Energy transformation
การเปลี่ยนรู ปพลังงานและการหมุนเวียนสารเคมีในระบบนิเวศ
                                  Chloroplast และ
                                mitochondria เป็ น organelles
                                ที่เปลี่ยนพลังงานรู ปหนึ่งไปอีกรู ปหนึ่ง
                                 ในChloroplast เกิดกระบวนการ
                                photosynthesis ซึ่งพลังงานแสงถูก
                                เปลี่ยนเป็ นพลังงานสะสมใน
                                คาร์โบไฮเดรต
                                ที่ mitochondria เกิด
                                กระบวนการ cellular respiration
                                พลังงานที่เก็บไว้ในคาร์โบไฮเดรตจะถูก
                                เปลี่ยนเป็ นพลังงานในรู ป ATP ซึ่ง
                                สิ่ งมีชีวตจะนาไปใช้ในเซลล์ต่อไป
                                          ิ
                                 พลังงานบางส่ วนสู ญเสี ยไปกับความ
                                  มี
                                ร้อน
ATP (Adenosine triphosphate)
       เป็ นสารเคมีท่ มีพลังงานสูงพร้ อมที่จะแตกตัวปล่ อยให้
                      ี
พลังงานออกมาใช้ ท่ ใดที่หนึ่งได้
                   ี
เมื่อ ~P สลายภายในเซลล์ พลังงานบางส่ วนจะสูญเสียไปใน
รูปของความร้ อน และบางส่ วนถูกนาไปใช้ ทางาน และเมื่อ ATP
ถ่ ายทอด ~P ให้ กับโมเลกุลของสารอื่น โมเลกุลของสารนันจะได้ ้
พลังงานเพิ่มขึนด้ วย ทาให้ เกิดปฏิกิริยากับโมเลกุลอื่นต่ อไป ดังนัน
              ้                                                   ้
พลังงานจาก ATP สามารถทาให้ เกิดปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์ ได้
ATP เมื่อถูกใช้ แล้ วสามารถสร้ างกลับมาใหม่ ได้
พลังงานในรูป ATP ถูกนาไปใช้ ทางานต่ างๆภายในเซลล์
ATP สร้ างขึนอย่ างไร
                    ้

  เรียกกระบวนการสร้ าง ATP ว่ า
  Phosphorylation มีวธีการสร้ างหลายแบบ
                         ิ
1. Oxidative phosphorylation
2. Substrate phosphorylation
3. Photophosphorylation
Oxidative phosphorylation

   การสร้ าง ATP จาก
การถ่ ายทอด e- ผ่ านสาร
นา e- เช่ น NADH,
FADH2 ใน e-
transport chain ที่
mitochondria และ
มี O2 เป็ นตัวรับ e- ตัว
สุดท้ าย
Substrate phosphorylation


                  ATP ถูกสร้ างโดยการ
                  ถ่ ายทอด ~P จากสารที่
                  มีพันธะเคมีพลังงานสูง
                  กว่ ามายัง ADP
                  โดยตรง โดยมี
                  enzyme กระตุ้น
Photophosphorylation

     แสงทาให้ e- จากนา ถูกถ่ ายทอดไปตาม e-
                     ้
transport chain ใน chloroplast ได้ พลังงานใน
รูป ATP
Metabolic pathway
กระบวนการ metabolism เป็ นผลของปฏิกิริยาเคมีท่ เกิดขึน
                                               ี     ้
ในเซลล์
เริ่มต้ นจาก
               E1       E2       E3        E4

      A             B        C        D           E
ในแต่ ละขันตอนจะอาศัย enzymes เป็ นตัวเร่ งให้ เกิดปฏิกิริยา
          ้
Enzyme ช่ วยเร่ งให้ เกิดปฏิกิริยาโดยตัวเองไม่
เปลี่ยนแปลงเป็ นสารอื่น
    งปฏิกิริยาเฉพาะ
    เร่
    างานต้ องการ optimum factors
    การท
The induced fit between an enzyme
and its substrate
The catalytic cycle of an enzyme
อัตราการเร่ งปฏิกิริยาเคมีโดย enzyme ขึนกับ
                                       ้
   Temperture
   pH
   Inhibition (noncompetitive
   inhibition, Competitive inhibition)
Environmental factors affecting enzyme activity

   Temperature
pH
Inhibiton of enzyme activity
A substrate can normally
bind to the active site of an
enzyme


           Competitive
           inhibitor


         Noncompetitive
         inhibitor
Cofactor : Helpers of enzymes
enzymes หลายชนิดต้ องการ cofactor ที่ไม่ ใช่ โปรตีนช่ วยใน
การทางาน ตัวอย่ างเช่ น ions ได้ แก่ Mg ++, K+, Ca ++
cofactors อื่นๆ เช่ น organic molecules เมื่อรวมกับ
enzymes แล้ วจะเป็ นเหมือน carrier สาหรับ chemical
group หรือ e-
 Coenzymes หลายชนิดมีขนาดใหญ่ ร่ างกายไม่ สามารถสร้ าง
ได้ นอกจากการกิน vitamine เข้ าไป ซึ่ง vitamine หลายชนิด
เช่ น niacin, thamin (vit B1), riboflavin, folate และ
biotin เป็ นส่ วนสาคัญส่ วนหนึ่งของ coenzymes
      ตัวอย่ างเช่ น NAD+, NADP+, FAD
NAD+ = nicotinamide adenine dinucleotide
NAD+
พบในเซลล์
 างานร่ วมกับ enzyme โดยเป็ นตัวรับ e- ในปฏิกิริยา
 ท
oxidation-reduction
             Oxidation
    H
                 Dehydrogenase
R   C    R’ + NAD+            R   C   R’’ + NADH + H+
    OH                            O
                         Reduction
         NAD+ = oxidized coenzyme
         NADH = reduced coenzyme
Cellular respiration
รวมหมายถึง 2 กระบวนการ คือ
     Aerobic cellular respiration
     Fermentation
Aerobic cellular respiration
       เป็ นกระบวนการย่ อยสารอาหาร เพื่อให้ ได้ ATP และมี
O2 เป็ นตัวรับ e- ตัวสุดท้ าย

Organic
compounds + Oxygen             CO2 + H2O + energy
(food)
แต่ โดยทั่วไป cellular respiration จะ
อธิบายถึง Oxidation ของ glucose


6C6H12O6 + 6O2         6CO2 + 6H2O + energy
Fermentation
 นกระบวนการย่ อยสารอาหาร เพื่อให้ ได้ ATP โดย
  เป็
มี organic compounds เป็ นตัวรับ e-
 น anaerobic process
 เป็
 นการย่ อยสลาย glucose เพียงบางส่ วน ผลได้
 เป็
lactate (animal cell) หรือ CO2 + alcohol
(yeast)
 2 ATP
 ได้
Aerobic cellular respiration ประกอบด้ วย
Glycolysis
Krebs cycle
Electron transport chain (ETC) and
oxidative phosphorylation
Aerobic cellular respiration
เมื่อร่ างกายของเราเกิดการเผาผลาญ glucose ในเซลล์ แล้ ว ได้ product
ร่ างกายทาอย่ างไร
คนเราหายใน O2 เข้ าไปในปอด และรั บประทานอาหาร glucose ซึ่ง O2
และ glucose เข้ าไปในกระแสเลือด แล้ วเข้ าไปในเซลล์
Glycolysis เกิดขึนที่ cytoplasm ได้ pyruvate
                  ้
Pyruvate เข้ าไปใน mitochondria และถูกเผาผลาญต่ อไป จนได้
CO2 + H2O + พลังงานในรู ป ATP
 2 , H2O และ ATP แพร่ ออกจาก mitochondria ไปยัง
 CO
cytoplasm
ATP ถูกนาไปใช้ ประโยชน์ ภายในเซลล์ CO2 แพร่ ออกจากเซลล์ เข้ าไป
ในกระแสเลือด และหายใจออกไป ส่ วน H2O จะถูกนาไปใช้ ในเซลล์
Glycolysis
โปรตีนที่อยู่ท่ ผิวของ mitochondria จะขนส่ ง pyruvate
                ี
เข้ าไปใน mitochondria




 Net: 2 Pyruvate          2 Acetyl CoA + 2NADH
             2C2O         ออกจากเซลล์
Krebs cycle
เกิดที่
mitochondria
matrix
ใน 2 Krebs cycle / 1 Glucose
2 Acetyl CoA     4CO2
+ 6NADH2
               e- transport chain
+2 FADH2
+ 2 ATP (substrate level
phosphorylation)
The pathway of
electron transport
 ETC ประกอบด้ วย
 electron carrier
 molecules (ตัวรั บ e-)ที่ อยู่
 ใน inner mitochondrial
 membrane
  วรั บ e- จะรั บเฉพาะ e-
  ตั
  + จะถูกปล่ อยออกมาและถูก
    H
 ส่ งออกไปที่
 intermembrane space
 จะเป็ นตัวรั บ e- ตัวสุดท้ าย
 O2
แล้ วรวมกับ H+ กลายเป็ น H2O
½ O2 + 2e- + 2H+           H20

สรุ ปว่ า
 ETC ไม่ ทาให้ สร้ าง ATP
โดยตรง แต่ ทาให้ เกิด H+
gradient ที่ผนังด้ านในของ
mitochondria ซึ่งทาให้ สะสม
พลังงานมากพอที่จะทาให้ เกิด
phosphorylation
 ATP synthase เป็ น
protein cmplex ทาหน้ าที่
สังเคราะห์ ATP ซึ่งจะทางานได้
โดยการไหลผ่ านของ H+
การสร้ าง ATP แบบนีเ้ รี ยกว่ า
Chemiosmotic ATP
synthesis
Electron transport chain and oxidative phosphorylation
Review: how each molecules of glucose yields many
ATP molecules during cellular respiration
Fermentation
     (Backup ATP production)

Glycolysis     Pyruvate        Lactate (animal)
                               CO2 + alcohol (yeast)

 หรือ อาจจะได้ product อื่นๆ ขึนอยู่กับ enzyme ใน
                               ้
 สิ่งมีชีวิตนัน
              ้
ผลของ fermentation จะได้ 2ATP
 NADH ที่ได้ จาก fermantation จะถูก
เปลี่ยนเป็ น NAD+ เพื่อใช้ ใน glycolysis ได้
Alcohol fermentation (yeast)
Lactic acid fermentation (animal cell)
Pyruvate as a key junction in catabolism

                             ผลของ Glycolysis
                             คือ pyruvate ซึ่งจะ
                             ถูกเผาผลาญต่ อไปด้ วย
                             fermentation หรื อ
                             aerobic cellular
                             respiration แล้ วแต่
                             ว่ าจะอยู่ในภาวะที่มี O2
                             หรื อไม่ สาหรั บเซลล์ ท่ ี
                             สามารถเกิด
                             กระบวนการหายใจได้
                             ทัง 2 แบบ
                                ้
 งแม้ ว่า fermantation จะได้ พลังงานน้ อย แต่ กสาคัญเพราะว่ าทาให้ ได้
  ถึ                                                ็
ATP อย่ างรวดเร็ว ในร่ างกายของเรา muscle cell จะเกิด
fermentation มากในขณะที่ร่างกายทางานหนักในระยะเวลาสัน เช่ น วิ่ง้
fermentation เป็ นกระบวนการให้ เกิด ATP และ lactate ใน
muscle cell ในตอนแรก เมื่อมีจานวนมากขึนทาให้ เกิดอาการเมื่อยล้ า
                                               ้
เนื่องจากมีสภาพเป็ นกรดมาก เมื่อหยุดวิ่งร่ างกายหายใจแรงเป็ นการนาเอา
O2 มาใช้ เพิ่มมากขึน lactate จะถูกส่ งไปที่ตับ และถูกเปลี่ยนเป็ น
                   ้
pyruvate
ในเซลล์ ของยีส ถ้ ามี glucose จานวนมาก ยีสจะหายใจแบบ
anaerobic ได้ เป็ น alcohol เมื่อมี alcohol เพิ่มจานวนมากขึนจะทา
                                                           ้
ให้ ยีสตายได้
จากการที่ค้นพบกระบวนการ fermentation จึงนามาใช้ ประโยชน์ ได้
มากมาย
The catabolism of
various food molecules
ร่ างกายของเราได้ พลังงานส่ วน
ใหญ่ จาก fats, proteins,
disaccharides และ
polysaccharides ที่กน         ิ
เข้ าไป โมเลกุลเหล่ านีถกย่ อย
                        ู้
ให้ เป็ นโมเลกุลที่เล็กลงด้ วย
enzymes ซึ่งสามารถจะเข้ า
ไปในกระบวนการ
glycolysis หรื อ Krebs
cycle ได้
The control of
cellular respiration
 กลไกที่ควบคุมกระบวนการย่ อย
สารอาหารให้ ได้ พลังงาน หรื อการ
สังเคราะห์ ในร่ างกาย ส่ วนใหญ่ เป็ น
feedback inhibition
กระบวนการ Glycolysis และ
Krebs cycle ควบคุมโดย
Phosphofructokinase
 มาณ ATP, ADP และ AMP มีผลต่ อการทางานของ
 ปริ
Phosphofructokinase
 ADP, AMP เป็ น allosteric activators ถ้ ามีมากจะ
เร่ งการทางานของ enzyme ให้ มาก มีผลให้ Glycolysis
และ Krebs cycle เกิดมากขึน ดังนัน ATP จะมีปริมาณ
                          ้      ้
มากขึน ้
  Citrate และ ATP เป็ น allosteric inhibitors ถ้ ามี
มาก enzyme ตัวนีจะทางานน้ อย ดังนัน glycolysis เกิด
                 ้                ้
น้ อย acetyl Co A จะมีปริมาณน้ อยด้ วย
Photosynthesis

แบ่ งออกเป็ น 2 ขันตอน
                  ้
1. Light reactions
2. Calvin cycle
Light reactions:
 ดขึนที่ thylakoid membranes
 เกิ ้
 นกระบวนการที่เปลี่ยนพลังงานแสงไปเป็ นพลังงานเคมี
 เป็
ของ ATP และ NADPH
 O2 ออกมาสู่บรรยากาศ
 ให้
Calvin cycle reactions:
 ดขึนที่ stroma
 เกิ ้
 นกระบวนการที่ใช้ CO2 สร้ างเป็ น sugur โดยใช้
 เป็
พลังงานที่ได้ จาก Light reaction (ATP, NADPH)
 ADP, Pi, NADP+กลับไปใช้ ใน light reaction
 ให้
Comparison of aerobic cellular respiration
and photosynthesis

 Differences:
                   Photosynthesis
 Energy + 6CO2 + 6H2O       C6H12O6 +6O2
                   Aerobic cellular
                     respiration

ชีววิทยาเรื่อง การหายใจระดับเซลล์ cellular respiration (t)

  • 1.
  • 2.
    การเปลี่ยนรู ปพลังงานและการหมุนเวียนสารเคมีในระบบนิเวศ  Chloroplast และ mitochondria เป็ น organelles ที่เปลี่ยนพลังงานรู ปหนึ่งไปอีกรู ปหนึ่ง  ในChloroplast เกิดกระบวนการ photosynthesis ซึ่งพลังงานแสงถูก เปลี่ยนเป็ นพลังงานสะสมใน คาร์โบไฮเดรต ที่ mitochondria เกิด กระบวนการ cellular respiration พลังงานที่เก็บไว้ในคาร์โบไฮเดรตจะถูก เปลี่ยนเป็ นพลังงานในรู ป ATP ซึ่ง สิ่ งมีชีวตจะนาไปใช้ในเซลล์ต่อไป ิ  พลังงานบางส่ วนสู ญเสี ยไปกับความ มี ร้อน
  • 3.
    ATP (Adenosine triphosphate) เป็ นสารเคมีท่ มีพลังงานสูงพร้ อมที่จะแตกตัวปล่ อยให้ ี พลังงานออกมาใช้ ท่ ใดที่หนึ่งได้ ี
  • 4.
    เมื่อ ~P สลายภายในเซลล์พลังงานบางส่ วนจะสูญเสียไปใน รูปของความร้ อน และบางส่ วนถูกนาไปใช้ ทางาน และเมื่อ ATP ถ่ ายทอด ~P ให้ กับโมเลกุลของสารอื่น โมเลกุลของสารนันจะได้ ้ พลังงานเพิ่มขึนด้ วย ทาให้ เกิดปฏิกิริยากับโมเลกุลอื่นต่ อไป ดังนัน ้ ้ พลังงานจาก ATP สามารถทาให้ เกิดปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์ ได้
  • 5.
    ATP เมื่อถูกใช้ แล้วสามารถสร้ างกลับมาใหม่ ได้
  • 6.
    พลังงานในรูป ATP ถูกนาไปใช้ทางานต่ างๆภายในเซลล์
  • 7.
    ATP สร้ างขึนอย่างไร ้ เรียกกระบวนการสร้ าง ATP ว่ า Phosphorylation มีวธีการสร้ างหลายแบบ ิ 1. Oxidative phosphorylation 2. Substrate phosphorylation 3. Photophosphorylation
  • 8.
    Oxidative phosphorylation การสร้ าง ATP จาก การถ่ ายทอด e- ผ่ านสาร นา e- เช่ น NADH, FADH2 ใน e- transport chain ที่ mitochondria และ มี O2 เป็ นตัวรับ e- ตัว สุดท้ าย
  • 9.
    Substrate phosphorylation ATP ถูกสร้ างโดยการ ถ่ ายทอด ~P จากสารที่ มีพันธะเคมีพลังงานสูง กว่ ามายัง ADP โดยตรง โดยมี enzyme กระตุ้น
  • 10.
    Photophosphorylation แสงทาให้ e- จากนา ถูกถ่ ายทอดไปตาม e- ้ transport chain ใน chloroplast ได้ พลังงานใน รูป ATP
  • 11.
    Metabolic pathway กระบวนการ metabolismเป็ นผลของปฏิกิริยาเคมีท่ เกิดขึน ี ้ ในเซลล์ เริ่มต้ นจาก E1 E2 E3 E4 A B C D E ในแต่ ละขันตอนจะอาศัย enzymes เป็ นตัวเร่ งให้ เกิดปฏิกิริยา ้
  • 12.
    Enzyme ช่ วยเร่งให้ เกิดปฏิกิริยาโดยตัวเองไม่ เปลี่ยนแปลงเป็ นสารอื่น  งปฏิกิริยาเฉพาะ เร่  างานต้ องการ optimum factors การท
  • 13.
    The induced fitbetween an enzyme and its substrate
  • 14.
    The catalytic cycleof an enzyme
  • 15.
    อัตราการเร่ งปฏิกิริยาเคมีโดย enzymeขึนกับ ้ Temperture pH Inhibition (noncompetitive inhibition, Competitive inhibition)
  • 16.
    Environmental factors affectingenzyme activity Temperature
  • 17.
  • 18.
    Inhibiton of enzymeactivity A substrate can normally bind to the active site of an enzyme Competitive inhibitor Noncompetitive inhibitor
  • 19.
    Cofactor : Helpersof enzymes enzymes หลายชนิดต้ องการ cofactor ที่ไม่ ใช่ โปรตีนช่ วยใน การทางาน ตัวอย่ างเช่ น ions ได้ แก่ Mg ++, K+, Ca ++ cofactors อื่นๆ เช่ น organic molecules เมื่อรวมกับ enzymes แล้ วจะเป็ นเหมือน carrier สาหรับ chemical group หรือ e-  Coenzymes หลายชนิดมีขนาดใหญ่ ร่ างกายไม่ สามารถสร้ าง ได้ นอกจากการกิน vitamine เข้ าไป ซึ่ง vitamine หลายชนิด เช่ น niacin, thamin (vit B1), riboflavin, folate และ biotin เป็ นส่ วนสาคัญส่ วนหนึ่งของ coenzymes ตัวอย่ างเช่ น NAD+, NADP+, FAD
  • 20.
    NAD+ = nicotinamideadenine dinucleotide
  • 21.
    NAD+ พบในเซลล์  างานร่ วมกับenzyme โดยเป็ นตัวรับ e- ในปฏิกิริยา ท oxidation-reduction Oxidation H Dehydrogenase R C R’ + NAD+ R C R’’ + NADH + H+ OH O Reduction NAD+ = oxidized coenzyme NADH = reduced coenzyme
  • 22.
    Cellular respiration รวมหมายถึง 2กระบวนการ คือ Aerobic cellular respiration Fermentation
  • 23.
    Aerobic cellular respiration เป็ นกระบวนการย่ อยสารอาหาร เพื่อให้ ได้ ATP และมี O2 เป็ นตัวรับ e- ตัวสุดท้ าย Organic compounds + Oxygen CO2 + H2O + energy (food)
  • 24.
    แต่ โดยทั่วไป cellularrespiration จะ อธิบายถึง Oxidation ของ glucose 6C6H12O6 + 6O2 6CO2 + 6H2O + energy
  • 25.
    Fermentation  นกระบวนการย่ อยสารอาหารเพื่อให้ ได้ ATP โดย เป็ มี organic compounds เป็ นตัวรับ e-  น anaerobic process เป็  นการย่ อยสลาย glucose เพียงบางส่ วน ผลได้ เป็ lactate (animal cell) หรือ CO2 + alcohol (yeast)  2 ATP ได้
  • 26.
    Aerobic cellular respirationประกอบด้ วย Glycolysis Krebs cycle Electron transport chain (ETC) and oxidative phosphorylation
  • 27.
  • 28.
    เมื่อร่ างกายของเราเกิดการเผาผลาญ glucoseในเซลล์ แล้ ว ได้ product ร่ างกายทาอย่ างไร คนเราหายใน O2 เข้ าไปในปอด และรั บประทานอาหาร glucose ซึ่ง O2 และ glucose เข้ าไปในกระแสเลือด แล้ วเข้ าไปในเซลล์ Glycolysis เกิดขึนที่ cytoplasm ได้ pyruvate ้ Pyruvate เข้ าไปใน mitochondria และถูกเผาผลาญต่ อไป จนได้ CO2 + H2O + พลังงานในรู ป ATP  2 , H2O และ ATP แพร่ ออกจาก mitochondria ไปยัง CO cytoplasm ATP ถูกนาไปใช้ ประโยชน์ ภายในเซลล์ CO2 แพร่ ออกจากเซลล์ เข้ าไป ในกระแสเลือด และหายใจออกไป ส่ วน H2O จะถูกนาไปใช้ ในเซลล์
  • 29.
  • 30.
    โปรตีนที่อยู่ท่ ผิวของ mitochondriaจะขนส่ ง pyruvate ี เข้ าไปใน mitochondria Net: 2 Pyruvate 2 Acetyl CoA + 2NADH 2C2O ออกจากเซลล์
  • 31.
  • 32.
    ใน 2 Krebscycle / 1 Glucose 2 Acetyl CoA 4CO2 + 6NADH2 e- transport chain +2 FADH2 + 2 ATP (substrate level phosphorylation)
  • 33.
    The pathway of electrontransport ETC ประกอบด้ วย electron carrier molecules (ตัวรั บ e-)ที่ อยู่ ใน inner mitochondrial membrane  วรั บ e- จะรั บเฉพาะ e- ตั  + จะถูกปล่ อยออกมาและถูก H ส่ งออกไปที่ intermembrane space
  • 34.
     จะเป็ นตัวรับ e- ตัวสุดท้ าย O2 แล้ วรวมกับ H+ กลายเป็ น H2O ½ O2 + 2e- + 2H+ H20 สรุ ปว่ า  ETC ไม่ ทาให้ สร้ าง ATP โดยตรง แต่ ทาให้ เกิด H+ gradient ที่ผนังด้ านในของ mitochondria ซึ่งทาให้ สะสม พลังงานมากพอที่จะทาให้ เกิด phosphorylation
  • 35.
     ATP synthaseเป็ น protein cmplex ทาหน้ าที่ สังเคราะห์ ATP ซึ่งจะทางานได้ โดยการไหลผ่ านของ H+ การสร้ าง ATP แบบนีเ้ รี ยกว่ า Chemiosmotic ATP synthesis
  • 36.
    Electron transport chainand oxidative phosphorylation
  • 37.
    Review: how eachmolecules of glucose yields many ATP molecules during cellular respiration
  • 38.
    Fermentation (Backup ATP production) Glycolysis Pyruvate Lactate (animal) CO2 + alcohol (yeast) หรือ อาจจะได้ product อื่นๆ ขึนอยู่กับ enzyme ใน ้ สิ่งมีชีวิตนัน ้
  • 39.
    ผลของ fermentation จะได้2ATP  NADH ที่ได้ จาก fermantation จะถูก เปลี่ยนเป็ น NAD+ เพื่อใช้ ใน glycolysis ได้
  • 40.
  • 41.
  • 42.
    Pyruvate as akey junction in catabolism ผลของ Glycolysis คือ pyruvate ซึ่งจะ ถูกเผาผลาญต่ อไปด้ วย fermentation หรื อ aerobic cellular respiration แล้ วแต่ ว่ าจะอยู่ในภาวะที่มี O2 หรื อไม่ สาหรั บเซลล์ ท่ ี สามารถเกิด กระบวนการหายใจได้ ทัง 2 แบบ ้
  • 43.
     งแม้ ว่าfermantation จะได้ พลังงานน้ อย แต่ กสาคัญเพราะว่ าทาให้ ได้ ถึ ็ ATP อย่ างรวดเร็ว ในร่ างกายของเรา muscle cell จะเกิด fermentation มากในขณะที่ร่างกายทางานหนักในระยะเวลาสัน เช่ น วิ่ง้ fermentation เป็ นกระบวนการให้ เกิด ATP และ lactate ใน muscle cell ในตอนแรก เมื่อมีจานวนมากขึนทาให้ เกิดอาการเมื่อยล้ า ้ เนื่องจากมีสภาพเป็ นกรดมาก เมื่อหยุดวิ่งร่ างกายหายใจแรงเป็ นการนาเอา O2 มาใช้ เพิ่มมากขึน lactate จะถูกส่ งไปที่ตับ และถูกเปลี่ยนเป็ น ้ pyruvate ในเซลล์ ของยีส ถ้ ามี glucose จานวนมาก ยีสจะหายใจแบบ anaerobic ได้ เป็ น alcohol เมื่อมี alcohol เพิ่มจานวนมากขึนจะทา ้ ให้ ยีสตายได้ จากการที่ค้นพบกระบวนการ fermentation จึงนามาใช้ ประโยชน์ ได้ มากมาย
  • 44.
    The catabolism of variousfood molecules ร่ างกายของเราได้ พลังงานส่ วน ใหญ่ จาก fats, proteins, disaccharides และ polysaccharides ที่กน ิ เข้ าไป โมเลกุลเหล่ านีถกย่ อย ู้ ให้ เป็ นโมเลกุลที่เล็กลงด้ วย enzymes ซึ่งสามารถจะเข้ า ไปในกระบวนการ glycolysis หรื อ Krebs cycle ได้
  • 45.
    The control of cellularrespiration  กลไกที่ควบคุมกระบวนการย่ อย สารอาหารให้ ได้ พลังงาน หรื อการ สังเคราะห์ ในร่ างกาย ส่ วนใหญ่ เป็ น feedback inhibition กระบวนการ Glycolysis และ Krebs cycle ควบคุมโดย Phosphofructokinase
  • 46.
     มาณ ATP,ADP และ AMP มีผลต่ อการทางานของ ปริ Phosphofructokinase  ADP, AMP เป็ น allosteric activators ถ้ ามีมากจะ เร่ งการทางานของ enzyme ให้ มาก มีผลให้ Glycolysis และ Krebs cycle เกิดมากขึน ดังนัน ATP จะมีปริมาณ ้ ้ มากขึน ้  Citrate และ ATP เป็ น allosteric inhibitors ถ้ ามี มาก enzyme ตัวนีจะทางานน้ อย ดังนัน glycolysis เกิด ้ ้ น้ อย acetyl Co A จะมีปริมาณน้ อยด้ วย
  • 47.
    Photosynthesis แบ่ งออกเป็ น2 ขันตอน ้ 1. Light reactions 2. Calvin cycle
  • 49.
    Light reactions:  ดขึนที่thylakoid membranes เกิ ้  นกระบวนการที่เปลี่ยนพลังงานแสงไปเป็ นพลังงานเคมี เป็ ของ ATP และ NADPH  O2 ออกมาสู่บรรยากาศ ให้
  • 50.
    Calvin cycle reactions: ดขึนที่ stroma เกิ ้  นกระบวนการที่ใช้ CO2 สร้ างเป็ น sugur โดยใช้ เป็ พลังงานที่ได้ จาก Light reaction (ATP, NADPH)  ADP, Pi, NADP+กลับไปใช้ ใน light reaction ให้
  • 51.
    Comparison of aerobiccellular respiration and photosynthesis Differences: Photosynthesis Energy + 6CO2 + 6H2O C6H12O6 +6O2 Aerobic cellular respiration