Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Taweesak Poochai
1,197 views
Thailand gogreen cavaw_ts
Education
◦
Read more
1
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 13 times
1
/ 27
2
/ 27
3
/ 27
4
/ 27
5
/ 27
6
/ 27
7
/ 27
8
/ 27
9
/ 27
10
/ 27
11
/ 27
12
/ 27
13
/ 27
14
/ 27
15
/ 27
16
/ 27
17
/ 27
18
/ 27
19
/ 27
20
/ 27
21
/ 27
22
/ 27
23
/ 27
24
/ 27
25
/ 27
26
/ 27
27
/ 27
More Related Content
PDF
คู่มืออบรมอาสาสมัครดับไฟป่า เรื่องความปลอดภัยในการป้องกันและควบคุมไฟป่า
by
Sompop Petkleang
PDF
Save wolrdsaveenergy com58projectf1
by
parwaritfast
PDF
Save wolrdsaveenergy com58projectf
by
parwaritfast
PDF
Com project1
by
parwaritfast
PPT
Permanent plot
by
UNDP
PDF
06_การจัดการสิ่งแวดล้อม Vol.1 No.1
by
วารสารวิชาการ เทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม
PDF
Hydroelectric power
by
Taweesak Poochai
PDF
พลังงานน้ำ
by
อะลิ้ตเติ้ล นก
คู่มืออบรมอาสาสมัครดับไฟป่า เรื่องความปลอดภัยในการป้องกันและควบคุมไฟป่า
by
Sompop Petkleang
Save wolrdsaveenergy com58projectf1
by
parwaritfast
Save wolrdsaveenergy com58projectf
by
parwaritfast
Com project1
by
parwaritfast
Permanent plot
by
UNDP
06_การจัดการสิ่งแวดล้อม Vol.1 No.1
by
วารสารวิชาการ เทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม
Hydroelectric power
by
Taweesak Poochai
พลังงานน้ำ
by
อะลิ้ตเติ้ล นก
What's hot
PDF
คาบที่ 1 หน่วยบูรณาการระบบนิเวศ
by
krupornpana55
PDF
โครงงานเรื่อง การศึกษาต้นไม้ในโรงเรียน
by
พัน พัน
PPTX
เชื้อเพลิงในชีวิตประจำวัน
by
nuyzaa5
PDF
หน่วย 1 ระบบนิเวศ
by
krupornpana55
PDF
รูปเล่มโครงงานสำรวจป่าไม้ในตำบลคำนาดี
by
อาภัสรา ยิ่งคำแหง
PDF
Eco thai
by
Terterter Porsormor
PDF
Powerpoint โครงงานสำรวจป่าไม้ในตำบลคำนาดี
by
อาภัสรา ยิ่งคำแหง
PPT
เทคโนโลยีการสื่อสารตามแนวพระราชดำริ
by
soonthon100
DOC
สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
by
ป๊อก เบาะ
คาบที่ 1 หน่วยบูรณาการระบบนิเวศ
by
krupornpana55
โครงงานเรื่อง การศึกษาต้นไม้ในโรงเรียน
by
พัน พัน
เชื้อเพลิงในชีวิตประจำวัน
by
nuyzaa5
หน่วย 1 ระบบนิเวศ
by
krupornpana55
รูปเล่มโครงงานสำรวจป่าไม้ในตำบลคำนาดี
by
อาภัสรา ยิ่งคำแหง
Eco thai
by
Terterter Porsormor
Powerpoint โครงงานสำรวจป่าไม้ในตำบลคำนาดี
by
อาภัสรา ยิ่งคำแหง
เทคโนโลยีการสื่อสารตามแนวพระราชดำริ
by
soonthon100
สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
by
ป๊อก เบาะ
Viewers also liked
PDF
Phy
by
aom08
PDF
Em wave
by
Taweesak Poochai
PDF
สหวิทยาการของนาโนเทคโนโลยี
by
Taweesak Poochai
PDF
แบบรายงานการแสดงทางวิทยาศาสตร์
by
สมศรี หอมเนียม
PDF
โครงการนักสำรวจแห่งท้องทุ่ง
by
Taweesak Poochai
PDF
nano safety short
by
Taweesak Poochai
PDF
แบบทดสอบเรื่อง แรงระหว่างประจุ
by
Worrachet Boonyong
PDF
Vijai 52-1
by
Taweesak Poochai
PDF
Electrostatics ปฐมบทแห่งไฟฟ้า ม.6
by
Worrachet Boonyong
Phy
by
aom08
Em wave
by
Taweesak Poochai
สหวิทยาการของนาโนเทคโนโลยี
by
Taweesak Poochai
แบบรายงานการแสดงทางวิทยาศาสตร์
by
สมศรี หอมเนียม
โครงการนักสำรวจแห่งท้องทุ่ง
by
Taweesak Poochai
nano safety short
by
Taweesak Poochai
แบบทดสอบเรื่อง แรงระหว่างประจุ
by
Worrachet Boonyong
Vijai 52-1
by
Taweesak Poochai
Electrostatics ปฐมบทแห่งไฟฟ้า ม.6
by
Worrachet Boonyong
Similar to Thailand gogreen cavaw_ts
PDF
การประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอนแบบจำลองน้ำตกจากวัสดุเหลือใช้
by
Kobwit Piriyawat
PDF
6.ตอนที่ 4
by
Kobwit Piriyawat
PDF
JFEs
by
Taweesak Poochai
PDF
Us Clean Energy Report 2009
by
Ministry of Science and Technology
PDF
สื่อประสม1
by
krupornpana55
PDF
9.การจัดการเรียนการสอนหน่วยการเรียนรู้บูรณาการ
by
Kobwit Piriyawat
PDF
Alternative energy
by
Natthaphat Phumphuang
PDF
7.องค์ความรู้ด้านพลังงาน
by
Kobwit Piriyawat
PDF
งานนำเสนอ1
by
Inknaka
PDF
14 2
by
Pannathat Champakul
PDF
ประวัติและประสบการณ์การทำงาน
by
sukhom
PDF
แผน 1 น้ำ
by
krupornpana55
PDF
Energy box
by
Taweesak Poochai
PDF
โครงการพระราชดำริ
by
Aommy_18
PDF
Saving energy1
by
klainil
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาฟิสิกส์ 2 (ว30202)
by
Miss.Yupawan Triratwitcha
PDF
8. ความรู้และความเข้าใจพื้นฐานด้านพลังงาน
by
guestf181d72
PDF
8. ความรู้และความเข้าใจพื้นฐานด้านพลังงาน
by
Kobwit Piriyawat
PDF
โครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา
by
frankenjay
PDF
โครงการกังหันชัยพัฒนา
by
lhinnn
การประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอนแบบจำลองน้ำตกจากวัสดุเหลือใช้
by
Kobwit Piriyawat
6.ตอนที่ 4
by
Kobwit Piriyawat
JFEs
by
Taweesak Poochai
Us Clean Energy Report 2009
by
Ministry of Science and Technology
สื่อประสม1
by
krupornpana55
9.การจัดการเรียนการสอนหน่วยการเรียนรู้บูรณาการ
by
Kobwit Piriyawat
Alternative energy
by
Natthaphat Phumphuang
7.องค์ความรู้ด้านพลังงาน
by
Kobwit Piriyawat
งานนำเสนอ1
by
Inknaka
14 2
by
Pannathat Champakul
ประวัติและประสบการณ์การทำงาน
by
sukhom
แผน 1 น้ำ
by
krupornpana55
Energy box
by
Taweesak Poochai
โครงการพระราชดำริ
by
Aommy_18
Saving energy1
by
klainil
แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาฟิสิกส์ 2 (ว30202)
by
Miss.Yupawan Triratwitcha
8. ความรู้และความเข้าใจพื้นฐานด้านพลังงาน
by
guestf181d72
8. ความรู้และความเข้าใจพื้นฐานด้านพลังงาน
by
Kobwit Piriyawat
โครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา
by
frankenjay
โครงการกังหันชัยพัฒนา
by
lhinnn
More from Taweesak Poochai
PDF
ความพร้อมการเรียนทางไกล 1/63
by
Taweesak Poochai
PDF
โครงสร้างโลก
by
Taweesak Poochai
PDF
การทดลองภูเขาไฟระเบิด
by
Taweesak Poochai
PDF
เอกสารการสัมมนาวิชาการฯ ทิศทางการผลิตครูวิทยาศาสตร์
by
Taweesak Poochai
PDF
สารานุกรมลูกเสือเล่ม ๒
by
Taweesak Poochai
PDF
สารานุกรมลูกเสือเล่ม ๑
by
Taweesak Poochai
PDF
ถามตอบเชื้อเพลิงชีวภาพ
by
Taweesak Poochai
PDF
เอกสารประกอบการบรรยาย
by
Taweesak Poochai
PDF
Nano safety-e-book
by
Taweesak Poochai
PDF
คู่มือ การสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าอนุรักษ์
by
Taweesak Poochai
PDF
Sound
by
Taweesak Poochai
PDF
Nuclear
by
Taweesak Poochai
PDF
Ictoutdoor2012
by
Taweesak Poochai
PDF
JfePresent
by
Taweesak Poochai
PDF
GYI3rpt1
by
Taweesak Poochai
PDF
Sunny ars report
by
Taweesak Poochai
PDF
Sci30203-Pressure
by
Taweesak Poochai
PDF
Sci30203 density
by
Taweesak Poochai
PDF
Intro sciproject
by
Taweesak Poochai
PDF
Nano guiddance
by
Taweesak Poochai
ความพร้อมการเรียนทางไกล 1/63
by
Taweesak Poochai
โครงสร้างโลก
by
Taweesak Poochai
การทดลองภูเขาไฟระเบิด
by
Taweesak Poochai
เอกสารการสัมมนาวิชาการฯ ทิศทางการผลิตครูวิทยาศาสตร์
by
Taweesak Poochai
สารานุกรมลูกเสือเล่ม ๒
by
Taweesak Poochai
สารานุกรมลูกเสือเล่ม ๑
by
Taweesak Poochai
ถามตอบเชื้อเพลิงชีวภาพ
by
Taweesak Poochai
เอกสารประกอบการบรรยาย
by
Taweesak Poochai
Nano safety-e-book
by
Taweesak Poochai
คู่มือ การสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าอนุรักษ์
by
Taweesak Poochai
Sound
by
Taweesak Poochai
Nuclear
by
Taweesak Poochai
Ictoutdoor2012
by
Taweesak Poochai
JfePresent
by
Taweesak Poochai
GYI3rpt1
by
Taweesak Poochai
Sunny ars report
by
Taweesak Poochai
Sci30203-Pressure
by
Taweesak Poochai
Sci30203 density
by
Taweesak Poochai
Intro sciproject
by
Taweesak Poochai
Nano guiddance
by
Taweesak Poochai
Thailand gogreen cavaw_ts
1.
รายงานนวััตกรรม
“ THAILAND GO GREEN” โดย 1. ็ ช 1 เดกชายกานต บูลยประมุข ป ชนมธยมศกษาปท 3/1 ชั้ ั ศึ ป ี่ 3 1 2. เด็กชายกฤตณัฐ คุมรักษา ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/2 3. เด็กชายเขตนคร บุตรโคษา ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/2 4. เด็กชายศรัณญ สุนทรศารทูล ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/2 5. เด็กชายชวนากร ศรีสวัสดิ์ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/3 6. เด็็กชายภูดิศ เสถียรวัฒนา ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 อาจารยทปรกษา อาจารยที่ปรึกษา 1. นางแววยูง สุขสถิตย 2. นายทวีศักดิ์ ภูชัย 3. นางนิตยา พูลจันทร 4. 4 นางสาวกนยา สุพรรณกูล ั โรงเรยนอนุราชประสทธ โรงเรียนอนราชประสิทธิ์ 1/92 ถนนเลี่ยงเมือง ตําบลบางกระสอ อําเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษานนทบุรี เขต 1 จังหวัดนนทบุรี สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2.
ชื่อนวัตกรรม
CaVAWTs (กาเหวา) (กาเหวา) โดย 1. เด็กชายกานต บูลยประมุข ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3/1 2. เด็กชายกฤตณัฐ คุมรักษา ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/2 3. เด็กชายเขตนคร บุตรโคษา ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/2 4. เด็กชายศรัณญ สุนทรศารทูล ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/2 5. เด็กชายชวนากร ศรสวสด์ เดกชายชวนากร ศรีสวัสดิ ชนมธยมศกษาปท ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/3 6. เด็กชายภูดิศ เสถียรวัฒนา ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/4 โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ 1/92 ถนนเลี่ยงเมือง ตําบลบางกระสอ อําเภอเมือง จังหวัดนนทบรี ถนนเลยงเมอง ตาบลบางกระสอ อาเภอเมอง จงหวดนนทบุร สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษานนทบุรี เขต 1 จังหวัดนนทบุรี สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
3.
บทที่ 1
บทนํา 1. ที่มาและความสําคัญ พลังงานทดแทนมีอยู 2 ประเภท ประเภทแรกคือ พลังงานทดแทนที่สิ้นเปลือง คือ ใชแลวหมด ไปเหมือนน้ํามันเชื้อเพลิง เชน ถานหิน กาซธรรมชาติ นิวเคลียร หินน้ํามันและทรายน้ํามัน สวนประเภท ที่ 2 คือ พลังงานหมุนเวียน ซึ่งเปนพลังงานที่ใชแลวเกิดขึ้นใหมไดตามธรรมชาติ หมุนเวียนใชไดไมมีวัน หมด เชน พลังงานแสงอาทิตย พลังงานลม พลังงานจากชีวมวล พลังงานน้ํา ปจจุบันพลังงานลมถูก จัดเป น พลั ง งานหมุน เวี ย นอี ก ชนิด หนึ่ง ที่ท่ัว โลกยอมรับว า เปน แหล ง พลั ง งานสะอาด และสามารถ นํามาใชเปนพลังงานทดแทนได มนุษยเริ่มนํากังหันลมมาใชเพื่อการผลิตไฟฟาตั้งแตป พ.ศ. 2433 แต การพัฒนากังหันลมเพื่อการผลิตไฟฟามีขอจํากัดในเรื่องของความเร็วลมและความสม่ําเสมอของลม คณะผูจัดทําโครงงานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี จึงไดออกแบบและพัฒนานวัตกรรมที่มีชื่อวา กาเหวา (CaVAWTs: Car ’ Vertical Axis Wind Turbines) ซึ่งอาศัยหลักการของกังหันลมแนวแกน ตั้งแบบแรงฉุด สําหรับติดตั้งกับรถยนตที่วิ่งระยะไกล ในการขนสงสินคา การคมนาคม เพื่อลดขอจํากัด ในเรื่องความสม่ําเสมอของกําลังลม และนําไปใชประโยชนไดในอนาคต 2. จุดมุงหมายของการศึกษาค้ นคว้ า เพื่อสรางตนแบบกังหันลมติดรถยนตวงระยะไกลที่สามารถหมุนดวยความเร็วรอบสูง ิ่ 3. สมมุตฐานในการศึกษาค้ นคว้ า ิ ถากังหันลมแนวแกนตั้งแบบแรงฉุดรูปแบบซาโวเนียสไดรับลมสม่ําเสมอแลว กังหันลมแนวแกน ตั้งแบบแรงฉุดแบบเกลียวจะหมุนดวยความเร็วรอบสูงสุด 4. ขอบเขตในการศึกษาหาความรู้ การสรางนวัตกรรมเรื่อง CaVAWTs (กาเหว่ า) ครั้งนี้ ไดดําเนินการระหวางวันที่ 3 ธันวาคม 2553 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2554 ณ โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นนทบุรี เขต 1 จังหวัดนนทบุรี
4.
2 5. การกําหนดตัวแปรที่ศกษาของการทดลอง
ึ ตัวแปรตน รูปแบบของกังหันลมแบบเกลียว แบบซาโวเนียส 3 ใบ และแบบแพดเดิล 6 ใบ ตัวแปรตาม ความเร็วรอบของกังหันลม ตัวแปรควบคุม ความเร็วลม พื้นผิวของวัสดุที่ใช ชนิดของวัสดุทาใบพัด ขนาดเสนผาน ํ ศูนยกลางแกนกลางกังหันลม ระยะเวลาในการทดสอบ สถานที่ทดสอบ 6. นิยามเชิงปฏิบตการ ั ิ 6.1 CaVAWTs (กาเหวา) คือ นวัตกรรมกังหันลมแนวแกนตั้งแบบแรงฉุดรูปแบบซาโวเนียส สําหรับติดตั้งกับรถยนตที่วิ่งระยะไกล ในการขนสงสินคา และการคมนาคมที่สามารถหมุนดวยความเร็ว รอบสูงสุด 6.2 ความเร็วรอบ คือ ความเร็วในการหมุนแกนของใบพัดกังหันลม วัดในหนวยรอบตอนาที 6.3 ความเร็วลม คือ ความเร็วในการเคลื่อนที่ของมวลอากาศ วัดไดในหนวยเมตรตอวินาที 6.4 เครื่องวัดความเร็วลม คือ เครื่องมือที่ใชในการวัดความเร็วลม วัดไดในหนวยเมตรตอวินาที
5.
3
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของ นวัตกรรม เรื่อง CaVAWTs (กาเหวา) ของนักเรียนโรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ สํานักงานเขตพื้นที่ การศึ ก ษาประถมศึ ก ษานนทบุ รี เขต 1 จั ง หวั ด นนทบุ รี คณะผู จั ด ทํ า ได ศึ ก ษาเอกสารที่ เ กี่ ย วข อ ง ตามหัวขอตอไปนี้ 1. พลังงานทดแทน 2. ทฤษฎีเกียวกับพลังงานลม ่ - อากาศพลศาสตรของกังหันลม - ชนิดของกังหันลม - การเลือกสถานที่ตั้งกังหันลม - ผลกระทบตอสิ่งแวดลอมจากการใชพลังงานลม - กังหันลมกับการผลิตไฟฟา - กังหันลมกับการใชงาน 3. วัสดุที่ใชทากังหันลม ํ - ทอ PVC - แผนอะลูมิเนียม 4. เครื่องวัดความเร็วลม 5. หลักการทํางานของไดนาโม 6. CaVAWTs 1. พลังงานทดแทน พลังงานที่ใชแทนน้ํามันเชื้อเพลิง ซึ่งเปนพลังงานหลักที่ใชกันอยูทั่วไปในปจจุบัน พลังงาน ทดแทนแบงออกเปน 2 ประเภทคือ 1. พลังงานทดแทนจากแหลงที่ใชแลวหมดไป เชน ถานหิน แกสธรรมชาติ หินน้ํามัน 2. พลังงานทดแทนที่สามารถหมุนเวียนมาใชไดอีก เชน พลังงานแสงอาทิตย ลม ชีวมวล น้า ํ พลังงานทดแทนที่สามารถหมุนเวียนมาใชไดอีก เปนพลังงานที่ไดรับความสนใจในการศึกษา คนควา และเหมาะสมที่จะนํามาใชเปนอยางยิ่ง เนื่องจากสามารถชวยแกไขปญหาการขาดแคลนแหลง พลังงานในอนาคต และชวยลดปญหาดานมลพิษ ที่เกิดจากการใชพลังงานในปจจุบัน
6.
4
พลังงานน้ํา เราสามารถสรางเขื่อนที่กักเก็บน้ําไวในที่สูง ปลอยใหน้ําไฟลงมาตามทอเขาสู เครื่องกังหันน้ํา ผลักดันใบพัดใหกังหันน้ําหมุนเพลาของเครื่องกังหันน้ํา ที่ตอเขากับเพลาของเครื่อง กําเนิดไฟฟาที่จะหมุนตาม เกิดการเหนี่ยวนําขึ้นในเครื่องกําเนิดไฟฟา ทําใหเกิดพลังงานไฟฟา การผลิต กระแสไฟฟาจากพลังงานน้ํา อาจจะผลิตจากเขื่อนขนาดใหญ เขื่อนขนาดกลาง หรือเขื่อนขนาดเล็ก เพื่อผลิตกระแสไฟฟา สําหรับใชในชุมชนขนาดเล็ก ซึ่งป 2547 โรงไฟฟาพลังงานน้ําในประเทศไทย มี กําลังผลิตติดตั้งรวม 2,973 เมกกะวัตต รูปที่ แผงโซลารเซลล ที่มา - http://www.solarnavigator.net/images/solar_cells_panels_array_monocrystaline.jpg พลังงานแสงอาทิตย ดวงอาทิตยเปนแหลงพลังงานความรอน และแสงสวางที่ใหญที่สุด ประเทศไทยซึงเปนประเทศที่ตั้งอยูในเขตใกลเสนศูนยสตร หรือเสนแบงครึ่งโลก จึงไดรับพลังงาน ่ ู แสงอาทิตยคอนขางสูง คาความเขมพลังงานแสงอาทิตยรวมเฉลี่ยของประเทศประมาณ 4.7 กิโลวัตต ตอชั่วโมง ตอตารางเมตรตอวัน หากเราสามารถใชพลังงานแสงอาทิตย ที่สอดสองลงมาบนพื้นที่ของประเทศไทยเพียงหนึ่ง ในรอยสวนของพื้นที่ทั้งหมด เราจะไดรับพลังงานเทียบเทาการใชน้ํามันดิบประมาณ 7,000,000 ตันตอ ป การนําพลังงานแสงอาทิตยมาใชทําไดสองลักษณะคือ 1. กระบวนการเปลี่ยนรูปเปนพลังงานไฟฟา โดยเมื่อแสงอาทิตยตกกระทบลงมาบนแผง เซลลแสงอาทิตย เซลลแสงอาทิตยจะทําหนาที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตยไปเปนพลังงานไฟฟา เพื่อ นําไปใชกับอุปกรณเครื่องใชไฟฟาตาง ๆ 2. กระบวนการเปลี่ยนรูปเปนพลังงานความรอน โดยใหแสงอาทิตยสองผานแผนรับแสงมา ตกกระทบยังพื้นสีดา ทําใหเกิดความรอนเพิ่มมากขึ้นเหนือบริเวณพืน เราสามารถนําพลังงานความรอน ํ ้ ที่ไดไปใชประโยชนในลักษณะตาง ๆ อาทิ นําไปใชผลิตน้ารอน กลั่นน้ํา อบแหงพืชผลทางการเกษตร ํ
7.
5
พลังงานชีวมวล ชีวมวลคือสิ่งที่ไดมาจากสิ่งมีชีวิต เชน ตนไม ออย ถาน ฟน แกลบ วัชพืช ตาง ๆ หรือแมกระทังขยะและมูลสัตว การนําชีวมวลมาใชเปนพลังงานนั้นสามารถทําได 2 ลักษณะคือ ่ 1. กระบวนการที่ใหความรอน เชน การนําถานไม หรือฟน เพื่อใหเกิดความรอน สําหรับ นําไปใชเพื่อประโยชนในดานตาง ๆ ซึ่งไดมีการพัฒนาเทคโนโลยีดังนี้ การพัฒนาและผลิตเตาที่ใชกันอยู ทั่วไปใหเปนเตาประสิทธิภาพสูง (เตาซูเปอรอังโล) จุดไฟติดเร็ว ใหความรอนสูง มีควันนอย ประหยัด เชื้อเพลิง และพัฒนาเตาประสิทธิภาพสูงสําหรับอุตสาหกรรมชนบทขนาดเล็ก เชน เตานึ่งเมี่ยง เตานึ่ง ปอสา เตาเผาอิฐ สวนดานเชื้อเพลิงนั้นไดคิดคน และผลิตกอนอัดชีวภาพ หรือเชื้อเพลิงเขียว โดยนําพืช หรือวัชพืชมาสับแลวอัดแทงตากแดดและอบใหแหง กอนอัดชีวมวลที่ไดจะจุดติดไฟงาย ใหความรอนสูง นอกจากนี้ ยังไดนําผลผลิต หรือผลพลอยไดของพืชจําพวกแปงและน้ําตาล เชน ขาว ขาวโพด ออย กากน้ําตาล มาผลิตเอทิลแอลกอฮอล รวมทั้งนํามันสําปะหลังมาเผาโดยควบคุมความรอน เพื่อให ไดแกสชีวมวล เพื่อนําไปใชเปนเชื้อเพลิงตอไป 2. กระบวนการทางชีวภาพ เปนการนํามูลสัตวขยะน้ําเสียมาหมักในที่ที่ไมมีอากาศ ปลอย ใหเกิดกระบวนการยอยสลายสารอินทรีย ซึ่งจะไดแกสชีวภาพสําหรับเปนเชื้อเพลิงที่ใชกับเตาหุงตม ตะเกียง เครื่องยนต หรือเครื่องกําเนิดไฟฟา ตัวอยางการใชกังหันลมผลิตกระแสไฟฟา ที่มา: http://farm1.static.flickr.com/141/346022506_c5f11e9563_o.jpg พลังงานลม ลมเปนพลังงานที่มีอยูทั่วไปไมมีวันหมด กระแสลมโดยเฉลี่ยของประเทศไทย อยูในระดับกลางถึงต่ํา ซึ่งมีความเร็วของกระแสลมต่ํากวา 4 เมตรตอวินาที เราไดนําพลังงานจาก กระแสลมมาใชในการหมุนกังหันลมสูบน้ํา ซึ่งมีอยูทั่วประเทศไทยประมาณ 5,800 ชุด มีการศึกษาและ พัฒนาการนํากังหันลมมาใชในการผลิตกระแสไฟฟาในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะที่แหลม พรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ไดนํากังหันลมมาใชผลิตกระแสไฟฟารวมกับการผลิตกระแสไฟฟาจากพลังงาน แสงอาทิตย
8.
6
พลังงานความรอนใตพิภพ พลังงานความรอนใตพิภพเปนพลังงานธรรมชาติเกิดจาก การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกเกิดแนวรอยเลื่อนแตก ทําใหน้ําบางสวนจะไหลซึมลงไปใตผิวโลก ไปสะสม ตัวและรับความรอนจากชั้นหินที่มีความรอนสูง กลายเปนน้ํารอนและไอน้ําที่พยายามแทรกตัวมาตามร อยเลื่อนแตกของชั้นมาบนผิวดิน อาจจะเปนในลักษณะของน้ําพุรอน ไอน้ํารอน โคลนเดือด และแกส น้ํารอนจากใตพ้ืนดินสามารถนํามาถายเทความรอนใหกับของเหลว หรือสารที่มีจุดเดือดต่ํางายตอการ เดือดและการเปนไอน้ํา แลวนําไอรอนที่ไดไปหมุนกังหัน เพื่อขับเคลื่อนเครื่องกําเนิดไฟฟา นอกจากนี้ น้ําพุรอนที่นํามาใชในการผลิตกระแสไฟฟาแลว เมื่อมีอุณหภูมิต่ําลงเหลือ ประมาณ 80 องศาเซลเซียส สามารถนํามาใชเปนพลังงานในการอบแหงพืชผลทางการเกษตร เปน พลังงานสําหรับหองเย็น และเครื่องปรับอากาศไดดวย แนวโนมพลังงานทดแทนในอนาคต ปจจุบันไดมีความพยายามศึกษา คนควา วิจัยและ พัฒนาพลังงานทดแทนในรูปแบบตาง ๆ ใหสามารถนํามาใชประโยชนไดสะดวก และมีประสิทธิภาพ มากขึ้น เพื่อชวยประหยัดพลังงาน และชวยลดคาใชจาย โดยตั้งอยูบนพื้นฐานของการพึ่งพาพลังงาน จากแหลงในทองถิ่น และภายในประเทศ สามารถผลิตและใชพลังงานอยางยั่งยืน ซึ่งจะเปนหนทางหนึ่ง ที่ชวยลดการทําลายทรัพยากรที่กําลังเกิดขึ้นอยางมากมาย และรุนแรงในปจจุบัน ชวยรักษาสมดุลของ ธรรมชาติ อันเปนภัยคุกคามอยางรายแรงตอโลก และมนุษยชาติ เชื่อวาพลังงานทดแทนจะเปนหนทาง หนึ่งของการแกไขวิกฤตการณดานพลังงาน และสิ่งแวดลอมของโลกได 2. ทฤษฎีเกี่ยวกับพลังงานลม - อากาศพลศาสตรของกังหันลม อากาศพลศาสตร (Aerodynamics) เปนการศึกษาเกี่ยวกับแรงที่อากาศกระทําตอวัตถุ ในขณะที่วัตถุนั้นเคลื่อนที่ผานอากาศวัตถุอาจเปนเครื่องบิน เรือ และวัตถุอื่น ๆ นักวิทยาศาสตร วิศวกร สถาปนิก ไดศึกษาถึงแรงดังกลาว เพื่อนําความรูมาออกแบบ และสรางเครื่องบินหรือยวดยานอื่นๆ ที่ ตองเกี่ยวของกับแรงที่อากาศจะกระทําตอสิ่งเหลานั้น ปจจุบัน นอกจากนักออกแบบและผูสรางอากาศยานทั้งหลาย จะนําหลักของอากาศพลศาสตร มาใชในการออกแบบหรือปรับปรุง รูปแบบเครื่องบิน เรือดําน้ําและยวดยานอื่นๆ แลวสถาปนิกยังไดนํา หลักการเดียวกันนี้มาใชในการออกแบบสิ่งกอสรางตาง ๆ เชน สะพาน ตึกระฟา และอื่น ๆ ใหสามารถมี ความคงทนตอแรงลมดวยอากาศพลศาสตรเกี่ยวของกับแรงที่อากาศกระทําตอวัตถุที่กําลังเคลื่อนที่ 2 แรง คือ แรงยก และแรงฉุด เนื่องจากปกเครื่องบินมีลักษณะโคงทางดานบน โดยขอบดานหนึ่งสูง แลว ลาดลงไปยังอีกขางหนึ่ง สวนดานลางของปกแบนราบ (ดังรูป)
9.
7
แรงฉุด - แรงยก ซึ่งเปนแรงทีกระทําทิศทางตั้งฉากกับการไหลของลม ่ - แรงฉุด ซึ่งเปนแรงทีกระทําทิศขนานกับการไหลของลม ่ ดังนั้นขณะเครื่องบินเคลื่อนที่ผานอากาศ อากาศที่เคลื่อนที่เหนือปกเครื่องบินจึงมี ความเร็ว กวาอากาศที่เคลื่อนที่ใตปกเครื่องบิน เปนเหตุใหความดันอากาศใตปกเครื่องบิน มีคามากกวาความดัน อากาศเหนือปกเครื่องบิน จึงทําใหเกิดแรงยกกระทําตอ เครื่องบินใหลอยไดในอากาศขณะเครื่องบิน กําลังบิน แรงฉุดเปนแรงที่อากาศตานการเคลื่อนที่ไปขางหนาของ วัตถุ แรงฉุดจะมากหรือนอยขึ้นอยูกับ รูปรางของวัตถุยิ่งวัตถุมีรูปราง เพรียว แรงฉุดก็ยิ่งนอยลง ดังนั้น การออกแบบยานพาหนะตาง ๆ เชน เครื่องบิน รถไฟ รถยนต รถบรรทุก เรือ จึงพยายามใหมีรูปรางเพรียวเพื่อใหเกิดแรงฉุด นอยที่สุด เครื่องบินที่มีแรงฉุดนอยความตองการพลังเครื่องยนตเพื่อการบินก็นอยลงดวย จึงทําใหมีการ พัฒนาการออกแบบและสรางเครื่องบินเพื่อลดแรงฉุด การที่จะใหเครื่องบิน ลอยตัวอยูในอากาศนั้น อาศัยเพียงแรงยกของปกเครื่องบินอยางเดียวก็เพียงพอ แตเมื่อ มีแรงจากเครื่องยนตที่หมุนใบพัดใหเกิด แรงขับดันไปขางหนา จึงทําใหเครื่องบินลอยตัว และเคลื่อนที่ไปในอากาศได ซึ่งใบของกังหันลมมี ลักษณะคลายกับปกของเครื่องบิน มีการออกแบบ แพนอากาศ (Airfoil) ในแพนอากาศผิวดานบนของ ใบพัด มีลกษณะโคง ขณะที่ดานลางมีลักษณะพื้นผิวแบบราบ ั เมื่อลมเคลื่อนที่มาปะทะกับใบพัด ลมจะพาดผานทั้งผิวโคงดานบนปก และผิวเรียบดานลางใต ปกไปพรอมกัน ลมที่วิ่งบนปกจะมีความเร็วที่สูงกวาลมที่วิ่งใตปก เมื่อลมเคลื่อนที่ผานทั้งผิวโคงดานบน และผิวดานลางลมจะวิ่งไปบรรจบที่ปลายปกใบพัดในเวลาเดียวกัน ผลที่เกิดขึ้นก็คือผลโคงดานบนมี ความเร็วลมสูงความกดดันอากาศจึงต่ํา เมื่อเทียบกับผิวเรียบดานลางซึ่งมีความความกดดันอากาศทีสง ่ ู กวา ทํา ใหเ กิดแรงยกดั นให ใบพั ดมีการยกตัว หรือมีแรงพยายามหมุน ใบพัด สวนรายละเอียดการ คํานวณทางวิชาการจะไมกลาว ณ ที่นี้ อัตราสวนแรงยกตอแรงฉุด (Lift / Drag) เปนองคประกอบที่ สําคัญในการออกแบบประสิทธิภาพของใบพัดกังหัน
10.
8
- ชนิดของกังหันลม ปจจุบนการพัฒนาเทคโนโลยีกังหันลมเพื่อใชสําหรับผลิตไฟฟาไดรับการพัฒนาอยางตอเนื่อง ั หลายประเทศทั่วโลกไดใหความสนใจ โดยเฉพาะในทวีปยุโรป เชน ประเทศเดนมารก กังหันลมที่ไดมี การพัฒนากันขึ้นมานั้นจะมีลกษณะและรูปรางแตกตางกันออกไป แตถาจําแนกตามลักษณะแนวแกน ั หมุนของกังหันจะได 2 แบบ คือ 1. กังหันลมแนวแกนนอน (Horizontal Axis Wind Turbine) เปนกังหันลมที่มีแกนหมุนขนาน กับทิศทางของลมโดยมีใบพัดเปนตัวตั้งฉากรับแรงลม มีอุปกรณควบคุมกังหันใหหันไปตามทิศทางของ กระแสลม เรียกวา หางเสือ และมีอุปกรณปองกันกังหันชํารุดเสียหายขณะเกิดลมพัดแรง เชน ลมพายุ และตั้งอยูบนเสาที่แข็งแรง กังหันลมแบบแกนนอน ไดแก กังหันลมวินดมิลล (Windmills) กังหันลมใบ เสื่อลําแพน นิยมใชกับเครื่องฉุดน้ํา กังหันลมแบบกงลอจักรยาน กังหันลมสําหรับผลิตไฟฟาแบบพรอบ เพลเลอร (Propeller) รูปที่ กังหันลมแนวแกนนอน (วรนุช แจงสวาง,2551) 2. กังหันลมแนวแกนตั้ง (Vertical Axis Wind Turbine) เปนกังหันลมที่มีแกนหมุนและใบพัดตั้ง ฉากกับการเคลื่อนที่ของลมในแนวราบ ซึงทําใหสามารถรับลมในแนวราบไดทุกทิศทาง กังหันลมแบบ ่ แนวแกนนอนเปนแบบทีนิยมใชกันอยางแพรหลาย สวนมากออกแบบใหเปนชนิดที่ขับใบกังหันดวยแรง ่ ยก แตอยางไรก็ตาม กังหันลมแบบแนวแกนตั้ง ซึ่งไดรับการพัฒนามากในระยะหลังก็ไดรับความสนใจ มากขึ้นเชนกัน ทังนี้เนื่องจากขอดีกวาแบบแนวแกนนอนคือ ในแบบแนวแกนตังนันไมวาลมจะเขามาทิศ ้ ้ ้ ไหนก็ยังหมุนได โดยไมตองมีอุปกรณควบคุมใหกังหันหันหนาเขาหาลม นอกจากนี้แลวแบบแนวแกนตั้ง
11.
9 นั้น เครื่องกําเนิดไฟฟาและระบบการสงกําลังวางไวใกลพื้นดินมากกวาแบบแกนนอน เวลาเกิดปญหา แกไขงายกวาแบบแกนนอนที่ติดอยูบนหอคอยสูง
กังหันลมแนวแกนตั้ง (วรนุช แจงสวาง,2551) - การพิจารณาเลือกสถานที่ตั้งกังหันลม ในการเลือกที่ตั้งกังหันลม จะพิจารณาปจจัยที่สาคัญตอไปนี้ ํ 1. ความเร็ ว ลม เป น ปจจั ย ที่สํ า คัญ มาก เพราะเปน ตัว แปรสํ า คัญที่จ ะทํา ใหกั ง หั น ลม ทํางานได 2. สิ่งแวดลอม สถานที่ตั้งกังหันลมจะตองไมมีสิ่งกีดขวางทิศทางลม เพื่อใหกังหันลม ทํางานไดอยางเต็มประสิทธิภาพ 3. รูปแบบของกังหันลม ใบพัดที่เหมาะสมจะชวยใหกังหันลมมีประสิทธิภาพสูงสุดใน สภาพแวดลอมตางๆ จากขอมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา (อางถึงใน วรนุช แจงสวาง, 2551) พบวาความเร็วลมเฉลี่ย ของประเทศไทยเมื่อคํานวณเฉพาะชวงลมสงบมีคาอยูที่ 2.4-4 เมตรตอวินาที หากไมคํานวณโดยไมรวม ชวงลมสงบ พบวามีคาความเร็วลมอยูที่ 3-6 เมตรตอวินาที ซึ่งในบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีคาความเร็วลมเฉลี่ยอยูที่ 5.41 เมตรตอวินาทีเมื่อคิดโดยรวมชวงลมสงบ และ 8.54 เมตรตอวินาทีหาก คิดโดยไมรวมชวงลมสงบ
12.
10
- ผลกระทบตอสิ่งแวดลอมจากการใชพลังงานลม ในการนําพลังงานลมมาใชจะตองพิจารณาผลกระทบตอสิ่งแวดลอมดังตอไปนี้ 1. เสียงรบกวนทีเ่ กิดจากกังหันลมที่หมุนดวยความเร็วสูง 2. การรบกวนสัญญาณคลื่นแมเหล็กไฟฟา หากวัสดุที่ใชทํากังหันลมเปน โลหะ 3. การบดบังทัศนียภาพ หากการติดตั้งกังหันลมอยูในบริเวณแหลงทองเที่ยว - กังหันลมกับการผลิตไฟฟา หลักการทํางานของกังหันลมผลิตไฟฟานั้น เมื่อมีลมพัดผานใบกังหัน พลังงานจลนที่เกิดจาก ลมจะ ทําใหใบพัดของกังหันเกิดการหมุน และไดเปนพลังงานกลออกมา พลังงานกลจากแกนหมุนของ กังหันลมจะถูกเปลี่ยนรูปไปเปนพลังงานไฟฟา โดยเครื่องกําเนิดไฟฟาที่เชื่อมตออยูกับแกนหมุนของ กังหันลม จายกระแสไฟฟาผานระบบควบคุมไฟฟา และจายกระแสไฟฟาเขาสูระบบตอไป โดยปริมาณ ไฟฟาที่ผลิตไดจะขึ้นอยูกับความเร็วของลม ความยาวของใบพัด และสถานที่ติดตั้งกังหันลม - กังหันลมกับการใชงาน เนื่องจากความไมสม่ําเสมอของความเร็วลมที่แปรผันตามธรรมชาติ และความตองการพลังงาน ที่สม่ําเสมอเพื่อใหเหมาะสมกับการใชงานแลว จะตองมีตัวกักเก็บพลังงานและใชแหลงพลังงานอื่นที่ เชื่อถือไดเปนแหลง สํารอง หรือใชรวมกับแหลงพลังงานอื่น ก . ตัวกักเก็บพลังงานมีอยูหลายชนิด สวนมากขึ้นอยูกับงานที่จะใช เชน ถาเปนกังหัน เพื่อผลิตไฟฟาขนาดเล็กมักนิยมใชแบตเตอรี่เปนตัวกักเก็บ ข . การใชแหลงพลังงานอื่นที่เปนตัวหมุน ระบบนี้ปกติกังหันลมจะทําหนาที่จาย พลังงานใหตลอดเวลาที่มีความเร็วลมเพียงพอ หากความเร็วลมต่ําหรือลมสงบ แหลง พลังงานชนิดอื่น จะทําหนาที่จายพลังงานทดแทน (ระบบนี้กังหันลมจายพลังงานเปนตัวหลักและแหลง พลังงานสวนอื่น เปนแหลงสํารอง) ค. การใชรวมกับแหลงพลังงานอื่น อาจเปนเครื่องจักรดีเซล หรือพลังงานน้ําจากเขื่อน ฯลฯ ระบบนี้ปกติมีแหลงพลังงานชนิดอื่นจายพลังงานอยูกอนแลว กังหันลมจะชวยจายพลังงานเมื่อมี ความเร็วลมเพียงพอ ซึ่งในขณะเดียวกันก็ลดการจายพลังงานจากแหลงพลังงานอื่น เชน ลดการใช น้ํามันดีเซลของเครื่องยนตดีเซล (ระบบนี้ แหลงพลังงานอื่นจายพลังงานเปน หลัก สวนกังหันลมทํา หนาที่คอยเสริมพลังงานจากตนพลังงานหลัก)
13.
11 3. วัสดุท่ ใช้
ทากังหันลม ี ํ - ทอพีวีซี PVC ยอมาจากคําวา โพลีไวนิลคลอไรด (Polyvinyl chloride) เปนพลาสติกชนิดหนึ่ง ที่มีคุณสมบัติที่ดีหลายอยาง เชน มีความเหนียวยืดหยุนตัวได ทนตอแรงดันน้ําไดดี ทนตอการกัดกรอน ของกรดหรือดางไดดี ใชเปนฉนวนไฟฟาไดดีเพราะไมเปนตัวนําไฟฟา เปนวัสดุไมติดไฟ มีผิวมันเรียบ ชวยใหการไหลของน้ําไดดี มีน้ําหนักเบาและราคาถูก แตมีขอเสียคือ เปราะ กรอบ และแตกหักงาย ไม ทนทานตอแรงกระแทกและแสงแดดหรือแสงยูวี (UV) จากการศึกษาของ ผศ.นงนุช ตั้งเกริกโอฬาร ได จัดแบงประเภทของทอพีวีซีไวดังนี้ ชนิดที่ 1 ทอพีวีซีสีฟา ผลิตขึ้นตามมาตรฐาน มอก.17-2532 (ทอพีวีซีแข็งสําหรับใชเปนทอน้ํา ดื่ม) เปนทอที่นิยมใชในงานสุขาภิบาลในอาคาร เชน ใชเปนทอประปาสําหรับระบบน้ําดื่ม ซึ่งตองรับ แรงดันน้ํา หรือใชกับระบบปมน้ํา หรืองานทอระบายน้ํา มีความหนาตามระดับการรับแรงกดดันไดของ ทอ โดยมีหนวยระบุถึงความสามารถในการรับแรงกดดันไดของทอ เปน กิโลกรัม/ตารางเซ็นติเมตร เชน มาตรฐานทอพีวีซีขนาด 8.5 หรือ 13.5 กิโลกรัม/ตารางเซ็นติเมตร (PVC-8.5 หรือ PVC-13.5) ใชเปนทอ ประปาสําหรับระบบน้ําดื่มหรือระบบปมน้ํา ซึ่งตองรับแรงดันน้ํามาก สําหรับทอระบายน้ําทิ่งหรือทอน้ํา โสโครกซึ่งไมมีแรงดันน้ํา นิยมใชมาตรฐานทอขนาด 5 กิโลกรัม/ตารางเซ็นติเมตร (PVC-5) ทอพีวีซีสีฟา เหลานี้ เหมาะสําหรับใชงานภายในอาคารหรือในที่รมเทานั้น ไมควรใชงานภายนอกอาคารที่ตองสัมผัส กับแสงแดดเนื่องจากไมมนตออุณหภูมิที่สูง และไมควรใชกับอาคารที่ทรุดตัวไดงาย เพราะจะทําใหทอ แตกหักหรือฉีกขาดออกจากกันได ชนิดที่ 2 ทอพีวีซีสีเหลือง ผลิตขึ้นตามมาตรฐาน มอก.216-2524 (ทอพีวีซีแข็งสําหรับใชรอย สายไฟฟาและสายโทรศัพท) เปนทอที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใชในงานรอยสายไฟฟาและสายโทรศัพท โดยเฉพาะ โดยคํานึงถึงมาตรฐานความเปนฉนวนไฟฟาเปนหลัก ทอพีวีซีสีเหลืองนี้เหมาะสําหรับใชรอย สายไฟภายในอาคารหรือในรมเทานั้น ไมควรใชรอยสายไฟภายนอกอาคาร เพราะกฎของการไฟฟาฯ จะไมอนุญาตใหใช ชนิดที่ 3 ทอพีวีซีสีเทา เปนทอที่ผลิตขึ้นเพื่อใชงานดานการเกษตร เชน เปนทอระบายน้ํา ทางการเกษตร หรือระบายน้ําสิ่งปฏิกูล หรือใชระบายน้ําในงานชั่วคราวที่ไมตองรับแรงดันน้ําหรือไม ตองการความแข็งแรงของทอมากนัก ราคาคอนขางถูก ทอพีวีซีสีเทาที่ใชงานดานการเกษตรนี้ ยังไมมี การกําหนดมาตรฐาน ขึ้นอยูกับผูผลิต อยางไรก็ตาม สําหรับทอพีวีซีสีเทาใชสําหรับระบายน้ําในงาน อุตสาหกรรม ที่จําเปนตองคํานึงถึงความปลอดภัยดานสิ่งแวดลอม เชน อาจมีสารเคมีหรือของมีพิษ ระบายออกมาดวย ตองใชทอมาตรฐาน มอก. 999-2533 (ทอพีวีซีแข็งสําหรับใชในงานอุตสาหกรรม) ในการศึกษาครั้งนี้ไดทางคณะไดเลือกทอพีวีซีสีเทา เนื่องจากราคาถูก และในการทดสอบ เบื้องตนไมมีความจําเปนที่จะตองรับแรงดันที่เกิดจากลมมากนัก
14.
12 4. เครื่องวัดความเร็วลม
เครื่องมือที่ใชในการวัดกระแสลม มีดงนี้ ั 1) ศรลม (Wind vane) คือ เครื่องมือที่ใชตรวจทิศทางลม มีลักษณะเปนลูกศรที่มีหางเปนแผน ใหญกวาหัวลูกศรมาก เมื่อลมพัดมา หางลูกศรจะถูกแรงลมปะทะมากกวาหัวลูกศร ทําใหหัวลูกศรชี้ไป ในทิศทางลมที่พัดมา ทําใหเราทราบทิศทางลมวาพัดมาจากทางไหน 2) แอนิโมมิเตอรหรือมาตรวัดความเร็วลม (Anemometer) คือเครื่องมือที่ใชวัดความเร็วลม ประกอบดวยถวยกลมครึ่งซีกทําดวยโลหะเบา ๓ - ๔ ใบ หันตามกัน ติดอยูที่ปลายแกนหมุน ซึ่งหมุนได อิสระ เมื่อลมพัดมาปะทะถวย ถวยจะหมุนไปรอบแกน จํารอบที่หมุนแสดงถึงความเร็วลม หนวยวัดมี หลายอยางเชน นอต, ไมลทะเลตอชั่วโม, กิโลเมตรตอชั่วโมง, ไมลตอชั่วโมง เปนตัน 3) แอโรเวน (Aerovane) คือเครื่องมือที่ใชทั้งตรวจทิศทางลมและวัดความเร็วลม มีลักษณะ รูปรางคลายเครื่องบินไมมีปก ปลายดานใบพัดจะชี้ไปในทิศทางที่ลมพัดมา และการหมุนของใบพัดจะ แสดงความเร็วของลมซึ่งเราสามารถอานไดจากหนาปดหรือกราฟของเครื่องวัด ในการทดลองนี้ทางคณะไดใชมาตรวัดความเร็วลม ของบริษัท Pro’sKit รุน MT-4005 โดยมีคา การแสดงผลที่ระดับ 0.01 เมตรตอวินาที และยานการวัดอยูที่ 0.0-30.0 เมตรตอวินาที ความเร็วสัมพัทธ (Relative Velocity) ในการพิจารณาตําแหนงของวัตถุ จะตองกําหนดจุดอางอิงและแกนอางอิง หากมีผูสังเกตสอง คน ตางใชระบบโคออรดิเนตของตนเองและเคลื่อนที่สมพัทธกน เราพบวาระบบหนึ่งจะมีความเร็วเมื่อ ั ั เทียบกับอีกระบบหนึงเสมอ ตัวอยางเชน นาย ก. ยืนนิ่งอยูบนรถไฟทีกําลังเคลื่อนทีดวยความเร็วคงตัว ่ ่ ่ ผานชานชาลาที่นาย ข. ยืนนิงอยู เมื่อนาย ข. เปนผูสังเกตจะเห็นนาย ก. เคลื่อนที่ดวยความเร็วเทากับ ่ ความเร็วของรถไฟ เขาหาชานชาลา และเมื่อนาย ก. เปนผูสังเกตจะเห็นนาย ข. เคลื่อนที่ดวยความเร็ว เทากับความเร็วของรถไฟเขาหารถไฟ ดังนัน หากพิจารณา นาย ก. ทีนั่งอยูบนรถยนตทกําลังวิงดวยความเร็วคงตัว เทวดา ข. ที่ลอย ้ ่ ี่ ่ อยูน่งๆในกอนอากาศ เมื่อเทวดา ข. เปนผูสังเกตจะเห็นนาย ก. เคลือนที่ดวยความเร็วเทากับความเร็ว ิ ่ ของรถยนต และเมื่อนาย ก. เปนผูสงเกตจะเห็นเทวดา ข. (กอนอากาศ) เคลื่อนทีเ่ ขาหารถดวยความเร็ว ั เทากับความเร็วรถยนต นันคือถาเราวัดความเร็วลมในขณะที่รถยนตกําลังแลน เราควรจะวัดความเร็ว ่ ลมไดเทากับความเร็วที่รถยนตวิ่ง
15.
13 5. หลักการทํางานของไดนาโม
เครื่องกําเนิดไฟฟาหรือไดนาโม สามารถเปลี่ยนพลังงานกลเปนพลังงานไฟฟา ใชหลักการ เหมือนกับแรงกระทําบนขดลวด เพียงแตทําหนาที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟาเปนพลังงานกลเทานั้นเอง ประกอบดวยขดลวดเหนี่ยวนําเคลื่อนที่สัมพัทธกับแทงแมเหล็ก โดยอาศัยการเหนี่ยวนําในขดลวดของ เครื่องกําเนิดไฟฟา จะทําใหเกิดกระแสไฟฟา ซึงสามารถจัดกระแสไฟไดสองแบบคือกระแสตรง และ กระแสสลับ พลังงานไฟฟาจากเครื่องกําเนิดไฟฟาเปนไปตามกฎการอนุรักษพลังงาน เครื่องกําเนิดไฟฟาและไดนาโม สามารถเปลี่ยนพลังงานกลเปนพลังงานไฟฟา เครื่องกําเนิด ไฟฟาประกอบดวยขดลวดเหนี่ยวนําเคลื่อนที่สัมพัทธกับแทงแมเหล็กทําใหเกิดไฟฟา ตัวอยางการใช งาน เชน กรณีไฟฟาพลังน้ํา จะมีน้ําตกลงมาหมุนใบพัดของเครื่องกําเนิดไฟฟา 6. CaVAWTs กาเหวา (CaVAWTs: Car ’ Vertical Axis Wind Turbines) เปนกลจักรผลิตไฟฟาซึ่งอาศัย หลักการของกังหันลมแนวแกนตั้งแบบแรงฉุด สําหรับติดตั้งกับรถยนตที่วิ่งระยะไกล ในการขนสงสินคา การคมนาคม เพื่อลดขอจํากัดในเรื่องความสม่ําเสมอของกําลังลม และนําไปใชประโยชนไดในอนาคต วิธีดําเนินการสรางตนแบบ CaVAWTs มีขั้นตอนดังนี้ 1. ประชุม วางแผน แบงหนาทีการทํางาน ่ 2. ศึกษาเอกสารที่เกียวของกับกังหันลม ่ 3. จําลองแบบใบพัดกังหันลมแนวแกนตั้งชนิดตางๆ 4. เปรียบเทียบความเร็วรอบการหมุนของใบพัดที่จาลองแบบ ํ 5. สรางตนแบบใบพัดกังหันลมแบบซาโวเนียส 6. สรางตนแบบ CaVAWTs
16.
14
บทที่ 3 วัสดุอุปกรณ และวิธีการ 1.วัสดุอุปกรณ 1. แผนอะลูมเนียมขนาด 2 x 1 เมตร ิ จํานวน 2 แผน 2. แผนสังกะสีขนาด 2 x 1 เมตร จํานวน 1 แผน 3. ทอ PVC ขนาด 1/4 นิว ยาว 2 เมตร ้ จํานวน 2 เสน 4. เหล็กสตัด จํานวน 1 แทง 5. เลื่อยเหล็ก จํานวน 1 ปน 6. ถุงมือ จํานวน 8 คู 7. กาวรอน จํานวน 100 แทง 8. กรรไกรตัดสังกะสี จํานวน 3 อัน 9. ฟวเจอรบอรด ขนาด 50x60 cm จํานวน 8 แผน 10. เหล็กฉาก จํานวน 1 อัน 11. ลวดแข็ง ยาว 3 เมตร จํานวน 1 เสน 12. เครื่องวัดความเร็วลม Pro’sKit จํานวน 1 เครื่อง 13. รถยนต Honda Civic จํานวน 1 คัน 2. วิธีการประดิษฐกังหันแนวตั้งแบบซาโวเนียส 1.ประชุม วางแผนการดําเนินงาน และแบงหนาทีการทํางาน ่ 2.ออกแบบกังหันลมแบบตางๆ 3.จัดหาวัสดุอุปกรณ 4.ทดลองเปรียบเทียบความเร็วรอบกังหันลม 5. คัดเลือกตนแบบกังหันลม 6.ประกอบกังหันตนแบบ แบบซาโวเนียส 6.1 ตัดแผนอะลูมเิ นียมใหมขนาด 900 ตารางเซนติเมตร แลวแบงออกเปน 3 แผน ี 6.2 ตัดทอ PVC ขนาด ¼ นิวใหมีความยาวมากกวาความยาวของแผนกังหันประมาณ ้ 5 เซนติเมตรทังหัวและทายทอ PVC ที่ตัดออกมาแลว ้ 6.3 ดัดแผนอะลูมเิ นียมใหมีลักษณะคลายกับตัว U แตสวนโคงจะแหลมกวานิดหนอยแลวนํา ลวดแข็งมาตรึงไวในใบพัดดวยกาวรอน 2 เสน ของแตละใบ 6.4 นําใบพัดที่ตรึงแลวมาติดกับทอ PVC ดวยกาวรอนอีกครั้ง
17.
15
7. สรางตนแบบ CaVAWTs 7.1 นําโครงอะลูมเิ นียมมาดัดใหมีลักษณะโคงนูนคลายกระทะแบบจีนเพือที่จะทําเปนตัว ่ ครอบกังหันทีจะนําไปติดรถยนตไว ่ 7.2 นําไดนาโมมาติดหัวทายแกนของกังหันแลวน้ําตัวโครงอะลูมิเนียมมาครอบกังหันไว
18.
16
บทที่ 4 ผลการทดลอง นวัตกรรมเรื่อง CaVAWTs (กาเหวา) ของนักเรียนโรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ สํานักงานเขต พื้ น ที่ ก ารศึ ก ษาประถมศึ ก ษานนทบุ รี เขต 1 จั ง หวั ด นนทบุ รี มี วั ต ถุ ป ระสงค เ พื่ อ สร า งและพั ฒ นา ต น แบบรู ป แบบกั ง หั น ลมที่ ส ามารถนํ า ไปติ ด ตั้ ง กั บ รถยนต ที่ มี ค วามเร็ ว รอบสู ง สุ ด และสามารถนํ า ไปใชง านไดจริ ง และนําไปทดลองกั บ รถยนตเ พื่อนําไปทดสอบสมมุติฐ านที่ วา การสรา งกั ง หัน ลม แนวตั้งแบบฉุดรูปแบบซาโวเนียส จะหมุนดวยความเร็วรอบสูงสุด ซึ่งผูศึกษานําเสนอผลการศึกษา แบงเปน 2 ขั้นตอนดังนี้ ตอนที่ 1 ศึกษารูปแบบใบพัดกังหันลมที่หมุนไดเร็วโดยทดลองกับพัดลมที่ความเร็วตางกัน ตอนที่ 2 ทดลองรูปแบบใบพัดที่หมุนดวยความเร็วรอบสูงกับรถยนต สรุปผลการทดลองดังนี้ 4.1 การทดสอบสมมุติฐาน การสรางและพัฒนานวัตกรรม CaVAWTs (กาเหวา) ครั้งนี้ ไดตั้งสมติฐานไววาถากังหันลม แนวแกนตั้งแบบแรงฉุดรูปแบบซาโวเนียสไดรับลมสม่ําเสมอแลว กังหันลมแนวแกนตั้งแบบแรงฉุด รูปแบบซาโวเนียสจะหมุนดวยความเร็วรอบสูงสุดการทดสอบสมมุติฐานครั้งนี้ สรุปไดตามตารางที่ 4.1 ตารางที่ 4.2 แผนภูมที่ 4.1 และแผนภูมิที่ 4.2 ิ ตารางที่ 4.1 แสดงการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยจํานวนรอบการหมุนที่ระดับตาง ๆ ของรูปแบบ ใบพัดกังหันลม ความเร็วลม (เมตรตอวินาที) / ความเร็วรอบของใบพัด (รอบตอนาที) รูปแบบใบพัดกังหันลม 2.6 3.6 4.6 ครั้งที1 ่ ครั้งที2 ่ ครั้งที3 ่ คาเฉลี่ย ครั้งที1 ่ ครั้งที2 ่ ครั้งที3 ่ คาเฉลี่ย ครั้งที1 ่ ครั้งที2 ่ ครั้งที3 ่ คาเฉลี่ย 1. แบบเกลียว 130 132 128 130.00 159 162 161 160.67 192 197 195 194.67 (Helix) 2. แบบซาโวเนียส 213 215 210 212.67 243 235 239 239.00 287 279 288 284.67 (Savonius) 3. แบบแพดเดิล 6 ใบ 71 73 73 72.33 101 102 107 103.33 120 108 115 114.33 (Paddle)
19.
17
จากตารางที่ 4.1 แสดงการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยความเร็วลม ของรูปแบบใบพัดกังหันลม สามรูปแบบ พบวา รูปแบบใบพัดกังหันลมแบบซาโวเนียส มีคาเฉลี่ยความเร็วรอบ 212.67, 239 และ 284.67 เมตรตอนาที โดยทดลองกับพัดลมที่มีคาความเร็วลม 2.6, 3.6 และ 4.6 เมตรตอวินาที ตามลําดับ แผนภูมิ ที่ 4.1 กราฟแสดงการเปรียบเทียบจํานวนรอบการหมุนที่ระดับความเร็วลมตาง ๆ จากแผนภูมที่ 4.1 พบวารูปแบบใบพัดกังหันลมแบบซาโวเนียสมีความเร็วรอบสูงสุด เมื่อ ิ เปรียบเทียบกับใบพัดกังหันลมชนิดอื่นที่ระดับความเร็วลมเทากัน
20.
18 ตารางที่ 4.2 แสดงคาที่ไดจากการคํานวณความเร็วลมจากทฤษฎีความเร็วสัมพันธกับคาความเร็ว
ลมที่ไดจากเครื่องวัดความเร็วลม คาความเร็วลม ความเร็วลมจากเครื่องวัดความเร็วลม ความเร็วรถที่ทดลอง จากทฤษฎี (เมตรตอวินาที) ความเร็วสัมพันธ (กิโลเมตรตอชั่วโมง) (เมตรตอวินาที) ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 คาเฉลี่ย 20 5.56 4.21 4.11 4.05 4.12 30 8.33 5.23 5.11 5.03 5.12 40 11.11 7.7 6.5 7.2 7.13 50 13.89 10.01 9.53 10.22 9.92 60 16.67 12.55 12.29 12.95 12.60 70 19.44 13.55 13.23 13.02 13.27 80 22.22 17.18 17.26 16.63 17.02 90 25.00 19.49 20.94 21.74 20.72 จากตารางที่ 4.2 แสดงคาที่ไดจากการคํานวณความเร็วลมจากทฤษฎีความเร็วสัมพันธกับ คาความเร็วลมที่ไดจากเครื่องวัดความเร็วลม พบวาคาความเร็วลมที่วัดไดมีคาแตกตางจากคาความเร็ว ลมในทางทฤษฎี และความเร็วลมที่ระดับความเร็วของรถยนตในชวง 80-90 กิโลเมตรตอชั่วโมง มีคาอยู ในชวง 17-20 เมตรตอวินาที
21.
19 แผนภูมิ ที่ 4.2
แสดงคาความเร็วลมที่คํานวณไดจากทฤษฎีความเร็วสัมพัทธและคาความเร็วลมที่ วัดบนรถยนตขณะวิ่งดวยความเร็วในชวง 20-90 กิโลเมตรตอชั่วโมง จากแผนภูมิขางตนพบวา ความเร็วลมเมื่อรถยนตวิ่งที่ความเร็วตั้งแต 20-90 กิโลเมตรตอชั่วโมง ความเร็วลมที่วัดไดอยูในชวงประมาณ 4-21 เมตรตอวินาที ซึ่งแตกตางจากคาที่คํานวณจากทฤษฎี ความเร็วสัมพัทธที่มีคาความเร็วลมอยูในชวงประมาณ 5-25 เมตรตอวินาที
22.
20
บทที่ 5 อภิปรายและสรุปผลการทดลอง 5.1 สรุปผลการทดลอง การศึกษาและพัฒนานวัตกรรม CaVAWTs (กาเหวา) ครั้งนี้ มีวัตถุประสงคเพื่อสรางตนแบบ รูปแบบกังหันลมที่สามารถนําไปใชติดกับรถยนตได คณะผูจัดทําไดทดลองคัดเลือกตนแบบกังหันลม แนวแกนตั้งแบบแรงฉุดรูปแบบซาโวเนียส โดยการวัดความเร็วลมขณะที่รถยนตเคลื่อนที่ ไดความเร็ว รอบเฉลี่ยสูงสุด เมื่อเทียบกับกังหันลมอีกสองแบบคือแบบแพดเดิล และแบบเกลียว ซึ่งในการทดลอง ขางตนไดควบคุมพื้นที่ผวของใบพัดกังหันใหเทากันคือ 900 ตารางเซนติเมตร ิ 5.2 อภิปรายผลการทดลอง กั ง หั น ลมแนวแกนตั้ ง แบบแรงฉุ ด รู ป แบบซาโวเนี ย สมี ร ะดั บ ความเร็ ว ของรถยนต ใ น ชวง 80-90 กิโลเมตรตอชั่วโมง มีคาอยูในชวง 17-20 เมตรตอวินาที ซึ่งเปนระดับความเร็วที่สูงสุด วิเคราะหจากผลการ การทดลองเปรียบเทียบความเร็วรอบการหมุนของใบพัดพบวา กังหันลมที่สรางขึ้น ทั้งสามแบบนี้มีความเร็วที่แตกตางกันมาก โดยที่ระดับความเร็วลมในชวง 2.6-4.6 เมตรตอวินาที กังหัน ลมแบบแพดเดิล จะมีความเร็วรอบเฉลี่ย 72-114.33 รอบ/นาที กังหันลมแบบเกลียวจะมีความเร็วรอบ เฉลี่ย 130-194.67 รอบ/นาที และ กังหันลมแบบซาโวเนียสจะมีความเร็วรอบเฉลี่ย 212-284.67 รอบ/ นาที (แผนภู มิ ที่ 4.1) และความเร็ ว ลมเมื่ อ รถยนต วิ่ ง ที่ ค วามเร็ ว ตั้ ง แต 20-90 กิ โ ลเมตรต อ ชั่ ว โมง ความเร็วลมที่วัดไดอยูในชวง 4-21 เมตรตอวินาที เป น ที่ ท ราบกัน วา รถยนตวิ่ ง ระยะไกลมั ก ใชค วามเร็ ว อยู ที่ 80-90 กิโ ลเมตรต อชั่ ว โมง และ ความเร็วรอบของกังหันลมแบบซาโวเนียสที่ทางคณะคัดเลือกมีแนวโนมความเร็วรอบเพิ่มขึ้นมากกวา กังหันลมแบบอื่น (แผนภูมิที่ 4.2 ) และเปนกังหันแบบที่มีความเร็วรอบมากที่สุดที่ระดับความเร็วลม เทากัน (ตารางที่ 4.1) เมื่อเทียบกับกังหันชนิดอื่นดังนั้นทางคณะผูจัดทําจึงไดเลือกที่จะใชกังหันแบบ ซาโวเนียสเพื่อนํามาสรางเปนกังหันลมสําหรับ CaVAWTs 5.3 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 1) ไดตนแบบกังหันลมแนวแกนตั้งแบบแรงฉุด สําหรับติดรถยนตวงระยะไกล ิ่ 2) ไดแนวคิดการใชแหลงพลังงานทดแทนในอนาคต 3) นั ก เรี ย นมี ค วามตระหนั ก และเข า ใจเกี่ ย วกั บ การนํ า พลั ง งานลมมาใช ป ระโยชน ใ น ชีวิตประจําวัน
23.
21 5.4 ขอเสนอแนะ
1) จําเปนตองมีการพัฒนาระบบเกียรใน CaVAWTs เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟา 2) ในทดสอบกังหันใบพัดมีขอจํากัดในเรื่องของน้ําหนัก เนื่องจากในการทดลองครั้งนี้ได ควบคุมพื้นที่หนาตัด แตไมสามารถควบคุมรูปรางของใบพัดกังหันได 3) ในการทําใบพัดกังหันลม ควรมีการศึกษาและพัฒนาวัสดุในประเทศที่เหมาะสม และหาได งายในทองถิ่น 4) ในการวัดความเร็วลม ควรมีการใชเครื่องมือที่มความแมนยํามากกวาที่เปนอยู เนื่องจาก ี คาที่อานไดจะไมคงที่ เนื่องจากเครื่องวัดมีความไว จึงอานไดเพียงคาเฉลี่ยจากเครื่องวัดในแตละครั้ง เทานั้น
24.
22
บรรณานุกรม [1] กรมพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน. (2548). พลังงานขยะ. http://library.dip.go.th/multim5/edoc/14350.doc. 16 ธันวาคม 2553. [2] การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย. กฟผ. กับการศึกษาพลังงานลมเพื่อนํามาผลิต ไฟฟา.http://www2.egat.co.th/re/egat_wind/egat_wind.htm. 16 ธันวาคม 2553. [3] การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย. เทคโนโลยีกงหันลม. ั http://www2.egat.co.th/re/egat_wind/wind_technology.htm.16 ธันวาคม 2553. [4] วรนุช แจงสวาง. (2551). พลังงานหมุนเวียน. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพแหงจุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย. [5] นงนุช ตั้งเกริกโอฬาร. (2548). มารูจกทอพีวซี ทอพีอี และทอพีบี กันเถอะ. สมอ สาร ป ั ี ที่ 31 ฉบับที่ 358. [6] อชิตพล ศศิธรานุวฒน. (2548). วิทยาศาสตรพลังงาน. ั http://science.uru.ac.th/pro_doc/doc/11.doc. 16 ธันวาคม 2553.
25.
23 ภาคผนวก
26.
24 ขั้นตอนการออกแบบและพัฒนา
27.
25 คณะผูจัดทํานวัตกรรม CaVAWTs (กาเหวา)
Download