ศาสนาซิกข์
ขอบข่ายของเนื้อหา
• ๑. ลักษณะทั่วไป
• ๒. ประวัติความเป็นมา
• ๓. ประวัติศาสดา
• ๔. คัมภีร์
• ๕. นิกาย
• ๖. หลักคาสอน
• ๗. จุดหมายสูงสุด
• ๘. พิธีกรรม
• ๙. สัญลักษณ์
• ก่อขึ้นตั้งโดย “คุรุนานัก เทวะ” ปฐมพระศาสดา
• เป็นศาสนาเอกเทวนิยมที่มีอายุน้อยที่สุด
• จุดเริ่มต้นของศาสนาซิกข์นั้น นับตั้งแต่ปีเกิดของศาสดาองค์แรก คือปี
พ.ศ. ๒๐๑๒
• ศาสนาซิกข์ เกิดที่ประเทศอินเดียตอนเหนือในรัฐปัญจาบ
• คาว่า “ซิกข์” เป็นภาษาปัญจาบ แปลว่า ผู้ศึกษา หรือศิษย์ คือ ชาวซิกข์
ทุกคนเป็นศิษย์ของคุรุหรือครู มีด้วยกันทั้งสิ้น ๑๐ องค์
๑.ลักษณะทั่วไป
"ครันธี" (Granthi)กาลังทาพิธีกรรม
•
ศาสนาซิกข์ จะไม่มีนักบวช พระ หรือนักบุญ แต่ศาสนิกผู้ที่
ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาประจาวัน จะถูกขนานนามว่า
"ครันธี" (Granthi)
๒. ประวัติความเป็นมา
• ศาสนานี้เกิดขึ้นเพราะต้องการจะรวมศาสนาอิสลามกับฮินดู แต่ไม่
สาเร็จ กลับเกิดมีศาสนาที่ ๓ ขื้น คือ ศาสนาซิกข์
• เนื่องจากสมัยนั้น ศาสนาอิสลามมีอานาจในอินเดีย เกิดต่อสู้ล้ม
ตายกันทั่วไป ผู้เป็นปฐมศาสดาของศาสนานี้เกิดความสลดใจ
ต้องการจะรวมศาสนาเพื่อประสานความร้าวฉานระหว่างพวกฮินดู
กับพวกมุสลิม
๓. ประวัติศาสดา
• คุรุนานัก ผู้ให้กาเนิดศาสนาซิกข์
• มีชีวิตอยู่ระหว่างปี พ.ศ.2012 –2081
หมู่บ้านเล็กๆ
• แห่งหนึ่ง ชื่อ ทัลวันดี(Talvandi)ปัจจุบัน
เรียก นานักนคร ของแคว้นปัญจาบ
• ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้าราวี (Ravi)ปัจจุบัน
อยู่ในประเทศปากีสถาน
๓. ประวัติศาสดา
• คุรุนานัก มีนิสัยนิยมศาสนา นิยมแต่งเพลงสรรเสริญพระเจ้า มีความกรุณา
ต่อคนยากจน
• วันหนึ่งได้เข้าป่าและได้เห็นพระเจ้า หลักจากกลับบ้านได้สละทรัพย์ให้คน
ยากจน ดาเนินชีวิตแบบนักพรต
• ท่านเป็นฮินดู แต่ได้อาจารย์เป็นมุสลิม คุรุนานักจึงมีความรู้ในทั้ง ๒ ศาสนา
• คุรุนานัก แม้จะนุ่งห่มแบบนักพรต แต่ไม่ได้สั่งสอนการใช้ชีวิตแบบนักบวช
แต่สั่งสอนศิษย์ในทางศีลธรรม และให้จงรักภักดีต่อพระเจ้า เพื่อจะได้เป็น
อันเดียวกับพระเจ้า
• ท่านคงอยู่กับบุตร ภรรยาของท่านในบั้นปลายชีวิต
• คุรุนานักสิ้นชีวิตเมื่อ พ.ศ. ๒๐๘๒ อายุ ๗๑ ปี ที่ริมแม่นาราวี
๓. ประวัติศาสดา
• ศาสดา หรือคุรุ แห่งศาสนา
ซิกข์มี ๑๐ ท่าน ต่อจากนั้น
ศาสดาองค์ที่ ๑๐ ได้ประกาศ
ให้ถือ “พระคัมภีร์” เป็นศาสดา
แทน และไม่ มีการแต่งตั้ง
ศาสดาต่อไปอีก
คุรุนานัก เป็นปฐมศาสดา- คุรุโควินทสิงห์เป็นศาสดาองค์สุดท้าย
๔. คัมภีร์
• คัมภีร์ของศาสนาซิกข์ เรียกว่า “ครันถสาหิพ” แปลว่า พระคัมภีร์
• ส่วนใหญ่บรรจุคาสวดมนต์สรรเสริญพระเจ้า
• มีพระเจ้าเพียงองค์เดียว คือ สัจจะ พระผู้สร้าง พระองค์ปราศจาก
ความกลัว ความเคียดแค้น เป็นอมฤต ไม่เกิด มีขึ้นด้วยพระองค์
เอง เป็นผู้ยิ่งใหญ่ ทรงโอบอ้อมอารี
คัมภีร์ = ครันถสาหิพ
• ๑. อาทิครันถะ - คัมภีร์แรก
• - คุรุอรชรเป็นผู้รวบรวม
• รวมบทนิพนธ์ของคุรุองค์ที่ ๑-๕
• ๒. ทสมครันถะ – คัมภีร์ส่วนที่สอง
• - คุรุโควินทสิงห์ ได้รวบรวม โดยมีสาระที่น่าสนใจ คือ
» ก. ซิกข์ต้องปฏิเสธคัมภีร์ฮินดูและอิสลาม
» ข. พิธีกรรมต่างๆ ต้องทาโดยถือคัมภีร์ทั้ง ๒ ส่วนนั้น
เป็นหลัก
» ค. ซิกข์ประชุมกันแล้วนาคัมภีร์มาวางไว้ข้างหน้า
» ง. พิธีที่ได้บุญมากคืออ่านคัมภีร์รวดเดียวจบ
๕. นิกาย
• ๑.นิกายนานักปันถิ แปลว่าผู้ปฏิบัติ
ตามธรรมของท่านคุรุนานัก
(ศาสดาองค์แรก) ผู้นับถือนิกายนี้
จะไม่เข้าปาหุล หรือล้างบาป และ
ไม่รับ “ก” ทั้ง ๕ ประการ
• ๒. นิกายนิลิมเล แปลว่า นักพรตผู้
ปราศจากมลทิน บางแห่งเรียก
นิกายนี้ว่า “นิกายขาลสา” หรือ
“นิกายสิงห์” ผ้นับถือนิกายนี้จะ
ดาเนินตามคาสอนของท่านคุรุโควิ
นทสิงห์ (ศาสดาองค์ที่ ๑๐)
โดยเฉพาะในเรื่องปาหุล หรือล้าง
ชาละล้างบาป ให้ตนเป็นผู้บริสุทธิ์
(ขาลสา) และเมื่อรับ “ก” ทั้ง ๕ แล้ว
ก็ใช้นามสิงห์ต่อท้ายได้
๖. หลักคาสอน
• ๑. ความเป็นหนึ่งกับพระเจ้า
• ๒. ภราดรภาพระหว่างมนุษยชาติ
• ๓. ความรักพระเจ้าและคุรุของตน
• ๔. การพัฒนาบุคคลให้เป็นหนึ่งกับ
พระเจ้า
หลักคาสอนทั่วไปของศาสนาซิกข์
หลักการปฏิบัติในชีวิตประจาวัน
• ๑. ตื่นแต่เช้า ทาจิตให้เต็มด้วยความรักพระ
เจ้า
• ๒. จงให้ทานเสมอ
• ๓. จงพูดแต่คาสุภาพอ่อนโยน
• ๔. จงเป็นคนประพฤติถ่อมตน
• ๕. จงทาความดีต่อผู้อื่น
• ๖. อย่ารับประทานมาก นอนมาก
• ๗. จงใช้จ่ายเฉพาะส่วนที่ตนหาได้มา
• ๘. นอนหลับกับคนดีทั้งกลางวันและกลางคืน
• ๙. จงร่วมกับคนดีสวดบทสรรเสริญของคุรุ
หลักประจาชีวิต
• ชาวซิกข์ต้องรับสัตยปฏิญญาเป็นหลักปฏิบัติประจำ
ชีวิตมี ๒๑ ข้อ
• ข้อให้ปฏิบัติ ๑๐
• ข้อห้ามปฏิบัติ ๑๑
• บริกรรม/ภาวนาจนขึ้นใจของชาวซิกข์
• (ดูคาภาวนาหน้าต่อไป)
คาภาวนาจนขึ้นใจ
• วาเฮคุรุ คุรุมนฺตฺร ไฮชปฺเฮาไม โคอี
• การบริกรรม/ภาวนา “ชัป” จะได้ผลต้องเว้น
สิ่งที่ควรเว้น ๕ อย่าง
• ๑. การกินเกินหิว
• ๒. การหลับเกินง่วง
• ๓. การเกียจคร้าน
• ๔. การฟุ้ งซ่าน
• ๕. การหลับน้อยเกินไป
และจงเลือกสรร ๗
• ๑. สถานที่สะอาด
• ๒. ร่างกายสะอาด
• ๓. ไม่พูด ไม่คานึงถึงเรื่องอื่น
• ๔. เข้าใจบทบริกรรม
• ๕. ตั้งใจให้แน่วแน่ (สมาธิ)
• ๖. ปฏิบัติตน (บริกรรม) เป็นนิตย์
• ๗. ทาชัป คือ บริกรรมยามท้ายของ
ราตรี ได้แก่ยาม ๓ - ๖ น.
๗. จุดหมายสูงสุด
• จุดหมายสูงสุดของศาสนาซิกข์ อยู่ที่การหลุดพ้นจากการเวียนว่าย
ตายเกิด แล้วเข้าร่วมเป็นอันหนึ่งเดียวกันกับพระเจ้า
พระเจ้า
• พระนามว่า “วาเฮคุรุ”
• เป็นเอกเทวนิยม
• คนจะเข้าถึงพระเจ้าทีเดียวไม่ได้ต้องเข้าหาคุรุก่อน
หลักการสร้างจริตเพื่อบรรลุสัจชั้นสูง
• ๑. การฟังพระนาม
• ๒. การเชื่อฟังพระเจ้า
หลักการบรรลุนิรวาณ
• การเพ่งพระนาม
• มีศรัทธาและจงรักภักดี
• เปล่งวาจาสรรเสริญพระเจ้า
• การปฏิบัติตามคาสอนของคุรุ
• มีสัจจะเป็นเหตุหลอมตัวเป็นอันเดียวกับพระเจ้า
๘. พิธีกรรม
• พิธีกรรมที่ชาวซิกข์ทุกคนต้องทาเพื่อเป็นชาว
ซิกข์ที่สมบูรณณ์ คือ พิธี “ปาหุล” ซึ่งเป็น พิธี
ล้างบาปและปฏิบัติตาม ก. ทั้ง ๕ คือ
• เกศ หมายถึง การไว้ผมยาวโดยไม่ตัดเลย
• กังฆา หมายถึง การมีหวีขนาดเล็กประจาตัว
• กฉา หมายถึง นุ่งกางเกงในเป็นประจา
• กรา หมายถึง การมีกาไลมือที่ทาด้วยเหล็ก
• กิรปาน หมายถึง การมีดาบติดตัวอยู่ประจา
ผู้ที่ได้ผ่านพิธีล้างบาปแล้ว จะได้นามว่า สิงห์
หรือ Singh
เอกลักษณ์ของความเป็นสิกข์
เกศา
ในสมัยโบราณเกศา หรือผม
แสดงถึงความเป็นนักบวชและผู้
ทรงคุณธรรม พระศาสดาคุรุนา
ยักทรงริเริ่มการไว้ผมโดยไม่ตัด
การรักษาเกศาเป็นการแสดงถึง
การดารงชีพที่สอดคล้องกับ
ความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า
ที่ได้ทรงประทานเกศาแก่มนุษย์
กรา (กาไลเหล็ก) เป็นสัญลักษณ์แห่ง
ความอดกลั้น ถ่อมตน และสุภาพ เป็น
เครื่องเตือนใจชาวสิขตลอดเวลาว่าเขามี
พันธะผูกพันกับองค์
พระศาสดา เมื่อใดที่มองดูกาไลในมือ
ของตน เขาจะคิดชั่งใจหลายครั้งก่อนที่จะ
กระทาสิ่งใดที่ผิดคุณธรรม
เป็นเครื่องหมายแสดงถึงความผูกพันต่อ
หมู่คณะ และการเป็นมิตร การแสดงออก
ของความรู้สึกของความเป็นพี่น้อง
เอกลักษณ์ของความเป็นสิกข์
กังฆา (หวี)
จาเป็นสาหรับการรักษา
เกศาให้สะอาดและ
เรียบร้อย
เอกลักษณ์ของความเป็นสิกข์
กฉา (กางเกงในขาสั้น)
เป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงาม และความกระทัดรัด
เรียบร้อย สร้างความสะดวกสบายและคลองตัวในการเดินทาง
ทางาน ในการสู้รบ และยังสะดวกแม้ในยามพักผ่อน ตลอดจน
เป็นสัญลักษณ์แห่งความว่องไว ปราดเปรียว
กิรปาน (กริช / ดาบ)
เป็นเครื่องหมายของความกล้าหาญและการผจญ
ภัย เป็นการแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในตัวเอง
และพร้อมที่จะปกป้ องเกียรติของตนและผู้อื่น
ดาบจะใช้เป็นเครื่องปกป้ องผู้อื่น ไม่ใช่อาวุธใน
การรุกรานหรือทาร้ายผู้อื่น
๙. สัญลักษณ์
๑. กาน้าและดาบ
หมายถึงการรับใช้และกาลัง
๒. เครื่องหมาย ก ทั้ง ๕
๓. รูปดาบไขว้
๔. สัญลักษณ์เอกโองการ
ขัณฑา หรือ คันด้า (Khanda)
ประกอบด้วย
ดาบสองคม (แสดงถึงความรูอัน
ประเสิรฐจากพระเจ้าซึ่งสามารถช่วย
ตัดมายาได้) วางอยู่ตรงกลาง โดยมี
วงกลม (จักร - แสดงถึงความเป็นนิ
รันดร์ของพระเจ้า) วางซ้อนอยู่ข้างบน
และมีดาบโค้งสองเล่มไขว้กัน
(แสดงถึงการดาเนินชีวิตที่วางอยู่บน
ความสมดุลย์ระหว่างคติทางโลกและ
คติทางธรรม) วางซ้อนบนฝักดาบ
สัญลักษณ์เครื่องหมายเกียรติยศ (คันด้า)
สัญลักษณ์นี้มีความหมายว่า พระเจ้าที่
แท้จริงมีเพียงพระองค์เดียว สัญลักษณ์นี้
ประกอบด้วยตัวอักษรภาษาปัญจาบิ 2 ตัว
ตัวแรกคือ หมายเลข "1" ซึ่งในภาษาปัญจา
บิอ่านว่า "เอก"
และตัวหลังคือ ตัวอักษร "อูระ" แทนคาว่า
"โองการ" มีความหมายว่า พระเจ้า
ดังนั้น สัญลักษณ์ เอก โองการ นี้จึงเป็น
สัญลักษณ์ที่แสดงว่า ชาวซิกข์นับถือและ
เชื่อมั่นในพระเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว
สัญลักษณ์ เอก โองการ
ยุติเพียงเท่านี้
•นมัสเต
•สวัสดี
•โสตฺถิ โหตุ
•So long.
ดาวน์โหลดไฟล์นี้ได้ที่
www.philosophychicchic.com
สนุกกับการเรียนรู้ปรัชญาและศาสนาแบบชิคๆ เคียงคู่รอยยิ้ม

ศาสนาซิกข์