บทที่ 2 การเปลียนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา
                               ่                            16




การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา
บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา    17



การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา
                                                                      บทที่ 2
โครงร่างเนื้อหาของบท                                              คาสาคัญ
   1. การเปลียนแปลงโฉมหน้าทางการศึกษา
               ่                                                   ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
    2. การเปลี่ยนแปลงของผู้เรียน                                   ปฏิรูปการเรียนรู้
    3. การเปลียนแปลงมาสู่การเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
               ่                                                   ทักษะการคิดในระดับสูง
                                                                   การเรียนรู้อย่างตื่นตัว
วัตถุประสงค์การเรียนรู้                                            การเรียนรู้แบบรอรับ
    1. อธิบายการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของเทคโนโลยีและ                  เครื่องมือทางปัญญา
       สื่อการศึกษาในด้านต่างๆได้
    2. วิเคราะห์ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและ
       สื่อการศึกษาได้
    3. วิเคราะห์ถึงเทคโนโลยีและสื่อการศึกษาที่สอดคล้องกับ
       ผู้เรียนเป็นสาคัญได้
กิจกรรมการเรียนรู้
    1. ผู้สอนให้มโนทัศน์เชิงทฤษฎี หลักการ เรื่องการ
       เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา
    2. นักศึกษาแบ่งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 3 คน ศึกษาจาก
       สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้บนเครือข่าย
       http://ednet.kku.ac.th/~sumcha/web-230301/ โดย
       ศึกษาสถานการณ์ปัญหาบทที่ 2 วิเคราะห์ทาความเข้าใจ
       ค้นหาคาตอบจากเอกสารประกอบการสอนและแหล่ง
       เรียนรู้บนเครือข่ายและร่วมกันสรุปคาตอบ และนาเสนอใน
       รูปแบบ Power point
    3. นักศึกษาร่วมกันสรุปองค์ความรู้และแลกเปลียนความ
                                                 ่
       คิดเห็น โดยผูสอนตั้งประเด็น และอธิบายเพิ่มเติม
                     ้




สถานการณ์ปัญหา(Problem-based learning)
บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา       18

            ครูสมศรีเป็นครูสอนวิชาสังคมศึกษา เป็นผู้มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้เป็น
อย่างดี โดยวิธีการสอนนักเรียนในแต่ละครั้ง ครูสมศรีมักจะสอนหรือบรรยายให้นักเรียนจา และสื่อ
การสอนที่นามาใช้ในประกอบการสอนก็เป็นในลักษณะที่เน้นการถ่ายทอดความรู้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น
หนังสือเรียน, การสอนบนกระดาน หรือแม้กระทั่งวิดีโอที่
นามาเปิดให้นักเรียนได้เรียน โดยครูสมศรีมีความเชื่อที่ว่า
การสอนที่ ดีแ ละมีป ระสิ ท ธิ ภาพนั้ น คื อ สามารถท าให้
นักเรียนสามารถจาเนื้อหา เรื่องราวในบทเรียนให้ได้มาก
ที่สุด ส่วนนักเรียนของครูสมศรีก็เป็นประเภทที่ว่ารอรับเอา
ความรู้จากครูแต่เพียงอย่างเดียว ดาเนินกิจกรรมการเรียน
ตามที่ ค รู ก าหนดทั้ งหมด เรี ย นไปได้ ไ ม่ น านก็ เ บื่ อ ไม่
กระตือรือร้นที่จะหาความรู้จากที่อื่นเพิ่มเติม ครูให้ทาแค่
ไหนก็ทาแค่นั้นพอ
            ซึ่งจากวิธีการสอนของครูสมศรีและลักษณะของ
นักเรียนที่กล่าวมาทั้งหมด ได้ส่งผลให้เกิดปัญหาขึ้นคือ เมื่อเรียนผ่านมาได้ไม่นานก็ทาให้ลมเนื้อหาที่
                                                                                       ื
เคยเรียนมา ไม่สามารถคิดได้ด้วยตนเองและไม่สามารถที่จะนามาใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจาวันได้
ภารกิจ
         1. วิเคราะห์แนวคิดวิธีการจัดการเรียนการสอน และการใช้สื่อการสอนของครูสมศรี
ตลอดจนวิธีการเรียนรู้ของนักเรียน ว่าสอดคล้องกับยุคปฏิรูปการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
หรือไม่ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ
         2. วิเคราะห์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษามาสู่ยุคปฏิรูปการเรียนรู้ว่ามีการ
เปลี่ยนแปลงทางด้านใดบ้าง พร้อมทั้งอธิบายเหตุผลสนับสนุน
         3. ปรับวิธีการสอนและวิธีการใช้สื่อการสอนของครูสมศรี ให้เหมาะสมกับยุคปฏิรูป
การศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา       19




            การเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าทาง                            การเปลี่ยนแปลงผู้เรียน
                     การศึกษา




                                            สาระสาคัญ
                                             ในบทที่ 2



                                 การเปลี่ยนแปลงมาสู่การเรียนที่
                                    เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง


การเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าทางการศึกษา (The Changing Face of Education)
           แนวคิดดั้งเดิมเกี่ยวกับการเรียนและการสอน ถ้าย้อนคิดถึงห้องเรียนแบบเก่าโดยส่วน
ใหญ่จะมีลักษณะเป็นห้องที่ประกอบด้วย โต๊ะเรียนและเก้าอีเรียงเป็นแถว การเรียนการสอนจะมีครู
                                                           ้
ยืนอยู่หน้าชั้นเรียน และ ถ่ายทอดเนื้อหา ในขณะที่ผู้เรียนนั่งฟัง และรอรับความรู้จากครู ตาม
แนวความคิดนี้ครูจะเป็นผู้ที่ดาเนินการ กากับควบคุมวางแผน ดาเนินการและประเมินผลพฤติกรรม
ของผู้เรียน ซึ่งน่าจะเป็นการสอนที่ผู้เรียนไม่สามารถคิดเกินกว่าข้อมูลที่ครูจัดให้ ในบางครั้งอาจเป็น
การเรียนโดย "เน้นทักษะการจดจา” ท่องจาอย่างเดียวเท่านั้น (Rote Learning) (Newby, T.J.
and Others, 2000)
บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา                 20

            แนวคิดใหม่เกี่ยวกับการเรียนและการสอน ในปัจจุบันกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ
เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ได้เข้ามามี
อิทธิพล ต่อการดาเนินชีวิตของมนุษย์เราอย่าง
มาก และจะทวีความสาคัญยิ่งขึ้น "การศึกษา
จึงต้องเป็นพลวัตร" นั่นคือ ต้องปรับเปลี่ยน
ให้ ทั น และสอดคล้ อ งกั บ             กระแสการ
เปลี่ ย นแปลงของชาติ แ ละสั ง คมโลกอยู่
ตลอดเวลา ซึ่งสภาพสังคมที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้
บุ ค คลที่ จ ะอยู่ ร อดในสั ง คมอย่ า งมี ค วามสุ ข
จะต้ อ งเป็ น ผู้ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพของความเป็ น
มนุษย์ที่สมบูรณ์ ต้องรู้จักคิด รู้จักทาเป็น รู้จัก
แก้ ปั ญ หาได้ และปฏิ บั ติ ใ นวิ ถี ท าง ที่ ถู ก ต้ อ ง
เหมาะสม จึงจาเป็นต้องให้การศึกษาที่มีคุณภาพโดยจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีและ
สารสนเทศต่างๆให้เป็นประโยชน์
            การจัดการศึกษาในทุกๆ แห่ง จึงไม่ควรลืมเป้าหมายอันแท้จริง คือ การพัฒนาความเป็น
มนุษย์ในทุกๆ ด้าน ไม่ใช่เฉพาะในแง่ความรู้ และทักษะทางวิชาชีพเท่านั้น แต่เราต้องจัดการศึกษาที่
ให้ทั้งความรู้พื้นฐานที่จะเป็นบันไดในการศึกษาวิชาอื่นๆ และความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับความเป็น
มนุษย์ นั่นก็คือ เราควรต้องคานึ งถึงการเตรียมมนุษย์ให้มีคุณภาพอย่างรอบด้าน ให้คิดเป็ น
แก้ปัญหาเป็น และสามารถศึกษาด้วยตนเองได้ ดังพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช
2542 ซึ่งปัจจุบันนี้ในหลักสูตรการเรียนการสอนทุกระดับได้กาหนดสมรรถนะของผู้เรียนว่าจะต้องมี
ความสามารถในด้ า นใดอื่ น บ้ า งที่ จ าเป็ น ต่ อ การด ารงชี พ ในยุ ค แห่ ง สหั ส วรรษหน้ า ดั ง เช่ น ใน
ระดับอุดมศึกษาได้กาหนดมาตรฐานระดับคุณวุฒิอุดมศึกษา ซึ่งมี 5 ขอบข่าย ได้แก่ (1) คุณธรรม
จริ ยธรรม (2) ความรู้ (3) ทั กษะทางปั ญญา (4) ทัก ษะความสั ม พัน ธ์ร ะหว่ างบุค คลและความ
รับผิดชอบ และ (5) ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
การเปลี่ยนแปลงผู้เรียน (The Changing Learner)
          ในโลกปัจจุบันพบว่า ความต้องการเกี่ยวกับตัวผู้เรียนเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าครั้งหนึ่งอาจจะ
มี การตอบสนองต่อการเรีย นแบบท่องจามามาก แต่ในปัจจุบันสภาพชีวิตจริงต้องการบุคคลที่มี
                                                           ความสามารถในการใช้ทักษะการให้เหตุผลในระดับที่
                                                           สูงขึ้ น เพื่ อการแก้ปัญ หาที่ ซับ ซ้อน ซึ่งพบว่ า
                                                           ความสามารถในทักษะดังกล่าวที่จะนามาใช้ในการ
                                                           แก้ปัญหาไม่ค่อยปรากฏให้เห็น หรือมีอยู่น้อยมากใน
                                                           ปัจจุบัน แนวคิดเกี่ยวกับผู้เรียนจึงต้องเปลี่ยนแปลง
                                                           มุมมองใหม่
                                                                            ดังที่ Driscoll (1994) กล่าวว่า อาจจะไม่ใช่
                                                           เวลาที่จะคิดว่าผู้เรียนเป็นภาชนะที่ว่างเปล่า ที่รอรับ
การเติ ม ให้ เ ต็ ม แต่ น่ า จะคิ ด ว่ า ผู้เ รี ย นเป็ น สิ่ งมีชีวิ ต ที่ มี ค วามตื่ นตั ว กระฉั บ กระเฉง และค้ น หา
ความหมาย ซึ่งขณะนี้ผู้เรียนจะถูกมองว่า เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมอย่างตื่นตัวในการเรียนรู้ คิดค้น เสาะ
บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา             21

แสวงหาวิธีที่จะวิเคราะห์ ตั้งคาถาม อธิบาย ตลอดจนทาความเข้าใจสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลียนแปลง
                                                                                     ่
ตลอดเวลา
          ในปัจจุบันความหลากหลายในสังคม ทาให้ แบบการเรียน (Learning Styles) พื้นฐาน
ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ความแตกต่างของวิถีชีวิตในแต่ละครอบครัวและอื่นๆ ทาให้ห้องเรียนใน
ปัจจุบันมีความหลากหลายเป็นเหตุที่ทาให้เกิดปัญหาการเรียนรู้ที่ซับซ้อนสาหรับครูและผู้เรียน

การเปลี่ยนแปลงมาสูการเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
                  ่
               ในปัจ จุบั นเป็น ยุ คที่ การส่ งข้ อมู ล มี
ความรวดเร็วมาก เทคโนโลยีเปิดโอกาสให้แต่
ละ บุคคลได้รับ รวบรวม วิเคราะห์และสื่อสาร
ข้ อ มู ล ข่ า วสารได้ อ ย่ า งละเอี ย ดและรวดเร็ ว
มากกว่าที่ผ่านมา เป็นผลทาให้ความต้องการ
เกี่ยวกับการศึกษาเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะช่วยผู้เรียน
ทุ ก คนให้ ไ ด้ รั บ ทั ก ษะที่ เ พิ่ ม มากขึ้ น เพื่ อ ให้
ผู้ เ รี ย นเกิ ด ความพร้ อ มในการวิ เ คราะห์
ตัดสินใจ และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงที่
ซับ ซ้อ น ดังที่ Bruner (1983) กล่ าวว่ า
“ผู้เรียนต้องยกระดับการเรียนที่เพิ่มจาก “การจดจา” ข้อเท็จจริงไปสู่การเริ่มต้นที่จะคิดอย่างมี
วิจารณญาณ และสร้างสรรค์” ความจา เป็นที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ นามาสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีการที่
ครูผู้สอนจะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน ยิ่งไปกว่านั้น ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจาเป็นที่ครูผู้สอนต้องมี
พื้นฐานของความเข้าใจอย่างดี เกี่ยวกับผู้เรียนแต่ละคนว่ามีวิธีการเรียนรู้อย่างไร
                                                                       ดั ง นั้ น ผู้ ส อ น ค ว ร จ ะ ศึ ก ษ า
                                                            เทคนิค วิธีการเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะ
                                                            นามาใช้เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้รับความรู้ใหม่
                                                            ซึ่งแต่เดิมมักเป็นการสอนให้ผู้เรียนเรียนโดย
                                                            การท่ อ งจ า ควรปรั บ เปลี่ ย นมาสู่ ก ารใช้
                                                            เทคนิควิธีการที่จะช่วยผู้เรียนรับข้อเท็จจริง
                                                            ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การใช้เทคนิค
                                                            ช่วยการจา เช่น Mnemonics เป็นต้น ซึ่ง
                                                            การจัดการสอนที่เน้นครูเป็นศูนย์กลางอาจ
                                                            นาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เช่นกัน อย่างไรก็
ตาม สิ่งที่สาคัญและเป็นความต้องการของการศึกษาในขณะนี้ คือ การสอนที่ผู้เรียนควรได้รับ
คือ ทักษะการคิดในระดับสูง (Higher-Order Thinking Skills) ได้แก่ การคิดวิเคราะห์
สังเคราะห์ ตลอดจนการแก้ปัญหา และการถ่ายโยงความรู้ โดยเน้น การใช้วิธีการต่างๆ อาทิ
สถานการณ์จาลอง การค้นพบ การแก้ปัญหา และการเรียนแบบร่วมมือ สาหรับผู้เรียนจะได้รับ
ประสบการณ์การแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับสภาพชีวิตจริง
บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา          22




                    ภาพที่ 2-1 แสดงลักษณะการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
                            ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
        ในกรณีเหล่านี้อาจสังเกตได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการวางแผน การนาไปใช้ และ
การประเมินเกี่ยวกับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ซึ่งการสอนแบบดั้งเดิมครูผู้สอน จะเป็นผู้
ควบคุมดาเนินการในการวางแผนการสอนทั้งหมด ได้เปลี่ยนแปลงมาสู่การเน้นบทบาทของผู้เรียน
ในการวางแผนการดาเนินการและการประเมินด้วยตนเอง




         ภาพ 2-2 แสดงการมีปฏิสมพันธ์การเรียนรู้อย่างตื่นตัวของ ผู้เรียนกับแหล่งข้อมูล
                              ั
                                (สุมาลี ชัยเจริญ, 2551)
           จากภาพ ผู้ เ รี ย นจะเป็ น ศู น ย์ ก ลางของการเรี ย นการสอนจะต้ อ งมี ป ฏิ สั ม พั น ธ์ กั บ
แหล่งข้อมูลที่มีศักยภาพ ได้แก่ ครู เทคโนโลยี พ่อแม่ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และบุคคลอื่นๆ และ
สื่อ เพื่อนามาสู่การหยั่งรู้ในปัญหาและการแก้ปัญหา บทบาทของครูได้เปลี่ยนแปลงมาสู่การเป็นผู้
บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา            23

แนะแนวทางและผู้อานวยการ ตลอดจนช่วยเหลือผู้เรียนให้สามารถบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ จาก
เหตุผลดังกล่าว อาจเป็นการยากที่จะประสบความสาเร็จ ถ้าหากจะใช้วิธีการจัดการเรียนการสอน
แบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น (สุมาลี ชัยเจริญ, 2551)
         ต่อไปนี้จะเป็นการเปรียบเทียบบทบาทของครูผู้สอนและผู้เรียนแบบเดิมและบทบาทที่
เปลี่ยนแปลงที่มีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ดังตารางที่ 2.1

ตารางที่ 2.1 บทบาทของครู และผู้เรียนในการจัดสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็น
ศูนย์กลาง

การเปลี่ยนบทบาทของครู
                   บทบาทเดิม                                          บทบาทที่เปลี่ยนแปลง
เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน             เป็นผู้ส่งเสริม เอื้ออานวย ร่วมแก้ปัญหา โค้ช
เนื้อหาและเป็นแหล่งสาหรับคาตอบ                         ชี้นาความรู้ และผู้ร่วมเรียนรู้
เป็นผู้ควบคุมการเรียนการสอนและส่งเนื้อหา               เป็นผู้จัดเตรียมหรือให้สิ่งที่ตอบสนองต่อการ
ความรู้ไปยังผู้เรียนโดยตรง                             เรียนรู้ของผูเ้ รียนอย่างหลากหลาย
การเปลี่ยนบทบาทของผู้เรียน
                   บทบาทเดิม                                         บทบาทที่เปลี่ยนแปลง
เป็นผู้รอรับสารสนเทศจากครูอย่างเฉื่อยชา                เป็นผู้ร่วมเรียนรู้อย่างตื่นตัวในกระบวนการ
                                                       เรียนรู้
เป็นผู้คัดลอกหรือจดจาความรู้                           เป็นผู้สร้างและแลกเปลี่ยนความรูร่วมกับเพื่อน
                                                                                          ้
                                                       ชั้นแบบผู้เชี่ยวชาญ
เป็นกิจกรรมการเรียนรู้รายบุคคล                         เป็นการร่วมมือกันเรียนรู้กับผู้เรียนอื่นๆ

         จากตารางที่ 2.1 ที่แสดงการเปลี่ยนแปลงที่สาคัญเกี่ยวกับบทบาทของครูและผู้เรียนใน
สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง จากบทบาทต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป จะเห็น
ได้ว่าการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางนั้นมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือกระทาในภารกิจการเรียนที่
ส่งเสริมการแสวงหาข้อมูล สารสนเทศ การค้นพบคาตอบ ตลอดจนสามารถนาความรู้ที่เรียนมาใช้
ในการแก้ปัญหาได้ ไม่ใช่เพียงแค่บทบาทในการรอรับความรู้จากครูเพียงอย่างเดียว

                                                              เมื่อกระบวนทัศน์ (Paradigm)เกี่ยวกับ
                                                  การสอนเปลี่ ย นมาเป็ น การเรี ย นรู้ มาสู่ ก าร
                                                  เน้น ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น เทคโนโลยีและ
                                                  นวั ต กรรมการศึ ก ษา ตลอดจนสื่ อ การสอน
                                                  จาเป็นต้องปรับกระบวนทัศน์เพื่อให้สอดคล้องกับ
                                                  ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จากเดิมที่เป็นสื่อการ
                                                  สอนมาเป็นสื่อการเรียนรู้ และนวัตกรรมเพื่อการ
                                                  เรียนรู้ เพื่อที่จะนามาใช้ในการเรียนรู้ที่สอดคล้อง
กับการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางที่ไม่ได้มุ่งเพียง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถจดจาสิ่งที่เรียนรู้ได้
บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา         24

เท่านั้น แต่ยังมุ่งพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของสังคมไทย ได้แก่ ความสามารถคิดแบบองค์รวม
เรียนรู้ร่วมกันและทางานเป็นทีม ตลอดจนความสามารถในการแสวงหาความรู้ และสร้างความรู้
ด้วยตนเอง เพื่อทาให้เป็นสังคมที่มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อที่สามารถแข่งขัน และ
ร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในสังคมและโลกต่อไป
           ซึ่งความเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ดังกล่าวที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่อเทคโนโลยีการ
สอน หรือเทคโนโลยีการศึกษา ตลอดจนสื่อที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้
คาถามสะท้อนความคิด
      ท่านคิ ดว่า เพราะเหตุใ ดจึง ต้ องมีก ารเปลี่ยนแปลงโฉมหน้ าทาง
       การศึกษา
      หากพิจารณาสภาพการศึก ษาในปัจ จุบั นของประเทศไทยแล้ ว
       บทบาทของครูและผู้เรียนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพราะเหตุใด
      ท่ า นคิ ด ว่ า สาเหตุ ส าคั ญ ที่ ท าให้ ผ ลการปฏิ รู ป การศึ ก ษาของไทยยั ง ไม่ สั ม ฤทธิ ผ ล
       เนื่องมาจากสาเหตุใด และจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร
กิจกรรมเสนอแนะ
ให้ ท่ า นศึ ก ษาผลงานวิ จั ย เกี่ ย วกั บ การจั ด การศึ ก ษาของไทยแล้ ว สรุ ป
สาระสาคัญ ดังนี้ ข้อค้นพบที่สาคัญ ปัญหาการศึกษาของไทย วิธีการจัดการ
เรียนรู้ที่ใช้
บรรณานุกรม
กรมวิชาการ. (2541). คู่มือพัฒนาโรงเรียนด้านการเรียนรู้ โครงการการปฏิรูปกระบวนการเรียน
        การสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กรมวิชาการ. (2543). การสร้างความรู้ด้วยตนเอง. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ครุสภาลาดพร้าว.
                                                                          ุ
กองวิจัยทางการศึกษา. (2535). รายงานวิจัยเรื่องรักของเด็กไทย โครงการวิจัยองค์ประกอบที่มี
        อิทธิพลต่อความเข้าใจในการเรียน. กรมวิชาการ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สุมาลี ชัยเจริญ. (2551).เทคโนโลยีการศึกษา: หลักการ ทฤษฎี สู่การปฏิบัติ.ขอนแก่น: คลังนานา
        วิทยา.
Bruner, J. S. (1983). In search of mind: Essays in autobiography. New York: Harper
        & Row.
Driscoll, M. P. (1994). Psychology of learning for instruction. Boston: Allyn and
        Bacon.
Newby, T. J., Stepich, D. A., Lehman, J. D., & Russell, J. D. (2000). Instructional
        technology for teaching and learning Designing instruction, integrating
        computers, and using media (second edition). Englewood Cliffs, NJ:
        Prentice-Hall.

บทที่ 2

  • 1.
    บทที่ 2 การเปลียนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา ่ 16 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา
  • 2.
    บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา 17 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา บทที่ 2 โครงร่างเนื้อหาของบท คาสาคัญ 1. การเปลียนแปลงโฉมหน้าทางการศึกษา ่  ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง 2. การเปลี่ยนแปลงของผู้เรียน  ปฏิรูปการเรียนรู้ 3. การเปลียนแปลงมาสู่การเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ่  ทักษะการคิดในระดับสูง  การเรียนรู้อย่างตื่นตัว วัตถุประสงค์การเรียนรู้  การเรียนรู้แบบรอรับ 1. อธิบายการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของเทคโนโลยีและ  เครื่องมือทางปัญญา สื่อการศึกษาในด้านต่างๆได้ 2. วิเคราะห์ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและ สื่อการศึกษาได้ 3. วิเคราะห์ถึงเทคโนโลยีและสื่อการศึกษาที่สอดคล้องกับ ผู้เรียนเป็นสาคัญได้ กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ผู้สอนให้มโนทัศน์เชิงทฤษฎี หลักการ เรื่องการ เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา 2. นักศึกษาแบ่งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 3 คน ศึกษาจาก สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้บนเครือข่าย http://ednet.kku.ac.th/~sumcha/web-230301/ โดย ศึกษาสถานการณ์ปัญหาบทที่ 2 วิเคราะห์ทาความเข้าใจ ค้นหาคาตอบจากเอกสารประกอบการสอนและแหล่ง เรียนรู้บนเครือข่ายและร่วมกันสรุปคาตอบ และนาเสนอใน รูปแบบ Power point 3. นักศึกษาร่วมกันสรุปองค์ความรู้และแลกเปลียนความ ่ คิดเห็น โดยผูสอนตั้งประเด็น และอธิบายเพิ่มเติม ้ สถานการณ์ปัญหา(Problem-based learning)
  • 3.
    บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา 18 ครูสมศรีเป็นครูสอนวิชาสังคมศึกษา เป็นผู้มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้เป็น อย่างดี โดยวิธีการสอนนักเรียนในแต่ละครั้ง ครูสมศรีมักจะสอนหรือบรรยายให้นักเรียนจา และสื่อ การสอนที่นามาใช้ในประกอบการสอนก็เป็นในลักษณะที่เน้นการถ่ายทอดความรู้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น หนังสือเรียน, การสอนบนกระดาน หรือแม้กระทั่งวิดีโอที่ นามาเปิดให้นักเรียนได้เรียน โดยครูสมศรีมีความเชื่อที่ว่า การสอนที่ ดีแ ละมีป ระสิ ท ธิ ภาพนั้ น คื อ สามารถท าให้ นักเรียนสามารถจาเนื้อหา เรื่องราวในบทเรียนให้ได้มาก ที่สุด ส่วนนักเรียนของครูสมศรีก็เป็นประเภทที่ว่ารอรับเอา ความรู้จากครูแต่เพียงอย่างเดียว ดาเนินกิจกรรมการเรียน ตามที่ ค รู ก าหนดทั้ งหมด เรี ย นไปได้ ไ ม่ น านก็ เ บื่ อ ไม่ กระตือรือร้นที่จะหาความรู้จากที่อื่นเพิ่มเติม ครูให้ทาแค่ ไหนก็ทาแค่นั้นพอ ซึ่งจากวิธีการสอนของครูสมศรีและลักษณะของ นักเรียนที่กล่าวมาทั้งหมด ได้ส่งผลให้เกิดปัญหาขึ้นคือ เมื่อเรียนผ่านมาได้ไม่นานก็ทาให้ลมเนื้อหาที่ ื เคยเรียนมา ไม่สามารถคิดได้ด้วยตนเองและไม่สามารถที่จะนามาใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจาวันได้ ภารกิจ 1. วิเคราะห์แนวคิดวิธีการจัดการเรียนการสอน และการใช้สื่อการสอนของครูสมศรี ตลอดจนวิธีการเรียนรู้ของนักเรียน ว่าสอดคล้องกับยุคปฏิรูปการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ หรือไม่ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ 2. วิเคราะห์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษามาสู่ยุคปฏิรูปการเรียนรู้ว่ามีการ เปลี่ยนแปลงทางด้านใดบ้าง พร้อมทั้งอธิบายเหตุผลสนับสนุน 3. ปรับวิธีการสอนและวิธีการใช้สื่อการสอนของครูสมศรี ให้เหมาะสมกับยุคปฏิรูป การศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
  • 4.
    บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา 19 การเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าทาง การเปลี่ยนแปลงผู้เรียน การศึกษา สาระสาคัญ ในบทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงมาสู่การเรียนที่ เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าทางการศึกษา (The Changing Face of Education) แนวคิดดั้งเดิมเกี่ยวกับการเรียนและการสอน ถ้าย้อนคิดถึงห้องเรียนแบบเก่าโดยส่วน ใหญ่จะมีลักษณะเป็นห้องที่ประกอบด้วย โต๊ะเรียนและเก้าอีเรียงเป็นแถว การเรียนการสอนจะมีครู ้ ยืนอยู่หน้าชั้นเรียน และ ถ่ายทอดเนื้อหา ในขณะที่ผู้เรียนนั่งฟัง และรอรับความรู้จากครู ตาม แนวความคิดนี้ครูจะเป็นผู้ที่ดาเนินการ กากับควบคุมวางแผน ดาเนินการและประเมินผลพฤติกรรม ของผู้เรียน ซึ่งน่าจะเป็นการสอนที่ผู้เรียนไม่สามารถคิดเกินกว่าข้อมูลที่ครูจัดให้ ในบางครั้งอาจเป็น การเรียนโดย "เน้นทักษะการจดจา” ท่องจาอย่างเดียวเท่านั้น (Rote Learning) (Newby, T.J. and Others, 2000)
  • 5.
    บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา 20 แนวคิดใหม่เกี่ยวกับการเรียนและการสอน ในปัจจุบันกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ได้เข้ามามี อิทธิพล ต่อการดาเนินชีวิตของมนุษย์เราอย่าง มาก และจะทวีความสาคัญยิ่งขึ้น "การศึกษา จึงต้องเป็นพลวัตร" นั่นคือ ต้องปรับเปลี่ยน ให้ ทั น และสอดคล้ อ งกั บ กระแสการ เปลี่ ย นแปลงของชาติ แ ละสั ง คมโลกอยู่ ตลอดเวลา ซึ่งสภาพสังคมที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ บุ ค คลที่ จ ะอยู่ ร อดในสั ง คมอย่ า งมี ค วามสุ ข จะต้ อ งเป็ น ผู้ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพของความเป็ น มนุษย์ที่สมบูรณ์ ต้องรู้จักคิด รู้จักทาเป็น รู้จัก แก้ ปั ญ หาได้ และปฏิ บั ติ ใ นวิ ถี ท าง ที่ ถู ก ต้ อ ง เหมาะสม จึงจาเป็นต้องให้การศึกษาที่มีคุณภาพโดยจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีและ สารสนเทศต่างๆให้เป็นประโยชน์ การจัดการศึกษาในทุกๆ แห่ง จึงไม่ควรลืมเป้าหมายอันแท้จริง คือ การพัฒนาความเป็น มนุษย์ในทุกๆ ด้าน ไม่ใช่เฉพาะในแง่ความรู้ และทักษะทางวิชาชีพเท่านั้น แต่เราต้องจัดการศึกษาที่ ให้ทั้งความรู้พื้นฐานที่จะเป็นบันไดในการศึกษาวิชาอื่นๆ และความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับความเป็น มนุษย์ นั่นก็คือ เราควรต้องคานึ งถึงการเตรียมมนุษย์ให้มีคุณภาพอย่างรอบด้าน ให้คิดเป็ น แก้ปัญหาเป็น และสามารถศึกษาด้วยตนเองได้ ดังพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 ซึ่งปัจจุบันนี้ในหลักสูตรการเรียนการสอนทุกระดับได้กาหนดสมรรถนะของผู้เรียนว่าจะต้องมี ความสามารถในด้ า นใดอื่ น บ้ า งที่ จ าเป็ น ต่ อ การด ารงชี พ ในยุ ค แห่ ง สหั ส วรรษหน้ า ดั ง เช่ น ใน ระดับอุดมศึกษาได้กาหนดมาตรฐานระดับคุณวุฒิอุดมศึกษา ซึ่งมี 5 ขอบข่าย ได้แก่ (1) คุณธรรม จริ ยธรรม (2) ความรู้ (3) ทั กษะทางปั ญญา (4) ทัก ษะความสั ม พัน ธ์ร ะหว่ างบุค คลและความ รับผิดชอบ และ (5) ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การเปลี่ยนแปลงผู้เรียน (The Changing Learner) ในโลกปัจจุบันพบว่า ความต้องการเกี่ยวกับตัวผู้เรียนเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าครั้งหนึ่งอาจจะ มี การตอบสนองต่อการเรีย นแบบท่องจามามาก แต่ในปัจจุบันสภาพชีวิตจริงต้องการบุคคลที่มี ความสามารถในการใช้ทักษะการให้เหตุผลในระดับที่ สูงขึ้ น เพื่ อการแก้ปัญ หาที่ ซับ ซ้อน ซึ่งพบว่ า ความสามารถในทักษะดังกล่าวที่จะนามาใช้ในการ แก้ปัญหาไม่ค่อยปรากฏให้เห็น หรือมีอยู่น้อยมากใน ปัจจุบัน แนวคิดเกี่ยวกับผู้เรียนจึงต้องเปลี่ยนแปลง มุมมองใหม่ ดังที่ Driscoll (1994) กล่าวว่า อาจจะไม่ใช่ เวลาที่จะคิดว่าผู้เรียนเป็นภาชนะที่ว่างเปล่า ที่รอรับ การเติ ม ให้ เ ต็ ม แต่ น่ า จะคิ ด ว่ า ผู้เ รี ย นเป็ น สิ่ งมีชีวิ ต ที่ มี ค วามตื่ นตั ว กระฉั บ กระเฉง และค้ น หา ความหมาย ซึ่งขณะนี้ผู้เรียนจะถูกมองว่า เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมอย่างตื่นตัวในการเรียนรู้ คิดค้น เสาะ
  • 6.
    บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา 21 แสวงหาวิธีที่จะวิเคราะห์ ตั้งคาถาม อธิบาย ตลอดจนทาความเข้าใจสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลียนแปลง ่ ตลอดเวลา ในปัจจุบันความหลากหลายในสังคม ทาให้ แบบการเรียน (Learning Styles) พื้นฐาน ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ความแตกต่างของวิถีชีวิตในแต่ละครอบครัวและอื่นๆ ทาให้ห้องเรียนใน ปัจจุบันมีความหลากหลายเป็นเหตุที่ทาให้เกิดปัญหาการเรียนรู้ที่ซับซ้อนสาหรับครูและผู้เรียน การเปลี่ยนแปลงมาสูการเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ่ ในปัจ จุบั นเป็น ยุ คที่ การส่ งข้ อมู ล มี ความรวดเร็วมาก เทคโนโลยีเปิดโอกาสให้แต่ ละ บุคคลได้รับ รวบรวม วิเคราะห์และสื่อสาร ข้ อ มู ล ข่ า วสารได้ อ ย่ า งละเอี ย ดและรวดเร็ ว มากกว่าที่ผ่านมา เป็นผลทาให้ความต้องการ เกี่ยวกับการศึกษาเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะช่วยผู้เรียน ทุ ก คนให้ ไ ด้ รั บ ทั ก ษะที่ เ พิ่ ม มากขึ้ น เพื่ อ ให้ ผู้ เ รี ย นเกิ ด ความพร้ อ มในการวิ เ คราะห์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงที่ ซับ ซ้อ น ดังที่ Bruner (1983) กล่ าวว่ า “ผู้เรียนต้องยกระดับการเรียนที่เพิ่มจาก “การจดจา” ข้อเท็จจริงไปสู่การเริ่มต้นที่จะคิดอย่างมี วิจารณญาณ และสร้างสรรค์” ความจา เป็นที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ นามาสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีการที่ ครูผู้สอนจะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน ยิ่งไปกว่านั้น ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจาเป็นที่ครูผู้สอนต้องมี พื้นฐานของความเข้าใจอย่างดี เกี่ยวกับผู้เรียนแต่ละคนว่ามีวิธีการเรียนรู้อย่างไร ดั ง นั้ น ผู้ ส อ น ค ว ร จ ะ ศึ ก ษ า เทคนิค วิธีการเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะ นามาใช้เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้รับความรู้ใหม่ ซึ่งแต่เดิมมักเป็นการสอนให้ผู้เรียนเรียนโดย การท่ อ งจ า ควรปรั บ เปลี่ ย นมาสู่ ก ารใช้ เทคนิควิธีการที่จะช่วยผู้เรียนรับข้อเท็จจริง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การใช้เทคนิค ช่วยการจา เช่น Mnemonics เป็นต้น ซึ่ง การจัดการสอนที่เน้นครูเป็นศูนย์กลางอาจ นาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เช่นกัน อย่างไรก็ ตาม สิ่งที่สาคัญและเป็นความต้องการของการศึกษาในขณะนี้ คือ การสอนที่ผู้เรียนควรได้รับ คือ ทักษะการคิดในระดับสูง (Higher-Order Thinking Skills) ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ตลอดจนการแก้ปัญหา และการถ่ายโยงความรู้ โดยเน้น การใช้วิธีการต่างๆ อาทิ สถานการณ์จาลอง การค้นพบ การแก้ปัญหา และการเรียนแบบร่วมมือ สาหรับผู้เรียนจะได้รับ ประสบการณ์การแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับสภาพชีวิตจริง
  • 7.
    บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา 22 ภาพที่ 2-1 แสดงลักษณะการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ในกรณีเหล่านี้อาจสังเกตได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการวางแผน การนาไปใช้ และ การประเมินเกี่ยวกับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ซึ่งการสอนแบบดั้งเดิมครูผู้สอน จะเป็นผู้ ควบคุมดาเนินการในการวางแผนการสอนทั้งหมด ได้เปลี่ยนแปลงมาสู่การเน้นบทบาทของผู้เรียน ในการวางแผนการดาเนินการและการประเมินด้วยตนเอง ภาพ 2-2 แสดงการมีปฏิสมพันธ์การเรียนรู้อย่างตื่นตัวของ ผู้เรียนกับแหล่งข้อมูล ั (สุมาลี ชัยเจริญ, 2551) จากภาพ ผู้ เ รี ย นจะเป็ น ศู น ย์ ก ลางของการเรี ย นการสอนจะต้ อ งมี ป ฏิ สั ม พั น ธ์ กั บ แหล่งข้อมูลที่มีศักยภาพ ได้แก่ ครู เทคโนโลยี พ่อแม่ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และบุคคลอื่นๆ และ สื่อ เพื่อนามาสู่การหยั่งรู้ในปัญหาและการแก้ปัญหา บทบาทของครูได้เปลี่ยนแปลงมาสู่การเป็นผู้
  • 8.
    บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา 23 แนะแนวทางและผู้อานวยการ ตลอดจนช่วยเหลือผู้เรียนให้สามารถบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ จาก เหตุผลดังกล่าว อาจเป็นการยากที่จะประสบความสาเร็จ ถ้าหากจะใช้วิธีการจัดการเรียนการสอน แบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น (สุมาลี ชัยเจริญ, 2551) ต่อไปนี้จะเป็นการเปรียบเทียบบทบาทของครูผู้สอนและผู้เรียนแบบเดิมและบทบาทที่ เปลี่ยนแปลงที่มีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ดังตารางที่ 2.1 ตารางที่ 2.1 บทบาทของครู และผู้เรียนในการจัดสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง การเปลี่ยนบทบาทของครู บทบาทเดิม บทบาทที่เปลี่ยนแปลง เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน เป็นผู้ส่งเสริม เอื้ออานวย ร่วมแก้ปัญหา โค้ช เนื้อหาและเป็นแหล่งสาหรับคาตอบ ชี้นาความรู้ และผู้ร่วมเรียนรู้ เป็นผู้ควบคุมการเรียนการสอนและส่งเนื้อหา เป็นผู้จัดเตรียมหรือให้สิ่งที่ตอบสนองต่อการ ความรู้ไปยังผู้เรียนโดยตรง เรียนรู้ของผูเ้ รียนอย่างหลากหลาย การเปลี่ยนบทบาทของผู้เรียน บทบาทเดิม บทบาทที่เปลี่ยนแปลง เป็นผู้รอรับสารสนเทศจากครูอย่างเฉื่อยชา เป็นผู้ร่วมเรียนรู้อย่างตื่นตัวในกระบวนการ เรียนรู้ เป็นผู้คัดลอกหรือจดจาความรู้ เป็นผู้สร้างและแลกเปลี่ยนความรูร่วมกับเพื่อน ้ ชั้นแบบผู้เชี่ยวชาญ เป็นกิจกรรมการเรียนรู้รายบุคคล เป็นการร่วมมือกันเรียนรู้กับผู้เรียนอื่นๆ จากตารางที่ 2.1 ที่แสดงการเปลี่ยนแปลงที่สาคัญเกี่ยวกับบทบาทของครูและผู้เรียนใน สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง จากบทบาทต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป จะเห็น ได้ว่าการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางนั้นมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือกระทาในภารกิจการเรียนที่ ส่งเสริมการแสวงหาข้อมูล สารสนเทศ การค้นพบคาตอบ ตลอดจนสามารถนาความรู้ที่เรียนมาใช้ ในการแก้ปัญหาได้ ไม่ใช่เพียงแค่บทบาทในการรอรับความรู้จากครูเพียงอย่างเดียว เมื่อกระบวนทัศน์ (Paradigm)เกี่ยวกับ การสอนเปลี่ ย นมาเป็ น การเรี ย นรู้ มาสู่ ก าร เน้น ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น เทคโนโลยีและ นวั ต กรรมการศึ ก ษา ตลอดจนสื่ อ การสอน จาเป็นต้องปรับกระบวนทัศน์เพื่อให้สอดคล้องกับ ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จากเดิมที่เป็นสื่อการ สอนมาเป็นสื่อการเรียนรู้ และนวัตกรรมเพื่อการ เรียนรู้ เพื่อที่จะนามาใช้ในการเรียนรู้ที่สอดคล้อง กับการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางที่ไม่ได้มุ่งเพียง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถจดจาสิ่งที่เรียนรู้ได้
  • 9.
    บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษา 24 เท่านั้น แต่ยังมุ่งพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของสังคมไทย ได้แก่ ความสามารถคิดแบบองค์รวม เรียนรู้ร่วมกันและทางานเป็นทีม ตลอดจนความสามารถในการแสวงหาความรู้ และสร้างความรู้ ด้วยตนเอง เพื่อทาให้เป็นสังคมที่มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อที่สามารถแข่งขัน และ ร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในสังคมและโลกต่อไป ซึ่งความเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ดังกล่าวที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่อเทคโนโลยีการ สอน หรือเทคโนโลยีการศึกษา ตลอดจนสื่อที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ คาถามสะท้อนความคิด  ท่านคิ ดว่า เพราะเหตุใ ดจึง ต้ องมีก ารเปลี่ยนแปลงโฉมหน้ าทาง การศึกษา  หากพิจารณาสภาพการศึก ษาในปัจ จุบั นของประเทศไทยแล้ ว บทบาทของครูและผู้เรียนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพราะเหตุใด  ท่ า นคิ ด ว่ า สาเหตุ ส าคั ญ ที่ ท าให้ ผ ลการปฏิ รู ป การศึ ก ษาของไทยยั ง ไม่ สั ม ฤทธิ ผ ล เนื่องมาจากสาเหตุใด และจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร กิจกรรมเสนอแนะ ให้ ท่ า นศึ ก ษาผลงานวิ จั ย เกี่ ย วกั บ การจั ด การศึ ก ษาของไทยแล้ ว สรุ ป สาระสาคัญ ดังนี้ ข้อค้นพบที่สาคัญ ปัญหาการศึกษาของไทย วิธีการจัดการ เรียนรู้ที่ใช้ บรรณานุกรม กรมวิชาการ. (2541). คู่มือพัฒนาโรงเรียนด้านการเรียนรู้ โครงการการปฏิรูปกระบวนการเรียน การสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. กรมวิชาการ. (2543). การสร้างความรู้ด้วยตนเอง. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ครุสภาลาดพร้าว. ุ กองวิจัยทางการศึกษา. (2535). รายงานวิจัยเรื่องรักของเด็กไทย โครงการวิจัยองค์ประกอบที่มี อิทธิพลต่อความเข้าใจในการเรียน. กรมวิชาการ: กระทรวงศึกษาธิการ. สุมาลี ชัยเจริญ. (2551).เทคโนโลยีการศึกษา: หลักการ ทฤษฎี สู่การปฏิบัติ.ขอนแก่น: คลังนานา วิทยา. Bruner, J. S. (1983). In search of mind: Essays in autobiography. New York: Harper & Row. Driscoll, M. P. (1994). Psychology of learning for instruction. Boston: Allyn and Bacon. Newby, T. J., Stepich, D. A., Lehman, J. D., & Russell, J. D. (2000). Instructional technology for teaching and learning Designing instruction, integrating computers, and using media (second edition). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.