ความสาคัญของโครงงานคณิตศาสตร์
ปรีชา เนาว์เย็นผล (2554: 11 - 14) เสนอว่าโครงงานคณิตศาสตร์ มีความสาคัญต่อ
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ในประเด็นต่าง ๆ พอสรุปได้ดังนี้
1. โครงงานคณิตศาสตร์ในฐานะที่เป็นวิธีการหรือกิจกรรมการเรียนรู้
2. โครงงานคณิตศาสตร์เป็นช่องทางให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้
3. การจัดทาโครงงานทาให้เกิดการทบทวนเนื้อหาสาระของคณิตศาสตร์
4. โครงงานคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ใหม่อย่างต่อเนื่องและเป็น
ระบบ
5. โครงงานคณิตศาสตร์ทาให้เกิดผลิตผลของการศึกษาค้นคว้า
มีต่อ
ความสาคัญของโครงงานคณิตศาสตร์
6. โครงงานคณิตศาสตร์เป็นกิจกรรมเตรียมการและฝึกฝนนักวิจัยขั้นต้น
7. โครงงานคณิตศาสตร์เป็นกิจกรรมที่เอื้ออานวยต่อการพัฒนาทักษะและกระบวนการทาง
คณิตศาสตร์ทางด้านต่าง ๆ ดังนี้
7.1 ฝึกการแก้ปัญหา
7.2 ฝึกการให้เหตุผล
7.2 ฝึกการเชื่อมโยงความรู้ทางคณิตศาสตร์
7.3 ฝึกการสื่อสารการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การนาเสนอและการใช้ตัวแทน
7.4 การคิดหาหัวข้อโครงงานต้องมีความแปลกใหม่
ขั้นตอนการทาโครงงานคณิตศาสตร์
ชัยศักดิ์ลีลาจรัสกุล(ม.ป.ป.,หน้า8-13)ได้ให้ขั้นตอนการทาโครงงานคณิตศาสตร์ดังนี้
1.การคิดจะเลือกหัวเรื่องหรือปัญหาที่จะศึกษา
เป็นขั้นตอนลาดับแรกของการทาโครงงานดังนั้นจึงเป็นขั้นตอนที่สาคัญที่สุดและยากที่สุดหัวเรื่องหรือปัญหาที่จะศึกษา
นั้นควรให้นักเรียนเป็นผู้คิดและเลือกด้วยตนเองโดยที่หัวข้อเรื่องของโครงงานควรมีความเฉพาะเจาะจงและชัดเจนมุ่งชัดว่าจะ
ศึกษาสิ่งใดหรือตัวแปรใดและควรเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ซึ่งแสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ด้วยหัวเรื่องนี้ส่วนใหญ่จะได้มาจาก
ความสนใจความสงสัยและความอยากรู้อยากเห็นของนักเรียนเองในเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ครูสอนในห้องเรียนหรือ
นอกห้องเรียนหรือจากสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวการอภิปรายร่วมกับครูและเพื่อน ๆการอ่านหนังสือหรือเอกสารต่างๆการไปศึกษา
นอกสถานที่การฟังการบรรยายทางวิชาการในโอกาสต่างๆรวมทั้งรายการวิทยุและโทรทัศน์การไปชมงานแสดงโครงงาน
ต่างๆหรืออาจได้แนวคิดจากงานอดิเรกของนักเรียนข้อควรคานึงเกี่ยวกับการคัดเลือกหัวเรื่องที่จะทาโครงงานคือเหมาะกับ
ระดับความรู้ของนักเรียนเหมาะสมกับความสามารถของนักเรียนวัสดุอุปกรณ์ที่จาเป็นต้องใช้งบประมาณเพียงพอระยะเวลาที่
ใช้ทาโครงงานมีอาจารย์หรือผู้ทรงคุณวุฒิรับเป็นที่ปรึกษาความปลอดภัยและมีแหล่งความรู้หรือเอกสารเพียงพอที่จะค้นคว้า
มีต่อ
ขั้นตอนการทาโครงงานคณิตศาสตร์
2.การวางแผนในการทาโครงงาน
ขั้นตอนนี้เป็นการวางแผนในการทาโครงงานรวมถึงการเขียนเค้าโครงของโครงงานซึ่งต้องมีการวางแผนหรือวางรูปโครงงานไว้
ล่วงหน้าเพื่อให้การดาเนินการเป็นไปอย่างรัดกุมและรอบคอบไม่สับสนแล้วนาเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอความเห็นชอบ
ก่อนดาเนินการขั้นต่อไปเค้าโครงของโครงงานโดยทั่วๆไปจะเขียนขึ้นเพื่อแสดงแนวคิดแผนงานและขั้นตอนของการทา
โครงงานซึ่งประกอบด้วย
2.1ชื่อโครงงานควรเป็นข้อความที่กะทัดรัดชัดเจนสื่อความหมายตรงและมีความเฉพาะเจาะจงว่าจะศึกษาอะไร
2.2ชื่อผู้ทาโครงงาน
2.3ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน
2.4ที่มาและความสาคัญของโครงงานอธิบายว่าเหตุใดจึงเลือกทาโครงงานเรื่องนี้มีความสาคัญอย่างไรมีหลักการหรือ
ทฤษฎีอะไรที่เกี่ยวข้องเรื่องที่ทาเป็นเรื่องใหม่หรือมีผู้อื่นได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องทานองนี้ไว้บ้างแล้วถ้ามีได้ผลเป็นอย่างไรเรื่องที่ทา
ได้ขยายเพิ่มเติมปรับปรุงจากเรื่องที่ผู้อื่นทาไว้อย่างไรหรือเป็นการทาซ้าเพื่อตรวจสอบผล
มีต่อ
ขั้นตอนการทาโครงงานคณิตศาสตร์
2.5จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้าควรมีความเฉพาะเจาะจงและเป็นสิ่งที่สามารถวัดได้เป็นการบอกขอบเขตของงานที่จะ
ทาได้ชัดเจนขึ้น
2.6สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า(ถ้ามี)สมมติฐานเป็นคาตอบหรือคาอธิบายที่คาดไว้ล่วงหน้า ซึ่งอาจจะถูกหรือไม่ก็ได้การ
เขียนสมมติฐานควรมีเหตุมีผลคือมีทฤษฎีหรือหลักการทางคณิตศาสตร์รองรับและที่สาคัญคือเป็นข้อความที่มองเห็นแนวทางในการ
ดาเนินทดสอบได้นอกจากนี้ควรมีความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปรตามด้วย
2.7วิธีดาเนินงานประกอบด้วย
2.7.1วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ระบุว่าวัสดุอุปกรณ์ที่จาเป็นต้องใช้มีอะไรบ้างมาจากไหนอะไรบ้างที่ต้องจัดซื้ออะไรบ้างที่ต้อง
จัดทาเองบ้างที่ต้องขอยืม
2.7.2แนวการศึกษาค้นคว้าอธิบายว่าจะออกแบบการทดลองอะไรอย่างไรจะสร้างหรือประดิษฐ์อะไรอย่างไร จะเก็บข้อมูล
อะไรบ้างเก็บข้อมูลอย่างไรและเมื่อใดบ้าง
2.8แผนปฏิบัติงานอธิบายเกี่ยวกับกาหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาเสร็จของการดาเนินงานในแต่ละขั้นตอน
2.9ผลที่คาดว่าจะได้รับ
2.10เอกสารอ้างอิง มีต่อ
ขั้นตอนการทาโครงงานคณิตศาสตร์
3.การลงมือทาโครงงาน
เมื่อเค้าโครงของโครงงานผ่านความเห็นชอบของที่ปรึกษาโครงงานแล้วนักเรียนเริ่มลงมือทาโครงงานโดยปฏิบัติตามแผน
ดาเนินงานซึ่งประกอบด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลการสร้างหรือประดิษฐ์ การปฏิบัติการทดลองการค้นคว้าเอกสารต่างๆซึ่งสุดแล้วแต่
ว่าจะเป็นโครงงานประเภทใดอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมจากแผนงานที่วางไว้ในตอนแรกบ้างก็ได้เมื่อดาเนินการทา
โครงงานครบถ้วนตามขั้นตอนได้ข้อมูลแล้วควรมีการตรวจสอบผลการทดลองด้วยการทดลองซ้าเพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน ถ้าเป็น
สิ่งประดิษฐ์ควรคานึงถึงความคงทนแข็งแรงและขนาดที่เหมาะสมหลังจากนั้นทาการวิเคราะห์ข้อมูลแปลผลและสรุปผลการศึกษาค้นคว้า
พร้อมทั้งอภิปรายผลการศึกษาค้นคว้าไม่ว่าผลนั้นจะตรงตามความคาดหมายหรือตามสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือไม่ก็ตาม
มีต่อ
ขั้นตอนการทาโครงงานคณิตศาสตร์
4.การเขียนรายงาน
การเขียนรายงานโครงงานคณิตศาสตร์เป็นการเสนอผลของการศึกษาค้นคว้าเป็นเอกสารเพื่ออธิบายให้ผู้อื่นทราบแนวคิดหรือปัญหาที่ศึกษา
วิธีดาเนินการศึกษาค้นคว้าข้อมูลต่าง ๆที่รวบรวมได้ผลของการศึกษาตลอดจนประโยชน์และข้อเสนอแนะต่างๆที่ได้จากโครงงาน
การเขียนรายงานควรใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจง่ายชัดเจนสั้นๆและตรงไปตรงมาโดยให้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆดังต่อไปนี้
4.1ชื่อโครงงาน
4.2ชื่อผู้ทาโครงงาน
4.3ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน
4.4บทคัดย่ออธิบายถึงที่มาและความสาคัญของโครงงานวัตถุประสงค์วิธีดาเนินการและผลที่ได้ตลอดจนข้อสรุปต่างๆอย่างย่อ
ประมาณ300–350คา
4.5ที่มาและความสาคัญของโครงงานอธิบายความสาคัญของโครงงานเหตุผลที่เลือกทาโครงงานนี้ และหลักการหรือทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับ
โครงงานเรื่องที่ทาเป็นเรื่องใหม่หรือมีผู้อื่นเคยศึกษาไว้บ้างแล้วถ้ามีได้ผลเป็นอย่างไรเรื่องที่ทานี้ได้ขยายเพิ่มเติมหรือปรับปรุงจากเรื่องที่ผู้อื่นได้
ทาไว้อย่างไรบ้างหรือเป็นการทาซ้าเพื่อตรวจสอบผล
ขั้นตอนการทาโครงงานคณิตศาสตร์
4.6จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
4.7สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า (ถ้ามี)
4.8วิธีดาเนินการอาจแยกเป็น2หัวข้อย่อยคือวัสดุอุปกรณ์และวิธีดาเนินการอธิบายขั้นตอนการดาเนินงานโดยละเอียด
4.9ผลการศึกษาค้นคว้านาเสนอข้อมูลหรือผลการทดลองต่างๆที่สังเกตรวบรวมได้รวมทั้งเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ด้วย
4.10สรุปและข้อเสนอแนะอธิบายผลสรุปที่ได้จากการทาโครงงาน ถ้ามีการตั้งสมมติฐานควรระบุด้วยว่าข้อมูลที่ได้สนับสนุน หรือ
คัดค้านสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือยังสรุปไม่ได้ นอกจากนั้นยังควรกล่าวถึงการนาผลการทดลองไปใช้ประโยชน์อุปสรรคของการทาโครงงานหรือ
ข้อสังเกตที่สาคัญหรือข้อผิดพลาดบางประการที่เกิดขึ้นจากการทาโครงงานนี้ รวมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไข หากจะมีผู้ศึกษาค้นคว้า
ในเรื่องทานองนี้ต่อไปในอนาคตด้วย
4.11คาขอบคุณส่วนใหญ่โครงงานคณิตศาสตร์มักจะเป็นกิจกรรมที่ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายจึงควรได้กล่าวขอบคุณบุคลากร
หรือหน่วยงานต่างๆที่มีส่วนช่วยให้โครงงานนี้สาเร็จด้วย
4.12เอกสารอ้างอิงหนังสือหรือเอกสารต่างๆที่ผู้ทาโครงงานใช้ค้นคว้าหรืออ่านเพื่อศึกษาหาข้อมูลรายละเอียดต่างๆที่นามาใช้ประโยชน์
ในการทาโครงงานนี้
มีต่อ
ขั้นตอนการทาโครงงานคณิตศาสตร์
5.การแสดงผลงาน
การแสดงผลงานเป็นงานขั้นสุดท้ายและสาคัญอีกประการหนึ่งของการทาโครงงานเป็นการเสนอผลงานที่ได้ศึกษาค้นคว้าสาเร็จลงด้วยความคิด
ความพยายามของผู้ทาโครงงานให้คนอื่นได้รับรู้และเข้าใจถึงผลงานการวางแผนออกแบบเพื่อจัดแสดงผลงานนั้นมีความสาคัญเท่าๆกับการทา
โครงงานนั่นเองผลงานที่ทาขึ้นจะดียอดเยี่ยมเพียงใด แต่ถ้าจัดแสดงผลงานได้ไม่ดีก็เท่ากับไม่ได้แสดงความดีเยี่ยมของผลงาน ดังนั้นการ
วางแผนดังกล่าวต้องอาศัยเวลาและคานึงถึงปัจจัยหลายประการที่สาคัญที่สุดประการหนึ่งคือผู้ชมหรือผู้ฟังการแสดงผลงานนั้นอาจทาได้ใน
รูปแบบต่างๆกันเช่นการแสดงในรูปนิทรรศการซึ่งมีทั้งการจัดแสดงและการอธิบายด้วยคาพูดหรือในรูปแบบของการจัดแสดงโดยไม่มีการ
อธิบายประกอบหรือในรูปของการรายงานแบบปากเปล่าไม่ว่าการแสดงผลจะอยู่ในรูปแบบใดควรจัดให้ครอบคลุมประเด็นสาคัญดังต่อไปนี้
5.1ชื่อโครงงานชื่อผู้ทาโครงงานชื่อที่ปรึกษาโครงงาน
5.2คาอธิบายย่อๆถึงเหตุจูงใจในการทาโครงงานและความสาคัญของโครงงาน
5.3วิธีดาเนินการโดยเลือกเฉพาะขั้นตอนที่เด่นและสาคัญ
5.4การสาธิตหรือแสดงผลที่ได้จากการทดลอง
มีต่อ
ขั้นตอนการทาโครงงานคณิตศาสตร์
5.5ผลการสังเกตหรือข้อมูลเด่นๆที่ได้จากการทาโครงงานในการจัดนิทรรศการแสดงโครงงานนั้น ควรได้คานึงถึงสิ่งต่างๆต่อไปนี้
5.5.1ความปลอดภัยของการจัดแสดง
5.5.2ความเหมาะสมกับเนื้อที่ที่จัดแสดง
5.5.3คาอธิบายที่เขียนแสดงควรเน้นเฉพาะประเด็นสาคัญและสิ่งที่น่าสนใจเท่านั้นโดยใช้ข้อความที่กะทัดรัดชัดเจนและเข้าใจง่าย
5.5.4ดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมโดยใช้รูปแบบการแสดงที่น่าสนใจใช้สีที่สดใสเน้นจุดสาคัญ
5.5.5ใช้ตารางและรูปภาพประกอบโดยจัดวางอย่างเหมาะสม
มีต่อ
ขั้นตอนการทาโครงงานคณิตศาสตร์
6.สิ่งที่แสดงทุกอย่างต้องถูกต้องไม่มีการสะกดผิดหรืออธิบายหลักการที่ผิด
7.ในกรณีที่เป็นสิ่งประดิษฐ์สิ่งนั้นควรอยู่ในสภาพที่ทางานได้อย่างสมบูรณ์ในการแสดงผลงานผู้นาผลงานมาแสดงจะต้อง
อธิบายหรือรายงานปากเปล่าหรือตอบคาถามต่างๆต่อผู้ชมหรือกรรมการตัดสินโครงงานการอธิบายตอบคาถาม หรือรายงาน
ปากเปล่านั้นควรได้คานึงถึงสิ่งต่างๆต่อไปนี้
7.1ต้องทาความเข้าใจกับเรื่องที่จะอธิบายเป็นอย่างดี
7.2คานึงถึงความเหมาะสมของภาษาที่ใช้กับระดับผู้ฟังควรให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย
7.3ควรรายงานอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม
7.4พยายามหลีกเลี่ยงการอ่านรายงาน แต่อาจจดหัวข้อสาคัญๆไว้เพื่อช่วยในการรายงานเป็นไปตามขั้นตอน
7.5อย่าท่องจารายงานเพราะทาให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ
7.6ขณะที่รายงานควรมองตรงไปยังผู้ฟัง
7.7เตรียมตัวตอบคาถามที่เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ
มีต่อ
ขั้นตอนการทาโครงงานคณิตศาสตร์
7.8ตอบคาถามอย่างตรงไปตรงมาไม่จาเป็นต้องกล่าวถึงสิ่งที่ไม่ได้ถาม
7.9หากติดขัดในการอธิบายควรยอมรับโดยดีอย่ากลบเกลื่อนหรือหาทางเลี่ยงเป็นอย่างอื่น
7.10ควรรายงานให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กาหนด
7.11หากเป็นไปได้ควรใช้สื่อประเภทโสตทัศนูปกรณ์ประกอบการรายงานด้วยเช่นแผ่นใสสไลด์คอมพิวเตอร์เป็นต้น
การแสดงผลงานการทาโครงงานคณิตศาสตร์อาจจัดทาได้ในหลายระดับเช่นการจัดเสนอผลงานภายในชั้นเรียน การจัด
นิทรรศการภายในโรงเรียนการจัดนิทรรศการในงานประจาปีของโรงเรียนการส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในงานแสดงหรือประกวด
ในระดับต่างๆ
มีต่อ
ขั้นตอนการทาโครงงานคณิตศาสตร์
จากขั้นตอนการทาโครงงานคณิตศาสตร์ดังกล่าวพอจะสรุปได้ดังนี้ขั้นตอนแรกเป็นการคิดเลือกหัวเรื่องปัญหาที่จะศึกษา
โดยคานึงถึงระดับความรู้ของนักเรียนวัสดุอุปกรณ์ที่จาเป็นต้องใช้งบประมาณระยะเวลาในการทาอาจารย์ที่ปรึกษาความ
ปลอดภัยแหล่งความรู้และเอกสารว่ามีเพียงพอที่จะค้นคว้าหรือไม่ขั้นตอนที่สองเป็นการวางแผนโครงงาน โดยส่วนใหญ่จะจัดทา
ออกมาในรูปแบบของเค้าโครงงานซึ่งมีส่วนประกอบดังนี้ชื่อโครงงานผู้ทาครูที่ปรึกษาที่มาและความสาคัญจุดมุ่งหมายของ
การศึกษาสมมติฐาน(ถ้ามี)วิธีดาเนินงานแผนปฏิบัติงานผลที่คาดว่าจะได้รับและเอกสารอ้างอิงขั้นตอนที่สามเป็นการลงมือทา
โครงงานตามแผนที่วางๆไว้ขั้นตอนที่สี่เป็นการเขียนรายงานโดยมีส่วนประกอบดังนี้ชื่อโครงงานผู้ทาที่ปรึกษาบทคัดย่อ
ที่มาและความสาคัญของโครงงานจุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้าสมมติฐานวิธีดาเนินการผลการศึกษาค้นคว้าสรุปและ
ข้อเสนอแนะคาขอบคุณและเอกสารอ้างอิงขั้นตอนสุดท้ายเป็นการแสดงผลงาน โดยการแสดงผลงานไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด
ควรจัดให้ครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้ชื่อโครงงานผู้ทาโครงงานที่ปรึกษาคาอธิบายย่อๆถึงเหตุจูงใจในการทาโครงงานและ
ความสาคัญของโครงงานวิธีดาเนินการโดยเลือกเฉพาะขั้นตอนที่เด่นและสาคัญ การสาธิตหรือแสดงผลที่ได้จากการทดลองและ
ผลการสังเกตหรือข้อมูลเด่น ๆที่ได้จากการทาโครงงานประโยชน์ของโครงงานคณิตศาสตร์
สรุป
มีต่อ

4.ความสำคัญและขั้นตอนการทำของโครงงานคณิตศาสตร์