More Related Content
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
ใบงานที่ 13 การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส What's hot
PDF
PDF
PDF
PDF
PPTX
PDF
กรด เบสและสมดุลไอออน - Ion Equilibrium PDF
PDF
PDF
1 บทนำ แก๊สและสมบัติของแก๊ส PDF
PDF
PDF
PPT
อารยธรรมเมโสโปเตเมียและอียิปต์ PDF
PPTX
PDF
PPTX
PDF
DOC
ใบงาน ระบบต่อมไร้ท่อ นักเรียน PDF
Viewers also liked
PDF
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (T) PPT
PDF
การหายใจแสง พืช C4 พืช cam (t) PDF
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงlight PDF
การสังเคราะห์ด้วยแสง Photosynthesis PDF
การสังเคราะห์ด้วยแสง การค้นคว้า (T) PPTX
บทที่ 12 การสังเคราะห์ด้วยแสง PDF
การสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช PDF
เอกสารประกอบกิจกรรมการเรียนรู้ การศึกษาการสังเคราะห์ด้วยแสง PDF
PDF
การคายน้ำและการแลกเปลี่ยนแก๊ส PDF
ประวัติการสังเคราะห์ด้วยแสง PDF
การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช PDF
Hormone and response plant PPTX
PDF
บทที่ 15 การตอบสนองของพืช PPT
การค้นคว้าเกี่ยวกับการสังเคราะห์ด้วยแสง PDF
การตอบสนองของพืชต่อสิ่งแวดล้อม PPTX
PDF
การตอบสนองของพืชต่อสิ่งแวดล้อมแก้ไข Similar to กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง2
PPT
PDF
PDF
การสลายสารอาหารระดับเซลล์ PDF
PDF
การสลายสารอาหารเพื่อให้ได้พลังงาน - Energy of cell PDF
ชีววิทยาเรื่อง การหายใจระดับเซลล์ cellular respiration (t) PDF
PPTX
13.การสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช PPT
PDF
บทที่ 13 การสังเคราะห์ด้วยแสง PDF
เรื่อง การหายใจระดับเซลล์ cellular rispiration น้องๆสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติ... PDF
กลไกการเพิ่มความเข้มข้นของ Co2 ในcam PPT
PDF
PDF
PDF
เนื้อหาความเรียงเชิงวิชาการ PDF
PDF
ตัวอย่างความเรียงเชิงวิชาการ PPT
PPT
More from Anana Anana
PDF
ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อPhotosynthesis PDF
PDF
การแลกเปลี่ยนแก๊สและการคายน้ำ PDF
PDF
PDF
การปรับตัวของพืชเพื่อรับแสง PDF
สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช PDF
PDF
PDF
PDF
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง2
- 1.
- 2.
- 3.
ปฏิกิริยาแสง (Light Reaction)
LightReaction เกิดขึ ้นที่ เยื่อหุ้มไทลาคอยด์ โดยในแต่ละ
หน่วยการสังเคราะห์ด้วยแสงมีสารสี ประมาณ 200-400 โมเลกุล
โดยมี Chlorophyll a เป็ นศูนย์กลางปฏิกิริยา แบ่งเป็ น
ศูนย์กลางปฏิกิริยาในระบบแสง I (PS I) รับพลังงานแสงได้ ดีที่
700 nm และระบบแสง II (PS II) รับพลังงานแสงได้ ดีที่
680 nm มีสารสีที่รับพลังงานแสง และส่งให้ ศนย์กลาง
ู
ปฏิกิริยา เรี ยกว่า Antenna
- 4.
ปฏิกิริยาแสง
สารสีรับพลังงานแสง อิเล็กตรอนเปลี่ยนจาก GroundState
เป็ น Exited State และส่งพลังงานต่อให้ Chlorophyll a
ที่เป็ นศูนย์กลางปฏิกิริยา จนอิเล็กตรอนที่ ศูนย์กลางปฏิกิริยา หลุด
และเกิดการถ่ายทอดอิเล็กตรอนไปยังตัวรับอิเล็กตรอน ทําให้ เกิด
การสร้ างพลังงานเคมี ซึงเป็ นการเปลียนพลังงานแสงเป็ นพลังงาน
่ ่
เคมี
- 5.
พลังงานแสง ทําหน้ าที่ดังนี ้
1) กระตุ้นให้ อิเล็กตรอนของคลอโรฟิ ลล์มีพลังงานสูงขึ ้น
2) แยกสารละลายนํ ้าในปฏิกิริยาที่เรี ยกว่า โฟโตไลซิส
( Photolysis ) ทําให้ เกิดโปรตอน ( H + ) อเลกตรอน ( e- )
ิ ็
และ O2
3) ใช้ สร้ างสารอินทรี ย์พลังงานสูง 2 ชนิด คอ ATP , NADPH
ื
- 6.
- 7.
- 8.
การถ่ายทอดอิเล็กตรอนของคลอโรฟิ ลล์มี 2ลักษณะ คอ ื
1.การถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบไม่เป็ นวัฏจกร ( non-cyclic
ั
electron transfer) ใช้ PS I และ PS II การถ่ายทอด
อเลกตรอนวิธีนี ้ต้ องมีการสลายตัวของโมเลกุลนํ ้า เรี ยกว่า
ิ ็
กระบวนการโฟโตไลซส ( photolysis ) ซ่ง
ิ ึ
ค้ นพบโดยโรบิน ฮิลล์ ( Robin Hill ) อาจเรี ยกว่า ปฏิกริยา ิ
ฮิลล์ ( Hill reaction ) ปฏิกิริยานี ้นอกจากมีการแตกตัวของ
โมเลกลนํ ้าแล้ วยังมีการสร้ าง ATP และ NADPH
ุ
- 9.
เมื่อโมเลกุลของคลอโรฟิ ลล์เอ ที่เป็นศูนย์กลางของ PS II สญเสยู ี
อิเล็กตรอนไปให้ ตวรับอิเล็กตรอน โมเลกุลของคลอโรฟิ ลล์เอ จะไม่
ั
เสถียร จึงต้ องดึงอิเล็กตรอนมาจากโมเลกุลของนํ ้า ทําให้ ได้ แก๊ ส
ออกซิเจน และโปรตอน(H+) โปรตอนที่เกิดจากการสลายตัวของ
นํ ้าเกิดภายในลูเมน ขณะที่มีการส่งอิเล็กตรอน จะมีการ
เคลื่อนย้ ายโปรตอนจากสโตรมาเข้ าสูลเู มน ทําให้ เกิดความ
่
แตกต่างของโปรตอนระหว่างสโตรมากบลเู มน โปรตอนในลเู มนมี
ั
ความเข้ มข้ นมากกว่า จะถูกส่งไปยังสโตรมา ทําให้ มีการสังเคราะห์
ATP ขึ ้นในสโตรมา โดยมีเอนไซม์ ATP synthase ช่วย
ส่งเสริ มการทํางาน
- 11.
- 12.
- 13.
• กระบวนการที่มีการสังเคราะห์ ATPโดยใช้ แสงนี ้เรี ยกว่า
โฟโตฟอสโฟไรเลชน (Photophosphorylation)
ั
สามารถเขียนเป็ นปฏิกิริยาทางเคมีของการถ่ายทอดอิเล็กตรอน
แบบ ไมเ่ ป็ นวัฏจักร ได้ ดงนี ้
ั
H2O + ADP + Pi + NADP+ ------------> ATP +
NADPH + ½ O2
- 18.
- 19.
- 20.
2.การถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบเป็ นวัฏจกร (cyclic
ั
electron transfer) เป็ นการถ่ายทอดอิเล็กตรอนที่เกี่ยวข้ อง
กับระบบแสงเพียงระบบเดียว คือ PSI อิเล็กตรอนที่หลุดออก
จากรงควัตถุ PSI จะถูกส่งไปยังตัวรับอิเล็กตรอนต่างๆ จนถึง
เฟอริดอกซิน(ferredoxin ) cytochrome b complex
และพลาสโทไซยานิน ( plastocyanin ) ตามลําดับ เมื่อไมมี ่
NADP+ มารับอเลกตรอน เฟอริ ดอกซินจงสงอเลกตรอน
ิ ็ ึ ่ ิ ็
ย้อนกลบมาท่ี PSI อีกครังหนึง
ั ้ ่
- 21.
ในการถ่ายทอดอิเล็กตรอนครังนี ้จะทําให้ โปรตอนเคลื่อนย้ายจาก
้
สโตรมาเข้ าสูลเู มนเป็ นผลให้ เกิดความแตกต่างของความเข้ มข้ น
่
ของโปรตอนระหว่างลูเมนกับสโตรมา ทําให้มีการสะสมโปรตอน
ภายในลูเมนมากขึ ้นเป็ นแรงผลักดันให้ มีการเคลื่อนย้ ายโปรตอน
ออกสูสโตรมา เกิดการสังเคราะห์ ATP โดยไม่มี NADPH และ
่
ออกซิเจนเกิดขึ ้น
- 22.
- 25.
การถ่ ายทอดอิเล็กตรอนแบบไม่ การถ่ ายทอดอิเล็กตรอนแบบ
เป็ นวัฏจกร
ั เป็ นวัฏจกร
ั
อิเล็กตรอนหลุดออกจากระบบแสง 2 แล้ว อิเล็กตรอนหลุดออกจากระบบแสง
ส่งต่อไปให้ ระบบแสง 1 โดยรับอิเล็กตรอน 1 แล้ วกลับคืนสูระบบแสง 1
่
จากนํ ้ามาทดแทน ตามเดิม
มีการสร้าง ATP 2 ครัง (H+ จากนํ ้า
้ มีการสร้าง ATP 1 ครัง (H+ จาก
้
และ H+ จากไซโทโครม) ไซโทโครม)
มีการสร้าง NADPH ไมมีการสร้าง NADPH
่
มี O2 เกิดขึ ้น ไมมี O2 เกิดขึ ้น
่
เกี่ยวข้ องกับระบบแสง 1 และระบบแสง 2 เกี่ยวข้ องกับระบบแสง 1 เทานน
่ ั้
มีกระบวนการ Photolysis ไมมีกระบวนการ Photolysis
่
- 29.
ปฏิกิริยาการตรึ งคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2 fixation reaction)
เป็ นปฏิกิริยาที่ไม่ต้องใช้ แสง เกดภายในสโตรมาของ
ิ
คลอโรพลาสต์ โดยเป็ นปฏิกิริยาเคมีล้วนๆ (Chemical
reaction) ปฏิกิริยานี ้ไม่ต้องการแสงสว่าง แต่ต้องการ ATP
และ NADPH จากปฏิกิริยาที่ต้องใช้ แสง โดยนํามาใช้ ในการตรึง
คาร์ บอนไดออกไซด์ ดังนัน จึงเรี ยกปฏิกิริยานี ้ว่าปฏกริยาการตรึง
้ ิ ิ
คาร์บอนไดออกไซด์ ( carbondioxide fixation )
หนงสือหน้า 88-89 การทดลอง
ั
- 30.
เมลวน คลวน (Melvin Calvin ) แอนดรู เอ.เบนสัน
ิ ั ิ
(Andrew A. Benson) และคณะแห่งมหาวิทยาลัย
แคลิฟอร์ เนีย ท่ีเบริกเลย์ ได้ ทดลองและศึกษาเกี่ยวกับปฏิกิริยาที่ไม่
ต้ องใช้ แสง ผลการทดลองพบว่าปฏิกิริยาที่เกิดขึ ้นนันเกิด
้
ตอเน่ืองกนเป็ นวัฏจักร เรี ยกว่า วัฏจักรคัลวิน –
่ ั
เบนสัน ปั จจุบนเรี ยกว่า วฏจักรคัลวน (Calvin cycle)
ั ั ิ
จากการศึกษาของคัลวนและเบนสัน ยังพบอีกว่าสารชนิดแรกที่อยู่
ิ
ตัว ซึงเกิดขึ ้นในปฏิกิริยา คือ กรดฟอสโฟกลเี ซอริก
่
(phosphoglyceric acid หรือ PGA)
- 31.
วัฏจักรคัลวิน เป็ นกระบวนการที่พืชนําพลังงานเคมีที่ได้จาก
ปฏิกิริยาแสง ในรูปATP และ NADPH มาใช้ในการสร้าง
สารอนทรีย์ เป็ นปฏิกิริยาที่เกิดขึ ้นในสโตรมาของคลอโรพลาสต์
ิ
ประกอบด้ วยปฏิกิริยา 3 ขันตอน คือ
้
- คาร์บอกซเลชัน (Carboxylation)
ิ
- รีดกชัน (Reduction)
ั
- รีเจนเนอเรชัน (Regeneration)
- 34.
ปฏิกริยาขันตอนที่ 1 คาร์บอกซเลชัน(Carboxylation)
ิ ้ ิ
เป็ นปฏิกิริยาการรวมตัวระหว่างคาร์ บอนไดออกไซด์ กับ RuBP
(สารประกอบที่มีคาร์ บอน 5 อะตอม - ไรบูโลส 1,5 บิสฟอสเฟต :
Ribulose-1,5-bisphosphate) เกิดเป็ น PGA ขึ ้น 2
โมเลกุล ปฏิกิริยานี ้จะใช้ เอนไซม์รูบิสโก (Rubisco enzyme
:ไรบูโลส 1,5 บิสฟอสเฟตคาร์ บอกซเิ ลสออกซจีเนส –
ี
Ribulose-1,5-bisphosphate carboxylase
oxygenase)
- 35.
เริ่ มต้ นด้วยสารตังต้ น คือ RuBP ซึงเป็ นนํ ้าตาลที่มีคาร์ บอน 5
้ ่
อะตอม จะเข้ารวมตวกบ CO2 ได้ เป็ นสารประกอบใหม่ที่มี
ั ั
คาร์ บอน 6 อะตอม (Keto-acid) แต่สารนี ้จะไม่เสถียร จึง
สลายไปเป็ น PGA 2 โมเลกล (ต่อการตรึง CO2 1 โมเลกล
ุ ุ
ซึงแต่ละโมเลกุลของ PGA จะมีคาร์ บอน 3 อะตอม PGA นี ้
่
จึงถือว่าเป็ นสารประกอบอินทรี ย์ที่เสถียรชนิดแรกในการตรึง
คาร์ บอนไดออกไซด์
- 36.
- 37.
ปฏิกริยาขันตอนที่ 2 รีดกชัน(Reduction) เป็ นปฏิกิริยาที่
ิ ้ ั
โมเลกลของ PGA จะรับหมูฟอสเฟตจาก ATP กลายเป็ น 1, 3
ุ ่
บิสฟอสโฟกลเซอเรต (1, 3 -bisphosphoglycerate)
ี
จากนันจะถูกรี ดิวซ์ ไปเป็ นนํ ้าตาลที่มีคาร์ บอน 3 อะตอม ที่เรี ยกว่า
้
กลีเซอรัลดีไฮด์ 3 ฟอสเฟต (Glyceraldehyde 3-
phosphate : G3P) หรือฟอสโฟกลีเซอรัลดีไฮด์
(Phosphoglyceraldehyde : PGAL) โดยรับ
อิเล็กตรอนจาก NADPH ซึง PGAL เป็ นนํ ้าตาลที่มีคาร์ บอน 3
่
อะตอม และถือวาเป็นนํ ้าตาล ชนิดแรกที่เกิดขึ ้นในวัฏจักรคัลวิน
่
- 38.
6PGA + 6NADPH+ 6ATP 6PGAL + 6NADP+
+ 6ADP + 6Pi + 6H2O นําตาลตวแรกท่ เกดขึน
้ ั ี ิ ้
- 40.
ปฏิกริยาขันตอนที่ 3 รีเจนเนอเรชัน(Regeneration)
ิ ้
เป็ นขันตอนที่จะสร้ าง RuBP ขึ ้นมาใหม่ เพื่อกลับไปรับ CO2
้
อีกครัง ในการสร้ าง RuBP ซึงมีคาร์ บอนอะตอม 5 อะตอม ต้อง
้ ่
สร้ างจาก PGAL ซึงมีคาร์ บอน 3 อะตอม ขนตอนนี ้ต้องใช้ ATP
่ ั้
ดังนัน ปฏิกิริยาที่สมดุล คือ ต้ องใช้ PGAL จํานวน 5 โมเลกล
้ ุ
(5C3) เพื่อสร้ าง RuBP 3 โมเลกุล (3C5)
- 41.
- 42.
PGAL ที่เหลือ 1โมเลกุล พืชนําไปใช้ เช่น
เข้ ากระบวนการ cellular respiration
สร้ างเป็ น Glucose
สร้ างเป็ น carbohydrate ทีใหญ่ขึ ้น
่
ต้องทาอย่างไรให้ได้ Glucose 1 โมเลกุล ??
ํ
- 43.
การสังเคราะห์คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate
synthesis) เป็นปฏิกริยาที่ไม่ ได้ อยู่ในวัฏจักรคัลวน โดย
ิ ิ
เกดจากวฏจักรคัลวนท่ สมบรณ์ 1 วัฏจกร(มีการตรึง CO2
ิ ั ิ ี ู ั
3 โมเลกุล) จะมี PGAL สะสมไว้ 1 โมเลกุล
เม่ ือเกิดวัฏจักรคัลวนท่ สมดุล 2 วัฏจกร จะมี PGAL
ิ ี ั
สะสม 2 โมเลกุล ซ่ งพอท่ จะสังเคราะห์ นําตาลกลูโคส
ึ ี ้
ได้ 1 โมเลกุล
- 44.
ต้ องตรึง CO26 โมเลกล
ุ
6 CO2 + 12NADPH + 18ATP
2PGAL + 12NADP+ + 18ATP+ 18 Pi +
6H2O
- 45.
PGAL ถกใช้ในหลายกิจกรรม คอ
ู ื
1. สร้างเป็น RuBP ซึงเป็ นสารตัวกลางในวัฏจักรคัลวิน
่
2. ใช้ เป็ นสารตัวกลางในกระบวนการหายใจโดยเข้ าในช่วง
ไกลไคไลซิส ซึงจะเข้ าวัฏจักรเครบส์ และระบบถ่ายทอดอิเล็กตรอน
่
ต่อไป
4. สร้ างเป็ นสารที่มีโมเลกุลใหญ่ขึ ้น เช่น กลูโคส แปง เซลลูโลส
้
เพกทินหรื อไขมันต่อไป
- 46.
จากปฏิกิริยาขันที่ 1 จนถึงปฏิกิริยาขันที่3 เมื่อรวมสมการจะได้
้ ้
สมการรวม ดงนี ้
ั
6CO2 + 18ATP + 12NADPH + H+ C6H12O6 +
18Pi + 12NADP+ + 6H2O
สําหรับปฏิกิริยาการสังเคราะห์ด้วยแสงที่สมบูรณ์ คือ
6CO2 + 12H2O (มีแสง+ มีคลอโรฟิลล์ ) C6H12O6
+ 6O2 + 6H2O
- 47.