1
พลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ
ผู้อานวยการสานักสันติวิธีและธรรมาภิบาล
สถาบันพระปกเกล้า
การบริหารจัดการความขัดแย้งในพื้นที่
2
Peace in Thailand
การจัดการความขัดแย้ง ต้องมอง ๓ มิติ
• มิติเชิงป้องกัน
• มิติเชิงแก้ไข
• มิติเชิงปรองดอง เยียวยา สันติสุข
www.kpi.ac.th
ความขัดแย้งกันเป็นเรื่องธรรมดา
เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันในสังคม
เมื่อสังคมหลีกเลี่ยงความขัดแย้งไม่ได้
ต้องหาวิธีการจัดการความขัดแย้งให้เหมาะสมกับลักษณะความ
ขัดแย้งและความต้องการของคู่กรณี เพื่อให้คู่กรณีคงอยู่
ร่วมกันได้ในสังคมอย่างปกติสุข
KPI
รากเหง้าและสาเหตุของความขัดแย้ง
ปัญหาความต่างค่านิยม อุดมการณ์
วัฒนธรรม
ปัญหาความสัมพันธ์
ปัญหาข้อมูล
ความจริงและข่าวสาร
ปัญหาผลประโยชน์
และความต้องการ
ปัญหาโครงสร้าง
www.kpi.ac.th 5
อารมณ์ที่รุนแรง
การรับรู้คลาดเคลื่อน
สื่อสาร
ทัศนคติตายตัว
ประพฤติเชิงลบ
การแย่งชิงอานาจ
ความไม่เท่าเทียมกัน ความไม่
ยุติธรรม กฎหมาย
การปกครอง
ปรัชญาความเชื่อไม่ตรงกัน
ค่านิยมต่างกัน
ประสบการณ์
พื้นฐานการศึกษา
วัฒนธรรม ประเพณีต่างกัน
ค่านิยม
ความสัมพันธ์
โครงสร้าง
ข้อมูลน้อย
ผิดพลาด
แปลข้อมูลไม่ตรงกันความแตกต่าง
ในการเก็บและศึกษา
ข้อมูล
แย่งชิงผลประโยชน์
เงินทอง
ทรัพยากร
ความเชื่อ
ความยุติธรรม
วิธีการ
ผลประโยชน์
ยากต่อการเจรจา
เจรจาได้
ประเภทของความขัดแย้ง
www.kpi.ac.th 6
วงจรความขัดแย้ง
การสื่อสารที่ดี
สร้างการมีส่วนร่วม
การเป็นหุ้นส่วน
แผนที่ความขัดแย้ง
วัฏจักรความขัดแย้ง
รู้สาเหตุความขัดแย้ง
การสานเสวนา
การอานวยการประชุม
การเจรจาต่อรอง
การเจรจาไกล่เกลี่ยคนกลาง
การอนุญาโตตุลาการ
การมีส่วนร่วม
กระบวนการยุติธรรม การฟื้นคืนดี
การขอโทษ
การให้อภัย
การป้องกันและวิเคราะห์
ความขัดแย้ง การจัดการความขัดแย้ง
การปรองดองสู่สันติ
๑
๒
๓
7เวลา
ความรุนแรง
สงคราม การปะทะกันอย่างแท้จริง
การลดลงและหาข้อตกลง
การลดระดับลงของความตึงเครียด
ช่วงหลังความขัดแย้ง
การเพิ่มขึ้นของความตึงเครียด
ความขัดแย้งปรากฎขึ้น
ความขัดแย้งที่ซ่อนเร้นอยู่
ช่วงสันติภาพอย่างแท้จริง
วัฏจักรแห่งความขัดแย้ง
หยุดทุกอย่าง ด้วยอานาจ
และกฏหมาย
ดับไฟขัดแย้ง
Conflict Prevention
• สร้างความเชื่อมั่น
• การอานวยการ
• การประชุมแก้ปัญหา
• การสร้างความปรองดอง
ความตึงเครียดเพิ่มขึ้น
Crisis
เจรจาไกล่เกลี่ย /เจรจาต่อรอง
เข้าแทรกแซง และการบังคับอื่นๆ
Routine
• การศึกษา / อบรม
• สร้างทักษะความชานาญ
• การสร้างการมีส่วนร่วม
• การเป็นหุ้นส่วน
• สร้างเป็นสถาบัน
ช่วงสงบสุขช่วงก่อตัวช่วงวิกฤตช่วงสงคราม
เข้าดูแลช่วยผู้ที่เสียหาย
กลับสู่สันติสุข
เข้าแก้ปัญหา
• การช่วยเหลือตามระเบียบกฎหมาย
• การฟื้นคืนสภาพ
• การฟื้นฟูจิตใจ
• การให้ความรู้และการอบรม
ปรองดองสู่สันติสุข
เจรจาไกล่เกลี่ย
เจรจาต่อรอง
การบังคับ
ระงับการต่อสู้
การเผชิญหน้า สร้างมิตรสัมพันธ์
เริ่มปะทะกันอย่างรุนแรงไม่มีใครห้ามได้
การขัดแย้งลดลง / หาข้อตกลงร่วมกัน
ตึงเครียดมากขึ้นข้อเสนอต่างๆถูกต่อต้าน
การลดระดับความตึงเครียดลง
ความเข้าใจกลายเป็นก่อกวน
ความขัดแย้งเริ่มปรากฏ
การจัดการความขัดแย้ง
ความขัดแย้งขยายขอบเขตกระจายออกไป
เกิดความขัดแย้งที่แฝงอยู่
สันติสุข
ช่วงรักษาสันติ
การสร้างสันติสุข
เข้าสู่สันติสุขที่ยั่งยืน
เหตุการณ์เริ่มวิกฤตให้เห็น
อปท.เหมาะกับการจัดการความขัดแย้งในพื้นที่
เป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบตามกรอบกฎหมาย
เป็นองค์กรนิติบัญญัติ
เป็นองค์กรทางการเมืองที่ใกล้ชิดปัญหา ความต้องการของ ปชช. มี
อานาจหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย จัดบริการสาธารณะ ดูแลรับผิดชอบ
ต่อชีวิตและความเป็นอยู่ประชาชนและชุมชนท้องถิ่น
ผู้บริหารและสมาชิกมาจากการเลือกตั้งโดยตรง เป็นผลิตผลชุมชน
10
อปท.เหมาะกับการจัดการความขัดแย้งในพื้นที่
รับผิดชอบทางสังคม ตอบสนองปัญหาอย่างรวดเร็ว
ทาเพื่อประโยชน์สุขของชุมชน
มีความรู้สึกเป็นเจ้าของชุมชน
มีความได้เปรียบทางต้นทุนสังคม
A Publication by
www.knowtheprophet.com 11
อปท.ต้องระลึกถึงงานดังนี้
สร้างความเท่าเทียม
แก้ปัญหาความเหลื่อมล้า/ความแตกต่างในสังคมและ
พื้นที่
สร้างความยุติธรรมในสังคม
สร้างสังคมคุณภาพ
A Publication by
www.knowtheprophet.com 12
ความขัดแย้งในพื้นที่
ความขัดแย้งมีทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย
ความขัดแย้งถูกแสดงออกมาหรือเป็นภูเขาน้าแข็งที่มองไม่เห็น
การจัดการความขัดแย้งขึ้นอยู่กับความสามารถของ อปท.
อปท.มิใช่จัดบริการสาธารณะหรือคุณภาพชีวิต ปชช. แต่ต้องสนใจการ
จัดการความขัดแย้ง เพราะจะลดทอนพละกาลังของ ปชช. การพัฒนา
ท้องถิ่น
13
ความขัดแย้งในพื้นที่เกิดมาจากสาเหตุอะไร
ความแตกต่างหลากหลายด้านพหุวัฒนธรรม อาจนาไปสู่ความเชื่อและ
อุดมการณ์ที่แตกต่างกัน ขยายความรุนแรง
เกิดจากการแย่งชิงทรัพยากร การใช้ การจัดสรร การเข้าถึงโอกาสของ
ทรัพยากรท้องถิ่น ที่จากัด กระจุกตัว จัดสรรไม่เป็นธรรม ยากต่อการแก้ไข
จาก “การเมือง” ขาดการมีส่วนร่วม เน้นผลประโยชน์ทางการเมือง นโยบาย
ตอบสนองแต่ส่วนตน/กลุ่มเดียวกัน
การดาเนินงาน อปท.มีผลกระทบหรือผลเสียต่อชุมชน ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ
14
บริหารจัดการความขัดแย้งอย่างไร
เปลี่ยนความขัดแย้งไปสู่การพัฒนา
เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส
ควรสร้างระบบธรรมาภิบาลในการบริหาร เน้าการมีส่วนร่วม ผู้มี
ส่วนได้ส่วนเสีย
ทาให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของท้องถิ่น
ศึกษาจากกรณีศึกษาของพื้นที่อื่นๆ
15
การอยู่ร่วมกัน
มีสภาพแวดล้อมที่เกื้อกูล ในการทากิจกรรม
ปฏิสัมพันธ์กัน ทาความรู้จักกัน แลกเปลี่ยนความ
คิดเห็น ฯลฯ
สร้างกฎการอยู่ร่วมกัน จากการมีส่วนร่วม คิดร่วมกัน
สู่ฝันที่ต้องการ
มีกิจกรรมต่างๆร่วมกันที่ไม่เป็นทางการ
ให้ความรู้แนวคิดพื้นฐานความขัดแย้ง
เรียนรู้จากกรณีศึกษา
ทางรอดของท้องถิ่น
อย่าลืมวัฒนธรรมไทย
อย่ารับทุกอย่างมาโดยไม่ปรับให้เข้ากับสังคม
วัฒนธรรมและลักษณะของท้องถิ่น
สร้างภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นภูมิคุ้มกัน
สร้างวิถีประชาธิปไตย ให้ประชาชนรู้หน้าที่และสิทธิ
เสรีภาพ
สร้างความเข้มแข็งให้ประชาชน
สมเด็จกรมพระยาดารงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
..เจ้าคุณ อานาจอยู่ที่ราษฎรเชื่อถือ ไม่ใช่อยู่ที่พระ
แสงราชสัตรา จะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม ถ้าเจ้าคุณทาให้
ราษฎรเชื่อถือด้วยความศรัทธาแล้วไม่มีใครถอดเจ้า
คุณได้แม้ในหลวง เพราะว่าท่านก็คงปรารถนาให้
ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขเช่นเดียวกัน...
สอนให้พึ่งตนเอง ไม่อยู่ใต้อานาจฯ
สร้างรากฐานทางประชาธิปไตยที่มวลชน
ปลูกฝังแนวคิดสันติให้เยาวชน ความคิด ความเชื่อ วิถีชีวิต
ตลอดจนค่านิยมต่าง ๆ
อยู่ร่วมกันภายใต้สังคมไทยเดิม คือ บ้าน วัด มัสยิดและ
โรงเรียน
กระแสวัตถุและบริโภคนิยม ไม่เห็นคุณค่า“คนจน”
การวาดภาพสังคมท้องถิ่นไทยในอนาคต
สันติเกิดไม่ได้ถ้าไม่มีความยุติธรรม
สร้างวัฒนธรรมแห่งสันติ ด้วยความยุติธรรม/สิทธิที่เท่าเทียม
ยิ่งใช้อานาจ ยิ่งเกิดความรุนแรงและการไม่ยอมรับ
ไม่มีใครถูกหรือผิดโดยสมบูรณ์ ความขัดแย้งแก้ได้ด้วยความร่วมมือ
ปลูกพืชพรรณทางสันติและสมานฉันท์ ด้วยเมล็ดพันธ์สันติสุข
“สันติภาพในโลกจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ก็เมื่อเราแต่ละคนสร้าง
สันติภาวะขึ้นได้ภายในใจของเราเองก่อน”(ทะไล ลามะ แห่งธิเบต)
ความยุติธรรม
ธรรมคือความถูกต้อง มีเหตุมีผล ความจริง
ยุติ และ ธรรม เป็นธรรมอันนาไปสู่ความยุติ
ผู้รักษาความยุติธรรมต้องชี้แจงเหตุและผลให้แก่คู่กรณีจนเรื่อง
ยุติ
เป็นกลางและเสมอภาคในทางธรรม ตามกฎของธรรมชาติ
ที่ให้ความเสมอภาคกับทุกสิ่ง
ไม่มีสิ่งใดที่ทาให้รัฐทั้งหลายเข้มแข็งได้ เท่ากับความยุติธรรม
สภาแห่งความร้าวฉาน สร้างสรรค์แต่ความขัดแย้ง
ทักษะที่ขาดหาย
ทาความเข้าใจกับตนเองและความจริง
ทุกสิ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน
วัฒนธรรมที่หลากหลาย
โครงสร้างทางสังคม ที่ไม่เปิดโอกาสให้คนระดับล่าง
อุปสรรคของนักบริหาร ๑๒ ประการ
• ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ติดยึดกับความคิดและวิธีการทางานแบบเก่า ๆ
• ปกป้องตัวเอง ใครพูดถึงตนหรืองานของตนไม่ว่าในแง่ใดก็จะโต้เถียง
• ไม่ยืดหยุ่น ตรงเป็นไม้บรรทัด
• เก่งคนเดียว คนอื่นไม่อยู่ในสายตา มีปัญหาส่วนตัว
• เฉื่อยชา ไม่กระตือรือร้นหรือเอาใจใส่ในงาน
• ไม่ยอมเสี่ยง ชอบทาแต่เรื่องง่าย ๆ ขาดจินตนาการ ไม่ยอมคิดริเริ่มอะไรใหม่
• ทางานไม่เป็นระบบ ไม่รู้จักลาดับความสาคัญของงาน
• ไม่ควบคุมอารมณ์
• ชอบโยนกลอง รับแต่ชอบไม่รับผิด
• ไม่ยอมเข้าใจคนอื่น ไม่ฟังเสียงใคร ไม่เห็นใจใคร และไม่ยอมรับฟังคาชี้แจงใด ๆ
ทั้งสิ้น
ทดสอบการเป็นปรปักษ์กับผู้ใต้บังคับบัญชา
เดินผ่านลูกน้องเราคิดอะไร
ปล่อยให้ลูกน้องคอยขณะที่ติดธุระ
พูดโทรศัพท์จนลืมลูกน้องและไม่มีการขอโทษ
ชอบเอาเอกสาร แฟ้มต่างๆไว้บนโต๊ะทั้งๆที่ไม่มีความจาเป็น
ลูกน้องต้องการรู้ว่างานที่ให้ทาถูกใจหรือไม่
ปฏิบัติงานดีไม่เคยชมเชย แต่กลับชอบพูดถึงจุดบกพร่อง
ว่ากล่าวตักเตือนลูกน้องต่อหน้าคนอื่น
ความช่างเลือก ตีความไม่ตรงกัน คุณพ่อรู้ดี
ความจริงกับความรู้สึก มองไม่เห็นความแตกต่าง
ยึดติดไม่เปลี่ยนแปลง พวกสุดโต่ง
ความสงบสุขมีกาแพงขวางกั้น
27
กระบวนการสันติภาพ
กับปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศ
ปัญหาความขัดแย้งภายในชาติใดชาติหนึ่ง
อาจมีสาเหตุจากเงื่อนไขหนึ่งหรือหลายประการประกอบกัน
• ความไม่เป็นธรรมในสังคม
• ความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา เผ่าพันธุ์
• การรักษาการปกครองของรัฐ
• กฎหมายหรือองค์กรบังคับใช้กฎหมาย อ่อนแอ
• ภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่เอื้ออานวยให้อานาจการ
ปกครองของรัฐบาลกลางสถาปนาครอบคลุมพื้นที่
อย่างเต็มประสิทธิภาพwww.kpi.ac.th
29
Mahatma Ghandi
ทุนทางวัฒนธรรม
www.kpi.ac.th
30
การเรียนรู้เรื่องความขัดแย้งในสังคมไทย
การใช้กาลังแก้ปัญหา เกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจ สังคมและ
การเมืองจะสูง
ประสบการณ์ในอดีตจะเป็นคาตอบว่าจะเกิดอะไรในอนาคต
ควรศึกษารูปแบบในการจัดการปัญหาที่ผ่านมาในอดีตของ
ต่างประเทศและของไทย
www.kpi.ac.th
www.kpi.ac.th 31
ด้วยการกรีดเลือดและดื่มน้าสาบาน ว่าจะเลิก
แล้วต่อกันร่วมสร้างเมืองไว้เป็นอนุสรณ์
จึงเกิดอาณาจักรกุมกาม
(นครเชียงใหม่ในปัจจุบัน)
เวียงกุมกาม สัญลักษณ์แห่งความปรองดอง
กษัตริย์ 3 พระองค์ ตกลงร่วมกัน
ที่จะไม่ทาศึกสงครามระหว่างกัน
หันหน้ามาให้สัตย์บันต่อกัน
ระบบยุติธรรมชุมชนทุนทางสังคม
ระบบเจ้าโคตร แก่วัด แก่ฝาย แก่บ้าน
การอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวขยาย การทานอาหารร่วมกัน
การลงแขกลงขันในการทางานร่วมกันการไกล่เกลี่ยชุนชน บ้าน
บอเกาะ อาเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส
อนุญาโตตุลาการหมู่บ้าน ตาบลบ้านกลาง อาเภออ่าวลึก
จังหวัดกระบี่
ระบบ Barangay ในฟิลิปปินส์
32
33www.kpi.ac.th
แตงโมสมานฉันท์
34www.kpi.ac.th
อนุญาโตตุลาการชุมชน
ตาบลบ้านกลาง อาเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่
กรรมการอนุญาโตตุลาการ
การจัดการปัญหาด้วยตัวเอง
38
สสสส:การเสริมสร้างสังคมสันติสุข
BARANGAY
www.kpi.ac.th
University of Philippine
www.kpi.ac.th
ผู้ปกครองท้องถิ่น BANRANGAY
www.kpi.ac.th
คณะลูกขุน
www.kpi.ac.th
43
หากกระบวนการเปลี่ยนผ่านเร็วเกินไปก็จะไม่ได้ผล ถามว่าถ้ามีรัฐบาลแล้วจะ
ยั่งยืนหรือไม่
ถ้ารัฐบาลไม่สามารถจัดการสถานการณ์ได้ ก็แก้ปัญหาไม่ยั่งยืน สุดท้ายทุก
อย่างก็จะพังทลายพินาศยับเยิน
ปัญหาที่ซับซ้อน จาเป็นต้องแก้ไขเชิงพลวัต ต้องเข้าใจว่าไม่สามารถใช้กาลังมา
แก้ไขได้
นาผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วม ต้องหยั่งญาน หรือรับรู้เชิงลึกซึ้ง
โดยเฉพาะการฟังและการพูด
การพูดซ้าๆ จะไม่มีอะไรใหม่ แต่เป็นการพูดในสิ่งที่ตัวเองอยากพูดเท่านั้น
และก็จะไม่ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่เช่นกัน
Adam Kahene
www.kpi.ac.th
การฟังก็ต้องใส่ใจที่จะฟังในทุกรายละเอียด ไม่ใช่ฟังเพื่อ
ตัดสินว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ต้องพยายามสร้าง
ความเข้าใจว่าทาไมถึงคิดแบบนั้น
44
Adam Kahene
ทักษะที่ขาดหาย
www.kpi.ac.th
45
“ความสันติและการรับมือกับความซับซ้อนในสังคม
จะเกิดขึ้นได้จากการบวนการแก้ไขอย่างเป็นระบบ
การมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
การสานเสวนา การสร้างสัมผัสร่วม และการผนึก
จิตใจ(ความรัก)และอานาจเข้าร่วมกัน”
Adam Kahene
www.kpi.ac.th
46
อาดัม คาเฮน มองปัญหาเมืองไทย
คาเฮน กล่าวว่า ไม่ใช่แค่ปัญหาเสื้อเหลือง เสื้อแดง เพราะมี
ความซับซ้อนมากกว่านั้นและมีความลึกซึ้ง ไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้
ด้วยนักวิชาการหรือภาครัฐ แต่ต้องสร้างการมีส่วนร่วม ต้องใช้
ทั้งความรักและอานาจ
เพราะต้องไม่ลืมว่าท่ามกลางความขัดแย้งมีความโกรธ การแย่ง
อานาจกัน เมื่อมีการแบ่งขั้วกันชัดเจนต้องหาว่าสิ่งใดดีที่สุดที่จะ
นามาใช้แก้ปัญหา
www.kpi.ac.th
มหา ตมะ คานธี
• อหังการย่อมทาลายมนุษย์โดยสิ้นเชิง ความจริงข้อนี้ทุกคน
ตระหนักได้ทุกขณะ ตรงกันข้าม ความอ่อนน้อมถ่อมตนช่วยให้
มนุษย์เจริญเติบโตและบรรลุความสมบูรณ์เสมอ
• หิงสาเป็นอาวุธของผู้อ่อนแอ อหิงสาเป็นอาวุธของผู้เข้มแข็ง
ควรเลิกละหิงสา เพราะสิ่งที่ได้จากหิงสานั้น เป็นเรื่องลวงตา แต่
โทษมีอยู่จริงและถาวร
47www.kpi.ac.th
ความรุนแรง ทาให้เกิดการแพ้ – ชนะ
สันติวิธี มีทางออก
www.kpi.ac.th
<date/time> <footer>
ปัญญาอยู่กับตัว แต่ใช้อารมณ์เป็นใหญ่
มีเวลาอยู่ในโลกไม่ถึงร้อยปี แต่กลับมีเวลาไปริษยาคนอื่น
มีตาอยู่สองข้าง แต่ไม่เคยมองสิ่งที่ดีเลย
มีอานาจอยู่เต็มมือ แต่ไม่กล้าตัดสินใจทาอะไรเลย
รู้ที่จะพูดแต่ไม่รู้ศิลปะในการพูด
ธรรมดาธรรมชาติของมนุษย์อยู่กับความขัดแย้ง
ขัดแย้งกับตัวอง
ขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน
ขัดแย้งต่อสังคมรอบข้าง
ทาความเข้าใจกับตนเองและความจริง
ทุกสิ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน
วัฒนธรรมที่หลากหลาย
โครงสร้างทางสังคม
อุปสรรคของนักบริหาร 12 ประการ
๑. ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ติดยึดกับความคิดและวิธีการ
ทางานแบบเก่า ๆ
๒. ป้องกันตัวยามใครพูดถึงตนหรืองานของตนทั้งแง่ใดจะ
โต้เถียงหรือชี้แจง
๓. ไม่ยืดหยุ่น เรียกว่า ตรงเป็นไม้บรรทัด
๔. เก่งคนเดียว คนอื่นไม่อยู่ในสายตา
๕. มีปัญหาส่วนตัว
๖. เฉื่อยชา คือเป็นคนที่ไม่กระตือรือร้นหรือเอาใจใส่ในงาน
อุปสรรคของนักบริหาร 12 ประการ
๖. เฉื่อยชา คือเป็นคนที่ไม่กระตือรือร้นหรือเอาใจใส่ในงาน
๗. ไม่ยอมเสี่ยง ชอบทาแต่เรื่องง่าย ๆ
๘. ขาดจินตนาการ ไม่ยอมคิดริเริ่มอะไรใหม่
๙. ทางานไม่เป็นระบบ ไม่รู้จักลาดับความสาคัญของงาน
๑๐.ไม่ควบคุมอารมณ์
๑๑.ชอบโยนกลอง รับแต่ชอบไม่รับผิด
๑๒.ไม่เข้าใจคนอื่น ไม่ฟังเสียงใคร ไม่เห็นใจใคร และไม่ยอมรับฟัง
คาชี้แจงใด ๆ ทั้งสิ้น
ผลความขัดแย้งต่อองค์กร
๑. สูญเสียเวลา
๒. การตัดสินใจไม่ดี
๓. การสูญเสียพนักงาน
๔. การปรับโครงสร้างโดยไม่จาเป็น
๕. การลอบกลั่นแกล้ง การลักขโมย และการทาให้เสียหาย
๖. แรงจูงใจในการทางานลดน้อยลง
๗. เสียเวลาในการทางาน
๘. ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ

การจัดการความขัดแย้งในพื้นที่