Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Taraya Srivilas
PDF, PPTX
112,360 views
เปรียบเทียบสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2
เปรียบเทียบสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2
Education
◦
Read more
13
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download as PDF, PPTX
1
/ 40
2
/ 40
Most read
3
/ 40
Most read
4
/ 40
Most read
5
/ 40
6
/ 40
7
/ 40
8
/ 40
9
/ 40
10
/ 40
11
/ 40
12
/ 40
13
/ 40
14
/ 40
15
/ 40
16
/ 40
17
/ 40
18
/ 40
19
/ 40
20
/ 40
21
/ 40
22
/ 40
23
/ 40
24
/ 40
25
/ 40
26
/ 40
27
/ 40
28
/ 40
29
/ 40
30
/ 40
31
/ 40
32
/ 40
33
/ 40
34
/ 40
35
/ 40
36
/ 40
37
/ 40
38
/ 40
39
/ 40
40
/ 40
More Related Content
PDF
สงครามโลกครั้งที่ 2
by
Taraya Srivilas
PDF
สงครามโลกครั้งที่ 1
by
Taraya Srivilas
PDF
ผลของสงครามโลกครั้งที่ 2
by
Phonlawat Wichaya
PDF
สงครามเย็น
by
Taraya Srivilas
PDF
สงครามโลก Ohm
by
Taraya Srivilas
PDF
สงครามเย็น
by
Pannaray Kaewmarueang
PDF
สงครามโลกครั้งที่ 2 pdf
by
Szo'k JaJar
PDF
ลัทธิจักรวรรดินิยม Imperialism
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
สงครามโลกครั้งที่ 2
by
Taraya Srivilas
สงครามโลกครั้งที่ 1
by
Taraya Srivilas
ผลของสงครามโลกครั้งที่ 2
by
Phonlawat Wichaya
สงครามเย็น
by
Taraya Srivilas
สงครามโลก Ohm
by
Taraya Srivilas
สงครามเย็น
by
Pannaray Kaewmarueang
สงครามโลกครั้งที่ 2 pdf
by
Szo'k JaJar
ลัทธิจักรวรรดินิยม Imperialism
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
What's hot
PDF
ข้อสอบวิทยาศาสตร์ (PISA)
by
Napadon Yingyongsakul
PDF
แบบฝึกหัดเคมีอินทรีย์
by
Kapom K.S.
PDF
รูปเล่มรายงาน
by
Znackiie Rn
PDF
รูปเล่มวิชาโครงงาน
by
AjBenny Pong
PDF
หน่วย 3
by
ศิวากรณ์ บุญนิล
PDF
แบบทดสอบ เรืื่องพอลิเมอร์
by
Jariya Jaiyot
PDF
กล้องจุลทรรศน์ (Microscope)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
PDF
หน่วย 2
by
ศิวากรณ์ บุญนิล
PDF
กิตติกรรมประกาศ
by
maerimwittayakom school
PDF
การสกัดด้วยตัวทำละลาย
by
ศศิกัญญา ดอนดีไพร
PDF
การหายใจแสง พืช C4 พืช cam (t)
by
Thitaree Samphao
PDF
เอกสารประกอบการเรียน เคมีอินทรีย์ 1
by
Tanchanok Pps
PDF
เค้าโครงโครงงานวิทยาศาสตร์
by
โทโต๊ะ บินไกล
PPTX
กาพย์เห่เรือ
by
Warodom Techasrisutee
PDF
04 บทที่ 4-ผลการดำเนินโครงงาน
by
Tanyarad Chansawang
PDF
ถอดคำประพันธ์มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
by
Warodom Techasrisutee
PDF
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
by
Phongsak Kongkham
PDF
คำศัพท์ทางทัศนศิลป์สำหรับใช้บรรยายผลงานทางทัศนศิลป์
by
พัน พัน
PDF
ตัวอย่างชื่อโครงงานวิทยาศาสตร์
by
Jiraporn
PPTX
การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance)
by
sudoooooo
ข้อสอบวิทยาศาสตร์ (PISA)
by
Napadon Yingyongsakul
แบบฝึกหัดเคมีอินทรีย์
by
Kapom K.S.
รูปเล่มรายงาน
by
Znackiie Rn
รูปเล่มวิชาโครงงาน
by
AjBenny Pong
หน่วย 3
by
ศิวากรณ์ บุญนิล
แบบทดสอบ เรืื่องพอลิเมอร์
by
Jariya Jaiyot
กล้องจุลทรรศน์ (Microscope)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
หน่วย 2
by
ศิวากรณ์ บุญนิล
กิตติกรรมประกาศ
by
maerimwittayakom school
การสกัดด้วยตัวทำละลาย
by
ศศิกัญญา ดอนดีไพร
การหายใจแสง พืช C4 พืช cam (t)
by
Thitaree Samphao
เอกสารประกอบการเรียน เคมีอินทรีย์ 1
by
Tanchanok Pps
เค้าโครงโครงงานวิทยาศาสตร์
by
โทโต๊ะ บินไกล
กาพย์เห่เรือ
by
Warodom Techasrisutee
04 บทที่ 4-ผลการดำเนินโครงงาน
by
Tanyarad Chansawang
ถอดคำประพันธ์มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
by
Warodom Techasrisutee
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
by
Phongsak Kongkham
คำศัพท์ทางทัศนศิลป์สำหรับใช้บรรยายผลงานทางทัศนศิลป์
by
พัน พัน
ตัวอย่างชื่อโครงงานวิทยาศาสตร์
by
Jiraporn
การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance)
by
sudoooooo
Similar to เปรียบเทียบสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2
PDF
สงครามโลก เปรียบเทียบ แจก
by
Taraya Srivilas
PPTX
สงครามโลกครั้งที่ 1
by
nidthawann
PDF
สงครามโลก..[2]
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PPTX
สงครามโลกครั้งที่ 1
by
Suksawat Sanong
PDF
สถานการณ์ความขัดแย้งจากสังคมโลกสู่รากหญ้า สสสส7
by
Taraya Srivilas
PDF
สถานการณ์ความขัดแย้งจากสังคมโลกสู่รากหญ้า สสสส7
by
Taraya Srivilas
PPTX
สงครามโลกครั้งที่ 1
by
fsarawanee
PPTX
ความขัดแย้ง ( สงครามโลกครั้งที่ 1 / สงครามโลกครั้งที่ 2 / สงครามเย็น )
by
EarnEarn Twntyc'
PPT
ยุคปัจจุบัน(อัพเดท2557)
by
Heritagecivil Kasetsart
PPT
สงครามโลก ครั้งที่ 2
by
Waciraya Junjamsri
PPTX
สงครามโลกครั้งที่ 1 แก้ไขแล้วค่ะ
by
fsarawanee
PDF
สงครามโลกคร งท__ 2 (1) (1)
by
noeiinoii
PPTX
สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2
by
Napis Inkham
PDF
7.1 ความขัดแย้ง world war 1,2
by
Jitjaree Lertwilaiwittaya
PPSX
Ww2 Work
by
ปริวรรต ธิต๊ะ
PPTX
สงครามโลกครั้งที่1
by
Suchawalee Buain
DOCX
สงครามโลกครั้งที่ 1
by
tanut lanamwong
PDF
68141 สงครามโลกครั้งที่ 2
by
supasit2702
PDF
สงครามโลก..[1]
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
DOC
สงครามโลก (อ.จำนงค์)
by
นายจำนงค์ เขตเมืองมูล
สงครามโลก เปรียบเทียบ แจก
by
Taraya Srivilas
สงครามโลกครั้งที่ 1
by
nidthawann
สงครามโลก..[2]
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
สงครามโลกครั้งที่ 1
by
Suksawat Sanong
สถานการณ์ความขัดแย้งจากสังคมโลกสู่รากหญ้า สสสส7
by
Taraya Srivilas
สถานการณ์ความขัดแย้งจากสังคมโลกสู่รากหญ้า สสสส7
by
Taraya Srivilas
สงครามโลกครั้งที่ 1
by
fsarawanee
ความขัดแย้ง ( สงครามโลกครั้งที่ 1 / สงครามโลกครั้งที่ 2 / สงครามเย็น )
by
EarnEarn Twntyc'
ยุคปัจจุบัน(อัพเดท2557)
by
Heritagecivil Kasetsart
สงครามโลก ครั้งที่ 2
by
Waciraya Junjamsri
สงครามโลกครั้งที่ 1 แก้ไขแล้วค่ะ
by
fsarawanee
สงครามโลกคร งท__ 2 (1) (1)
by
noeiinoii
สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2
by
Napis Inkham
7.1 ความขัดแย้ง world war 1,2
by
Jitjaree Lertwilaiwittaya
Ww2 Work
by
ปริวรรต ธิต๊ะ
สงครามโลกครั้งที่1
by
Suchawalee Buain
สงครามโลกครั้งที่ 1
by
tanut lanamwong
68141 สงครามโลกครั้งที่ 2
by
supasit2702
สงครามโลก..[1]
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
สงครามโลก (อ.จำนงค์)
by
นายจำนงค์ เขตเมืองมูล
More from Taraya Srivilas
PDF
จริยธรรมทางการแพทย์ 75 ปธพ.6
by
Taraya Srivilas
PDF
การจัดการความขัดแย้งในพื้นที่
by
Taraya Srivilas
PDF
สันติวิธีในการจัดการความขัดแย้ง วิทยาลัยตำรวจ
by
Taraya Srivilas
PDF
โปสเตอร์สัญญาประชาคม
by
Taraya Srivilas
PDF
การบริหารความขัดแย้ง บยส แจก
by
Taraya Srivilas
PDF
การเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท การพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมในการทำงาน
by
Taraya Srivilas
PDF
สถานการณ์ความขัดแย้งจากสังคมโลกสู่รากหญ้า สสสส8
by
Taraya Srivilas
PDF
สถานการณ์ความขัดแย้งจากสังคมโลกสู่รากหญ้า สสสส8 web
by
Taraya Srivilas
PDF
แนวทางในการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อลดความขัดแย้งในการจัดการป่าม้ระดับชุมชน
by
Taraya Srivilas
PDF
สันติวิธีในการจัดการความขัดแย้ง สจว แจก
by
Taraya Srivilas
PDF
การสร้างความสามัคคีปรองดอง ปยป. และ ความสมานฉันท์ในสังคมไทย
by
Taraya Srivilas
PDF
บทบาทสตรีในอนาคต
by
Taraya Srivilas
PDF
ค้นหาตัวเอง อุซะ usa 69
by
Taraya Srivilas
PDF
บทบาทสตรีสันติภาพชายแดนใต้
by
Taraya Srivilas
PDF
บทบาทสตรีกับการสร้างสรรค์สังคมสันติสุข
by
Taraya Srivilas
PDF
การสร้างความปรองดองแห่งชาติ สถาบันพระปกเกล้า
by
Taraya Srivilas
PDF
สถิติเกี่ยวกับผู้หญิง
by
Taraya Srivilas
PDF
American first muslim
by
Taraya Srivilas
PDF
นโยบายการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี วทอ แจก
by
Taraya Srivilas
PDF
สถานการณ์ความขัดแย้งจากสังคมโลกสู่รากหญ้า สสสส8 web
by
Taraya Srivilas
จริยธรรมทางการแพทย์ 75 ปธพ.6
by
Taraya Srivilas
การจัดการความขัดแย้งในพื้นที่
by
Taraya Srivilas
สันติวิธีในการจัดการความขัดแย้ง วิทยาลัยตำรวจ
by
Taraya Srivilas
โปสเตอร์สัญญาประชาคม
by
Taraya Srivilas
การบริหารความขัดแย้ง บยส แจก
by
Taraya Srivilas
การเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท การพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมในการทำงาน
by
Taraya Srivilas
สถานการณ์ความขัดแย้งจากสังคมโลกสู่รากหญ้า สสสส8
by
Taraya Srivilas
สถานการณ์ความขัดแย้งจากสังคมโลกสู่รากหญ้า สสสส8 web
by
Taraya Srivilas
แนวทางในการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อลดความขัดแย้งในการจัดการป่าม้ระดับชุมชน
by
Taraya Srivilas
สันติวิธีในการจัดการความขัดแย้ง สจว แจก
by
Taraya Srivilas
การสร้างความสามัคคีปรองดอง ปยป. และ ความสมานฉันท์ในสังคมไทย
by
Taraya Srivilas
บทบาทสตรีในอนาคต
by
Taraya Srivilas
ค้นหาตัวเอง อุซะ usa 69
by
Taraya Srivilas
บทบาทสตรีสันติภาพชายแดนใต้
by
Taraya Srivilas
บทบาทสตรีกับการสร้างสรรค์สังคมสันติสุข
by
Taraya Srivilas
การสร้างความปรองดองแห่งชาติ สถาบันพระปกเกล้า
by
Taraya Srivilas
สถิติเกี่ยวกับผู้หญิง
by
Taraya Srivilas
American first muslim
by
Taraya Srivilas
นโยบายการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี วทอ แจก
by
Taraya Srivilas
สถานการณ์ความขัดแย้งจากสังคมโลกสู่รากหญ้า สสสส8 web
by
Taraya Srivilas
เปรียบเทียบสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2
1.
วิเคราะห์สงครามโลกครั้งที่ 1 และ
2
2.
ศูนย์กลางของสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • เป็นสงครามใหญ่ที่เกิดขึ้นเฉพาะใน ทวีปยุโรปเป็นสาคัญเท่านั้น ระหว่าง ค.ศ. 1914 ถึง 1918 มีศูนย์กลางอยู่ในทวีปยุโรป • เป็นความขัดแย้งทางทหารในระดับ โลกตั้งแต่ ค.ศ. 1939 ถึง 1945 เป็น สงครามที่ลุกลามไปทั่วโลกอย่างแท้จริง โดยครอบคลุมอาณาบริเวณทั้งในยุโรป แอฟริกาเหนือ เอเชียตะวันออก และ มหาสมุทรแปซิฟิก • สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นการระดม คนจานวนมากเข้ามาสู่สงคราม ประหัตประหารกัน ที่เรียกว่า "สงคราม ของคนหมู่มาก" (War of the Masses) • สงครามโลกครั้งที่สอง ประชาชนทุก คนล้วนเกี่ยวข้องกับสงครามอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงอาจกล่าวได้ว่า สงครามโลกครั้งที่สองนั้นเป็น "สงคราม ของประชาชนทุกคน“
3.
คู่สงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) ฝ่ายมหาอานาจกลาง หรือไตรพันธมิตร ศูนย์กลาง อยู่ที่ไตรพันธมิตร ได้แก่เยอรมนี ออสเตรีย- ฮังการีและอิตาลี จักรวรรดิออตโตมัน เข้าสู่สงครามใน ค.ศ. 1914 อิตาลีและบัลแกเรียใน ค.ศ. 1915 และโรมาเนียใน ค.ศ. 1916 ฝ่ายอักษะ ได้แก่ เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น กับ กับ ฝ่ายมหาอานาจไตรภาคี หรือฝ่ายสัมพันธมิตร ศูนย์กลางอยู่ที่ไตรภาคี คือ อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย ค.ศ. 1918 กองทัพสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสงคราม จักรวรรดิรัสเซียล่มสลายใน ค.ศ. 1917 และรัสเซีย ถอนตัวจากสงครามหลังการปฏิวัติ เดือนตุลาคมในปีเดียวกัน ฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย เมื่อเริ่มสงคราม สหรัฐอเมริกาวางตัวเป็นกลาง แต่เมื่อญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ล ซึ่งเป็นฐานทัพของสหรัฐอเมริกาในมหาสมุทร แปซิฟิก จึงเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 2
4.
สาเหตุของสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) 1. ลัทธิชาตินิยม 2. การแข่งขันกันแสวงหาอาณานิคม 3. การรวมกลุ่มพันธมิตรทางทหาร 4. ความไม่มั่นคงทางการเมืองใน คาบสมุทรบอลข่าน 1. ลัทธิชาตินิยมในประเทศเยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น 2. ลัทธิจักรวรรดินิยม 3. ลัทธินิยมทางทหาร การสะสมอาวุธเพื่อ ประสิทธิภาพของกองทัพ 4. ความขัดแย้งทางด้านอุดมการณ์ทาง การเมือง ระหว่างระบอบประชาธิปไตย กับระบอบเผด็จการ 5. ความอ่อนแอขององค์การสันนิบาตชาติ 6. สนธิสัญญาสันติภาพที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะสนธิสัญญาแวร์ซายส์
5.
ชนวนสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • การลอบปลงพระชนม์อาร์ชดยุก - ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์แห่งออสเตรีย รัชทายาทแห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี เมื่อ วันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1914 โดยกัฟรีโล ปรินซีปนักศึกษาชาวบอสเนียเซิร์บและ สมาชิกบอสเนียหนุ่ม เป็นชนวนเหตุใกล้ชิด ของสงคราม • กองทัพเยอรมนีบุกโปแลนด์แบบสายฟ้า แลบ เมื่อ 1 กันยายน 1939 ด้วยโปแลนด์ ปฏิเสธที่จะยกเมืองท่าดานซิกและฉนวน โปแลนด์ในเยอรมนี อังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งมี สัญญาค้้าประกันเอกราชของโปแลนด์ ได้ยื่น ค้าขาดให้เยอรมนี ถอนทหารออกจาก โปแลนด์ แต่ฮิตเลอร์ปฏิเสธ อังกฤษและ ฝรั่งเศสจึงประกาศสงครามกับเยอรมนี • และญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ล ฐานทัพเรือฝั่ง แปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา
6.
ประเทศไทยกับการเข้าร่วมสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • สงครามเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2457( ค.ศ. 1914 ) ในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 • สยามตั้งตัวเป็นกลาง จนสงครามได้รุนแรงขึ้นเป็น ล้าดับ รัชกาลที่ 6 ทรงเห็นว่าฝ่ายเยอรมนีเป็นฝ่าย รุกราน จนกระทั่ง 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 จึงทรง ตัดสินพระทัยประกาศสงครามกับเยอรมันนีและ ออสเตรีย-ฮังการี และได้ส่งทหารอาสาสมัครไปช่วย รบ • สงครามเกิดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2482( ค.ศ. 1939 ) ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 8 (ขณะนั้นเสด็จประทับอยู่ ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์) หลวงพิบูลสงคราม (จอม พล ป.พิบูลสงคราม) เป็นนายกรัฐมนตรี • เมื่อเริ่มสงครามนั้นไทยประกาศตนเป็นกลาง แต่ เพราะไทยมีก้าลังน้อย เมื่อญี่ปุ่นบุกจึงไม่สามารถ ต่อต้านได้ และเพื่อป้องกันมิให้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของ ญี่ปุ่นในด้านเศรษฐกิจและการเมือง รัฐบาลต้องยอม ให้ญี่ปุ่นผ่าน
7.
ประเทศไทยกับการเข้าร่วมสงคราม (ต่อ) สงครามโลกครั้งที่ 1
(1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • ประเทศไทยได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 เพียง ประเทศเดียวในทวีปเอเชียและแปซิฟิกไม่นับรวม ญี่ปุ่น ที่เข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ สาเหตุการเข้าร่วม เนื่องมาจากการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกใน สมัยรัชกาลที่ 5 ทุกประเทศในฝั่งทะเลแปซิฟิกและ ทะเลอันดามัน ถูกเป็นเมืองขึ้นกันหมดเหลือแต่ไทย และญี่ปุ่นเท่านั้น
8.
ยุทธวิธีและอาวุธทางทหารที่ใช้ในสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • ปืนกลยิงรัว ยังเป็นแบบติดฐานบังเกอร์ • ใช้ Assault Rifle หรือ Sub Machine Gun ให้ทหารพกพา • ทหารม้ายังขี่ม้าออกรบ โดยรถถังยังไม่มีบทบาท • รถถังถูกใช้กันแพร่หลาย และทหารม้าเปลี่ยนจากขี่ ม้ามาขับรถถังออกรบแทน • เครื่องบินรบยังเน้นใช้ยิงกันบนฟ้าเป็นหลัก และ บินได้ไม่ไกล • เครื่องบินถูกใช้ทั้งยิงกันบนฟ้า ทิ้งระเบิด และบิน ได้ไกลข้ามทวีป • รูปแบบการรบภาคพื้นดินเป็นแนวรบอยู่กับที่ • รูปแบบการรบภาคพื้นดินมีรูปแบบการรบที่มีการ เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
9.
ยุทธวิธีและอาวุธทางทหารที่ใช้ในสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • ระเบิดก๊าซพิษแตกต่างกันราว 30 ชนิดถูกน้ามาใช้ ท้าให้ผู้ได้รับแก๊สพิษเสียชีวิตอย่างช้า ๆ และทรมาน ซึ่งหลังสงครามครั้งที่ 1 หลายประเทศได้มีการลงนาม ในสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ก๊าซพิษเหล่านี้อีก • เทคโนโลยีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ระบบเรดาร์ จรวดพิสัยไกล เรือด้าน้้า รถถัง ปืนไรเฟิลประจ้า กายทหารที่ยิงรัวต่อเนื่องได้ เครื่องบินไอพ่น ระเบิด นิวเคลียร์ • ไม่มีการน้าก๊าซพิษมาใช้อีก
10.
ผลของสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • ฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นฝ่ายชนะสงคราม • ส่วนรัฐจักรวรรดิใหญ่ 4 รัฐ อันได้แก่ จักรวรรดิเยอรมัน ออสเตรีย-ฮังการี รัสเซียและ ออตโตมัน พ่ายแพ้ทั้งทางการเมือง และทาง ทหาร จนได้สิ้นสภาพไป เยอรมนีและรัสเซีย สูญเสียดินแดนไปมหาศาล ส่วนอีก 2 รัฐที่เหลือ นั้นล่มสลายลงอย่างสิ้นเชิง • แผนที่ยุโรปกลางได้ถูกเขียนใหม่โดยมีประเทศ ขนาดเล็กเกิดใหม่หลายประเทศ • ฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นฝ่ายชนะสงคราม • เกิดมหาอ้านาจของโลกใหม่ คือสหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต จนน้าไปสู่เกิดสงครามเย็น ที่ด้าเนินต่อมาอีก 45 ปี • การเกิดประเทศเอกราชใหม่ๆ
11.
ผลของสงคราม (ต่อ) สงครามโลกครั้งที่ 1
(1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • ทหารที่เข้าร่วมสงครามทั้งฝ่ายมหาอ้านาจกลาง และฝ่ายสัมพันธมิตร ประมาณ 70 ล้านคน เสียชีวิต 8 ล้านคน บาดเจ็บมากกว่า 20 ล้านคน พิการตลอดชีวิตประมาณ 7 ล้านคน • ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมากกว่า สงครามโลกครั้งที่ 1 โดยมีผู้เสียชีวิตไปไม่น้อย กว่า 68 ล้านคน จากการน้าอาวุธที่ทันสมัยและ ระเบิดปรมาณูมาใช้ • สันนิบาตชาติถูกก่อตั้งขึ้นด้วยหวังว่าจะ ป้องกันความขัดแย้งเช่นนี้มิให้เกิดขึ้นอีกใน อนาคต • สหประชาชาติถูกสถาปนาขึ้น เพื่อ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและเพื่อ ป้องกันความขัดแย้งในอนาคต
12.
ระยะเวลาของสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • สงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลงเมื่อเยอรมนี เซ็นสัญญาสงบศึก ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 1918 กินเวลานาน 4 ปี 5 เดือน จึงยุติลง อย่างเป็นรูปธรรม ตามด้วยการลงนามใน สนธิสัญญาแวร์ซายส์ ในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ.1919 • เป็นสงครามที่เกิดขึ้นภายหลังสงครามโลก ครั้งที่ 1 เพียง 20 ปี มีระยะเวลายาวนาน ถึง 6 ปี จึงยุติสงคราม
13.
วิเคราะห์สงครามโลกครั้งที่ 3
14.
ศูนย์กลางของสงครามจะอยู่ที่ใด สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) สงครามโลกครั้งที่
3 (จะไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด) • สงครามใหญ่ • เฉพาะในทวีปยุโรป • พื้นที่สงครามอยู่ในทวีป ยุโรป • สงครามลุกลามไปทั่วโลก ทั้งในยุโรป แอฟริกาเหนือ เอเชียตะวันออก และ มหาสมุทรแปซิฟิก • สงครามกระจายไปทั่วแต่ละ ประเทศในทุกทวีป ทั้งอเมริกา แอฟริกา เอเชียแปซิฟิค ยุโรป และมหาสมุทรแปซิฟิค ฯลฯ •"สงครามของคนหมู่มาก" (War of the Masses) •"สงครามของประชาชนทุก คน“ •สงครามไร้ตัวตน(นิรนาม)
15.
คู่สงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) สงครามโลกครั้งที่
3 (จะไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด) ฝ่ายไตรพันธมิตร เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการีและอิตาลี ออต โตมัน อิตาลี บัลแกเรียและ โรมาเนียเข้ามาภายหลัง ฝ่ายอักษะ ได้แก่ เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น กลุ่มประเทศสังคมนิยมเก่า กลุ่มประเทศมุสลิม กับ กับ ฝ่ายสัมพันธมิตร อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมภายหลังรัสเซีย ล่มสลาย ฝ่ายสัมพันธมิตร อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย เริ่มสงครามสหรัฐอเมริกาเป็นกลาง เมื่อญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ล จึงเข้าร่วมในสงคราม ฝ่ายสัมพันธมิตร สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตเลีย และกลุ่มประเทศ NATO
16.
สาเหตุของสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) สงครามโลกครั้งที่
3 (จะไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด) ลัทธิชาตินิยม แข่งขันกัน แสวงหาอาณานิคม การ รวมกลุ่มพันธมิตรทางทหาร ความไม่มั่นคงทางการเมือใน คาบสมุทรบอลข่าน ลัทธิชาตินิยม ลัทธิจักรวรรดิ นิยม ลัทธินิยมทางทหาร การสะสมอาวุธ อุดมการณ์ ทางการเมือง ความอ่อนแอ ขององค์การสันนิบาตชาติ สนธิสัญญาสันติภาพที่ไม่เป็น ธรรม ลัทธิชาตินิยม องค์การ สหประชาชาติที่ไม่เป็นธรรม สังคม วัฒนธรรม เชื้อชาติ เผ่าพันธ์ ศาสนาที่แตกต่างกัน (Crash Civilization, Megatrend Asia, Americanization, Islamization )
17.
การแบ่งกลุ่มประเทศในโลกของสหรัฐ • กลุ่มประเทศ G8 •
กลุ่มประเทศก้าลังพัฒนา • กลุ่มประเทศเกิดใหม่และรัฐเอกราช • กลุ่มประเทศอักษะแห่งความชั่วร้าย
18.
Muslim • ความเปลี่ยนแปลงเริ่มจากศตวรรษที่ 7
กลุ่มประเทศมุสลิมเพิ่มมากขึ้นจากบริเวณ ตะวันออกกลาง สู่ยุโรป • หลังการล่มสลายของระบบสังคมนิยม 1990 มีบอสเนีย และเอเซียกลางแยกจาก รัสเซีย รวมเป็น Islamic Conference Organization(ICO) • ไม่มีเอกภาพในรูปแบบการปกครองในประเทศ มีนโยบายต่างประเทศที่แตกต่างกัน • มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และมีปัจเจกชนนิยมสูง เป็นไปตามประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และยุทธศาสตร์ของที่ตั้งประเทศตามภูมิรัฐศาสตร์(Geopolitics) • มีการน้าของประมุขที่มีกรอบแนวความคิด บุคลิก ประสบการณ์ส่วนตัวต่างกันไป
19.
ประเทศมุสลิม • ประเทศมุสลิมที่ปกครองในระบอบกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองในลักษณะ สมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือกึ่งๆ • ประเทศมุสลิมประชาธิปไตยแบบสมัยใหม่ •
ประเทศมุสลิมสมัยใหม่กึ่งประชาธิปไตย • ประเทศมุสลิมแนวปฏิวัติ • ประเทศมุสลิมสายเคร่ง • ประเทศมุสลิมผสมอิทธิพลของวัฒนธรรมสลาฟ
20.
ประเทศมุสลิม • ประเทศมุสลิมที่ปกครองในระบอบกษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองในลักษณะมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรือกึ่งๆ(โมร็อกโก จอร์แดน
ซาอุดิอารเบีย บรูไน และรัฐเล็กๆ ริมอ่าวเปอร์เซีย) • ประเทศมุสลิมประชาธิปไตยแบบสมัยใหม่(มาเลเซีย อินโดนีเซีย ตุรกี) • ประเทศมุสลิมสมัยใหม่กึ่งประชาธิปไตย(ปากีสถาน แอลจีเรีย อียิปต์ ตูนิเซีย เลบานอน) • ประเทศมุสลิมแนวปฏิวัติ(อิรัก ซีเรีย ลิเบีย ซึ่งมีผู้น้าในลักษณะเผด็จการหรือกึ่งเผด็จการ) • ประเทศมุสลิมสายเคร่ง (คือศาสนามีอ้านาจเหนือรัฐ) มักรู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า Islamic Fundamentalism ได้แก่ อัฟกานิสถาน และอิหร่าน (ซึ่งเคร่งน้อยลงกว่าใน ทศวรรษ ๑๙๘๐) • ประเทศมุสลิมผสมอิทธิพลของวัฒนธรรมสลาฟ ได้แก่ บรรดาประเทศในบริเวณเอเชีย กลางและคอเคซัสที่เคยรวมอยู่ในอดีตสหภาพโซเวียต(อุสเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน คา ซักสถาน ทิกิร์เซีย และอาเซอร์ไบจาน)
21.
ประเทศมุสลิมที่ต่อต้านสหรัฐอเมริกา และตะวันตก • ประเทศหรือกลุ่มมุสลิมสายเคร่ง
เช่นอัฟกานิสถาน อิหร่าน • ขบวนการชาวปาเลสไตน์บางกลุ่มเช่น “ฮามาส” และ “ฮิซโบเลาะห์ • มุสลิมแนวปฏิวัติอิรักและลิเบีย ก่อการร้ายต่ออเมริกาและกลุ่มตะวันตก • ผู้นาเอากฎแบบเคร่งครัดของอิสลามมาใช้เป็น “เครื่องมือทางการเมือง” ต่อต้าน “การครองโลกแบบครบวงจรของสหรัฐอเมริกา • อารยธรรมชนผิวขาวคริสเตียน” เป็นศัตรูที่เกิดขึ้นระหว่าง “ฝรั่ง” กับ “มุสลิม”(ฮันติงตันเรียกว่า“The Clash of Civilizations” ) • ผู้นามีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง เช่น ซัดดัมฮุสเซน โมอามาร์ กัดดาฟี • “กฎโลก” ที่ใช้ในองค์การระหว่างประเทศเช่น UN , IMF, World Bank , WTO องค์การกาหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ ฯลฯ เหล่านี้ มักมีสหรัฐอเมริกาและ พันธมิตรอยู่เบื้องหลัง
22.
ประเทศมุสลิมที่มีความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศตะวันตก • อิยิปต์ • โมร็อกโก •
จอร์แดน • ซาอุดิอาระเบีย • ตูนิเซีย •ปากีสถาน •รัฐเล็กๆ ริมอ่าวเปอร์เซีย •อินโดนีเซีย •บูรไน
23.
ชนวนสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) สงครามโลกครั้งที่
3 (จะไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด) • ลอบปลงพระชนม์อาร์ชด ยุก-ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ แห่งออสเตรีย โดยนักศึกษา ชาวบอสเนียเซิร์บและสมาชิก บอสเนียหนุ่ม • เยอรมนีบุกโปแลนด์แบบ สายฟ้าแลบ ด้วยโปแลนด์ ปฏิเสธที่จะยกเมืองท่าดานซิก และฉนวนโปแลนด์ใน เยอรมนี อังกฤษและฝรั่งเศส ยื่นค้าขาดให้เยอรมนี ถอน ทหารออกจากโปแลนด์ แต่ ฮิตเลอร์ปฏิเสธ และญี่ปุ่น โจมตีอ่าวเพิร์ล ของ สหรัฐอเมริกา • สงครามการโจมตีกลุ่ม ISIS ในอิรักและซีเรีย • การแย่งชิงหมู่เกาะพารา เซล/ สเเปรตลีย์ การท้าทาย ของอิหร่านและเกาหลีเหนือ ต่อสหรัฐอเมริกา • พื้นที่ Eurasia (Russia /CIS) and China
25.
สถานการณ์ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่สงคราม
26.
www.kpi.ac.th การใช้อานาจในการต่อสู้ตามยุคสมัย Military Power Politics Power Economics
Power Sociological Power Religion , Culture Media Power : Facebook, Twitter, Vdolink, Mobile Phone, TVonline, Radio online, Cyber War National Power
27.
GLOBAL CONFLICT • Globalisation
& Localisation • Hard Power & Soft Power • Americanization & Islamization • Capitalism & Socialism • High Technology & Low Technology • Tangible & Intangible • Physical & Mental or Spiritual • National Resource
28.
ยูเรเซีย(Eurasia) รูปแบบการทาสงคราม หนึ่งประเทศสองระบบ สังคมนิยม คอมมิวนิสต์ มุสลิม/ ท้องถิ่นนิยม กาลังอานาจทางทหารทาง บก เรือ อากาศ กาลังอานาจทางการเมือง
: ระบอบประชาธิปไตย กาลังทางเศรษฐกิจ : ทุนนิยมเสรี กาลังอานาจทางสังคมจิตวิทยา : ศาสนา/วัฒนธรรม
29.
• Soft Power
ก้าลังอ้านาจที่จับต้องไม่ได้คือความสามารถเปลี่ยนแปลง ผู้อื่น โดยใช้วิธีการ ก้าหนดกรอบ ก้าหนดเป้าหมายร่วมกัน ใช้การโน้มน้าว และสร้างให้เกิดความต้องการสิ่งเหล่านั้น เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของ ผู้ใช้อ้านาจ • ทรัพายากรของ ก้าลังอ้านาจแบบ Soft Power เช่น ขนบธรรมเนียม ความคิด คุณค่า วัฒนธรรม และความเข้าใจในนโยบายอย่างถูกต้อง • ก้าลังอ้านาจ Smart Power คือ การผสมผสานระหว่าง ก้าลังอ้านาจ แบบ Hard Power และ ก้าลังอ้านาจแบบ Soft Power ลงไปใน ยุทธศาสตร์ เพื่อให้เกิดผลตามที่ต้องการ
30.
การใช้ก้าลังอ้านาจทางทหารแบบ Smart Military
Power • มีลักษณะ 4 ประการได้แก่ 1. การต่อสู้และการท้าลายล้าง 2. การสนับสนุนด้วยวิธีทางการทูต 3. ให้ความคุ้มครองรักษาสันติภาพ 4. ให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ • การใช้อ้านาจทางทหาร สามารถท้าให้เกิดได้ทั้ง อ้านาจแบบ Hard Power และ อ้านาจ แบบ Soft Power ได้ • ยุทธศาสตร์ที่ผสมผสานทั้ง อ้านาจแบบ Hard Power และอ้านาจแบบ Soft Power อย่างมีประสิทธิภาพ จะน้าไปสู่ อ้านาจทางทหารอย่าง Smart Military Power ในที่สุด
31.
ก้าลังอ้านาจแบบ Soft Power •
ก้าลังอ้านาจแบบ Soft Power เกิดจากปัจจัยพื้นฐาน 3 ประการคือ 1. วัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อที่น่าสนใจ และดึงดูดผู้อื่น 2. คุณค่าในทางการเมือง คือ ระบบบริหารที่มีความรับผิดชอบและตอบสนอง ต่อความต้องการของประชาชน 3. นโยบายระหว่างประเทศ ที่ผู้อื่นเห็นถึงความส้าคัญ และความถูกต้อง
32.
พฤติกรรมกับก้าลังอ้านาจแบบ Soft Power 1.
ก้าหนดหลักการ สร้างความดึงดูดใจ และโน้มน้าว • ยกตัวอย่าง การรณรงค์งดสูบบุหรี่ การใช้อ้านาจแบบ Hard Power : จับและปรับผู้ที่ สูบบุหรี่ถ้าใช้อ้านาจแบบ Soft Power : จะใช้การรณรงค์ พูดคุย เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ที่สูบ เปลี่ยนแปลงความคิด เกี่ยวกับการสูบบุหรี่ • อ้านาจแบบ Hard Power : ยกเลิกการขายบุหรี่ อ้านาจแบบ Soft Power : ใช้การ โฆษณา เพื่อให้ผู้ที่สูบเห็นถึง พิษภัยของการสูบบุหรี่ และเป็นที่น่ารังเกียจของสังคม 2. การท้างานของ อ้านาจแบบ Soft Power : ความตั้งใจโดยตรงผู้น้า อาจได้รับรับจูง ใจจาก ผู้น้าอื่นๆ และน้าไปสู่นโยบายที่ดีที่สุด ส่วนความตั้งใจทางอ้อม ผู้น้า ได้รับแรงจูงใจจาก จากความต้องการของสังคมที่ชอบหรือ มีแรงจูงใจในเรื่อง เดียวกัน อันน้าไปสู่ นโยบายที่ดีที่สุด
33.
ชนวนสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • การลอบปลงพระชนม์อาร์ชดยุก - ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์แห่งออสเตรีย รัชทายาทแห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี เมื่อ วันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1914 โดยกัฟรีโล ปรินซีปนักศึกษาชาวบอสเนียเซิร์บและ สมาชิกบอสเนียหนุ่ม เป็นชนวนเหตุใกล้ชิด ของสงคราม • กองทัพเยอรมนีบุกโปแลนด์แบบสายฟ้า แลบ เมื่อ 1 กันยายน 1939 ด้วยโปแลนด์ ปฏิเสธที่จะยกเมืองท่าดานซิกและฉนวน โปแลนด์ในเยอรมนี อังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งมี สัญญาค้้าประกันเอกราชของโปแลนด์ ได้ยื่น ค้าขาดให้เยอรมนี ถอนทหารออกจาก โปแลนด์ แต่ฮิตเลอร์ปฏิเสธ อังกฤษและ ฝรั่งเศสจึงประกาศสงครามกับเยอรมนี • และญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ล ฐานทัพเรือฝั่ง แปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา
34.
ประเทศไทยกับการเข้าร่วมสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • สงครามเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2457( ค.ศ. 1914 ) ในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 • สยามตั้งตัวเป็นกลาง จนสงครามได้รุนแรงขึ้นเป็น ล้าดับ รัชกาลที่ 6 ทรงเห็นว่าฝ่ายเยอรมนีเป็นฝ่าย รุกราน จนกระทั่ง 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 จึงทรง ตัดสินพระทัยประกาศสงครามกับเยอรมันนีและ ออสเตรีย-ฮังการี และได้ส่งทหารอาสาสมัครไปช่วย รบ • สงครามเกิดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2482( ค.ศ. 1939 ) ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 8 (ขณะนั้นเสด็จประทับอยู่ ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์) หลวงพิบูลสงคราม (จอม พล ป.พิบูลสงคราม) เป็นนายกรัฐมนตรี • เมื่อเริ่มสงครามนั้นไทยประกาศตนเป็นกลาง แต่ เพราะไทยมีก้าลังน้อย เมื่อญี่ปุ่นบุกจึงไม่สามารถ ต่อต้านได้ และเพื่อป้องกันมิให้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของ ญี่ปุ่นในด้านเศรษฐกิจและการเมือง รัฐบาลต้องยอม ให้ญี่ปุ่นผ่าน
35.
ประเทศไทยกับการเข้าร่วมสงคราม (ต่อ) สงครามโลกครั้งที่ 1
(1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • ประเทศไทยได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 เพียง ประเทศเดียวในทวีปเอเชียและแปซิฟิกไม่นับรวม ญี่ปุ่น ที่เข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ สาเหตุการเข้าร่วม เนื่องมาจากการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกใน สมัยรัชกาลที่ 5 ทุกประเทศในฝั่งทะเลแปซิฟิกและ ทะเลอันดามัน ถูกเป็นเมืองขึ้นกันหมดเหลือแต่ไทย และญี่ปุ่นเท่านั้น
36.
ยุทธวิธีและอาวุธทางทหารที่ใช้ในสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • ปืนกลยิงรัว ยังเป็นแบบติดฐานบังเกอร์ • ใช้ Assault Rifle หรือ Sub Machine Gun ให้ทหารพกพา • ทหารม้ายังขี่ม้าออกรบ โดยรถถังยังไม่มีบทบาท • รถถังถูกใช้กันแพร่หลาย และทหารม้าเปลี่ยนจากขี่ ม้ามาขับรถถังออกรบแทน • เครื่องบินรบยังเน้นใช้ยิงกันบนฟ้าเป็นหลัก และ บินได้ไม่ไกล • เครื่องบินถูกใช้ทั้งยิงกันบนฟ้า ทิ้งระเบิด และบิน ได้ไกลข้ามทวีป • รูปแบบการรบภาคพื้นดินเป็นแนวรบอยู่กับที่ • รูปแบบการรบภาคพื้นดินมีรูปแบบการรบที่มีการ เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
37.
ยุทธวิธีและอาวุธทางทหารที่ใช้ในสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • ระเบิดก๊าซพิษแตกต่างกันราว 30 ชนิดถูกน้ามาใช้ ท้าให้ผู้ได้รับแก๊สพิษเสียชีวิตอย่างช้า ๆ และทรมาน ซึ่งหลังสงครามครั้งที่ 1 หลายประเทศได้มีการลงนาม ในสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ก๊าซพิษเหล่านี้อีก • เทคโนโลยีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ระบบเรดาร์ จรวดพิสัยไกล เรือด้าน้้า รถถัง ปืนไรเฟิลประจ้า กายทหารที่ยิงรัวต่อเนื่องได้ เครื่องบินไอพ่น ระเบิด นิวเคลียร์ • ไม่มีการน้าก๊าซพิษมาใช้อีก
38.
ผลของสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • ฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นฝ่ายชนะสงคราม • ส่วนรัฐจักรวรรดิใหญ่ 4 รัฐ อันได้แก่ จักรวรรดิเยอรมัน ออสเตรีย-ฮังการี รัสเซียและ ออตโตมัน พ่ายแพ้ทั้งทางการเมือง และทาง ทหาร จนได้สิ้นสภาพไป เยอรมนีและรัสเซีย สูญเสียดินแดนไปมหาศาล ส่วนอีก 2 รัฐที่เหลือ นั้นล่มสลายลงอย่างสิ้นเชิง • แผนที่ยุโรปกลางได้ถูกเขียนใหม่โดยมีประเทศ ขนาดเล็กเกิดใหม่หลายประเทศ • ฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นฝ่ายชนะสงคราม • เกิดมหาอ้านาจของโลกใหม่ คือสหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต จนน้าไปสู่เกิดสงครามเย็น ที่ด้าเนินต่อมาอีก 45 ปี • การเกิดประเทศเอกราชใหม่ๆ
39.
ผลของสงคราม (ต่อ) สงครามโลกครั้งที่ 1
(1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • ทหารที่เข้าร่วมสงครามทั้งฝ่ายมหาอ้านาจกลาง และฝ่ายสัมพันธมิตร ประมาณ 70 ล้านคน เสียชีวิต 8 ล้านคน บาดเจ็บมากกว่า 20 ล้านคน พิการตลอดชีวิตประมาณ 7 ล้านคน • ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมากกว่า สงครามโลกครั้งที่ 1 โดยมีผู้เสียชีวิตไปไม่น้อย กว่า 68 ล้านคน จากการน้าอาวุธที่ทันสมัยและ ระเบิดปรมาณูมาใช้ • สันนิบาตชาติถูกก่อตั้งขึ้นด้วยหวังว่าจะ ป้องกันความขัดแย้งเช่นนี้มิให้เกิดขึ้นอีกใน อนาคต • สหประชาชาติถูกสถาปนาขึ้น เพื่อ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและเพื่อ ป้องกันความขัดแย้งในอนาคต
40.
ระยะเวลาของสงคราม สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918)
สงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) • สงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลงเมื่อเยอรมนี เซ็นสัญญาสงบศึก ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 1918 กินเวลานาน 4 ปี 5 เดือน จึงยุติลง อย่างเป็นรูปธรรม ตามด้วยการลงนามใน สนธิสัญญาแวร์ซายส์ ในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ.1919 • เป็นสงครามที่เกิดขึ้นภายหลังสงครามโลก ครั้งที่ 1 เพียง 20 ปี มีระยะเวลายาวนาน ถึง 6 ปี จึงยุติสงคราม
Download