การคัดแยกอาการและการจัดลาดับความสาคัญในภาวะฉุกเฉิน
เป้ าหมายของกิจกรรมนี้
• เราไม่ได้คาดหวังให้คุณมีทักษะในปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉิน
• เราคาดหวังให้คุณเข้าใจระเบียบปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉิน
• เราคาดหวังให้คุณเป็นผู้ประสบภัยที่ดีและเป็นไทยมุงที่ดี
• เราหวังว่าคุณจะเข้าใจการคัดแยกและไม่เป็นตัวภาระในเหตุอุบัติภัยหมู่
Triage(อ่านว่า ทรี-อาจ)
แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า การคัดกรอง หรือ คัดแยก
คานี้ใช้กับการคัดกรอง คัดแยกผู้ป่วย
ตามอาการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บตามลาดับความเร่งด่วน
เพื่อให้การรักษาหรือปฏิบัติการที่ถูกต้อง
การคัดแยกผู้ป่วยตามลาดับ ”ความรีบด่วน” ของการรักษา
ไม่ใช่ “ความรุนแรง” หรือ “ความซับซ้อน” ของผู้ป่วย
ผู้ป่วยที่รุนแรง (เช่นโรคมะเร็ง) หรือ ซับซ้อน (เช่นมีโรคร่วมหลายโรค) อาจไม่ต้องการความรีบด่วน
ของการรักษาในห้องฉุกเฉิน
ER triage
จุดประสงค์ : ใครควรจะได้รับการตรวจรักษาในห้องฉุกเฉินก่อนตามลาดับความรีบด่วนในแง่
การรักษาพยาบาล
Prehospital triage
จุดประสงค์ : ใครควรได้รับการจัดส่งความช่วยเหลือทางการแพทย์ตามลาดับความรีบด่วนในแง่
การรักษาพยาบาล
ระดับของการคัดแยกผู้ป่ วย
ระดั
บ
สี ประเภท เวลา
1 แดง
ป่ วยวิกฤติฉุกเฉิน
(Resustication)
ต้องให้ความช่วยเหลือภายใน 1-4
นาทีม่งั้นจะเสียชีวิต
เช่น ผู้ป่ วยช๊อคเสียเลือด เจ็บ
หน้าอกหัวใจขาดเลือด
2 เหลือง
ป่ วยปานกลาง
(Urgent)
ต้องผ่าตัดหรือรักษาเพื่อช่วยชีวิต
ภายใน 2-4 ชั่วโมง
เช่น กระดูกหัก ปวดท้องมาก
บาดแผล เหนื่อยหอบ
ป่ วยเล็กน้อย
(Less-Urgent)
ผู้ป่ วยที่รอได้นานกว่า 4 ชั่วโมงโดยไม่
เกิดอันตราย
คาถามของการคัดแยกผู้ป่ วยฉุกเฉินทางโทรศัพท์
• ผู้ป่วยมีอาการอย่างไร
• ผู้ป่วยอยู่ที่ไหน
• คุณโทรศัพท์จากหมายเลขใด
• คุณชื่ออะไร (อยู่กับผู้ป่วยหรือไม่)
• ผู้ป่วยรู้สติหรือไม่
• ผู้ป่วยหายใจปกติหรือไม่
• หากมีอาการวิกฤติมาก : ผู้แจ้งต้องถือสายไว้ ห้ามวาง
• Airway ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ เช่น ติดคอ ภูมิแพ้ หอบ
• Breathing ภาวะการหายใจบกพร่อง(Respiratory failure), ภาวะพร่องอ็อกซิเจน
(Oxygenation failure) , ภาวะหายใจไม่เพียงพอ (Ventilatory failure)
• Circulation ภาวะพร่องสารน้าหรือโลหิต Hypovolemic shock, ภาวะที่ตัว
หัวใจบีบเลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่ได้ Cardiogenic shock,ภาวะหลอดเลือดขยายตัวทั่วร่างกายDistributive shock
ถ้าผู้ป่วยมีภาวะเหล่านี้ถือว่าเป็นภาวะที่คุกคามต่อชีวิต ต้องได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์
โดยทันที!!
ผู้ป่วยจะมีอัตราตายหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนในเวลาเป็น”นาที”
คาถามที่บ่งชี้ถึงภาวะคุกคามต่อชีวิต
Airway/Breathing
ไม่หายใจ
หายใจลาบาก (มีเสียงดัง, เร็ว, แรง, ลึก, ไม่มีเสียงพูด, พูดได้ประโยคสั้นๆ)
ไม่รู้สติ, ระดับความรู้สติลดลง เขียว
วิธีนับการหายใจ ให้นับ 1-6 ว่าหายใจได้กี่ครั้งแล้ว คูณ 10 จานวนที่
นับได้จะเท่ากับจานวนครั้งของการหายใจต่อนานที
ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้ตอบสนองด้วยรหัสแดง
พร้อมกับให้คาสั่งแนะนาปฏิบัติการก่อนหน่วยปฏิบัติการไปถึง
คาถามที่บ่งชี้ถึงภาวะคุกคามต่อชีวิต
Circulation
ผิวซีดเย็น เหงื่อออก
ไม่รู้สติ, ระดับความรู้สึกตัวลดลง
เป็นลม หน้ามืด (อาจมีเฉพาะเวลาเปลี่ยนท่าเป็นนั่งหรือยืน)
ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้ตอบสนองด้วยรหัสแดง
พร้อมกับให้คาสั่งแนะนาปฏิบัติการก่อนหน่วยปฏิบัติการไปถึง
คาถามที่บ่งชี้ถึงภาวะคุกคามต่อชีวิต
ลักษณะคาถามควรเป็นคาถามที่ชัดเจนเข้าใจง่าย
เช่น ผู้ป่วยหมดสติหรือไม่
ผู้ป่วยเหงื่อท่วมตัวหรือไม่
Protocol หรือ standard questions ว่าต้องถามอะไรบ้าง อย่างไรบ้าง เป็นสิ่งที่ควร
มี
รวมถึงคาสั่งแนะนาปฏิบัติการก่อนหน่วยปฏิบัติการไปถึง (Pre-arrival instruction)
ด้วย
วิธีเช็คเมื่อพบผู้ป่วยในสถานที่
1. เรียกผู้ป่วยว่าหมดสติจริงหรือไม่
เรียกผู้ป่วยด้วยเสียงดัง เขย่าตัว ไม่เขย่าศีรษะ
2. ร้องหาความช่วยเหลือจากผู้อื่น รวมทั้งหาคนที่กู้ชีพเป็น รวมทั้งหาเครื่องกระตุกหัวใจ
3. ให้เปิดลาโพง hand free
4. เน้นย้าให้ตั้งใจฟัง ถ้าผู้แจ้งไม่พร้อม กระตุ้นให้พร้อมที่จะช่วยเหลือ!!
5. จัดท่าให้นอนหงาย
6. เปลื้อง/ปลดเสื้อผ้าให้เห็นทรวงอก
7. คุกเข่าลงข้างผู้ป่วย ใข้มือยกคางผู้ป่วยขึ้น ให้ศีรษะแหงนไปข้างหลัง
รูปแบบการตอบสนอง
 รหัสแดง
First responder ALS 8 min
 รหัสเหลือง
First responder (BLS) 8 min ALS 15 min
 รหัสเขียว
Only first responder (BLS)
 รหัสขาว
ไม่มีอาการที่แสดงภาวะคุกคามต่อชีวิต ไปหาหมอเองได้
 รหัสดา
No emergency patient
การคัดแยกผู้ป่ วยในเหตุอุบัติภัยหมู่
ประเมินรายบุคคล
(Individual Assesment)
ประเมินตามรหัสสี
แดง
เหลือง
เขียว
แยกคร่าวๆ
(Global sort)
ประโยชน์ของการคัดกรองผู้ป่วย
 การมี Prehospital triage ที่ดีช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตและ
ลดอัตราทุพพลภาพได้มาก เนื่องจากได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
และลดความสิ้นเปลืองทรัพยากร
 การคัดกรองทางโทรศัพท์มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือแก่ภาวะคุกคามชีวิต
(Airway, Breathing, Circulation)เพื่อการตอบสนองของ
หน่วยปฏิบัติงานอย่างรวดเร็วและเพียบพร้อมทั้งอุปกรณ์ ยา เวชภัณฑ์ และ
ศักยภาพของบุคคล
มาตรกลาสโกวโคม่า มาตรวัดกลาสโกวโคม่า (Glasgow Coma Scale: GCS)
มาตรกลาสโกวโคม่า คือ วิธีประเมินความผิดปกติและความรุนแรงทางระบบประสาทวิธีหนึ่งที่นิยมใช้ทางการแพทย์ เนื่องจาก
เป็นวิธีที่ไม่ยุงยาก ง่ายต่อการใช้ และสามารถให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ใช่แพทย์ประเมินได้ โดยประเมินลักษณะทาง
คลินิกในการรู้สึกตัวของผู้ป่วยเป็นคะแนน ทั้งนี้การประเมินประกอบด้วย
1. E (Eye opening)
การประเมินการลืมตาแบ่งเป็น
4 ระดับคะแนน คือ
1 คะแนน ไม่ลืมตา
ไม่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นใดๆ
2 คะแนน ลืมตาเมื่อเจ็บ
3 คะแนน ลืมตาเมื่อเรียก
4 คะแนน ลืมตาได้เอง
2. V (Verbal response) การ
ประเมินการพูด แบ่งเป็น 5 ระดับคะแนน
คือ
1 คะแนน ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ
2 คะแนน ส่งเสียงอือ อา ไม่เป็นคาพูด
3 คะแนน ส่งเสียงพูดเป็นคาๆ แต่ฟังไม่รู้เรื่อง
4 คะแนน พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับ
เหตุการณ์
5 คะแนน ถามตอบรู้เรื่องปกติ
3. M (Motor response) การประเมินการเคลื่อนไหว
ของแขน ขา แบ่งเป็น 6 ระดับคะแนน คือ
1 คะแนน ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆต่อสิ่งกระตุ้น ไม่ตอบสนองต่อความ
เจ็บปวด
2 คะแนน ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขาเหยียดเกร็ง
3 คะแนน ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้า
ผิดปกติ
4 คะแนน ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บแบบปกติ เช่น เคลื่อนแขนขาหนี
5 คะแนน ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บ ถูกตาแหน่งที่ทาให้เจ็บ เช่น การ
ปัดสิ่งกระตุ้น
6 คะแนน เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
E V M
มาตรกลาสโกวโคม่า มาตรวัดกลาสโกวโคม่า (Glasgow Coma Scale: GCS)
มาตรกลาสโกวโคม่า คือ วิธีประเมินความผิดปกติและความรุนแรงทางระบบประสาทวิธีหนึ่งที่นิยมใช้ทางการแพทย์ เนื่องจาก
เป็นวิธีที่ไม่ยุงยาก ง่ายต่อการใช้ และสามารถให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ใช่แพทย์ประเมินได้ โดยประเมินลักษณะทาง
คลินิกในการรู้สึกตัวของผู้ป่วยเป็นคะแนน ทั้งนี้การประเมินประกอบด้วย
E (Eye
openning)
การประเมินการลืมตาแบ่งเป็น
4 ระดับคะแนน คือ
1 คะแนน ไม่ลืมตา
ไม่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น
ใดๆ
2 คะแนน ลืมตาเมื่อเจ็บ
3 คะแนน ลืมตาเมื่อเรียก
4 คะแนน ลืมตาได้เอง
V (Verbal
response)
ประเมินการพูด แบ่งเป็น 5 ระดับคะแนน คือ
1 คะแนน ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ
2 คะแนน ส่งเสียงอือ อา ไม่เป็นคาพูด
3 คะแนน ส่งเสียงพูดเป็นคาๆ แต่ฟังไม่รู้
เรื่อง
4 คะแนน พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับ
เหตุการณ์
5 คะแนน ถามตอบรู้เรื่องปกติ
M (Motor
response)
การประเมินการเคลื่อนไหวของแขน ขา แบ่งเป็น 6 ระดับคะแนน คือ
1 คะแนน ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆต่อสิ่งกระตุ้น ไม่ตอบสนองต่อความ
เจ็บปวด
2 คะแนน ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขาเหยียดเกร็ง
3 คะแนน ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้า
ผิดปกติ
4 คะแนน ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บแบบปกติ เช่น เคลื่อนแขนขาหนี
5 คะแนน ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บ ถูกตาแหน่งที่ทาให้เจ็บ เช่น การ
ปัด
มาตรกลาสโกวโคม่า มาตรวัดกลาสโกวโคม่า (Glasgow Coma Scale: GCS)
มาตรกลาสโกวโคม่า คือ วิธีประเมินความผิดปกติและความรุนแรงทางระบบประสาทวิธีหนึ่งที่นิยมใช้ทางการแพทย์ เนื่องจาก
เป็นวิธีที่ไม่ยุงยาก ง่ายต่อการใช้ และสามารถให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ใช่แพทย์ประเมินได้ โดยประเมินลักษณะทาง
คลินิกในการรู้สึกตัวของผู้ป่วยเป็นคะแนน ทั้งนี้การประเมินประกอบด้วย
1. E (Eye opening)
การประเมินการลืมตาแบ่งเป็น
4 ระดับคะแนน คือ
1 คะแนน ไม่ลืมตา
ไม่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นใดๆ
2 คะแนน ลืมตาเมื่อเจ็บ
3 คะแนน ลืมตาเมื่อเรียก
4 คะแนน ลืมตาได้เอง
2. V (Verbal response) การ
ประเมินการพูด แบ่งเป็น 5 ระดับคะแนน
คือ
1 คะแนน ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ
2 คะแนน ส่งเสียงอือ อา ไม่เป็นคาพูด
3 คะแนน ส่งเสียงพูดเป็นคาๆ แต่ฟังไม่รู้เรื่อง
4 คะแนน พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับ
เหตุการณ์
5 คะแนน ถามตอบรู้เรื่องปกติ
3. M (Motor response) การประเมินการเคลื่อนไหว
ของแขน ขา แบ่งเป็น 6 ระดับคะแนน คือ
1 คะแนน ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆต่อสิ่งกระตุ้น ไม่ตอบสนองต่อความ
เจ็บปวด
2 คะแนน ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขาเหยียดเกร็ง
3 คะแนน ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้า
ผิดปกติ
4 คะแนน ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บแบบปกติ เช่น เคลื่อนแขนขาหนี
5 คะแนน ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บ ถูกตาแหน่งที่ทาให้เจ็บ เช่น การ
ปัดสิ่งกระตุ้น
6 คะแนน เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
การประเมินระดับอาการคร่าวๆ จากรหัสสี
คะแนน รหัสสี สภาพ
13-15 ขาว ปกติดี
9-12 เขียว บาดเจ็บเล็กน้อย
6-8 เหลือง บาดเจ็บปานกลาง
4-5 แดง วิกฤติต่อชีวิต
<3 ดา สาหัส มีโอกาสรอดยาก
ครั้งนี้มี 5 คะแนน
การได้คะแนนมาจากการปฏิบัติได้ถูกต้องในแต่ละรอบ
- เริ่มจากโทรแจ้งได้ถูกต้อง ซักถามได้ถูกต้อง มี 1
คะแนน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิด ในรอบนั้นจะไม่ได้
คะแนนนี้
- แบ่งโซน คัดกรอง และเคลื่อนย้ายได้เสร็จก่อน 8 นาที
มี 2 คะแนน (แต่ละกลุ่มจงเลือกตัวแทนมาเป็นผู้
ปฏิบัติการ)
- หากรายงานผลได้เร็วกว่า 10 นาที และรายงานได้
ถูกต้องด้วย ได้ 2 คะแนน
END
ท่านอยู่ในท่านั่งยืดขา ท่านอยู่ในท่านั่งยืดขา ท่านอยู่ในท่านั่งยืดขา ท่านอยู่ในท่านั่งยืดขา
ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ
ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่านั่งชั่นเข่า ท่านอยู่ในท่านั่งชั่นเข่า ท่านอยู่ในท่านั่งชั่นเข่า ท่านอยู่ในท่านั่งชั่นเข่า
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 2 ส่งเสียงอือ อา
ไม่เป็นคาพูด
Motor response = 3 ตอบสนองต่อ
การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 2 ส่งเสียงอือ อา
ไม่เป็นคาพูด
Motor response = 3 ตอบสนองต่อ
การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 3 ส่งเสียงพูด
เป็นคาๆ แต่ฟังไม่รู้เรื่อง
Motor response = 3 ตอบสนองต่อ
การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 3 ส่งเสียงพูด
เป็นคาๆ แต่ฟังไม่รู้เรื่อง
Motor response = 3 ตอบสนองต่อ
การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 4 พูดเป็นคาๆ
แต่ไม่ถูกต้องกับเหตุการณ์
Motor response = 3 ตอบสนองต่อ
การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 4 พูดเป็นคาๆ
แต่ไม่ถูกต้องกับเหตุการณ์
Motor response = 3 ตอบสนองต่อ
การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 4 พูดเป็นคาๆ
แต่ไม่ถูกต้องกับเหตุการณ์
Motor response = 3 ตอบสนองต่อ
การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 4 พูดเป็นคาๆ
แต่ไม่ถูกต้องกับเหตุการณ์
Motor response = 3 ตอบสนองต่อ
การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ
ส่ง
เสียง
โวยวา
ย
ส่ง
เสียง
โวยวา
ย
ท่านอยู่ในท่านั่ง ท่านอยู่ในท่านั่ง
ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ
Eye = 3 ลืมตาเมื่อเรียก
Verbal response = 5 ถามตอบ
รู้เรื่องปกติ
Motor response = 6
เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ
Verbal response = 1 ไม่พูด
ไม่ส่งเสียงใดๆ
Motor response = 1 ไม่
มีการเคลื่อนไหวใดๆต่อสิ่งกระตุ้นไม่
ตอบสนองต่อความเจ็บปวด
Eye = 3 ลืมตาเมื่อเรียก
Verbal response = 4
พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับ
เหตุการณ์
Motor response = 6
เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 3 ลืมตาเมื่อเรียก
Verbal response = 5 ถามตอบ
รู้เรื่องปกติ
Motor response = 6
เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
ท่านอยู่ในท่านั่ง ท่านอยู่ในท่านั่ง ท่านอยู่ในท่านั่งท่านอยู่ในท่านั่ง
Eye = 3 ลืมตาเมื่อเรียก
Verbal response = 4
พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับ
เหตุการณ์
Motor response = 6
เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 3 ลืมตาเมื่อเรียก
Verbal response = 5 ถามตอบ
รู้เรื่องปกติ
Motor response = 6
เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
ท่านอยู่ในท่านั่ง ท่านอยู่ในท่านั่ง
ท่านมีแผลเลือดออก
ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ
Eye = 3 ลืมตาเมื่อเรียก
Verbal response = 4
พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับ
เหตุการณ์
Motor response = 6
เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 3 ลืมตาเมื่อเรียก
Verbal response = 5 ถามตอบ
รู้เรื่องปกติ
Motor response = 6
เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
ส่ง
เสียง
โวยวา
ย
ส่ง
เสียง
โวยวา
ย
ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า
ท่านมีแผลเลือดออก
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า
ท่านมีแผลเลือดออก
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า
ท่านมีแผลเลือดออก
ผู้บาดเจ็บ
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้เรื่อง
ปกติ
Motor response =6
เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้เรื่อง
ปกติ
Motor response =6
เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้เรื่อง
ปกติ
Motor response =6
เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้เรื่อง
ปกติ
Motor response =6
เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ
Verbal response = 1 ไม่พูด
ไม่ส่งเสียงใดๆ
Motor response = 1 ไม่มีการ
เคลื่อนไหวใดๆต่อสิ่งกระตุ้นไม่ตอบสนอง
ต่อความเจ็บปวด
Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ
Verbal response = 1 ไม่พูด
ไม่ส่งเสียงใดๆ
Motor response = 3
ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บโดย
แขน ขางอเข้าผิดปกติ
Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ
Verbal response = 1 ไม่พูด
ไม่ส่งเสียงใดๆ
Motor response = 3
ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บโดย
แขน ขางอเข้าผิดปกติ
ส่ง
เสียง
โวยวา
ย
ส่ง
เสียง
โวยวา
ย
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้เรื่อง
ปกติ
Motor response =6
เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
ส่ง
เสียง
โวยวา
ย
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่านอนราบ
ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่านอนราบ ท่านอยู่ในท่านอนราบ ท่านอยู่ในท่านอนราบ
ท่านอยู่ในท่านอนราบ
ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่านอนราบ ท่านอยู่ในท่านอนราบ ท่านอยู่ในท่านอนราบ
Eye = 1 ลืมตาเมื่อเจ็บ
Verbal response = 1 ไม่พูด
ไม่ส่งเสียงใดๆ
Motor response = 2
ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บโดย
แขน ขาเหยียดเกร็ง
Eye = 1 ลืมตาเมื่อเจ็บ
Verbal response = 1 ไม่พูด
ไม่ส่งเสียงใดๆ
Motor response = 2
ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บโดย
แขน ขาเหยียดเกร็ง
ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ
Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ
Verbal response = 1 ไม่พูด
ไม่ส่งเสียงใดๆ
Motor response = 5
ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บถูกตาแหน่งที่
ทาให้เจ็บเช่น การปัดสิ่งกระตุ้น
Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ
Verbal response = 1 ไม่พูด
ไม่ส่งเสียงใดๆ
Motor response = 5
ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บถูกตาแหน่งที่
ทาให้เจ็บเช่น การปัดสิ่งกระตุ้น
Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ
Verbal response = 1 ไม่พูด
ไม่ส่งเสียงใดๆ
Motor response = 5
ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บถูกตาแหน่งที่
ทาให้เจ็บเช่น การปัดสิ่งกระตุ้น
Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ
Verbal response = 1 ไม่พูด
ไม่ส่งเสียงใดๆ
Motor response = 5
ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บถูกตาแหน่งที่
ทาให้เจ็บเช่น การปัดสิ่งกระตุ้น
Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ
Verbal response = 1 ไม่พูด
ไม่ส่งเสียงใดๆ
Motor response = 5
ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บถูกตาแหน่งที่
ทาให้เจ็บเช่น การปัดสิ่งกระตุ้น
Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ
Verbal response = 1 ไม่พูด
ไม่ส่งเสียงใดๆ
Motor response = 5
ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บถูกตาแหน่งที่
ทาให้เจ็บเช่น การปัดสิ่งกระตุ้น
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
ท่านมีแผลเลือดออก
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
ท่านมีแผลเลือดออก
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
ผู้บาดเจ็บ
ท่านอยู่ในท่ายืน
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
Eye = 4 ลืมตาได้เอง
Verbal response = 5 ถามตอบรู้
เรื่องปกติ
Motor response =6
เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู
เหตุการณ์ด้วยความตื่น
ตระหนก ร้องขอความ
ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู
เหตุการณ์ด้วยความตื่น
ตระหนก ร้องขอความ
ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู
เหตุการณ์ด้วยความตื่น
ตระหนก ร้องขอความ
ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู
เหตุการณ์ด้วยความตื่น
ตระหนก ร้องขอความ
ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู
เหตุการณ์ด้วยความตื่น
ตระหนก ร้องขอความ
ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู
เหตุการณ์ด้วยความตื่น
ตระหนก ร้องขอความ
ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู
เหตุการณ์ด้วยความตื่น
ตระหนก ร้องขอความ
ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู
เหตุการณ์ด้วยความตื่น
ตระหนก ร้องขอความ
ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
ท่านเป็นไทยมุง
ที่เดินเพ่นพ่านไปมา
วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ
ท่านเป็นไทยมุง
ที่เดินเพ่นพ่านไปมา
วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ
ท่านเป็นไทยมุง
ที่เดินเพ่นพ่านไปมา
วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ
ท่านเป็นไทยมุง
ที่เดินเพ่นพ่านไปมา
วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ
ท่านเป็นไทยมุง
ที่เดินเพ่นพ่านไปมา
วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ
ท่านเป็นไทยมุง
ที่เดินเพ่นพ่านไปมา
วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ
ท่านเป็นไทยมุง
ที่เดินเพ่นพ่านไปมา
วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ
ท่านเป็นไทยมุง
ที่เดินเพ่นพ่านไปมา
วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่างห่วงๆ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่
นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่าง
ห่วงๆ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่างห่วงๆ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่
นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่าง
ห่วงๆ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่
นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่าง
ห่วงๆ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่
นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่าง
ห่วงๆ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่
นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่าง
ห่วงๆ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่
นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่าง
ห่วงๆ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่างห่วงๆ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่
นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่าง
ห่วงๆ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่างห่วงๆ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่
นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่าง
ห่วงๆ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่
นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่าง
ห่วงๆ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่
นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่าง
ห่วงๆ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่
นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่าง
ห่วงๆ
ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่
นิ่งๆ
แบบมองห่างๆ อย่าง
ห่วงๆ

Week 9 emergency medical

  • 1.
  • 2.
    เป้ าหมายของกิจกรรมนี้ • เราไม่ได้คาดหวังให้คุณมีทักษะในปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉิน •เราคาดหวังให้คุณเข้าใจระเบียบปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉิน • เราคาดหวังให้คุณเป็นผู้ประสบภัยที่ดีและเป็นไทยมุงที่ดี • เราหวังว่าคุณจะเข้าใจการคัดแยกและไม่เป็นตัวภาระในเหตุอุบัติภัยหมู่
  • 3.
    Triage(อ่านว่า ทรี-อาจ) แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า การคัดกรองหรือ คัดแยก คานี้ใช้กับการคัดกรอง คัดแยกผู้ป่วย ตามอาการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บตามลาดับความเร่งด่วน เพื่อให้การรักษาหรือปฏิบัติการที่ถูกต้อง
  • 4.
    การคัดแยกผู้ป่วยตามลาดับ ”ความรีบด่วน” ของการรักษา ไม่ใช่“ความรุนแรง” หรือ “ความซับซ้อน” ของผู้ป่วย ผู้ป่วยที่รุนแรง (เช่นโรคมะเร็ง) หรือ ซับซ้อน (เช่นมีโรคร่วมหลายโรค) อาจไม่ต้องการความรีบด่วน ของการรักษาในห้องฉุกเฉิน
  • 5.
    ER triage จุดประสงค์ :ใครควรจะได้รับการตรวจรักษาในห้องฉุกเฉินก่อนตามลาดับความรีบด่วนในแง่ การรักษาพยาบาล Prehospital triage จุดประสงค์ : ใครควรได้รับการจัดส่งความช่วยเหลือทางการแพทย์ตามลาดับความรีบด่วนในแง่ การรักษาพยาบาล
  • 7.
    ระดับของการคัดแยกผู้ป่ วย ระดั บ สี ประเภทเวลา 1 แดง ป่ วยวิกฤติฉุกเฉิน (Resustication) ต้องให้ความช่วยเหลือภายใน 1-4 นาทีม่งั้นจะเสียชีวิต เช่น ผู้ป่ วยช๊อคเสียเลือด เจ็บ หน้าอกหัวใจขาดเลือด 2 เหลือง ป่ วยปานกลาง (Urgent) ต้องผ่าตัดหรือรักษาเพื่อช่วยชีวิต ภายใน 2-4 ชั่วโมง เช่น กระดูกหัก ปวดท้องมาก บาดแผล เหนื่อยหอบ ป่ วยเล็กน้อย (Less-Urgent) ผู้ป่ วยที่รอได้นานกว่า 4 ชั่วโมงโดยไม่ เกิดอันตราย
  • 8.
    คาถามของการคัดแยกผู้ป่ วยฉุกเฉินทางโทรศัพท์ • ผู้ป่วยมีอาการอย่างไร •ผู้ป่วยอยู่ที่ไหน • คุณโทรศัพท์จากหมายเลขใด • คุณชื่ออะไร (อยู่กับผู้ป่วยหรือไม่) • ผู้ป่วยรู้สติหรือไม่ • ผู้ป่วยหายใจปกติหรือไม่ • หากมีอาการวิกฤติมาก : ผู้แจ้งต้องถือสายไว้ ห้ามวาง
  • 9.
    • Airway ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจเช่น ติดคอ ภูมิแพ้ หอบ • Breathing ภาวะการหายใจบกพร่อง(Respiratory failure), ภาวะพร่องอ็อกซิเจน (Oxygenation failure) , ภาวะหายใจไม่เพียงพอ (Ventilatory failure) • Circulation ภาวะพร่องสารน้าหรือโลหิต Hypovolemic shock, ภาวะที่ตัว หัวใจบีบเลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่ได้ Cardiogenic shock,ภาวะหลอดเลือดขยายตัวทั่วร่างกายDistributive shock ถ้าผู้ป่วยมีภาวะเหล่านี้ถือว่าเป็นภาวะที่คุกคามต่อชีวิต ต้องได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์ โดยทันที!! ผู้ป่วยจะมีอัตราตายหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนในเวลาเป็น”นาที”
  • 10.
    คาถามที่บ่งชี้ถึงภาวะคุกคามต่อชีวิต Airway/Breathing ไม่หายใจ หายใจลาบาก (มีเสียงดัง, เร็ว,แรง, ลึก, ไม่มีเสียงพูด, พูดได้ประโยคสั้นๆ) ไม่รู้สติ, ระดับความรู้สติลดลง เขียว วิธีนับการหายใจ ให้นับ 1-6 ว่าหายใจได้กี่ครั้งแล้ว คูณ 10 จานวนที่ นับได้จะเท่ากับจานวนครั้งของการหายใจต่อนานที ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้ตอบสนองด้วยรหัสแดง พร้อมกับให้คาสั่งแนะนาปฏิบัติการก่อนหน่วยปฏิบัติการไปถึง
  • 11.
    คาถามที่บ่งชี้ถึงภาวะคุกคามต่อชีวิต Circulation ผิวซีดเย็น เหงื่อออก ไม่รู้สติ, ระดับความรู้สึกตัวลดลง เป็นลมหน้ามืด (อาจมีเฉพาะเวลาเปลี่ยนท่าเป็นนั่งหรือยืน) ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้ตอบสนองด้วยรหัสแดง พร้อมกับให้คาสั่งแนะนาปฏิบัติการก่อนหน่วยปฏิบัติการไปถึง
  • 12.
    คาถามที่บ่งชี้ถึงภาวะคุกคามต่อชีวิต ลักษณะคาถามควรเป็นคาถามที่ชัดเจนเข้าใจง่าย เช่น ผู้ป่วยหมดสติหรือไม่ ผู้ป่วยเหงื่อท่วมตัวหรือไม่ Protocol หรือstandard questions ว่าต้องถามอะไรบ้าง อย่างไรบ้าง เป็นสิ่งที่ควร มี รวมถึงคาสั่งแนะนาปฏิบัติการก่อนหน่วยปฏิบัติการไปถึง (Pre-arrival instruction) ด้วย
  • 13.
    วิธีเช็คเมื่อพบผู้ป่วยในสถานที่ 1. เรียกผู้ป่วยว่าหมดสติจริงหรือไม่ เรียกผู้ป่วยด้วยเสียงดัง เขย่าตัวไม่เขย่าศีรษะ 2. ร้องหาความช่วยเหลือจากผู้อื่น รวมทั้งหาคนที่กู้ชีพเป็น รวมทั้งหาเครื่องกระตุกหัวใจ 3. ให้เปิดลาโพง hand free 4. เน้นย้าให้ตั้งใจฟัง ถ้าผู้แจ้งไม่พร้อม กระตุ้นให้พร้อมที่จะช่วยเหลือ!! 5. จัดท่าให้นอนหงาย 6. เปลื้อง/ปลดเสื้อผ้าให้เห็นทรวงอก 7. คุกเข่าลงข้างผู้ป่วย ใข้มือยกคางผู้ป่วยขึ้น ให้ศีรษะแหงนไปข้างหลัง
  • 14.
    รูปแบบการตอบสนอง  รหัสแดง First responderALS 8 min  รหัสเหลือง First responder (BLS) 8 min ALS 15 min  รหัสเขียว Only first responder (BLS)  รหัสขาว ไม่มีอาการที่แสดงภาวะคุกคามต่อชีวิต ไปหาหมอเองได้  รหัสดา No emergency patient
  • 15.
  • 23.
  • 24.
    ประโยชน์ของการคัดกรองผู้ป่วย  การมี Prehospitaltriage ที่ดีช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตและ ลดอัตราทุพพลภาพได้มาก เนื่องจากได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที และลดความสิ้นเปลืองทรัพยากร  การคัดกรองทางโทรศัพท์มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือแก่ภาวะคุกคามชีวิต (Airway, Breathing, Circulation)เพื่อการตอบสนองของ หน่วยปฏิบัติงานอย่างรวดเร็วและเพียบพร้อมทั้งอุปกรณ์ ยา เวชภัณฑ์ และ ศักยภาพของบุคคล
  • 25.
    มาตรกลาสโกวโคม่า มาตรวัดกลาสโกวโคม่า (GlasgowComa Scale: GCS) มาตรกลาสโกวโคม่า คือ วิธีประเมินความผิดปกติและความรุนแรงทางระบบประสาทวิธีหนึ่งที่นิยมใช้ทางการแพทย์ เนื่องจาก เป็นวิธีที่ไม่ยุงยาก ง่ายต่อการใช้ และสามารถให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ใช่แพทย์ประเมินได้ โดยประเมินลักษณะทาง คลินิกในการรู้สึกตัวของผู้ป่วยเป็นคะแนน ทั้งนี้การประเมินประกอบด้วย 1. E (Eye opening) การประเมินการลืมตาแบ่งเป็น 4 ระดับคะแนน คือ 1 คะแนน ไม่ลืมตา ไม่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นใดๆ 2 คะแนน ลืมตาเมื่อเจ็บ 3 คะแนน ลืมตาเมื่อเรียก 4 คะแนน ลืมตาได้เอง 2. V (Verbal response) การ ประเมินการพูด แบ่งเป็น 5 ระดับคะแนน คือ 1 คะแนน ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ 2 คะแนน ส่งเสียงอือ อา ไม่เป็นคาพูด 3 คะแนน ส่งเสียงพูดเป็นคาๆ แต่ฟังไม่รู้เรื่อง 4 คะแนน พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับ เหตุการณ์ 5 คะแนน ถามตอบรู้เรื่องปกติ 3. M (Motor response) การประเมินการเคลื่อนไหว ของแขน ขา แบ่งเป็น 6 ระดับคะแนน คือ 1 คะแนน ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆต่อสิ่งกระตุ้น ไม่ตอบสนองต่อความ เจ็บปวด 2 คะแนน ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขาเหยียดเกร็ง 3 คะแนน ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้า ผิดปกติ 4 คะแนน ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บแบบปกติ เช่น เคลื่อนแขนขาหนี 5 คะแนน ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บ ถูกตาแหน่งที่ทาให้เจ็บ เช่น การ ปัดสิ่งกระตุ้น 6 คะแนน เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง E V M
  • 26.
    มาตรกลาสโกวโคม่า มาตรวัดกลาสโกวโคม่า (GlasgowComa Scale: GCS) มาตรกลาสโกวโคม่า คือ วิธีประเมินความผิดปกติและความรุนแรงทางระบบประสาทวิธีหนึ่งที่นิยมใช้ทางการแพทย์ เนื่องจาก เป็นวิธีที่ไม่ยุงยาก ง่ายต่อการใช้ และสามารถให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ใช่แพทย์ประเมินได้ โดยประเมินลักษณะทาง คลินิกในการรู้สึกตัวของผู้ป่วยเป็นคะแนน ทั้งนี้การประเมินประกอบด้วย E (Eye openning) การประเมินการลืมตาแบ่งเป็น 4 ระดับคะแนน คือ 1 คะแนน ไม่ลืมตา ไม่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น ใดๆ 2 คะแนน ลืมตาเมื่อเจ็บ 3 คะแนน ลืมตาเมื่อเรียก 4 คะแนน ลืมตาได้เอง V (Verbal response) ประเมินการพูด แบ่งเป็น 5 ระดับคะแนน คือ 1 คะแนน ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ 2 คะแนน ส่งเสียงอือ อา ไม่เป็นคาพูด 3 คะแนน ส่งเสียงพูดเป็นคาๆ แต่ฟังไม่รู้ เรื่อง 4 คะแนน พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับ เหตุการณ์ 5 คะแนน ถามตอบรู้เรื่องปกติ M (Motor response) การประเมินการเคลื่อนไหวของแขน ขา แบ่งเป็น 6 ระดับคะแนน คือ 1 คะแนน ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆต่อสิ่งกระตุ้น ไม่ตอบสนองต่อความ เจ็บปวด 2 คะแนน ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขาเหยียดเกร็ง 3 คะแนน ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้า ผิดปกติ 4 คะแนน ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บแบบปกติ เช่น เคลื่อนแขนขาหนี 5 คะแนน ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บ ถูกตาแหน่งที่ทาให้เจ็บ เช่น การ ปัด
  • 27.
    มาตรกลาสโกวโคม่า มาตรวัดกลาสโกวโคม่า (GlasgowComa Scale: GCS) มาตรกลาสโกวโคม่า คือ วิธีประเมินความผิดปกติและความรุนแรงทางระบบประสาทวิธีหนึ่งที่นิยมใช้ทางการแพทย์ เนื่องจาก เป็นวิธีที่ไม่ยุงยาก ง่ายต่อการใช้ และสามารถให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ใช่แพทย์ประเมินได้ โดยประเมินลักษณะทาง คลินิกในการรู้สึกตัวของผู้ป่วยเป็นคะแนน ทั้งนี้การประเมินประกอบด้วย 1. E (Eye opening) การประเมินการลืมตาแบ่งเป็น 4 ระดับคะแนน คือ 1 คะแนน ไม่ลืมตา ไม่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นใดๆ 2 คะแนน ลืมตาเมื่อเจ็บ 3 คะแนน ลืมตาเมื่อเรียก 4 คะแนน ลืมตาได้เอง 2. V (Verbal response) การ ประเมินการพูด แบ่งเป็น 5 ระดับคะแนน คือ 1 คะแนน ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ 2 คะแนน ส่งเสียงอือ อา ไม่เป็นคาพูด 3 คะแนน ส่งเสียงพูดเป็นคาๆ แต่ฟังไม่รู้เรื่อง 4 คะแนน พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับ เหตุการณ์ 5 คะแนน ถามตอบรู้เรื่องปกติ 3. M (Motor response) การประเมินการเคลื่อนไหว ของแขน ขา แบ่งเป็น 6 ระดับคะแนน คือ 1 คะแนน ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆต่อสิ่งกระตุ้น ไม่ตอบสนองต่อความ เจ็บปวด 2 คะแนน ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขาเหยียดเกร็ง 3 คะแนน ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้า ผิดปกติ 4 คะแนน ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บแบบปกติ เช่น เคลื่อนแขนขาหนี 5 คะแนน ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บ ถูกตาแหน่งที่ทาให้เจ็บ เช่น การ ปัดสิ่งกระตุ้น 6 คะแนน เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง การประเมินระดับอาการคร่าวๆ จากรหัสสี คะแนน รหัสสี สภาพ 13-15 ขาว ปกติดี 9-12 เขียว บาดเจ็บเล็กน้อย 6-8 เหลือง บาดเจ็บปานกลาง 4-5 แดง วิกฤติต่อชีวิต <3 ดา สาหัส มีโอกาสรอดยาก
  • 28.
    ครั้งนี้มี 5 คะแนน การได้คะแนนมาจากการปฏิบัติได้ถูกต้องในแต่ละรอบ -เริ่มจากโทรแจ้งได้ถูกต้อง ซักถามได้ถูกต้อง มี 1 คะแนน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิด ในรอบนั้นจะไม่ได้ คะแนนนี้ - แบ่งโซน คัดกรอง และเคลื่อนย้ายได้เสร็จก่อน 8 นาที มี 2 คะแนน (แต่ละกลุ่มจงเลือกตัวแทนมาเป็นผู้ ปฏิบัติการ) - หากรายงานผลได้เร็วกว่า 10 นาที และรายงานได้ ถูกต้องด้วย ได้ 2 คะแนน
  • 29.
  • 30.
    ท่านอยู่ในท่านั่งยืดขา ท่านอยู่ในท่านั่งยืดขา ท่านอยู่ในท่านั่งยืดขาท่านอยู่ในท่านั่งยืดขา ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่านั่งชั่นเข่า ท่านอยู่ในท่านั่งชั่นเข่า ท่านอยู่ในท่านั่งชั่นเข่า ท่านอยู่ในท่านั่งชั่นเข่า Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 2 ส่งเสียงอือ อา ไม่เป็นคาพูด Motor response = 3 ตอบสนองต่อ การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 2 ส่งเสียงอือ อา ไม่เป็นคาพูด Motor response = 3 ตอบสนองต่อ การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 3 ส่งเสียงพูด เป็นคาๆ แต่ฟังไม่รู้เรื่อง Motor response = 3 ตอบสนองต่อ การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 3 ส่งเสียงพูด เป็นคาๆ แต่ฟังไม่รู้เรื่อง Motor response = 3 ตอบสนองต่อ การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 4 พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับเหตุการณ์ Motor response = 3 ตอบสนองต่อ การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 4 พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับเหตุการณ์ Motor response = 3 ตอบสนองต่อ การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 4 พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับเหตุการณ์ Motor response = 3 ตอบสนองต่อ การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 4 พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับเหตุการณ์ Motor response = 3 ตอบสนองต่อ การกระตุ้นที่ทาให้เจ็บ โดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ ส่ง เสียง โวยวา ย ส่ง เสียง โวยวา ย
  • 31.
    ท่านอยู่ในท่านั่ง ท่านอยู่ในท่านั่ง ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ Eye = 3 ลืมตาเมื่อเรียก Verbal response = 5 ถามตอบ รู้เรื่องปกติ Motor response = 6 เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ Verbal response = 1 ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ Motor response = 1 ไม่ มีการเคลื่อนไหวใดๆต่อสิ่งกระตุ้นไม่ ตอบสนองต่อความเจ็บปวด Eye = 3 ลืมตาเมื่อเรียก Verbal response = 4 พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับ เหตุการณ์ Motor response = 6 เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 3 ลืมตาเมื่อเรียก Verbal response = 5 ถามตอบ รู้เรื่องปกติ Motor response = 6 เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง ท่านอยู่ในท่านั่ง ท่านอยู่ในท่านั่ง ท่านอยู่ในท่านั่งท่านอยู่ในท่านั่ง Eye = 3 ลืมตาเมื่อเรียก Verbal response = 4 พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับ เหตุการณ์ Motor response = 6 เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 3 ลืมตาเมื่อเรียก Verbal response = 5 ถามตอบ รู้เรื่องปกติ Motor response = 6 เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง ท่านอยู่ในท่านั่ง ท่านอยู่ในท่านั่ง ท่านมีแผลเลือดออก ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ Eye = 3 ลืมตาเมื่อเรียก Verbal response = 4 พูดเป็นคาๆ แต่ไม่ถูกต้องกับ เหตุการณ์ Motor response = 6 เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 3 ลืมตาเมื่อเรียก Verbal response = 5 ถามตอบ รู้เรื่องปกติ Motor response = 6 เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง ส่ง เสียง โวยวา ย ส่ง เสียง โวยวา ย
  • 32.
    ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า ท่านมีแผลเลือดออก ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า ท่านมีแผลเลือดออก ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่านอนชันเข่า ท่านมีแผลเลือดออก ผู้บาดเจ็บ Eye =4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้เรื่อง ปกติ Motor response =6 เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้เรื่อง ปกติ Motor response =6 เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้เรื่อง ปกติ Motor response =6 เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้เรื่อง ปกติ Motor response =6 เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ Verbal response = 1 ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ Motor response = 1 ไม่มีการ เคลื่อนไหวใดๆต่อสิ่งกระตุ้นไม่ตอบสนอง ต่อความเจ็บปวด Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ Verbal response = 1 ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ Motor response = 3 ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บโดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ Verbal response = 1 ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ Motor response = 3 ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บโดย แขน ขางอเข้าผิดปกติ ส่ง เสียง โวยวา ย ส่ง เสียง โวยวา ย Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้เรื่อง ปกติ Motor response =6 เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง ส่ง เสียง โวยวา ย ผู้บาดเจ็บ
  • 33.
    ท่านอยู่ในท่านอนราบ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่านอนราบ ท่านอยู่ในท่านอนราบ ท่านอยู่ในท่านอนราบ ท่านอยู่ในท่านอนราบ ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่านอนราบ ท่านอยู่ในท่านอนราบ ท่านอยู่ในท่านอนราบ Eye = 1 ลืมตาเมื่อเจ็บ Verbal response = 1 ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ Motor response = 2 ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บโดย แขน ขาเหยียดเกร็ง Eye = 1 ลืมตาเมื่อเจ็บ Verbal response = 1 ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ Motor response = 2 ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ทาให้เจ็บโดย แขน ขาเหยียดเกร็ง ผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บ Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ Verbal response = 1 ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ Motor response = 5 ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บถูกตาแหน่งที่ ทาให้เจ็บเช่น การปัดสิ่งกระตุ้น Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ Verbal response = 1 ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ Motor response = 5 ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บถูกตาแหน่งที่ ทาให้เจ็บเช่น การปัดสิ่งกระตุ้น Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ Verbal response = 1 ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ Motor response = 5 ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บถูกตาแหน่งที่ ทาให้เจ็บเช่น การปัดสิ่งกระตุ้น Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ Verbal response = 1 ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ Motor response = 5 ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บถูกตาแหน่งที่ ทาให้เจ็บเช่น การปัดสิ่งกระตุ้น Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ Verbal response = 1 ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ Motor response = 5 ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บถูกตาแหน่งที่ ทาให้เจ็บเช่น การปัดสิ่งกระตุ้น Eye = 2 ลืมตาเมื่อเจ็บ Verbal response = 1 ไม่พูด ไม่ส่งเสียงใดๆ Motor response = 5 ตอบสนองต่อการทาให้เจ็บถูกตาแหน่งที่ ทาให้เจ็บเช่น การปัดสิ่งกระตุ้น
  • 34.
    ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน ท่านมีแผลเลือดออก ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน Eye = 4ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน ท่านมีแผลเลือดออก Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
  • 35.
    ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน ผู้บาดเจ็บ ท่านอยู่ในท่ายืน Eye = 4ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง Eye = 4 ลืมตาได้เอง Verbal response = 5 ถามตอบรู้ เรื่องปกติ Motor response =6 เคลื่อนนไหวได้ตามคาสั่งถูกต้อง
  • 36.
    ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู เหตุการณ์ด้วยความตื่น ตระหนก ร้องขอความ ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู เหตุการณ์ด้วยความตื่น ตระหนก ร้องขอความ ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู เหตุการณ์ด้วยความตื่น ตระหนกร้องขอความ ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู เหตุการณ์ด้วยความตื่น ตระหนก ร้องขอความ ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู เหตุการณ์ด้วยความตื่น ตระหนก ร้องขอความ ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู เหตุการณ์ด้วยความตื่น ตระหนก ร้องขอความ ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู เหตุการณ์ด้วยความตื่น ตระหนก ร้องขอความ ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนดู เหตุการณ์ด้วยความตื่น ตระหนก ร้องขอความ ช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
  • 37.
    ท่านเป็นไทยมุง ที่เดินเพ่นพ่านไปมา วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ ท่านเป็นไทยมุง ที่เดินเพ่นพ่านไปมา วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ ท่านเป็นไทยมุง ที่เดินเพ่นพ่านไปมา วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ ท่านเป็นไทยมุง ที่เดินเพ่นพ่านไปมา วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ ท่านเป็นไทยมุง ที่เดินเพ่นพ่านไปมา วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ ท่านเป็นไทยมุง ที่เดินเพ่นพ่านไปมา วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ ท่านเป็นไทยมุง ที่เดินเพ่นพ่านไปมา วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ ท่านเป็นไทยมุง ที่เดินเพ่นพ่านไปมา วนอยู่รอบๆที่เกิดเหตุ
  • 38.
    ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่นิ่งๆ แบบมองห่างๆ อย่างห่วงๆ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่ นิ่งๆ แบบมองห่างๆ อย่าง ห่วงๆ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่นิ่งๆ แบบมองห่างๆอย่างห่วงๆ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่ นิ่งๆ แบบมองห่างๆ อย่าง ห่วงๆ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่ นิ่งๆ แบบมองห่างๆ อย่าง ห่วงๆ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่ นิ่งๆ แบบมองห่างๆ อย่าง ห่วงๆ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่ นิ่งๆ แบบมองห่างๆ อย่าง ห่วงๆ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่ นิ่งๆ แบบมองห่างๆ อย่าง ห่วงๆ
  • 39.
    ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่นิ่งๆ แบบมองห่างๆ อย่างห่วงๆ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่ นิ่งๆ แบบมองห่างๆ อย่าง ห่วงๆ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่นิ่งๆ แบบมองห่างๆอย่างห่วงๆ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่ นิ่งๆ แบบมองห่างๆ อย่าง ห่วงๆ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่ นิ่งๆ แบบมองห่างๆ อย่าง ห่วงๆ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่ นิ่งๆ แบบมองห่างๆ อย่าง ห่วงๆ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่ นิ่งๆ แบบมองห่างๆ อย่าง ห่วงๆ ท่านเป็นไทยมุงที่ยืนอยู่ นิ่งๆ แบบมองห่างๆ อย่าง ห่วงๆ