กฎของเลขยกกำลัง
ก่อนที่เรำจะรู้จักฟังก์ชันเอ็กซ์โพเนนเชียลและฟังก์ชันลอกำริทึมเรำต้องรู้จักกฎของเลขยกกำลังก่อนนะครับ;')
กรณีที่
a เป็นจำนวนจริงใดๆ ที่ไม่เท่ำกับศูนย์
m และ n เป็นจำนวเต็ม เท่ำนั้น(แต่ผลที่ได้ก็สำมำรถนำไปใช้กับกรณีทั่วๆไปได้)
ให้ am
= a x a x a x . . . x a ; คูณกัน m ตัว
an
= a x a x a x . . . x a ; คูณกัน n ตัว
1) กำรคูณของเลขยกกำลังที่มีฐำนเดียวกัน(aเหมือนกัน) ให้นำเลขชี้กำลังมำบวกกัน
เพรำะว่ำ am
x an
= (a x a x a x...x a) x (a x a x a x ... x a)
m ตัว n ตัว
= a x a x a x ... x a x a x a x a x ... x a
m + n ตัว
ดังนั้น am
x an
= am+n
เช่น a2
x a3
= (a x a)x(a x a x a)
= a x a x a x a x a , 5 ตัว
= a5
#
2) จำนวนใดๆ ยกกำลัง ศูนย์ มีค่ำเท่ำกับ1
เพรำะว่ำ am
x a0
= am+0
= am
ดังนั้น a0
= 1
, จำนวนใดๆ เมื่อคูณด้วย1 แล้วไม่ทำไให้ค่ำเปลี่ยนแปลงไป
am
x 1 = am
เช่น 80
= 1
1020
= 1
2,5000
= 1
เอะ แล้ว ก0
จะเท่ำกับ 1 หรือไม่?
3) กฎของ a-m
(เลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มลบ)โดยกฎกำรคูณเลขยกกำลังในข้อ 1)
เพรำะว่ำ am
x a-m
= am+(-m)
= am-m
= a0
= 1 , a0
= 1 กฏข้อ 2)
ดังนั้น a-m
=
1
am
, หำรทั้งสองข้ำงด้วยam
เช่น 19-2
=
1
192
5-4
=
1
54
4) กฏกำรหำรเลขยกกำลัง
กำหนดให้
am
an
=
a x a x a x ... x a
a x a x a x ... x a
,
m ตัว
n ตัว
= a x a x a x ... x a , m - n ตัว
ดังนั้น
am
an
= am - n
เช่น 1) กรณี m > n,
25
23
=
2 x 2 x 2 x 2 x 2
2 x 2 x 2
,
5 ตัว
2 ตัว
= 2 x 2 , เหลือ 5 - 3 = 2 ตัว
= 22
# 25-3
2) กรณี m < n,
32
36
=
3 x 3
3 x 3 x 3 x 3 x 3 x 3
,
2 ตัว
6 ตัว
=
1
3 x 3 x 3 x 3
, เหลือ 2 - 6 = -4
=
1
34
, กฏข้อ 3)
= 3-4
# 32-6
3) กรณี m = n
45
45
= 45-5
= 40
= 1
5) กฏกำรยกกำลังของเลขยกกำลัง
กำหนดให้ (am
)n
= am
x am
x am
x ... x am
, am
คูณกัน n ตัว
= am+m+m+...+m
, กฏข้อ 1) am
x an
= am+n
ดังนั้น (am
)n
= am x n
เช่น (53
)2
= 53 x 2
= 56
6) a1/m
เลขชี้กำลังเป็น เศษส่วน
พิจำรณำ a1/m
x a1/m
x a1/m
x ... x a1/m , m ตัว
จะได้ a1/m
x a1/m
x a1/m
x ... x a1/m
= a(1/m)+(1/m)+(1/m)+...+(1/m)
= (a1/m
)m
= a1
= a
ดังนั้น a1/m
= m
√a
เช่น 81/3
= 3
√8
= 2
สรุปกฏเกี่ยวกับเลขยกกำลังกละเลขชี้กำลัง
ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล(Exponential Function)
จำกกำรศึกษำในเรื่องเลขยกกำลัง ซึ่งท้ำยที่สุดเรำได้สนใจเลขยกกำลังที่มีฐำนเป็นจำนวนจริงบวกและเลขชี้
กำลังเป็นจำนวนจริงใด ๆ
แต่ได้มีนักคณิตศำสตร์ได้สังเกตเห็นว่ำ ถ้ำเลขยกกำลังมีฐำนเป็น1 และเลขชี้กำลังเป็นจำนวนจริงใด
ๆ ดังนี้
ถ้ำกำหนดให้ a = 1 และ x เป็นจำนวนจริงใดแล้วจะได้
ax = 1x = 1
ข้อสังเกต
 ไม่ว่ำx จะเป็นจำนวนจริงใด ๆ
ก็ตำม1x ก็ยังคงเท่ำกับ 1 เสมอ ดังนั้นจึงไม่น่ำสนใจ เนื่องจำก เรำทรำบว่ำมันเป็นอะไรแน่ ๆ อยู่แล้ว
 เรำยังไม่ทรำบนะว่ำ เลขยกกำลังที่มีฐำนเป็นจำนวนจริงบวกยกเว้น1 และเลขชี้กำลังเป็นจำนวนจริงใ
ด ๆ
แสดงว่ำเรำจะต้องสนใจศึกษำเลขยกกำลังลักษณะนี้เป็นพิเศษ ซึ่งจะกล่ำวถึงใน เรื่องฟังก์ชันเอกซ์โพ
เนนเชียลดังนี้
ข้อกำหนด (ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล)
ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลคือ f = { (x,y) Î R ´ R+ / y = ax , a > 0, a ¹ 1 }
ข้อตกลง ในหนังสือคณิตศำสตร์บำงเล่มให้ข้อกำหนดของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล เป็นฟังก์ชันที่อยู่ในรูปf(x
) =
kax เมื่อk เป็นค่ำคงตัวที่ไม่ใช่ 0 และ a เป็นจำนวนจริงบวกที่ไม่เป็น1 แต่ในหลักสูตรมัธยมศึกษำตอนปลำยนี้
จะถือว่ำฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลจะอยู่ในรูปf(x) =ax เมื่อa เป็น จำนวนจริงบวกที่ไม่เป็น1 เท่ำนั้น
ข้อสังเกต จำกข้อกำหนดฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล
 f(x) = 1x เป็นฟังก์ชันคงตัวเนื่องจำก1x =
1 ดังนั้นในข้อกำหนดฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลจึงไม่สนใจ ฐำน (a) ที่เป็น 1
 f(x) = 1x ไม่เป็นฟังก์ชันเอ็กซ์โพเนนเชียล เนื่องจำก f(x) = 1x เป็นฟังก์ชันคงตัว
 จำกเงื่อนไขที่ว่ำ y = ax, a > 0, a ¹ 1 ทำให้เรำทรำบได้เลยว่ำฐำน(a) มีอยู่ 2 ลักษณะ คือ 0 < a <
1 กับa > 1
 ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลจะมีอยู่ 2 ชนิด โดยขึ้นอยู่กับลักษณะของฐำน(a) ดังนี้
ชนิดที่ 1 y = ax, 0 < a < 1
ชนิดที่ 2 y = ax, a > 1
การแก้สมการเอ็กโปเนนเชียล
การแก้สมการเอกโพเนนเชียลที่มักพบอยู่บ่อยๆมี4 วิธีคือ
1. ทาให้ฐานเท่ากันคือทาให้ ap(x)
= aq(x)
แล้วสรุปว่าp(x) =q(x)
2. ทาให้กาลังเหมือนกันแต่ฐานต่างกันคือap(x)
= bq(x)
แล้วสรุปได้ว่าp(x) =0
3.ทาให้เป็นเลขจานวนเดียวยกกาลังแล้วมีค่าเท่ากับ1 คือทาเป็น(abc)u
= 1 แล้วสรุปว่าu= 0
การแก้อสมการเอกซ์โพเนนเชียล
กลุ่มที่ 1 ฐานเหมือนกันเลขชี้กาลังต่างกัน
1. เมื่อa > 1
จะได้ว่ำ
อสมกำรของเลขชี้กำลังจะคล้อยตำมอสมกำรของเลขยกกำลัง
เช่น ax
>
ay
จะได้ว่ำ x > y
ax
<
ay
จะได้ว่ำ x < y
2. เมื่อ
0 < a
< 1
จะได้ว่ำ
อสมกำรของเลขชี้กำลังจะตรงข้ำมกับอสมกำรของเลขชี้กำลัง
เช่น ax
>
ay
จะได้ว่ำ x < y
ax
<
ay
จะได้ว่ำ x > y
กลุ่มที่ 2 ฐำนต่ำงกันเลขชี้กำลังเหมือนกัน
1. ถ้ำอสมกำรของเลขยกกำลังคล้อยตำมอสมกำรของเลขฐำนจะได้ว่ำเลขชี้กำลัง< 0
เช่น a < b , ax
< bx
จะได้ว่ำ x > 0
a > b , ax
> bx
จะได้ว่ำ x > 0
2. ถ้ำอสมกำรของเลขยกกำลังตรงข้ำมกับอสมกำรของเลขฐำนจะได้ว่ำเลขชี้กำลัง< 0
เช่น a > b , ax
< bx
จะได้ว่ำ x < 0
a < b , ax
> bx
จะได้ว่ำ x < 0
y = loga x มีควำมหมำยว่ำ x= ay
ถ้ำ a = 10 เรียกว่ำ ลอกำริทึมสำมัญ เขียนแทนด้วย log x
ถ้ำ a = e ป 2.71828 เรียกว่ำ ลอกำริทึมธรรมชำติ เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ ln x ( คือ loge x )
โดเมนของฟังก์ชันลอกำริทึมเป็นเซตของจำนวนจริงบวกเรนจ์ของฟังก์ชันลอกำริทึมเป็นเซตของจำนวนจริง
สมบัติที่สำคัญ
1.
2.
loga x
loga xy
=
=
loga y ก็ต่อเมื่อ x= y
loga x + loga y
3.
4.
loga(x/y)
loga xy
=
=
loga x + loga y
yloga x + loga
5. logaa = 1
6. loga1 = 0
7. ln 1 = log 1 = 0
8. ln e = 1, log10 =1
9. eln x
= x , 10log x
= x
10. ln ex
= x , log 10x
= x
13. ax
= ex ln a
กำรหำค่ำ logx เขียน x = A ด 10n
เมื่อ 1 < A < 10 หำค่ำของlogA จำกตำรำงแล้วจะได้
log x = n + log A
กำรหำค่ำ xเมื่อทรำบค่ำ logx เช่น logx = 7.8341 ค่ำ x ทำได้โดยกำรใช้เครื่องคิดเลขและกำรเปิดตำรำง
1. เขียน logx = n + B เมื่อ 0 < B < 1 และ n เป็นจำนวนเต็ม
2. หำค่ำ y เมื่อ logy = B จำกตำรำงแอนติลอกำริทึมหรือตำรำงลอกำริทึม (โดยดูย้อนกลับ)ได้ค่ำ y
แล้วจะได้ x = y ด 10n
ฟังก์ชันลอกำริทึม Logarithmic Function
จำกฟังก์ชันลอกำริทึม มีควำมหมำยเหมือนกับ ดังนั้นกรำฟของ
จึงมีได้ 2 ลักษณะ คือ
1.กรำฟฟังก์ชัน
2.กรำฟฟังก์ชัน
เนื่องจำกฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล เป็นฟังก์ชัน
1-1 จำกR ไปทั่วถึง R+
ทำให้เรำทรำบได้เลยว่ำ อินเวอร์สของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลจะเป็นฟังก์ชันแน่ ๆ และยังเป็นฟังก์ชัน 1-1
จำก R+ ไปทั่วถึง R
ถ้ำเรำเปลี่ยน x เป็น Y และเปลี่ยน y เป็น x ที่เงื่อนไขของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล
จะได้ฟังก์ชันอินเวอร์สของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลคือ
จุดกำเนิดของฟังก์ชันลอกำริทึม
เนื่องจำก นักคณิตศำสตร์ทั่วไปไม่นิยม ให้เงื่อนไขของฟังก์ชันใด ๆ อยู่ในรูป
ตัวแปรต้น (x) = กลุ่มของตัวแปรตำม (y) แต่นิยมให้เงื่อนไขอยู่ในรูป
ตัวแปรตำม (y) = กลุ่มตัวแปรต้น(x)
พบว่ำ ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล มีเงื่อนไข
ตัวแปรตำม (y) = aตัวแปรต้น(x) ซึ่งอยู่ในรูปแบบที่นิยมอยู่แล้ว
แต่ ฟังก์ชันอินเวอร์สของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล มีเงื่อนไข
ตัวแปรต้น (x) = aตัวแปรตำม (y) เห็นไหมไม่อยู่ในรูปแบบที่นิยม
ดังนั้น นักคณิตศำสตร์จึงอยำกจะเปลี่ยนเงื่อนไขฟังก์ชันอินเวอร์สของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล
ใหม่เพื่อให้อยู่ในรูปแบบที่นิยมโดยกำหนดให้เขียน ใหม่เป็น แบบดื้อ ๆ เลย
ข้อตกลง
1. ถูกอ่ำนออกเสียงว่ำ “ลอกำริทึมเอกซ์ฐำนเอ” หรือ “ล็อกเอกซ์ฐำนเอ”
2.
ฟังก์ชันอินเวอร์สของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลสำมำรถเขียนใหม่ได้เป็น
3. ฟังก์ชันอินเวอร์สของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลถูกเรียกใหม่ว่ำ ฟังก์ชันลอกำริทึม
ข้อกำหนด
ฟังก์ชันลอกำริทึม คือ
เป็นอินเวอร์สของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล
กรำฟของฟังก์ชันลอกำริทึม
จำกที่เรำทรำบอยู่แล้วว่ำฟังก์ชันลอกำริทึม กับฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลเป็นอินเวอร์สซึ่งกันและกัน
แสดงว่ำ กรำฟของฟัง์ชันทั้งสองจะสมมำตรซึ่งกันและกัน เมื่อเทียบกับเส้นตรง
ดังนั้น จึงได้กรำฟของฟังก์ชันลอกำริทึมทั้ง 2 ชนิด โดยขึ้นอยู่กับลักษณะของฐำน
ดังตำรำงต่อไปนี้
กับ กับ
นิยำมของลอกำริทึม
นิยำมฟังก์ชันลอกำริทึมคือ อินเวอรส์ของฟังก์ชันเอกซ์โปเนนเซียลอยู่ในรูป
Exponential :
Log :
นิยำมฟังก์ชันลอกำริทึมคือ
จึงสรุปได้ว่ำ ตัวเลขหลัง ต้องเป็นจำนวนจริงบวก
ฐำนของ ต้องเป็นเลขจำนวนจริงบวกแต่ไม่เป็น 1
ค่ำของ คือ y เป็นจำนวนจริงบวกจำนวนจริงลบ หรือศูนย์ก็ได้
อ่ำนว่ำ “ลอกำริทึมเอกซ์ฐำนเอ” หรือ “ลอกเอ็กซ์ฐำนเอ” " loga"
เนื่องจำก f (ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเซียล)เป็นฟังก์ชัน 1 – 1 ดังนั้น
จึงเป็นฟังก์ชันและเป็นฟังก์ชัน 1 – 1 ด้วย
คุณสมบัติของลอกำริทึม
คุณสมบัติ 7 ประกำรของลอกำริทึมมีดังนี้
1. สมบัติกำรบวก
Example จงรวมพจน์ของ
2. สมบัติกำรลบ
Example จงรวมพจน์ของ
3. สมบัติของเลขลอกำริทึม ที่เท่ำกับเลขฐำน
Example จงหำค่ำของ
** กำรนิยำมในลอกำริทึม จะไม่นิยำมให้เป็นจำนวนลบ**
4. สมบัติของลอกำริทึม 1
* เหตุที่เป็นเช่นนี้ได้เพรำะหำกว่ำเรำเขียนกลับจำกรูปลอกำริทึม
จะได้เลขยกกำลังเป็น แต่ a เป็น - หรือ 0 ไม่ได้
5. สมบัติเลขยกกำลังของลอกำริทึม
* คุณสมบัตินี้บอกให้เรำนำเลขชี้กำลังของลอกำริทึมมำไว้ด้ำนหน้ำ เพื่อนำมำ
คูณกับเลขลอกำริทึม *
Example
6. คุณสมบัติฐำนลอกำริทึมที่เขียนเป็นเลขยกกำลังได้
Example
7. คุณสมบัติกำรเปลี่ยนฐำนของลอกำริทึม
*คุณสมบัติกำรเปลี่ยนฐำนได้นี้เป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับกำรแก้ปัญหำสมกำรลอกำริทึม
คุณสมบัตินี้บอกว่ำ
หำกเรำไม่พอใจฐำนลอกำริทึมที่โจทย์กำหนดมำ
เรำสำมำรถเปลี่ยนฐำนลอกำริทึมใหม่ได้ตำมต้องกำร แต่ต้องมำกว่ำ 0
และไม่เท่ำกับ 1 ซึ่งมักเปลี่ยนเป็นฐำน 10
*ลอกำริทึมฐำน 10
เป็นลอกำริทึมที่พบบ่อยและมักจะไม่นิยมเขียนเลขฐำนกำกับไว้โดยตกลงว่ำเมื่อ
เขียนลอกำริทึมที่ไม่มีฐำนแสดงว่ำเป็นลอกำริทึมฐำน 10เรียกว่ำ “ ลอกำริทึมสำมัญ ”
สูตรของลอกำริทึม
เงื่อนไข: ฐำนล็อกคือ มำกกว่ำ 0 , ไม่เท่ำกับ 1 หลังล็อก คือ มำกกว่ำ 0
1. ก็ต่อเมื่อ โดย และ และ
2. และ เมื่อ
3.
4.
5.
6. โดยทั่วไปนิยมเปลี่ยนเป็นฐำน 10
7.
8.
9.
10.
กรำฟของฟังก์ชันลอกำริทึม
ลอกำริทึมจำกฐำนต่ำงๆ:สีแดง คือ ฐำนe,สีเขียว คือ ฐำน 10 และสีม่วง คือ ฐำน 1.7
แต่ละขีดช่วงบนแกนคือ 1 หน่วย โปรดสังเกตว่ำลอกำริทึมของทุกฐำนจะผ่ำนจุด (1,0)
(ที่เป็นเช่นนี้ก็เพรำะจำนวนใดๆ (ที่ไม่ใช่ศูนย์)เมื่อยกกำลัง 0 มีค่ำเท่ำกับ 1)
ลอกำริทึม เป็นกำรดำเนินกำรทำงคณิตศำสตร์ ที่เป็นฟังก์ชันผกผันของ
ฟังก์ชันเอกโปเนนเชียล (ใช้ค่ำคงตัว หรือ "ฐำน"เป็นเลขยกกำลัง) ลอกำริทึมของจำนวน x
ที่มีฐำน b คือจำนวน n นั่นคือ x = bn เขียนได้เป็น
ตัวอย่ำงเช่น
เพรำะว่ำ
หำกเป็นจำนวนเต็มบวก, คือ ผลลัพธ์ของตัวประกอบ ตัว เท่ำกับ
อย่ำงไรก็ตำม อย่ำงน้อยหำกเป็นบวก นิยำมนี้อำจขยำยไปยังจำนวนจริง ใดๆ
ในทำนองเดียวกันฟังก์ชันลอกำริทึมอำจนิยำมได้สำหรับจำนวนจริงบวกใดๆ สำหรับฐำนบวก
อื่นๆ แต่ละฐำน นอกเหนือจำก 1 ในที่นี้ คือ ฟังก์ชันลอกำริทึม 1 ฟังก์ชัน
และฟังก์ชันเอกซ์โปเนนเชียล 1 ฟังก์ชัน โดยมันเป็นฟังก์ชันผกผัน
ลอกำริทึมนั้นสำมำรถลดกำรดำเนินกำรคูณเป็นกำรบวกกำรหำรเป็นกำรลบ
ยกกำลังเป็นกำรคูณ และกำรถอดรำกเป็นกำรหำร
ดังนั้นลอกำริทึมจึงมีประโยชน์สำหรับกำรดำเนินกำรกับตัวเลขจำนวนมำกให้ง่ำย
ขึ้นและถ้ำมีกำรใช้อย่ำงแพร่หลำยก่อนมีกำรใช้คอมพิวเตอร์
โดยเฉพำะกำรคำนวณในด้ำนดำรำศำสตร์ ,วิศวกรรมศำสตร์ ,กำรเดินเรือ และกำรทำแผนที่
โดยมีคุณสมบัติทำงคณิตศำสตร์ที่สำคัญและยังคงใช้ในหลำยรูปแบบ
ฟังก์ชันเพิ่ม
กรำฟของฟังก์ชัน จะผ่ำนจุด (1,0) เสมอ เพรำะ
ถ้ำ เป็นฟังก์ชันเพิ่ม
ฟังก์ชันลอกำริทึมเป็นฟังก์ชัน 1-1 จำก ไปทั่วถึง
โดยอำศัยสมบัติของฟังก์ชัน 1-1 จะได้ว่ำ
ก็ต่อเมื่อ
จำกฟังก์ชันลอกำริทึม จะได้
โดเมนของฟังก์ชัน
เรนจ์ของฟังก์ชัน
ฟังก์ชันลด
กรำฟของฟังก์ชัน จะผ่ำนจุด (1,0) เสมอ เพรำะ
ถ้ำ เป็นฟังก์ชันลด
ฟังก์ชันลอกำริทึมเป็นฟังก์ชัน 1-1 จำก ไปทั่วถึง
โดยอำศัยสมบัติของฟังก์ชัน 1-1 จะได้ว่ำ
ก็ต่อเมื่อ
จำกฟังก์ชันลอกำริทึม จะได้
โดเมนของฟังก์ชัน
เรนจ์ของฟังก์ชัน

กฎของเลขยกกำลัง

  • 1.
    กฎของเลขยกกำลัง ก่อนที่เรำจะรู้จักฟังก์ชันเอ็กซ์โพเนนเชียลและฟังก์ชันลอกำริทึมเรำต้องรู้จักกฎของเลขยกกำลังก่อนนะครับ;') กรณีที่ a เป็นจำนวนจริงใดๆ ที่ไม่เท่ำกับศูนย์ mและ n เป็นจำนวเต็ม เท่ำนั้น(แต่ผลที่ได้ก็สำมำรถนำไปใช้กับกรณีทั่วๆไปได้) ให้ am = a x a x a x . . . x a ; คูณกัน m ตัว an = a x a x a x . . . x a ; คูณกัน n ตัว 1) กำรคูณของเลขยกกำลังที่มีฐำนเดียวกัน(aเหมือนกัน) ให้นำเลขชี้กำลังมำบวกกัน เพรำะว่ำ am x an = (a x a x a x...x a) x (a x a x a x ... x a) m ตัว n ตัว = a x a x a x ... x a x a x a x a x ... x a m + n ตัว ดังนั้น am x an = am+n เช่น a2 x a3 = (a x a)x(a x a x a) = a x a x a x a x a , 5 ตัว = a5 # 2) จำนวนใดๆ ยกกำลัง ศูนย์ มีค่ำเท่ำกับ1 เพรำะว่ำ am x a0 = am+0 = am
  • 2.
    ดังนั้น a0 = 1 ,จำนวนใดๆ เมื่อคูณด้วย1 แล้วไม่ทำไให้ค่ำเปลี่ยนแปลงไป am x 1 = am เช่น 80 = 1 1020 = 1 2,5000 = 1 เอะ แล้ว ก0 จะเท่ำกับ 1 หรือไม่? 3) กฎของ a-m (เลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มลบ)โดยกฎกำรคูณเลขยกกำลังในข้อ 1) เพรำะว่ำ am x a-m = am+(-m) = am-m = a0 = 1 , a0 = 1 กฏข้อ 2) ดังนั้น a-m = 1 am , หำรทั้งสองข้ำงด้วยam เช่น 19-2 = 1 192 5-4 = 1 54 4) กฏกำรหำรเลขยกกำลัง กำหนดให้ am an = a x a x a x ... x a a x a x a x ... x a , m ตัว n ตัว = a x a x a x ... x a , m - n ตัว
  • 3.
    ดังนั้น am an = am -n เช่น 1) กรณี m > n, 25 23 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 2 x 2 x 2 , 5 ตัว 2 ตัว = 2 x 2 , เหลือ 5 - 3 = 2 ตัว = 22 # 25-3 2) กรณี m < n, 32 36 = 3 x 3 3 x 3 x 3 x 3 x 3 x 3 , 2 ตัว 6 ตัว = 1 3 x 3 x 3 x 3 , เหลือ 2 - 6 = -4 = 1 34 , กฏข้อ 3) = 3-4 # 32-6 3) กรณี m = n 45 45 = 45-5 = 40 = 1 5) กฏกำรยกกำลังของเลขยกกำลัง กำหนดให้ (am )n = am x am x am x ... x am , am คูณกัน n ตัว = am+m+m+...+m , กฏข้อ 1) am x an = am+n ดังนั้น (am )n = am x n เช่น (53 )2 = 53 x 2 = 56 6) a1/m เลขชี้กำลังเป็น เศษส่วน
  • 4.
    พิจำรณำ a1/m x a1/m xa1/m x ... x a1/m , m ตัว จะได้ a1/m x a1/m x a1/m x ... x a1/m = a(1/m)+(1/m)+(1/m)+...+(1/m) = (a1/m )m = a1 = a ดังนั้น a1/m = m √a เช่น 81/3 = 3 √8 = 2 สรุปกฏเกี่ยวกับเลขยกกำลังกละเลขชี้กำลัง ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล(Exponential Function)
  • 5.
    จำกกำรศึกษำในเรื่องเลขยกกำลัง ซึ่งท้ำยที่สุดเรำได้สนใจเลขยกกำลังที่มีฐำนเป็นจำนวนจริงบวกและเลขชี้ กำลังเป็นจำนวนจริงใด ๆ แต่ได้มีนักคณิตศำสตร์ได้สังเกตเห็นว่ำถ้ำเลขยกกำลังมีฐำนเป็น1 และเลขชี้กำลังเป็นจำนวนจริงใด ๆ ดังนี้ ถ้ำกำหนดให้ a = 1 และ x เป็นจำนวนจริงใดแล้วจะได้ ax = 1x = 1 ข้อสังเกต  ไม่ว่ำx จะเป็นจำนวนจริงใด ๆ ก็ตำม1x ก็ยังคงเท่ำกับ 1 เสมอ ดังนั้นจึงไม่น่ำสนใจ เนื่องจำก เรำทรำบว่ำมันเป็นอะไรแน่ ๆ อยู่แล้ว  เรำยังไม่ทรำบนะว่ำ เลขยกกำลังที่มีฐำนเป็นจำนวนจริงบวกยกเว้น1 และเลขชี้กำลังเป็นจำนวนจริงใ ด ๆ แสดงว่ำเรำจะต้องสนใจศึกษำเลขยกกำลังลักษณะนี้เป็นพิเศษ ซึ่งจะกล่ำวถึงใน เรื่องฟังก์ชันเอกซ์โพ เนนเชียลดังนี้ ข้อกำหนด (ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล) ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลคือ f = { (x,y) Î R ´ R+ / y = ax , a > 0, a ¹ 1 } ข้อตกลง ในหนังสือคณิตศำสตร์บำงเล่มให้ข้อกำหนดของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล เป็นฟังก์ชันที่อยู่ในรูปf(x ) = kax เมื่อk เป็นค่ำคงตัวที่ไม่ใช่ 0 และ a เป็นจำนวนจริงบวกที่ไม่เป็น1 แต่ในหลักสูตรมัธยมศึกษำตอนปลำยนี้ จะถือว่ำฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลจะอยู่ในรูปf(x) =ax เมื่อa เป็น จำนวนจริงบวกที่ไม่เป็น1 เท่ำนั้น ข้อสังเกต จำกข้อกำหนดฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล  f(x) = 1x เป็นฟังก์ชันคงตัวเนื่องจำก1x = 1 ดังนั้นในข้อกำหนดฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลจึงไม่สนใจ ฐำน (a) ที่เป็น 1  f(x) = 1x ไม่เป็นฟังก์ชันเอ็กซ์โพเนนเชียล เนื่องจำก f(x) = 1x เป็นฟังก์ชันคงตัว  จำกเงื่อนไขที่ว่ำ y = ax, a > 0, a ¹ 1 ทำให้เรำทรำบได้เลยว่ำฐำน(a) มีอยู่ 2 ลักษณะ คือ 0 < a < 1 กับa > 1  ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลจะมีอยู่ 2 ชนิด โดยขึ้นอยู่กับลักษณะของฐำน(a) ดังนี้ ชนิดที่ 1 y = ax, 0 < a < 1 ชนิดที่ 2 y = ax, a > 1
  • 6.
    การแก้สมการเอ็กโปเนนเชียล การแก้สมการเอกโพเนนเชียลที่มักพบอยู่บ่อยๆมี4 วิธีคือ 1. ทาให้ฐานเท่ากันคือทาให้ap(x) = aq(x) แล้วสรุปว่าp(x) =q(x) 2. ทาให้กาลังเหมือนกันแต่ฐานต่างกันคือap(x) = bq(x) แล้วสรุปได้ว่าp(x) =0 3.ทาให้เป็นเลขจานวนเดียวยกกาลังแล้วมีค่าเท่ากับ1 คือทาเป็น(abc)u = 1 แล้วสรุปว่าu= 0 การแก้อสมการเอกซ์โพเนนเชียล กลุ่มที่ 1 ฐานเหมือนกันเลขชี้กาลังต่างกัน 1. เมื่อa > 1 จะได้ว่ำ อสมกำรของเลขชี้กำลังจะคล้อยตำมอสมกำรของเลขยกกำลัง เช่น ax > ay จะได้ว่ำ x > y ax < ay จะได้ว่ำ x < y 2. เมื่อ 0 < a < 1 จะได้ว่ำ อสมกำรของเลขชี้กำลังจะตรงข้ำมกับอสมกำรของเลขชี้กำลัง เช่น ax > ay จะได้ว่ำ x < y ax < ay จะได้ว่ำ x > y กลุ่มที่ 2 ฐำนต่ำงกันเลขชี้กำลังเหมือนกัน 1. ถ้ำอสมกำรของเลขยกกำลังคล้อยตำมอสมกำรของเลขฐำนจะได้ว่ำเลขชี้กำลัง< 0 เช่น a < b , ax < bx จะได้ว่ำ x > 0 a > b , ax > bx จะได้ว่ำ x > 0
  • 7.
    2. ถ้ำอสมกำรของเลขยกกำลังตรงข้ำมกับอสมกำรของเลขฐำนจะได้ว่ำเลขชี้กำลัง< 0 เช่นa > b , ax < bx จะได้ว่ำ x < 0 a < b , ax > bx จะได้ว่ำ x < 0 y = loga x มีควำมหมำยว่ำ x= ay ถ้ำ a = 10 เรียกว่ำ ลอกำริทึมสำมัญ เขียนแทนด้วย log x ถ้ำ a = e ป 2.71828 เรียกว่ำ ลอกำริทึมธรรมชำติ เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ ln x ( คือ loge x ) โดเมนของฟังก์ชันลอกำริทึมเป็นเซตของจำนวนจริงบวกเรนจ์ของฟังก์ชันลอกำริทึมเป็นเซตของจำนวนจริง สมบัติที่สำคัญ 1. 2. loga x loga xy = = loga y ก็ต่อเมื่อ x= y loga x + loga y 3. 4. loga(x/y) loga xy = = loga x + loga y yloga x + loga 5. logaa = 1 6. loga1 = 0 7. ln 1 = log 1 = 0 8. ln e = 1, log10 =1 9. eln x = x , 10log x = x 10. ln ex = x , log 10x = x 13. ax = ex ln a กำรหำค่ำ logx เขียน x = A ด 10n เมื่อ 1 < A < 10 หำค่ำของlogA จำกตำรำงแล้วจะได้ log x = n + log A กำรหำค่ำ xเมื่อทรำบค่ำ logx เช่น logx = 7.8341 ค่ำ x ทำได้โดยกำรใช้เครื่องคิดเลขและกำรเปิดตำรำง 1. เขียน logx = n + B เมื่อ 0 < B < 1 และ n เป็นจำนวนเต็ม 2. หำค่ำ y เมื่อ logy = B จำกตำรำงแอนติลอกำริทึมหรือตำรำงลอกำริทึม (โดยดูย้อนกลับ)ได้ค่ำ y แล้วจะได้ x = y ด 10n
  • 8.
    ฟังก์ชันลอกำริทึม Logarithmic Function จำกฟังก์ชันลอกำริทึมมีควำมหมำยเหมือนกับ ดังนั้นกรำฟของ จึงมีได้ 2 ลักษณะ คือ 1.กรำฟฟังก์ชัน 2.กรำฟฟังก์ชัน เนื่องจำกฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล เป็นฟังก์ชัน 1-1 จำกR ไปทั่วถึง R+ ทำให้เรำทรำบได้เลยว่ำ อินเวอร์สของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลจะเป็นฟังก์ชันแน่ ๆ และยังเป็นฟังก์ชัน 1-1 จำก R+ ไปทั่วถึง R ถ้ำเรำเปลี่ยน x เป็น Y และเปลี่ยน y เป็น x ที่เงื่อนไขของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล จะได้ฟังก์ชันอินเวอร์สของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลคือ จุดกำเนิดของฟังก์ชันลอกำริทึม
  • 9.
    เนื่องจำก นักคณิตศำสตร์ทั่วไปไม่นิยม ให้เงื่อนไขของฟังก์ชันใดๆ อยู่ในรูป ตัวแปรต้น (x) = กลุ่มของตัวแปรตำม (y) แต่นิยมให้เงื่อนไขอยู่ในรูป ตัวแปรตำม (y) = กลุ่มตัวแปรต้น(x) พบว่ำ ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล มีเงื่อนไข ตัวแปรตำม (y) = aตัวแปรต้น(x) ซึ่งอยู่ในรูปแบบที่นิยมอยู่แล้ว แต่ ฟังก์ชันอินเวอร์สของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล มีเงื่อนไข ตัวแปรต้น (x) = aตัวแปรตำม (y) เห็นไหมไม่อยู่ในรูปแบบที่นิยม ดังนั้น นักคณิตศำสตร์จึงอยำกจะเปลี่ยนเงื่อนไขฟังก์ชันอินเวอร์สของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล ใหม่เพื่อให้อยู่ในรูปแบบที่นิยมโดยกำหนดให้เขียน ใหม่เป็น แบบดื้อ ๆ เลย ข้อตกลง 1. ถูกอ่ำนออกเสียงว่ำ “ลอกำริทึมเอกซ์ฐำนเอ” หรือ “ล็อกเอกซ์ฐำนเอ” 2. ฟังก์ชันอินเวอร์สของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลสำมำรถเขียนใหม่ได้เป็น 3. ฟังก์ชันอินเวอร์สของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลถูกเรียกใหม่ว่ำ ฟังก์ชันลอกำริทึม ข้อกำหนด ฟังก์ชันลอกำริทึม คือ เป็นอินเวอร์สของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล กรำฟของฟังก์ชันลอกำริทึม
  • 10.
    จำกที่เรำทรำบอยู่แล้วว่ำฟังก์ชันลอกำริทึม กับฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลเป็นอินเวอร์สซึ่งกันและกัน แสดงว่ำ กรำฟของฟัง์ชันทั้งสองจะสมมำตรซึ่งกันและกันเมื่อเทียบกับเส้นตรง ดังนั้น จึงได้กรำฟของฟังก์ชันลอกำริทึมทั้ง 2 ชนิด โดยขึ้นอยู่กับลักษณะของฐำน ดังตำรำงต่อไปนี้ กับ กับ นิยำมของลอกำริทึม นิยำมฟังก์ชันลอกำริทึมคือ อินเวอรส์ของฟังก์ชันเอกซ์โปเนนเซียลอยู่ในรูป Exponential : Log : นิยำมฟังก์ชันลอกำริทึมคือ จึงสรุปได้ว่ำ ตัวเลขหลัง ต้องเป็นจำนวนจริงบวก ฐำนของ ต้องเป็นเลขจำนวนจริงบวกแต่ไม่เป็น 1
  • 11.
    ค่ำของ คือ yเป็นจำนวนจริงบวกจำนวนจริงลบ หรือศูนย์ก็ได้ อ่ำนว่ำ “ลอกำริทึมเอกซ์ฐำนเอ” หรือ “ลอกเอ็กซ์ฐำนเอ” " loga" เนื่องจำก f (ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเซียล)เป็นฟังก์ชัน 1 – 1 ดังนั้น จึงเป็นฟังก์ชันและเป็นฟังก์ชัน 1 – 1 ด้วย คุณสมบัติของลอกำริทึม คุณสมบัติ 7 ประกำรของลอกำริทึมมีดังนี้ 1. สมบัติกำรบวก Example จงรวมพจน์ของ 2. สมบัติกำรลบ Example จงรวมพจน์ของ 3. สมบัติของเลขลอกำริทึม ที่เท่ำกับเลขฐำน Example จงหำค่ำของ ** กำรนิยำมในลอกำริทึม จะไม่นิยำมให้เป็นจำนวนลบ** 4. สมบัติของลอกำริทึม 1
  • 12.
    * เหตุที่เป็นเช่นนี้ได้เพรำะหำกว่ำเรำเขียนกลับจำกรูปลอกำริทึม จะได้เลขยกกำลังเป็น แต่a เป็น - หรือ 0 ไม่ได้ 5. สมบัติเลขยกกำลังของลอกำริทึม * คุณสมบัตินี้บอกให้เรำนำเลขชี้กำลังของลอกำริทึมมำไว้ด้ำนหน้ำ เพื่อนำมำ คูณกับเลขลอกำริทึม * Example 6. คุณสมบัติฐำนลอกำริทึมที่เขียนเป็นเลขยกกำลังได้ Example 7. คุณสมบัติกำรเปลี่ยนฐำนของลอกำริทึม *คุณสมบัติกำรเปลี่ยนฐำนได้นี้เป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับกำรแก้ปัญหำสมกำรลอกำริทึม คุณสมบัตินี้บอกว่ำ หำกเรำไม่พอใจฐำนลอกำริทึมที่โจทย์กำหนดมำ เรำสำมำรถเปลี่ยนฐำนลอกำริทึมใหม่ได้ตำมต้องกำร แต่ต้องมำกว่ำ 0 และไม่เท่ำกับ 1 ซึ่งมักเปลี่ยนเป็นฐำน 10 *ลอกำริทึมฐำน 10 เป็นลอกำริทึมที่พบบ่อยและมักจะไม่นิยมเขียนเลขฐำนกำกับไว้โดยตกลงว่ำเมื่อ
  • 13.
    เขียนลอกำริทึมที่ไม่มีฐำนแสดงว่ำเป็นลอกำริทึมฐำน 10เรียกว่ำ “ลอกำริทึมสำมัญ ” สูตรของลอกำริทึม เงื่อนไข: ฐำนล็อกคือ มำกกว่ำ 0 , ไม่เท่ำกับ 1 หลังล็อก คือ มำกกว่ำ 0 1. ก็ต่อเมื่อ โดย และ และ 2. และ เมื่อ 3. 4. 5. 6. โดยทั่วไปนิยมเปลี่ยนเป็นฐำน 10 7. 8. 9. 10.
  • 14.
    กรำฟของฟังก์ชันลอกำริทึม ลอกำริทึมจำกฐำนต่ำงๆ:สีแดง คือ ฐำนe,สีเขียวคือ ฐำน 10 และสีม่วง คือ ฐำน 1.7 แต่ละขีดช่วงบนแกนคือ 1 หน่วย โปรดสังเกตว่ำลอกำริทึมของทุกฐำนจะผ่ำนจุด (1,0) (ที่เป็นเช่นนี้ก็เพรำะจำนวนใดๆ (ที่ไม่ใช่ศูนย์)เมื่อยกกำลัง 0 มีค่ำเท่ำกับ 1) ลอกำริทึม เป็นกำรดำเนินกำรทำงคณิตศำสตร์ ที่เป็นฟังก์ชันผกผันของ ฟังก์ชันเอกโปเนนเชียล (ใช้ค่ำคงตัว หรือ "ฐำน"เป็นเลขยกกำลัง) ลอกำริทึมของจำนวน x ที่มีฐำน b คือจำนวน n นั่นคือ x = bn เขียนได้เป็น ตัวอย่ำงเช่น เพรำะว่ำ
  • 15.
    หำกเป็นจำนวนเต็มบวก, คือ ผลลัพธ์ของตัวประกอบตัว เท่ำกับ อย่ำงไรก็ตำม อย่ำงน้อยหำกเป็นบวก นิยำมนี้อำจขยำยไปยังจำนวนจริง ใดๆ ในทำนองเดียวกันฟังก์ชันลอกำริทึมอำจนิยำมได้สำหรับจำนวนจริงบวกใดๆ สำหรับฐำนบวก อื่นๆ แต่ละฐำน นอกเหนือจำก 1 ในที่นี้ คือ ฟังก์ชันลอกำริทึม 1 ฟังก์ชัน และฟังก์ชันเอกซ์โปเนนเชียล 1 ฟังก์ชัน โดยมันเป็นฟังก์ชันผกผัน ลอกำริทึมนั้นสำมำรถลดกำรดำเนินกำรคูณเป็นกำรบวกกำรหำรเป็นกำรลบ ยกกำลังเป็นกำรคูณ และกำรถอดรำกเป็นกำรหำร ดังนั้นลอกำริทึมจึงมีประโยชน์สำหรับกำรดำเนินกำรกับตัวเลขจำนวนมำกให้ง่ำย ขึ้นและถ้ำมีกำรใช้อย่ำงแพร่หลำยก่อนมีกำรใช้คอมพิวเตอร์ โดยเฉพำะกำรคำนวณในด้ำนดำรำศำสตร์ ,วิศวกรรมศำสตร์ ,กำรเดินเรือ และกำรทำแผนที่ โดยมีคุณสมบัติทำงคณิตศำสตร์ที่สำคัญและยังคงใช้ในหลำยรูปแบบ ฟังก์ชันเพิ่ม
  • 16.
    กรำฟของฟังก์ชัน จะผ่ำนจุด (1,0)เสมอ เพรำะ ถ้ำ เป็นฟังก์ชันเพิ่ม ฟังก์ชันลอกำริทึมเป็นฟังก์ชัน 1-1 จำก ไปทั่วถึง โดยอำศัยสมบัติของฟังก์ชัน 1-1 จะได้ว่ำ ก็ต่อเมื่อ จำกฟังก์ชันลอกำริทึม จะได้ โดเมนของฟังก์ชัน เรนจ์ของฟังก์ชัน ฟังก์ชันลด
  • 17.
    กรำฟของฟังก์ชัน จะผ่ำนจุด (1,0)เสมอ เพรำะ ถ้ำ เป็นฟังก์ชันลด ฟังก์ชันลอกำริทึมเป็นฟังก์ชัน 1-1 จำก ไปทั่วถึง โดยอำศัยสมบัติของฟังก์ชัน 1-1 จะได้ว่ำ ก็ต่อเมื่อ จำกฟังก์ชันลอกำริทึม จะได้ โดเมนของฟังก์ชัน เรนจ์ของฟังก์ชัน