สามัคคีเภทคาฉันท์
       ตอน มาณวก ฉันท์ ๘


            จัดทาโดย
นายอาทิตย์ รักเมือง เลขที่ 17 ม.6/3


              เสนอ
         อ.นิตยา ทองดียง
                       ิ่


 โรงเรียนรัษฏานุประดิษฐ์ อนุสรณ์
           จังหวัด ตรัง
มาณวก ฉันท์ ๘
           ล่วงลุประมาณ            กาลอนุกรม

หนึ่งณนิยม                          ท่านทวิชงค์

เมื่อจะประสิทธิ์                    วิทยะยง

เชิญวรองค์                          เอกกุมาร

           เธอจรตาม                พราหมณไป

โดยเฉพาะใน                          ห้องรหุฐาน

จึ่งพฤฒิถาม                        ความพิสดา

ขอธประทาน                          โทษะและไข

            อย่าติและหลู่          ครู จะเฉลย

เธอน่ะเสวย                         ภัตกะอะไร

ในทินนี่                           ดีฤไฉน

พอหฤทัย                            ยิงละกระมัง
                                     ่

             ราช ธ ก็เล่า          เค้าณประโยค

ตนบริ โภค                          แล้วขณะหลัง

วาทะประเทือง                       เรื่ องสิประทัง

อาคมยัง                            สิกขสภา
เสร็ จอนุศาสน์   ราชอุรส

ลิจฉวิหมด                     ต่างธก็มา

ถามนยมาน                     ท่านพฤฒิอา

จารยปรา                      รภกระไร

           เธอก็แถลง         แจ้งระบุมวล

ความเฉพาะล้วน                จริ งหฤทัย

ต่างบมิเชื่อ                  เมื่อตริ ไฉน

จึ่งผลใน                     เหตุบมิสม

           ขุ่นมนเคือง       เรื่ องนฤสาร

เช่นกะกุมาร                  ก่อนก็ระ

เลิกสละแยก                   แตกคณะกล

เกลียวบนิยม                  คบดุจเดิม
ถอดความ มาณวก ฉันท์ฯ

         เวลาผ่านไปตามลาดับ เมือถึงคราวที่จะสอนวิชาก็จะเชิญพระกุมารพระองค์หนึ่ง พระกุมารก็ตาม
                               ่
พราหมณ์เข้าไปในห้องเฉพาะ พราหมณ์จึงถามเนื้อความแปลก ๆ ว่า ขออภัย ช่วยตอบด้วย อย่าหาว่าตาหนิ
หรื อลบหลู่ ครู ขอถามว่าวันนี้พระกุมารเสวยพระกระยาหารอะไร รสชาติดีหรื อไม่ พอพระทัยมากหรื อไม่
พระกุมารก็เล่าเรื่ องเกี่ยวกับพระกระยาหารที่เสวย หลังจากนั้นก็สนทนาเรื่ องทัวไป แล้วก็เสด็จกลับออกมา
                                                                            ่
ยังห้องเรี ยน เมื่อเสร็ จสิ้นการสอนราชกุมารลิจฉวีท้งหมดก็มาถามเรื่ องราวที่มีมาว่าท่านอาจารย์ได้พดเรื่ อง
                                                   ั                                             ู
อะไรบ้าง พระกุมารก็ตอบตามความจริ ง แต่เหล่ากุมารต่างไม่เชื่อ เพราะคิดแล้วไม่สมเหตุสมผล ต่างขุ่น
เคืองใจด้วยเรื่ องไร้สาระเช่นเดียวกับพระกุมารพระองค์ก่อน และเกิดความแตกแยกไม่คบกันอย่างกลม
เกลียวเหมือนเดิม
คุณค่าด้านวรรณศิลป์
การเลือกใช้คาได้ถกต้องและตรงตามความหมายที่ตองการ จากในเนื้อเรื่ องได้กล่าวถึงการสนทนา
                 ู                         ้
ของครู และลูกศิษย์ที่ว่าด้วยความหมายของแต่ละบทและสัมผัสคล้องจอง การใช้คาราชาศัพท์ที่เหมาะสม
แก่ตวละครในเรื่ อง อย่างเช่น เสวย กระยาหาร เป็ นต้น และยังมีการคานึงถึงเสียงเพื่อที่จะให้เกิดความ
    ั
ไพเราะของฉันท์แต่ละบทการเชื่อมระหว่างบท และลีลาในการประพันธ์น้ นจะมุ่งให้เกิดอารมณ์
                                                               ั
ความรู้สึกอย่างกินใจ และนี่ คือฉันท์บทหนึ่งที่ขอนาเสนอ มีดงนี้
                                                          ั

                                 ล่วงลุประมาณ                    กาลอนุกรม

                         หนึ่งณนิยม                              ท่านทวิชงค์

                        เมื่อจะประสิทธิ์                         วิทยะยง

                        เชิญวรองค์                               เอกกุมาร

โจ๊ก.

  • 1.
    สามัคคีเภทคาฉันท์ ตอน มาณวก ฉันท์ ๘ จัดทาโดย นายอาทิตย์ รักเมือง เลขที่ 17 ม.6/3 เสนอ อ.นิตยา ทองดียง ิ่ โรงเรียนรัษฏานุประดิษฐ์ อนุสรณ์ จังหวัด ตรัง
  • 2.
    มาณวก ฉันท์ ๘ ล่วงลุประมาณ กาลอนุกรม หนึ่งณนิยม ท่านทวิชงค์ เมื่อจะประสิทธิ์ วิทยะยง เชิญวรองค์ เอกกุมาร เธอจรตาม พราหมณไป โดยเฉพาะใน ห้องรหุฐาน จึ่งพฤฒิถาม ความพิสดา ขอธประทาน โทษะและไข อย่าติและหลู่ ครู จะเฉลย เธอน่ะเสวย ภัตกะอะไร ในทินนี่ ดีฤไฉน พอหฤทัย ยิงละกระมัง ่ ราช ธ ก็เล่า เค้าณประโยค ตนบริ โภค แล้วขณะหลัง วาทะประเทือง เรื่ องสิประทัง อาคมยัง สิกขสภา
  • 3.
    เสร็ จอนุศาสน์ ราชอุรส ลิจฉวิหมด ต่างธก็มา ถามนยมาน ท่านพฤฒิอา จารยปรา รภกระไร เธอก็แถลง แจ้งระบุมวล ความเฉพาะล้วน จริ งหฤทัย ต่างบมิเชื่อ เมื่อตริ ไฉน จึ่งผลใน เหตุบมิสม ขุ่นมนเคือง เรื่ องนฤสาร เช่นกะกุมาร ก่อนก็ระ เลิกสละแยก แตกคณะกล เกลียวบนิยม คบดุจเดิม
  • 4.
    ถอดความ มาณวก ฉันท์ฯ เวลาผ่านไปตามลาดับ เมือถึงคราวที่จะสอนวิชาก็จะเชิญพระกุมารพระองค์หนึ่ง พระกุมารก็ตาม ่ พราหมณ์เข้าไปในห้องเฉพาะ พราหมณ์จึงถามเนื้อความแปลก ๆ ว่า ขออภัย ช่วยตอบด้วย อย่าหาว่าตาหนิ หรื อลบหลู่ ครู ขอถามว่าวันนี้พระกุมารเสวยพระกระยาหารอะไร รสชาติดีหรื อไม่ พอพระทัยมากหรื อไม่ พระกุมารก็เล่าเรื่ องเกี่ยวกับพระกระยาหารที่เสวย หลังจากนั้นก็สนทนาเรื่ องทัวไป แล้วก็เสด็จกลับออกมา ่ ยังห้องเรี ยน เมื่อเสร็ จสิ้นการสอนราชกุมารลิจฉวีท้งหมดก็มาถามเรื่ องราวที่มีมาว่าท่านอาจารย์ได้พดเรื่ อง ั ู อะไรบ้าง พระกุมารก็ตอบตามความจริ ง แต่เหล่ากุมารต่างไม่เชื่อ เพราะคิดแล้วไม่สมเหตุสมผล ต่างขุ่น เคืองใจด้วยเรื่ องไร้สาระเช่นเดียวกับพระกุมารพระองค์ก่อน และเกิดความแตกแยกไม่คบกันอย่างกลม เกลียวเหมือนเดิม
  • 5.
    คุณค่าด้านวรรณศิลป์ การเลือกใช้คาได้ถกต้องและตรงตามความหมายที่ตองการ จากในเนื้อเรื่ องได้กล่าวถึงการสนทนา ู ้ ของครู และลูกศิษย์ที่ว่าด้วยความหมายของแต่ละบทและสัมผัสคล้องจอง การใช้คาราชาศัพท์ที่เหมาะสม แก่ตวละครในเรื่ อง อย่างเช่น เสวย กระยาหาร เป็ นต้น และยังมีการคานึงถึงเสียงเพื่อที่จะให้เกิดความ ั ไพเราะของฉันท์แต่ละบทการเชื่อมระหว่างบท และลีลาในการประพันธ์น้ นจะมุ่งให้เกิดอารมณ์ ั ความรู้สึกอย่างกินใจ และนี่ คือฉันท์บทหนึ่งที่ขอนาเสนอ มีดงนี้ ั ล่วงลุประมาณ กาลอนุกรม หนึ่งณนิยม ท่านทวิชงค์ เมื่อจะประสิทธิ์ วิทยะยง เชิญวรองค์ เอกกุมาร