ชื่อเรื่องการวิจัย การพัฒนากิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด
ชื่อผู้วิจัย นายทวีศักดิ์ ภู่ชัย
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์
ความสาคัญและที่มา
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ในเนื้อหาของภูเขาไฟระเบิดพบว่าใน
ประเทศไทยไม่มีแหล่งภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ผู้เรียนจึงใช้การศึกษาจากการชมวิดีทัศน์ หรือการทดลองจากผงฟูและ
น้้าส้มสายชู แต่กระบวนการระเบิดของภูเขาไฟ “จะเกิดเนื่องจากเปลือกโลกชั้นนอกของโลกเรามีพื้นที่ไม่เรียบ
เสมอกันเปลือกโลกชั้นในที่มีลักษณะเป็นหิน เมื่อได้รับความร้อนที่แผ่ออกมาจากแก่นโลกท้าให้กลายเป็นหินเหลว
หนืดที่เรียกว่าแมกมา และเมื่อแมกมาได้รับความร้อนจากแก่นโลกมากเข้าก็จะไหลวนเวียนเฉกเช่นเดียวกับน้้าใน
กาต้มน้้าร้อนที่วิ่งไปรอบกาน้้าพร้อมกับส่งควันพวยพุ่งออกมาตามช่องระบายภูเขาไฟก็เช่นกันและในที่สุดก็พุ่ง
ทะลักออกมาตามรอยแยกของแผ่นเปลือกโลก” ดังนั้นเพื่อให้ผู้เรียนเกิดมโนมติที่เหมาะสม ผู้วิจัยจึงพัฒนา
กิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด
วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนากิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด
2. เพื่อศึกษาผลการใช้กิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด ที่มีต่อมโนมติของผู้เรียน
กรอบแนวคิดในการวิจัย
การวิจัยในครั้งนี้มุ่งพัฒนากิจกรรมและผลการใช้กิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด ที่มีต่อมโนมติ
ของผู้เรียนส้าหรับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจ้านวน 10 คนที่สมัครใจ โดยพิจารณาข้อมูลการตอบ
ค้าถามก่อนเรียนและหลังเรียน จากนั้นน้าข้อมูลมาจัดกลุ่มเพื่อศึกษามโนมติของผู้เรียน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ได้กิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด
2. ได้แนวทางในการใช้กิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด
ขอบเขตของการวิจัย
1. ผู้ร่วมวิจัยคือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจ้านวน 10 คน
2. ระยะเวลาในการท้าวิจัย คือ ชั่วโมงเรียนรายวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ จ้านวน 2 ชั่วโมง
วิธีดาเนินการวิจัย
1. การสร้างกิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด พัฒนาจากกิจกรรม volcano in a beaker
(http://www.hometrainingtools.com/a/volcano-in-a-beaker-science-project) และ Wax Volcano in
a Cup (https://www.youtube.com/watch?v=RZhMmw0trl0) โดยปรับวัสดุอุปกรณ์จากเทียนเปลี่ยนเป็น
ดินน้้ามัน
2. การใช้กิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด ผู้วิจัยใช้ค้าถามก่อนและหลังท้ากิจกรรม
นักเรียนเข้าใจ “ภูเขาไฟระเบิด” ว่าอย่างไร
หลังจากผู้เรียนตอบค้าถามก่อนท้ากิจกรรม จึงท้ากิจกรรมภูเขาไฟระเบิด จากนั้นจึงให้ตอบค้าถามหลังท้ากิจกรรม
3. การเก็บรวบรวมข้อมูล พิจารณาจากค้าตอบของผู้เรียน และพฤติกรรมการท้าการทดลอง (ภาพถ่าย)
จากนั้นน้าข้อมูลค้าตอบผู้เรียนมาจัดกลุ่มเพื่อวิเคราะห์และอภิปรายผลการใช้กิจกรรม
ผลการวิจัย
ในการจัดกิจกรรม ผู้วิจัยน้าเสนอรูปภูเขาไฟและถามค้าถามก่อนท้าการทดลอง จากนั้นให้ผู้เรียนได้ท้าการ
ทดลองโดยผู้วิจัยให้นักเรียนก้าหนดสัดส่วนและปริมาตรในการออกแบบการทดลองเอง หลังจากผู้เรียนท้าการ
ทดลองและบันทึกผล ผู้วิจัยได้ถามค้าถามหลังท้าการทดลอง จากนั้นจึงให้ความรู้เรื่องภูเขาไฟ และการระเบิดของ
ภูเขาไฟ ซึ่งจากการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้ข้อมูลดังตาราง
ตารางที่ 1 ค้าตอบของผู้เรียนก่อนท้ากิจกรรมและหลังท้ากิจกรรม
คนที่ คาตอบก่อนทากิจกรรม คาตอบหลังทากิจกรรม
1 ภูเขาไฟระเบิดเกิดจากแมกมาที่มีความร้อนสูงมาก
จึงดันตัวออกมาจากใต้ดินแล้วปะทุออกมาจากปาก
ปล่องภูเขาไฟ ของเหลวที่ไหลออกมาเรียกว่า ลาวา
เกิดจากความร้อนของแมกมาภายใต้เปลือกโลก
เมื่อถึงจุดเดือดก็จะดันตัวออกมาตามรอยเลื่อนแล้ว
ปะทุออกมา ซึ่งเรียกว่า ลาวา
2 เกิดจากความร้อนของแมกมาภายใต้พื้นผิวโลกที่มี
ความร้อนมากท้าให้เกิดการปะทุ
เกิดจากความร้อนของแมกมาภายใต้เปลือกโลก
เมื่อถึงจุดเดือดก็จะดนตัวออกมาตามรอยเลื่อน
แล้วปะทุออกมา เรียกว่า ลาวา
3 เกิดจากรอยเลื่อนใต้พื้นดิน ในช่องภูเขาไฟเกิดการ
ปะทุและไหลออกมา
เกิดจากความร้อนภายใต้พื้นผิวโลกเมื่อถึงจุดเดือด
ก็จะปะทุ กลายเป็นภูเขาไฟระเบิด
4 เกิดจากการทับถมจนเกินไป จนเกิดเป็นตะกอนและ
ระเบิดในที่สุด
เกิดจากความร้อนของแมกมาภายใต้เปลือกโลกที่มี
ความร้อนจัด เมื่อถึงจุดเดือดแมกมาจะขยายตัว
เลื่อนออกมาตามรอยเลื่อนปะทุออกมา เรียกว่า
ลาวา
ตารางที่ 1 ค้าตอบของผู้เรียนก่อนท้ากิจกรรมและหลังท้ากิจกรรม (ต่อ)
คนที่ คาตอบก่อนทากิจกรรม คาตอบหลังทากิจกรรม
5 เกิดการปะทุจากพื้นดินข้างล่าง เกิดจากความร้อนใต้ผิวโลกของแมกมาที่มีจุดเดือด
สูงสุดท้าให้แมกมาปะทุออกจากใต้โลกตามรอแยก
ของเปลือกโลกละระเบิดเป็นลาวา
6 ภูเขาไฟระเบิดเกิดจากหินหนืดมีอุณหภูมิและความ
ดันสูงมากจะดันและแทรกตัวตามรอยแยกของผิวโลก
เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ
เปลือกโลกเนื่องจากหินหลอมละลายใต้เปลือกโลก
ปะทุขึ้นและแทรกขึ้นมาตามรอยแยกของเปลือก
โลก
7 การเคลื่อนตัวของพื้นที่โลกที่ท้าให้เกิดผลกระทบโดย
แมกมาปะทุออกมาจากภูเขาไฟ
เกิดจากความร้อนของแมกมาภายใต้เปลือกโลกที่มี
ความร้อนจัด เมื่อถึงจุดเดือดแมกมาจะขยายตัว
เลื่อนออกมาตามรอยเลื่อนและปะทุออกมา
เรียกว่า ลาวา
8 การปะทุของตัวลาวาที่อยู่ใต้ผิวโลก ใต้ผิวโลกเกิดความร้อนและท้าให้ลาวาหลอมเหลว
และสั่นสะเทือนจนเกิดการปะทุผ่านผิวดินขึ้นมาบน
พื้นผิวโลก
9 เกิดจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกท้าให้เกิด
แผ่นดินไหวและแมกมาปะทุออกมา
เกิดจากความร้อนใต้ผิวโลกของแมกมาที่มีจุดเดือด
สูงสุดท้าให้แมกมาปะทุดันตัวออกจากใต้โลกตาม
รอยแยกของเปลือกโลกและระเบิดออกมาเป็น
ลาวา
10 แรงดันตัวของหินหนืดใต้เปลือกโลก ระเบิดออกมา
เป็นลาวา
แรงดันตัวของหินหนืดใต้เปลือกโลก ระเบิดออกมา
เป็นลาวา
อภิปรายผลการวิจัย
จากข้อมูลในตารางที่ 1 พบว่า ก่อนท้าการทดลอง ผู้เรียนส่วนใหญ่เข้าใจว่าภูเขาไฟระเบิด คือ การปะทุ
(คนที่ 1 2 3 5 7 8 และ 9) และบางส่วนเข้าใจว่าเกิดการแทรกตัว (คนที่ 4 6 และ 10) และมีผู้เรียนบางคนเท่านั้น
ที่ให้เหตุผลของการเกิดภูเขาไฟระเบิดว่าเกิดจากแรงดันตัวของหินหนืด (คนที่ 6 และ 10) แมกมา (คนที่ 1 และ 2)
ลาวา (คนที่ 8) ใต้เปลือกโลก ซึ่งอาจสะท้อนว่ากิจกรรมการใช้ผงฟูผสมน้้าส้มสายชูแล้วใส่ลงในภูเขาไฟจ้าลองท้า
ให้ผู้เรียนจ้าได้ว่า ภูเขาไฟระเบิด คือ ปรากฏการณ์ที่เกิดการปะทุและมีลาวาไหลออกมา
และจากค้าตอบหลังการทดลองของผู้เรียน แทบทุกคนระบุว่า การระเบิดของภูเขาไฟเกิดจากความร้อนใต้
เปลือกโลก (คนที่ 1-9) ท้าให้แมกมาดันตัวออกมา (คนที่ 1-10) ตามรอยเลื่อนหรือรอยแยกของเปลือกโลก เรียกว่า
ลาวา ทั้งนี้ผู้เรียนหลายคนเข้าใจว่าการเกิดระเบิดของภูเขาไฟจะเกี่ยวข้องกับจุดเดือดของแมกมา (คนที่ 1 2 3 4 5
7 และ 9) ซึ่งเป็นข้อความที่บ่งบอกว่าผู้เรียนมีมโนมติที่คลาดเคลื่อน
ข้อเสนอแนะ
1. ควรท้าการวิจัยซ้้าโดยเพิ่มเติกระบวนการสอนอุปมาร่วมด้วย เพื่อสะท้อนคิดของผู้เรียน
2. ควรปรับปรุงการเก็บข้อมูล โดยอาจใช้วิธีการทดลองภูเขาไฟจ้าลองแบบใช้น้้าส้มสายชูร่วมด้วย เพื่อ
เปรียบเทียบผลการศึกษาได้ชัดเจน
3. ในการท้าการทดลองควรก้าหนดสัดส่วนระหว่าง ดินน้้ามัน : ทราย : น้้า เป็น 1 : 2 : 3
ภาคผนวก : สไลด์กิจกรรม
ภาคผนวก: รูปการทากิจกรรม
ภาคผนวก: ตัวอย่างคาตอบของผู้เรียน
การทดลองภูเขาไฟระเบิด

การทดลองภูเขาไฟระเบิด

  • 1.
    ชื่อเรื่องการวิจัย การพัฒนากิจกรรมการทดลอง เรื่องภูเขาไฟระเบิด ชื่อผู้วิจัย นายทวีศักดิ์ ภู่ชัย กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ความสาคัญและที่มา ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ในเนื้อหาของภูเขาไฟระเบิดพบว่าใน ประเทศไทยไม่มีแหล่งภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ผู้เรียนจึงใช้การศึกษาจากการชมวิดีทัศน์ หรือการทดลองจากผงฟูและ น้้าส้มสายชู แต่กระบวนการระเบิดของภูเขาไฟ “จะเกิดเนื่องจากเปลือกโลกชั้นนอกของโลกเรามีพื้นที่ไม่เรียบ เสมอกันเปลือกโลกชั้นในที่มีลักษณะเป็นหิน เมื่อได้รับความร้อนที่แผ่ออกมาจากแก่นโลกท้าให้กลายเป็นหินเหลว หนืดที่เรียกว่าแมกมา และเมื่อแมกมาได้รับความร้อนจากแก่นโลกมากเข้าก็จะไหลวนเวียนเฉกเช่นเดียวกับน้้าใน กาต้มน้้าร้อนที่วิ่งไปรอบกาน้้าพร้อมกับส่งควันพวยพุ่งออกมาตามช่องระบายภูเขาไฟก็เช่นกันและในที่สุดก็พุ่ง ทะลักออกมาตามรอยแยกของแผ่นเปลือกโลก” ดังนั้นเพื่อให้ผู้เรียนเกิดมโนมติที่เหมาะสม ผู้วิจัยจึงพัฒนา กิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนากิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด 2. เพื่อศึกษาผลการใช้กิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด ที่มีต่อมโนมติของผู้เรียน กรอบแนวคิดในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้มุ่งพัฒนากิจกรรมและผลการใช้กิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด ที่มีต่อมโนมติ ของผู้เรียนส้าหรับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจ้านวน 10 คนที่สมัครใจ โดยพิจารณาข้อมูลการตอบ ค้าถามก่อนเรียนและหลังเรียน จากนั้นน้าข้อมูลมาจัดกลุ่มเพื่อศึกษามโนมติของผู้เรียน ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ได้กิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด 2. ได้แนวทางในการใช้กิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด ขอบเขตของการวิจัย 1. ผู้ร่วมวิจัยคือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจ้านวน 10 คน 2. ระยะเวลาในการท้าวิจัย คือ ชั่วโมงเรียนรายวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ จ้านวน 2 ชั่วโมง
  • 2.
    วิธีดาเนินการวิจัย 1. การสร้างกิจกรรมการทดลอง เรื่องภูเขาไฟระเบิด พัฒนาจากกิจกรรม volcano in a beaker (http://www.hometrainingtools.com/a/volcano-in-a-beaker-science-project) และ Wax Volcano in a Cup (https://www.youtube.com/watch?v=RZhMmw0trl0) โดยปรับวัสดุอุปกรณ์จากเทียนเปลี่ยนเป็น ดินน้้ามัน 2. การใช้กิจกรรมการทดลอง เรื่อง ภูเขาไฟระเบิด ผู้วิจัยใช้ค้าถามก่อนและหลังท้ากิจกรรม นักเรียนเข้าใจ “ภูเขาไฟระเบิด” ว่าอย่างไร หลังจากผู้เรียนตอบค้าถามก่อนท้ากิจกรรม จึงท้ากิจกรรมภูเขาไฟระเบิด จากนั้นจึงให้ตอบค้าถามหลังท้ากิจกรรม 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล พิจารณาจากค้าตอบของผู้เรียน และพฤติกรรมการท้าการทดลอง (ภาพถ่าย) จากนั้นน้าข้อมูลค้าตอบผู้เรียนมาจัดกลุ่มเพื่อวิเคราะห์และอภิปรายผลการใช้กิจกรรม ผลการวิจัย ในการจัดกิจกรรม ผู้วิจัยน้าเสนอรูปภูเขาไฟและถามค้าถามก่อนท้าการทดลอง จากนั้นให้ผู้เรียนได้ท้าการ ทดลองโดยผู้วิจัยให้นักเรียนก้าหนดสัดส่วนและปริมาตรในการออกแบบการทดลองเอง หลังจากผู้เรียนท้าการ ทดลองและบันทึกผล ผู้วิจัยได้ถามค้าถามหลังท้าการทดลอง จากนั้นจึงให้ความรู้เรื่องภูเขาไฟ และการระเบิดของ ภูเขาไฟ ซึ่งจากการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้ข้อมูลดังตาราง ตารางที่ 1 ค้าตอบของผู้เรียนก่อนท้ากิจกรรมและหลังท้ากิจกรรม คนที่ คาตอบก่อนทากิจกรรม คาตอบหลังทากิจกรรม 1 ภูเขาไฟระเบิดเกิดจากแมกมาที่มีความร้อนสูงมาก จึงดันตัวออกมาจากใต้ดินแล้วปะทุออกมาจากปาก ปล่องภูเขาไฟ ของเหลวที่ไหลออกมาเรียกว่า ลาวา เกิดจากความร้อนของแมกมาภายใต้เปลือกโลก เมื่อถึงจุดเดือดก็จะดันตัวออกมาตามรอยเลื่อนแล้ว ปะทุออกมา ซึ่งเรียกว่า ลาวา 2 เกิดจากความร้อนของแมกมาภายใต้พื้นผิวโลกที่มี ความร้อนมากท้าให้เกิดการปะทุ เกิดจากความร้อนของแมกมาภายใต้เปลือกโลก เมื่อถึงจุดเดือดก็จะดนตัวออกมาตามรอยเลื่อน แล้วปะทุออกมา เรียกว่า ลาวา 3 เกิดจากรอยเลื่อนใต้พื้นดิน ในช่องภูเขาไฟเกิดการ ปะทุและไหลออกมา เกิดจากความร้อนภายใต้พื้นผิวโลกเมื่อถึงจุดเดือด ก็จะปะทุ กลายเป็นภูเขาไฟระเบิด 4 เกิดจากการทับถมจนเกินไป จนเกิดเป็นตะกอนและ ระเบิดในที่สุด เกิดจากความร้อนของแมกมาภายใต้เปลือกโลกที่มี ความร้อนจัด เมื่อถึงจุดเดือดแมกมาจะขยายตัว เลื่อนออกมาตามรอยเลื่อนปะทุออกมา เรียกว่า ลาวา
  • 3.
    ตารางที่ 1 ค้าตอบของผู้เรียนก่อนท้ากิจกรรมและหลังท้ากิจกรรม(ต่อ) คนที่ คาตอบก่อนทากิจกรรม คาตอบหลังทากิจกรรม 5 เกิดการปะทุจากพื้นดินข้างล่าง เกิดจากความร้อนใต้ผิวโลกของแมกมาที่มีจุดเดือด สูงสุดท้าให้แมกมาปะทุออกจากใต้โลกตามรอแยก ของเปลือกโลกละระเบิดเป็นลาวา 6 ภูเขาไฟระเบิดเกิดจากหินหนืดมีอุณหภูมิและความ ดันสูงมากจะดันและแทรกตัวตามรอยแยกของผิวโลก เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ เปลือกโลกเนื่องจากหินหลอมละลายใต้เปลือกโลก ปะทุขึ้นและแทรกขึ้นมาตามรอยแยกของเปลือก โลก 7 การเคลื่อนตัวของพื้นที่โลกที่ท้าให้เกิดผลกระทบโดย แมกมาปะทุออกมาจากภูเขาไฟ เกิดจากความร้อนของแมกมาภายใต้เปลือกโลกที่มี ความร้อนจัด เมื่อถึงจุดเดือดแมกมาจะขยายตัว เลื่อนออกมาตามรอยเลื่อนและปะทุออกมา เรียกว่า ลาวา 8 การปะทุของตัวลาวาที่อยู่ใต้ผิวโลก ใต้ผิวโลกเกิดความร้อนและท้าให้ลาวาหลอมเหลว และสั่นสะเทือนจนเกิดการปะทุผ่านผิวดินขึ้นมาบน พื้นผิวโลก 9 เกิดจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกท้าให้เกิด แผ่นดินไหวและแมกมาปะทุออกมา เกิดจากความร้อนใต้ผิวโลกของแมกมาที่มีจุดเดือด สูงสุดท้าให้แมกมาปะทุดันตัวออกจากใต้โลกตาม รอยแยกของเปลือกโลกและระเบิดออกมาเป็น ลาวา 10 แรงดันตัวของหินหนืดใต้เปลือกโลก ระเบิดออกมา เป็นลาวา แรงดันตัวของหินหนืดใต้เปลือกโลก ระเบิดออกมา เป็นลาวา
  • 4.
    อภิปรายผลการวิจัย จากข้อมูลในตารางที่ 1 พบว่าก่อนท้าการทดลอง ผู้เรียนส่วนใหญ่เข้าใจว่าภูเขาไฟระเบิด คือ การปะทุ (คนที่ 1 2 3 5 7 8 และ 9) และบางส่วนเข้าใจว่าเกิดการแทรกตัว (คนที่ 4 6 และ 10) และมีผู้เรียนบางคนเท่านั้น ที่ให้เหตุผลของการเกิดภูเขาไฟระเบิดว่าเกิดจากแรงดันตัวของหินหนืด (คนที่ 6 และ 10) แมกมา (คนที่ 1 และ 2) ลาวา (คนที่ 8) ใต้เปลือกโลก ซึ่งอาจสะท้อนว่ากิจกรรมการใช้ผงฟูผสมน้้าส้มสายชูแล้วใส่ลงในภูเขาไฟจ้าลองท้า ให้ผู้เรียนจ้าได้ว่า ภูเขาไฟระเบิด คือ ปรากฏการณ์ที่เกิดการปะทุและมีลาวาไหลออกมา และจากค้าตอบหลังการทดลองของผู้เรียน แทบทุกคนระบุว่า การระเบิดของภูเขาไฟเกิดจากความร้อนใต้ เปลือกโลก (คนที่ 1-9) ท้าให้แมกมาดันตัวออกมา (คนที่ 1-10) ตามรอยเลื่อนหรือรอยแยกของเปลือกโลก เรียกว่า ลาวา ทั้งนี้ผู้เรียนหลายคนเข้าใจว่าการเกิดระเบิดของภูเขาไฟจะเกี่ยวข้องกับจุดเดือดของแมกมา (คนที่ 1 2 3 4 5 7 และ 9) ซึ่งเป็นข้อความที่บ่งบอกว่าผู้เรียนมีมโนมติที่คลาดเคลื่อน ข้อเสนอแนะ 1. ควรท้าการวิจัยซ้้าโดยเพิ่มเติกระบวนการสอนอุปมาร่วมด้วย เพื่อสะท้อนคิดของผู้เรียน 2. ควรปรับปรุงการเก็บข้อมูล โดยอาจใช้วิธีการทดลองภูเขาไฟจ้าลองแบบใช้น้้าส้มสายชูร่วมด้วย เพื่อ เปรียบเทียบผลการศึกษาได้ชัดเจน 3. ในการท้าการทดลองควรก้าหนดสัดส่วนระหว่าง ดินน้้ามัน : ทราย : น้้า เป็น 1 : 2 : 3
  • 5.
  • 6.
  • 7.