1
การสัมมนา
“ความขัดแย้งในสังคมไทย ยุติได้ด้วยสตรีจริงหรือ?
นาเสนอความคิด
“บทบาทสตรีกับการสร้างสรรค์สังคมสันติสุข”
โดย
ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล
ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมประเทศไทย
19 กันยายน 2549 19 พฤษภาคม 2553
วิกฤติการเมือง
3
“ความขัดแย้งในสังคมไทย ยุติได้ด้วยสตรีจริงหรือ?
2548 2549 2550
2551 2552 2553
4
“ความขัดแย้งในสังคมไทย
กลุ่มนักการเมือง
ในระบบ
เลือกตั้ง ช่วงปี
2540- 2549
กลุ่มชนชั้นกลางใหม่
กลุ่มอนุรักษ์
นิยม ระบบ
ราชการ กลุ่มทุน
เก่า นักการเมือง
บางส่วน ใช้กลไก
“องค์กรอิสระ” เป็น
เครื่องมือหลักในการ
ต่อสู้ช่วงชิงอานาจทาง
การเมือง
5
“ความขัดแย้งในสังคมไทย
สามัคคี
(Unity)
ความ
ยุติธรรม
(Justice)
ศ.นพ. ประเวศ วะสี : “สังคมต้องมีความยุติธรรมความยุติธรรมในสังคม
เป็นรากฐานของความเจริญ สังคมใดก็ตามที่ขาดความยุติธรรมไม่อาจก้าวไปสู่
ความเจริญรุ่งเรืองได้ ไม่ว่าจะเป็นความเจริญทางเศรษฐกิจ สังคมหรือจิตใจ”
ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ : “ความรู้สึกไม่ยุติธรรม มักนาไปสู่ความขัดแย้ง
และบางครั้งกลายเป็นความรุนแรงในทุกสังคม และชุมชน เพื่อเปลี่ยนแปลง
ไปสู่กระบวนการที่ทาให้เขาเกิดความรู้สึกร่วมกันว่ายุติธรรม”
มาร์ตอน ด๊อยท์ (Morton Deutsch) : “การแบ่งปัน วิธีการ การ
ได้รับการตอบแทน หรือฟื้นฟู ขอบเขตและระบบคุณธรรม” ที่ “ไม่ชัดเจน”
“บกพร่อง” และ “ไร้ความเป็นธรรม” จะกลายเป็นตัวแปรสาคัญที่ทาให้บุคคล
หรือกลุ่มบุคคลเกิด “ความรู้สึกไม่ยุติธรรม” ฉะนั้นจึง “ควรยึดหลักความเสมอ
ภาค หรือความเที่ยงธรรม” (Equity) “ความเท่าเทียม” (Equality) และ “ความ
จาเป็น” (Need)
รศ.ดร.มารค ตามไท: “สันติยุติธรรม” (Just – Peace) คือ “หัวใจของ
สันติวิธี” ซึ่งจะใช้สันติวิธีในมิติใดก็ตาม สันติวิธีนั้น ต้องเป็นสันติวิธีที่มี “ความ
ยุติธรรม” (Justice) เสมอ ซึ่งไม่ใช่ “ยุติ” แต่ “ไม่เป็นธรรม” ซึ่งหลาย
เหตุการณ์พบว่าปัญหาต่าง ๆ “ยุติ” แต่มักจะ “ไม่เป็นธรรม”
นิธิ เอียวศรีวงศ์ : ความสามัคคี ต้องเกิดจาก “ความเท่าเทียม” ของคนใน
สังคม ทั้งในด้านผลประโยชน์ หรือการต่อรองอย่างเท่าเทียมกัน รู้ข้อมูลของ
กันและกันด้วย ตรวจสอบกันได้ด้วย จนเกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน” ความ
“สามัคคี” บนฐานของอานาจที่ไม่เท่าเทียมเป็นความสามัคคีในลักษณะของ
การกดทับ…เพื่อให้คนเล็กต้องยอมรับคนใหญ่อยู่ตลอดเวลา” ซึ่งหากความ
สามัคคีถูกตีความในลักษณะ “อย่าหือ” เช่นนี้ท่านมองว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้าง
“กติการ่วมกัน
6
ยุติได้ด้วยสตรีจริงหรือ?
2548 2549 2550
2551 2552 2553
7
ประชากรหญิงชายในปี 2553
8
ข้อจากัดของบทบาทสตรีในพื้นที่สาธารณะ
อุปสรรคกีดขวางผู้หญิงไม่ให้
เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง
 ความสัมพันธ์เชิงอานาจทีเหลื่อมล้า
ระหว่างหญิงชาย
 สิทธิความเป็นพลเมือง (citizenship)
ที่เหลื่อมล้าระหว่างหญิงชายในพื้นที
การเมือง
 ภาพเหมารวม “บทบาทหญิงชาย” ที่
จัดแบ่งพื้นทีทางสังคมออกเป็นส่วนๆ
(พื้นทีส่วนตัว VS พื้นที่สาธารณะ)
พื้นที่ส่วนตัว
“ครอบครัว”
พื้นที่ส่วนตัว
“งานอาชีพ”
พื้นที่
สาธารณะ
พื้นที่
ส่วนตัว
(บทบาท
ในครอบครัว)
พื้นที่
สาธารณะ
(บทบาท
สาธารณะ
การมีส่วนร่วม
ทางการเมือง
และการ
ตัดสินใจระดับ
นโยบาย
9
 ผู้หญิงทีเป็นนักการเมืองท้องถิ่น : การเพิ่มขึ้นของสัดส่วน
ผู้หญิงจึงน่าจะเป็นเงือนไขทาให้การเมืองท้องถิ่นกลายพันธุ์
มีความเป็นธรรมาภิบาลและประชาธิปไตยแบบเข้มข้น
(radical democracy) - (ผลงานวิจัยของ กมลทิพย์, 2550;
ภิญโญ, 2539)
 มีวัฒนธรรมการทางานที่เอื้อต่อระบอบประชาธิปไตย
 มีการปรึกษาหารือ
 เน้นการมีส่วนร่วมของภาคส่วนทีเกี่ยวข้อง
 มีความอดทน
 ไม่ใช้อานาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง
 เน้นสร้างระบบสวัสดิการให้ชุมชนและคนชายขอบ
 มีความละเอียดอ่อนในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง
 นักการเมืองสตรีมักได้รับการกล่าวถึงว่า ซื่อสัตย์ และโปร่งใส
ในเรืองการบริหารงบประมาณ
 นักการเมืองหญิงที่ได้รับเลือกในระดับท้องถิ่น : ธรรมาภิบาล
การปกครองท้องถิ่นในมุมมองหญิงชายกรณีศึกษาจังหวัด
เชียงใหม่ – (งานวิจัยของอารยะและคณะ, 2551)
 จานวน อบต. ทั้งหมด 211 แห่ง มี อบต. จานวน 9 แห่ง ที่มี
สัดส่วนของนักการเมืองผู้หญิงอยู่ในระดับสูงกว่า สูงกว่าอัตรา
เฉลี่ย 12%
 ในจานวน 9 แห่งนั้น มีอยู่ถึง 1 แห่ง ทีสัดส่วนผู้หญิงสูงถึง
41% (อบต. ริมเหนือ อาเภอแม่ริม)
 ทีเทศบาลตาบลเชียงดาว อาเภอเชียงดาวผู้หญิงได้รับเลือกตั้ง
เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นถึง 31%
บทบาทสตรีในพื้นที่สาธารณะ
การมีส่วนร่วม
ทางการเมือง
และการ
ตัดสินใจ
ระดับ
นโยบายของ
ผู้หญิงหญิง ชาย
พื้นที่ส่วนตัว
“ครอบครัว”
พื้นที่ส่วนตัว
“งานอาชีพ”
พื้นที่
สาธารณะ
การมีส่วน
ร่วมทางการ
เมืองและ
การตัดสินใจ
ระดับ
นโยบาย
10
 งานหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่ามีความเชื่อมโยงกัน
ระหว่างเพศสภาวะ ความยากจน และ ธรรมาภิบาล
ในประเทศกาลังพัฒนา
 ธรรมาภิบาล หมายถึง ความสามารถของ
พลเมืองในการอ้างถึงสิทธิและความชอบธรรม ใน
3 เรื่องหลัก คือ
 สิทธิและความชอบธรรมในการเข้าร่วมใน
กระบวนการตัดสินใจในพื้นที่สาธารณะ
 สิทธิและความชอบธรรมในการได้รับการ
ประกันว่านโยบายสาธารณะได้ผนวกรวม
ความจาเป็นและความต้องการของประชาชน
ทั้งหญิงและชายอย่างแท้จริง
 สิทธิและความชอบธรรมในการได้รับ
หลักประกันเรืองการจัดสรรแบ่งปันทรัพยากร
อย่างเป็นธรรม สิทธิอานาจอันชอบธรรมของ
พลเมืองข้างต้นจาเป็นต้องมีมิติหญิงชาย
บทบาทสตรีกับการสร้างธรรมาภิบาลและขจัดความยากจน
ธรรมาภิบาล
(Good
Governance)
เพศภาวะ
(gender)
ความยากจน
(poverty)
Sally, Baden (2000/2543)
11
“บทบาทสตรีกับการสร้างสรรค์สังคมสันติสุข”
ศ. นพ. ประเวศ วะสี :
นาเสนอแนวคิดเรื่อง
“พลังงานทางสังคม”
(Social Energy)
“พลังที่เกิดจากการร่วมกัน
คิด และร่วมกันกระทา” ที่
แต่ละคนมีอยู่เป็นหน่วย
เล็ก ๆ และก่อให้เกิดพลัง
ทางสังคมขึ้น
วิถีคิด
ใหม่
จิตสานึก
ใหม่
จุดเปลี่ยนทาง
อารยธรรม
(civilization
turning Point)
ผู้หญิง
หลากหลาย สถานะ บทบาท ทุกอาชีพ ทุกชั้นชน
03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล 13
“ชาย” หรือ
“หญิง” เป็น
“ผู้นา” ที่
ดีกว่ากัน?
Pew Research
Center ที่อเมริกา
ได้ทาการวิจัย
สารวจทัศนคติ
สาธารณะชนว่า
“ชาย” หรือ
“หญิง” เป็น
“ผู้นา” ที่ดีกว่ากัน?
03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล 14
อุปนิสัยผู้นาที่ดี 8
ประการ คือ
1. ความซื่อสัตย์
2. ความฉลาด
3. การลุยงานหนัก
4. การต้องตัดสินใจ
5. มีความมุ่งมั่น
ทะเยอทะยาน
6. มีเมตตา
7. ชอบเข้าสังคม
8. การมีความคิด
สร้างสรรค์
ผู้หญิงมีคะแนนนา
ผู้ชาย ยกเว้นเรื่อง
การตัดสินใจ ที่มี
น้อยกว่า และอีก 2
เรื่องที่ได้คะแนน
เท่ากันคือ การลุย
งานหนัก และ มี
ความมุ่งมั่น
ทะเยอทะยาน
03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล 15
คาถามคือ “ทาไมสังคมจึงยังไม่
มั่นใจว่าผู้หญิงจะสามารถเป็น “ผู้นาที่
ดี” ได้พอๆ กับ “ผู้ชาย”?
คาตอบน่าจะมาจาก
 ทัศนคติของสังคมที่มีต่อ “บทบาทผู้นา” ของผู้หญิง
 การไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ
 ความเคยชินในเรื่อง การบ้าน-การเมือง
 “การบ้านเป็นเรื่องของผู้หญิง – แม่บ้าน”
 “การเมืองเป็นเรื่องของผู้ชาย – พ่อเมือง”
03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล 16
บทบาทสตรีในการยุติความขัดแย้ง
ทางการเมือง
บทเรียนจากประทศอื่นๆ
03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล 17
• ผลจากการศึกษากระบวนการ 10 ปีของราวันดา พบว่า
บทบาทของผู้หญิงต่อการสร้างสันติภาพและความ
ปรองดองของชาติ
• มีกรณีตัวอย่างของความสาเร็จหลายกรณีที่ไม่เคยเกิด
ขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงในระดับฐานราก
(รากหญ้า/รากแก้ว) ของสังคมราวันดา
• ผู้หญิงได้ริเริ่มวิธีการแก้ไขความขัดแย้งหลังเหตุการณ์
สังหารหมู่ในปี 1994(2537)ที่เป็นเรื่องท้าทายและเป็นการ
เปิดหน้าต่างแห่งโอกาสสาหรับการสร้างความเชื่อมั่น
(trust) ระหว่างครอบครัว ชุมชน และผู้คนที่แตกต่างกันให้
กลับคืนมาสู่สังคมราวันดาอีกครั้งและสร้างความปรองดอง
(reconciling) กับอดีตศัตรูทั้งหลายด้วย
ประเทศราวันดา
03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล 18
ประเทศจอร์เจีย
• บทบาทของผู้หญิงในการทา ค่ายฤดู
ร้อนของ สมาคมสตรี IDP ของ
จอร์เจีย เพื่อนาเด็กๆ ชาวจอร์เจีย
ชาวแอปคาเศซีย และ ชาวออสเตียน
มารวมกัน
03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล 19
ประเทศปาปัวนิวกินี
• กลุ่มผู้หญิงได้ริเริ่มโครงการสร้างสันติภาพระหว่างกลุ่ม
แบ่งแยกดินแดนกลุ่มต่างๆ กับรัฐบาลที่ทาสงครามสู้รบกันมา
นานกว่า 9 ปีแล้ว
• ในปี 1994 (2537) กลุ่มผู้หญิงได้แสดงบทบาทเป็น
“ตัวกลาง” ในการการจัดสัมมนา Arawa Peace Conference
และจัดให้มีการประชุมสาธารณะ (mass meeting) ที่ผู้หญิง
จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศและทุกส่วนต่างๆ ที่อยู่ในความ
ขัดแย้งกันมาทางานร่วมกันเพื่อสร้างสันติภาพ
• มีกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแก้ไขความขัดแย้งแบบ
“อหิงสา” หรือ “ไม่นิยมความรุนแรง” ที่จัดระดับประเทศและทั่ว
ทั้งเกาะได้ถูกพัฒนาและนาไปสู่การฝึกอบรมผู้หญิงให้กล้าและ
สามารถที่จะเดินเข้าปุาได้โดยลาพังเพื่อแสวงหา ไปพบปะ
และเพื่อชักจูงให้บรรดาผู้ก่อการร้ายให้ยอมวางอาวุธและเจรจา
เพื่อมุ่งสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล 20
ประเทศเคนยา
• ผู้หญิงในกลุ่ม สันติภาพ Wajir
ประสบความสาเร็จในการเข้าไป
แทรกแซงความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม
ชาติพันธุ์ต่างๆ โดยเข้าไปร่วมเป็น
บางส่วนในการเฝูาระวังมิให้เกิดการ
ปะทะกันในตลาดหรือข่าวลือร้ายๆ
ต่างในหมู่บ้าน
03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล 21
ประเทศซูดาน
• กลุ่มเสียงของสตรีในประเทศ
ซูดานเป็นกลุ่มผู้หญิงที่ช่วย
ส่งเสริมให้เกิดการ “สานเสวนา”
(dialogue) และ “ปรองดอง”
(reconciliation) ระหว่างกลุ่มชาติ
พันธุ์ต่างๆ และพวกโจรแบ่งแยก
ดินแดนในซูดานและได้จัดตั้งการ
เชื่อมโยงใต้ดินระหว่างผู้หญิงใน
ภาคเหนือและภาคใต้ของซูดาน
03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล 22
ประเทศไอร์แลนด์
• ผู้หญิงสองคนในหมู่เกาะ
ไอร์แลนด์เหนือที่นับถือคริสต์
นิกายโรมันคาทอลิกชื่อ Mairead
Maguire และ ที่นับถือคริสต์นิกาย
โปรแตสแตนส์ ชื่อ Betty
Williams ได้ติดต่อเชื่อมโยงกัน
ข้ามศาสนนิกายและจัดตั้ง
ขบวนการประชาชนเพื่อสันติภาพ
ขึ้น
03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล 23
จุดแข็งของผู้หญิงใน
กระบวนการสร้างสันติภาพและ
ความปรองดอง
• ทักษะในฟังที่ดีและเป็นผู้สื่อสารที่ชาญฉลาด
• ความตั้งใจจริงและความยืดหยุ่นในการเจรจา
ประนีประนอม
• การใช้ประสบการณ์ความชานาญการในทักษะการ
แก้ไขปัญหา
• ความใส่ใจและเอาใจใส่ในความเป็นมนุษย์ต่อกัน
และกันที่อยู่เหนือหลักการที่เป็นนามธรรม
03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล 24
15 ตุลาคม 2553 เครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมประเทศไทยแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล 25
ลงนามเป็นสักขีพยานในคาประกาศของเครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมประเทศไทย
03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล 26
03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล 27
กลุ่ม (1)
กลไกระดับชาติในการขับเคลื่อนให้ความเสมอภาคหญิงชายเป็น
กระแสหลักการพัฒนาประเทศ
กลุ่ม (2)
50:50
พลิกโฉมการเมืองไทย
กลุ่ม (3)
เศรษฐกิจที่เป็นธรรม
และเอื้ออาทร (Just
and Care Economy)
สู่สังคมเสมอภาคหญิง
ชาย
กลุ่ม (4)
สวัสดิการ สุขภาวะ
การจัดสรรทรัพยากร
ความเป็นธรรมที่ไม่
ต้องร้องขอ
กลุ่ม (6)
กระบวนการยุติธรรมที่เป็น
มิตร
และเป็นธรรมต่อผู้หญิง
กลุ่ม (5)
การศึกษาเพื่อ
เสริมสร้าง
พลังอานาจสตรี
การปฏิรูป
ประเทศ
หลากหลายบทบาทในพื้นที่สาธารณะ
ล้วนมุ่งสู่การสร้างสรรค์สังคมสันติสุข

บทบาทสตรีกับการสร้างสรรค์สังคมสันติสุข

  • 1.
  • 2.
    19 กันยายน 254919 พฤษภาคม 2553 วิกฤติการเมือง
  • 3.
  • 4.
    4 “ความขัดแย้งในสังคมไทย กลุ่มนักการเมือง ในระบบ เลือกตั้ง ช่วงปี 2540- 2549 กลุ่มชนชั้นกลางใหม่ กลุ่มอนุรักษ์ นิยมระบบ ราชการ กลุ่มทุน เก่า นักการเมือง บางส่วน ใช้กลไก “องค์กรอิสระ” เป็น เครื่องมือหลักในการ ต่อสู้ช่วงชิงอานาจทาง การเมือง
  • 5.
    5 “ความขัดแย้งในสังคมไทย สามัคคี (Unity) ความ ยุติธรรม (Justice) ศ.นพ. ประเวศ วะสี: “สังคมต้องมีความยุติธรรมความยุติธรรมในสังคม เป็นรากฐานของความเจริญ สังคมใดก็ตามที่ขาดความยุติธรรมไม่อาจก้าวไปสู่ ความเจริญรุ่งเรืองได้ ไม่ว่าจะเป็นความเจริญทางเศรษฐกิจ สังคมหรือจิตใจ” ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ : “ความรู้สึกไม่ยุติธรรม มักนาไปสู่ความขัดแย้ง และบางครั้งกลายเป็นความรุนแรงในทุกสังคม และชุมชน เพื่อเปลี่ยนแปลง ไปสู่กระบวนการที่ทาให้เขาเกิดความรู้สึกร่วมกันว่ายุติธรรม” มาร์ตอน ด๊อยท์ (Morton Deutsch) : “การแบ่งปัน วิธีการ การ ได้รับการตอบแทน หรือฟื้นฟู ขอบเขตและระบบคุณธรรม” ที่ “ไม่ชัดเจน” “บกพร่อง” และ “ไร้ความเป็นธรรม” จะกลายเป็นตัวแปรสาคัญที่ทาให้บุคคล หรือกลุ่มบุคคลเกิด “ความรู้สึกไม่ยุติธรรม” ฉะนั้นจึง “ควรยึดหลักความเสมอ ภาค หรือความเที่ยงธรรม” (Equity) “ความเท่าเทียม” (Equality) และ “ความ จาเป็น” (Need) รศ.ดร.มารค ตามไท: “สันติยุติธรรม” (Just – Peace) คือ “หัวใจของ สันติวิธี” ซึ่งจะใช้สันติวิธีในมิติใดก็ตาม สันติวิธีนั้น ต้องเป็นสันติวิธีที่มี “ความ ยุติธรรม” (Justice) เสมอ ซึ่งไม่ใช่ “ยุติ” แต่ “ไม่เป็นธรรม” ซึ่งหลาย เหตุการณ์พบว่าปัญหาต่าง ๆ “ยุติ” แต่มักจะ “ไม่เป็นธรรม” นิธิ เอียวศรีวงศ์ : ความสามัคคี ต้องเกิดจาก “ความเท่าเทียม” ของคนใน สังคม ทั้งในด้านผลประโยชน์ หรือการต่อรองอย่างเท่าเทียมกัน รู้ข้อมูลของ กันและกันด้วย ตรวจสอบกันได้ด้วย จนเกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน” ความ “สามัคคี” บนฐานของอานาจที่ไม่เท่าเทียมเป็นความสามัคคีในลักษณะของ การกดทับ…เพื่อให้คนเล็กต้องยอมรับคนใหญ่อยู่ตลอดเวลา” ซึ่งหากความ สามัคคีถูกตีความในลักษณะ “อย่าหือ” เช่นนี้ท่านมองว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้าง “กติการ่วมกัน
  • 6.
  • 7.
  • 8.
    8 ข้อจากัดของบทบาทสตรีในพื้นที่สาธารณะ อุปสรรคกีดขวางผู้หญิงไม่ให้ เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง  ความสัมพันธ์เชิงอานาจทีเหลื่อมล้า ระหว่างหญิงชาย  สิทธิความเป็นพลเมือง(citizenship) ที่เหลื่อมล้าระหว่างหญิงชายในพื้นที การเมือง  ภาพเหมารวม “บทบาทหญิงชาย” ที่ จัดแบ่งพื้นทีทางสังคมออกเป็นส่วนๆ (พื้นทีส่วนตัว VS พื้นที่สาธารณะ) พื้นที่ส่วนตัว “ครอบครัว” พื้นที่ส่วนตัว “งานอาชีพ” พื้นที่ สาธารณะ พื้นที่ ส่วนตัว (บทบาท ในครอบครัว) พื้นที่ สาธารณะ (บทบาท สาธารณะ การมีส่วนร่วม ทางการเมือง และการ ตัดสินใจระดับ นโยบาย
  • 9.
    9  ผู้หญิงทีเป็นนักการเมืองท้องถิ่น :การเพิ่มขึ้นของสัดส่วน ผู้หญิงจึงน่าจะเป็นเงือนไขทาให้การเมืองท้องถิ่นกลายพันธุ์ มีความเป็นธรรมาภิบาลและประชาธิปไตยแบบเข้มข้น (radical democracy) - (ผลงานวิจัยของ กมลทิพย์, 2550; ภิญโญ, 2539)  มีวัฒนธรรมการทางานที่เอื้อต่อระบอบประชาธิปไตย  มีการปรึกษาหารือ  เน้นการมีส่วนร่วมของภาคส่วนทีเกี่ยวข้อง  มีความอดทน  ไม่ใช้อานาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง  เน้นสร้างระบบสวัสดิการให้ชุมชนและคนชายขอบ  มีความละเอียดอ่อนในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง  นักการเมืองสตรีมักได้รับการกล่าวถึงว่า ซื่อสัตย์ และโปร่งใส ในเรืองการบริหารงบประมาณ  นักการเมืองหญิงที่ได้รับเลือกในระดับท้องถิ่น : ธรรมาภิบาล การปกครองท้องถิ่นในมุมมองหญิงชายกรณีศึกษาจังหวัด เชียงใหม่ – (งานวิจัยของอารยะและคณะ, 2551)  จานวน อบต. ทั้งหมด 211 แห่ง มี อบต. จานวน 9 แห่ง ที่มี สัดส่วนของนักการเมืองผู้หญิงอยู่ในระดับสูงกว่า สูงกว่าอัตรา เฉลี่ย 12%  ในจานวน 9 แห่งนั้น มีอยู่ถึง 1 แห่ง ทีสัดส่วนผู้หญิงสูงถึง 41% (อบต. ริมเหนือ อาเภอแม่ริม)  ทีเทศบาลตาบลเชียงดาว อาเภอเชียงดาวผู้หญิงได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นถึง 31% บทบาทสตรีในพื้นที่สาธารณะ การมีส่วนร่วม ทางการเมือง และการ ตัดสินใจ ระดับ นโยบายของ ผู้หญิงหญิง ชาย พื้นที่ส่วนตัว “ครอบครัว” พื้นที่ส่วนตัว “งานอาชีพ” พื้นที่ สาธารณะ การมีส่วน ร่วมทางการ เมืองและ การตัดสินใจ ระดับ นโยบาย
  • 10.
    10  งานหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่ามีความเชื่อมโยงกัน ระหว่างเพศสภาวะ ความยากจนและ ธรรมาภิบาล ในประเทศกาลังพัฒนา  ธรรมาภิบาล หมายถึง ความสามารถของ พลเมืองในการอ้างถึงสิทธิและความชอบธรรม ใน 3 เรื่องหลัก คือ  สิทธิและความชอบธรรมในการเข้าร่วมใน กระบวนการตัดสินใจในพื้นที่สาธารณะ  สิทธิและความชอบธรรมในการได้รับการ ประกันว่านโยบายสาธารณะได้ผนวกรวม ความจาเป็นและความต้องการของประชาชน ทั้งหญิงและชายอย่างแท้จริง  สิทธิและความชอบธรรมในการได้รับ หลักประกันเรืองการจัดสรรแบ่งปันทรัพยากร อย่างเป็นธรรม สิทธิอานาจอันชอบธรรมของ พลเมืองข้างต้นจาเป็นต้องมีมิติหญิงชาย บทบาทสตรีกับการสร้างธรรมาภิบาลและขจัดความยากจน ธรรมาภิบาล (Good Governance) เพศภาวะ (gender) ความยากจน (poverty) Sally, Baden (2000/2543)
  • 11.
    11 “บทบาทสตรีกับการสร้างสรรค์สังคมสันติสุข” ศ. นพ. ประเวศวะสี : นาเสนอแนวคิดเรื่อง “พลังงานทางสังคม” (Social Energy) “พลังที่เกิดจากการร่วมกัน คิด และร่วมกันกระทา” ที่ แต่ละคนมีอยู่เป็นหน่วย เล็ก ๆ และก่อให้เกิดพลัง ทางสังคมขึ้น วิถีคิด ใหม่ จิตสานึก ใหม่ จุดเปลี่ยนทาง อารยธรรม (civilization turning Point)
  • 12.
    ผู้หญิง หลากหลาย สถานะ บทบาททุกอาชีพ ทุกชั้นชน
  • 13.
    03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล13 “ชาย” หรือ “หญิง” เป็น “ผู้นา” ที่ ดีกว่ากัน? Pew Research Center ที่อเมริกา ได้ทาการวิจัย สารวจทัศนคติ สาธารณะชนว่า “ชาย” หรือ “หญิง” เป็น “ผู้นา” ที่ดีกว่ากัน?
  • 14.
    03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล14 อุปนิสัยผู้นาที่ดี 8 ประการ คือ 1. ความซื่อสัตย์ 2. ความฉลาด 3. การลุยงานหนัก 4. การต้องตัดสินใจ 5. มีความมุ่งมั่น ทะเยอทะยาน 6. มีเมตตา 7. ชอบเข้าสังคม 8. การมีความคิด สร้างสรรค์ ผู้หญิงมีคะแนนนา ผู้ชาย ยกเว้นเรื่อง การตัดสินใจ ที่มี น้อยกว่า และอีก 2 เรื่องที่ได้คะแนน เท่ากันคือ การลุย งานหนัก และ มี ความมุ่งมั่น ทะเยอทะยาน
  • 15.
    03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล15 คาถามคือ “ทาไมสังคมจึงยังไม่ มั่นใจว่าผู้หญิงจะสามารถเป็น “ผู้นาที่ ดี” ได้พอๆ กับ “ผู้ชาย”? คาตอบน่าจะมาจาก  ทัศนคติของสังคมที่มีต่อ “บทบาทผู้นา” ของผู้หญิง  การไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ  ความเคยชินในเรื่อง การบ้าน-การเมือง  “การบ้านเป็นเรื่องของผู้หญิง – แม่บ้าน”  “การเมืองเป็นเรื่องของผู้ชาย – พ่อเมือง”
  • 16.
    03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล16 บทบาทสตรีในการยุติความขัดแย้ง ทางการเมือง บทเรียนจากประทศอื่นๆ
  • 17.
    03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล17 • ผลจากการศึกษากระบวนการ 10 ปีของราวันดา พบว่า บทบาทของผู้หญิงต่อการสร้างสันติภาพและความ ปรองดองของชาติ • มีกรณีตัวอย่างของความสาเร็จหลายกรณีที่ไม่เคยเกิด ขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงในระดับฐานราก (รากหญ้า/รากแก้ว) ของสังคมราวันดา • ผู้หญิงได้ริเริ่มวิธีการแก้ไขความขัดแย้งหลังเหตุการณ์ สังหารหมู่ในปี 1994(2537)ที่เป็นเรื่องท้าทายและเป็นการ เปิดหน้าต่างแห่งโอกาสสาหรับการสร้างความเชื่อมั่น (trust) ระหว่างครอบครัว ชุมชน และผู้คนที่แตกต่างกันให้ กลับคืนมาสู่สังคมราวันดาอีกครั้งและสร้างความปรองดอง (reconciling) กับอดีตศัตรูทั้งหลายด้วย ประเทศราวันดา
  • 18.
    03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล18 ประเทศจอร์เจีย • บทบาทของผู้หญิงในการทา ค่ายฤดู ร้อนของ สมาคมสตรี IDP ของ จอร์เจีย เพื่อนาเด็กๆ ชาวจอร์เจีย ชาวแอปคาเศซีย และ ชาวออสเตียน มารวมกัน
  • 19.
    03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล19 ประเทศปาปัวนิวกินี • กลุ่มผู้หญิงได้ริเริ่มโครงการสร้างสันติภาพระหว่างกลุ่ม แบ่งแยกดินแดนกลุ่มต่างๆ กับรัฐบาลที่ทาสงครามสู้รบกันมา นานกว่า 9 ปีแล้ว • ในปี 1994 (2537) กลุ่มผู้หญิงได้แสดงบทบาทเป็น “ตัวกลาง” ในการการจัดสัมมนา Arawa Peace Conference และจัดให้มีการประชุมสาธารณะ (mass meeting) ที่ผู้หญิง จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศและทุกส่วนต่างๆ ที่อยู่ในความ ขัดแย้งกันมาทางานร่วมกันเพื่อสร้างสันติภาพ • มีกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแก้ไขความขัดแย้งแบบ “อหิงสา” หรือ “ไม่นิยมความรุนแรง” ที่จัดระดับประเทศและทั่ว ทั้งเกาะได้ถูกพัฒนาและนาไปสู่การฝึกอบรมผู้หญิงให้กล้าและ สามารถที่จะเดินเข้าปุาได้โดยลาพังเพื่อแสวงหา ไปพบปะ และเพื่อชักจูงให้บรรดาผู้ก่อการร้ายให้ยอมวางอาวุธและเจรจา เพื่อมุ่งสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
  • 20.
    03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล20 ประเทศเคนยา • ผู้หญิงในกลุ่ม สันติภาพ Wajir ประสบความสาเร็จในการเข้าไป แทรกแซงความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม ชาติพันธุ์ต่างๆ โดยเข้าไปร่วมเป็น บางส่วนในการเฝูาระวังมิให้เกิดการ ปะทะกันในตลาดหรือข่าวลือร้ายๆ ต่างในหมู่บ้าน
  • 21.
    03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล21 ประเทศซูดาน • กลุ่มเสียงของสตรีในประเทศ ซูดานเป็นกลุ่มผู้หญิงที่ช่วย ส่งเสริมให้เกิดการ “สานเสวนา” (dialogue) และ “ปรองดอง” (reconciliation) ระหว่างกลุ่มชาติ พันธุ์ต่างๆ และพวกโจรแบ่งแยก ดินแดนในซูดานและได้จัดตั้งการ เชื่อมโยงใต้ดินระหว่างผู้หญิงใน ภาคเหนือและภาคใต้ของซูดาน
  • 22.
    03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล22 ประเทศไอร์แลนด์ • ผู้หญิงสองคนในหมู่เกาะ ไอร์แลนด์เหนือที่นับถือคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิกชื่อ Mairead Maguire และ ที่นับถือคริสต์นิกาย โปรแตสแตนส์ ชื่อ Betty Williams ได้ติดต่อเชื่อมโยงกัน ข้ามศาสนนิกายและจัดตั้ง ขบวนการประชาชนเพื่อสันติภาพ ขึ้น
  • 23.
    03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล23 จุดแข็งของผู้หญิงใน กระบวนการสร้างสันติภาพและ ความปรองดอง • ทักษะในฟังที่ดีและเป็นผู้สื่อสารที่ชาญฉลาด • ความตั้งใจจริงและความยืดหยุ่นในการเจรจา ประนีประนอม • การใช้ประสบการณ์ความชานาญการในทักษะการ แก้ไขปัญหา • ความใส่ใจและเอาใจใส่ในความเป็นมนุษย์ต่อกัน และกันที่อยู่เหนือหลักการที่เป็นนามธรรม
  • 24.
    03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล24 15 ตุลาคม 2553 เครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมประเทศไทยแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
  • 25.
    03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล25 ลงนามเป็นสักขีพยานในคาประกาศของเครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมประเทศไทย
  • 26.
  • 27.
    03/03/60ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล27 กลุ่ม (1) กลไกระดับชาติในการขับเคลื่อนให้ความเสมอภาคหญิงชายเป็น กระแสหลักการพัฒนาประเทศ กลุ่ม (2) 50:50 พลิกโฉมการเมืองไทย กลุ่ม (3) เศรษฐกิจที่เป็นธรรม และเอื้ออาทร (Just and Care Economy) สู่สังคมเสมอภาคหญิง ชาย กลุ่ม (4) สวัสดิการ สุขภาวะ การจัดสรรทรัพยากร ความเป็นธรรมที่ไม่ ต้องร้องขอ กลุ่ม (6) กระบวนการยุติธรรมที่เป็น มิตร และเป็นธรรมต่อผู้หญิง กลุ่ม (5) การศึกษาเพื่อ เสริมสร้าง พลังอานาจสตรี การปฏิรูป ประเทศ
  • 28.