28

                                              อนุกรมเลขคณิต

วัตถุประสงค
         1. นักเรียนสามารถสังเกต วิเคราะห เชื่อมโยงความสัมพันธของตัวเลข
         2. นักเรียนสามารถจัดลําดับและหาอนุกรมของจํานวนได
         3. นักเรียนสามารถนําอนุกรมเลขคณิตไปประยุกตใชในชีวตจริงได
                                                              ิ

ความพรอม
        1.    ระบบจํานวน
        2.    เลขยกกําลัง
        3.    สมการ
        4.    ตัวแปร

สาระสําคัญ
           ลําดับ (Sequences) หมายถึง จํานวนหรือพจนที่เขียนเรียงกันภายใตกฎเกณฑอยางใดอยางหนึ่ง
ลําดับทั่วๆ ไปแบงเปน 2 ชนิดคือ
           1. ลําดับจํากัด คือลําดับซึ่งมีจํานวนพจนจํากัด เชน
                1, 3, 5, 7, . . ., 19
           2. ลําดับอนันต คือ ลําดับซึ่งมีจํานวนพจนไมจํากัด เชน
                1, 3, 5, 7, . . .

ชนิดของลําดับ
           1. ลําดับเลขคณิต หมายถึง ลําดับซึ่งมีผลตางระหวางพจนที่ n + 1 กับ มีคาคงตัว คาคงตัวนี้
เรียกวา “ผลตางรวม” เขียนแทนดวย d
               ให a1 , a2, a3 , . . . เปนลําดับเลขคณิต ผลตางระหวางพจนที่ n+1 กับพจนที่ n คา d
                   d = a2 − a1                      = a3 − a2       = a4 − a3       = a5 − a4

              ดังนั้น            a1 ,    a1 + d ,       a1 + 2d ,          a1 + 3d ,        a1 + 4d ,   ....

              เปนพจนที่         1      2         3                            4               5
              ถา an เปนพจนทั่วไปของลําดับเลขคณิต
                                            an = a1 + (n −1)d




                                                                                    กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
29

วิธีการนําเสนอ
ตัวอยาง จงหาพจนที่ 15 ของลําดับ -5 , -1, 3, 7, 11,…
วิธีทํา                  a n = a1 + (n −1)d

               จากโจทย a1 = −5 ,           n = 15 ,        d = −1− (−5)
                                                              = −1+ 5
                                                              = 4
               ดังนั้น   a 15 =       −5 + (15 − 1)4

                              =       −5 + (14 × 4)

                              =       −5+ 56

         พจนที่ 15 ของลําดับ =       51



ตัวอยาง กําหนดลําดับเลขคณิตหนึ่ง มีพจนที่ 5 เปน 29 และ พจนที่ 51 เปน 397 จงหาพจนที่ 1
         ถึง พจนที่ 4
วิธีทํา
        (พจนที่ 5 หรือ a 5 ) a1 + 4d = 29
        (พจนท่ี 51 หรือ a 51 ) a1 + 50d = 397
            -
                  (a1 + 50d )− (a1 + 4d ) = 397 - 29
                  a1 + 50d − a1 − 4d      = 368
                           46d            = 368
                                d         = 368
                                             46
                         d                  = 8
         แทนคา d ดวย 8 ใน
               a1 + 4d                      = 29
                a1 + (4× 8)                 = 29
                          a1                = 29 - 32
                                            = -3
       ดังนั้นพจนที่ 1 คือ a 1             = -3
       ดังนั้นพจนที่ 2 คือ a 1 + d         = −3 + 8      = 5
       ดังนั้นพจนที่ 3 คือ a1 + 2d         = −3 + (2×8) = 13
       ดังนั้นพจนที่ 4 คือ a1 + 3d         = −3 + (3×8) = 21
       พจนที่ 1 ถึงพจนที่ 4 คือ           -3, 5, 13, 21

                                                                  กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
30

                                              แบบฝกทักษะ

1. จงหาพจนที่ 20 ของลําดับ -13, -9, -5, -1, 3, …

2. ลําดับเลขคณิตลําดับหนึ่ง มีพจนที่ 10 เปน -28 และพจนที่ 12 เปน -50
   จงหาผลบวกของพจนที่ 5 กับพจนที่ 6

                                           เฉลยแบบฝกทักษะ

1. จงหาพจนที่ 20 ของลําดับ -13, -9, -5, -1, 3, …
   แนวคิด
      a n = a1 + (n −1)d
      จากโจทย a 1            = -13, n = 20, d         = -9- (-13)
                                                       = -9 +13
                                                       = 4
        ดังนั้น   a 20          =   -13 + (20-1) 4
                                =   -13 + (19 x 4)
                                =   -13 + 76
       พจนที่ 20 ของลําดับ     =   63
    ตอบ 63

2. ลําดับเลขคณิตลําดับหนึ่ง มีพจนที่ 10 เปน -28 และพจนที่ 12 เปน -50
   จงหาผลบวกของพจนที่ 5 กับพจนที่ 6
   แนวคิด
        (พจนที่ 10 หรือ a 10 ) a1 + 9d = -28
        (พจนท่ี 12 หรือ a 12 ) a1 +11d = -50
             -
        (a1 +11d )− (a1 + 9d )           = - 50 - (-28)
         a1 +11d − a1 − 9d               = - 50 + 28
                            2d           = - 22
                            d            = −2 22


                                         = - 11

                                                                     กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
31

   แทนคา d ดวย -11 ใน
             a1 + 9d              =    - 28
             a1 + [9 × (−11)]     =    - 28
                        a1 − 99   =    - 28
                        a1        =    - 28 + 99        = 71
   ดังนั้น       a5               =    a1 + 4d

                                  =    71 + [4 × (− 11)]

                                  =    71 – 44          = 27
                 a6               =    a1 + 5d

                                  =    71+ [5× (−11)]

                                  =    71 – 55          = 16
             a5 + a6              =    27 + 16          = 43
ตอบ          43

2. ลําดับอื่น ๆ
    2.1 ลําดับหลายชั้น เปนเลขอนุกรม มีคาความแตกตางระหวางตัวเลขมีลักษณะเปนเลขอนุกรมดวย เชน
         256             233             208           181             152           121

                       -23                   -25               -27              -29                      -31

                                  -2                    -2           -2                        -2
             5                    10                    30           120                     600                     3600

                       x2                    x3                x4               x5                       x6

                       +1                    +1                +1               +1
             17                   20                    28           45                      75                      122

                       +3                    +8                +17              +30                      +47

                                  +5                    +9           +13                     +17

                                             +4                +4               +4
                                                                           กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
32

          2.2 ลําดับเวนระยะ คือ เลขอนุกรม ซึ่งประกอบดวยอนุกรมมากกวา 1 ซอนกันอยูภายใน
                                                                                   
โจทยเดียวกัน เชน
                                -3                   -3

7              11             11              8              15                      5                       19

               +4                             +4                                     +4

         2.3 ลําดับแบบมีคาแตกตางเปนชุด อนุกรมแบบนี้ เกิดจากคาความแตกตางที่เปนชุด คือหลายตัว
ประกอบขึ้นมาและใชคาแตกตางที่เปนชุดดังกลาวในการพิจารณาเลขอนุกรมลําดับถัดไป เชน

5              20             30              120            130                     520                     530

        ×4             +10            ×4              +10                ×4                       +10



         2.4 ลําดับยกกําลัง เปนเลขอนุกรม ซึ่งเกิดจากการยกกําลังของตัวเลขตาง ๆ หรืออาจเกิดจาก
คาความแตกตางที่อาจเปนเลขยกกําลัง เชน
                100            512             1,296          1,024           64

               10 2            83             64              45                     26


               10             91              42             67                      58                      59

                       +81            -49             +25               -9                       +1

                       92              72             52                 32                      12




                                                                   กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
33

                                      แบบฝกทักษะ

1. จงหาลําดับของจํานวนถัดไป
   5 -10 20          -40



2. จงหาลําดับของจํานวนถัดไป
      108 43         100 39      92



3. จงหาลําดับของจํานวนถัดไป
       25      29     13    49




                                                    กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
34

                                          เฉลยแบบฝกทักษะ

1. จงหาลําดับของจํานวนถัดไป
   5 -10 20          -40 ________            _________

      แนวคิด                                     ×4                                        ×4



         5               -10            20                -40                 80                       -160

                  ×4                                      ×4


      ตอบ ลําดับของจํานวนถัดไปคือ 80 และ -160

2. จงหาลําดับของจํานวนถัดไป
   108 43 100 39            92         _______         _________
   แนวคิด
                            -4                                     -4

100               43             100             39                92                      35                      84

                    -8                         -8                                          -8
      ตอบ      ลําดับของจํานวนถัดไปคือ 35 และ 84

3. จงหาลําดับของจํานวนถัดไป
   25 29 13          49
   แนวคิด
      25             29                 13                49                  -15                      85

                  +4             -16             +36               -64                     +100

                  22             42              62                82                      10 2
      ตอบ      ลําดับของจํานวนถัดไปคือ -15 และ 84

                                                                         กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
35

          อนุกรมเลขคณิต คือ ผลบวก ของลําดับเลขคณิต เชน
                   a1 + a2 + a3 + a4 + ... + an + ...

          ให เปนผลบวก s n เปนผลบวก n พจนแรกของลําดับเลขคณิต
                  s n = a1 + a2 + a3 + ... + an
          สูตรผลบวก n พจนแรกของลําดับเลขคณิต

                                                   sn        = n [2a1 + (n −1)d ]
                                                               2
                                       หรือ        sn        = n (a1 + an )
                                                               2




ตัวอยาง จงหาผลบวกของ          1 + 2 + 3 + … 200
แนวคิด จากโจทย       a1 = 1 , an = 200 , n = 200



                      sn               =    n
                                              (a + an )
                                            2 1
                       sn              =    200
                                             2
                                                (1+ 200)

                                       =    100 + 201

                                       =    20,100



ตัวอยาง จงหาผลบวกของเลขคี่ตั้งแต 1 ถึง 200
แนวคิด จากโจทย      1 + 3 + 5 + 7 +…+199
                        a1 = 1 , a n = 199 , n = 100

                        sn               = n (a1 + an )
                                            2
                               s100                =    100
                                                         2
                                                            (1+199)

                                                   =    50 × 200

                                                   =    10,000




                                                                                    กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
36

                                                    แบบฝกทักษะ

1. จงหาผลบวกของเลขคูต้งแต 1 ถึง 200
                       ั

2. จงหาผลบวก 50 พจนแรกของลําดับ 12, 7, 2, …

                                                  เฉลยแบบฝกทักษะ

1. จงหาผลบวกของเลขคูต้งแต 1 ถึง 200
                       ั
   แนวคิด
      จากโจทย               2 + 4 + 6 +8 + … + 200
                   a1 = 2 , a n = 200 , n = 100

                         sn           = n (a1 + an )
                                         2
                         s100                 =    100
                                                    2
                                                       (2 + 200)

                                   = 50× 202
                                   = 10,100
   ตอบ ผลบวกของเลขคูต้งแต 1 ถึง 200 คือ 10,100
                       ั

2. จงหาผลบวก 50 พจนแรกของลําดับ 12, 7, 2, …
   แนวคิด
                         sn
                                                  n
                                                    [2a + (n −1)d ]
                                                  2 1
                       a1 = 12   ,   n = 50   ,   d = 7−2

                                              =    −5

                                      s50     =    50
                                                    2
                                                      [(2 ×12) + (50 −1)(− 5)]
                                  = 25[24 + (49 × (− 5))]
                                  = 25(24 − 245)
                                  = 25× (−221)
                                  = −5,525
   ตอบ     ผลบวก 50 พจนแรกของลําดับ 12, 7, 2,... คือ −5,525




                                                                                 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
37

                                             แบบฝกทักษะ

1. ดวงแกวทํางานบริษัทแหงหนึ่งไดเงินเดือน เดือนแรก 5,000 บาท ไดเงินเดือนขึ้นเดือนละ 150 บาท
   จงหาวาเดือนสุดทายของปที่หาเขาจะไดรับเงินเดือนเทาไร และในหาปเขาจะไดเงินเดือนทั้งหมดเทาไร

2. ถา A เปนจํานวนเต็มที่มีคามากกวา 192 และนอยกวา 222 ซึ่ง 11 หารลงตัว และผลคูณของเลขโดด
                             
   ของ A มีคานอยที่สุดแลว A มีคาเทาใด

3. จงหาผลบวกพจนที่ 51 คาพจนที่ 60 ของลําดับ 12, 7, 2...

4. นําเลขโดด 1, 2, 3,..., 9 มาจัดวางลงในวงกลมที่กําหนดให โดยไมมการใชตัวเลขโดดซ้ํากัน โดยกําหนด
                                                                       ี
   ใหผลบวกของเลขโดดสี่จํานวนที่อยูดานเดียวกันมีคาเทากัน จงหาวาจํานวนใดมีผลคูณมากที่สุด




5. จํานวนนับที่มคาตั้งแต 1 ถึง 100 มีผลบวกของจํานวนคี่นอยกวาผลบวกของจํานวนคูเทาใด
                ี

6. แดงและดําอยูหางกัน 255 กิโลเมตร และตั้งใจจะเดินทางมาพบกันโดยตั้งตนเดินทางพรอม ๆ กัน
                
   แดงเดินทางวันแรก 1 กิโลเมตร วันที่สอง 3 กิโลเมตร วันที่สาม 5 กิโลเมตร เชนนี้ไปเรื่อย ๆ
   สวนดําเดินทางวันแรก 20 กิโลเมตร วันที่สอง 19 กิโลเมตร วันที่สาม 18 กิโลเมตร เชนนี้ไปเรื่อย ๆ
   จงหาวาในเวลากี่วนเขาทั้งสองจึงจะพบกัน
                    ั

7. จงหาพจน 4 พจน ของลําดับเลขคณิตที่อยูระหวาง 9 และ 34

8. การแขงขันกีฬาเก็บของ โดยเก็บกอนหิน 10 กอน ซึ่งวางหางกันกอนละ 1 เมตร โดยวางกอนที่ 1
   หางจากจุดเริ่มตน 2 เมตร กอนที่ 10 หางจากเสนชัย 3 เมตร ซึ่งกติกาการแขงขันคือผูเขาแขงขัน
   ตองเก็บกอนทีหนึ่งมาวางไวที่เสนเริ่มตน แลวเก็บกนทีสองมาวางไวที่เสนเริ่มตน ดังนี้เรื่อย ๆ ไป
                  ่                                        ่
   จนครบ 10 กอน แลวจึงนํากอนหินทั้งหมดไปวางไวที่เสนชัย ดังนันถาวิ่งตามกติกาผูแขงขันแตละคน
                                                                      ้
   จะตองวิ่งเปนระยะทางเทาไร

                                                                      กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
38

9. กําหนดตัวเลข 10 ถึง 1000 จํานวนที่หารดวย 7 ลงตัวมีกี่จํานวน

10. เด็กคนหนึ่งเรียงลูกหินเปนแถว ๆ เพื่อประกอบรูปสามเหลี่ยม โดยจัดลูกหินแถวบนใหนอยกวาลูกหิน
                                                                                        
ในแถวลาง ๆ ที่อยูติดกันหนึงลูกเสมอ ถาแถวบนสุดมีลกหินเพียงลูกเดียว ซึ่งอยูในตําแหนงของจุดยอด
                            ่                      ู
ของสามเหลี่ยมดวย และเขามีลูกหินอยูทั้งหมด 190 ลูก จงหาวามีลกหินในแถวลางสุดของรูปสามเหลี่ยมกี่ลูก
                                                               ู

11. ถา a, x, y, b เรียงกันเปนลําดับเลขคณิต จงหา x และ y

12. จากอนุกรม 100 + 99 + 98 + 97 + ... ตองการบวก 30 พจน ติดตอกันในอนุกรมนี้ เพื่อใหไดผลบวก
    เทากัน 1, 155 อยากทราบวาจะเริ่มบวกจากพจนทเี่ ทาใด

13. ถา a1, a2, a3, … เปนลําดับเลขคณิตที่มี a3 − a5 + a7 = 8 จงหาผลบวกของ a1 + a2 + … + a9

14. กําหนดให a1, a2, a3, …, a13 เปนลําดับเลขคณิตที่มีผลตางรวมเปน −14 และ a7 = 183
    จงหา a1 + a2 + a3 + …+ a13 มีคาเทาไร

15. กําหนดตัวเลข 200 ถึง 1,000
    1) มีกี่พจนทหารดวย 3 ลงตัว
                 ี่
    2) มีกี่พจนทหารดวย 7 ลงตัว
                    ี่
    3) มีกี่พจนทหารดวย 3 และ 7 ลงตัว
                       ี่

16. ให 5, x, 20, … เปนลําดับเลขคณิตที่ผลบวกของ 12 พจนแรกเปน a และ 5, y, 20, … เปนลําดับ
    เรขาคณิตที่มพจนที่ 6 เปน b โดย y < 0 จงหา a + b
                ี

17. กําหนดให n เปนจํานวนเต็มบวกที่ทําใหผลบวก n พจนแรกของอนุกรมเลขคณิต
                                      2 n + 2 n +1... + 2 2 n
   7 + 15 + 23 ... เทากับ 217 จงหา
                                               28




                                                                  กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
39

18. กําหนดให a, b, c เปน 3 พจน เรียงติดกันในลําดับเลขคณิต และมีผลคูณเปน 27 ถา
    a, b + 3, c + 2 เปน 3 พจน เรียงติดกันในลําดับเลขคณิตแลว a + b + c มีคาเทาไร
                                                                            

19. หนังสือเลมหนึ่งมีจํานวนหนาไมเกิน 500 หนา ถูกฉีกออกไป 1 แผน ผลบวกของหนาทั้งหมดที่เหลืออยู
    มีคาเทากับ 19,905 จงหาวาผลบวกของเลขหนาทั้งสองของแผนที่ถูกฉีกออกไปเปนเทาไร

20. หนังสือคณิตศาสตรเลมหนึ่งมีจํานวนหนาไมเกิน 300 หนา ถูกฉีกหนากลางออกไป 1 คู ทําใหผลบวก
    ของหนาที่เหลือมีคาเทากับ 26,103 จงหาวาหนาหนังสือที่ถูกฉีกออกไปเปนหนาอะไรบาง

21. จํานวนลําดับที่ 1,988 ของลําดับตอไปนี้ คือ จํานวนใด
    1, −2, 2, −3, 3, −3, 4, −4, 4, −4, 5, −5, 5, −5, 5, −6, 6, −6, 6, −6, 6,...




                                                                      กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
40

                                แนวคิดแบบฝกทักษะอนุกรมเลขคณิต

1. ดวงแกวทํางานบริษัทแหงหนึ่งไดเงินเดือน เดือนแรก 5,000 บาท ไดเงินเดือนขึ้นเดือนละ 150 บาท
   จงหาวาเดือนสุดทายของปที่หาเขาจะไดรับเงินเดือนเทาไร และในหาปเขาจะไดเงินเดือนทั้งหมดเทาไร
   แนวคิด
              ลําดับเงินเดือน 5,000, 5,150, 5,300,…
              จากโจทย a1                    = 5,000 , d = 150, n = 60 (5 ป)
                             an              = a1 + (n −1)d
                             a 60            = 5,000 + (60 −1)(150)
                                             = 5,000 + (59×150)
                                             = 5,000 + 8,850
              เดือนสุดทายของปที่หาไดรบเงินเดือน 13,850 บาท
                                           ั
              หาปเขาจะไดรับเงินเดือนทังหมด s60 = 60 (5,000 + 13,850)
                                         ้                   2
                                                   = 30 × 18,850
                                                   = 565,500 บาท
    ตอบ       565,500 บาท

2. ถา A เปนจํานวนเต็มที่มีคามากกวา 19 2 และนอยกวา 22 2 ซึ่ง 11 หารลงตัวและผลคูณของเลขโดด
   ของ A มีคานอยที่สุด แลว A มีคาเทาใด
   แนวคิด
                      19 2 < A < 22 2

                      คา A ที่เปนไปไดทั้งหมด ไดแก
                      19 × 20, 19 × 21, 19 × 22, 20 × 20, 20 × 21, 20 × 22, 21 × 22
                      จํานวนที่ 11 หารไดลงตัว ไดแก
                      19 × 22 = 418               ผลคูณของเลขโดด 4 × 1 × 8 = 32
                      20 × 22 = 440               ผลคูณของเลขโดด 4 × 4 × 0 = 0
                      21 × 22 = 412               ผลคูณของเลขโดด 4 × 1 × 2 = 8
          ∴ 440 เปนจํานวนที่มีผลคูณของเลขโดดที่มีคานอยที่สุด ดังนั้น A มีคา 440
   ตอบ       440 เปนจํานวนที่มผลคูณของเลขโดดที่มีคานอยที่สุด ดังนั้น A มีคา 440
                                 ี




                                                                    กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
41

3. จงหาผลบวกพจนที่ 51 ถึงพจนที่ 60 ของลําดับ 12, 7, 2,...
   แนวคิด
         หาผลบวกของพจนที่ 1 ถึงพจนที่ 60
                     sn     =         n
                                        [2a + (n −1)d ]
                                      2 1
                        s 60     =        60
                                           2
                                             [(2 ×12) + (60 −1)(− 5)]
                             =       30[24 + (59 )(− 5)]

                             =       30(24 − 295)

                             =       30 × (−271)

                             =       - 8,130
          หาผลบวกของพจนที่ 1 ถึงพจนที่ 50
                   s 50      =        50
                                       2
                                          [(2 ×12) + (50 −1)(− 5)]
                            =         25[24 + (49 )(− 5)]

                            =         25(24 − 245)

                            =         25× (−221)

                            =        - 5,525
       ผลบวก พจนที่ 51 ถึงพจนที่ 60 = -8,130 – (-5,525) = -2,605
   ตอบ   -2,605

4. นําเลขโดด 1, 2, 3,…,9 มาจัดลงในตารางที่กําหนดให โดยไมมการใชตัวเลขโดดซ้ํากัน โดยกําหนดให
                                                              ี
   ผลบวกของเลขโดดสี่จํานวนที่อยูบนดานเดียวกันมีคาเทากัน จงหาวาจํานวนใดมีผลคูณมากที่สุด




   แนวคิด
      ผลบวกที่มคานอยที่สุดที่เปนไปไดคือ
                ี
      (45 + 6) ÷ 3 = 17                            ผลบวกทั้งหมดเปน 1 + 2 + ...+ 9 = 45
                                                   ผลบวกที่มีคานอยที่สุดของตัวเลขที่ใชซํากัน
                                                                                           ้
                                                            1+2+3 =6


                                                                        กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
42

      ผลบวกที่มีคามากที่สุดที่เปนไปได คือ
      (45 + 24) ÷ 3 = 23                                       ผลบวกที่มคามากที่สุดของตัวเลขที่ใชซ้ํากัน
                                                                         ี
                                                                        9 + 8+ 7 = 24

  ดังนั้น ผลบวกของแตละดานของรูปสามเหลี่ยมทีอาจเปนคําตอบจะอยูในชวง 17, 23
                                             ่                 

                              1                                                                      2

                      5                    7                                                 9                    4

              9                                        6                             5                                     6

      2               8               4                3                     3               1               8             7

                    ผลบวกเปน 17                                                         ผลบวกเปน 19

                          5                                                                      9

                  9                    8                                                 2                    1

          2                                        1                             4                                     8


  4               3               7                6                     6               5               7              3


                    ผลบวกเปน 20                                                         ผลบวกเปน 21
                                                               9

                                                           3             5

                                               4                                     1


                                       7                   6         2               8


                    ผลบวกเปน 23                                   ดังนั้น 9 × 3 × 4 × 7 = 756
ตอบ           756




                                                                                             กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
43

5. จํานวนนับที่มคาตั้งแต 1 ถึง 100 มีผลบวกของจํานวนคีนอยกวาผลบวกของจํานวนคูเ ทาใด
                ี                                          ่ 
   แนวคิด
                        1 + 3 + 5 + ... + 99 มีคา 50 จํานวน
                        s 50          =       50
                                               2
                                                  (1− 99)

                                   =     25 × 100
                                   =     2,500
                      2 + 4 + 6 + … + 100 มีคา 50 จํานวน
                      s 50         =      50
                                           2
                                             (1−100)

                                 =      25 × 102
                                 =      2,550
                      ผลบวกจํานวนคี่นอยกวาผลบวกจํานวนคู = 2,500 – 2,500
                                                                = 50
          หรือ        ให A แทนผลบวกของจํานวนคู ตั้งแต 1 ถึง 100
                          A      =      2 + 4 + 6 + …+100
                      ให B แทนผลบวกของจํานวนคี่ ตั้งแต 1 ถึง 100
                          B      =      1 + 3 + 5 + …+99
                          A–B =         (2 – 1) + (4 – 3) + (6 – 5) + ...+(100 + 99)
                                 =      50
   ตอบ       50

6. แดงและดําอยูหางกัน 255 กิโลเมตร และตั้งใจจะเดินทางมาพบกัน โดยตั้งตนเดินทางพรอม ๆ กัน
                
   แดงเดินทางวันแรก 1 กิโลเมตร วันที่สอง 3 กิโลเมตร วันที่สาม 5 กิโลเมตร เชนนี้ไปเรื่อย ๆ
   สวนดําเดินทางวันแรก 20 กิโลเมตร วันที่สอง 19 กิโลเมตร วันที่สาม 18 กิโลเมตร เชนนี้ไปเรื่อย ๆ
   จงหาวาในเวลากี่วันเขาทั้งสองจึงจะพบกัน
   แนวคิด
          ใหแดงและดํา เดินทางมาพบกันเปนเวลา n วัน
          การเดินทางของแดง คือ 1 + 3 + 5 + ... (อนุกรมเลขคณิต)
                              Sn = n [2a1 + (n – 1) d]
                                      2
                                   =   n
                                       2
                                           [(2 ×1) + (n – 1)(2)]
                                   =   n
                                       2
                                           (2n)
                                   = n2


                                                                     กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
44

         การเดินทางของดํา คือ 20 + 19 + 18 + ... (อนุกรมเลขคณิต)
                           Sn = n [2a1 + (n – 1) d]
                                    2
                                  =   n
                                      2
                                          [(2 ×20) + (n – 1)(-1)]
                                  =   n
                                      2
                                           (41 - n)
         จากโจทยแดงและดําอยูหางกัน 255 กิโลเมตร
                     จะได        +          = 255 กิโลเมตร
                     n2 + n (41 - n)
                           2
                                             = 255 กิโลเมตร
                      2 n2 + 41 n - n2           = 510 กิโลเมตร
                      (n – 10) (n + 51)          = 0
                      จะได n                    = 10 , -51
             แดงและดําจะพบกันใน 10 วัน
   ตอบ       10 วัน

7. จงหาพจน 4 พจน ของลําดับเลขคณิตที่อยูระหวาง 9 และ 34
   แนวคิด
                     ถา x , 1 , 2 , 3 , …, k , y
                           d = y −1k+
                                       x


                       จากโจทย x = 9 , y = 34 , k = 4
                                     −
                           d = 34+ 19
                                   4
                                 =    25
                                      5
                    ผลตางรวม = 5
             ลําดับเลขคณิต คือ 9 , 14 , 19 , 24 , 29
   ตอบ       9 , 14 , 19 , 24 , 29




                                                                    กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
45

8. การแขงขันกีฬาเก็บของ โดยเก็บกอนหิน 10 กอน ซึ่งวางหางกันกอนละ 1 เมตร โดยวางกอนที่ 1
   หางจากจุดเริ่มตน 2 เมตร กอนที่ 10 หางจากเสนชัย 3 เมตร ซึ่งกติกาการแขงขันคือ ผูแขงขันตองเก็บ
   กอนที่หนึ่งมาวางไวท่เี สนเริมตน แลวเก็บกอนที่สองมาไวที่เสนเริ่มตนดังนี้เรื่อยๆ ไป จนครบ 10 กอน
                                  ่
   แลวจึงนํากอนหินทั้งหมดไปวางไวท่เี สนชัย ดังนันถาวิ่งตามกติกาผูแขงขันแตละคนจะตองวิ่งเปน
                                                      ้
   ระยะทางเทาไร

    แนวคิด

  จุดเริ่มตน     2         1        1       1       1       1       1       1       1       1             3             เสนชัย
                        1       2        3       4       5       6       7       8       9       10

                            ให S แทนระยะทางที่วิ่งไดทั้งหมด
                จะได        S = [2(2) + 2(3) + 2(4) + … + 2(11)] + 14
                                 = [2(2 + 3 + 4 + … + 11)] + 14
                                 = 2 [ n (a1 + a10 )] + 14
                                       2
                                    = 2 [ 10 (2 + 11)] + 14
                                           2
                           = 2 (65) + 14
                           = 144
   ∴ ผูแขงขันแตละคนจะตองวิ่งเปนระยะทาง 144 เมตร
ตอบ          144 เมตร

9. กําหนดตัวเลข 10 ถึง 1,000 จํานวนที่หารดวย 7 ลงตัวมีกี่จํานวน
   แนวคิด
                      14 , 21 , 28 , ... , 994
                      a1     = 14 , an = 994 , d = 7
                      an     =       a1 + ( n - 1 ) d
                      994 =          14 + ( n – 1 ) ( 7 )
                      994 =          7n + 7
                      7n     =       987
                      n      =        987
                                       7
                                     =           141         ตัว


                                                                                         กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
46

       หรือ
                                          a n − a1
                         n           =        d
                                                   +1
                                          994 −14
                                     =        7
                                                    +1

                                     =    980
                                           7
                                                +1

                                     =    140 + 1
                                     =    141 ตัว
   ตอบ         141 ตัว

10. เด็กคนหนึ่งเรียงลูกหินเปนแถว ๆ เพื่อประกอบรูปสามเหลี่ยม โดยจัดลูกหินในแถวบนใหนอยกวา
    ลูกหินในแถวลางที่อยูตดกันหนึ่งลูกเสมอ ถาแถวบนสุดมีลูกหินเพียงลูกเดียว ซึ่งอยูในตําแหนงของ
                           ิ
    จุดยอดของสามเหลี่ยมดวย และเขามีลูกหินอยูทั้งหมด 190 ลูก จงหาวามีลูกหินในแถวลางสุดของ
    รูปสามเหลี่ยมกี่ลูก
    แนวคิด




                                     O                       O
                                 O                                  O
                             O                                          O
                                         O O O
         ให sn แทนจํานวนลูกหินทังหมด และ n แทนจํานวนแถว
                                 ้
         จากโจทย      sn    =      190 ลูก
                             =      1+2+ 3+...+n
                       sn    =       n
                                       [ 2a + ( n −1) d ]
                                     2 1
                         190         =    n
                                          2
                                            [( 2×1) + ( n −1)(1)]

                         190         =    n
                                          2
                                            ( n +1)

               n2 + n – 360 =         0
          ( n – 19 ) ( n + 20 ) =     0
                        n        =    19 , -20
       จะไดวาเรียงลูกหินไดทั้งหมด 19 ชั้น
   ตอบ      แถวลางสุดของรูปสามเหลี่ยมมีลูกหิน 19 ลูก

                                                                            กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
47

11. ถา a , x , y , b เรียงกันเปนลําดับเลขคณิต จงหา x และ y
    แนวคิด
             a , x , y,b             เปนลําดับเลขคณิต
             จะได          a4       =        a1 + 3d   (พจนที่ 4)
                            b        =        a + 3d
                                               b−a
                            d        =          3
              จะได          x        =    a1 + d                (พจนที่ 2)
                                      =    a + b−a3
                                            3a + b − a
                                      =         3
                                            2a + b
                                      =       3
                             y        =    a1 + 2d               (พจนที่ 3)
                                      =    a + 2( b − a )
                                                    3
                                                  2b − 2a
                                      =    a+        3
                                            3a + 2b − 2a
                                      =           3
                                            a + 2b
                                      =       3
               a + 2b
   ตอบ           3


12. จากอนุกรม 100 + 99 + 98 + 97 + . . . ตองการบวก 30 พจน ติดตอกันในอนุกรมนี้ เพื่อใหได
    ผลบวกเทากับ 1,155 อยากทราบวา จะเริ่มบวกจากพจนที่เทาใด
    แนวคิด
                           sn     =        n
                                             [ 2a + ( n −1) d ]
                                           2 1
                             1,155 =        30
                                             2
                                               [ 2a1 + (30 −1)( −1)]

                             1,155 =       15( 2a1 - 29 )
                             1,155 =       30a1 – 435
                             a1    =       53
              ให an = 53
                             an       =    a1 + ( n – 1 ) d
                             53       =    100 + ( n – 1 ) ( -1 )
                             53       =    101 - n
                             N        =    48
   ตอบ        เริ่มบวกจากพจนที่ 48
                                                                       กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
48

13. ถา a1 , a2 , a3 , . . . เปนลําดับเลขคณิต ที่มี a3 – a5 + a7 = 8 จงหาผลบวกของ a1 + a2 + . . . + a9
    แนวคิด
               จากโจทย          a3 – a5 + a7                      =     8
               จะได ( a1 + 2d ) – ( a1 + 4d ) + ( a1 + 6d )       =     8
                                 a1 + 2d – a1 – 4d + a1 + 6d       =     8
                                                   a1 + 4d         =     8
                                          a1 + a2 + . . . + a9     =      n
                                                                            [ 2a + ( n −1) d ]
                                                                          2 1
                                                                     =            9
                                                                                  2
                                                                                    [( 2a1 ) + (9 −1)d ]

                                                                     =            9
                                                                                    ( 2 a + 8d )
                                                                                  2 1
                                                                     =            9 ( a1 + 4d )
                                                                     =            9×8
                                                                     =            72
      ตอบ       72

14. กําหนดให a1 , a2 , a3 , . . . , a13 เปนลําดับเลขคณิตที่มีผลตางรวมเปน -14 และ a7 = 183
    จงหา a1 + a2 + a3 + . . . + a13 มีคาเทาไร
    แนวคิด
                                an       =      a1 + ( n – 1 ) d
                                a7       =      a1 + ( 7 – 1 ) d
                                183 =           a1 + 6 ( -14 )
                                183 =           a1 – 84
                                 a1 =           267
                                Sn       =       n
                                                   [ 2a + ( n −1) d ]
                                                 2 1
                                S13     =       13
                                                 2
                                                   [( 2 × 267) + (13 −1)( −14)]

                                        =       13
                                                 2
                                                   (534 −168)

                                        =       13
                                                 2
                                                   × 366

                                        =       2379
      ตอบ       2,379




                                                                           กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
49

15. กําหนดตัวเลข 200 ถึง 1,000
    1) มีกี่พจนทหารดวย 3 ลงตัว
                   ี่
    2) มีกี่พจนทหารดวย 7 ลงตัว
                      ่ี
    3) มีกี่พจนทหารดวย 3 และ 7 ลงตัว
                         ี่
    แนวคิด
       แนวคิด 1)
              มีกี่พจนทหารดวย 3 ลงตัว
                             ี่
                            1000
                                3
                                  = 333.3ํ            333
                                                            -         n = 333 – 66 = 267
                      200
                       3
                             =       66.6ํ            66
              ดังนั้น มี 267 พจนที่หารดวย 3 ลงตัว
       แนวคิด 2)
              มีกี่พจนทหารดวย 7 ลงตัว
                         ี่
                        1000
                            7
                              =      142.9          142
                                                            -           n = 142 - 28 = 114
                      200
                       7
                             =       28.6             28
              ดังนั้น มี 114 พจนที่หารดวย 7 ลงตัว

       แนวคิด 3)
              มีกี่พจนทหารดวย 3 และ 7 ลงตัว
                         ี่
              ค.ร.น. ของ 3 และ 7 คือ 21
                        1000
                            21
                               =    47.6              47
                                                            -              n = 47 – 9 = 38
                      200
                       21
                             =       9.5              9
              ดังนั้น มี 38 พจน ที่หารดวย 3 และ 7 ลงตัว
       ตอบ    267 พจนที่หารดวย 3 ลงตัว
              114 พจนที่หารดวย 7 ลงตัว
                38 พจน ทีหารดวย 3 และ 7 ลงตัว
                           ่




                                                                กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
50

16. ให 5 , x , 20 , . . . เปนลําดับเลขคณิต มีผลบวกของ 12 พจนแรก เปน a และ 5 , y , 20 , . . .
    เปนลําดับเรขาคณิต ที่มพจนที่ 6 เปน b โดย y < 0 จงหา a + b
                           ี
    แนวคิด
               ให 5 , x , 20 , . . . มีผลบวกของ 12 พจนแรก เปน a
                                          d = x-5 =                       20 - x
                                                2x              =         25
                                                 x              =         12.5
                      แสดงวา          d = 12.5 – 5 = 7.5
                      จากสูตร          Sn    =       n
                                                       [ 2a + ( n −1) d ]
                                                     2 1
                                      S12     =       12
                                                       2
                                                         [ 2(5) + 11( 7.5)]

                                      a        =      6 ( 10 + 82.5 )
                             จะได a           =      555
           จากโจทย 5 , y , 20 , . . . เปนลําดับเรขาคณิต ที่มีพจนที่ 6 เปน b โดย y < 0
                             จะได                r = 5 =  y             20
                                                                          y

                                                     y2          =            100
                                                     y           =            - 10       เนื่องจาก y < 0
                      แสดงวา                        r           =            −10
                                                                               5
                                                                 =            -2
                      จากสูตร                        an          =            a1r n −1

                                                     a6          =            5 ( -2 )6-1
                                                     b           =            5 ( -2 )5
                                                     b           =            -160
         ดังนั้น a + b เทากับ 555 – 160                         =            395
     ตอบ     395




                                                                       กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
51

17. กําหนดให n เปนจํานวนเต็มบวก ที่ทําใหผลบวก n พจนแรกของอนุกรมเลขคณิต
                                                        2 n + 2 n+1 + ... + 2 2 n
     7 + 15 + 23 + . . . เทากับ 217 จงหา
                                                                  28
     แนวคิด
                                                Sn      =            n
                                                                       [2a + ( n − 1)d ]
                                                                     2 1
                                                217     =            n
                                                                     2
                                                                       [( 2 + 7 ) + ( n −1)(8)]

                           4n2 + 3n – 217        =                  0
                            ( 4n + 31 )( n – 7 ) =                  0
                                         n       =                  7
                        2 n + 2 n+1 + ... + 2 2 n
                                                        =           27 + 28 + . . . + 214
                                  28
                                                        =    2-1 + 20 + 21 + 22 + 23 + 24 + 25 + 26
                                                             เปนอนุกรมเรขาคณิต
                                                      -1
                                                a1 = 2 , r = 2
                                                              a1 (1 − r 4)
                                                Sn     =        1− r
                                                                     2 −1 (1 − 2 8 )
                                                        =               1− 2
                                                        =           127.5
     ตอบ       127.5

18. กําหนดให a , b , c เปน 3 พจน เรียงติดกันในลําดับเลขคณิต และมีผลคูณเปน 27
    ถา a , b + 3 , c + 2 เปน 3 พจน เรียงติดกันในลําดับเลขคณิตแลว a + b + c มีคาเทาไร
    แนวคิด
                              a , b , c เปนลําดับเลขคณิต
                                       b
                                       a
                                              =        c
                                                       b
                                        b2      =        ac
               นํา b คูณทั้ง 2 ขาง b3          =        abc
                                        b3      =        27    (b=3)
                                        a , b + 3 , c + 2 เปนลําดับเลขคณิต
                               (b + 3) – a      =        (c+2)–(b+3)
                               a – 2b + c       =        4




                                                                                       กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
52

               แทนคา b         a–6+c            =      4
                                 a+c             =      10
                                a+b+c            =      10 + 3
                                                 =      13
     ตอบ       13

19. หนังสือเลมหนึ่งมีจํานวนหนาไมเกิน 500 หนา ถูกฉีกออกไป 1 แผน ผลบวกของหนาทั้งหมด
    ที่เหลืออยูมีคาเทากับ 19,905 จงหาวา ผลบวกของเลขหนาทั้งสองของแผนที่ถูกฉีกออกไปเปนเทาไร
    แนวคิด
            สมมุติหนังสือ มี n            หนา
            ∴ ผลบวกของหนาทั้งหมด                     = 1+2+3+...+ n
                                                      = n(n2+1)
                                                       n < 500
           เนื่องจากถูกฉีกออกไป 1 แผน
                                                         n(n + 1)
           ดังนั้น จะหาคา n ที่นอยทีสุดที่จะทําให
                                      ่                     2
                                                                    มากกวา 19905
           พบวา ถา n                    = 300
                            n(n + 1)
                               2
                                          = 300(300 + 1)
                                                 2
                                          = 45,150 มากไป
           ดังนั้น ถา n                  = 200
                            n(n + 1)
                               2
                                          = 200(200 + 1)
                                                   2
                                 = 20,100
      ∴ ผลบวกของเลขหนาของสองหนาที่ถูกฉีกไป คือ 20,100 − 19,905 = 195
     ตอบ   195




                                                                     กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
53

20. หนังสือคณิตศาสตรเลมหนึ่งมีจํานวนหนาไมเกิน 300 หนา ถูกฉีกหนากลางออกไป 1 คู ทําใหผลบวก
    ของหนาที่เหลือมีคาเทากับ 26,103 จงหาวาหนาหนังสือที่ถูกฉีกออกไปเปนหนาอะไรบาง
    แนวคิด
          สมมุติหนังสือมี        n หนา
          ∴ ผลบวกของหนังสือหนาทั้งหมด = 1 + 2 + 3 + . . . + n
                                                = n(n2+ 1)
                                                               n < 300
               เนื่องจากหนังสือถูกฉีกไป 1 คู
                                                                             n(n + 1)
               ดังนั้น จะหาคา n ที่มีคานอยที่สุดที่ทาให
                                                       ํ                        2
                                                                                          มากกวา 26,103
                                                                             n(n + 1)                  230(230 + 1)
               จากการสุม พบวา เมื่อ n = 230 จะได                             2
                                                                                              =             2
           ดังนั้น เลขหนาคูกลางมีผลรวมเปน 26,565 - 26,103     = 462
           แสดงวา หนากลางมีผลรวม                               = 231
           แตหนาคูกลางมีผลรวมตางกันอยู 1 จะได A + ( A + 1 ) = 231
                     
           ∴ A = 115 ดังนั้นเลขหนาคูกลาง คือ 114 , 115 , 116 และ 117
                                            
       ตอบ     หนาหนังสือที่ถกฉีกออกคือ 114 , 115 , 116 และ 117
                               ู

21. จํานวนลําดับที่ 1,988 ของลําดับตอไปนี้ คือ จํานวนใด
    1 , -2 , 2 , -3 , 3 , -3 , 4 , -4 , 4 , -4 , 5 , -5 , 5 , -5 , 5 , -6 , 6 , -6 , 6 , -6 , 6 , . . .
    แนวคิด
                  สังเกตวา พจนคจะเปนลบเสมอ
                                      ู
                  ตองหาจํานวนที่อยูระหวาง 1,988 จากสมการ n(n2+ 1)
                                                                     62(62 + 1)
                     สุมจํานวน ถา n = 62 จะได =                       2
                                                                                   = 1,953 ( ไมถึง )
                                                                      63(63 + 1)
                                    ถา n = 63 จะได =                    2
                                                                                    = 2,016
                     จากการสุม n = 62 หมายความวา 62 จํานวนสุดทายสิ้นสุดที่ลําดับที่ 1,953
                     และคาดวา 63 จํานวนแรกเริ่มตนที่ ลําดับที่ 1,954 และไปสิ้นสุดทีลําดับที่ 2,016
                                                                                     ่
                     เพราะฉะนั้น ลําดับที่ 1,988 คือจํานวน 63
       ตอบ           63




                                                                                         กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547

5.7อนุกรมเลขคณิตแก้ไข

  • 1.
    28 อนุกรมเลขคณิต วัตถุประสงค 1. นักเรียนสามารถสังเกต วิเคราะห เชื่อมโยงความสัมพันธของตัวเลข 2. นักเรียนสามารถจัดลําดับและหาอนุกรมของจํานวนได 3. นักเรียนสามารถนําอนุกรมเลขคณิตไปประยุกตใชในชีวตจริงได ิ ความพรอม 1. ระบบจํานวน 2. เลขยกกําลัง 3. สมการ 4. ตัวแปร สาระสําคัญ ลําดับ (Sequences) หมายถึง จํานวนหรือพจนที่เขียนเรียงกันภายใตกฎเกณฑอยางใดอยางหนึ่ง ลําดับทั่วๆ ไปแบงเปน 2 ชนิดคือ 1. ลําดับจํากัด คือลําดับซึ่งมีจํานวนพจนจํากัด เชน 1, 3, 5, 7, . . ., 19 2. ลําดับอนันต คือ ลําดับซึ่งมีจํานวนพจนไมจํากัด เชน 1, 3, 5, 7, . . . ชนิดของลําดับ 1. ลําดับเลขคณิต หมายถึง ลําดับซึ่งมีผลตางระหวางพจนที่ n + 1 กับ มีคาคงตัว คาคงตัวนี้ เรียกวา “ผลตางรวม” เขียนแทนดวย d ให a1 , a2, a3 , . . . เปนลําดับเลขคณิต ผลตางระหวางพจนที่ n+1 กับพจนที่ n คา d d = a2 − a1 = a3 − a2 = a4 − a3 = a5 − a4 ดังนั้น a1 , a1 + d , a1 + 2d , a1 + 3d , a1 + 4d , .... เปนพจนที่ 1 2 3 4 5 ถา an เปนพจนทั่วไปของลําดับเลขคณิต an = a1 + (n −1)d กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 2.
    29 วิธีการนําเสนอ ตัวอยาง จงหาพจนที่ 15ของลําดับ -5 , -1, 3, 7, 11,… วิธีทํา a n = a1 + (n −1)d จากโจทย a1 = −5 , n = 15 , d = −1− (−5) = −1+ 5 = 4 ดังนั้น a 15 = −5 + (15 − 1)4 = −5 + (14 × 4) = −5+ 56 พจนที่ 15 ของลําดับ = 51 ตัวอยาง กําหนดลําดับเลขคณิตหนึ่ง มีพจนที่ 5 เปน 29 และ พจนที่ 51 เปน 397 จงหาพจนที่ 1 ถึง พจนที่ 4 วิธีทํา (พจนที่ 5 หรือ a 5 ) a1 + 4d = 29 (พจนท่ี 51 หรือ a 51 ) a1 + 50d = 397 - (a1 + 50d )− (a1 + 4d ) = 397 - 29 a1 + 50d − a1 − 4d = 368 46d = 368 d = 368 46 d = 8 แทนคา d ดวย 8 ใน a1 + 4d = 29 a1 + (4× 8) = 29 a1 = 29 - 32 = -3 ดังนั้นพจนที่ 1 คือ a 1 = -3 ดังนั้นพจนที่ 2 คือ a 1 + d = −3 + 8 = 5 ดังนั้นพจนที่ 3 คือ a1 + 2d = −3 + (2×8) = 13 ดังนั้นพจนที่ 4 คือ a1 + 3d = −3 + (3×8) = 21 พจนที่ 1 ถึงพจนที่ 4 คือ -3, 5, 13, 21 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 3.
    30 แบบฝกทักษะ 1. จงหาพจนที่ 20 ของลําดับ -13, -9, -5, -1, 3, … 2. ลําดับเลขคณิตลําดับหนึ่ง มีพจนที่ 10 เปน -28 และพจนที่ 12 เปน -50 จงหาผลบวกของพจนที่ 5 กับพจนที่ 6 เฉลยแบบฝกทักษะ 1. จงหาพจนที่ 20 ของลําดับ -13, -9, -5, -1, 3, … แนวคิด a n = a1 + (n −1)d จากโจทย a 1 = -13, n = 20, d = -9- (-13) = -9 +13 = 4 ดังนั้น a 20 = -13 + (20-1) 4 = -13 + (19 x 4) = -13 + 76 พจนที่ 20 ของลําดับ = 63 ตอบ 63 2. ลําดับเลขคณิตลําดับหนึ่ง มีพจนที่ 10 เปน -28 และพจนที่ 12 เปน -50 จงหาผลบวกของพจนที่ 5 กับพจนที่ 6 แนวคิด (พจนที่ 10 หรือ a 10 ) a1 + 9d = -28 (พจนท่ี 12 หรือ a 12 ) a1 +11d = -50 - (a1 +11d )− (a1 + 9d ) = - 50 - (-28) a1 +11d − a1 − 9d = - 50 + 28 2d = - 22 d = −2 22 = - 11 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 4.
    31 แทนคา d ดวย -11 ใน a1 + 9d = - 28 a1 + [9 × (−11)] = - 28 a1 − 99 = - 28 a1 = - 28 + 99 = 71 ดังนั้น a5 = a1 + 4d = 71 + [4 × (− 11)] = 71 – 44 = 27 a6 = a1 + 5d = 71+ [5× (−11)] = 71 – 55 = 16 a5 + a6 = 27 + 16 = 43 ตอบ 43 2. ลําดับอื่น ๆ 2.1 ลําดับหลายชั้น เปนเลขอนุกรม มีคาความแตกตางระหวางตัวเลขมีลักษณะเปนเลขอนุกรมดวย เชน 256 233 208 181 152 121 -23 -25 -27 -29 -31 -2 -2 -2 -2 5 10 30 120 600 3600 x2 x3 x4 x5 x6 +1 +1 +1 +1 17 20 28 45 75 122 +3 +8 +17 +30 +47 +5 +9 +13 +17 +4 +4 +4 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 5.
    32 2.2 ลําดับเวนระยะ คือ เลขอนุกรม ซึ่งประกอบดวยอนุกรมมากกวา 1 ซอนกันอยูภายใน  โจทยเดียวกัน เชน -3 -3 7 11 11 8 15 5 19 +4 +4 +4 2.3 ลําดับแบบมีคาแตกตางเปนชุด อนุกรมแบบนี้ เกิดจากคาความแตกตางที่เปนชุด คือหลายตัว ประกอบขึ้นมาและใชคาแตกตางที่เปนชุดดังกลาวในการพิจารณาเลขอนุกรมลําดับถัดไป เชน 5 20 30 120 130 520 530 ×4 +10 ×4 +10 ×4 +10 2.4 ลําดับยกกําลัง เปนเลขอนุกรม ซึ่งเกิดจากการยกกําลังของตัวเลขตาง ๆ หรืออาจเกิดจาก คาความแตกตางที่อาจเปนเลขยกกําลัง เชน 100 512 1,296 1,024 64 10 2 83 64 45 26 10 91 42 67 58 59 +81 -49 +25 -9 +1 92 72 52 32 12 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 6.
    33 แบบฝกทักษะ 1. จงหาลําดับของจํานวนถัดไป 5 -10 20 -40 2. จงหาลําดับของจํานวนถัดไป 108 43 100 39 92 3. จงหาลําดับของจํานวนถัดไป 25 29 13 49 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 7.
    34 เฉลยแบบฝกทักษะ 1. จงหาลําดับของจํานวนถัดไป 5 -10 20 -40 ________ _________ แนวคิด ×4 ×4 5 -10 20 -40 80 -160 ×4 ×4 ตอบ ลําดับของจํานวนถัดไปคือ 80 และ -160 2. จงหาลําดับของจํานวนถัดไป 108 43 100 39 92 _______ _________ แนวคิด -4 -4 100 43 100 39 92 35 84 -8 -8 -8 ตอบ ลําดับของจํานวนถัดไปคือ 35 และ 84 3. จงหาลําดับของจํานวนถัดไป 25 29 13 49 แนวคิด 25 29 13 49 -15 85 +4 -16 +36 -64 +100 22 42 62 82 10 2 ตอบ ลําดับของจํานวนถัดไปคือ -15 และ 84 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 8.
    35 อนุกรมเลขคณิต คือ ผลบวก ของลําดับเลขคณิต เชน a1 + a2 + a3 + a4 + ... + an + ... ให เปนผลบวก s n เปนผลบวก n พจนแรกของลําดับเลขคณิต s n = a1 + a2 + a3 + ... + an สูตรผลบวก n พจนแรกของลําดับเลขคณิต sn = n [2a1 + (n −1)d ] 2 หรือ sn = n (a1 + an ) 2 ตัวอยาง จงหาผลบวกของ 1 + 2 + 3 + … 200 แนวคิด จากโจทย a1 = 1 , an = 200 , n = 200 sn = n (a + an ) 2 1 sn = 200 2 (1+ 200) = 100 + 201 = 20,100 ตัวอยาง จงหาผลบวกของเลขคี่ตั้งแต 1 ถึง 200 แนวคิด จากโจทย 1 + 3 + 5 + 7 +…+199 a1 = 1 , a n = 199 , n = 100 sn = n (a1 + an ) 2 s100 = 100 2 (1+199) = 50 × 200 = 10,000 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 9.
    36 แบบฝกทักษะ 1. จงหาผลบวกของเลขคูต้งแต 1 ถึง 200 ั 2. จงหาผลบวก 50 พจนแรกของลําดับ 12, 7, 2, … เฉลยแบบฝกทักษะ 1. จงหาผลบวกของเลขคูต้งแต 1 ถึง 200 ั แนวคิด จากโจทย 2 + 4 + 6 +8 + … + 200 a1 = 2 , a n = 200 , n = 100 sn = n (a1 + an ) 2 s100 = 100 2 (2 + 200) = 50× 202 = 10,100 ตอบ ผลบวกของเลขคูต้งแต 1 ถึง 200 คือ 10,100 ั 2. จงหาผลบวก 50 พจนแรกของลําดับ 12, 7, 2, … แนวคิด sn n [2a + (n −1)d ] 2 1 a1 = 12 , n = 50 , d = 7−2 = −5 s50 = 50 2 [(2 ×12) + (50 −1)(− 5)] = 25[24 + (49 × (− 5))] = 25(24 − 245) = 25× (−221) = −5,525 ตอบ ผลบวก 50 พจนแรกของลําดับ 12, 7, 2,... คือ −5,525 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 10.
    37 แบบฝกทักษะ 1. ดวงแกวทํางานบริษัทแหงหนึ่งไดเงินเดือน เดือนแรก 5,000 บาท ไดเงินเดือนขึ้นเดือนละ 150 บาท จงหาวาเดือนสุดทายของปที่หาเขาจะไดรับเงินเดือนเทาไร และในหาปเขาจะไดเงินเดือนทั้งหมดเทาไร 2. ถา A เปนจํานวนเต็มที่มีคามากกวา 192 และนอยกวา 222 ซึ่ง 11 หารลงตัว และผลคูณของเลขโดด  ของ A มีคานอยที่สุดแลว A มีคาเทาใด 3. จงหาผลบวกพจนที่ 51 คาพจนที่ 60 ของลําดับ 12, 7, 2... 4. นําเลขโดด 1, 2, 3,..., 9 มาจัดวางลงในวงกลมที่กําหนดให โดยไมมการใชตัวเลขโดดซ้ํากัน โดยกําหนด ี ใหผลบวกของเลขโดดสี่จํานวนที่อยูดานเดียวกันมีคาเทากัน จงหาวาจํานวนใดมีผลคูณมากที่สุด 5. จํานวนนับที่มคาตั้งแต 1 ถึง 100 มีผลบวกของจํานวนคี่นอยกวาผลบวกของจํานวนคูเทาใด ี 6. แดงและดําอยูหางกัน 255 กิโลเมตร และตั้งใจจะเดินทางมาพบกันโดยตั้งตนเดินทางพรอม ๆ กัน  แดงเดินทางวันแรก 1 กิโลเมตร วันที่สอง 3 กิโลเมตร วันที่สาม 5 กิโลเมตร เชนนี้ไปเรื่อย ๆ สวนดําเดินทางวันแรก 20 กิโลเมตร วันที่สอง 19 กิโลเมตร วันที่สาม 18 กิโลเมตร เชนนี้ไปเรื่อย ๆ จงหาวาในเวลากี่วนเขาทั้งสองจึงจะพบกัน ั 7. จงหาพจน 4 พจน ของลําดับเลขคณิตที่อยูระหวาง 9 และ 34 8. การแขงขันกีฬาเก็บของ โดยเก็บกอนหิน 10 กอน ซึ่งวางหางกันกอนละ 1 เมตร โดยวางกอนที่ 1 หางจากจุดเริ่มตน 2 เมตร กอนที่ 10 หางจากเสนชัย 3 เมตร ซึ่งกติกาการแขงขันคือผูเขาแขงขัน ตองเก็บกอนทีหนึ่งมาวางไวที่เสนเริ่มตน แลวเก็บกนทีสองมาวางไวที่เสนเริ่มตน ดังนี้เรื่อย ๆ ไป ่ ่ จนครบ 10 กอน แลวจึงนํากอนหินทั้งหมดไปวางไวที่เสนชัย ดังนันถาวิ่งตามกติกาผูแขงขันแตละคน ้ จะตองวิ่งเปนระยะทางเทาไร กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 11.
    38 9. กําหนดตัวเลข 10ถึง 1000 จํานวนที่หารดวย 7 ลงตัวมีกี่จํานวน 10. เด็กคนหนึ่งเรียงลูกหินเปนแถว ๆ เพื่อประกอบรูปสามเหลี่ยม โดยจัดลูกหินแถวบนใหนอยกวาลูกหิน  ในแถวลาง ๆ ที่อยูติดกันหนึงลูกเสมอ ถาแถวบนสุดมีลกหินเพียงลูกเดียว ซึ่งอยูในตําแหนงของจุดยอด ่ ู ของสามเหลี่ยมดวย และเขามีลูกหินอยูทั้งหมด 190 ลูก จงหาวามีลกหินในแถวลางสุดของรูปสามเหลี่ยมกี่ลูก ู 11. ถา a, x, y, b เรียงกันเปนลําดับเลขคณิต จงหา x และ y 12. จากอนุกรม 100 + 99 + 98 + 97 + ... ตองการบวก 30 พจน ติดตอกันในอนุกรมนี้ เพื่อใหไดผลบวก เทากัน 1, 155 อยากทราบวาจะเริ่มบวกจากพจนทเี่ ทาใด 13. ถา a1, a2, a3, … เปนลําดับเลขคณิตที่มี a3 − a5 + a7 = 8 จงหาผลบวกของ a1 + a2 + … + a9 14. กําหนดให a1, a2, a3, …, a13 เปนลําดับเลขคณิตที่มีผลตางรวมเปน −14 และ a7 = 183 จงหา a1 + a2 + a3 + …+ a13 มีคาเทาไร 15. กําหนดตัวเลข 200 ถึง 1,000 1) มีกี่พจนทหารดวย 3 ลงตัว ี่ 2) มีกี่พจนทหารดวย 7 ลงตัว ี่ 3) มีกี่พจนทหารดวย 3 และ 7 ลงตัว ี่ 16. ให 5, x, 20, … เปนลําดับเลขคณิตที่ผลบวกของ 12 พจนแรกเปน a และ 5, y, 20, … เปนลําดับ เรขาคณิตที่มพจนที่ 6 เปน b โดย y < 0 จงหา a + b ี 17. กําหนดให n เปนจํานวนเต็มบวกที่ทําใหผลบวก n พจนแรกของอนุกรมเลขคณิต 2 n + 2 n +1... + 2 2 n 7 + 15 + 23 ... เทากับ 217 จงหา 28 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 12.
    39 18. กําหนดให a,b, c เปน 3 พจน เรียงติดกันในลําดับเลขคณิต และมีผลคูณเปน 27 ถา a, b + 3, c + 2 เปน 3 พจน เรียงติดกันในลําดับเลขคณิตแลว a + b + c มีคาเทาไร  19. หนังสือเลมหนึ่งมีจํานวนหนาไมเกิน 500 หนา ถูกฉีกออกไป 1 แผน ผลบวกของหนาทั้งหมดที่เหลืออยู มีคาเทากับ 19,905 จงหาวาผลบวกของเลขหนาทั้งสองของแผนที่ถูกฉีกออกไปเปนเทาไร 20. หนังสือคณิตศาสตรเลมหนึ่งมีจํานวนหนาไมเกิน 300 หนา ถูกฉีกหนากลางออกไป 1 คู ทําใหผลบวก ของหนาที่เหลือมีคาเทากับ 26,103 จงหาวาหนาหนังสือที่ถูกฉีกออกไปเปนหนาอะไรบาง 21. จํานวนลําดับที่ 1,988 ของลําดับตอไปนี้ คือ จํานวนใด 1, −2, 2, −3, 3, −3, 4, −4, 4, −4, 5, −5, 5, −5, 5, −6, 6, −6, 6, −6, 6,... กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 13.
    40 แนวคิดแบบฝกทักษะอนุกรมเลขคณิต 1. ดวงแกวทํางานบริษัทแหงหนึ่งไดเงินเดือน เดือนแรก 5,000 บาท ไดเงินเดือนขึ้นเดือนละ 150 บาท จงหาวาเดือนสุดทายของปที่หาเขาจะไดรับเงินเดือนเทาไร และในหาปเขาจะไดเงินเดือนทั้งหมดเทาไร แนวคิด ลําดับเงินเดือน 5,000, 5,150, 5,300,… จากโจทย a1 = 5,000 , d = 150, n = 60 (5 ป) an = a1 + (n −1)d a 60 = 5,000 + (60 −1)(150) = 5,000 + (59×150) = 5,000 + 8,850 เดือนสุดทายของปที่หาไดรบเงินเดือน 13,850 บาท ั หาปเขาจะไดรับเงินเดือนทังหมด s60 = 60 (5,000 + 13,850) ้ 2 = 30 × 18,850 = 565,500 บาท ตอบ 565,500 บาท 2. ถา A เปนจํานวนเต็มที่มีคามากกวา 19 2 และนอยกวา 22 2 ซึ่ง 11 หารลงตัวและผลคูณของเลขโดด ของ A มีคานอยที่สุด แลว A มีคาเทาใด แนวคิด 19 2 < A < 22 2 คา A ที่เปนไปไดทั้งหมด ไดแก 19 × 20, 19 × 21, 19 × 22, 20 × 20, 20 × 21, 20 × 22, 21 × 22 จํานวนที่ 11 หารไดลงตัว ไดแก 19 × 22 = 418 ผลคูณของเลขโดด 4 × 1 × 8 = 32 20 × 22 = 440 ผลคูณของเลขโดด 4 × 4 × 0 = 0 21 × 22 = 412 ผลคูณของเลขโดด 4 × 1 × 2 = 8 ∴ 440 เปนจํานวนที่มีผลคูณของเลขโดดที่มีคานอยที่สุด ดังนั้น A มีคา 440 ตอบ 440 เปนจํานวนที่มผลคูณของเลขโดดที่มีคานอยที่สุด ดังนั้น A มีคา 440 ี กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 14.
    41 3. จงหาผลบวกพจนที่ 51ถึงพจนที่ 60 ของลําดับ 12, 7, 2,... แนวคิด หาผลบวกของพจนที่ 1 ถึงพจนที่ 60 sn = n [2a + (n −1)d ] 2 1 s 60 = 60 2 [(2 ×12) + (60 −1)(− 5)] = 30[24 + (59 )(− 5)] = 30(24 − 295) = 30 × (−271) = - 8,130 หาผลบวกของพจนที่ 1 ถึงพจนที่ 50 s 50 = 50 2 [(2 ×12) + (50 −1)(− 5)] = 25[24 + (49 )(− 5)] = 25(24 − 245) = 25× (−221) = - 5,525 ผลบวก พจนที่ 51 ถึงพจนที่ 60 = -8,130 – (-5,525) = -2,605 ตอบ -2,605 4. นําเลขโดด 1, 2, 3,…,9 มาจัดลงในตารางที่กําหนดให โดยไมมการใชตัวเลขโดดซ้ํากัน โดยกําหนดให ี ผลบวกของเลขโดดสี่จํานวนที่อยูบนดานเดียวกันมีคาเทากัน จงหาวาจํานวนใดมีผลคูณมากที่สุด แนวคิด ผลบวกที่มคานอยที่สุดที่เปนไปไดคือ ี (45 + 6) ÷ 3 = 17 ผลบวกทั้งหมดเปน 1 + 2 + ...+ 9 = 45 ผลบวกที่มีคานอยที่สุดของตัวเลขที่ใชซํากัน ้ 1+2+3 =6 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 15.
    42 ผลบวกที่มีคามากที่สุดที่เปนไปได คือ (45 + 24) ÷ 3 = 23 ผลบวกที่มคามากที่สุดของตัวเลขที่ใชซ้ํากัน ี 9 + 8+ 7 = 24 ดังนั้น ผลบวกของแตละดานของรูปสามเหลี่ยมทีอาจเปนคําตอบจะอยูในชวง 17, 23 ่  1 2 5 7 9 4 9 6 5 6 2 8 4 3 3 1 8 7 ผลบวกเปน 17 ผลบวกเปน 19 5 9 9 8 2 1 2 1 4 8 4 3 7 6 6 5 7 3 ผลบวกเปน 20 ผลบวกเปน 21 9 3 5 4 1 7 6 2 8 ผลบวกเปน 23 ดังนั้น 9 × 3 × 4 × 7 = 756 ตอบ 756 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 16.
    43 5. จํานวนนับที่มคาตั้งแต 1ถึง 100 มีผลบวกของจํานวนคีนอยกวาผลบวกของจํานวนคูเ ทาใด ี ่  แนวคิด 1 + 3 + 5 + ... + 99 มีคา 50 จํานวน s 50 = 50 2 (1− 99) = 25 × 100 = 2,500 2 + 4 + 6 + … + 100 มีคา 50 จํานวน s 50 = 50 2 (1−100) = 25 × 102 = 2,550 ผลบวกจํานวนคี่นอยกวาผลบวกจํานวนคู = 2,500 – 2,500 = 50 หรือ ให A แทนผลบวกของจํานวนคู ตั้งแต 1 ถึง 100 A = 2 + 4 + 6 + …+100 ให B แทนผลบวกของจํานวนคี่ ตั้งแต 1 ถึง 100 B = 1 + 3 + 5 + …+99 A–B = (2 – 1) + (4 – 3) + (6 – 5) + ...+(100 + 99) = 50 ตอบ 50 6. แดงและดําอยูหางกัน 255 กิโลเมตร และตั้งใจจะเดินทางมาพบกัน โดยตั้งตนเดินทางพรอม ๆ กัน  แดงเดินทางวันแรก 1 กิโลเมตร วันที่สอง 3 กิโลเมตร วันที่สาม 5 กิโลเมตร เชนนี้ไปเรื่อย ๆ สวนดําเดินทางวันแรก 20 กิโลเมตร วันที่สอง 19 กิโลเมตร วันที่สาม 18 กิโลเมตร เชนนี้ไปเรื่อย ๆ จงหาวาในเวลากี่วันเขาทั้งสองจึงจะพบกัน แนวคิด ใหแดงและดํา เดินทางมาพบกันเปนเวลา n วัน การเดินทางของแดง คือ 1 + 3 + 5 + ... (อนุกรมเลขคณิต) Sn = n [2a1 + (n – 1) d] 2 = n 2 [(2 ×1) + (n – 1)(2)] = n 2 (2n) = n2 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 17.
    44 การเดินทางของดํา คือ 20 + 19 + 18 + ... (อนุกรมเลขคณิต) Sn = n [2a1 + (n – 1) d] 2 = n 2 [(2 ×20) + (n – 1)(-1)] = n 2 (41 - n) จากโจทยแดงและดําอยูหางกัน 255 กิโลเมตร จะได + = 255 กิโลเมตร n2 + n (41 - n) 2 = 255 กิโลเมตร 2 n2 + 41 n - n2 = 510 กิโลเมตร (n – 10) (n + 51) = 0 จะได n = 10 , -51 แดงและดําจะพบกันใน 10 วัน ตอบ 10 วัน 7. จงหาพจน 4 พจน ของลําดับเลขคณิตที่อยูระหวาง 9 และ 34 แนวคิด ถา x , 1 , 2 , 3 , …, k , y d = y −1k+ x จากโจทย x = 9 , y = 34 , k = 4 − d = 34+ 19 4 = 25 5 ผลตางรวม = 5 ลําดับเลขคณิต คือ 9 , 14 , 19 , 24 , 29 ตอบ 9 , 14 , 19 , 24 , 29 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 18.
    45 8. การแขงขันกีฬาเก็บของ โดยเก็บกอนหิน10 กอน ซึ่งวางหางกันกอนละ 1 เมตร โดยวางกอนที่ 1 หางจากจุดเริ่มตน 2 เมตร กอนที่ 10 หางจากเสนชัย 3 เมตร ซึ่งกติกาการแขงขันคือ ผูแขงขันตองเก็บ กอนที่หนึ่งมาวางไวท่เี สนเริมตน แลวเก็บกอนที่สองมาไวที่เสนเริ่มตนดังนี้เรื่อยๆ ไป จนครบ 10 กอน ่ แลวจึงนํากอนหินทั้งหมดไปวางไวท่เี สนชัย ดังนันถาวิ่งตามกติกาผูแขงขันแตละคนจะตองวิ่งเปน ้ ระยะทางเทาไร แนวคิด จุดเริ่มตน 2 1 1 1 1 1 1 1 1 1 3 เสนชัย 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ให S แทนระยะทางที่วิ่งไดทั้งหมด จะได S = [2(2) + 2(3) + 2(4) + … + 2(11)] + 14 = [2(2 + 3 + 4 + … + 11)] + 14 = 2 [ n (a1 + a10 )] + 14 2 = 2 [ 10 (2 + 11)] + 14 2 = 2 (65) + 14 = 144 ∴ ผูแขงขันแตละคนจะตองวิ่งเปนระยะทาง 144 เมตร ตอบ 144 เมตร 9. กําหนดตัวเลข 10 ถึง 1,000 จํานวนที่หารดวย 7 ลงตัวมีกี่จํานวน แนวคิด 14 , 21 , 28 , ... , 994 a1 = 14 , an = 994 , d = 7 an = a1 + ( n - 1 ) d 994 = 14 + ( n – 1 ) ( 7 ) 994 = 7n + 7 7n = 987 n = 987 7 = 141 ตัว กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 19.
    46 หรือ a n − a1 n = d +1 994 −14 = 7 +1 = 980 7 +1 = 140 + 1 = 141 ตัว ตอบ 141 ตัว 10. เด็กคนหนึ่งเรียงลูกหินเปนแถว ๆ เพื่อประกอบรูปสามเหลี่ยม โดยจัดลูกหินในแถวบนใหนอยกวา ลูกหินในแถวลางที่อยูตดกันหนึ่งลูกเสมอ ถาแถวบนสุดมีลูกหินเพียงลูกเดียว ซึ่งอยูในตําแหนงของ ิ จุดยอดของสามเหลี่ยมดวย และเขามีลูกหินอยูทั้งหมด 190 ลูก จงหาวามีลูกหินในแถวลางสุดของ รูปสามเหลี่ยมกี่ลูก แนวคิด O O O O O O O O O ให sn แทนจํานวนลูกหินทังหมด และ n แทนจํานวนแถว ้ จากโจทย sn = 190 ลูก = 1+2+ 3+...+n sn = n [ 2a + ( n −1) d ] 2 1 190 = n 2 [( 2×1) + ( n −1)(1)] 190 = n 2 ( n +1) n2 + n – 360 = 0 ( n – 19 ) ( n + 20 ) = 0 n = 19 , -20 จะไดวาเรียงลูกหินไดทั้งหมด 19 ชั้น ตอบ แถวลางสุดของรูปสามเหลี่ยมมีลูกหิน 19 ลูก กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 20.
    47 11. ถา a, x , y , b เรียงกันเปนลําดับเลขคณิต จงหา x และ y แนวคิด a , x , y,b เปนลําดับเลขคณิต จะได a4 = a1 + 3d (พจนที่ 4) b = a + 3d b−a d = 3 จะได x = a1 + d (พจนที่ 2) = a + b−a3 3a + b − a = 3 2a + b = 3 y = a1 + 2d (พจนที่ 3) = a + 2( b − a ) 3 2b − 2a = a+ 3 3a + 2b − 2a = 3 a + 2b = 3 a + 2b ตอบ 3 12. จากอนุกรม 100 + 99 + 98 + 97 + . . . ตองการบวก 30 พจน ติดตอกันในอนุกรมนี้ เพื่อใหได ผลบวกเทากับ 1,155 อยากทราบวา จะเริ่มบวกจากพจนที่เทาใด แนวคิด sn = n [ 2a + ( n −1) d ] 2 1 1,155 = 30 2 [ 2a1 + (30 −1)( −1)] 1,155 = 15( 2a1 - 29 ) 1,155 = 30a1 – 435 a1 = 53 ให an = 53 an = a1 + ( n – 1 ) d 53 = 100 + ( n – 1 ) ( -1 ) 53 = 101 - n N = 48 ตอบ เริ่มบวกจากพจนที่ 48 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 21.
    48 13. ถา a1, a2 , a3 , . . . เปนลําดับเลขคณิต ที่มี a3 – a5 + a7 = 8 จงหาผลบวกของ a1 + a2 + . . . + a9 แนวคิด จากโจทย a3 – a5 + a7 = 8 จะได ( a1 + 2d ) – ( a1 + 4d ) + ( a1 + 6d ) = 8 a1 + 2d – a1 – 4d + a1 + 6d = 8 a1 + 4d = 8 a1 + a2 + . . . + a9 = n [ 2a + ( n −1) d ] 2 1 = 9 2 [( 2a1 ) + (9 −1)d ] = 9 ( 2 a + 8d ) 2 1 = 9 ( a1 + 4d ) = 9×8 = 72 ตอบ 72 14. กําหนดให a1 , a2 , a3 , . . . , a13 เปนลําดับเลขคณิตที่มีผลตางรวมเปน -14 และ a7 = 183 จงหา a1 + a2 + a3 + . . . + a13 มีคาเทาไร แนวคิด an = a1 + ( n – 1 ) d a7 = a1 + ( 7 – 1 ) d 183 = a1 + 6 ( -14 ) 183 = a1 – 84 a1 = 267 Sn = n [ 2a + ( n −1) d ] 2 1 S13 = 13 2 [( 2 × 267) + (13 −1)( −14)] = 13 2 (534 −168) = 13 2 × 366 = 2379 ตอบ 2,379 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 22.
    49 15. กําหนดตัวเลข 200ถึง 1,000 1) มีกี่พจนทหารดวย 3 ลงตัว ี่ 2) มีกี่พจนทหารดวย 7 ลงตัว ่ี 3) มีกี่พจนทหารดวย 3 และ 7 ลงตัว ี่ แนวคิด แนวคิด 1) มีกี่พจนทหารดวย 3 ลงตัว ี่ 1000 3 = 333.3ํ 333 - n = 333 – 66 = 267 200 3 = 66.6ํ 66 ดังนั้น มี 267 พจนที่หารดวย 3 ลงตัว แนวคิด 2) มีกี่พจนทหารดวย 7 ลงตัว ี่ 1000 7 = 142.9 142 - n = 142 - 28 = 114 200 7 = 28.6 28 ดังนั้น มี 114 พจนที่หารดวย 7 ลงตัว แนวคิด 3) มีกี่พจนทหารดวย 3 และ 7 ลงตัว ี่ ค.ร.น. ของ 3 และ 7 คือ 21 1000 21 = 47.6 47 - n = 47 – 9 = 38 200 21 = 9.5 9 ดังนั้น มี 38 พจน ที่หารดวย 3 และ 7 ลงตัว ตอบ 267 พจนที่หารดวย 3 ลงตัว 114 พจนที่หารดวย 7 ลงตัว 38 พจน ทีหารดวย 3 และ 7 ลงตัว ่ กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 23.
    50 16. ให 5, x , 20 , . . . เปนลําดับเลขคณิต มีผลบวกของ 12 พจนแรก เปน a และ 5 , y , 20 , . . . เปนลําดับเรขาคณิต ที่มพจนที่ 6 เปน b โดย y < 0 จงหา a + b ี แนวคิด ให 5 , x , 20 , . . . มีผลบวกของ 12 พจนแรก เปน a d = x-5 = 20 - x 2x = 25 x = 12.5 แสดงวา d = 12.5 – 5 = 7.5 จากสูตร Sn = n [ 2a + ( n −1) d ] 2 1 S12 = 12 2 [ 2(5) + 11( 7.5)] a = 6 ( 10 + 82.5 ) จะได a = 555 จากโจทย 5 , y , 20 , . . . เปนลําดับเรขาคณิต ที่มีพจนที่ 6 เปน b โดย y < 0 จะได r = 5 = y 20 y y2 = 100 y = - 10 เนื่องจาก y < 0 แสดงวา r = −10 5 = -2 จากสูตร an = a1r n −1 a6 = 5 ( -2 )6-1 b = 5 ( -2 )5 b = -160 ดังนั้น a + b เทากับ 555 – 160 = 395 ตอบ 395 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 24.
    51 17. กําหนดให nเปนจํานวนเต็มบวก ที่ทําใหผลบวก n พจนแรกของอนุกรมเลขคณิต 2 n + 2 n+1 + ... + 2 2 n 7 + 15 + 23 + . . . เทากับ 217 จงหา 28 แนวคิด Sn = n [2a + ( n − 1)d ] 2 1 217 = n 2 [( 2 + 7 ) + ( n −1)(8)] 4n2 + 3n – 217 = 0 ( 4n + 31 )( n – 7 ) = 0 n = 7 2 n + 2 n+1 + ... + 2 2 n = 27 + 28 + . . . + 214 28 = 2-1 + 20 + 21 + 22 + 23 + 24 + 25 + 26 เปนอนุกรมเรขาคณิต -1 a1 = 2 , r = 2 a1 (1 − r 4) Sn = 1− r 2 −1 (1 − 2 8 ) = 1− 2 = 127.5 ตอบ 127.5 18. กําหนดให a , b , c เปน 3 พจน เรียงติดกันในลําดับเลขคณิต และมีผลคูณเปน 27 ถา a , b + 3 , c + 2 เปน 3 พจน เรียงติดกันในลําดับเลขคณิตแลว a + b + c มีคาเทาไร แนวคิด a , b , c เปนลําดับเลขคณิต b a = c b b2 = ac นํา b คูณทั้ง 2 ขาง b3 = abc b3 = 27 (b=3) a , b + 3 , c + 2 เปนลําดับเลขคณิต (b + 3) – a = (c+2)–(b+3) a – 2b + c = 4 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 25.
    52 แทนคา b a–6+c = 4 a+c = 10 a+b+c = 10 + 3 = 13 ตอบ 13 19. หนังสือเลมหนึ่งมีจํานวนหนาไมเกิน 500 หนา ถูกฉีกออกไป 1 แผน ผลบวกของหนาทั้งหมด ที่เหลืออยูมีคาเทากับ 19,905 จงหาวา ผลบวกของเลขหนาทั้งสองของแผนที่ถูกฉีกออกไปเปนเทาไร แนวคิด สมมุติหนังสือ มี n หนา ∴ ผลบวกของหนาทั้งหมด = 1+2+3+...+ n = n(n2+1) n < 500 เนื่องจากถูกฉีกออกไป 1 แผน n(n + 1) ดังนั้น จะหาคา n ที่นอยทีสุดที่จะทําให ่ 2 มากกวา 19905 พบวา ถา n = 300 n(n + 1) 2 = 300(300 + 1) 2 = 45,150 มากไป ดังนั้น ถา n = 200 n(n + 1) 2 = 200(200 + 1) 2 = 20,100 ∴ ผลบวกของเลขหนาของสองหนาที่ถูกฉีกไป คือ 20,100 − 19,905 = 195 ตอบ 195 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547
  • 26.
    53 20. หนังสือคณิตศาสตรเลมหนึ่งมีจํานวนหนาไมเกิน 300หนา ถูกฉีกหนากลางออกไป 1 คู ทําใหผลบวก ของหนาที่เหลือมีคาเทากับ 26,103 จงหาวาหนาหนังสือที่ถูกฉีกออกไปเปนหนาอะไรบาง แนวคิด สมมุติหนังสือมี n หนา ∴ ผลบวกของหนังสือหนาทั้งหมด = 1 + 2 + 3 + . . . + n = n(n2+ 1) n < 300 เนื่องจากหนังสือถูกฉีกไป 1 คู n(n + 1) ดังนั้น จะหาคา n ที่มีคานอยที่สุดที่ทาให ํ 2 มากกวา 26,103 n(n + 1) 230(230 + 1) จากการสุม พบวา เมื่อ n = 230 จะได 2 = 2 ดังนั้น เลขหนาคูกลางมีผลรวมเปน 26,565 - 26,103 = 462 แสดงวา หนากลางมีผลรวม = 231 แตหนาคูกลางมีผลรวมตางกันอยู 1 จะได A + ( A + 1 ) = 231  ∴ A = 115 ดังนั้นเลขหนาคูกลาง คือ 114 , 115 , 116 และ 117  ตอบ หนาหนังสือที่ถกฉีกออกคือ 114 , 115 , 116 และ 117 ู 21. จํานวนลําดับที่ 1,988 ของลําดับตอไปนี้ คือ จํานวนใด 1 , -2 , 2 , -3 , 3 , -3 , 4 , -4 , 4 , -4 , 5 , -5 , 5 , -5 , 5 , -6 , 6 , -6 , 6 , -6 , 6 , . . . แนวคิด สังเกตวา พจนคจะเปนลบเสมอ ู ตองหาจํานวนที่อยูระหวาง 1,988 จากสมการ n(n2+ 1) 62(62 + 1) สุมจํานวน ถา n = 62 จะได = 2 = 1,953 ( ไมถึง ) 63(63 + 1) ถา n = 63 จะได = 2 = 2,016 จากการสุม n = 62 หมายความวา 62 จํานวนสุดทายสิ้นสุดที่ลําดับที่ 1,953 และคาดวา 63 จํานวนแรกเริ่มตนที่ ลําดับที่ 1,954 และไปสิ้นสุดทีลําดับที่ 2,016 ่ เพราะฉะนั้น ลําดับที่ 1,988 คือจํานวน 63 ตอบ 63 กลุม 5 อนุกรมเลขคณิต แกไขวันที่ 20 กันยายน 2547