปแบบต่างๆ ทั้งข้อความ รู ปภาพ เสี ยง ภาพเคลื่อนไหว ภาพยนตร์ ซึ่ งจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการเรี ยนรู ้แก่นักเรี ยน ทาให้นกเรี ยนสามารถเชื่อมต่อความคิดจากเนื้อหาหนึ่งไปยังเนื้ อหาที่เกี่ยวข้องกันได้โดยง่าย ัและสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลมากที่สุด ช่วยให้ผที่เรี ยนช้าเรี ยนได้ตามความสามารถของ ู้
  5. 5. 5 ่ตนเอง เพราะลักษณะของบทเรี ยนมีความยืดหยุนมากพอที่นกเรี ยนจะมีอิสระในการควบคุมการเรี ยน ัและสามารถเลือกรู ปแบบการเรี ยนที่เหมาะสม จากเหตุผลดังกล่าว ผูรายงานจึงสนใจที่จะนาโปรแกรมบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน ้มาสร้างบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน เรื่ องคอมพิวเตอร์ กบเทคโนโลยีสารสนเทศ วิชา ง32111 ัเทคโนโลยีสารสนเทศ 8 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 จานวน 4 หน่วยการเรี ยนรู้ คือ หน่วยที่ 1 ความรู้ ัพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หน่วยที่ 2 คอมพิวเตอร์ กบบทบาทด้านสารสนเทศ หน่วยที่ 3การสื่ อสารข้อมูลและเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ และหน่วยที่ 4 การจัดการข้อมูล เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยนของนักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 ที่เรี ยนวิชา ง32111 เทคโนโลยีสารสนเทศ 8ผลการพัฒนาครั้งนี้จะเป็ นแนวทางในการปรับปรุ งการจัดการเรี ยนรู ้วชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และ ิส่ งเสริ มให้นกเรี ยนได้มีโอกาสพัฒนาการเรี ยนรู้ตามศักยภาพของตน ตามความต้องการ ความสนใจ ัและความถนัดของตนเอง เพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศสู งขึ้นต่อไปวัตถุประสงค์ ของการพัฒนา 1. เพื่อสร้างบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน เรื่ องคอมพิวเตอร์ กบเทคโนโลยีสารสนเทศ ัสาหรับนักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 2. เพื่อพัฒนาการเรี ยนการสอนโดยใช้บทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน เรื่ องคอมพิวเตอร์กับเทคโนโลยีสารสนเทศ สาหรับนักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 ให้มีประสิ ทธิ ภาพตามเกณฑ์ 80/80 3. เพื่อเปรี ยบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนวิชา ง32111 เทคโนโลยีสารสนเทศ 8 เรื่ องคอมพิวเตอร์ กบเทคโนโลยีสารสนเทศ หลังเรี ยนด้วยบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนสู งกว่าก่อนเรี ยน ั 4. เพื่อประเมินความคิดเห็นของนักเรี ยนที่มีต่อการเรี ยน เรื่ องคอมพิวเตอร์ กบ ัเทคโนโลยีสารสนเทศด้วยบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนความสาคัญของการพัฒนา 1. ได้สร้างบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน เรื่ องคอมพิวเตอร์ กบเทคโนโลยีสารสนเทศ ัสาหรับนักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2
  6. 6. 6 2. ได้พฒนาการเรี ยนการสอนโดยใช้บทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน เรื่ องคอมพิวเตอร์ ักับเทคโนโลยีสารสนเทศ สาหรับนักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 3. เป็ นแนวทางสาหรับครู ผสอนและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาได้นาไปใช้ ู้และพัฒนาการเรี ยนการสอนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศในระดับมัธยมศึกษาให้มีประสิ ทธิ ภาพยิงขึ้น ่สมมุติฐานของการพัฒนา 1. สร้างบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน เรื่ องคอมพิวเตอร์ กบเทคโนโลยีสารสนเทศ ัสาหรับนักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 2. การเรี ยนการสอนโดยใช้บทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน เรื่ องคอมพิวเตอร์ กบ ัเทคโนโลยีสารสนเทศ สาหรับนักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 ให้มีประสิ ทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3. ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนวิชา ง32111 เทคโนโลยีสารสนเทศ 8 เรื่ องคอมพิวเตอร์ กบ ัเทคโนโลยีสารสนเทศ หลังเรี ยนด้วยบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนสู งกว่าก่อนเรี ยน 4. นักเรี ยนมีความคิดเห็นต่อการเรี ยนวิชา ง32111 เทคโนโลยีสารสนเทศ 8 เรื่ อง คอมพิวเตอร์ กบเทคโนโลยีสารสนเทศด้วยบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนอยูในระดับเห็นด้วยมาก ั ่ขอบเขตของการพัฒนา การดาเนิ นงานครั้งนี้ ผูรายงานได้กาหนดขอบเขตของการดาเนินงานดังนี้ ้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่ าง 1.1 ประชากร ได้แก่ นักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 โรงเรี ยนเทพศิรินทร์ นนทบุรีอาเภอบางกรวย สานักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 1 ภาคเรี ยนที่ 1 ปี การศึกษา 2550 จานวน13 ห้อง จานวนนักเรี ยน 620 คน 1.2 กลุ่มตัวอย่ าง ได้แก่ นักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 โรงเรี ยนเทพศิรินทร์ นนทบุรีอาเภอบางกรวย สานักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 1 ภาคเรี ยนที่ 1 ปี การศึกษา 2550 ที่ผรายงาน ู้เป็ นผูสอน จานวน 6 ห้อง จานวนนักเรี ยน 303 คน ้
  7. 7. 7 2. ระยะเวลาในการทดลอง ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง คือ ภาคเรี ยนที่ 1 ปี การศึกษา 2550 ใช้เวลาทดลองสอนรวม 18 คาบ คาบละ 50 นาที ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม 2550 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2550 3. เนือหาทีใช้ ทดลอง ้ ่ ั เนื้อหาที่ใช้ทดลอง คือ เรื่ องคอมพิวเตอร์ กบเทคโนโลยีสารสนเทศ วิชา ง32111เทคโนโลยีสารสนเทศ 8 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 ตามหลักสู ตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544จานวน 4 หน่วยการเรี ยนรู ้ คือ หน่วยที่ 1 ความรู ้พ้ืนฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ั หน่วยที่ 2 คอมพิวเตอร์ กบบทบาทด้านสารสนเทศ หน่วยที่ 3 การสื่ อสารข้อมูลและเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ หน่วยที่ 4 การจัดการข้อมูล 4. ตัวแปรทีใช้ ศึกษา ่ ตัวแปรต้น ได้แก่ การเรี ยนการสอนโดยใช้บทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน เรื่ อง ัคอมพิวเตอร์ กบเทคโนโลยีสารสนเทศ วิชา ง32111 เทคโนโลยีสารสนเทศ 8 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 ตัวแปรตาม ได้แก่ 1) ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนเรื่ องคอมพิวเตอร์ กบเทคโนโลยี ัสารสนเทศ วิชา ง32111 เทคโนโลยีสารสนเทศ 8 ของนักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 หลังเรี ยนด้วยบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน 2) ความคิดเห็นที่มีต่อการเรี ยนเรื่ องคอมพิวเตอร์ กบเทคโนโลยี ัสารสนเทศ วิชา ง32111 เทคโนโลยีสารสนเทศ 8 ของนักเรี ยนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 หลังเรี ยนด้วยบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน
  8. 8. 8นิยามศัพท์ คอมพิวเตอร์ ช่วยสอน หมายถึง เครื่ องมือช่วยสอนที่นกเรี ยนสามารถเรี ยนรู้ได้ดวย ั ้ตนเอง โดยอาศัยความสามารถของเครื่ องคอมพิวเตอร์ เป็ นสื่ อในการจัดประสบการณ์และกิจกรรมต่างๆที่นกเรี ยนจะต้องปฏิบติตามกิจกรรมที่ส่งมาตามจอภาพของนักเรี ยน โดยนักเรี ยนจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กบ ั ั ัเครื่ องทางแป้ นพิมพ์หรื อเมาส์ ซึ่งแสดงออกมาทางจอภาพ มีท้ งรู ปภาพ เสี ยง และกราฟฟิ ก ั บทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน หมายถึง สื่ อการสอนคอมพิวเตอร์ที่นกเรี ยนเรี ยนรู้ ั ัด้วยตนเอง เรื่ องคอมพิวเตอร์ กบเทคโนโลยีสารสนเทศ วิชา ง32111 เทคโนโลยีสารสนเทศ 8 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 จานวน 4 หน่วยการเรี ยนรู ้ คือ หน่วยที่ 1 ความรู ้พ้ืนฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ั หน่วยที่ 2 คอมพิวเตอร์ กบบทบาทด้านสารสนเทศ หน่วยที่ 3 การสื่ อสารข้อมูลและเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ หน่วยที่ 4 การจัดการข้อมูล ประสิ ทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน หมายถึง คุณภาพของบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนที่ผรายงานสร้างขึ้น เมื่อนาไปทดลองใช้กบนักเรี ยนทาให้นกเรี ยนมีผลสัมฤทธิ์ ู้ ั ัทางการเรี ยนตามเกณฑ์ 80/80 80 ตัวแรก หมายถึง ประสิ ทธิภาพของกระบวนการ (Process) หาได้จากการนาคะแนนที่ได้จากการตอบคาถามในแต่ละหน่วยการเรี ยนรู ้ของนักเรี ยนที่เป็ นกลุ่มตัวอย่างระหว่างเรี ยนด้วยบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน รวมกันแล้วหาค่าเฉลี่ยเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 80 80 ตัวหลัง หมายถึง ประสิ ทธิภาพของผลลัพธ์ (Product) หาได้จากการนาคะแนนจากผลการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนของนักเรี ยนที่เป็ นกลุ่มตัวอย่างมารวมกันแล้วหาค่าเฉลี่ยเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 80 ผลสั มฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความสามารถในการเรี ยนรู้ในบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ัช่วยสอน เรื่ องคอมพิวเตอร์ กบเทคโนโลยีสารสนเทศ วิชา ง32111 เทคโนโลยีสารสนเทศ 8 ของนักเรี ยนที่เป็ นกลุ่มตัวอย่าง ซึ่ งประเมินได้จากการทาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรี ยนที่ผรายงานสร้างขึ้น ู้จานวน 40 ข้อ ทั้งก่อนเรี ยนและหลังเรี ยน
  9. 9. 9 แบบทดสอบวัดผลสั มฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง เครื่ องมือวัดความรู้ความสามารถก่อนเรี ยนและหลังเรี ยนด้วยบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนที่ผรายงานสร้างขึ้น เป็ นข้อสอบปรนัยชนิ ด ู้เลือกตอบ 4 ตัวเลือก จานวน 40 ข้อ แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียน หมายถึง เครื่ องมือวัดความคิดเห็นของ ันักเรี ยนหลังเรี ยน จานวน 10 ข้อ เรื่ องคอมพิวเตอร์ กบเทคโนโลยีสารสนเทศด้วยบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็ นแบบสอบถามความคิดเห็นชนิด Rating scale 5 ระดับประโยชน์ ทคาดว่ าจะได้ รับ ี่ 1. ประโยชน์ กบครู ผ้ ูสอน ั 1.1 เป็ นแนวทางในการสร้างบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนประกอบเนื้อหาในเรื่ องอื่นๆ เพื่อนาไปใช้ในการเรี ยนการสอนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 1.2 ผูสอนมีสื่อการสอนที่สามารถสอนได้อย่างมีประสิ ทธิ ภาพ ้ 1.3 เป็ นแนวทางแก่ครู ผสอนในการเลือกกิจกรรมการเรี ยนการสอนให้เหมาะสมกับ ู้ความสามารถของนักเรี ยน 2. ประโยชน์ แก่ นักเรียน 2.1 ช่วยให้นกเรี ยนมีความรู้และเข้าใจเนื้ อหามากขึ้น ั 2.2 ตอบสนองต่อการเรี ยนรายบุคคล เพราะเปิ ดโอกาสให้นกเรี ยนได้ศึกษาตามเวลา ัตามโอกาส และตามความสามารถของตนเอง โดยไม่ตองรอ หรื อเร่ งตามเพื่อน ้ 2.3 บรรยากาศในการเรี ยนการสอนดีข้ ึน นักเรี ยนมีความสุ ข มีความกระตือรื อร้นและสนใจการเรี ยนมากขึ้น 3. ประโยชน์ ต่อวงการวิชาการ 3.1 มีรายงานการพัฒนาสื่ อสาหรับใช้เป็ นเอกสารอ้างอิง เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการศึกษา 3.2 ผลการดาเนินงานจะเป็ นการเผยแพร่ ให้มีการสร้างสื่ อบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประกอบการเรี ยนรู้เกี่ยวกับวิชาเทคโนโลยีในเรื่ องอื่นๆ และสาระการเรี ยนรู้อื่นๆ รวมทั้งเป็ นแนวทางในการดาเนินงานแก้ไขปั ญหาด้านการเรี ยนการสอนเรื่ องอื่นๆ ต่อไป

×