Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
SP
Uploaded by
Sumalee Panpeng
1,583 views
ใบความรู้ สสาร
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 22 times
1
/ 8
2
/ 8
3
/ 8
4
/ 8
5
/ 8
6
/ 8
7
/ 8
8
/ 8
More Related Content
PDF
ธาตุกัมมันตรังสี
by
พัน พัน
PDF
แผนBioม.4 1
by
Wichai Likitponrak
PDF
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1
by
Sumarin Sanguanwong
PDF
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง สารและการจำแนกสาร ชุดที่ 1 สสารและสาร
by
Ketsarin Prommajun
PDF
ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง กล้องจุลทรรศน์
by
Aomiko Wipaporn
PDF
หลักฐานในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ส16103 ประวัติศาสตร์ ป.6
by
Thanawut Rattanadon
PDF
ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต
by
Biobiome
PPTX
ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร
by
dalarat
ธาตุกัมมันตรังสี
by
พัน พัน
แผนBioม.4 1
by
Wichai Likitponrak
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1
by
Sumarin Sanguanwong
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง สารและการจำแนกสาร ชุดที่ 1 สสารและสาร
by
Ketsarin Prommajun
ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง กล้องจุลทรรศน์
by
Aomiko Wipaporn
หลักฐานในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ส16103 ประวัติศาสตร์ ป.6
by
Thanawut Rattanadon
ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต
by
Biobiome
ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร
by
dalarat
What's hot
PDF
สารและการจำแนก (Matter and Substance)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
PDF
บทที่ 5 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม1
by
Yaovaree Nornakhum
PDF
แบบทดสอบ วิทยาศาสตร์ 2 ชั้น ม.1 ชุดที่ 1
by
dnavaroj
PDF
เฉลยชีววิทยาหน้า52- 59
by
Wan Ngamwongwan
PDF
เล่มที่ 2 โครงสร้างของราก
by
kanyamadcharoen
PDF
ใบงานที่ 13 การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส
by
Aomiko Wipaporn
PDF
การแยกสาร (Purification)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
PPTX
โลก ดาราศาสตร์ อวกาศ ม.4 เล่ม 1_บทที่ 2 การแปรสัณฐานของแผ่นธรณี
by
soysuwanyuennan
PDF
เซลล์หน่วยของสิ่งมีชีวิต
by
Popeye Kotchakorn
PPTX
โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์
by
Kittiya GenEnjoy
PDF
บทที่ 2 ปฏิกิริยาเคมี
by
Jariya Jaiyot
PDF
ใบงานที่ 1 ธาตุและสารประกอบ
by
website22556
PDF
การสืบพันธุ์ของพืชดอกโครงสร้างดอก
by
Thanyamon Chat.
PPTX
สารรอบตัว
by
Netiie Thanaporn
PDF
หินอัคนี หินแปร หินตะกอน
by
website22556
PDF
น้ำ
by
website22556
DOC
แบบฝึกหัดที่ 2 เซลล์พืช และเซลล์สัตว์
by
Wann Rattiya
PPTX
สถานะของสาร ม.1
by
Wuttipong Tubkrathok
PPTX
บทที่ 4 งาน กำลัง พลังงาน และเครื่องกลอย่างง่าย
by
Thepsatri Rajabhat University
PDF
บทที่ 6 ดาวฤกษ์ (star)
by
Pinutchaya Nakchumroon
สารและการจำแนก (Matter and Substance)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
บทที่ 5 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม1
by
Yaovaree Nornakhum
แบบทดสอบ วิทยาศาสตร์ 2 ชั้น ม.1 ชุดที่ 1
by
dnavaroj
เฉลยชีววิทยาหน้า52- 59
by
Wan Ngamwongwan
เล่มที่ 2 โครงสร้างของราก
by
kanyamadcharoen
ใบงานที่ 13 การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส
by
Aomiko Wipaporn
การแยกสาร (Purification)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
โลก ดาราศาสตร์ อวกาศ ม.4 เล่ม 1_บทที่ 2 การแปรสัณฐานของแผ่นธรณี
by
soysuwanyuennan
เซลล์หน่วยของสิ่งมีชีวิต
by
Popeye Kotchakorn
โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์
by
Kittiya GenEnjoy
บทที่ 2 ปฏิกิริยาเคมี
by
Jariya Jaiyot
ใบงานที่ 1 ธาตุและสารประกอบ
by
website22556
การสืบพันธุ์ของพืชดอกโครงสร้างดอก
by
Thanyamon Chat.
สารรอบตัว
by
Netiie Thanaporn
หินอัคนี หินแปร หินตะกอน
by
website22556
น้ำ
by
website22556
แบบฝึกหัดที่ 2 เซลล์พืช และเซลล์สัตว์
by
Wann Rattiya
สถานะของสาร ม.1
by
Wuttipong Tubkrathok
บทที่ 4 งาน กำลัง พลังงาน และเครื่องกลอย่างง่าย
by
Thepsatri Rajabhat University
บทที่ 6 ดาวฤกษ์ (star)
by
Pinutchaya Nakchumroon
Viewers also liked
PDF
ธาตุและสารประกอบ (elements and compound)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
PDF
บทที่ 1 การจำแนกสาร
by
Pinutchaya Nakchumroon
PDF
6แบบฝึกกรดเบสเผยแพร่
by
npapak74
PDF
เคมีพื้นบท1ธาคุและสารประกอบ
by
Wichai Likitponrak
PDF
4แบบฝึกขนาดอนุภาคเผยแพร่
by
npapak74
PDF
การแยกสารเนื้อเดียว
by
medfai
PPT
Minerals
by
Sansanee Tathin
PPT
สอนเตรียมสารละลาย
by
Duduan
PDF
สรุปแรงฯ
by
Jiraporn
PDF
Sci31101 moment
by
Taweesak Poochai
PPT
ไฟฟ้า
by
ท๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊อป น้อง
PDF
เคมีเตรียมมหิดล เรื่
by
VIKANDA (วิกานดา) CHANCHANG (ชาญช่าง)
ธาตุและสารประกอบ (elements and compound)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
บทที่ 1 การจำแนกสาร
by
Pinutchaya Nakchumroon
6แบบฝึกกรดเบสเผยแพร่
by
npapak74
เคมีพื้นบท1ธาคุและสารประกอบ
by
Wichai Likitponrak
4แบบฝึกขนาดอนุภาคเผยแพร่
by
npapak74
การแยกสารเนื้อเดียว
by
medfai
Minerals
by
Sansanee Tathin
สอนเตรียมสารละลาย
by
Duduan
สรุปแรงฯ
by
Jiraporn
Sci31101 moment
by
Taweesak Poochai
ไฟฟ้า
by
ท๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊๊อป น้อง
เคมีเตรียมมหิดล เรื่
by
VIKANDA (วิกานดา) CHANCHANG (ชาญช่าง)
Similar to ใบความรู้ สสาร
PDF
บทที่1จำแนกสารม 2
by
Wichai Likitponrak
PPT
สมบัติของสารและการจำแนกสาร
by
netzad
PDF
เรื่องสารรอบตัว ครูเจริญ มีเหมือน
by
kkrunuch
PPTX
สมบัติของสารและการจำแนก
by
Supaluk Juntap
PPTX
สมบัติของสารและการจำแนก
by
Supaluk Juntap
PPT
สารและสมบัติของสาร
by
Zee Gopgap
PDF
การจำแนกสาร
by
Saowanee Sondech
PDF
การจำแนกสาร
by
Saowanee Sondech
PDF
การจำแนกสาร
by
พัน พัน
PDF
11 สารเนื้อเดียว
by
Dnavaroj Dnaka
PDF
3.เปลี่ยนแปลงสารgs เปลี่ยนแข็งกับเปลี่ยนเหลว
by
Wichai Likitponrak
PDF
ใบความรู้ที่ 9
by
Sumarin Sanguanwong
PDF
Substance classification
by
Miss.Yupawan Triratwitcha
PPT
การจำแนกสาร
by
Saowanee Sondech
PPT
สารและสมบัติของสาร
by
Zee Gopgap
PPT
1. สารและการเปลี่ยนแปลง.pptkjytydrtseraezsdxgfxf
by
porayas
PDF
บทที่ 1 บทนำ
by
Gawewat Dechaapinun
PDF
Substance2
by
Miss.Yupawan Triratwitcha
PPT
San
by
Phimchanok Punsuwan
PPTX
Matter
by
Jutamat Assawapoom
บทที่1จำแนกสารม 2
by
Wichai Likitponrak
สมบัติของสารและการจำแนกสาร
by
netzad
เรื่องสารรอบตัว ครูเจริญ มีเหมือน
by
kkrunuch
สมบัติของสารและการจำแนก
by
Supaluk Juntap
สมบัติของสารและการจำแนก
by
Supaluk Juntap
สารและสมบัติของสาร
by
Zee Gopgap
การจำแนกสาร
by
Saowanee Sondech
การจำแนกสาร
by
Saowanee Sondech
การจำแนกสาร
by
พัน พัน
11 สารเนื้อเดียว
by
Dnavaroj Dnaka
3.เปลี่ยนแปลงสารgs เปลี่ยนแข็งกับเปลี่ยนเหลว
by
Wichai Likitponrak
ใบความรู้ที่ 9
by
Sumarin Sanguanwong
Substance classification
by
Miss.Yupawan Triratwitcha
การจำแนกสาร
by
Saowanee Sondech
สารและสมบัติของสาร
by
Zee Gopgap
1. สารและการเปลี่ยนแปลง.pptkjytydrtseraezsdxgfxf
by
porayas
บทที่ 1 บทนำ
by
Gawewat Dechaapinun
Substance2
by
Miss.Yupawan Triratwitcha
San
by
Phimchanok Punsuwan
Matter
by
Jutamat Assawapoom
ใบความรู้ สสาร
1.
ใบความรู้ สสารและการจาแนก สาร และ สมบัติของสาร สสาร
( Matter ) หมายถึงสิ่งที่มีมวล ต้องการที่อยู่ และ สามารถสัมผัสได้โดยประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่น ดิน น้้า อากาศ ฯลฯ ภายใน สสารเป็นเนื้อของสสาร เรียกว่า สาร ( Substance ) สาร ( Substance ) คือ สสารที่ทราบสมบัติ หรือ สสารที่จะศึกษา ดังนั้นจึงเป็นสสารที่ เฉพาะเจาะจง ซึ่งจะมีสมบัติของสาร 2 ประเภท คือ - สมบัติกายภาพ ( Physical Property ) หมายถึง สมบัติที่สังเกตได้จากลักษณะภายนอก และ เกี่ยวกับวิธีการทางฟิสิกส์ เช่น ความหนาแน่น , จุดเดือด , จุดหลอมเหลว - สมบัติทางเคมี ( Chemistry Property ) หมายถึง สมบัติที่เกิดขึ้นจากการท้าปฏิกิริยาเคมี เช่น การ ติดไฟ , การเป็นสนิม , ความเป็น กรด - เบส ของสาร การเปลี่ยนแปลงสาร การเปลี่ยนแปลงสาร แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ - การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ( Physical Change ) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของสารที่เกี่ยวกับ สมบัติกายภาพ โดยไม่มีผลต่อ องค์ประกอบภายใน และ ไม่เกิดสารใหม่ เช่น การเปลี่ยนสถานะ , การละลาย น้้า - การเปลี่ยนแปลงทางทางเคมี ( Chemistry Change ) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของสารที่เกี่ยวข้อง กับสมบัติทางเคมีซึ่งมีผลต่อองค์ประกอบภายใน และจะมีสมบัติต่างไปจากเดิม นั่นคือ การเกิดสารใหม่ เช่น กรดเกลือ ( HCl ) ท้าปฏิกิริยากับลวด แมกนีเซียม ( Mg ) แล้วเกิดสารใหม่ คือ ก๊าซไฮโดรเจน ( H2 ) การจัดจาแนกสาร จะสามารถจ้าแนกออกเป็น 4 กรณี ได้แก่ 1. การใช้สถานะเป็นเกณฑ์ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ - สถานะที่เป็นของแข็ง ( Solid ) จะมีรูปร่าง และ ปริมาตรคงที่ ซึ่งอนุภาคภายในจะอยู่ชิดติดกัน เช่น ด่างทับทิม ( KMnO4 ) , ทองแดง ( Cu ) - สถานะที่เป็นของเหลว ( Liquid ) จะมีรูปร่างตามภาชนะที่บรรจุ และ มีปริมาตรที่คงที่ ซึ่งอนุภาค ภายในจะอยู่ชิดกันน้อยกว่าของแข็ง และ มีสมบัติเป็นของไหล เช่น น้้ามัน , แอลกอฮอล์ , ปรอท ( Hg ) ฯลฯ - สถานะที่เป็นก๊าซ ( Gas ) จะมีรูปร่าง และ ปริมาตรที่ไม่คงที่ โดยรูปร่าง จะเปลี่ยนไปตามภาชนะที่ บรรจุ อนุภาคภายในจะอยู่ ห่างกันมากที่สุด และ มีสมบัติเป็นของไหลได้ เช่น ก๊าซหุงต้ม , อากาศ 2. การใช้เนื้อสารเป็นเกณฑ์ จะมีสมบัติทางกายภาพของสารที่ได้จากการสังเกตลักษณะความ แตกต่างของเนื้อสาร ซึ่งจะจ้าแนกได้ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ - สารเนื้อเดียว ( Homogeneous Substance ) หมายถึง สารที่มีเนื้อสารเหมือนกันทุกส่วน ท้าให้ สารมีสมบัติเหมือนกันตลอดทุกส่วน เช่น แอลกอฮอล์ , ทองค้า ( Au ) , โลหะบัดกรี - สารเนื้อผสม ( Heterogeneous Substance ) หมายถึง สารที่มีเนื้อสารแตกต่างกันในแต่ละส่วน จะท้าให้สารนั้นมีสมบัติ ไม่เหมือนกันตลอดทุกส่วน เช่น น้้าอบไทย , น้้าคลอง ฯลฯ
2.
3. การละลายน้าเป็นเกณฑ์ จะจ้าแนกได้ออกเป็น
3 กลุ่ม คือ - สารที่ละลายน้้าได้ เช่น เกลือแกง ( NaCl ) , ด่างทับทิม ( KMnO4 ) ฯลฯ - สารที่ละลายน้้าได้บ้าง เช่น ก๊าซคลอรีน ( Cl2 ) , ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2 ) ฯลฯ - สารที่ไม่สามารถละลายน้้าได้ เช่น ก้ามะถัน ( S8 ) , เหล็ก ( Fe ) ฯลฯ 4. การนาไฟฟ้าเป็นเกณฑ์ จะจ้าแนกได้ออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ - สารที่น้าไฟฟ้าได้ เช่น ทองแดง ( Cu ) , น้้าเกลือ ฯลฯ - สารที่ไม่น้าไฟฟ้า เช่น หินปูน ( CaCO3 ) , ก๊าซออกซิเจน ( O2 ) แต่โดยส่วนใหญ่นักเคมี จะแบ่งสารตามลักษณะเนื้อสารเป็นเกณฑ์ ดังนี้ สารบริสุทธิ์ ( Pure Substance ) คือ สารเนื้อเดียวที่มีจุดเดือด และ จุดหลอมเหลวคงที่ ธาตุ ( Element ) คือ สารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วยอะตอมเพียงชนิดเดียวกัน เช่น คาร์บอน ( C ) , ก้ามะถัน ( S8 ) สารประกอบ ( Compound Substance ) เกิดจากธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมารวมกัน โดยมีอัตราส่วน ในการร่วมกันคงที่แน่นอนได้แก่ กรดน้้าส้ม ( CH3COOH ) , กรดไฮโดรคลอริก ( HCl ) ฯลฯ ของผสม ( Mixture ) หมายถึง สารที่เกิดจากการน้าสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมาผสมกันโดยไม่จ้ากัด ส่วนผสม และ ในการผสมกัน นั้นไม่มีปฏิกิริยาเกิดขึ้นระหว่างสารองค์ประกอบที่น้ามาผสมกัน ซึ่งมี 3 ประเภท
3.
ได้แก่ 1. สารละลาย (
Solution Substance ) เป็นสารเนื้อเดียวที่มีสัดส่วนในการรวมกันของธาตุ หรือ สารประกอบไม่คงที่ไม่สามารถเขียนสูตรได้อย่างแน่นอน และ มีขนาดอนุภาคที่เล็กกว่า 10-7 เซนติเมตร ซึ่งมี 3 สถานะ เช่น อากาศ , น้้าอัดลม , นาก , และ โลหะผสม ทุกชนิด ฯลฯ ซึ่งสารละลายจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ตัวท้าละลาย ( Solvent ) และ ตัวถูกละลาย ( Solute ) จะมีข้อสังเกต ดังนี้ - สารใดที่มีปริมาณมากจะเป็นตัวทาละลาย และ สารใดมีปริมาณน้อยจะเป็นตัวถูกละลาย เช่น แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ มีเอทานอล 70 % และ น้้า ( H2O ) 30 % หมายความว่า น้้าจะเป็นตัวถูกละลาย และ เอทานอลเป็นสารละลาย เพราะแอลกอฮอล์มีปริมาณตามเปอร์เซนต์ที่มากกว่าน้้า - สารใดที่มีสถานะเช่นเดียวกับสารละลายเป็นตัวทาละลาย เช่น น้้าเชื่อม ซึ่งน้้าเชื่อมจัดอยู่ในสภาพที่เป็นของเหลว ( Liquid ) ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า น้้าเป็นตัวท้าละลาย และ น้้าตาลทราย ( C12H22O11 ) เป็นตัวถูกละลาย 2. สารแขวนลอย ( Suspension Substance ) คือ สารที่เกิดจากอนุภาคขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่ มากกว่า 10-4 เซนติเมตร ซึ่งจะลอยกระจายอยู่ในตัวกลางโดยอนุภาคที่มีอยู่ในของผสมนั้นมีขนาดใหญ่ จึง สามารถมองเห็นอนุภาคในของผสมได้อย่างชัดเจน เมื่อตั้งทิ้งไว้ อนุภาคจะตกตะกอนลงมา ซึ่งสารแขวนลอย นั้นจะไม่สามารถผ่านได้ทั้งกระดาษกรอง และ กระดาษเซลโลเฟน เช่น โคลน , น้้าอบไทย 3. คอลลอยด์ ( Colliod ) จะประกอบด้วยอนุภาคขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 10-4 และ 10- 7 เซนติเมตร ซึ่งจะไม่มีการตกตะกอน สามารถกระเจิงแสงได้ ซึ่งเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า " ปรากฏการณ์ ทินดอลล์ " และ ภายในอนุภาคก็มีการเคลื่อนที่แบบบราวน์เนียน( Brownian Movement ) กล่าวคือ เป็น การเคลื่อนที่ที่ไม่แน่นอน ในแนวเส้นตรง ซึ่งจะสามารถส่องดูได้จากเครื่องที่เรียกว่า " อัลตราไมโครสโคป " ( Ultramicroscope ) ซึ่งคอลลอยด์จะสามารถผ่านกระดาษกรองได้ แต่ไม่สามารถผ่านกระดาษเซลโลเฟนได้ เช่น กาว , นมสด คอลลอยด์ในชีวิตประจาวัน คอลลอยด์มีหลายชนิด ดังนี้ ประเภทของคอลลอยด์ สถานะของอนุภาค สถานะของตัวกลาง ตัวอย่าง แอโรซอล ของเหลว ก๊าซ เมฆ , สเปรย์ , หมอก แอโรซอล ของแข็ง ก๊าซ ควันไฟ , ฝุ่น อิมัลชัน ของเหลว ของเหลว นมสด , น้้ากะทิ , สลัด เจล ของแข็ง ของเหลว เยลลี่ , วุ้น , กาว , ยาสี ฟัน โฟม ก๊าซ ของเหลว ฟองสบู่ , ครีมโกนหนวด โฟม ก๊าซ ของแข็ง เม็ดโฟม , สบู่ก้อน
4.
คอลลอยด์ที่พบในชีวิตประจ้าวัน คือ อิมัลชัน
( Emulsion ) โดยอิมัลชัน คือ คอลลอยด์ที่เกิดระหว่าง ของเหลว กับของเหลว ซึ่ง สามารถปนเป็นเนื้อเดียวกันได้โดยมีอิมัลซิฟายเออร์ ( Emulsifier ) เป็นตัว ประสาน เช่น น้้า + น้้ามัน ( ไม่สามารถรวมตัวกันได้ ) ดังนั้น น้้าสบู่จึงเป็นอิมัลซิฟายเออร์เป็นตัวประสานจึง สามารถรวมตัวกันได้ การทดสอบความบริสุทธิ์ของสาร มี 3 ประเภท ได้แก่ 1. การหาจุดเดือด ( Boiling Point ) การที่สารไม่บริสุทธิ์ หรือ สารละลายจุดเดือดไม่คงที่ เกิดจาก อัตราส่วนระหว่างจ้านวนโมเลกุลของตัวถูกละลาย และ ตัวท้าละลาย เปลี่ยนแปลงไปโมเลกุลที่มีจุดเดือดต่้าจะ ระเหยไปเร็วกว่าท้าให้สารที่มีจุดเดือดสูงใน อัตราส่วนที่ มากกว่าจึงเป็นผลให้จุดเดือดสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยดูจาก รูปที่แสดงเป็นกราฟ 2. การหาจุดหลอมเหลว ( Melting Point ) จะสามารถทดสอบกับสารที่บริสุทธิ์ และสารที่ไม่ บริสุทธิ์ได้ โดย - สารบริสุทธิ์จะมีจุดหลอมเหลวคงที่ และ มีอุณหภูมิช่วงการหลอมเหลวแคบ - สารไม่บริสุทธิ์จะมีจุดหลอมเหลวไม่คงที่ และ มีอุณหภูมิในช่วงการหลอมเหลวกว้างซึ่งอุณหภูมิฃ่ วงการหลอม หมายถึง อุณหภูมิที่สารเริ่มต้นหลอมจนกระทั่งสารนั้นหลอมหมดโดยในอุณหภูมิช่วงการ หลอม ถ้าแคบต้องไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส โดยดูจากรูปที่แสดงเป็นกราฟ
5.
3. การหาจุดเยือกแข็ง (
Freezing Point ) จะสามารถทดสอบกับสารบริสุทธิ์ และ สารไม่บริสุทธิ์ ซึ่งไม่ค่อยนิยม เพราะจะต้อง ใช้เวลานานมากในการหาจุดเยือกแข็ง โดย - สารบริสุทธิ์จะมีจุดเยือกแข็งคงที่ - สารไม่บริสุทธิ์จะมีจุดเยือกแข็งไม่คงที่ โดยดูจากรูปที่แสดงเป็นกราฟ การแยกสาร ใช้ในการแยกสารประกอบซึ่งมี 7 วิธี ได้แก่ 1. การกลั่น เหมาะส้าหรับแยกของเหลวที่ปนเป็นเนื้อเดียวกัน โดยท้าให้ของเหลวกลายเป็นไอ แล้วท้าให้ควบแน่น เป็นของเหลวอีก แบ่งออก เป็น 2 ประเภท คือ - การกลั่นธรรมดา เหมาะส้าหรับสารที่มีจุดเดือดต่างกันประมาณ 80 องศาเซลเซียส ขึ้นไป แต่ อุณหภูมิตั้งแต่ 40 องศาเซลเซียส ก็จะเกิดกระบวนการแล้ว - การกลั่นลาดับส่วน เหมาะส้าหรับสารที่มีจุดเดือดต่างกันเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะมีข้อเสีย คือ จะใช้ พลังงานเป็นจ้านวนมาก และมีความสลับซับซ้อน การกลั่นล้าดับส่วนบางครั้งไม่ได้แยกสารให้บริสุทธิ์ แต่แยก เพื่อประโยชน์ในการน้าไปใช้ เช่น การแยกน้้ามันดิบ โดยจะแยกพวกที่มีจุดเดือดใกล้เคียงไว้ด้วยกัน แต่ถ้าสาร ที่มีจุดเดือดใกล้เคียงกันมาก แต่ไม่มีเครื่องกลั่นล้าดับส่วนก็สามารถกลั่นได้ด้วยเครื่องกลั่นธรรมดา แต่จะต้อง กลั่นหลาย ๆ ครั้ง จนกระทั่งจุดเดือด และจุดหลอมเหลวคงที่
6.
2. การใช้กรวยแยก เหมาะสมกับสารที่เป็นของเหลว และ
จะต้องเป็นสารที่ไม่ละลายต่อกัน หรือ จะต้องมีขั้วต่างกัน เช่น น้้า และ น้้ามัน 3. การกรอง เหมาะส้าหรับของแข็งที่ไม่ละลายน้้า หรือ ของแข็งที่ละลายน้้า และ ไม่ละลายน้้าปนอยู่ด้วยกัน เช่น หินปูน และ น้้า 4. การตกผลึก เหมาะส้าหรับสารที่สามารถละลายได้เป็นปรากฏการณ์ที่ตัวถูกละลายที่เป็นของแข็ง แยกตัวออกจาก สารละลายได้เป็นของแข็งที่มีรูปทรงเรขาคณิต โดยสารใด ๆ ที่ละลายในน้้าอยู่ในจุดอิ่มตัวจะตกเป็นผลึก ถ้า มากเกินพอจะเป็นการตกตะกอนของสาร
7.
5. การสกัดด้วยไอน้า เหมาะสมส้าหรับการสกัดพวกน้้ามันหอมระเหยจากพืช และ
การท้าน้้าหอม ( CH3COOH2O ) โดยมี หลักส้าคัญ ดังนี้ - จุดเดือดต่้าจะระเหยง่าย ถ้าเป็นสารที่มีจุดเดือดสูง จะต้องการกลั่นโดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงความดัน ในระบบ - สารส่วนใหญ่ไม่ละลายน้้า 6. การสกัดด้วยตัวทาละลาย เหมาะสมกับสารที่ระเหยง่าย โดยมีหลักส้าคัญดังนี้ - ถ้าสารมีความสามารถในการละลายในตัวท้าละลายต่างชนิดกันสามารถแยกสารออกจากกันได้ - หลักการเลือกตัวท้าละลายที่ดี คือ ต้องเลือกตัวท้าละลายที่ดี คือ ต้องเลือกตัวท้าละลายที่ละลายสารที่ ต่างกัน การสกัดออกมามากที่สุด และสิ่งเจือปนนั้นจะต้องติดมาน้อยที่สุด 7. การโครมาโทรกราฟี เหมาะสมส้าหรับการแยกสารที่มความสามารถในการละลาย และ ดูดซับไม่เท่ากัน , สารที่มีปริมาณ
8.
น้อย และ ไม่มีสี
โดยหลักส้าคัญ มีดังนี้ - ในการทดลองทุกครั้งจะต้องปิดฝา เพื่อป้องกันตัวท้าละลายแห้ง ในขณะที่เคลื่อนที่บนตัวดูดซับ - ถ้าสารเคลื่อนทีใกล้เคียงกันมาก แสดงว่าสารมีความสามารถในการละลาย และ ดูดซับได้ใกล้เคียง และ จะแก้ไขได้โดย การเปลี่ยนตัวท้าละลาย หรือ เพิ่มความยาวของดูดซับได้ แต่สารที่เคลื่อนที่ได้ระยะทางเท่ากัน ในตัวท้าละลาย และ ตัวดูดซับใกล้เคียงกัน มักจะสรุปได้ว่าสารนั้นเป็นสารเดียวกัน โดยวิธีนี้สามารถท้าให้สารบริสุทธิ์ได้ โดยตัดแบ่งสารที่ต้องการละลายในตัวท้าละลายที่เหมาะสม แล้วระเหยตัวท้าละลายนั้นทิ้งไป แล้วน้าสารนั้นมาท้าการโครมาโทรกราฟีใหม่ จนได้สารบริสุทธิ์ การค้านวณหาค่า Rf ( Rate of Flow ) เพื่อน้ามาค้านวณค่าของสารละลาย ค่า Rf = ระยะทางที่สารเคลื่อนที่ / ระยะทางที่ตัวท้า ละลายเคลื่อนที่ โดยค่า Rf ไม่มีหน่วย แต่มีค่าที่สูงสุดเท่ากับ 1
Download