ภุชงคประยาตฉันท์
       ๑๒
จัดทำโดย

นางสาวรัตนา บัวทอง เลขที่ ๑๔
นางสาวสุพัตรา บัวอ่อน เลขที่ ๑๕
ภุชงคประยาต แปลว่า งูเลื้อย
ฉันท์นี้มีความหมายว่ามีลีลางดงามดุจการ
  เลื้อยของพญานาคใช้บรรยายความ ใน
           เรื่องที่ต้องให้เห็นความ
รวดเร็ว กระฉับกระเฉง หรือราพันภาพที่
                สนุกสนานรื่นเริง
คณะและพยางค์
       ฉันท์บทหนึ่งมี ๒ บาท บาทละ ๒ วรรค วรรค
ต้นและวรรคท้าย มีวรรคละ ๖ คาเท่ากัน รวม ๒
วรรคเป็น ๑๒ คา จึงเขียน ๑๒ ไว้ท้ายชื่อฉันท์
        สัมผัส สัมผัสบังคับดูได้จากแผนตามผัง
สัมผัส และจากตัวอย่างดังรายละเอียด ต่อไปนี้
สัมผัสภายในบท

คู่ที่ ๑. คาสุดท้าย ของวรรคที่ หนึง สัมผัสกับคาที่ สาม ของ
                                  ่
วรรคที่ สอง แทน ด้วย (ค)-(ค)

คู่ที่ ๒. คาสุดท้าย ของวรรคที่ สอง สัมผัสกับคาที่ สุดท้าย ของ
วรรคที่ สาม แทนด้วย ((ค))-((ค))
สัมผัสระหว่างบท

มีการบังคับ ระหว่าง คาสุดท้ายของบท (วรรคที่ ๔) จะไปสัมผัส
กับ คาสุดท้าย ของวรรคที่ สอง ของฉันท์ ในบทถัดไป แทนด้วย
(((ค)))-(((ค)))

      คาครุ คาลหุ บังคับครุ ลหุ ตามที่เขียนไว้ในแผนผังและตาม
ตัวอย่าง

        ล ค ค ล ค (ค)   ล ค(ค)ล ค ((ค))
   ล ค ค ล ค ((ค))      ล ค ค ล ค (((ค)))

           ลคคลคค          ล ค ค ล ค (((ค)))

คาครุ แทนด้วย ค
คาลหุ แทนด้วย ล
 ณ วันหนึ่งลุถึงกา                ลศึกษาพิชากร
         กุมารลิจฉวีวร                       เสด็จพร้อมประชุมกัน

ถอดความ
   พราหมณ์ผู้ฉลาดคาดคะเนว่ากษัตริย์ลจฉวีวางใจคลายความ
                                       ิ
หวาดระแวง เป็นโอกาสเหมาะที่จะเริ่มดาเนินการตามกลอุบายทาลายความ
สามัคคี วันหนึ่งเมื่อถึงโอกาสที่จะสอนวิชา กุมารลิจฉวีก็เสด็จมาโดยพร้อม
เพรียงกัน
ตระบัดวัสสการมา            สถานราชเรียนพลัน
ธ แกล้งเชิญกุมารฉัน         สนิทหนึ่งพระองค์ไป

ถอดความ
ทันใดวัสสการพราหมณ์ก็มาถึงและแกล้งเชิญพระกุมาร
พระองค์ที่สนิทสนมเข้าไปพบในห้องส่วนตัว
ลุห้องหับรโหฐาน               ก็ถามการณ์ ณ ทันใด
มีลี้ลับอะไรใน                 กถาเช่นธปุจฉา

ถอดความ
แล้วก็ทูลถามเรื่องที่ไม่ใช่ความลับแต่ประการใด
 จะถูกผิดกระไรอยู่                   มนุษย์ผู้กระทานา
และคู่โคก็จูงมา                       ประเทียบไถมิใช่หรือ

ถอดความ
ชาวนาจูงโคมาคู่หนึ่งเพื่อเทียมไถใช่หรือไม่
 กุมารลิจฉวีขัตติย์         ก็รับอรรถอออือ
        กสิกเขากระทาคือ              ประดุจคาพระอาจารย์

  ถอดความ
  พระกุมารลิจฉวีก็รับสั่งเห็นด้วยว่าชาวนาก็คงจะกระทาดังคาของ
พระอาจารย์
 ก็เท่านั้น ธ เชิญให้                     นิวัตในมิช้านาน
  ประสิทธิ์ศิลป์ประศาสน์สาร                สมัยเลิกลุเวลา


ถอดความ
    ถามเพียงเท่านั้นพราหมณ์ก็เชิญให้เสด็จกลับออกไป
ครั้นถึงเวลาเลิกเรียน
 อุรสลิจฉวีสรรพ                          ชวนกันเสด็จมา
  และต่างซักกุมารราช                      องค์นั้นจะเอาความ

ถอดความ
 เหล่าโอรสลิจฉวีก็พากันมาซักไซ้พระกุมารว่าพระอาจารย์เรียกเข้าไปข้าง
ใน ได้ไต่ถามอะไรบ้าง
 พระอาจารย์สิเรียกไป   ณ ข้างใน ธ ไต่ถาม
      อะไรเธอเสนอตาม        วจีสัตย์กะส่าเรา


ถอดความ
    ขอให้บอกมาตามความจริง
 กุมารนั้นสนองสา                  รวากย์วาทตามเลา
  เฉลยพจน์กะครูเสา                 วภาพโดยคดีมา

ถอดความ
    พระกุมารพระองค์นั้นก็เล่าเรื่องราวที่พระ
    อาจารย์เรียกไปถาม
 กุมารอื่นก็สงสัย             มิเชื่อในพระวาจา
  สหายราช ธ พรรณนา             และต่างองค์ก็พาที

ถอดความ

แต่เหล่ากุมารสงสัยไม่เชื่อคาพูดของพระสหาย
 ไฉนเลยพระครูเรา          จะพูดเปล่าประโยชน์มี
เลอะเหลวนักละล้วนนี         รผลเห็น บ เป็นไป


ถอดความ
เหล่ากุมารต่างองค์ก็วิจารณ์ว่า พระอาจารย์จะพูดเรื่อง
เหลวไหลไร้สาระเช่นนี้เป็นไปไม่ได้
 เถอะถึงถ้าจะจริงแม้         ธ พูดแท้ก็ทาไม
แนะชวนเข้า ณ ข้างใน           จะถามนอก บ ยากเย็น
ถอดความ
หากว่าจะพูดจริงเหตุใดจะต้องเรียกเข้าไปถามข้างในห้อง
ถามข้างนอกห้องก็ได้
ชะรอยว่าทิชาจารย์                ธ คิดอ่านกะท่านเป็น
   รหัสเหตุประเภทเห็น                ละแน่ชัดถนัดความ

ถอดความ
สงสัยว่าท่านอาจารย์กับพระกุมารต้องมีความลับอย่าง
แน่นอน
และท่านมามุสาวาท         มิกล้าอาจจะบอกตา
 พจีจริงพยายาม             ไถลแสร้งแถลงสาร

ถอดความ
มาพูดโกหก ไม่กล้าบอกตามความเป็นจริง
กุมารราชมิตรผอง         ก็สอดคล้องและแคลงดาล
พิโรธกาจวิวาทการณ์       อุบัติขึ้นเพราะขุ่นเคือง

ถอดความ
เหล่ากุมารแกล้งพูดไปต่าง ๆ นานา กุมารลิจฉวีทั้งหลาย
เห็นสอดคล้องกันก็เกิดความโกรธเคือง การทะเลาะวิวาท
ก็เกิดขึ้นเพราะความขุ่นเคืองใจ
พิพิธพันธไมตรี        ประดามีนิรันดร์เนือง
กะองค์นั้นก็พลันเปลือง มลายปลาตพินาศปลงฯ

ถอดความ
ความสัมพันธ์อันดีที่เคยมีมาตลอดก็ถูกทาลายย่อยยับลง
คุณค่ำด้ำนวรรณศิลป์
       ๑.การสรรคา เป็นการเลือกใช้คาที่สื่อความคิดและ
อารมณ์ได้อย่างงดงาม
       ๑.๑ การเลือกใช้คาได้ถูกต้องตรงตามที่ต้องการ
มีการใช้คาที่ประณีตเป็นพิเศษ เมื่อได้กล่าวถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์
พระมหากษัตริย์ ครู อาจารย์ จะใช้คาศัพท์ภาษาบาลี
สันสกฤต ซึ่งถือว่าเป็นภาษาสูงต้องแปลความทุกคา
ลักษณะคาประพันธ์
                   ภุชงคประยาต ฉันท์ ๑๒
    กุมารลิจฉวีขัตติย์           ก็รับอรรถอออือ
กสิกเขากระทาคือ                   ประดุจคาพระอาจารย์
    พระอาจารย์สิเรียกไป          ณ ข้างใน ธ ไต่ถาม
อะไรเธอเสนอตาม                    วจีสัตย์กะส่าเรา
     ไฉนเลยพระครูเรา             จะพูดเปล่าประโยชน์มี
เลอะเหลวนักละล้วนนี               ร ผลเห็น บ เป็นไป
๑.๒ การเลือกใช้ศัพท์เหมาะแก่เนื้อเรื่อง และฐานะ
ของบุคคลในเรื่อง
         ๑.๓ การเลือกใช้เลือกคาโดยคานึงถึงเสียง ดังนี้
                (๑) การใช้คาที่เล่นเสียงหนักเบา
ในบทร้อยกรองประเภทฉันท์ กาหนดเสียงหนักเบา (คาครุ
และคาลหุ) ไว้แน่นอนเป็นแบบแผนที่ยดถือกัน ถ้าอ่านเป็น
                                       ึ
ทานองเสนาะ ก็จะทาให้รู้สึกถึงรสไพเราะเนื้อคสามได้
ดังตัวอย่าง
 ชะรอยว่าทิชาจารย์   ธคิดอ่านกะท่านเป็น
รหัสเหตุประเภทเห็น       ละแน่ชัดถนัดความ
     และท่านมามุสาวาท   มิกล้าอาจจะบอกตา
พจีจริงพยายาม            ไถลแสร้งแถลงสาร
(๒) การเล่นเสียงสัมผัส ในฉันท์ของนายชิต
บุรทัต มีทั้งสัมผัสนอกและสัมผัสใน โดยเฉพาะสัมผัส
ในมีทั้งสัมผัสสระและสัมผัสพยัญชนะแพรวพราว คล้าย
กับความไพเราะของกลอน
        (๓) การเล่นสัมผัสชุดคาและชุดเสียง
        (๔) มีการเล่นคา
๒. การใช้โวหาร สามัคคีเภทคาฉันท์มีความ
ไพเราะงดงามอันเกิดจากสารที่กวีใช้ศิลปะในการถ่ายทอด
ความหมายของเนื้อหา โดยการใช้สานวนโวหาร และการใช้
ภาพพจน์ เพื่อให้ผู้อ่านจินตนาการเห็นภาพชัดเจน เข้าใจ
และเกิดอารมณ์คล้อยตาม ดังนี้
   ๒.๑ บรรยายโวหาร ใช้คาให้เห็นภาพชัดเจนตามลาดับ
   เหตุการณ์
   ๒.๒ พรรณนาโวหาร เป็นการสร้างมโนภาพให้ผู้อ่าน
   เกิดภาพขึ้นในใจ
   ๒.๓ อุปมาโวหาร เป็นการกล่าวเปรียบเทียบเพื่อให้
   ผู้อ่านเข้าใจ
ภุชงคประยาคฉันท์ 12

ภุชงคประยาคฉันท์ 12

  • 1.
  • 2.
    จัดทำโดย นางสาวรัตนา บัวทอง เลขที่๑๔ นางสาวสุพัตรา บัวอ่อน เลขที่ ๑๕
  • 3.
    ภุชงคประยาต แปลว่า งูเลื้อย ฉันท์นี้มีความหมายว่ามีลีลางดงามดุจการ เลื้อยของพญานาคใช้บรรยายความ ใน เรื่องที่ต้องให้เห็นความ รวดเร็ว กระฉับกระเฉง หรือราพันภาพที่ สนุกสนานรื่นเริง
  • 4.
    คณะและพยางค์ ฉันท์บทหนึ่งมี ๒ บาท บาทละ ๒ วรรค วรรค ต้นและวรรคท้าย มีวรรคละ ๖ คาเท่ากัน รวม ๒ วรรคเป็น ๑๒ คา จึงเขียน ๑๒ ไว้ท้ายชื่อฉันท์ สัมผัส สัมผัสบังคับดูได้จากแผนตามผัง สัมผัส และจากตัวอย่างดังรายละเอียด ต่อไปนี้
  • 5.
    สัมผัสภายในบท คู่ที่ ๑. คาสุดท้ายของวรรคที่ หนึง สัมผัสกับคาที่ สาม ของ ่ วรรคที่ สอง แทน ด้วย (ค)-(ค) คู่ที่ ๒. คาสุดท้าย ของวรรคที่ สอง สัมผัสกับคาที่ สุดท้าย ของ วรรคที่ สาม แทนด้วย ((ค))-((ค))
  • 6.
    สัมผัสระหว่างบท มีการบังคับ ระหว่าง คาสุดท้ายของบท(วรรคที่ ๔) จะไปสัมผัส กับ คาสุดท้าย ของวรรคที่ สอง ของฉันท์ ในบทถัดไป แทนด้วย (((ค)))-(((ค))) คาครุ คาลหุ บังคับครุ ลหุ ตามที่เขียนไว้ในแผนผังและตาม
  • 7.
    ตัวอย่าง ล ค ค ล ค (ค) ล ค(ค)ล ค ((ค)) ล ค ค ล ค ((ค)) ล ค ค ล ค (((ค))) ลคคลคค ล ค ค ล ค (((ค))) คาครุ แทนด้วย ค คาลหุ แทนด้วย ล
  • 8.
     ณ วันหนึ่งลุถึงกา ลศึกษาพิชากร กุมารลิจฉวีวร เสด็จพร้อมประชุมกัน ถอดความ พราหมณ์ผู้ฉลาดคาดคะเนว่ากษัตริย์ลจฉวีวางใจคลายความ ิ หวาดระแวง เป็นโอกาสเหมาะที่จะเริ่มดาเนินการตามกลอุบายทาลายความ สามัคคี วันหนึ่งเมื่อถึงโอกาสที่จะสอนวิชา กุมารลิจฉวีก็เสด็จมาโดยพร้อม เพรียงกัน
  • 9.
    ตระบัดวัสสการมา สถานราชเรียนพลัน ธ แกล้งเชิญกุมารฉัน สนิทหนึ่งพระองค์ไป ถอดความ ทันใดวัสสการพราหมณ์ก็มาถึงและแกล้งเชิญพระกุมาร พระองค์ที่สนิทสนมเข้าไปพบในห้องส่วนตัว
  • 10.
    ลุห้องหับรโหฐาน ก็ถามการณ์ ณ ทันใด มีลี้ลับอะไรใน กถาเช่นธปุจฉา ถอดความ แล้วก็ทูลถามเรื่องที่ไม่ใช่ความลับแต่ประการใด
  • 11.
     จะถูกผิดกระไรอยู่ มนุษย์ผู้กระทานา และคู่โคก็จูงมา ประเทียบไถมิใช่หรือ ถอดความ ชาวนาจูงโคมาคู่หนึ่งเพื่อเทียมไถใช่หรือไม่
  • 12.
     กุมารลิจฉวีขัตติย์ ก็รับอรรถอออือ กสิกเขากระทาคือ ประดุจคาพระอาจารย์ ถอดความ พระกุมารลิจฉวีก็รับสั่งเห็นด้วยว่าชาวนาก็คงจะกระทาดังคาของ พระอาจารย์
  • 13.
     ก็เท่านั้น ธเชิญให้ นิวัตในมิช้านาน ประสิทธิ์ศิลป์ประศาสน์สาร สมัยเลิกลุเวลา ถอดความ ถามเพียงเท่านั้นพราหมณ์ก็เชิญให้เสด็จกลับออกไป ครั้นถึงเวลาเลิกเรียน
  • 14.
     อุรสลิจฉวีสรรพ ชวนกันเสด็จมา และต่างซักกุมารราช องค์นั้นจะเอาความ ถอดความ เหล่าโอรสลิจฉวีก็พากันมาซักไซ้พระกุมารว่าพระอาจารย์เรียกเข้าไปข้าง ใน ได้ไต่ถามอะไรบ้าง
  • 15.
     พระอาจารย์สิเรียกไป ณ ข้างใน ธ ไต่ถาม อะไรเธอเสนอตาม วจีสัตย์กะส่าเรา ถอดความ ขอให้บอกมาตามความจริง
  • 16.
     กุมารนั้นสนองสา รวากย์วาทตามเลา เฉลยพจน์กะครูเสา วภาพโดยคดีมา ถอดความ พระกุมารพระองค์นั้นก็เล่าเรื่องราวที่พระ อาจารย์เรียกไปถาม
  • 17.
     กุมารอื่นก็สงสัย มิเชื่อในพระวาจา สหายราช ธ พรรณนา และต่างองค์ก็พาที ถอดความ แต่เหล่ากุมารสงสัยไม่เชื่อคาพูดของพระสหาย
  • 18.
     ไฉนเลยพระครูเรา จะพูดเปล่าประโยชน์มี เลอะเหลวนักละล้วนนี รผลเห็น บ เป็นไป ถอดความ เหล่ากุมารต่างองค์ก็วิจารณ์ว่า พระอาจารย์จะพูดเรื่อง เหลวไหลไร้สาระเช่นนี้เป็นไปไม่ได้
  • 19.
     เถอะถึงถ้าจะจริงแม้ ธ พูดแท้ก็ทาไม แนะชวนเข้า ณ ข้างใน จะถามนอก บ ยากเย็น ถอดความ หากว่าจะพูดจริงเหตุใดจะต้องเรียกเข้าไปถามข้างในห้อง ถามข้างนอกห้องก็ได้
  • 20.
    ชะรอยว่าทิชาจารย์ ธ คิดอ่านกะท่านเป็น รหัสเหตุประเภทเห็น ละแน่ชัดถนัดความ ถอดความ สงสัยว่าท่านอาจารย์กับพระกุมารต้องมีความลับอย่าง แน่นอน
  • 21.
    และท่านมามุสาวาท มิกล้าอาจจะบอกตา พจีจริงพยายาม ไถลแสร้งแถลงสาร ถอดความ มาพูดโกหก ไม่กล้าบอกตามความเป็นจริง
  • 22.
    กุมารราชมิตรผอง ก็สอดคล้องและแคลงดาล พิโรธกาจวิวาทการณ์ อุบัติขึ้นเพราะขุ่นเคือง ถอดความ เหล่ากุมารแกล้งพูดไปต่าง ๆ นานา กุมารลิจฉวีทั้งหลาย เห็นสอดคล้องกันก็เกิดความโกรธเคือง การทะเลาะวิวาท ก็เกิดขึ้นเพราะความขุ่นเคืองใจ
  • 23.
    พิพิธพันธไมตรี ประดามีนิรันดร์เนือง กะองค์นั้นก็พลันเปลือง มลายปลาตพินาศปลงฯ ถอดความ ความสัมพันธ์อันดีที่เคยมีมาตลอดก็ถูกทาลายย่อยยับลง
  • 24.
    คุณค่ำด้ำนวรรณศิลป์ ๑.การสรรคา เป็นการเลือกใช้คาที่สื่อความคิดและ อารมณ์ได้อย่างงดงาม ๑.๑ การเลือกใช้คาได้ถูกต้องตรงตามที่ต้องการ มีการใช้คาที่ประณีตเป็นพิเศษ เมื่อได้กล่าวถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระมหากษัตริย์ ครู อาจารย์ จะใช้คาศัพท์ภาษาบาลี สันสกฤต ซึ่งถือว่าเป็นภาษาสูงต้องแปลความทุกคา
  • 25.
    ลักษณะคาประพันธ์ ภุชงคประยาต ฉันท์ ๑๒ กุมารลิจฉวีขัตติย์ ก็รับอรรถอออือ กสิกเขากระทาคือ ประดุจคาพระอาจารย์ พระอาจารย์สิเรียกไป ณ ข้างใน ธ ไต่ถาม อะไรเธอเสนอตาม วจีสัตย์กะส่าเรา  ไฉนเลยพระครูเรา จะพูดเปล่าประโยชน์มี เลอะเหลวนักละล้วนนี ร ผลเห็น บ เป็นไป
  • 26.
    ๑.๒ การเลือกใช้ศัพท์เหมาะแก่เนื้อเรื่อง และฐานะ ของบุคคลในเรื่อง ๑.๓ การเลือกใช้เลือกคาโดยคานึงถึงเสียง ดังนี้ (๑) การใช้คาที่เล่นเสียงหนักเบา ในบทร้อยกรองประเภทฉันท์ กาหนดเสียงหนักเบา (คาครุ และคาลหุ) ไว้แน่นอนเป็นแบบแผนที่ยดถือกัน ถ้าอ่านเป็น ึ ทานองเสนาะ ก็จะทาให้รู้สึกถึงรสไพเราะเนื้อคสามได้ ดังตัวอย่าง
  • 27.
     ชะรอยว่าทิชาจารย์ ธคิดอ่านกะท่านเป็น รหัสเหตุประเภทเห็น ละแน่ชัดถนัดความ  และท่านมามุสาวาท มิกล้าอาจจะบอกตา พจีจริงพยายาม ไถลแสร้งแถลงสาร
  • 28.
    (๒) การเล่นเสียงสัมผัส ในฉันท์ของนายชิต บุรทัตมีทั้งสัมผัสนอกและสัมผัสใน โดยเฉพาะสัมผัส ในมีทั้งสัมผัสสระและสัมผัสพยัญชนะแพรวพราว คล้าย กับความไพเราะของกลอน (๓) การเล่นสัมผัสชุดคาและชุดเสียง (๔) มีการเล่นคา
  • 29.
    ๒. การใช้โวหาร สามัคคีเภทคาฉันท์มีความ ไพเราะงดงามอันเกิดจากสารที่กวีใช้ศิลปะในการถ่ายทอด ความหมายของเนื้อหาโดยการใช้สานวนโวหาร และการใช้ ภาพพจน์ เพื่อให้ผู้อ่านจินตนาการเห็นภาพชัดเจน เข้าใจ และเกิดอารมณ์คล้อยตาม ดังนี้ ๒.๑ บรรยายโวหาร ใช้คาให้เห็นภาพชัดเจนตามลาดับ เหตุการณ์ ๒.๒ พรรณนาโวหาร เป็นการสร้างมโนภาพให้ผู้อ่าน เกิดภาพขึ้นในใจ ๒.๓ อุปมาโวหาร เป็นการกล่าวเปรียบเทียบเพื่อให้ ผู้อ่านเข้าใจ