1.4 สถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน
สถิติศาสตร์เชิงพรรณนา (Descriptive statistic)
เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่สรุปสาระสาคัญของข้อมูลชุดหนึ่ง ซึ่งเป็น
ข้อมูลเชิงคุณภาพหรือข้อมูลเชิงปริมาณ เพื่ออธิบายลักษณะหรือสภาพ
ของข้อมูลชุดนั้นว่าเป็นอย่างไรโดยทั่วไปข้อมูลเชิงคุณภาพจะใช้การนาเสนอ
ด้วยตารางความถี่ แผนภูมิแท่ง ฐานนิยม และอื่น ๆ ส่วนข้อมูลเชิง
ปริมาณจะใช้การนาเสนอด้วยฮิสโทแกรม แผนภาพกล่องค่าต่าสุด ค่าสูงสุด
ค่าเฉลี่ย และอื่น ๆ
การวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งได้เป็นสถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและ
สถิติศาสตร์เชิงอนุมาน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ตัวอย่างของการใช้สถิติศาสตร์เชิงพรรณนา
1. คะแนนต่าสุดในการสอบกลางภาควิชาคณิตศาสตร์ คือ 7 คะแนน
2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั้งหมดของโรงเรียนแห่งนี้
โดยทั่วไปที่เก็บรวบรวมมาได้อาจมีจานวนมากหรือเก็บรวบรวมไม่เป็น
ระบบจึงไม่สามารถนามาอธิบายลักษณะที่สาคัญของข้อมูลได้ชัดเจน
จึงต้องใช้วิธีการของสถิติศาสตร์เชิงพรรณนาในการสรุปผลจาก
ข้อมูลด้วยการนาเสนอข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้สามารถอ่านและ
แปลความหมายของข้อมูลได้ง่ายขึ้น
เช่น คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้องหนึ่ง
จานวน 50 คน เก็บรวบรวมมาได้ดังนี้
81 79 74 50 47 53 66
62 98 70 77 73 86 73
52 69 85 64 54 78 81
80 74 95 70 72 93 62
58 91 50 69 45 85 82
78 68 78 67 49 49 55
67 67 89 58 53 55 90
59
จากข้อมูลข้างต้น อาจใช้วิธีของสถิติศาสตร์เชิงพรรณนาในการนาเสนอ
ข้อมูลด้วยตาราง โดยแบ่งตามช่วงคะแนนที่ได้
จะเห็นว่าการนาเสนอข้อมูลด้วยตารางจะทาให้อ่านและแปลความหมาย
ของข้อมูลได้ง่ายกว่าการพิจารณาจากข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาได้ทั้งหมดโดย
ที่ยังไม่ได้จัดกลุ่มข้อมูลในรูปของตาราง
คะแนนสอบ จานวนนักเรียน (คน)
45 – 50 6
51 - 60 9
61 - 70 12
71 - 80 11
81 - 90 8
91 – 100 4
รวม 50
การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยทั่วไปอาจมีข้อจากัดทางด้านเวลาและทรัพยากร
ที่มี ทาให้ไม่สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลที่สนใจจากทุกหน่วยงานในขอบข่าย
ที่ศึกษาได้ทั้งหมด ข้อมูลที่นามาใช้จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของประชากร
เท่านั้น เช่น ปริมาณน้าตาลในชานมไข่มุก 1 แก้ว จากแต่ละร้านใน
กรุงเทพมหานคร หากต้องการเก็บรวบรวมข้อมูลปริมาณน้าตาลใน
ชานมไข่มุก 1 แก้ว จากทุกร้านในกรุงเทพมหานคร อาจต้องใช้เวลา
กาลังคน และงบประมาณจานวนมาก ดังนั้น อาจจะเก็บรวบรวมข้อมูล
ปริมาณน้าตาลในชานมไข่มุก 1 แก้ว จากบางร้านในกรุงเทพมหานคร
แล้วใช้สถิติศาสตร์เชิงอนุมานในการหาข้อสรุปเกี่ยวกับปริมาณน้าตาลใน
ชานมไข่มุก 1 แก้ว จากทุกร้านในกรุงเทพมหานคร
1.4 สถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน (ต่อ)
การวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งได้เป็นสถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและ
สถิติศาสตร์เชิงอนุมาน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ตัวอย่างของการใช้สถิติศาสตร์เชิงอนุมาน
ในการสารวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยที่มี
อายุ 15 ปีขึ้นไป ใน พ.ศ. 2559 ซึ่งจัดทาโดยสานักงานสถิติ
แห่งชาติร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้มี
การเก็บรวบรวมข้อมูลในเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ พ.ศ.
2560 จากคนไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ ที่เลือกเป็น
ตัวอย่างจานวน 63,060 คน และได้ข้อสรุปดังแสดงในรูปที่ 2
ซึ่งอาจสรุปได้ว่าวัตถุประสงค์หลักอันดับที่ 1 ในการเดินทาง
ท่องเที่ยวของคนไทยทั้งประเทศที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ใน พ.ศ.
2559 คือการเยี่ยมครอบครัว / ญาติ / เพื่อน ซึ่งคิดเป็น 33.1%
จากที่กล่าวมา จะเห็นว่าสถิติศาสตร์ครอบคลุมเรื่องของข้อมูล
และการจัดการกับข้อมูลเพื่อให้ได้ผลสรุปที่สามารถนาไปใช้
ประโยชน์ได้ โดยมีองค์ประกอบที่สาคัญ เช่น การเก็บรวบรวม
ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการสรุปผลจากข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

1.4 สถิติเชิงอนุมาน