เรื่อง Hydroelectric power

                                    โดย

                 1. นางสาวณิชกานต         สืบสา
                 2. นางสาวสุนิษา           โกรดประโคน
                 3. นางสาวบุษยมาศ          สุจริตสถิตานนท

                                ครูที่ปรึกษา

                 1. นายเฉลิมชัย โสทามวง
                 2. นายศรายุทธ เบญยมาตร



      โรงเรียนอนุราชปะสิทธิ์ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต1

           รายงานฉบับนี้เปนสวนประกอบของโครงงานวิทยาศาสตร

              ประเภทสิ่งประดิษฐ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

เพื่อในการคัดเลือกนักเรียนเปนตัวแทนระดับเขตพื้นที่จังหวัดนนทบุรีไปแขงในงาน
   ศิลปหัตถกรรม ครั้งที่ 62 ประจําป2555 วันที่ 20 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2555
เรื่อง Hydroelectric power

                  โดย

1. นางสาวณิชกานต       สืบสา
2. นางสาวสุนิษา         โกรดประโคน
3. นางสาวบุษยมาศ        สุจริตสถิตานนท


            ครูที่ปรึกษา

  1. นายเฉลิมชัย        โสทามวง
  2. นายศรายุทธ         เบญยมาตร
หนา |1




                                      กิตติกรรมประกาศ
         โครงงานวิทยาศาสตรฉบับนี้สําเร็จลงไดดวยดีเพราะไดรับความอนุเคราะหจาก ทานผูอํานวยการ
สมหมาย มัณยานนท , นางศรณี คุปติปทมกุล รองผูอํานวยการฝายวิชาการโรงเรียนอนุราชประสิทธิ์,
นางสุวิมล มาสุข หัวหนาระดับชั้นมัธยมศึกษา และนางแววยูง สุขสถิตย หัวหนากลุมสาระการเรียนรู
                                                                            
วิทยาศาสตร พรอมทั้งคณาจารยทุกทานทีใหการสนับสนุนตอโครงงานชิ้นนี้
                                       ่
         ขอขอบพระคุณ คุณครูเฉลิมชัย โสทามวง และคุณครูศรายุทธ เบญยมาตร ที่กรุณาใหความรูและให
คําปรึกษาขอเสนอแนะในการแกปญหาตางๆระหวางการทําโครงงานวิทยาศาสตร ตลอดจนแนะนําเอกสาร
และตําราตางๆที่ใชสําหรับศึกษาคนควา
         ขอขอบคุณเพือนๆทุกคนที่ใหกําลังใจ และชวยเหลือโครงงานวิทยาศาสตรชิ้นนี้จนสําเร็จลุลวงไป
                      ่
ไดดวยดี
    
หนา |2




ชื่อเรื่อง         Hydroelectric power
ผู้จัดทํา          นางสาวณิชกานต์ สืบสา
                   นางสาวสุนิษา โกรดประโคน
                   นางสาวบุษยมาศ สุจริตสถิตานนท์
ระดับชั้น          มัธยมศึกษาตอนปลาย
โรงเรียน           อนุราชประสิทธิ์
ครูที่ปรึกษา นายเฉลิมชัย โสท่าม่วง
                   นายศรายุทธ เบญยมาตร
                                               บทคัดย่อ
          Hydroelectric power ที่กลุ่มของพวกเราสร้างขึ้นนี้โดยมีแนวคิดมาจากสร้างต้นแบบเซลล์ไฟฟ้าที่
ใช้น้ําแทนสารละลายเล็กโทรไลต์เพื่อก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าและนําไฟฟ้าที่ได้จากกระบวนการทางเคมีดังกล่าว
มาใช้ประโยชน์ในการดําเนินชีวิตประจําวันหากประสบปัญหาภัยน้ําท่วมและระบบไฟฟ้าถูกตัดดังเช่น
เหตุการณ์ในปีพ.ศ.2554 นั้น
         Hydroelectric power สร้างพลังงานไฟฟ้าโดยการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีของขั้วไฟฟ้าสองขั้วคือ
ขั้วไฟฟ้าบวกและขั้วไฟฟ้าลบและนําไปต่อเข้ากับเครื่องวัดไฟฟ้าอ่านค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าและค่ากระแสไฟฟ้า
พบว่าหากขั้วไฟฟ้าเป็นทองแดงกับอลูมิเนียมจะได้คาความต่างศักย์ไฟฟ้า 0.1 โวลต์ และกระแสไฟฟ้า 0.05
                                                ่
มิลลิแอมแปร์, ขั้วทองแดงกับสังกะสีจะได้ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า 0.4 โวลต์ และกระแสไฟฟ้า 0.4 มิลลิ
แอมแปร์, ขั้วทองแดงกับตะปูจะได้ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า 0 โวลต์ และกระแสไฟฟ้า 0 มิลลิแอมแปร์, ขั้ว
ทองแดงกับแมกนีเซียมจะได้ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า 1 โวลต์ และกระแสไฟฟ้า 0.85 มิลลิแอมแปร์ โดยการ
ทดลองนี้ใช้น้ําเป็นสารละลายเล็กโทรไลต์ หากเปลี่ยนชนิดของสารละลายอิเล็กโทรไลต์จะพบว่า น้ําประปาจะ
มีค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า 0.5 โวลต์ กระแสไฟฟ้า 1.4มิลลิแอมแปร์, น้ําอัดลมจะมีค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า 3
โวลต์ กระแสไฟฟ้า 1.5มิลลิแอมแปร์, น้ําผลไม้จะมีค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า 7.5 โวลต์ กระแสไฟฟ้า 1.4มิลลิ
แอมแปร์, น้ําส้มสายชูจะมีค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า 15 โวลต์ กระแสไฟฟ้า 1.4มิลลิแอมแปร์ โดยการทดลองนี้
ใช้ข้วเพียงสองชนิดคือขั้วทองแดงและขั้วแมกนีเซียม หากเพิ่มจํานวนเซล์ไฟฟ้า(ในการทดลองครั้งนี้จะใช้แก้ว
     ั
น้ําพลาสติก 1 แก้วต่อ 1 เซลล์)
        จากการทดลองสามารถสรุปได้ว่าHydroelectric power ที่พวกเราได้จัดสร้างขึ้นนี้สามารถให้พลังงาน
ไฟฟ้าเมื่อขั้วทําจากทองแดงและแมกนีเซียมจํานวน 1 เซลล์ หากต้องการเพิ่มความต่างศักย์ไฟฟ้าและ
กระแสไฟฟ้าให้มากขึ้นสามารถเปลี่ยนสารละลายอิเล็กโตรไลต์ได้และพลังงานไฟฟ้าที่เกิดขึ้นไม่เป็นอันตรายต่อ
ชีวิตสามารถกักเก็บเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานอย่างอื่นเพื่อนําไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้
หนา |3




                                             บทที่ 1 บทนํา
ที่มาและความสําคัญ

        จากเหตุการณน้ําทวมในป พ.ศ. 2554 ที่ผานมา ทําใหบางพื้นที่ประสบปญหาน้ําทวมไมมไฟฟาใช
                                                                                           ี
เนื่องจากการตัดระบบไฟฟาเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ทําใหประชาชนใชชวตอยูดวยความ
                                                                    ีิ
ยากลําบาก โดยเฉพาะในดานแสงสวาง เชน ไมมีไฟฟาใชในเวลากลางคืน ซึ่งหากไดรับปริมาณแสงสวางที่
นอยยอมทําใหสายตาเสียได จากปญหาดังกลาว โครงงานนี้จึงไดเสนอแนวทางแกปญหาขั้นตน คือการทํา
ใหเกิดแสงสวางอยางงาย โดยมีแนวคิดวาจะทําอยางไรใหมีไฟฟาใชและใชอะไรเปนวัสดุในขณะนั้นได
จากการสืบคนขอมูลทําใหทราบวานอกจากไฟฟาทีใชในปจจุบันแลวยังมีไฟฟาอีกรูปแบบหนึ่งคือ เซลล
                                            ่
แบตเตอรี่ ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟาไดเชนเดียวกับไฟฟาที่ใชในปจจุบัน แตใหพลังงานไฟฟาทีนอยกวา
                                                                                           ่
เนื่องมาจาก เซลลแบตเตอรี่นี้ไดมาจากการใชน้ําเปนแหลงพลังงานหลัก ทั้งนี้มักจะเห็นเซลลแบตเตอรี่
สําเร็จรูปไดงายๆคือ แบตเตอรี่รถยนต ที่ใชน้ํากลั่นหรือน้ํากรดเปนตัวทําปฏิกิริยา ซึ่งสิ่งประดิษฐน้สามารถ
                                                                                                      ี
ใชน้ําหรือของเหลวชนิดใดก็ได ไมวาจะเปนน้ําจากอุทกภัย น้ํารองฝน น้ําผลไมและน้ําอื่นๆ คณะผูจดทํา
                                                                                                ั
เล็งเห็นถึงจุดนี้จึงนํามาประยุกตใชและจําลองเหตุการณโดยใชน้ําที่สามารถหาไดโดยงายมาใชแทน ดวย
วัสดุอุปกรณทนํามาประดิษฐเปนแบบจําลองนั้นหาไดงาย แตตองใชตนทุนพอสมควร การลงทุนเริ่มแรก
             ี่                                                 
เปนเพียงเรื่องเล็กนอยเมื่อเทียบกับการสรางสรรคสิ่งประดิษฐที่มีประโยชนตอการดํารงชีวิตของมนุษย
        Hydroelectric power คือการนําวัสดุตางๆมาผสมผสานกันและกอใหเกิดพลังงานไฟฟาอยางนา
อัศจรรย ใครจะไปนึกวาสิ่งของที่หาไดงายใกลตัวจะสามารถนํามาใชรวมกับแนวคิดทางวิทยาศาสตร ซึ่ง
                                                                 
นําไปสูผลลัพธที่ออกมาเปนพลังงานที่มวลมนุษยตองการใชในชีวิตประจําวัน นอกจากนียังไมเปนอันตราย
                                                                                 ้
แถมยังสามารถเพิ่มกระแสไฟฟาไดมากขึ้นอีกดวยหากตองการ คณะผูจัดทําไมสามารถมองขามนวัตกรรมนี้
ไปได จากการทดลองซ้ําไปซ้ํามาเพื่อผลลัพธที่แนนอน การคํานวณและการเสนอแนวคิดรวมกันจึงเกิดเปน
“Hydroelectric power”

จุดมุงหมาย
    1. เพื่อสรางตนแบบเซลลไฟฟาที่ใชน้ําแทนสารละลายอิเล็กโตรไลต
    2. เพื่อนําทรัพยากรน้ํามาใชใหเกิดประโยชนไดจริง
หนา |4




สมมติฐาน
       ถาชนิดของขั้วไฟฟาในเซลลไฟฟาแตกตางกัน แลวพลังงานไฟฟาที่ไดจะมีคาแตกตางกัน
                                                                            



ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ
       1.   Hydroelectric power ที่สรางขึ้นนี้สามารถใหแสงสวางไดจริง
       2.   Hydroelectric power ที่สรางขึ้นมีราคาถูก
       3.   ไดประสบการณและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรมากขึ้น
       4.   รูจักวิเคราะหปญหาที่เกิดขึน และแนวทางการแกปญหาได
                                         ้
       5.   นําความรูที่ไดไปประยุกตใชในชีวิตประจําวัน


ตัวแปรที่เกี่ยวของ
       ตัวแปรตน : ชนิดของขั้วไฟฟา

       ตัวแปรตาม : พลังงานไฟฟา

       ตัวแปรควบคุม : พื้นที่หนาตัดขั้วไฟฟา, ปริมาณสารละลายอิเล็กโตรไลตแตละชนิด
หนา |5




                                   บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของ
แมกนีเซียม (Magnesium)

        ขอมูลทั่วไป : เปนธาตุในตารางธาตุที่มีสัญลักษณMg และเลขอะตอม 12 แมกนีเซียมเปนธาตุที่มีอยู
มากเปนอันดับ 8 และเปนสวนประกอบของเปลือกโลกประมาณ 2% และเปนธาตุทละลายในน้ําทะเลมาก
                                                                   ี่
เปนอันดับ 3 โลหะอัลคาไลเอิรธตัวนี้สวนมากใชเปนตัวผสมโลหะเพื่อทําโลหะผสมอะลูมิเนียม-แมกนีเซียม

        คนพบ : ถูกคนพบโดย Sir Humphry Davy ในป พ.ศ. 2315

        สมบัติทางเคมี : สามารถทําปฏิกิริยาอยางชาๆ กับน้ําเย็นและจะรวดเร็วมากขึ้นถาใชนํารอนไดกาซ
                                                                                          ้        
ไฮโดรเจน และทําปฏิกิรยากับกรดไดอยางรวดเร็วเกิดกาซไฮโดรเจน
                     ิ

การใชประโยชน : แมกนีเซียมเปนโลหะที่ใชประโยชนอยางกวางขวาง คือ
   1. ใชเตรียมน้ํายา Grignard
   2. องคประกอบของพลุไฟและหัวไมขีดไฟ
   3. ใชผลิตเซลลสะสมไฟฟา (battery) ที่มีขนาดเล็กและเบาบางชนิด
   4. ใชเปน cathodic protection
   5. ใชในงานโครงสราง ซึ่งทั้งหมดใชในรูปของโลหะเจือ เชน ทํากระชินสวนรถยนต กระเปา ภาชนะ
                                                                    ้
       บรรจุของ เครื่องยนต เฟอรนิเจอร ฯลฯ

ความเปนพิษ : ธาตุ Mg นอกจากจะไมเปนพิษตอรางกายยังเปนธาตุที่รางกายเราตองการดวย เชน การทํางาน
                                                                 
ของเอนไซมหลายชนิด คะตะไลสโดย Mg คลอโรฟลลของพืชมี Mg เปนตัวหลักตัวหนึ่ง

ทองแดง (Copper)
        ขอมูลทั่วไป : ธาตุที่มีเลขอะตอม 29 และสัญลักษณคือ Cu ทองแดงอยูในตารางธาตุหมู 29 เปนที่
                                                                         
ทราบกันวามนุษยใชประโยชนจากทองแดงมาไมนอยกวา 10,000 ป พบหลักฐานวามนุษยสามารถหลอม
สกัดทองแดงใหบริสุทธิ์ไดเมื่อประมาณ 5000 ปกอนคริสตกาล ซึ่งเปนชวงกอนที่มนุษยจะรูจกกับ
                                                                                        ั
ทองคํา โดยมนุษยรูจกทองคํา เมื่อประมาณ 4000 ปกอนคริสตกาล
                    ั
        สมบัติทางเคมี : สูตรเคมี Cu มักมีเงินปนบาง ละลายไดในกรดเกลือ หรือกรดดินประสิวจะให
สารละลาย สีเขียว ถาเอาแอมโมเนียใสมากๆ สารละลายจะเปนสีน้ําเงิน
หนา |6




สังกะสี (Zn)
        ในธรรมชาติมักจะพบ Zn อยูในแรชนิดตางๆ จํานวนมาก แรท่สําคัญคือ สฟาเลอไรด สมิทซอไนต
                                                               ี
ปกติมักจะมี Cd ผสมอยูในแร Zn ดวย เมื่อถลุงแร Zn จึงมักจะได Cd ดวย การเตรียมโลหะ Zn มักจะทําโดย
นําแรสังกะสีมาเผาจนกลายเปนออกไซด (มีออกไซดของ Cd ผสมดวย) หลังจากนั้นจึงรีดิวซออกไซด
ดวย C จะไดโลหะผสมZn + Cd ซึ่งเมื่อกลั่น Cd มีจุดเดือดต่ํากวาจะแยกออกไป เหลือ Zn



สมบัติของสังกะสี

    1. Zn เปนโลหะสีเงิน แตสีจะหมองคล้ําเมื่อถูกกับอากาศ เพราะเกิดเปนออกไซดเคลือบบางๆ ที่ผิว

    2. Zn เมื่อเผาใหรอนในอากาศ จะเปน ZnO ซึ่งมีสีขาว และสีไมหมองคล้ํา ZnO ละลายน้ําไดนอย แต
        ละลายไดดในกรดแกและเบสแก
                 ี

    3. Zn ทําปฏิกิรยากับอโลหะอืนๆ ไดสารประกอบตางๆ
                   ิ           ่



อะลูมิเนียม (aluminum)

        ขอมูลทั่วไป : ธาตุเคมีในตารางธาตุที่มสัญลักษณ Al และมีเลขอะตอม 13 เปนโลหะที่มันวาวและ
                                              ี
ออนดัดงาย ในธรรมชาติอะลูมเิ นียมพบในรูปแรบอกไซตเปนหลัก และมีคุณสมบัตเิ ดน คือ ตอตานปฏิกิริยา
ออกซิเดชันไดดี (เนื่องจากปรากฏการณ passivation) แข็งแรง และน้ําหนักเบา มีการใชอะลูมิเนียมใน
อุตสาหกรรมหลายประเภท เพื่อสรางผลิตภัณฑตาง ๆ มากมาย และอะลูมิเนียมสําคัญตอเศรษฐกิจโลกอยาง
มาก ชิ้นสวนโครงสรางที่ผลิตจากอะลูมิเนียมสําคัญตออุตสาหกรรมอากาศยาน และสําคัญในดานอื่น ๆ ของ
การขนสงและการสรางอาคาร ซึ่งตองการน้ําหนักเบา ความทนทาน และความแข็งแรง

        คุณสมบัติ : อะลูมิเนียมเปนโลหะที่ออนและเบาที่มลักษณะไมเปนเงา เนื่องจากเกิดการออกซิเดชัน
                                                        ี
ชั้นบาง ๆ ที่เกิดขึ้นเร็วเมื่อสัมผัสกับอากาศ โลหะอะลูมเิ นียมไมเปนสารพิษ ไมเปนแมเหล็ก และไมเกิด
ประกายไฟ อะลูมิเนียมบริสทธิ์มแรงตานการดึงประมาณ 49 ลานปาสกาล (MPa) และ 400 MPa ถาทําเปน
                        ุ ี
โลหะผสม อะลูมิเนียมมีความหนาแนนเปน 1/3 ของเหล็กกลาและทองแดง ออนสามารถดัดไดงาย สามารถ
หนา |7




กลึงและหลอแบบไดงาย และมีความสามารถตอตานการกรอนและความทนเนื่องจากชั้นออกไซดที่ปองกัน
พื้นหนากระจกเงาที่เปนอะลูมิเนียมมีการสะทอนแสงมากกวาโลหะอืน ๆ ในชวงความยาวคลื่น 200-400 nm
                                                             ่
(UV) และ 3000-10000 nm (IR ไกล) สวนในชวงที่มองเห็นได คือ 400-700 nmโลหะเงินสะทอนแสงได
ดีกวาเล็กนอย และในชวง 700-3000 (IR ใกล) โลหะเงินทองคํา และทองแดง สะทอนแสงไดดกวา
                                                                                  ี
อะลูมิเนียมเปนโลหะที่ดดไดงายเปนอันดับ 2 (รองจากทองคํา) และออนเปนอันดับที่ 6 อะลูมิเนียมสามารถ
                       ั
นําความรอนไดดี จึงเหมาะสมที่จะทําหมอหุงตมอาหาร



น้ํา (H2O)

        ขอมูลทั่วไป : เปนของเหลวชนิดหนึ่งที่มอยูมากที่สุดบนผิวโลกและเปนปจจัยสําคัญตอการ
                                               ี
ดํารงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่มนุษยรจก น้ํามีสมบัติเปนตัวทําละลายที่ดีมากเราจึงไมคอยพบน้ําบริสทธิ์
                                          ูั                                                           ุ
ในธรรมชาติ ดังนั้นน้ําสะอาดที่เหมาะสมตอการบริโภคของมนุษยจงเปนทรัพยากรที่มีคายิ่ง ในบางประเทศ
                                                           ึ
ปญหาการขาดแคลนน้ําเปนปญหาใหญทสงผลกระทบตอสังคมและเศรษฐกิจของประเทศนั้นอยาง
                                 ี่
กวางขวาง

คุณสมบัติหลักทางเคมีและฟสิกส

       น้ําเปนของเหลวที่ไมมีรส ไมมกลิ่น ใสไมมีสี ที่อุณหภูมและความดันปกติ น้ําแข็งก็ดูไมมสีเชนกัน
                                        ี                       ิ                                ี
        และสําหรับน้าในสถานะแกสนั้นโดยปกติเราจะมองไมเห็นมันเลย น้ํามีสถานะเปนของเหลวใน
                      ํ
        สภาวะปกติ น้ํามีขั้วแมเหล็กจึงมีคุณสมบัตการยึดติดสูง
                                                     ิ
       น้ําเปนของเหลวโปรงใส ดังนั้นพืชน้ําจึงสามารถอยูในน้าไดเพราะมีแสงสวางสองมันอยางทั่วถึง
                                                                  ํ
        จะมีเพียงแสงอุลตราไวโอเลตและอินฟราเรดเทานั้นที่จะถูกน้ําดูดซับเอาไว
       น้ําเปนโมเลกุลมีขั้ว เพราะวาออกซิเจนมีคาอิเล็กโทรเนกาติวิตี (Electronegativity: EN) สูงกวา
                                                   
        ไฮโดรเจน ออกซิเจนมีขวลบ ในขณะที่ไฮโดรเจนมีขวบวก แสดงวาน้ําเปนโมเมนตขวคู ปฏิกริยา
                                 ั้                          ั้                              ั้     ิ
        ระหวางขัวของแตละโมเลกุลเปนเหตุใหเกิดแรงดึงดูดทีเ่ ชื่อมโยงกับมวลรวมของน้ําของความตึงผิว
                  ้
       แรงยึดเหนียวสําคัญอื่น ๆ ที่ทําใหโมเลกุลของน้ําเสียบเขาสูอีกอันหนึ่งเรียกวาพันธะไฮโดรเจน
                    ่
       จุดเดือดของน้า (รวมถึงของเหลวอื่น ๆ) ขึนอยูกับความกดดันของบรรยากาศ ตัวอยางเชน บนยอด
                        ํ                        ้
        เขาเอเวอเรสต น้ําจะเดือดที่อณหภูมิ 68องศาเซลเซียส เปรียบเทียบกับ 100 องศาเซลเซียสที่
                                      ุ
หนา |8




        ระดับน้ําทะเล ในทางกลับกัน เขตน้ําลึกในมหาสมุทรใกลรอยแตกของเปลือกโลกเนื่องจากภูเขาไฟ
        ระเบิด อุณหภูมิอาจขึ้นเปนหลายรอยองศาและยังคงสถานะเปนของเหลวเหมือนเดิม
       น้ําจะไหลเขาหาตัวมันเอง น้ํามีคาความตึงผิวสูงซึ่งเกิดจากการประสานกันอยางแข็งแรงระหวาง
        โมเลกุลของน้ําเพราะวามันมีขั้ว ความยืดหยุนทีเ่ ห็นไดชัดเกิดจากคาความตึงผิวคอยควบคุมใหคลื่น
        มีลักษณะเปนพริ้ว
       การแทรกซึมของน้ําตามรูเล็กกลาวถึงแนวโนมของน้ําที่จะไหลอยูในหลอดเล็ก ๆ ซึ่งตานกับแรง
        โนมถวง คุณสมบัตินี้ถูกพึ่งพาโดยพืชสีเขียวเชนตนไม
       น้ําเปนตัวทําละลายที่ดี เรียกไดวาน้ําเปน ตัวทําละลายสากล สามารถละลายสสารไดหลายชนิด
        สสารที่ละลายกับน้ําไดดี เชน เกลือ น้ําตาลกรด ดาง และแกสบางชนิด โดยเฉพาะ
        ออกซิเจน คารบอนไดออกไซด เรียกวา ไฮโดรฟลิก หรือสสารที่ชอบน้ํา ขณะที่สสารที่ละลายน้ําได
        นอยหรือไมไดเลย เชน ไขมัน และน้ํามัน เรียกวา ไฮโดรโฟบิก หรือสสารที่ไมชอบน้ํา
       ทุกองคประกอบที่สําคัญในเซลล (โปรตีน ดีเอ็นเอ และ โพลีแซคคาไรด) จะละลายไดในน้า          ํ
       น้ําบริสุทธิ์มีคาการนําไฟฟาที่ต่ํา แตคานี้จะเพิ่มขึ้นอยางมีนัยสําคัญกับปริมาณของสารประกอบไอ
        ออนิก เชน โซเดียมคลอไรด ที่ละลายอยูในน้ํา
       น้ํามีคาความรอนจําเพาะสูงเปนอันดับ 2 ในบรรดาสสารที่รูจัก รองจากแอมโมเนีย อีกทั้งยังมีคา
        ความรอนแฝงของการกลายเปนไอสูงเชนกัน (40.65 กิโลจูลตอโมล) ซึ่งทั้งสองคุณสมบัตินี้เปนผล
        มาจากพันธะไฮโดรเจนครอบคลุมเปนบริเวณกวางระหวางโมเลกุล คุณสมบัติที่ไมธรรมดา 2
        ประการนี้ชวยทําใหน้ําบรรเทาความรุนแรงของสภาพภูมิอากาศบนโลกไดโดยการดูดซับอุณหภูมที่
                                                                                                       ิ
        ผันผวนอยางมากเอาไว
       ภาวะที่น้ํามีความหนาแนนสูงที่สุดคือที่อุณหภูมิ 3.98 องศาเซลเซียส[2] เปนคุณสมบัตที่ไมปกติที่มี
                                                                                               ิ
        ความหนาแนนลดลงไมใชเพิ่มขึ้นของน้ําเมื่อไดรับความเย็นจนเปลี่ยนเปนสถานะของแข็ง
        (กลายเปนน้ําแข็ง) ในสถานะของแข็งนี้จะมีปริมาตรเพิ่มขึ้น 9% ซึ่งเปนสาเหตุของขอเท็จจริงที่
        น้ําแข็งลอยน้ําได
       สามารถแยกน้าออกเปนไฮโดรเจน และออกซิเจน ไดโดยวิธีอิเล็กโทรไลซิส
                         ํ
       สารบางชนิด เชน โซเดียม ลิเทียม แคลเซียม โพแทสเซียม เปนตน เมื่อถูกน้ําจะปลอยแกสไวไฟ
        ออกมา หรือมีปฏิกิริยาอยางรุนแรงกับน้ํา
สภาพการนําไฟฟาของน้ํา : ตามปกติแลวน้ําบริสุทธิ์จะไมมการเหนี่ยวนําไฟฟา การนําไฟฟาของน้ําแสดงถึง
                                                                 ี
การเจือปนของสารละลายในน้ํา การเหนี่ยวนําไฟฟาของน้ํามีหนวยวัดเปนไมโครซีเมนสตอเซนติเมตร
(mS/cm) น้ําสะอาดจะมีคาการนําไฟฟาเพียง 5 – 30 mS/cm
หนา |9




น้ําสมสายชู (Vinegar)
         เปนของเหลวที่ไดจากกระบวนการหมัก มีองคประกอบหลักคือกรดน้าสม (กรดน้ําสม) น้ําสมสายชู
                                                                     ํ
ทั่วไปมีความเขมขนของกรดตั้งแต 4% ถึง 8% เปนกรดออน มีความเปนพันธะไอออนนิกอยูเ ล็กนอย จึง
นํากระแสไฟฟาไดบาง แตไมมากเหมือนน้ําเกลือ


น้ําอัดลม
      เปนเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ไมมีสวนผสมของแอลกอฮอล มีสีสันแตกตางกันไป มีคนนิยมดื่มมากและ
                                       
สามารถหาซื้อไดทั่วไปในรานที่ขายเครื่องดื่ม นิยมบรรจุในรูปแบบกระปอง ขวดแกว ขวดพลาสติก เปนตน
สวนประกอบ : น้ําอัดลมมีสวนประกอบทีสําคัญ 3 สวน คือ น้ํา (น้ํานี้จะตองเปนน้ําสะอาด สามารถใช
                                              ่
น้ําประปา แตสวนใหญแลวจะมาจากน้ําบาดาลที่ผานการกรองและฆาเชื้อโรคดวยคลอรีน), น้ําตาล, สาร
ปรุงแตงที่เรียกวาหัวน้ําเชื้อ ซึ่งเปนสวนผสมของสารที่ใหกลิ่นและสี, และกรดคารบอนิกซึ่งถูกอัดเขาใน
ภาชนะบรรจุ บางครั้งมีสวนผสมของน้ําผลไมเล็กนอย น้ําอัดลมแตละยีหอก็มีสวนผสมลับเฉพาะของตนเอง
                                                                        ่     
       กรดคารบอนิกในภาชนะบรรจุเมื่อสัมผัสอากาศ จะแยกตัวเปนกาซคารบอนไดออกไซดกบน้ํา เปน
                                                                                       ั
ฟองที่เกิดขึ้นเวลาเปดขวดหรือกระปอง การเขยาก็เปนการกระตุนปฏิกริยาของกรดคารบอนิกใหเกิดเร็วขึ้น
                                                                 ิ
และมากขึ้น ฟองกาซคารบอนไดออกไซดก็เกิดมากขึ้นจนลนภาชนะได
       น้ําอัดลมแบงออกไดเปน 2 ประเภท ตามลักษณะเฉพาะของกลิ่นรสและสีของผลิตภัณฑ ดังนี้

  1.  น้ําอัดลมรสโคลา – น้ําอัดลมประเภทนี้ปรุงแตงดวยหัวน้ําเชื้อโคลาซึ่งมีคาเฟอีนที่สกัดจากใบของ
     ตนโคคาอยูดวย ปริมาณของคาเฟอีนในน้ําอัดลมชนิดโคลาก็จะแตกตางกันไปตามยีหอ สําหรับสี
                                                                                        ่
     น้ําตาลเขมที่เปนที่มาของสีน้ําดํานั้น มาจากสีผสมอาหารที่เปนสีของน้ําตาลเคี่ยวไหม
  2. น้ําอัดลมที่ไมใชโคลา – ไดแกนําอัดลมใสไมมีสีที่ปรุงแตดวยหัวน้าเชื้อเลมอน-ไลม และน้ําอัดลมที่
                                         ้                             ํ
     ปรุงแตงกลุนรสเลียนแบบน้ําผลไม เชน สม องุน มะนาว ลิ้นจี่ น้ําหวานอัดลม พวกน้ําเขียว น้ําแดง
     และรูทเบียร เปนตน น้ําอัดลมเหลานี้สวนใหญแลวจะไมมีคาเฟอีน เนื่องจากไมไดปรุงแตดวยหัว
     น้ําเชื้อชนิดโคลา อยางไรก็ตามอาจมีการเติมคาเฟอีนสกัดเล็กนอยในสวนผสม เพื่อใหไดฤทธิ์กระตุน   
     ของคาเฟอีน ทําใหรสึกสดชื่นกระปรี้กระเปรา
                           ู
ห น  า | 10




น้ําผลไม
          คือของเหลวทีอยูในเนื้อเยื่อของผลไมตามธรรมชาติ อาจรวมถึงของเหลวจากผลของผักบางชนิด
                          ่
ดวยเชนมะเขือเทศ น้ําผลไมไดมาจากการคั้นหรือการปนผักผลไมเหลานั้นโดยไมตองใชความรอนหรือตัว
ทําละลาย ตัวอยางเชน น้ําสมก็คือของเหลวที่สกัดจากผลสม น้ํามะนาวก็คือของเหลวที่สกัดจากผล
มะนาว น้ําผลไมสําเร็จที่วางขายในทองตลาดหลายยี่หอถูกกรองเอาเสนใย เนื้อ หรือกากออก แตน้ําผลไมที่มี
เนื้อก็ยังคงเปนเครื่องดื่มที่นยม น้ําผลไมอาจขายในรูปแบบเขมขน ซึ่งจําเปนจะตองเติมน้ําเพื่อลดความ
                               ิ
เขมขนจนกระทั่งอยูในสถานะปกติ อยางไรก็ตาม น้ําผลไมแบบเขมขนมักจะมีรสชาติที่ผิดแปลกไปจากน้ํา
ผลไมคั้นสดอยางชัดเจน น้ําผลไมบางชนิดอาจมีการแปรรูปเพื่อการถนอมอาหารกอนวางจําหนาย อาทิ พาส
เจอรไรซ การแชแข็ง การระเหย หรือการอบใหเปนผงแหง เปนตน


เซลลกัลวานิกหรือเซลลวอลเตอิก ( Galvanic Cells or Voltaic Cell)
          คือ เซลลไฟฟาเคมีหรือระบบที่ทําหนาที่เปลี่ยนพลังงานเคมีเปนพลังงานไฟฟา โดยภายในเซลล
เกิดปฏิกิริยาการถายโอนอิเล็กตรอนจากสารหนึ่งไปอีกสารหนึ่ง(ปฏิกิรยารีดอกซ) โดยที่สารตั้งตนไมได
                                                                     ิ
สัมผัสกันโดยตรง ทําใหการไหลของอิเล็กตรอนผานตัวนําอยางตอเนือง จึงเกิดกระแสไฟฟาไหลในวงจร
                                                                   ่



เซลลกัลวานิกแบบทุติยภูมิ
          หมายถึง เซลลกัลวานิกที่ปฏิกิริยาเคมีภายในเซลลเมื่อเกิดขึ้นแลวสามารถทําใหเกิดยอนกลับไดอีก
โดยการอัดไฟเขาไปใหม หรือหมายถึงเซลลที่เมื่อใชไฟหมดแลวสามารถนํามาอัดไฟใหมไดอีก เชน เซลล
สะสมไฟฟาแบบตะกัว/แบตเตอรี่ ประกอบดวยขั้วไฟฟาเปนตะกั่ว เปลือกหุมเปนพลาสติก มีกรดซัลฟวริก
                     ่
เปนอิเล็กโทรไลต เซลลชนิดนี้ในตอนแรกจะไมมความตางศักยระหวางขั้วทั้งสองขาง เนื่องจากเปน
                                                 ี
โลหะ Pb ทั้งสองดาน ดังนันการสรางเซลลสะสมไฟฟาแบบตะกัวจะตองทําใหผิวของตะกัวมีศักยไฟฟา
                          ้                                     ่                        ่
ตางกัน
การประจุไฟครั้งแรก
        ตอแหลงกําเนิดไฟฟากระแสตรงเขากับขั้วไฟฟาของเซลลดังรูป อิเล็กตรอนจากขั้วลบของ
แหลงกําเนิดไฟฟากระแสตรงจะมายังขัว B ไฮโดรเจนไอออนในสารละลายซึ่งมีคา EO สูงกวาน้ําจะรับ
                                  ้
อิเล็กตรอนที่ข้ว B ดังนี้
               ั
ห น  า | 11




        แกส H2 ที่เกิดขึ้นไมทําปฏิกริยากับขั้ว B แผนตะกั่วจึงไมเปลี่ยนแปลง สวนที่ข้ว A ซึ่งตอกับกับ
                                     ิ                                                  ั
ขั้วบวกของเครื่องกําเนิดไฟฟากระแสตรง H2O ใหอิเล็กตรอนไดดีกวา SO42– จึงเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได
แกส O2 ซึ่งไปออกซิไดสแผนตะกัว A เกิดเปน PbO2 ซึ่งเปนสารสีน้ําตาลเขมเคลือบที่ผิวตะกัว เรียกวาการ
                                   ่                                                       ่
ประจุไฟครั้งแรก เขียนสมการไดดังนี้




คา E๐ cel

    -   E0 เปนคาสําหรับปฏิกิริยาดังที่เขียน
    -   ยิ่ง E0 เปนบวกมาก สารนั้นมีแนวโนมที่ถูกรีดิวซไดงายขึ้น
    -   ครึ่งปฏิกิริยาสามารถผันกลับได
    -   เครื่องหมายของ E0 จะเปลียนเปนตรงขามเมื่อกลับทิศปฏิกิรยา
                                  ่                                 ิ
    -   การเปลี่ยนคาสัมประสิทธปริมาณสัมพันธของครึ่งปฏิกิริยาไมทําใหคา E0 เปลี่ยนแปลง



หลอด LED
        LED ยอมาจาก Light Emitting Diode เปนอุปกรณอิเล็กทรอนิกสจําพวกสารกึ่งตัวนําที่สามา
เปลงแสงออกมาไดเมื่อเราจายกระแสไฟฟาเขาที่ตัวมัน โดยปกติหลอดชนิดนี้สามารถเปลงแสงไดเมื่อจาย
กระแสไฟเพียงเล็กนอยเทานัน และประสิทธิภาพในการใหแสงก็ยังดีกวาหลอดทั่วไปแบบเดิม ใหแสงสวาง
                          ้
เต็มที่ทันทีโดยไมตองมีการ Warm up

        หลักการทํางานของหลอด LED : หลอด LED หรือไดโอดเปลงแสง โครงสรางประกอบไปดวย
สารกึ่งตัวนําสองชนิด (สารกึงตัวนําชนิด N และสารกึ่งตัวนําชนิด P) ประกบเขาดวยกัน มีผิวขางหนึ่งเรียบ
                           ่
คลายกระจกเมื่อจายไฟฟากระแสตรงผานตัว LED โดยจายไฟบวกใหขาแอโนต (A) จายไฟลบใหขา
ห น  า | 12




แคโทด (K) ทําใหอิเล็กตรอนที่สารกึ่งตัวนําชนิด N มีพลังงานสูงขึ้นจนสามารถวิงขามรอยตอจากสารชนิด
                                                                           ่
N ไปรวมกับโฮลในสารชนิด P การที่อิเล็กตรอนเคลื่อนที่ผานรอยตอ PN ทําใหเกิดกระแสไหล เปนผลให
ระดับพลังงานของอิเล็กตรอนเปลี่ยนไปและคายพลังงานออกมาในรูปคลื่นแสง

          ขอดีของหลอด LED : มีประสิทธิภาพการใหแสงสวางสูงและทิศทางแสงสวางของ LED จะสอง
ไปเฉพาะดานหนาเทานัน ลดการสูญเปลาของแสงสวาง ใชพลังงานนอย ทนตอการสั่นสะเทือนและแรง
                      ้
กระแทก จึงเหมาะสมสําหรับติดตั้งในเครื่องบินหรือรถยนต สามารถเปดปดไดบอยครั้ง และเมื่อเปดจะให
                                                                       
แสงสวางโดยทันที อายุการใชงานยาวนานถึง 100,000 ชั่วโมง สามารถควบคุมคุณภาพของแสงที่ปลอย
ออกมาไดจึงสามารถนําไปใชใหแสงสวางในบางสถานที่ได เชน การใหแสงสวางกับภาพเขียน เนื่องจาก
สามารถควบคุมแสงสวางจาก LED ไมใหมีสวนผสมของแสงที่เปนอันตรายตอภาพเขียน เชน แสงอิน
ฟาเรด และแสงอุลตราไวโอเลท ปลอยความรอนออกมานอยมาก ทําใหลดการสูญเสียพลังงานไฟฟาใน
สวนเครื่องปรับอากาศ การดูแลรักษาต่ํา น้ําหนักเบา,ขนาดเล็ก
ห น  า | 13




                            บทที่ 3 อุปกรณและวิธีการดําเนินการ
อุปกรณ

ชุดทดลองแบงออกเปน 2 ตอน

1.อุปกรณที่ใชทําเซลล

       1. แกวน้ําพลาสติก     4. สวิตซไฟ

       2. หลอด LED

       3. สายไฟ

2.สารเคมี

       1. ลวดแมกนีเซียม       6. น้ํา

       2. แผนทองแดง          7. น้ําสมสายชู

       3. สังกะสี             8. น้ําอัดลม

       4. อลูมิเนียม          9. น้ําผลไม

       5. ตะปู

ตัวโคมไฟ

   1. แผนฟวเจอรบอรด       6.กระดาษฟรอยด

   2. แกวน้ําพลาสติก

   3. ขวดน้ําพลาสติก

   4. เทปกาวผา

   5. ทอยาง
ห น  า | 14




วิธีการดําเนินการ

1.ออกแบบ

1.1.ออกแบบเซลลไฟฟา

       1. นําทองแดงมาขัดดวยกระดาษทราย แลวเจาะยึดติดกับฝาที่ใชปดแกวน้าจํานวน 6 ฝา
                                                                         ํ

       2. นําลวดแมกนีเซียมมาขดไปมา แลวเจาะติดกับฝาที่มทองแดงติดอยูแลว
                                                       ี

       3. ใชตะกัวเชื่อมกับทองแดงไวกอน แลวจึงเชือมติดกับสายไฟอีกครั้งหนึง เพื่อที่จะเชื่อมไดมาก
                 ่                                 ่                       ่
           ขึ้น

       4. นําลวดแมกนีเซียมมาพับบริเวณปลายดานบน แลวใชสายไฟที่ตอกับทองแดงของอีกแกวหนึ่ง
           มาเชื่อม ทําตอไปจนครบ 6 เซลล แลวจึงนําฝาไปปดแกวน้ําทั้ง 6 ใบ



1.2.ออกแบบโคมไฟ

       1. ตัดฟวเจอรบอรดและนํามาประกอบกันใหเปนรูปปริซึมหกเหลี่ยม (หรือรูปรางอื่นๆ ก็ไดตาม
           ความเหมาะสม) ใหเหมาะสําหรับใชบรรจุเซลลแบตเตอรี่

       2. นําขวดน้ําพลาสติกมาตัดแบงครึ่ง แลวนําสวนที่เปนดานบนมาตัดเปนกลีบดอกไม (หรือ
           ลวดลายอื่นๆก็ไดตามชอบ) แลวนํามาดัดใหสวยงาม

       3. นํากระดาษฟรอยดติดที่บริเวณคอขวดทั้งหมด เพื่อใหเกิดการสะทอนแสง

       4. นําลวดใสเขาไปในทอพลาสติก เพื่อที่จะไดสามารถดัดใหงอไดตามความตองการ

       5. นําสายไฟมา 2 สี (สีดํา - สีแดง) แลวทําการปลอกหัว - ทาย ใหเหลือแตที่เปนทองแดง (เพื่อใช
           ในการตอกระแสไฟ)

       6. นําหลอดLED 3 หลอด มาจับกลุมกัน แยกขั้วบวกขั้วลบ แลวทําการเชือมกับสายไฟที่ปลอก
                                                                        ่
           เตรียมไว โดยใหขั้วบวกเชื่อมกับสายสีแดง ขั้วลบเชื่อมกับสายสีดํา
ห น  า | 15




     7. จากนั้นก็นําสายไฟติดหลอดLED แลวใสลงในทอพลาสติกที่เราเตรียมไว แลวทําการตกแตงให
        เรียบรอยสวยงาม

2.ทดสอบคุณภาพของไฟฟา

     2.1.การทดสอบหาคุณภาพไฟฟา เมื่อใชขั้วที่ตางกัน

         1. ตอวงจรอนุกรมในแกวหนึงใบ 4 ชุด
                                  ่

         2. แตละชุดมีขวตางชนิดกันดังนี้
                       ั้

                    ชุดที่ 1 ทองแดงกับอลูมิเนียม

                    ชุดที่ 2 ทองแดงกับสังกะสี

                    ชุดที่ 3 ทองแดงกับตะปู

                    ชุดที่ 4 แทงแดงกับแมกนีเซียม

         3. วัดคาความตางศักยและกระแสไฟฟา

         4. บันทึกผลการทดลอง



     2.2. การทดสอบหาคุณภาพของไฟฟา เมื่อใชน้ําในปริมาณที่เทากัน

        1. ตอวงจรอนุกรมในแกวน้ํา ตั้งแต 2 ใบ 4 ใบ 6 ใบ และ 8 ใบ

        2. ใชขนาดของทองแดงและแมกนีเซียมที่เทากัน

        3. วัดคาความตางศักยและกระแสไฟฟา

         4. บันทึกผลการทดลอง
ห น  า | 16




                                     บทที่ 4 ผลการดําเนินการ

                    ชนิดของขั้ว              คาความตางศักย(โวลต)   กระแสไฟฟา (มิลิแอมแปร)
                     อลูมิเนียม                        0.1                     0.05
                      สังกะสี                          0.4                      0.4
                    แมกนีเซียม                          1                      0.85
                       ตะปู                             0                        0


                          ตารางที่ 4.1 เปรียบเทียบคาตางๆจากขั้วตางชนิด




พบวา ยิ่งแกวน้ํามากคาความตางศักยและคากระแสไฟฟายิ่งเพิ่มขึน
                                                                ้

                  ชนิดของของเหลว            ความตางศักยในหนึ่งแกว    กระแสไฟฟาในหนึ่งแกว
                          น้ํา                        0.5                      1.4
                      น้ําอัดลม                        3                       1.5
                     น้ําสมสายชู                     15                       1.2
                      น้ําผลไม                       7.5                      1.4


                     ตาราง ที่ 4.2 เปรียบเทียบคาตางๆจากของเหลวตางชนิด
ห น  า | 17




พบวา ของเหลวที่มีฤทธิ์เปน กรด มีผลตอการเกิดปฏิกริยาไดเร็วกวา
                                                  ิ
ห น  า | 18




  จํานวนแกวน้ํา      คาความตางศักย   คากระแสไฟฟา
        2                    3                0.1
        4                    5                0.7
        6                    7                1.5
        8                   10                2


ตารางที่ 4.3 การเปรียบเทียบคาตางๆจากจํานวนแกวน้ํา
ห น  า | 19




พบวา ยิ่งแกวน้ํามากคาความตางศักยและคากระแสไฟฟายิ่งเพิ่มขึน
                                                                ้
ห น  า | 20




                 บทที่ 5 สรุปผลการดําเนินการ/อภิปรายผลการดําเนินงาน

        Hydroelectric power สามารถสรางกระแสไฟฟาเพื่อใชในชีวิตประจําวันไดจริงและปลอดภัย โดย
ไดนําหลักการของเซลลกัลวานิกแบบทุตยภูมิมาใช นันคือเปลี่ยนจากพลังงานเคมีเปนพลังงานไฟฟาและ
                                   ิ            ่
สามารถนํากลับมาใชใหมได โดยมีทองแดงเปนขั้วบวก แมกนีเซียมเปนขั้วลบและมีน้ําเปนสารอิเล็กโตร
ไลตซ่งเมื่อใชทองแดงกับแมกนีซียม จะไดกระแสไฟฟา 0.85 มิลลิแอมแปร แสงสวางที่ไดจาก
      ึ
Hydroelectric power นี้อาจจะยังไมเพียงพอตอการนําไปใชประโยชนในรูปแบบอื่น เนื่องจากเราใชนําเปน
                                                                                             ้
สารอิเล็กโตรไลตเพราะน้ํามีสภาพความเปนกรดนอยมาก แตเราสามารถเพิ่มแสงสวางไดโดยการเพิ่มขั้ว
หรือใชของเหลวที่มีสภาพเปนกรดมาเปนสารอิเล็กโตรไลตแทน เพราะ ของเหลวยิงมีสภาพเปนกรดมากก็
                                                                       ่
ยิ่งทําใหขวเกิดการแตกตัวไดมากยิ่งขึน แตสาเหตุที่เราใชน้ําธรรมดานั้น เพราะสามารถหาไดงายๆนั่นเอง
           ั้                        ้
ซึ่งเราหวังวาในอนาคตเราจะสามารถใชเพียงน้ําธรรมดาๆสรางแสงไดเทียบเทากับการใชไฟปกติได
ห น  า | 21




                                        บรรณานุกรม

- ขอมูลเกี่ยวกับแมกนีเซียม. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet5/

            Topic2/Mg.html. (วันที่คนขอมูล : 11 พฤศจิกายน 2555).

- ขอมูลเกี่ยวกับทองแดง. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://patchra.net/minerals/MinDesc/

            copper.php. (วันที่คนขอมูล: 11 พฤศจิกายน 2555).

- น้ํา. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://th.wikipedia.org/wiki. (วันที่คนขอมูล : 11 พฤศจิกายน 2555).
                                                                         

- หลอด LED. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.siamled.net/led-knowledge-th.php.

             (วันที่คนขอมูล : 11 พฤศจิกายน 2555).
                     

- LED. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://pimchanok.fix.gs/index.php?topic=506.0.

             (วันที่คนขอมูล : 11 พฤศจิกายน 2555).
                     

- เซลลไฟฟาเคมี. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.myfirstbrain.com. (วันที่คนขอมูล : 11
                                                                                  

             พฤศจิกายน 2555).

- เซลลกัลวานิก. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://weerajit15.blogspot.com/p/blog-page_

             19.html. (วันที่คนขอมูล : 11 พฤศจิกายน 2555).
ห น  า | 22




ภาคผนวก
ห น  า | 23




ภาพประกอบการดําเนินงาน




 กลองปริซึมที่ใชบรรจุแกวน้า
                             ํ




       อุปกรณที่ตองใช
ห น  า | 24




      นําลวดแมกนีเซียมมาขดไปมา




นําแมกนีเซียมที่ขดแลวมาสอดเขาฝาแกวน้ํา




    นําแผนทองแดงสอดเขาฝาแกวน้ํา
ห น  า | 25




      ทําการปลอกสายไฟ




ทําการบัดกรีตอทองแดงกับสายไฟ
             




 ก็จะไดฝาปดแกวน้ําทีเ่ สร็จแลว
ห น  า | 26




หลังจากนันนําไปบรรจุลงปริซึมที่ไดทําไวแลว
         ้
ห น  า | 27




รูปภาพประกอบหลอดไฟ LED
ห น  า | 28




รูปภาพประกอบคา E0cel

Hydroelectric power

  • 1.
    เรื่อง Hydroelectric power โดย 1. นางสาวณิชกานต สืบสา 2. นางสาวสุนิษา โกรดประโคน 3. นางสาวบุษยมาศ สุจริตสถิตานนท ครูที่ปรึกษา 1. นายเฉลิมชัย โสทามวง 2. นายศรายุทธ เบญยมาตร โรงเรียนอนุราชปะสิทธิ์ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต1 รายงานฉบับนี้เปนสวนประกอบของโครงงานวิทยาศาสตร ประเภทสิ่งประดิษฐ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อในการคัดเลือกนักเรียนเปนตัวแทนระดับเขตพื้นที่จังหวัดนนทบุรีไปแขงในงาน ศิลปหัตถกรรม ครั้งที่ 62 ประจําป2555 วันที่ 20 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2555
  • 2.
    เรื่อง Hydroelectric power โดย 1. นางสาวณิชกานต สืบสา 2. นางสาวสุนิษา โกรดประโคน 3. นางสาวบุษยมาศ สุจริตสถิตานนท ครูที่ปรึกษา 1. นายเฉลิมชัย โสทามวง 2. นายศรายุทธ เบญยมาตร
  • 3.
    หนา |1 กิตติกรรมประกาศ โครงงานวิทยาศาสตรฉบับนี้สําเร็จลงไดดวยดีเพราะไดรับความอนุเคราะหจาก ทานผูอํานวยการ สมหมาย มัณยานนท , นางศรณี คุปติปทมกุล รองผูอํานวยการฝายวิชาการโรงเรียนอนุราชประสิทธิ์, นางสุวิมล มาสุข หัวหนาระดับชั้นมัธยมศึกษา และนางแววยูง สุขสถิตย หัวหนากลุมสาระการเรียนรู  วิทยาศาสตร พรอมทั้งคณาจารยทุกทานทีใหการสนับสนุนตอโครงงานชิ้นนี้ ่ ขอขอบพระคุณ คุณครูเฉลิมชัย โสทามวง และคุณครูศรายุทธ เบญยมาตร ที่กรุณาใหความรูและให คําปรึกษาขอเสนอแนะในการแกปญหาตางๆระหวางการทําโครงงานวิทยาศาสตร ตลอดจนแนะนําเอกสาร และตําราตางๆที่ใชสําหรับศึกษาคนควา ขอขอบคุณเพือนๆทุกคนที่ใหกําลังใจ และชวยเหลือโครงงานวิทยาศาสตรชิ้นนี้จนสําเร็จลุลวงไป ่ ไดดวยดี 
  • 4.
    หนา |2 ชื่อเรื่อง Hydroelectric power ผู้จัดทํา นางสาวณิชกานต์ สืบสา นางสาวสุนิษา โกรดประโคน นางสาวบุษยมาศ สุจริตสถิตานนท์ ระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียน อนุราชประสิทธิ์ ครูที่ปรึกษา นายเฉลิมชัย โสท่าม่วง นายศรายุทธ เบญยมาตร บทคัดย่อ Hydroelectric power ที่กลุ่มของพวกเราสร้างขึ้นนี้โดยมีแนวคิดมาจากสร้างต้นแบบเซลล์ไฟฟ้าที่ ใช้น้ําแทนสารละลายเล็กโทรไลต์เพื่อก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าและนําไฟฟ้าที่ได้จากกระบวนการทางเคมีดังกล่าว มาใช้ประโยชน์ในการดําเนินชีวิตประจําวันหากประสบปัญหาภัยน้ําท่วมและระบบไฟฟ้าถูกตัดดังเช่น เหตุการณ์ในปีพ.ศ.2554 นั้น Hydroelectric power สร้างพลังงานไฟฟ้าโดยการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีของขั้วไฟฟ้าสองขั้วคือ ขั้วไฟฟ้าบวกและขั้วไฟฟ้าลบและนําไปต่อเข้ากับเครื่องวัดไฟฟ้าอ่านค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าและค่ากระแสไฟฟ้า พบว่าหากขั้วไฟฟ้าเป็นทองแดงกับอลูมิเนียมจะได้คาความต่างศักย์ไฟฟ้า 0.1 โวลต์ และกระแสไฟฟ้า 0.05 ่ มิลลิแอมแปร์, ขั้วทองแดงกับสังกะสีจะได้ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า 0.4 โวลต์ และกระแสไฟฟ้า 0.4 มิลลิ แอมแปร์, ขั้วทองแดงกับตะปูจะได้ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า 0 โวลต์ และกระแสไฟฟ้า 0 มิลลิแอมแปร์, ขั้ว ทองแดงกับแมกนีเซียมจะได้ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า 1 โวลต์ และกระแสไฟฟ้า 0.85 มิลลิแอมแปร์ โดยการ ทดลองนี้ใช้น้ําเป็นสารละลายเล็กโทรไลต์ หากเปลี่ยนชนิดของสารละลายอิเล็กโทรไลต์จะพบว่า น้ําประปาจะ มีค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า 0.5 โวลต์ กระแสไฟฟ้า 1.4มิลลิแอมแปร์, น้ําอัดลมจะมีค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า 3 โวลต์ กระแสไฟฟ้า 1.5มิลลิแอมแปร์, น้ําผลไม้จะมีค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า 7.5 โวลต์ กระแสไฟฟ้า 1.4มิลลิ แอมแปร์, น้ําส้มสายชูจะมีค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า 15 โวลต์ กระแสไฟฟ้า 1.4มิลลิแอมแปร์ โดยการทดลองนี้ ใช้ข้วเพียงสองชนิดคือขั้วทองแดงและขั้วแมกนีเซียม หากเพิ่มจํานวนเซล์ไฟฟ้า(ในการทดลองครั้งนี้จะใช้แก้ว ั น้ําพลาสติก 1 แก้วต่อ 1 เซลล์) จากการทดลองสามารถสรุปได้ว่าHydroelectric power ที่พวกเราได้จัดสร้างขึ้นนี้สามารถให้พลังงาน ไฟฟ้าเมื่อขั้วทําจากทองแดงและแมกนีเซียมจํานวน 1 เซลล์ หากต้องการเพิ่มความต่างศักย์ไฟฟ้าและ กระแสไฟฟ้าให้มากขึ้นสามารถเปลี่ยนสารละลายอิเล็กโตรไลต์ได้และพลังงานไฟฟ้าที่เกิดขึ้นไม่เป็นอันตรายต่อ ชีวิตสามารถกักเก็บเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานอย่างอื่นเพื่อนําไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้
  • 5.
    หนา |3 บทที่ 1 บทนํา ที่มาและความสําคัญ จากเหตุการณน้ําทวมในป พ.ศ. 2554 ที่ผานมา ทําใหบางพื้นที่ประสบปญหาน้ําทวมไมมไฟฟาใช ี เนื่องจากการตัดระบบไฟฟาเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ทําใหประชาชนใชชวตอยูดวยความ ีิ ยากลําบาก โดยเฉพาะในดานแสงสวาง เชน ไมมีไฟฟาใชในเวลากลางคืน ซึ่งหากไดรับปริมาณแสงสวางที่ นอยยอมทําใหสายตาเสียได จากปญหาดังกลาว โครงงานนี้จึงไดเสนอแนวทางแกปญหาขั้นตน คือการทํา ใหเกิดแสงสวางอยางงาย โดยมีแนวคิดวาจะทําอยางไรใหมีไฟฟาใชและใชอะไรเปนวัสดุในขณะนั้นได จากการสืบคนขอมูลทําใหทราบวานอกจากไฟฟาทีใชในปจจุบันแลวยังมีไฟฟาอีกรูปแบบหนึ่งคือ เซลล ่ แบตเตอรี่ ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟาไดเชนเดียวกับไฟฟาที่ใชในปจจุบัน แตใหพลังงานไฟฟาทีนอยกวา ่ เนื่องมาจาก เซลลแบตเตอรี่นี้ไดมาจากการใชน้ําเปนแหลงพลังงานหลัก ทั้งนี้มักจะเห็นเซลลแบตเตอรี่ สําเร็จรูปไดงายๆคือ แบตเตอรี่รถยนต ที่ใชน้ํากลั่นหรือน้ํากรดเปนตัวทําปฏิกิริยา ซึ่งสิ่งประดิษฐน้สามารถ ี ใชน้ําหรือของเหลวชนิดใดก็ได ไมวาจะเปนน้ําจากอุทกภัย น้ํารองฝน น้ําผลไมและน้ําอื่นๆ คณะผูจดทํา ั เล็งเห็นถึงจุดนี้จึงนํามาประยุกตใชและจําลองเหตุการณโดยใชน้ําที่สามารถหาไดโดยงายมาใชแทน ดวย วัสดุอุปกรณทนํามาประดิษฐเปนแบบจําลองนั้นหาไดงาย แตตองใชตนทุนพอสมควร การลงทุนเริ่มแรก ี่  เปนเพียงเรื่องเล็กนอยเมื่อเทียบกับการสรางสรรคสิ่งประดิษฐที่มีประโยชนตอการดํารงชีวิตของมนุษย Hydroelectric power คือการนําวัสดุตางๆมาผสมผสานกันและกอใหเกิดพลังงานไฟฟาอยางนา อัศจรรย ใครจะไปนึกวาสิ่งของที่หาไดงายใกลตัวจะสามารถนํามาใชรวมกับแนวคิดทางวิทยาศาสตร ซึ่ง  นําไปสูผลลัพธที่ออกมาเปนพลังงานที่มวลมนุษยตองการใชในชีวิตประจําวัน นอกจากนียังไมเปนอันตราย ้ แถมยังสามารถเพิ่มกระแสไฟฟาไดมากขึ้นอีกดวยหากตองการ คณะผูจัดทําไมสามารถมองขามนวัตกรรมนี้ ไปได จากการทดลองซ้ําไปซ้ํามาเพื่อผลลัพธที่แนนอน การคํานวณและการเสนอแนวคิดรวมกันจึงเกิดเปน “Hydroelectric power” จุดมุงหมาย 1. เพื่อสรางตนแบบเซลลไฟฟาที่ใชน้ําแทนสารละลายอิเล็กโตรไลต 2. เพื่อนําทรัพยากรน้ํามาใชใหเกิดประโยชนไดจริง
  • 6.
    หนา |4 สมมติฐาน ถาชนิดของขั้วไฟฟาในเซลลไฟฟาแตกตางกัน แลวพลังงานไฟฟาที่ไดจะมีคาแตกตางกัน  ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 1. Hydroelectric power ที่สรางขึ้นนี้สามารถใหแสงสวางไดจริง 2. Hydroelectric power ที่สรางขึ้นมีราคาถูก 3. ไดประสบการณและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรมากขึ้น 4. รูจักวิเคราะหปญหาที่เกิดขึน และแนวทางการแกปญหาได ้ 5. นําความรูที่ไดไปประยุกตใชในชีวิตประจําวัน ตัวแปรที่เกี่ยวของ ตัวแปรตน : ชนิดของขั้วไฟฟา ตัวแปรตาม : พลังงานไฟฟา ตัวแปรควบคุม : พื้นที่หนาตัดขั้วไฟฟา, ปริมาณสารละลายอิเล็กโตรไลตแตละชนิด
  • 7.
    หนา |5 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของ แมกนีเซียม (Magnesium) ขอมูลทั่วไป : เปนธาตุในตารางธาตุที่มีสัญลักษณMg และเลขอะตอม 12 แมกนีเซียมเปนธาตุที่มีอยู มากเปนอันดับ 8 และเปนสวนประกอบของเปลือกโลกประมาณ 2% และเปนธาตุทละลายในน้ําทะเลมาก ี่ เปนอันดับ 3 โลหะอัลคาไลเอิรธตัวนี้สวนมากใชเปนตัวผสมโลหะเพื่อทําโลหะผสมอะลูมิเนียม-แมกนีเซียม คนพบ : ถูกคนพบโดย Sir Humphry Davy ในป พ.ศ. 2315 สมบัติทางเคมี : สามารถทําปฏิกิริยาอยางชาๆ กับน้ําเย็นและจะรวดเร็วมากขึ้นถาใชนํารอนไดกาซ ้  ไฮโดรเจน และทําปฏิกิรยากับกรดไดอยางรวดเร็วเกิดกาซไฮโดรเจน ิ การใชประโยชน : แมกนีเซียมเปนโลหะที่ใชประโยชนอยางกวางขวาง คือ 1. ใชเตรียมน้ํายา Grignard 2. องคประกอบของพลุไฟและหัวไมขีดไฟ 3. ใชผลิตเซลลสะสมไฟฟา (battery) ที่มีขนาดเล็กและเบาบางชนิด 4. ใชเปน cathodic protection 5. ใชในงานโครงสราง ซึ่งทั้งหมดใชในรูปของโลหะเจือ เชน ทํากระชินสวนรถยนต กระเปา ภาชนะ ้ บรรจุของ เครื่องยนต เฟอรนิเจอร ฯลฯ ความเปนพิษ : ธาตุ Mg นอกจากจะไมเปนพิษตอรางกายยังเปนธาตุที่รางกายเราตองการดวย เชน การทํางาน  ของเอนไซมหลายชนิด คะตะไลสโดย Mg คลอโรฟลลของพืชมี Mg เปนตัวหลักตัวหนึ่ง ทองแดง (Copper) ขอมูลทั่วไป : ธาตุที่มีเลขอะตอม 29 และสัญลักษณคือ Cu ทองแดงอยูในตารางธาตุหมู 29 เปนที่  ทราบกันวามนุษยใชประโยชนจากทองแดงมาไมนอยกวา 10,000 ป พบหลักฐานวามนุษยสามารถหลอม สกัดทองแดงใหบริสุทธิ์ไดเมื่อประมาณ 5000 ปกอนคริสตกาล ซึ่งเปนชวงกอนที่มนุษยจะรูจกกับ ั ทองคํา โดยมนุษยรูจกทองคํา เมื่อประมาณ 4000 ปกอนคริสตกาล ั สมบัติทางเคมี : สูตรเคมี Cu มักมีเงินปนบาง ละลายไดในกรดเกลือ หรือกรดดินประสิวจะให สารละลาย สีเขียว ถาเอาแอมโมเนียใสมากๆ สารละลายจะเปนสีน้ําเงิน
  • 8.
    หนา |6 สังกะสี (Zn) ในธรรมชาติมักจะพบ Zn อยูในแรชนิดตางๆ จํานวนมาก แรท่สําคัญคือ สฟาเลอไรด สมิทซอไนต ี ปกติมักจะมี Cd ผสมอยูในแร Zn ดวย เมื่อถลุงแร Zn จึงมักจะได Cd ดวย การเตรียมโลหะ Zn มักจะทําโดย นําแรสังกะสีมาเผาจนกลายเปนออกไซด (มีออกไซดของ Cd ผสมดวย) หลังจากนั้นจึงรีดิวซออกไซด ดวย C จะไดโลหะผสมZn + Cd ซึ่งเมื่อกลั่น Cd มีจุดเดือดต่ํากวาจะแยกออกไป เหลือ Zn สมบัติของสังกะสี 1. Zn เปนโลหะสีเงิน แตสีจะหมองคล้ําเมื่อถูกกับอากาศ เพราะเกิดเปนออกไซดเคลือบบางๆ ที่ผิว 2. Zn เมื่อเผาใหรอนในอากาศ จะเปน ZnO ซึ่งมีสีขาว และสีไมหมองคล้ํา ZnO ละลายน้ําไดนอย แต ละลายไดดในกรดแกและเบสแก ี 3. Zn ทําปฏิกิรยากับอโลหะอืนๆ ไดสารประกอบตางๆ ิ ่ อะลูมิเนียม (aluminum) ขอมูลทั่วไป : ธาตุเคมีในตารางธาตุที่มสัญลักษณ Al และมีเลขอะตอม 13 เปนโลหะที่มันวาวและ ี ออนดัดงาย ในธรรมชาติอะลูมเิ นียมพบในรูปแรบอกไซตเปนหลัก และมีคุณสมบัตเิ ดน คือ ตอตานปฏิกิริยา ออกซิเดชันไดดี (เนื่องจากปรากฏการณ passivation) แข็งแรง และน้ําหนักเบา มีการใชอะลูมิเนียมใน อุตสาหกรรมหลายประเภท เพื่อสรางผลิตภัณฑตาง ๆ มากมาย และอะลูมิเนียมสําคัญตอเศรษฐกิจโลกอยาง มาก ชิ้นสวนโครงสรางที่ผลิตจากอะลูมิเนียมสําคัญตออุตสาหกรรมอากาศยาน และสําคัญในดานอื่น ๆ ของ การขนสงและการสรางอาคาร ซึ่งตองการน้ําหนักเบา ความทนทาน และความแข็งแรง คุณสมบัติ : อะลูมิเนียมเปนโลหะที่ออนและเบาที่มลักษณะไมเปนเงา เนื่องจากเกิดการออกซิเดชัน ี ชั้นบาง ๆ ที่เกิดขึ้นเร็วเมื่อสัมผัสกับอากาศ โลหะอะลูมเิ นียมไมเปนสารพิษ ไมเปนแมเหล็ก และไมเกิด ประกายไฟ อะลูมิเนียมบริสทธิ์มแรงตานการดึงประมาณ 49 ลานปาสกาล (MPa) และ 400 MPa ถาทําเปน ุ ี โลหะผสม อะลูมิเนียมมีความหนาแนนเปน 1/3 ของเหล็กกลาและทองแดง ออนสามารถดัดไดงาย สามารถ
  • 9.
    หนา |7 กลึงและหลอแบบไดงาย และมีความสามารถตอตานการกรอนและความทนเนื่องจากชั้นออกไซดที่ปองกัน พื้นหนากระจกเงาที่เปนอะลูมิเนียมมีการสะทอนแสงมากกวาโลหะอืนๆ ในชวงความยาวคลื่น 200-400 nm ่ (UV) และ 3000-10000 nm (IR ไกล) สวนในชวงที่มองเห็นได คือ 400-700 nmโลหะเงินสะทอนแสงได ดีกวาเล็กนอย และในชวง 700-3000 (IR ใกล) โลหะเงินทองคํา และทองแดง สะทอนแสงไดดกวา ี อะลูมิเนียมเปนโลหะที่ดดไดงายเปนอันดับ 2 (รองจากทองคํา) และออนเปนอันดับที่ 6 อะลูมิเนียมสามารถ ั นําความรอนไดดี จึงเหมาะสมที่จะทําหมอหุงตมอาหาร น้ํา (H2O) ขอมูลทั่วไป : เปนของเหลวชนิดหนึ่งที่มอยูมากที่สุดบนผิวโลกและเปนปจจัยสําคัญตอการ ี ดํารงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่มนุษยรจก น้ํามีสมบัติเปนตัวทําละลายที่ดีมากเราจึงไมคอยพบน้ําบริสทธิ์ ูั ุ ในธรรมชาติ ดังนั้นน้ําสะอาดที่เหมาะสมตอการบริโภคของมนุษยจงเปนทรัพยากรที่มีคายิ่ง ในบางประเทศ ึ ปญหาการขาดแคลนน้ําเปนปญหาใหญทสงผลกระทบตอสังคมและเศรษฐกิจของประเทศนั้นอยาง ี่ กวางขวาง คุณสมบัติหลักทางเคมีและฟสิกส  น้ําเปนของเหลวที่ไมมีรส ไมมกลิ่น ใสไมมีสี ที่อุณหภูมและความดันปกติ น้ําแข็งก็ดูไมมสีเชนกัน ี ิ ี และสําหรับน้าในสถานะแกสนั้นโดยปกติเราจะมองไมเห็นมันเลย น้ํามีสถานะเปนของเหลวใน ํ สภาวะปกติ น้ํามีขั้วแมเหล็กจึงมีคุณสมบัตการยึดติดสูง ิ  น้ําเปนของเหลวโปรงใส ดังนั้นพืชน้ําจึงสามารถอยูในน้าไดเพราะมีแสงสวางสองมันอยางทั่วถึง ํ จะมีเพียงแสงอุลตราไวโอเลตและอินฟราเรดเทานั้นที่จะถูกน้ําดูดซับเอาไว  น้ําเปนโมเลกุลมีขั้ว เพราะวาออกซิเจนมีคาอิเล็กโทรเนกาติวิตี (Electronegativity: EN) สูงกวา  ไฮโดรเจน ออกซิเจนมีขวลบ ในขณะที่ไฮโดรเจนมีขวบวก แสดงวาน้ําเปนโมเมนตขวคู ปฏิกริยา ั้ ั้ ั้ ิ ระหวางขัวของแตละโมเลกุลเปนเหตุใหเกิดแรงดึงดูดทีเ่ ชื่อมโยงกับมวลรวมของน้ําของความตึงผิว ้  แรงยึดเหนียวสําคัญอื่น ๆ ที่ทําใหโมเลกุลของน้ําเสียบเขาสูอีกอันหนึ่งเรียกวาพันธะไฮโดรเจน ่  จุดเดือดของน้า (รวมถึงของเหลวอื่น ๆ) ขึนอยูกับความกดดันของบรรยากาศ ตัวอยางเชน บนยอด ํ ้ เขาเอเวอเรสต น้ําจะเดือดที่อณหภูมิ 68องศาเซลเซียส เปรียบเทียบกับ 100 องศาเซลเซียสที่ ุ
  • 10.
    หนา |8 ระดับน้ําทะเล ในทางกลับกัน เขตน้ําลึกในมหาสมุทรใกลรอยแตกของเปลือกโลกเนื่องจากภูเขาไฟ ระเบิด อุณหภูมิอาจขึ้นเปนหลายรอยองศาและยังคงสถานะเปนของเหลวเหมือนเดิม  น้ําจะไหลเขาหาตัวมันเอง น้ํามีคาความตึงผิวสูงซึ่งเกิดจากการประสานกันอยางแข็งแรงระหวาง โมเลกุลของน้ําเพราะวามันมีขั้ว ความยืดหยุนทีเ่ ห็นไดชัดเกิดจากคาความตึงผิวคอยควบคุมใหคลื่น มีลักษณะเปนพริ้ว  การแทรกซึมของน้ําตามรูเล็กกลาวถึงแนวโนมของน้ําที่จะไหลอยูในหลอดเล็ก ๆ ซึ่งตานกับแรง โนมถวง คุณสมบัตินี้ถูกพึ่งพาโดยพืชสีเขียวเชนตนไม  น้ําเปนตัวทําละลายที่ดี เรียกไดวาน้ําเปน ตัวทําละลายสากล สามารถละลายสสารไดหลายชนิด สสารที่ละลายกับน้ําไดดี เชน เกลือ น้ําตาลกรด ดาง และแกสบางชนิด โดยเฉพาะ ออกซิเจน คารบอนไดออกไซด เรียกวา ไฮโดรฟลิก หรือสสารที่ชอบน้ํา ขณะที่สสารที่ละลายน้ําได นอยหรือไมไดเลย เชน ไขมัน และน้ํามัน เรียกวา ไฮโดรโฟบิก หรือสสารที่ไมชอบน้ํา  ทุกองคประกอบที่สําคัญในเซลล (โปรตีน ดีเอ็นเอ และ โพลีแซคคาไรด) จะละลายไดในน้า ํ  น้ําบริสุทธิ์มีคาการนําไฟฟาที่ต่ํา แตคานี้จะเพิ่มขึ้นอยางมีนัยสําคัญกับปริมาณของสารประกอบไอ ออนิก เชน โซเดียมคลอไรด ที่ละลายอยูในน้ํา  น้ํามีคาความรอนจําเพาะสูงเปนอันดับ 2 ในบรรดาสสารที่รูจัก รองจากแอมโมเนีย อีกทั้งยังมีคา ความรอนแฝงของการกลายเปนไอสูงเชนกัน (40.65 กิโลจูลตอโมล) ซึ่งทั้งสองคุณสมบัตินี้เปนผล มาจากพันธะไฮโดรเจนครอบคลุมเปนบริเวณกวางระหวางโมเลกุล คุณสมบัติที่ไมธรรมดา 2 ประการนี้ชวยทําใหน้ําบรรเทาความรุนแรงของสภาพภูมิอากาศบนโลกไดโดยการดูดซับอุณหภูมที่  ิ ผันผวนอยางมากเอาไว  ภาวะที่น้ํามีความหนาแนนสูงที่สุดคือที่อุณหภูมิ 3.98 องศาเซลเซียส[2] เปนคุณสมบัตที่ไมปกติที่มี ิ ความหนาแนนลดลงไมใชเพิ่มขึ้นของน้ําเมื่อไดรับความเย็นจนเปลี่ยนเปนสถานะของแข็ง (กลายเปนน้ําแข็ง) ในสถานะของแข็งนี้จะมีปริมาตรเพิ่มขึ้น 9% ซึ่งเปนสาเหตุของขอเท็จจริงที่ น้ําแข็งลอยน้ําได  สามารถแยกน้าออกเปนไฮโดรเจน และออกซิเจน ไดโดยวิธีอิเล็กโทรไลซิส ํ  สารบางชนิด เชน โซเดียม ลิเทียม แคลเซียม โพแทสเซียม เปนตน เมื่อถูกน้ําจะปลอยแกสไวไฟ ออกมา หรือมีปฏิกิริยาอยางรุนแรงกับน้ํา สภาพการนําไฟฟาของน้ํา : ตามปกติแลวน้ําบริสุทธิ์จะไมมการเหนี่ยวนําไฟฟา การนําไฟฟาของน้ําแสดงถึง ี การเจือปนของสารละลายในน้ํา การเหนี่ยวนําไฟฟาของน้ํามีหนวยวัดเปนไมโครซีเมนสตอเซนติเมตร (mS/cm) น้ําสะอาดจะมีคาการนําไฟฟาเพียง 5 – 30 mS/cm
  • 11.
    หนา |9 น้ําสมสายชู (Vinegar) เปนของเหลวที่ไดจากกระบวนการหมัก มีองคประกอบหลักคือกรดน้าสม (กรดน้ําสม) น้ําสมสายชู ํ ทั่วไปมีความเขมขนของกรดตั้งแต 4% ถึง 8% เปนกรดออน มีความเปนพันธะไอออนนิกอยูเ ล็กนอย จึง นํากระแสไฟฟาไดบาง แตไมมากเหมือนน้ําเกลือ น้ําอัดลม เปนเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ไมมีสวนผสมของแอลกอฮอล มีสีสันแตกตางกันไป มีคนนิยมดื่มมากและ  สามารถหาซื้อไดทั่วไปในรานที่ขายเครื่องดื่ม นิยมบรรจุในรูปแบบกระปอง ขวดแกว ขวดพลาสติก เปนตน สวนประกอบ : น้ําอัดลมมีสวนประกอบทีสําคัญ 3 สวน คือ น้ํา (น้ํานี้จะตองเปนน้ําสะอาด สามารถใช ่ น้ําประปา แตสวนใหญแลวจะมาจากน้ําบาดาลที่ผานการกรองและฆาเชื้อโรคดวยคลอรีน), น้ําตาล, สาร ปรุงแตงที่เรียกวาหัวน้ําเชื้อ ซึ่งเปนสวนผสมของสารที่ใหกลิ่นและสี, และกรดคารบอนิกซึ่งถูกอัดเขาใน ภาชนะบรรจุ บางครั้งมีสวนผสมของน้ําผลไมเล็กนอย น้ําอัดลมแตละยีหอก็มีสวนผสมลับเฉพาะของตนเอง ่  กรดคารบอนิกในภาชนะบรรจุเมื่อสัมผัสอากาศ จะแยกตัวเปนกาซคารบอนไดออกไซดกบน้ํา เปน ั ฟองที่เกิดขึ้นเวลาเปดขวดหรือกระปอง การเขยาก็เปนการกระตุนปฏิกริยาของกรดคารบอนิกใหเกิดเร็วขึ้น ิ และมากขึ้น ฟองกาซคารบอนไดออกไซดก็เกิดมากขึ้นจนลนภาชนะได น้ําอัดลมแบงออกไดเปน 2 ประเภท ตามลักษณะเฉพาะของกลิ่นรสและสีของผลิตภัณฑ ดังนี้ 1. น้ําอัดลมรสโคลา – น้ําอัดลมประเภทนี้ปรุงแตงดวยหัวน้ําเชื้อโคลาซึ่งมีคาเฟอีนที่สกัดจากใบของ ตนโคคาอยูดวย ปริมาณของคาเฟอีนในน้ําอัดลมชนิดโคลาก็จะแตกตางกันไปตามยีหอ สําหรับสี ่ น้ําตาลเขมที่เปนที่มาของสีน้ําดํานั้น มาจากสีผสมอาหารที่เปนสีของน้ําตาลเคี่ยวไหม 2. น้ําอัดลมที่ไมใชโคลา – ไดแกนําอัดลมใสไมมีสีที่ปรุงแตดวยหัวน้าเชื้อเลมอน-ไลม และน้ําอัดลมที่ ้  ํ ปรุงแตงกลุนรสเลียนแบบน้ําผลไม เชน สม องุน มะนาว ลิ้นจี่ น้ําหวานอัดลม พวกน้ําเขียว น้ําแดง และรูทเบียร เปนตน น้ําอัดลมเหลานี้สวนใหญแลวจะไมมีคาเฟอีน เนื่องจากไมไดปรุงแตดวยหัว น้ําเชื้อชนิดโคลา อยางไรก็ตามอาจมีการเติมคาเฟอีนสกัดเล็กนอยในสวนผสม เพื่อใหไดฤทธิ์กระตุน  ของคาเฟอีน ทําใหรสึกสดชื่นกระปรี้กระเปรา ู
  • 12.
    ห น า | 10 น้ําผลไม คือของเหลวทีอยูในเนื้อเยื่อของผลไมตามธรรมชาติ อาจรวมถึงของเหลวจากผลของผักบางชนิด ่ ดวยเชนมะเขือเทศ น้ําผลไมไดมาจากการคั้นหรือการปนผักผลไมเหลานั้นโดยไมตองใชความรอนหรือตัว ทําละลาย ตัวอยางเชน น้ําสมก็คือของเหลวที่สกัดจากผลสม น้ํามะนาวก็คือของเหลวที่สกัดจากผล มะนาว น้ําผลไมสําเร็จที่วางขายในทองตลาดหลายยี่หอถูกกรองเอาเสนใย เนื้อ หรือกากออก แตน้ําผลไมที่มี เนื้อก็ยังคงเปนเครื่องดื่มที่นยม น้ําผลไมอาจขายในรูปแบบเขมขน ซึ่งจําเปนจะตองเติมน้ําเพื่อลดความ ิ เขมขนจนกระทั่งอยูในสถานะปกติ อยางไรก็ตาม น้ําผลไมแบบเขมขนมักจะมีรสชาติที่ผิดแปลกไปจากน้ํา ผลไมคั้นสดอยางชัดเจน น้ําผลไมบางชนิดอาจมีการแปรรูปเพื่อการถนอมอาหารกอนวางจําหนาย อาทิ พาส เจอรไรซ การแชแข็ง การระเหย หรือการอบใหเปนผงแหง เปนตน เซลลกัลวานิกหรือเซลลวอลเตอิก ( Galvanic Cells or Voltaic Cell) คือ เซลลไฟฟาเคมีหรือระบบที่ทําหนาที่เปลี่ยนพลังงานเคมีเปนพลังงานไฟฟา โดยภายในเซลล เกิดปฏิกิริยาการถายโอนอิเล็กตรอนจากสารหนึ่งไปอีกสารหนึ่ง(ปฏิกิรยารีดอกซ) โดยที่สารตั้งตนไมได ิ สัมผัสกันโดยตรง ทําใหการไหลของอิเล็กตรอนผานตัวนําอยางตอเนือง จึงเกิดกระแสไฟฟาไหลในวงจร ่ เซลลกัลวานิกแบบทุติยภูมิ หมายถึง เซลลกัลวานิกที่ปฏิกิริยาเคมีภายในเซลลเมื่อเกิดขึ้นแลวสามารถทําใหเกิดยอนกลับไดอีก โดยการอัดไฟเขาไปใหม หรือหมายถึงเซลลที่เมื่อใชไฟหมดแลวสามารถนํามาอัดไฟใหมไดอีก เชน เซลล สะสมไฟฟาแบบตะกัว/แบตเตอรี่ ประกอบดวยขั้วไฟฟาเปนตะกั่ว เปลือกหุมเปนพลาสติก มีกรดซัลฟวริก ่ เปนอิเล็กโทรไลต เซลลชนิดนี้ในตอนแรกจะไมมความตางศักยระหวางขั้วทั้งสองขาง เนื่องจากเปน ี โลหะ Pb ทั้งสองดาน ดังนันการสรางเซลลสะสมไฟฟาแบบตะกัวจะตองทําใหผิวของตะกัวมีศักยไฟฟา ้ ่ ่ ตางกัน การประจุไฟครั้งแรก ตอแหลงกําเนิดไฟฟากระแสตรงเขากับขั้วไฟฟาของเซลลดังรูป อิเล็กตรอนจากขั้วลบของ แหลงกําเนิดไฟฟากระแสตรงจะมายังขัว B ไฮโดรเจนไอออนในสารละลายซึ่งมีคา EO สูงกวาน้ําจะรับ ้ อิเล็กตรอนที่ข้ว B ดังนี้ ั
  • 13.
    ห น า | 11 แกส H2 ที่เกิดขึ้นไมทําปฏิกริยากับขั้ว B แผนตะกั่วจึงไมเปลี่ยนแปลง สวนที่ข้ว A ซึ่งตอกับกับ ิ ั ขั้วบวกของเครื่องกําเนิดไฟฟากระแสตรง H2O ใหอิเล็กตรอนไดดีกวา SO42– จึงเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได แกส O2 ซึ่งไปออกซิไดสแผนตะกัว A เกิดเปน PbO2 ซึ่งเปนสารสีน้ําตาลเขมเคลือบที่ผิวตะกัว เรียกวาการ ่ ่ ประจุไฟครั้งแรก เขียนสมการไดดังนี้ คา E๐ cel - E0 เปนคาสําหรับปฏิกิริยาดังที่เขียน - ยิ่ง E0 เปนบวกมาก สารนั้นมีแนวโนมที่ถูกรีดิวซไดงายขึ้น - ครึ่งปฏิกิริยาสามารถผันกลับได - เครื่องหมายของ E0 จะเปลียนเปนตรงขามเมื่อกลับทิศปฏิกิรยา ่ ิ - การเปลี่ยนคาสัมประสิทธปริมาณสัมพันธของครึ่งปฏิกิริยาไมทําใหคา E0 เปลี่ยนแปลง หลอด LED LED ยอมาจาก Light Emitting Diode เปนอุปกรณอิเล็กทรอนิกสจําพวกสารกึ่งตัวนําที่สามา เปลงแสงออกมาไดเมื่อเราจายกระแสไฟฟาเขาที่ตัวมัน โดยปกติหลอดชนิดนี้สามารถเปลงแสงไดเมื่อจาย กระแสไฟเพียงเล็กนอยเทานัน และประสิทธิภาพในการใหแสงก็ยังดีกวาหลอดทั่วไปแบบเดิม ใหแสงสวาง ้ เต็มที่ทันทีโดยไมตองมีการ Warm up หลักการทํางานของหลอด LED : หลอด LED หรือไดโอดเปลงแสง โครงสรางประกอบไปดวย สารกึ่งตัวนําสองชนิด (สารกึงตัวนําชนิด N และสารกึ่งตัวนําชนิด P) ประกบเขาดวยกัน มีผิวขางหนึ่งเรียบ ่ คลายกระจกเมื่อจายไฟฟากระแสตรงผานตัว LED โดยจายไฟบวกใหขาแอโนต (A) จายไฟลบใหขา
  • 14.
    ห น า | 12 แคโทด (K) ทําใหอิเล็กตรอนที่สารกึ่งตัวนําชนิด N มีพลังงานสูงขึ้นจนสามารถวิงขามรอยตอจากสารชนิด ่ N ไปรวมกับโฮลในสารชนิด P การที่อิเล็กตรอนเคลื่อนที่ผานรอยตอ PN ทําใหเกิดกระแสไหล เปนผลให ระดับพลังงานของอิเล็กตรอนเปลี่ยนไปและคายพลังงานออกมาในรูปคลื่นแสง ขอดีของหลอด LED : มีประสิทธิภาพการใหแสงสวางสูงและทิศทางแสงสวางของ LED จะสอง ไปเฉพาะดานหนาเทานัน ลดการสูญเปลาของแสงสวาง ใชพลังงานนอย ทนตอการสั่นสะเทือนและแรง ้ กระแทก จึงเหมาะสมสําหรับติดตั้งในเครื่องบินหรือรถยนต สามารถเปดปดไดบอยครั้ง และเมื่อเปดจะให  แสงสวางโดยทันที อายุการใชงานยาวนานถึง 100,000 ชั่วโมง สามารถควบคุมคุณภาพของแสงที่ปลอย ออกมาไดจึงสามารถนําไปใชใหแสงสวางในบางสถานที่ได เชน การใหแสงสวางกับภาพเขียน เนื่องจาก สามารถควบคุมแสงสวางจาก LED ไมใหมีสวนผสมของแสงที่เปนอันตรายตอภาพเขียน เชน แสงอิน ฟาเรด และแสงอุลตราไวโอเลท ปลอยความรอนออกมานอยมาก ทําใหลดการสูญเสียพลังงานไฟฟาใน สวนเครื่องปรับอากาศ การดูแลรักษาต่ํา น้ําหนักเบา,ขนาดเล็ก
  • 15.
    ห น า | 13 บทที่ 3 อุปกรณและวิธีการดําเนินการ อุปกรณ ชุดทดลองแบงออกเปน 2 ตอน 1.อุปกรณที่ใชทําเซลล 1. แกวน้ําพลาสติก 4. สวิตซไฟ 2. หลอด LED 3. สายไฟ 2.สารเคมี 1. ลวดแมกนีเซียม 6. น้ํา 2. แผนทองแดง 7. น้ําสมสายชู 3. สังกะสี 8. น้ําอัดลม 4. อลูมิเนียม 9. น้ําผลไม 5. ตะปู ตัวโคมไฟ 1. แผนฟวเจอรบอรด 6.กระดาษฟรอยด 2. แกวน้ําพลาสติก 3. ขวดน้ําพลาสติก 4. เทปกาวผา 5. ทอยาง
  • 16.
    ห น า | 14 วิธีการดําเนินการ 1.ออกแบบ 1.1.ออกแบบเซลลไฟฟา 1. นําทองแดงมาขัดดวยกระดาษทราย แลวเจาะยึดติดกับฝาที่ใชปดแกวน้าจํานวน 6 ฝา ํ 2. นําลวดแมกนีเซียมมาขดไปมา แลวเจาะติดกับฝาที่มทองแดงติดอยูแลว ี 3. ใชตะกัวเชื่อมกับทองแดงไวกอน แลวจึงเชือมติดกับสายไฟอีกครั้งหนึง เพื่อที่จะเชื่อมไดมาก ่ ่ ่ ขึ้น 4. นําลวดแมกนีเซียมมาพับบริเวณปลายดานบน แลวใชสายไฟที่ตอกับทองแดงของอีกแกวหนึ่ง มาเชื่อม ทําตอไปจนครบ 6 เซลล แลวจึงนําฝาไปปดแกวน้ําทั้ง 6 ใบ 1.2.ออกแบบโคมไฟ 1. ตัดฟวเจอรบอรดและนํามาประกอบกันใหเปนรูปปริซึมหกเหลี่ยม (หรือรูปรางอื่นๆ ก็ไดตาม ความเหมาะสม) ใหเหมาะสําหรับใชบรรจุเซลลแบตเตอรี่ 2. นําขวดน้ําพลาสติกมาตัดแบงครึ่ง แลวนําสวนที่เปนดานบนมาตัดเปนกลีบดอกไม (หรือ ลวดลายอื่นๆก็ไดตามชอบ) แลวนํามาดัดใหสวยงาม 3. นํากระดาษฟรอยดติดที่บริเวณคอขวดทั้งหมด เพื่อใหเกิดการสะทอนแสง 4. นําลวดใสเขาไปในทอพลาสติก เพื่อที่จะไดสามารถดัดใหงอไดตามความตองการ 5. นําสายไฟมา 2 สี (สีดํา - สีแดง) แลวทําการปลอกหัว - ทาย ใหเหลือแตที่เปนทองแดง (เพื่อใช ในการตอกระแสไฟ) 6. นําหลอดLED 3 หลอด มาจับกลุมกัน แยกขั้วบวกขั้วลบ แลวทําการเชือมกับสายไฟที่ปลอก ่ เตรียมไว โดยใหขั้วบวกเชื่อมกับสายสีแดง ขั้วลบเชื่อมกับสายสีดํา
  • 17.
    ห น า | 15 7. จากนั้นก็นําสายไฟติดหลอดLED แลวใสลงในทอพลาสติกที่เราเตรียมไว แลวทําการตกแตงให เรียบรอยสวยงาม 2.ทดสอบคุณภาพของไฟฟา 2.1.การทดสอบหาคุณภาพไฟฟา เมื่อใชขั้วที่ตางกัน 1. ตอวงจรอนุกรมในแกวหนึงใบ 4 ชุด ่ 2. แตละชุดมีขวตางชนิดกันดังนี้ ั้ ชุดที่ 1 ทองแดงกับอลูมิเนียม ชุดที่ 2 ทองแดงกับสังกะสี ชุดที่ 3 ทองแดงกับตะปู ชุดที่ 4 แทงแดงกับแมกนีเซียม 3. วัดคาความตางศักยและกระแสไฟฟา 4. บันทึกผลการทดลอง 2.2. การทดสอบหาคุณภาพของไฟฟา เมื่อใชน้ําในปริมาณที่เทากัน 1. ตอวงจรอนุกรมในแกวน้ํา ตั้งแต 2 ใบ 4 ใบ 6 ใบ และ 8 ใบ 2. ใชขนาดของทองแดงและแมกนีเซียมที่เทากัน 3. วัดคาความตางศักยและกระแสไฟฟา 4. บันทึกผลการทดลอง
  • 18.
    ห น า | 16 บทที่ 4 ผลการดําเนินการ ชนิดของขั้ว คาความตางศักย(โวลต) กระแสไฟฟา (มิลิแอมแปร) อลูมิเนียม 0.1 0.05 สังกะสี 0.4 0.4 แมกนีเซียม 1 0.85 ตะปู 0 0 ตารางที่ 4.1 เปรียบเทียบคาตางๆจากขั้วตางชนิด พบวา ยิ่งแกวน้ํามากคาความตางศักยและคากระแสไฟฟายิ่งเพิ่มขึน ้ ชนิดของของเหลว ความตางศักยในหนึ่งแกว กระแสไฟฟาในหนึ่งแกว น้ํา 0.5 1.4 น้ําอัดลม 3 1.5 น้ําสมสายชู 15 1.2 น้ําผลไม 7.5 1.4 ตาราง ที่ 4.2 เปรียบเทียบคาตางๆจากของเหลวตางชนิด
  • 19.
    ห น า | 17 พบวา ของเหลวที่มีฤทธิ์เปน กรด มีผลตอการเกิดปฏิกริยาไดเร็วกวา ิ
  • 20.
    ห น า | 18 จํานวนแกวน้ํา คาความตางศักย คากระแสไฟฟา 2 3 0.1 4 5 0.7 6 7 1.5 8 10 2 ตารางที่ 4.3 การเปรียบเทียบคาตางๆจากจํานวนแกวน้ํา
  • 21.
    ห น า | 19 พบวา ยิ่งแกวน้ํามากคาความตางศักยและคากระแสไฟฟายิ่งเพิ่มขึน ้
  • 22.
    ห น า | 20 บทที่ 5 สรุปผลการดําเนินการ/อภิปรายผลการดําเนินงาน Hydroelectric power สามารถสรางกระแสไฟฟาเพื่อใชในชีวิตประจําวันไดจริงและปลอดภัย โดย ไดนําหลักการของเซลลกัลวานิกแบบทุตยภูมิมาใช นันคือเปลี่ยนจากพลังงานเคมีเปนพลังงานไฟฟาและ ิ ่ สามารถนํากลับมาใชใหมได โดยมีทองแดงเปนขั้วบวก แมกนีเซียมเปนขั้วลบและมีน้ําเปนสารอิเล็กโตร ไลตซ่งเมื่อใชทองแดงกับแมกนีซียม จะไดกระแสไฟฟา 0.85 มิลลิแอมแปร แสงสวางที่ไดจาก ึ Hydroelectric power นี้อาจจะยังไมเพียงพอตอการนําไปใชประโยชนในรูปแบบอื่น เนื่องจากเราใชนําเปน ้ สารอิเล็กโตรไลตเพราะน้ํามีสภาพความเปนกรดนอยมาก แตเราสามารถเพิ่มแสงสวางไดโดยการเพิ่มขั้ว หรือใชของเหลวที่มีสภาพเปนกรดมาเปนสารอิเล็กโตรไลตแทน เพราะ ของเหลวยิงมีสภาพเปนกรดมากก็ ่ ยิ่งทําใหขวเกิดการแตกตัวไดมากยิ่งขึน แตสาเหตุที่เราใชน้ําธรรมดานั้น เพราะสามารถหาไดงายๆนั่นเอง ั้ ้ ซึ่งเราหวังวาในอนาคตเราจะสามารถใชเพียงน้ําธรรมดาๆสรางแสงไดเทียบเทากับการใชไฟปกติได
  • 23.
    ห น า | 21 บรรณานุกรม - ขอมูลเกี่ยวกับแมกนีเซียม. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet5/ Topic2/Mg.html. (วันที่คนขอมูล : 11 พฤศจิกายน 2555). - ขอมูลเกี่ยวกับทองแดง. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://patchra.net/minerals/MinDesc/ copper.php. (วันที่คนขอมูล: 11 พฤศจิกายน 2555). - น้ํา. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://th.wikipedia.org/wiki. (วันที่คนขอมูล : 11 พฤศจิกายน 2555).  - หลอด LED. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.siamled.net/led-knowledge-th.php. (วันที่คนขอมูล : 11 พฤศจิกายน 2555).  - LED. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://pimchanok.fix.gs/index.php?topic=506.0. (วันที่คนขอมูล : 11 พฤศจิกายน 2555).  - เซลลไฟฟาเคมี. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.myfirstbrain.com. (วันที่คนขอมูล : 11  พฤศจิกายน 2555). - เซลลกัลวานิก. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://weerajit15.blogspot.com/p/blog-page_ 19.html. (วันที่คนขอมูล : 11 พฤศจิกายน 2555).
  • 24.
    ห น า | 22 ภาคผนวก
  • 25.
    ห น า | 23 ภาพประกอบการดําเนินงาน กลองปริซึมที่ใชบรรจุแกวน้า ํ อุปกรณที่ตองใช
  • 26.
    ห น า | 24 นําลวดแมกนีเซียมมาขดไปมา นําแมกนีเซียมที่ขดแลวมาสอดเขาฝาแกวน้ํา นําแผนทองแดงสอดเขาฝาแกวน้ํา
  • 27.
    ห น า | 25 ทําการปลอกสายไฟ ทําการบัดกรีตอทองแดงกับสายไฟ  ก็จะไดฝาปดแกวน้ําทีเ่ สร็จแลว
  • 28.
    ห น า | 26 หลังจากนันนําไปบรรจุลงปริซึมที่ไดทําไวแลว ้
  • 29.
    ห น า | 27 รูปภาพประกอบหลอดไฟ LED
  • 30.
    ห น า | 28 รูปภาพประกอบคา E0cel