บทที่ 1 ธาตุและสารประกอบ
รายวิชาวิทยาศาสตร์ (เคมี) : ว32103
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558
สาร และ สมบัติของสาร
 สสาร ( Matter ) หมายถึงสิ่งที่มีมวล ต้องการที่อยู่ และ สามารถสัมผัสได้โดยประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่น ดิน น้า
อากาศ ฯลฯ ภายใน สสารเป็นเนื้อของสสาร เรียกว่า สาร ( Substance )
 สาร ( Substance ) คือ สสารที่ทราบสมบัติ หรือ สสารที่จะศึกษา ดังนั้นจึงเป็นสสารที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งจะมี
สมบัติของสาร 2 ประเภท คือ
- สมบัติกายภาพ ( Physical Property ) หมายถึง สมบัติที่สังเกตได้จากลักษณะภายนอก และ เกี่ยวกับวิธีการ
ทางฟิสิกส์ เช่น ความหนาแน่น , จุดเดือด , จุดหลอมเหลว
- สมบัติทางเคมี ( Chemistry Property ) หมายถึง สมบัติที่เกิดขึ้นจากการทาปฏิกิริยาเคมี เช่น การติดไฟ ,
การเป็นสนิม , ความเป็น กรด - เบส ของสาร
 การเปลี่ยนแปลงสาร แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ
- การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ( Physical Change ) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของสารที่เกี่ยวกับสมบัติ
กายภาพ โดยไม่มีผลต่อ องค์ประกอบภายใน และ ไม่เกิดสารใหม่ เช่น การเปลี่ยนสถานะ , การละลายน้า
- การเปลี่ยนแปลงทางทางเคมี ( Chemistry Change ) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของสารที่เกี่ยวข้องกับสมบัติ
ทางเคมีซึ่งมีผลต่อองค์ประกอบภายใน และจะมีสมบัติต่างไปจากเดิม นั่นคือ การเกิดสารใหม่ เช่น กรดเกลือ (
HCl ) ทาปฏิกิริยากับลวด แมกนีเซียม ( Mg ) แล้วเกิดสารใหม่ คือ ก๊าซไฮโดรเจน ( H2 )
การจัดจาแนกสาร
 จะสามารถจาแนกออกเป็น 4 กรณี ได้แก่
1. การใช้สถานะเป็นเกณฑ์ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
- สถานะที่เป็นของแข็ง ( Solid ) จะมีรูปร่าง และ ปริมาตรคงที่ ซึ่งอนุภาคภายในจะอยู่ชิดติดกัน
เช่น ด่างทับทิม ( KMnO4 ) , ทองแดง ( Cu )
- สถานะที่เป็นของเหลว ( Liquid ) จะมีรูปร่างตามภาชนะที่บรรจุ และ มีปริมาตรที่คงที่ ซึ่งอนุภาค
ภายในจะอยู่ชิดกันน้อยกว่าของแข็ง และ มีสมบัติเป็นของไหล เช่น น้ามัน , แอลกอฮอล์ , ปรอท ( Hg )
ฯลฯ
- สถานะที่เป็นก๊าซ ( Gas ) จะมีรูปร่าง และ ปริมาตรที่ไม่คงที่ โดยรูปร่าง จะเปลี่ยนไปตามภาชนะ
ที่บรรจุ อนุภาคภายในจะอยู่ ห่างกันมากที่สุด และ มีสมบัติเป็นของไหลได้ เช่น ก๊าซหุงต้ม , อากาศ
การจัดจาแนกสาร
2. การใช้เนื้อสารเป็นเกณฑ์ จะมีสมบัติทางกายภาพของสารที่ได้จากการสังเกตลักษณะความแตกต่างของ
เนื้อสาร ซึ่งจะจาแนกได้ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
- สารเนื้อเดียว ( Homogeneous Substance ) หมายถึง สารที่มีเนื้อสารเหมือนกันทุกส่วน ทาให้
สารมีสมบัติเหมือนกันตลอดทุกส่วน เช่น แอลกอฮอล์ , ทองคา ( Au ) , โลหะบัดกรี
- สารเนื้อผสม ( Heterogeneous Substance ) หมายถึง สารที่มีเนื้อสารแตกต่างกันในแต่ละส่วน
จะทาให้สารนั้นมีสมบัติ ไม่เหมือนกันตลอดทุกส่วน เช่น น้าอบไทย , น้าคลอง ฯลฯ
การจัดจาแนกสาร
3. การละลายน้าเป็นเกณฑ์ จะจาแนกได้ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
- สารที่ละลายน้าได้ เช่น เกลือแกง ( NaCl ) , ด่างทับทิม ( KMnO4 ) ฯลฯ
- สารที่ละลายน้าได้บ้าง เช่น ก๊าซคลอรีน ( Cl2 ) , ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2 ) ฯลฯ
- สารที่ไม่สามารถละลายน้าได้ เช่น กามะถัน ( S8 ) , เหล็ก ( Fe ) ฯลฯ
4. การนาไฟฟ้ าเป็นเกณฑ์ จะจาแนกได้ออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
- สารที่นาไฟฟ้ าได้ เช่น ทองแดง ( Cu ) , น้าเกลือ ฯลฯ
- สารที่ไม่นาไฟฟ้ า เช่น หินปูน ( CaCO3 ) , ก๊าซออกซิเจน ( O2 )
1. สารบริสุทธิ์ ( Pure Substance ) คือ สารเนื้อเดียวที่มีจุดเดือด และ จุดหลอมเหลวคงที่
2. ธาตุ ( Element ) คือ สารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วยอะตอมเพียงชนิดเดียวกัน เช่น คาร์บอน
( C ) , กามะถัน ( S8 )
3. สารประกอบ ( Compound Substance ) เกิดจากธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมารวมกัน โดยมี
อัตราส่วนในการร่วมกันคงที่แน่นอนได้แก่ กรดน้าส้ม ( CH3COOH ) , กรดไฮโดรคลอริก
( HCl ) ฯลฯ
4. ของผสม ( Mixture ) หมายถึง สารที่เกิดจากการนาสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมาผสมกันโดย
ไม่จากัดส่วนผสม และ ในการผสมกันนั้นไม่มีปฏิกิริยาเกิดขึ้นระหว่างสารองค์ประกอบที่นามา
ผสมกัน
>>ความหมายที่ควรรู้<<
ซึ่งมี 3 ประเภท ได้แก่
1. สารละลาย ( Solution Substance ) เป็นสารเนื้อเดียวที่มีสัดส่วนในการรวมกันของธาตุ หรือ
สารประกอบไม่คงที่ไม่สามารถเขียนสูตรได้อย่างแน่นอน และ มีขนาดอนุภาคที่เล็กกว่า 10-7 เซนติเมตร ซึ่ง
มี 3 สถานะ เช่น อากาศ , น้าอัดลม , นาก , และ โลหะผสม ทุกชนิด ฯลฯ ซึ่งสารละลายจะแบ่งออกเป็น 2
ส่วน ได้แก่ ตัวทาละลาย ( Solvent ) และ ตัวถูกละลาย ( Solute )
2. สารแขวนลอย ( Suspension Substance ) คือ สารที่เกิดจากอนุภาคขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่มากกว่า
10-4 เซนติเมตร ซึ่งจะลอยกระจายอยู่ในตัวกลางโดยอนุภาคที่มีอยู่ในของผสมนั้นมีขนาดใหญ่ จึงสามารถ
มองเห็นอนุภาคในของผสมได้อย่างชัดเจน เมื่อตั้งทิ้งไว้ อนุภาคจะตกตะกอนลงมา ซึ่งสารแขวนลอยนั้นจะ
ไม่สามารถผ่านได้ทั้งกระดาษกรอง และ กระดาษเซลโลเฟน เช่น โคลน , น้าอบไทย
3. คอลลอยด์ ( Colliod ) จะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 10-4 และ10-7 เซนติเมตร
ซึ่งจะไม่มีการตกตะกอน สามารถกระเจิงแสงได้ ซึ่งเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า " ปรากฏการณ์ทินดอลล์ " และ
ภายในอนุภาคก็มีการเคลื่อนที่แบบบราวน์เนียน( Brownian Movement ) ซึ่งคอลลอยด์จะสามารถผ่าน
กระดาษกรองได้ แต่ไม่สามารถผ่านกระดาษเซลโลเฟนได้ เช่น กาว , นมสด
ของผสม ( Mixture )
ของผสม ( Mixture )
ธาตุและสารประกอบ
1. ธาตุ (Element) หมายถึง สารบริสุทธิ์เนื้อเดียวที่มีองค์ประกอบอย่างเดียว ธาตุไม่สามารถจะ
นามาแยกสลายให้กลายเป็นสารอื่นโดยวิธีการทางเคมี ธาตุมีทั้งสถานะที่เป็นของแข็ง เช่น ธาตุ
สังกะสี (Zn) ตะกั่ว (Pb) เงิน (Ag) และดีบุก (Sn) , เป็นของเหลว เช่น ปรอท (Hg) เป็น
ก๊าซ เช่น ไนโตรเจน (N2) ฮีเลียม (He) ออกซิเจน (O2) ไฮโดรเจน (H2) เป็นต้น ธาตุยัง
แบ่งออกเป็น โลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ตามสมบัติที่แตกต่างกันออกไป
2. สารประกอบ (compound) หมายถึง "สารบริสุทธิ์เนื้อเดียวที่เกิดจากธาตุตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปเป็น
องค์ประกอบ" สารประกอบเกิดจากการรวมตัวของธาตุโดยวิธีการทางเคมี สามารถแยกสลาย
ให้เกิดเป็นสารใหม่หรือกลับคืนเป็นธาตุเดิมได้ สารประกอบจะมีสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างจาก
ธาตุเดิม เช่น น้า มีสูตรเคมีเป็น H2O น้าเป็นสารประกอบที่เกิดจากธาตุไฮโดรเจน (H) และ
ออกซิเจน (O) แต่มีสมบัติแตกต่างจากไฮโดรเจนและออกซิเจน น้าตาลทรายประกอบด้วยธาตุ
คาร์บอน ( C ),ไฮโดรเจน (H) ,และออกซิเจน (O) เป็นต้น
สัญลักษณ์ธาตุปัจจุบัน
สัญลักษณ์ธาตุปัจจุบันทั้งหมด
Au S
I C
Ag
Cu
สมบัติบางประการของธาตุ
ประโยชน์
ของธาตุ
ตัวอย่างสารประกอบบางชนิด
อะตอมและโครงสร้างอะตอม
อะตอมและโครงสร้างอะตอม
อนุภาคมูลฐานของอะตอม
การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม
พันธะเคมีและสมบัติของโลหะที่สาคัญ
“THE END”
THANK YOU FOR YOUR ATTENTION!
งานคู่ 10 คะแนน (กลางภาค)
 ให้นักเรียนจัดทา ClipVDO ความยาวประมาณ 5 นาทีตั้งแต่
Title – Credit แนะนาสารเคมีที่พบในชีวิตประจาวัน 1 ชนิด
โดยบอก (สูตรเคมี/โมเลกุล) เช่น น้า H2O
◦ ลักษณะกายภาพที่สังเกตได้ เช่น รูปร่าง สี สัมผัส สถานะ อุณภูมิ เป็นต้น
◦ ลักษณะทางเคมี เช่น กลิ่น รส ค่ากรดด่าง การละลาย การตกตะกอน เป็นต้น
◦ การใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันพร้อมแสดง/สาธิตการใช้ประโยชน์
หลังจากนั้นให้นักเรียนจัดทาเนื้อหาบนเว็ปไซต์ Sway.com โดยสมัครเข้าใช้
งานฟรีจาก hotmail ประกอบด้วยหน้าปก คานา แนะนาสมาชิกกลุ่ม
เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีนั้นๆ คลิป VDO บรรณานุกรมและขอบคุณ
กาหนดส่งงานวันที่ 1 มิถุนายน 2558 โดยแชร์เว็ปแบบสาธารณะที่หน้าเฟส
ครูวิชัย Wichai Likitponrak.facebook นะครับ
วิทยาศาสตร์ O-NET : เคมี
สารและสมบัติของสาร
1) สารชีวโมเลกุล / ไขมันและน้ามัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรด
2) ปิโตรเลียม / การก้าเนิดและแหล่ง การกลั่นและผลิตภัณฑ์ แก๊สธรรมชาติ
สารประกอบไฮโดรคาร์บอน
3) พอลิเมอร์ / พอลิเมอร์ธรรมชาติและพอลิเมอร์สังเคราะห์ พลาสติก ยาง
สังเคราะห์ เส้นใยสังเคราะห์
4) ปฏิกิริยาเคมี พลังงานกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจ้าวัน
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
5) โครงสร้างของอะตอมและตารางธาตุ
6) ธาตุและสารประกอบ / พันธะเคมี สมบัติของธาตุตามหมู่ธาตุ

เคมีพื้นบท1ธาคุและสารประกอบ

  • 1.
    บทที่ 1 ธาตุและสารประกอบ รายวิชาวิทยาศาสตร์(เคมี) : ว32103 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558
  • 2.
    สาร และ สมบัติของสาร สสาร ( Matter ) หมายถึงสิ่งที่มีมวล ต้องการที่อยู่ และ สามารถสัมผัสได้โดยประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่น ดิน น้า อากาศ ฯลฯ ภายใน สสารเป็นเนื้อของสสาร เรียกว่า สาร ( Substance )  สาร ( Substance ) คือ สสารที่ทราบสมบัติ หรือ สสารที่จะศึกษา ดังนั้นจึงเป็นสสารที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งจะมี สมบัติของสาร 2 ประเภท คือ - สมบัติกายภาพ ( Physical Property ) หมายถึง สมบัติที่สังเกตได้จากลักษณะภายนอก และ เกี่ยวกับวิธีการ ทางฟิสิกส์ เช่น ความหนาแน่น , จุดเดือด , จุดหลอมเหลว - สมบัติทางเคมี ( Chemistry Property ) หมายถึง สมบัติที่เกิดขึ้นจากการทาปฏิกิริยาเคมี เช่น การติดไฟ , การเป็นสนิม , ความเป็น กรด - เบส ของสาร  การเปลี่ยนแปลงสาร แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ - การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ( Physical Change ) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของสารที่เกี่ยวกับสมบัติ กายภาพ โดยไม่มีผลต่อ องค์ประกอบภายใน และ ไม่เกิดสารใหม่ เช่น การเปลี่ยนสถานะ , การละลายน้า - การเปลี่ยนแปลงทางทางเคมี ( Chemistry Change ) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของสารที่เกี่ยวข้องกับสมบัติ ทางเคมีซึ่งมีผลต่อองค์ประกอบภายใน และจะมีสมบัติต่างไปจากเดิม นั่นคือ การเกิดสารใหม่ เช่น กรดเกลือ ( HCl ) ทาปฏิกิริยากับลวด แมกนีเซียม ( Mg ) แล้วเกิดสารใหม่ คือ ก๊าซไฮโดรเจน ( H2 )
  • 3.
    การจัดจาแนกสาร  จะสามารถจาแนกออกเป็น 4กรณี ได้แก่ 1. การใช้สถานะเป็นเกณฑ์ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ - สถานะที่เป็นของแข็ง ( Solid ) จะมีรูปร่าง และ ปริมาตรคงที่ ซึ่งอนุภาคภายในจะอยู่ชิดติดกัน เช่น ด่างทับทิม ( KMnO4 ) , ทองแดง ( Cu ) - สถานะที่เป็นของเหลว ( Liquid ) จะมีรูปร่างตามภาชนะที่บรรจุ และ มีปริมาตรที่คงที่ ซึ่งอนุภาค ภายในจะอยู่ชิดกันน้อยกว่าของแข็ง และ มีสมบัติเป็นของไหล เช่น น้ามัน , แอลกอฮอล์ , ปรอท ( Hg ) ฯลฯ - สถานะที่เป็นก๊าซ ( Gas ) จะมีรูปร่าง และ ปริมาตรที่ไม่คงที่ โดยรูปร่าง จะเปลี่ยนไปตามภาชนะ ที่บรรจุ อนุภาคภายในจะอยู่ ห่างกันมากที่สุด และ มีสมบัติเป็นของไหลได้ เช่น ก๊าซหุงต้ม , อากาศ
  • 4.
    การจัดจาแนกสาร 2. การใช้เนื้อสารเป็นเกณฑ์ จะมีสมบัติทางกายภาพของสารที่ได้จากการสังเกตลักษณะความแตกต่างของ เนื้อสารซึ่งจะจาแนกได้ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ - สารเนื้อเดียว ( Homogeneous Substance ) หมายถึง สารที่มีเนื้อสารเหมือนกันทุกส่วน ทาให้ สารมีสมบัติเหมือนกันตลอดทุกส่วน เช่น แอลกอฮอล์ , ทองคา ( Au ) , โลหะบัดกรี - สารเนื้อผสม ( Heterogeneous Substance ) หมายถึง สารที่มีเนื้อสารแตกต่างกันในแต่ละส่วน จะทาให้สารนั้นมีสมบัติ ไม่เหมือนกันตลอดทุกส่วน เช่น น้าอบไทย , น้าคลอง ฯลฯ
  • 5.
    การจัดจาแนกสาร 3. การละลายน้าเป็นเกณฑ์ จะจาแนกได้ออกเป็น3 กลุ่ม คือ - สารที่ละลายน้าได้ เช่น เกลือแกง ( NaCl ) , ด่างทับทิม ( KMnO4 ) ฯลฯ - สารที่ละลายน้าได้บ้าง เช่น ก๊าซคลอรีน ( Cl2 ) , ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2 ) ฯลฯ - สารที่ไม่สามารถละลายน้าได้ เช่น กามะถัน ( S8 ) , เหล็ก ( Fe ) ฯลฯ 4. การนาไฟฟ้ าเป็นเกณฑ์ จะจาแนกได้ออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ - สารที่นาไฟฟ้ าได้ เช่น ทองแดง ( Cu ) , น้าเกลือ ฯลฯ - สารที่ไม่นาไฟฟ้ า เช่น หินปูน ( CaCO3 ) , ก๊าซออกซิเจน ( O2 )
  • 6.
    1. สารบริสุทธิ์ (Pure Substance ) คือ สารเนื้อเดียวที่มีจุดเดือด และ จุดหลอมเหลวคงที่ 2. ธาตุ ( Element ) คือ สารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วยอะตอมเพียงชนิดเดียวกัน เช่น คาร์บอน ( C ) , กามะถัน ( S8 ) 3. สารประกอบ ( Compound Substance ) เกิดจากธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมารวมกัน โดยมี อัตราส่วนในการร่วมกันคงที่แน่นอนได้แก่ กรดน้าส้ม ( CH3COOH ) , กรดไฮโดรคลอริก ( HCl ) ฯลฯ 4. ของผสม ( Mixture ) หมายถึง สารที่เกิดจากการนาสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมาผสมกันโดย ไม่จากัดส่วนผสม และ ในการผสมกันนั้นไม่มีปฏิกิริยาเกิดขึ้นระหว่างสารองค์ประกอบที่นามา ผสมกัน >>ความหมายที่ควรรู้<<
  • 7.
    ซึ่งมี 3 ประเภทได้แก่ 1. สารละลาย ( Solution Substance ) เป็นสารเนื้อเดียวที่มีสัดส่วนในการรวมกันของธาตุ หรือ สารประกอบไม่คงที่ไม่สามารถเขียนสูตรได้อย่างแน่นอน และ มีขนาดอนุภาคที่เล็กกว่า 10-7 เซนติเมตร ซึ่ง มี 3 สถานะ เช่น อากาศ , น้าอัดลม , นาก , และ โลหะผสม ทุกชนิด ฯลฯ ซึ่งสารละลายจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ตัวทาละลาย ( Solvent ) และ ตัวถูกละลาย ( Solute ) 2. สารแขวนลอย ( Suspension Substance ) คือ สารที่เกิดจากอนุภาคขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่มากกว่า 10-4 เซนติเมตร ซึ่งจะลอยกระจายอยู่ในตัวกลางโดยอนุภาคที่มีอยู่ในของผสมนั้นมีขนาดใหญ่ จึงสามารถ มองเห็นอนุภาคในของผสมได้อย่างชัดเจน เมื่อตั้งทิ้งไว้ อนุภาคจะตกตะกอนลงมา ซึ่งสารแขวนลอยนั้นจะ ไม่สามารถผ่านได้ทั้งกระดาษกรอง และ กระดาษเซลโลเฟน เช่น โคลน , น้าอบไทย 3. คอลลอยด์ ( Colliod ) จะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 10-4 และ10-7 เซนติเมตร ซึ่งจะไม่มีการตกตะกอน สามารถกระเจิงแสงได้ ซึ่งเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า " ปรากฏการณ์ทินดอลล์ " และ ภายในอนุภาคก็มีการเคลื่อนที่แบบบราวน์เนียน( Brownian Movement ) ซึ่งคอลลอยด์จะสามารถผ่าน กระดาษกรองได้ แต่ไม่สามารถผ่านกระดาษเซลโลเฟนได้ เช่น กาว , นมสด ของผสม ( Mixture )
  • 8.
  • 9.
    ธาตุและสารประกอบ 1. ธาตุ (Element)หมายถึง สารบริสุทธิ์เนื้อเดียวที่มีองค์ประกอบอย่างเดียว ธาตุไม่สามารถจะ นามาแยกสลายให้กลายเป็นสารอื่นโดยวิธีการทางเคมี ธาตุมีทั้งสถานะที่เป็นของแข็ง เช่น ธาตุ สังกะสี (Zn) ตะกั่ว (Pb) เงิน (Ag) และดีบุก (Sn) , เป็นของเหลว เช่น ปรอท (Hg) เป็น ก๊าซ เช่น ไนโตรเจน (N2) ฮีเลียม (He) ออกซิเจน (O2) ไฮโดรเจน (H2) เป็นต้น ธาตุยัง แบ่งออกเป็น โลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ตามสมบัติที่แตกต่างกันออกไป 2. สารประกอบ (compound) หมายถึง "สารบริสุทธิ์เนื้อเดียวที่เกิดจากธาตุตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปเป็น องค์ประกอบ" สารประกอบเกิดจากการรวมตัวของธาตุโดยวิธีการทางเคมี สามารถแยกสลาย ให้เกิดเป็นสารใหม่หรือกลับคืนเป็นธาตุเดิมได้ สารประกอบจะมีสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างจาก ธาตุเดิม เช่น น้า มีสูตรเคมีเป็น H2O น้าเป็นสารประกอบที่เกิดจากธาตุไฮโดรเจน (H) และ ออกซิเจน (O) แต่มีสมบัติแตกต่างจากไฮโดรเจนและออกซิเจน น้าตาลทรายประกอบด้วยธาตุ คาร์บอน ( C ),ไฮโดรเจน (H) ,และออกซิเจน (O) เป็นต้น
  • 10.
  • 11.
  • 14.
  • 15.
  • 16.
  • 17.
  • 20.
  • 22.
  • 23.
  • 24.
  • 25.
  • 29.
    “THE END” THANK YOUFOR YOUR ATTENTION!
  • 30.
    งานคู่ 10 คะแนน(กลางภาค)  ให้นักเรียนจัดทา ClipVDO ความยาวประมาณ 5 นาทีตั้งแต่ Title – Credit แนะนาสารเคมีที่พบในชีวิตประจาวัน 1 ชนิด โดยบอก (สูตรเคมี/โมเลกุล) เช่น น้า H2O ◦ ลักษณะกายภาพที่สังเกตได้ เช่น รูปร่าง สี สัมผัส สถานะ อุณภูมิ เป็นต้น ◦ ลักษณะทางเคมี เช่น กลิ่น รส ค่ากรดด่าง การละลาย การตกตะกอน เป็นต้น ◦ การใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันพร้อมแสดง/สาธิตการใช้ประโยชน์ หลังจากนั้นให้นักเรียนจัดทาเนื้อหาบนเว็ปไซต์ Sway.com โดยสมัครเข้าใช้ งานฟรีจาก hotmail ประกอบด้วยหน้าปก คานา แนะนาสมาชิกกลุ่ม เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีนั้นๆ คลิป VDO บรรณานุกรมและขอบคุณ กาหนดส่งงานวันที่ 1 มิถุนายน 2558 โดยแชร์เว็ปแบบสาธารณะที่หน้าเฟส ครูวิชัย Wichai Likitponrak.facebook นะครับ
  • 37.
    วิทยาศาสตร์ O-NET :เคมี สารและสมบัติของสาร 1) สารชีวโมเลกุล / ไขมันและน้ามัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรด 2) ปิโตรเลียม / การก้าเนิดและแหล่ง การกลั่นและผลิตภัณฑ์ แก๊สธรรมชาติ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน 3) พอลิเมอร์ / พอลิเมอร์ธรรมชาติและพอลิเมอร์สังเคราะห์ พลาสติก ยาง สังเคราะห์ เส้นใยสังเคราะห์ 4) ปฏิกิริยาเคมี พลังงานกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจ้าวัน อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 5) โครงสร้างของอะตอมและตารางธาตุ 6) ธาตุและสารประกอบ / พันธะเคมี สมบัติของธาตุตามหมู่ธาตุ