วิชา การคํานวณปรับแก แผนการสอนวชา การคานวณปรบแก - แผนการสอน
• มโนทัศนของการคํานวณปรับแก • การคํานวณปรับแกร บบสมการที่ไมเปนเชิงเสน• มโนทศนของการคานวณปรบแก
– measurements, errors, redundancy
– แบบจําลองทางคณิตศาสตรในงานสํารวจ
และทําแผนที่
• การคานวณปรบแกระบบสมการทไมเปนเชงเสน
– ระบบสมการที่ไมเปนเชิงเสนและการหาคําตอบ
– การคํานวณปรับแกระบบสมการที่ไมเปนเชิงเสน
• การแพรของความคลาดเคลื่อน
• สมการคารังวัด และ คําตอบของระบบ
สมการเชิงเสน
• การคํานวณปรับแก
• การแพรของความคลาดเคลอน
– ความนาจะเปน
– วงรีความคลาดเคลื่อน
• การวิเคราะหผลการคํานวณปรับแก
– ตัวอยางงายๆ
• การปรับแกแบบลีสทสแควร
– วิธีการคํานวณปรับแกดวยสมการเงื่อนไข
การวเคราะหผลการคานวณปรบแก
• การคํานวณปรับแกในงานสํารวจและทําแผนที่
– การสํารวจทางราบ
– งานระดับ
– วิธีการคํานวณปรับแกดวยสมการคารังวัด
• น้ําหนักของคารังวัด และ การคํานวณ
ปรับแกคารังวัดแบบมีน้ําหนัก
ป ใ ป
งานระดบ
– GPS
– การแปลงพิกัด
– การสํารวจจากภาพถาย
• การคํานวณปรับแกในการแปลงพิกัด
1วิชาการคํานวณปรับแก
การคํานวณปรับแก
ปเอกสารประกอบการบรรยาย
หัวขอการบรรยายหวขอการบรรยาย
- ระบบสมการที่ไมเปนเชิงเสนและการหาคําตอบ
- การคํานวณปรับแกระบบสมการที่ไมเปนเชิงเสนการคานวณปรบแกระบบสมการทไมเปนเชงเสน
ระบบสมการที่ไมเปนเชิงเสนและการหาคําตอบ
Equation of Circles :
http://www.regentsprep.org/regents/math/algtrig/atc1/circlelesson.htm
ตองการหาจดตัดของต กา หาจุดตดข
วงกลม 2 วง
มีจุดตัด 2 จุด
95y2x
16yx
22
22
=++−
=+
)()( 95y2x =++− )()(
ระบบสมการนี้ไมใชระบบสมการเชิงเสน ไมสามารถเขียนใหอยูในรูป
Ax = b ไดโดยตรงAx = b ไดโดยตรง
การหาคําตอบของระบบสมการสามารถทําไดโดยทําใหสมการอยในการหาคาตอบของระบบสมการสามารถทาไดโดยทาใหสมการอยูใน
รูปของสมการเชิงเสนเสียกอน แลวจึงเขียนใหอยูในรูป Ax = b
การทําสมการใหเปนเชิงเสนการทาสมการใหเปนเชงเสน
Li i tiLinearization
วิชาการคํานวณปรับแก 8
ตัวอยาง
= 24 y
.. = 12414 xy =
___. =14 y
x
x
y
y
xy =
y
Δy
yo
yo
x
x
x
Δx
xxo xo x
yyy 0 Δ+=
dy
axax0 Δ+= slopelinetheis,
dx
dy
a =
ตัวอยาง
ใ___.14 = กําหนดให x0 = 4
d
xy = 14y .=
0
1
x
dx
dy
x Δ+= 414
42
1
4 ).( −+=
)( 0
0
0 xx
x2
1
x −+= 10
4
1
2 .+=
0252.=
ใ  ใการทําสมการ 2 ตัวแปร ใหเปนเชิงเสน ใชการ
ประมาณคาดวยอนกรมเทเลอร (Ta lor’s Series)ประมาณคาดวยอนุกรมเทเลอร (Taylor’s Series)
dfdf
y
dy
df
x
dx
df
yxfyxf
0 xxxx
00 Δ+Δ+=
=
),(),(
dydx
0
0
0
0
yy
xx
yy
xx
=
=
=
=
xo,yo เปนคาประมาณของ x,y ตามลําดับ
12
22
16yx =+
)()(
xx
22
xx
22
2
o
2
o
22
y
y
yx
x
x
yx
yxyx
oo
Δ
∂
+∂
+Δ
∂
+∂
++=+
==
oo
2
o
2
o
yy
xx
yy
xx
16yy2xx2yx
yx
o
o
o
o
=Δ+Δ++=
∂∂
==
)( 2
o
2
ooo
oooo
yx16yy2xx2
yyy
+−=Δ+Δ
)()( 22
95y2x =++−
))()(()()( 2
o
2
ooo 5y2x9y5y2x2x2 ++−−=Δ++Δ−
5295222
yx16yy2xx2
22
2
o
2
ooo +−=Δ+Δ )(
5y2x9y5y2x2x2 2
o
2
ooo ++−−=Δ++Δ− ))()(()()(
5y2x9
yx16
y
x
5y22x2
y2x2
2
o
2
o
2
o
2
o
oo
oo
⎥
⎦
⎤
⎢
⎣
⎡
++−−
+−
=⎥
⎦
⎤
⎢
⎣
⎡
Δ
Δ
⎥
⎦
⎤
⎢
⎣
⎡
+− ))()((
)(
)()(
bxA
yyy oo
=
⎦⎣⎦⎣⎦⎣ ))()((
bAx
bxA
1−
=
่ ่ ่คา Δx,Δy ที่คํานวณได เปนคาแกใหกับคาประมาณเริ่มตน เพื่อหาคําตอบ x,y
xxx o Δ+=
จากนั้นตองทําการวนซ้ํา โดยแทนคาให x = x y = y ที่ได คา Δx Δy ที่ไดในการวนซ้ํา
yyy o Δ+=
จากนนตองทาการวนซา โดยแทนคาให xo = x, yo = y ทได คา Δx,Δy ทไดในการวนซา
ควรมีขนาดเล็กลง จนกระทั่งเล็กกวาเกณฑที่กําหนดหรือไมมีนัยสําคัญ
ตองการหาจดตัดของต กา หาจุดตดข
วงกลม 2 วง
มีจุดตัด 2 จุด
1 ≈ 1 ≈ 41. x ≈ -1, y ≈ -4
2. x ≈ 3, y ≈ -22. x , y 2
2
1
การคํานวณปรับแกระบบสมการที่ไมเปนเชิงเสน
ตัวอยางต
ตองการหาขนาดของรูปสามเหลี่ยมมุมฉากรูปหนึ่ง
า า า า ั้ สา ี่ไ  า าร ั รจากความยาวของดานทงสามทไดจากการวดระยะ
คารังวัด (ม.)
l2
l3 l1
3.1
l 3 92 l2
3.9
l3
5.1
l1
n = 3
2
l
l3
no = 2
r = 1
l2
u = no = 2
X ( ) Y ( )
l1
: X (l1),Y (l2)
3
1
c = r + u = 3
1lX
ˆ
ˆ=
22
2
l
lY
ˆ
ˆ=
3
22
lYX =+
1lX
ˆ
ˆ=
22
2
l
lY
ˆ
ˆ= => Ax = L + v
3
22
lYX =+
⎥
⎤
⎢
⎡
⎥
⎤
⎢
⎡
⎤⎡⎥
⎤
⎢
⎡ 11 v
l
l
X
01
⎥
⎥
⎥
⎦⎢
⎢
⎢
⎣
+
⎥
⎥
⎥
⎦⎢
⎢
⎢
⎣
=⎥
⎦
⎤
⎢
⎣
⎡
⎥
⎥
⎥
⎦⎢
⎢
⎢
⎣
22
v
v
l
l
Y
X
aa
10
⎥⎦⎢⎣⎥⎦⎢⎣⎥⎦⎢⎣ 3321 vlaa
สมการที่ 3 ไมสามารถเขียนใหอยูในรูป
a X + a Y = l +va1X + a2Y = l3+v3
จากตัว า ร สมการมีสมการที่มีตัว ปรไมทราจากตวอยาง ระบบสมการมสมการทมตวแปรไมทราบ
คาในรูปที่ไมเปนเชิงเสน ทําใหไมสามารถใชวิธีการู
ปรับแกสําหรับระบบสมการเชิงเสนได
ในการคํานวณปรับแกตองเขียนสมการทั้งหมดใหอยูใน
่ไ รูปสําหรับการปรับแกระบบสมการที่ไมเปนเชิงเสน
3
22
lYX =+ ˆ
2222
3
YXdYXd
lYX
++
+
3
2222
2
0
2
0 lY
dY
YXd
X
dX
YXd
YX =Δ
+
+Δ
+
++ ˆ
3
2
0
2
03
2222
vYXlY
dY
YXd
X
dX
YXd
++−=Δ
+
+Δ
+
3003
Y21X21
dYdX
3
2
0
2
032
0
2
0
0
2
0
2
0
0
vYXlY
YX
Y2
2
1
X
YX
X2
2
1
++−=Δ
+
+Δ
+
lX ˆ
2
1
lY
lX
ˆ=
=
3
22
lYX ˆ=+
lY
dX
X
dX
X ˆΔΔ 10
lY
dY
X
dY
Y
lY
dY
dX
X
dX
dX
X
ˆΔ+Δ+
=Δ+Δ+
2222
22
10
lY
YXd
X
YXd
YX
lY
dY
X
dX
Y
ˆΔ
+
Δ
+
=Δ+Δ+
3
2
0
2
0 lY
dY
X
X
dX
X
YX =Δ+Δ++
+−=Δ+Δ 101
YlY1X0
vXlY0X1 )()(
++Δ⎟
⎞
⎜
⎛
+Δ⎟
⎞
⎜
⎛
+−=Δ+Δ
2200
202
vYXlY
Y
X
X
vYlY1X0 )()(
++−=Δ
⎟
⎟
⎠
⎜
⎜
⎝ +
+Δ
⎟
⎟
⎠
⎜
⎜
⎝ +
30032
0
2
0
0
2
0
2
0
0
vYXlY
YX
X
YX
⎤⎡
⎥
⎤
⎢
⎡ −
⎤⎡⎥
⎥
⎤
⎢
⎢
⎡
101 vXl
X
01
⎥
⎥
⎥
⎦
⎤
⎢
⎢
⎢
⎣
⎡
+
⎥
⎥
⎥
⎦
⎤
⎢
⎢
⎢
⎣
⎡
+−
−=⎥
⎦
⎤
⎢
⎣
⎡
Δ
Δ
⎥
⎥
⎥
⎥
⎢
⎢
⎢
⎢
3
2
1
2
0
2
03
02
01
00
v
v
YXl
Yl
X
Y
X
YX
10
⎥⎦⎢⎣⎦⎣ +
⎥
⎦
⎢
⎣ ++
3003
2
0
2
0
2
0
2
0
vYXl
YXYX
J x = L + v
การคํานวณปรับแกระบบสมการที่ไมเปนเชิงเสน
1. เขียนสมการคารังวัด f1,f2,…,fc และ กําหนดคาประมาณเริ่มตนของตัวแปรไมทราบคา (xo)
f(x x x ) = l + vf(x1, x2, … , xu) = l + v
2. ทําใหอยูในรูปสมการเชิงเสน
ii
i
2
i
1
i
vxflX
df
X
df
X
df
+−=Δ++Δ+Δ )(
3. แทนคาประมาณ และ เขียนในรูปเมตริกซ
ioiu
u
2
2
1
1
vxflX
dX
X
dX
X
dX
+Δ++Δ+Δ )(K
J x = L + v
4. คํานวณหาตัวไมทราบคา (คาแก)
– คารังวัดมีน้ําหนักเทากัน– คารงวดมนาหนกเทากน
x = (JTJ)-1JTL
– คารังวัดมีน้ําหนักตางกัน
x = (JTWJ)-1JTWL
5. นําคาแกไปรวมกับคาประมาณเริ่มตน และ ใชคาที่ไดเปนคาประมาณเริ่มตนในการวนซ้ําขั้นตอนที่
3 4 จนกระทั่งคาแกไมมีนัยสําคัญ (converge)
วิชาการคํานวณปรับแก 25
3-4 จนกระทงคาแกไมมนยสาคญ (converge)
J x = L + v 3.
⎥
⎤
⎢
⎡Δ −
LJJJ
X
x T1T
)(
J x = L + v 3.
4=⎥
⎦
⎢
⎣Δ
= LJJJ
Y
x T1T
)( 4.
⎤⎡Δ⎤⎡⎤⎡ XXX 0
⎥
⎦
⎤
⎢
⎣
⎡
Δ
Δ
+⎥
⎦
⎤
⎢
⎣
⎡
=⎥
⎦
⎤
⎢
⎣
⎡
Y
X
Y
X
Y
X
0
0
5.
Δ > δ
yes no
⎤⎡⎤⎡ XX0
yes no
post process
⎥
⎦
⎤
⎢
⎣
⎡
=⎥
⎦
⎤
⎢
⎣
⎡
Y
X
Y
X
new0
0 post process
- analysis
make uses
ตัวอยางต
ตองการหาขนาดของรูปสามเหลี่ยมมุมฉากรูปหนึ่ง
า า า า ั้ สา ี่ไ  า าร ั รจากความยาวของดานทงสามทไดจากการวดระยะ
คารังวัด (ม.)
l2
l3 l1
3.1
l 3 92 l2
3.9
l3
5.1
l1
n = 3
2
l
l3
no = 2
r = 1
l2
u = no = 2
X ( ) Y ( )
l1
: X (l1),Y (l2)
3
1
c = r + u = 3
1lX
ˆ
ˆ=
22
2
l
lY
ˆ
ˆ=
3
22
lYX =+
Xo = 3
Y = 4 ++ 543YX 2222
Yo = 4
⎥
⎤
⎢
⎡⎥
⎤
⎢
⎡
=+=+
0101
543YX 00
⎥
⎥
⎥
⎥
⎢
⎢
⎢
⎢
=
⎥
⎥
⎥
⎥
⎢
⎢
⎢
⎢
=
43
10
01
YX
10
01
J
00
⎤⎡⎤⎡
⎥
⎦
⎢
⎣⎥
⎥
⎦
⎢
⎢
⎣ ++
10Xl
55YXYX 2
0
2
0
0
2
0
2
0
0
⎥
⎥
⎥
⎦
⎤
⎢
⎢
⎢
⎣
⎡
−=
⎥
⎥
⎥
⎦
⎤
⎢
⎢
⎢
⎣
⎡
+
−
−
=
10
10
10
YXl
Yl
Xl
L
22
02
01
.
.
=
⎥⎦⎢⎣⎥
⎦
⎢
⎣ +−
−
LJJJx
10YXl
T1T
2
0
2
03
)(
.
⎥
⎦
⎤
⎢
⎣
⎡
−
=
0520
1360
.
.
Xo = 3.1360
Y = 3 9480Yo = 3.9480
=+=+ 0419543YX 222
0
2
0 .
⎥
⎥
⎤
⎢
⎢
⎡
= 10
01
J
⎤⎡−
⎥
⎥
⎦⎢
⎢
⎣
03600
7830062200
.
..
⎥
⎥
⎥
⎦
⎤
⎢
⎢
⎢
⎣
⎡
−=
05810
04800
03600
L .
.
⎥
⎦
⎤
⎢
⎣
⎡
=
⎥⎦⎢⎣
00180
00070
x
05810
.
.
⎥
⎦
⎢
⎣− 00180.
Xo = 3.1367
Y = 3 9462Yo = 3.9462
0410543YX 2222
=+=+ 0410543YX 222
0
2
0 .
⎥
⎦
⎤
⎢
⎣
⎡
−
=
000010
000020
x
.
.
X = 3.1367 ม.
Y = 3.9462 ม.
03670 ⎤⎡
m
05900
04620
03670
LJxv
⎥
⎥
⎥
⎦
⎤
⎢
⎢
⎢
⎣
⎡
−
=−=
.
.
.
⎦⎣
ตัวอยาง
Ghil i C D W lf P R 2006 dj C i i l D l i 4th di i 201Ghilani, C.D., Wolf, P.R., 2006, Adjustment Computation : Spatial Data Analysis 4th edition, page 201.
n = 3
no = 2
r = 1r = 1
u = no = 2 : x,yu no x,y
c = r + u = 3
+=−+ v016yyx3x 1
22
.
++
+=−
++
v23y3yx6x2
v771y3x7
v016yyx3x
2
2
23
1
.
.
+=+−
502
v23y3yx6x2 3.
⎤⎡⎤⎡
== 50y2x oo .,
⎥
⎥
⎥
⎤
⎢
⎢
⎢
⎡
−=
⎥
⎥
⎥
⎤
⎢
⎢
⎢
⎡
−
−+
= 384
555
y6x21
y2x3y3x2
J o
2
o
oooo .
⎥
⎤
⎢
⎡
⎥
⎤
⎢
⎡ −+−
⎥⎦⎢⎣ −−⎥⎦⎢⎣ +−−
259yyx3x016
91y6x6y62
2
ooo
2
o
ooo
.)(.
⎥
⎥
⎥
⎦⎢
⎢
⎢
⎣
=
⎥
⎥
⎥
⎦
⎢
⎢
⎢
⎣ +−−
−−=
454
4516
y3yx6x223
y3x7771
yy
L
2
oooo
2
o
3
o
oooo
.
.
)(.
)(.
)(
⎦⎣⎦⎣ yy oooo )(
Nonlinear TransformationNonlinear Transformation
P j ti T f tiProjective Transformation
Projective Transformation เปนสมการ
แปลงพิกัดบนระนาบสองระนาบที่ไมขนานกันแปลงพกดบนระนาบสองระนาบทไมขนานกน
สามารถนํามาใชประโยชนในงานแผนที่ได งานที่ใช
โ โ ้ประโยชนโดยตรงจากสมการนี้ คือ การดัดแก
ภาพถายเพื่อใหไดภาพในมมมองที่ตองการภาพถายเพอใหไดภาพในมุมมองทตองการ
ภาพถายตนฉบับภาพถายตนฉบับ ภาพถายดัดแกภาพถายดัดแก
39
ภาพถายตนฉบับภาพถายตนฉบับ ภาพถายดัดแกภาพถายดัดแกx
YY
y
X
YaXaa ++
y
YbXbb
YcXc1
YaXaa
x
21
210
++
++
++
=
40
YcXc1
YbXbb
y
21
210
++
++
=
จุดควบคุมภาพถาย
41
จุดควบคุมภาพถาย เปนจุดบนภาพถายที่ทราบคาุ ุ ุ
พิกัดพื้นดิน ใชในการหาความสัมพันธทาง
คณิตศาสตรระหวางพิกัดภาพถาย x y และพิกัดคณตศาสตรระหวางพกดภาพถาย x,y และพกด
พื้นดิน X,Y,Z โดยการรังวัดพิกัดภาพถาย
สําหรับภาพถายของพื้นดินที่เปนที่ราบ ความสัมพันธสาหรบภาพถายของพนดนทเปนทราบ ความสมพนธ
ระหวางพื้นดินและภาพถาย สามารถจําลองไดโดยใช
สมการ projective transformation
YaXaa ++
YbXbb
YcXc1
YaXaa
x
21
210
++
++
++
=
YcXc1
YbXbb
y
21
210
++
++
=
สมการของ projective transformation มี
ิ  ั้ ั ึ่ ไ พารามิเตอรทังหมด 8 ตัว ซึงสามารถหาไดจาก
การรังวัดพิกัดภาพถายของจดควบคมกา ดพกดภาพถายข จุดค คุม
ในการคํานวณพารามิเตอรของการแปลงนั้น จุด i
ซึ่ ี ิ ั ื้ ิ X Y รั ั ซงมพกดพนดน Xi,Yi จะถูกรงวดบนภาพถาย
เพื่อใหไดพิกัดภาพถาย xi,yi แลวจึงนํามาเขียนใหi,yi
อยูในรูปสมการแปลงพิกัดแบบ projective
t sf ti โดยมีพารามิเตอรเปนตัวไมtransformation โดยมพารามเตอรเปนตวไม
ทราบคาไดดังนี้ YaXaa ++
i2i10
i2i1
i2i10
i
YbXbb
YcXc1
YaXaa
x
++
++
++
=
i2i1
i2i10
i
YcXc1
YbXbb
y
++
++
=
พิกัดพื้นดินและพิกัดภาพถายของจุดควบคุม 1 จุดุ ุ ุ
สามารถนํามาเขียนไดเปนสมการได 2 สมการ ถา
ตองการคํานวณหาคาพารามิเตอรซึ่งมี 8 ตัว จะตองมีตองการคานวณหาคาพารามเตอรซงม 8 ตว จะตองม
จุดควบคุมอยางนอย 4 จุด ในทางปฏิบัติใชจุดมากกวา 4
จุด แลวทําการคํานวณปรับแกดวยวิธีลีสทสแควร
สมการ projective transformation เปนสมการที่ไม
ป  ใ ป ั  ึ  ใ  ใ ปเปนเชิงเสน ในการปรับแกจึงตองทําใหอยูในรูปสมการเชิง
เสนเสียกอนเสนเสยกอน
คาประมาณเริ่มตนสามารถหาไดโดยการจัดรปสมการณ ต ถ ก ู ก
ใหม เพื่อขจัดรูปของเศษสวนออก ดังนี้
YXYX
YcXc1
YaXaa
x
21
210
++
++
=
YxcXxcYaXaax
YaXaaYxcXxcx
21210
21021
−−++=
++=++
YcXc1
YbXbb
y 210
++
++
=
YycXycYbXbby
YbXbbYycXycy
YcXc1
21021
21
−−++=
++=++
++
YycXycYbXbby 21210 ++=
เมื่อไดคาประมาณเริ่มตนแลว จึงทําการคํานวณปรับแก
ดวยสมการเดิมแบบวนซ้ํา เพื่อหาคาแกใหกับคาประมาณ
1. (จาก Ghilani, C.D., Wolf, P.R., 2006, page 189.)
2 (จาก Mikh il d G i E l 4 9 4)2. (จาก Mikhail and Gracie, Example 4-9, page 84)
จุด A และ B อยูหางกัน 100.000 ม. ตองการหาระยะระหวางจุด B
C ส ั้ ั ส AB  รั ั รป  ไป ี้และ C ตามแนวเสนตงฉากกบเสน AB จากคารงวดและรูปตอไปน
คารังวัด S.D.คารงวด S.D.
l1
131.200 m 0.005 m
l 40° 20' 00" 21"l2
40 20 00 21
วิชาการคํานวณปรับแก้ 48
3 (จาก Mikh il d G i P bl 4 9 04)3. (จาก Mikhail and Gracie, Problem 4-9, page 104)
ตองการหาคาพิกัด x,y จากคารังวัดซึ่งไมมีสหสัมพันธ ตามตารางและ
รป  ไป ี้รูปตอไปน
คารังวัด
s 352.140 ms
b 236.765 m
θ 42° 15' 20"θ 42 15 20
วิชาการคํานวณปรับแก้ 49
หนังสืออางอิงและอานประกอบหนงสออางองและอานประกอบ
Ghil i C D W lf P R 2006 Adj t t C t tiGhilani, C.D., Wolf, P.R., 2006, Adjustment Computation :
Spatial Data Analysis 4th edition – section 11.10 Least
Squares Solution Of Nonlinear Systems John Wiley &Squares Solution Of Nonlinear Systems, John Wiley &
Sons, Inc.
Mikhail, E.M., Gracie, G, 1981, Analysis and Adjustment of
Survey Adjustments – Chapter 4 Least Squares
Adj t t V N t d R i h ld CAdjustment, Van Nostrand Reinhold Co.

การคำนวณปรับแก้ระบบสมการที่ไม่เป็นเชิงเส้น

  • 1.
    วิชา การคํานวณปรับแก แผนการสอนวชาการคานวณปรบแก - แผนการสอน • มโนทัศนของการคํานวณปรับแก • การคํานวณปรับแกร บบสมการที่ไมเปนเชิงเสน• มโนทศนของการคานวณปรบแก – measurements, errors, redundancy – แบบจําลองทางคณิตศาสตรในงานสํารวจ และทําแผนที่ • การคานวณปรบแกระบบสมการทไมเปนเชงเสน – ระบบสมการที่ไมเปนเชิงเสนและการหาคําตอบ – การคํานวณปรับแกระบบสมการที่ไมเปนเชิงเสน • การแพรของความคลาดเคลื่อน • สมการคารังวัด และ คําตอบของระบบ สมการเชิงเสน • การคํานวณปรับแก • การแพรของความคลาดเคลอน – ความนาจะเปน – วงรีความคลาดเคลื่อน • การวิเคราะหผลการคํานวณปรับแก – ตัวอยางงายๆ • การปรับแกแบบลีสทสแควร – วิธีการคํานวณปรับแกดวยสมการเงื่อนไข การวเคราะหผลการคานวณปรบแก • การคํานวณปรับแกในงานสํารวจและทําแผนที่ – การสํารวจทางราบ – งานระดับ – วิธีการคํานวณปรับแกดวยสมการคารังวัด • น้ําหนักของคารังวัด และ การคํานวณ ปรับแกคารังวัดแบบมีน้ําหนัก ป ใ ป งานระดบ – GPS – การแปลงพิกัด – การสํารวจจากภาพถาย • การคํานวณปรับแกในการแปลงพิกัด 1วิชาการคํานวณปรับแก
  • 2.
  • 3.
  • 4.
  • 5.
    Equation of Circles: http://www.regentsprep.org/regents/math/algtrig/atc1/circlelesson.htm
  • 6.
  • 7.
    95y2x 16yx 22 22 =++− =+ )()( 95y2x =++−)()( ระบบสมการนี้ไมใชระบบสมการเชิงเสน ไมสามารถเขียนใหอยูในรูป Ax = b ไดโดยตรงAx = b ไดโดยตรง การหาคําตอบของระบบสมการสามารถทําไดโดยทําใหสมการอยในการหาคาตอบของระบบสมการสามารถทาไดโดยทาใหสมการอยูใน รูปของสมการเชิงเสนเสียกอน แลวจึงเขียนใหอยูในรูป Ax = b
  • 8.
  • 9.
    ตัวอยาง = 24 y ..= 12414 xy = ___. =14 y x x
  • 10.
    y y xy = y Δy yo yo x x x Δx xxo xox yyy 0 Δ+= dy axax0 Δ+= slopelinetheis, dx dy a =
  • 11.
    ตัวอยาง ใ___.14 = กําหนดใหx0 = 4 d xy = 14y .= 0 1 x dx dy x Δ+= 414 42 1 4 ).( −+= )( 0 0 0 xx x2 1 x −+= 10 4 1 2 .+= 0252.=
  • 12.
    ใ  ใการทําสมการ2 ตัวแปร ใหเปนเชิงเสน ใชการ ประมาณคาดวยอนกรมเทเลอร (Ta lor’s Series)ประมาณคาดวยอนุกรมเทเลอร (Taylor’s Series) dfdf y dy df x dx df yxfyxf 0 xxxx 00 Δ+Δ+= = ),(),( dydx 0 0 0 0 yy xx yy xx = = = = xo,yo เปนคาประมาณของ x,y ตามลําดับ 12
  • 13.
  • 14.
    5295222 yx16yy2xx2 22 2 o 2 ooo +−=Δ+Δ )( 5y2x9y5y2x2x22 o 2 ooo ++−−=Δ++Δ− ))()(()()( 5y2x9 yx16 y x 5y22x2 y2x2 2 o 2 o 2 o 2 o oo oo ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ ++−− +− =⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ Δ Δ ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ +− ))()(( )( )()( bxA yyy oo = ⎦⎣⎦⎣⎦⎣ ))()(( bAx bxA 1− = ่ ่ ่คา Δx,Δy ที่คํานวณได เปนคาแกใหกับคาประมาณเริ่มตน เพื่อหาคําตอบ x,y xxx o Δ+= จากนั้นตองทําการวนซ้ํา โดยแทนคาให x = x y = y ที่ได คา Δx Δy ที่ไดในการวนซ้ํา yyy o Δ+= จากนนตองทาการวนซา โดยแทนคาให xo = x, yo = y ทได คา Δx,Δy ทไดในการวนซา ควรมีขนาดเล็กลง จนกระทั่งเล็กกวาเกณฑที่กําหนดหรือไมมีนัยสําคัญ
  • 15.
    ตองการหาจดตัดของต กา หาจุดตดข วงกลม2 วง มีจุดตัด 2 จุด 1 ≈ 1 ≈ 41. x ≈ -1, y ≈ -4 2. x ≈ 3, y ≈ -22. x , y 2 2 1
  • 17.
  • 18.
    ตัวอยางต ตองการหาขนาดของรูปสามเหลี่ยมมุมฉากรูปหนึ่ง า า าา ั้ สา ี่ไ  า าร ั รจากความยาวของดานทงสามทไดจากการวดระยะ คารังวัด (ม.) l2 l3 l1 3.1 l 3 92 l2 3.9 l3 5.1 l1
  • 19.
    n = 3 2 l l3 no= 2 r = 1 l2 u = no = 2 X ( ) Y ( ) l1 : X (l1),Y (l2) 3 1 c = r + u = 3 1lX ˆ ˆ= 22 2 l lY ˆ ˆ= 3 22 lYX =+
  • 20.
    1lX ˆ ˆ= 22 2 l lY ˆ ˆ= => Ax= L + v 3 22 lYX =+ ⎥ ⎤ ⎢ ⎡ ⎥ ⎤ ⎢ ⎡ ⎤⎡⎥ ⎤ ⎢ ⎡ 11 v l l X 01 ⎥ ⎥ ⎥ ⎦⎢ ⎢ ⎢ ⎣ + ⎥ ⎥ ⎥ ⎦⎢ ⎢ ⎢ ⎣ =⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ ⎥ ⎥ ⎥ ⎦⎢ ⎢ ⎢ ⎣ 22 v v l l Y X aa 10 ⎥⎦⎢⎣⎥⎦⎢⎣⎥⎦⎢⎣ 3321 vlaa สมการที่ 3 ไมสามารถเขียนใหอยูในรูป a X + a Y = l +va1X + a2Y = l3+v3
  • 21.
    จากตัว า รสมการมีสมการที่มีตัว ปรไมทราจากตวอยาง ระบบสมการมสมการทมตวแปรไมทราบ คาในรูปที่ไมเปนเชิงเสน ทําใหไมสามารถใชวิธีการู ปรับแกสําหรับระบบสมการเชิงเสนได ในการคํานวณปรับแกตองเขียนสมการทั้งหมดใหอยูใน ่ไ รูปสําหรับการปรับแกระบบสมการที่ไมเปนเชิงเสน
  • 22.
    3 22 lYX =+ ˆ 2222 3 YXdYXd lYX ++ + 3 2222 2 0 2 0lY dY YXd X dX YXd YX =Δ + +Δ + ++ ˆ 3 2 0 2 03 2222 vYXlY dY YXd X dX YXd ++−=Δ + +Δ + 3003 Y21X21 dYdX 3 2 0 2 032 0 2 0 0 2 0 2 0 0 vYXlY YX Y2 2 1 X YX X2 2 1 ++−=Δ + +Δ +
  • 23.
    lX ˆ 2 1 lY lX ˆ= = 3 22 lYX ˆ=+ lY dX X dX XˆΔΔ 10 lY dY X dY Y lY dY dX X dX dX X ˆΔ+Δ+ =Δ+Δ+ 2222 22 10 lY YXd X YXd YX lY dY X dX Y ˆΔ + Δ + =Δ+Δ+ 3 2 0 2 0 lY dY X X dX X YX =Δ+Δ++
  • 24.
    +−=Δ+Δ 101 YlY1X0 vXlY0X1 )()( ++Δ⎟ ⎞ ⎜ ⎛ +Δ⎟ ⎞ ⎜ ⎛ +−=Δ+Δ 2200 202 vYXlY Y X X vYlY1X0)()( ++−=Δ ⎟ ⎟ ⎠ ⎜ ⎜ ⎝ + +Δ ⎟ ⎟ ⎠ ⎜ ⎜ ⎝ + 30032 0 2 0 0 2 0 2 0 0 vYXlY YX X YX ⎤⎡ ⎥ ⎤ ⎢ ⎡ − ⎤⎡⎥ ⎥ ⎤ ⎢ ⎢ ⎡ 101 vXl X 01 ⎥ ⎥ ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎢ ⎢ ⎣ ⎡ + ⎥ ⎥ ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎢ ⎢ ⎣ ⎡ +− −=⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ Δ Δ ⎥ ⎥ ⎥ ⎥ ⎢ ⎢ ⎢ ⎢ 3 2 1 2 0 2 03 02 01 00 v v YXl Yl X Y X YX 10 ⎥⎦⎢⎣⎦⎣ + ⎥ ⎦ ⎢ ⎣ ++ 3003 2 0 2 0 2 0 2 0 vYXl YXYX J x = L + v
  • 25.
    การคํานวณปรับแกระบบสมการที่ไมเปนเชิงเสน 1. เขียนสมการคารังวัด f1,f2,…,fcและ กําหนดคาประมาณเริ่มตนของตัวแปรไมทราบคา (xo) f(x x x ) = l + vf(x1, x2, … , xu) = l + v 2. ทําใหอยูในรูปสมการเชิงเสน ii i 2 i 1 i vxflX df X df X df +−=Δ++Δ+Δ )( 3. แทนคาประมาณ และ เขียนในรูปเมตริกซ ioiu u 2 2 1 1 vxflX dX X dX X dX +Δ++Δ+Δ )(K J x = L + v 4. คํานวณหาตัวไมทราบคา (คาแก) – คารังวัดมีน้ําหนักเทากัน– คารงวดมนาหนกเทากน x = (JTJ)-1JTL – คารังวัดมีน้ําหนักตางกัน x = (JTWJ)-1JTWL 5. นําคาแกไปรวมกับคาประมาณเริ่มตน และ ใชคาที่ไดเปนคาประมาณเริ่มตนในการวนซ้ําขั้นตอนที่ 3 4 จนกระทั่งคาแกไมมีนัยสําคัญ (converge) วิชาการคํานวณปรับแก 25 3-4 จนกระทงคาแกไมมนยสาคญ (converge)
  • 26.
    J x =L + v 3. ⎥ ⎤ ⎢ ⎡Δ − LJJJ X x T1T )( J x = L + v 3. 4=⎥ ⎦ ⎢ ⎣Δ = LJJJ Y x T1T )( 4. ⎤⎡Δ⎤⎡⎤⎡ XXX 0 ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ Δ Δ +⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ =⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ Y X Y X Y X 0 0 5. Δ > δ yes no ⎤⎡⎤⎡ XX0 yes no post process ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ =⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ Y X Y X new0 0 post process - analysis make uses
  • 27.
    ตัวอยางต ตองการหาขนาดของรูปสามเหลี่ยมมุมฉากรูปหนึ่ง า า าา ั้ สา ี่ไ  า าร ั รจากความยาวของดานทงสามทไดจากการวดระยะ คารังวัด (ม.) l2 l3 l1 3.1 l 3 92 l2 3.9 l3 5.1 l1
  • 28.
    n = 3 2 l l3 no= 2 r = 1 l2 u = no = 2 X ( ) Y ( ) l1 : X (l1),Y (l2) 3 1 c = r + u = 3 1lX ˆ ˆ= 22 2 l lY ˆ ˆ= 3 22 lYX =+
  • 29.
    Xo = 3 Y= 4 ++ 543YX 2222 Yo = 4 ⎥ ⎤ ⎢ ⎡⎥ ⎤ ⎢ ⎡ =+=+ 0101 543YX 00 ⎥ ⎥ ⎥ ⎥ ⎢ ⎢ ⎢ ⎢ = ⎥ ⎥ ⎥ ⎥ ⎢ ⎢ ⎢ ⎢ = 43 10 01 YX 10 01 J 00 ⎤⎡⎤⎡ ⎥ ⎦ ⎢ ⎣⎥ ⎥ ⎦ ⎢ ⎢ ⎣ ++ 10Xl 55YXYX 2 0 2 0 0 2 0 2 0 0 ⎥ ⎥ ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎢ ⎢ ⎣ ⎡ −= ⎥ ⎥ ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎢ ⎢ ⎣ ⎡ + − − = 10 10 10 YXl Yl Xl L 22 02 01 . . = ⎥⎦⎢⎣⎥ ⎦ ⎢ ⎣ +− − LJJJx 10YXl T1T 2 0 2 03 )( . ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ − = 0520 1360 . .
  • 30.
    Xo = 3.1360 Y= 3 9480Yo = 3.9480 =+=+ 0419543YX 222 0 2 0 . ⎥ ⎥ ⎤ ⎢ ⎢ ⎡ = 10 01 J ⎤⎡− ⎥ ⎥ ⎦⎢ ⎢ ⎣ 03600 7830062200 . .. ⎥ ⎥ ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎢ ⎢ ⎣ ⎡ −= 05810 04800 03600 L . . ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ = ⎥⎦⎢⎣ 00180 00070 x 05810 . . ⎥ ⎦ ⎢ ⎣− 00180.
  • 31.
    Xo = 3.1367 Y= 3 9462Yo = 3.9462 0410543YX 2222 =+=+ 0410543YX 222 0 2 0 . ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ − = 000010 000020 x . . X = 3.1367 ม. Y = 3.9462 ม. 03670 ⎤⎡ m 05900 04620 03670 LJxv ⎥ ⎥ ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎢ ⎢ ⎣ ⎡ − =−= . . . ⎦⎣
  • 32.
    ตัวอยาง Ghil i CD W lf P R 2006 dj C i i l D l i 4th di i 201Ghilani, C.D., Wolf, P.R., 2006, Adjustment Computation : Spatial Data Analysis 4th edition, page 201. n = 3 no = 2 r = 1r = 1 u = no = 2 : x,yu no x,y c = r + u = 3
  • 33.
    +=−+ v016yyx3x 1 22 . ++ +=− ++ v23y3yx6x2 v771y3x7 v016yyx3x 2 2 23 1 . . +=+− 502 v23y3yx6x23. ⎤⎡⎤⎡ == 50y2x oo ., ⎥ ⎥ ⎥ ⎤ ⎢ ⎢ ⎢ ⎡ −= ⎥ ⎥ ⎥ ⎤ ⎢ ⎢ ⎢ ⎡ − −+ = 384 555 y6x21 y2x3y3x2 J o 2 o oooo . ⎥ ⎤ ⎢ ⎡ ⎥ ⎤ ⎢ ⎡ −+− ⎥⎦⎢⎣ −−⎥⎦⎢⎣ +−− 259yyx3x016 91y6x6y62 2 ooo 2 o ooo .)(. ⎥ ⎥ ⎥ ⎦⎢ ⎢ ⎢ ⎣ = ⎥ ⎥ ⎥ ⎦ ⎢ ⎢ ⎢ ⎣ +−− −−= 454 4516 y3yx6x223 y3x7771 yy L 2 oooo 2 o 3 o oooo . . )(. )(. )( ⎦⎣⎦⎣ yy oooo )(
  • 37.
  • 38.
    P j tiT f tiProjective Transformation Projective Transformation เปนสมการ แปลงพิกัดบนระนาบสองระนาบที่ไมขนานกันแปลงพกดบนระนาบสองระนาบทไมขนานกน สามารถนํามาใชประโยชนในงานแผนที่ได งานที่ใช โ โ ้ประโยชนโดยตรงจากสมการนี้ คือ การดัดแก ภาพถายเพื่อใหไดภาพในมมมองที่ตองการภาพถายเพอใหไดภาพในมุมมองทตองการ
  • 39.
  • 40.
  • 41.
  • 42.
    จุดควบคุมภาพถาย เปนจุดบนภาพถายที่ทราบคาุ ุุ พิกัดพื้นดิน ใชในการหาความสัมพันธทาง คณิตศาสตรระหวางพิกัดภาพถาย x y และพิกัดคณตศาสตรระหวางพกดภาพถาย x,y และพกด พื้นดิน X,Y,Z โดยการรังวัดพิกัดภาพถาย สําหรับภาพถายของพื้นดินที่เปนที่ราบ ความสัมพันธสาหรบภาพถายของพนดนทเปนทราบ ความสมพนธ ระหวางพื้นดินและภาพถาย สามารถจําลองไดโดยใช สมการ projective transformation YaXaa ++ YbXbb YcXc1 YaXaa x 21 210 ++ ++ ++ = YcXc1 YbXbb y 21 210 ++ ++ =
  • 43.
    สมการของ projective transformationมี ิ  ั้ ั ึ่ ไ พารามิเตอรทังหมด 8 ตัว ซึงสามารถหาไดจาก การรังวัดพิกัดภาพถายของจดควบคมกา ดพกดภาพถายข จุดค คุม ในการคํานวณพารามิเตอรของการแปลงนั้น จุด i ซึ่ ี ิ ั ื้ ิ X Y รั ั ซงมพกดพนดน Xi,Yi จะถูกรงวดบนภาพถาย เพื่อใหไดพิกัดภาพถาย xi,yi แลวจึงนํามาเขียนใหi,yi อยูในรูปสมการแปลงพิกัดแบบ projective t sf ti โดยมีพารามิเตอรเปนตัวไมtransformation โดยมพารามเตอรเปนตวไม ทราบคาไดดังนี้ YaXaa ++ i2i10 i2i1 i2i10 i YbXbb YcXc1 YaXaa x ++ ++ ++ = i2i1 i2i10 i YcXc1 YbXbb y ++ ++ =
  • 44.
    พิกัดพื้นดินและพิกัดภาพถายของจุดควบคุม 1 จุดุุ ุ สามารถนํามาเขียนไดเปนสมการได 2 สมการ ถา ตองการคํานวณหาคาพารามิเตอรซึ่งมี 8 ตัว จะตองมีตองการคานวณหาคาพารามเตอรซงม 8 ตว จะตองม จุดควบคุมอยางนอย 4 จุด ในทางปฏิบัติใชจุดมากกวา 4 จุด แลวทําการคํานวณปรับแกดวยวิธีลีสทสแควร สมการ projective transformation เปนสมการที่ไม ป  ใ ป ั  ึ  ใ  ใ ปเปนเชิงเสน ในการปรับแกจึงตองทําใหอยูในรูปสมการเชิง เสนเสียกอนเสนเสยกอน
  • 45.
    คาประมาณเริ่มตนสามารถหาไดโดยการจัดรปสมการณ ต ถก ู ก ใหม เพื่อขจัดรูปของเศษสวนออก ดังนี้ YXYX YcXc1 YaXaa x 21 210 ++ ++ = YxcXxcYaXaax YaXaaYxcXxcx 21210 21021 −−++= ++=++ YcXc1 YbXbb y 210 ++ ++ = YycXycYbXbby YbXbbYycXycy YcXc1 21021 21 −−++= ++=++ ++ YycXycYbXbby 21210 ++= เมื่อไดคาประมาณเริ่มตนแลว จึงทําการคํานวณปรับแก ดวยสมการเดิมแบบวนซ้ํา เพื่อหาคาแกใหกับคาประมาณ
  • 47.
    1. (จาก Ghilani,C.D., Wolf, P.R., 2006, page 189.)
  • 48.
    2 (จาก Mikhil d G i E l 4 9 4)2. (จาก Mikhail and Gracie, Example 4-9, page 84) จุด A และ B อยูหางกัน 100.000 ม. ตองการหาระยะระหวางจุด B C ส ั้ ั ส AB  รั ั รป  ไป ี้และ C ตามแนวเสนตงฉากกบเสน AB จากคารงวดและรูปตอไปน คารังวัด S.D.คารงวด S.D. l1 131.200 m 0.005 m l 40° 20' 00" 21"l2 40 20 00 21 วิชาการคํานวณปรับแก้ 48
  • 49.
    3 (จาก Mikhil d G i P bl 4 9 04)3. (จาก Mikhail and Gracie, Problem 4-9, page 104) ตองการหาคาพิกัด x,y จากคารังวัดซึ่งไมมีสหสัมพันธ ตามตารางและ รป  ไป ี้รูปตอไปน คารังวัด s 352.140 ms b 236.765 m θ 42° 15' 20"θ 42 15 20 วิชาการคํานวณปรับแก้ 49
  • 50.
    หนังสืออางอิงและอานประกอบหนงสออางองและอานประกอบ Ghil i CD W lf P R 2006 Adj t t C t tiGhilani, C.D., Wolf, P.R., 2006, Adjustment Computation : Spatial Data Analysis 4th edition – section 11.10 Least Squares Solution Of Nonlinear Systems John Wiley &Squares Solution Of Nonlinear Systems, John Wiley & Sons, Inc. Mikhail, E.M., Gracie, G, 1981, Analysis and Adjustment of Survey Adjustments – Chapter 4 Least Squares Adj t t V N t d R i h ld CAdjustment, Van Nostrand Reinhold Co.