โดยภาคประชาสังคม”
สามารถ สุวรรณรัตน์
นำเสนอ
(ร่ำง)รำยงำนควำมก้ำวหน้ำ
“อนาคตเมืองเชียงใหม่
ในการขับเคลื่อนการพัฒนา
8 เม.ย. 2558
ณ โรงแรมรำมำกำร์เด้น, กรุงเทพ
คัดค้านโครงการพัฒนา
มีส่วนร่วม
อนุรักษ์
คุณค่า
กาหนดอนาคตเมือง
“คือ การเคลื่อนไหวเพื่อการพัฒนาเมืองของพลเมือง และภาคประชาสังคม เพื่อเมืองเชียงใหม่”
วัตถุประสงค์
• ศึกษาการพัฒนาความเป็นเมืองของเชียงใหม่
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
• ศึกษาพัฒนาการ และปัจจัยที่ทาให้เกิด
กระบวนการพัฒนาเมืองโดยภาคประชาสังคม
• วิเคราะห์ โอกาส และข้อจากัด ในการขับเคลื่อน
การพัฒนาเมืองเชียงใหม่ โดยภาคประชาสังคม
• เสนอแนะทางเลือกในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่
โดยภาคประชาสังคม
อนำคตของเมืองเชียงใหม่
ในกำรขับเคลื่อนกำรพัฒนำโดยภำคประชำสังคม
• ศึกษาการพัฒนาความเป็นเมืองของเชียงใหม่
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
พัฒนาการฯสามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่
1. เมืองเชียงใหม่ก่อน
มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1
• ช่วงที่ 1 : ก่อตั้งเมืองเชียงใหม่ (พ.ศ.1835-1839)
• ช่วงที่ 2: เมืองเชียงใหม่ในราชวงศ์มังราย และ
ภายใต้การปกครองของพม่า (พ.ศ.1839-2317)
• ช่วงที่ 3: หลังการเป็นเอกราชจากพม่า
ยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง (พ.ศ.2317-2400)
เวียงเจ็ดริน
กษัตริย์
ข้าราช
บริพาร
เวียง
สวนดอก ข่วง
ไพร่
ไพร่
ไพร่
เกษตรกรรม
เกษตรกรรม
เกษตรกรรมเกษตรกรรม
เกษตรกรรม
พื้นที่ป่า
กลุ่มชุมชนจาก
สิบสองปันนา
กษัตริย์ เชื้อเจ้า
ผู้ครองนคร
ข้าราชบริพาร
ใกล้ชิด
ชาวต่างชาติอื่นๆ
ชาวต่างชาติอื่นๆ
แนวกาแพงเมือง
ชั้นนอก
ตาแหน่งวัดในเขตเมือง
เก่า ที่ปรากฏ
สถาปัตยกรรมรูปแบบ
ศิลปะพุกาม
การจัดการที่ดินในเขต
เมือง
ถูกวางไว้อย่างเป็นระบบ
ตามความเชื่อเรื่องทิศ
มงคล ความเชื่อเรื่อง
เมืองเป็นสิ่งมีชีวิต และ
การป้ องกันเมือ
การขยายอาณาจักร
- ขยายออกอาณา
- มีการทาสังคายนาพระไตรปิฎก
ครั้งที่ 8 ที่วัดเจ็ดยอด
- การขยายเขตกาแพงเมือง
ชั้นนอก รูปพระจันทร์เสี้ยว
การพัฒนาย่าน
การค้าริมน้า - เทครัว
และการจัดสรรพื้นที่
ฝั่งตะวันออกของแม่น้าปิง
ให้กับชาวต่างประเทศ
เทครัวชาติพันธุ์ไท
• ศึกษาการพัฒนาความเป็นเมืองของเชียงใหม่
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน (ต่อ)
พัฒนาการฯสามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่
2. เมืองเชียงใหม่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติ
• สภาวการณ์ก่อนแผนพัฒนาฯฉบับที่ 1
(พ.ศ.2400-2500)
• แผนพัฒนาฯฉบับที่ 1-3 (พ.ศ.2506-2519)
• แผนพัฒนาฯฉบับที่ 4-6 (พ.ศ.2520-2534)
• แผนพัฒนาฯฉบับที่ 7-11 (พ.ศ.2535-2560)
• (พ.ศ.2400-2500)
• แผนพัฒนาฯฉบับที่ 1-3 (พ.ศ.2506-2519)
• แผนพัฒนาฯฉบับที่ 4-6 (พ.ศ.2520-2534)
• แผนพัฒนาฯฉบับที่ 7-11 (พ.ศ.2535-2560)
แผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดินปี 2553
ที่มา: สานักงานพัฒนาที่ดินจังเชียงใหม่
• อัตลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่
และมโนทัศน์ตัวตน ”คนเมือง” เชียงใหม่
เมืองเก่า
เมืองเก่าขนาดเล็ก
ในปริมณฑล
เมืองเชียงใหม่
ชุมชนเมืองโดยรอบเมืองเก่า
“ย่ำนเก่ำ ย่ำนกำรค้ำในอดีต”
“ย่ำนที่อยู่อำศัยสมัยใหม่
และ CBTขนำดหย่อมตำมจุดถนน”
ชุมชนเมือง
ในส่วนเขตการขยายตัว
อัตลักษณ์เมืองเชียงใหม่
( ด้านกายภาพ )
ทศวรรษปี 40-50
ในมิติของกระแสการฟื้นฟู
ศิลปวัฒนธรรม เพื่อประโยชน์
ทางการเมือง และภาพลักษณ์
ทางสังคม เพื่อการยึดเหนี่ยวตัวตน
และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
มโนทัศน์ตัวตน ”คนเมือง” เชียงใหม่
• ศึกษาการพัฒนาความเป็นเมืองของเชียงใหม่
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
ช่วงปี พ.ศ. 2480-2525
ในมิติของการรักษา
และประกอบสร้างความเป็นตัวตน
อัตลักษณ์ ภายใต้
กระแสการพัฒนาประเทศ
แบบรวมศูนย์
และการพัฒนาท่องเที่ยว
รอยต่อปี 2535-40
ในมิติของกระแสการฟื้นฟู
ศิลปวัฒนธรรมในวาระเมืองเชียงใหม่
ครบอายุ 700 ปี
“คนล้านนา คนเมือง คนเหนือ”
คนเมืองเชียงใหม่ ในปัจจุบัน
96.05 ปฏิบัติตามจารีต
ประเพณีของเมืองเชียงใหม่
93.72 ใช้คาเมืองในการสื่อสาร
66.51 รับประทานอาหาร
57.91 อาศัยอยู่ในเมืองเชียงใหม่
มากกว่า 20 ปีขึ้นไป
50.23 แต่งกายชุดพื้นเมือง
ที่มา:แบบสอบถาม 430 ชุด
ในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่
มุมมอง ต่อ”คนเมือง” เชียงใหม่
• ศึกษาการพัฒนาความเป็นเมืองของเชียงใหม่
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน (ต่อ)
มุมมองจากภายใน
เครื่องมือ
ทางวิชาการ
การเคลื่อนไหวของ
ภาคประชาสังคม
ด้านศิลปวัฒนธรรม
ไปเพื่อเป้ าหมายบางอย่าง
ตามแต่ละปัจเจก และวาระทางสังคม
มุมมองจากภายนอก
การปกครอง
และการพัฒนา
การบริหารจัดการ
แบบรวมศูนย์
ของรัฐไทย
การพัฒนาเศรษฐกิจ
และการท่องเที่ยว
นโยบายเพื่อ
การบริหารจัดการทรัพยากร
รายได้ และการพัฒนาเมือง
องค์ความรู้
อัตลักษณ์ / ภาพลักษณ์ / จารีตวิถี พัฒนาศักยภาพภาพ / สร้างภาพลักษณ์
• สภาพปัญหาของเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน
ปัญหาการจราจร
รถเพิ่มขึ้นทุกปีเฉลี่ยปีละ 30,000 คัน
ปัญหามลพิษทางอากาศ
ตั้งแต่ปี 2550 ติด 1-4 ของจังหวัดที่มีค่า
ปริมาณฝุ่นขนาดเล็กกว่า 10 ไมโครกรัม
สูงเกินมาตรฐานเกิน 120 ไมครอน
(เป็นอันตรายต่อสุขภาพ)
ปัญหาโดมความร้อน
ในเขตเมืองอุณหภูมิกว่า รอบนอกราว 1-2
องศาเซลเซียส และสูงขึ้นถึง 6 องศาฯ ภายใน
ระยะเวลาเพียง 7 ปี (2543-49)
ปัญหาอาคารสูง
ในปี 2555 มีโครงการคอนโดกว่า 40
โครงการพุดขึ้นรอบปริมณฑลเมืองเชียงใหม่
ปัญหาขยะ
ปัจจุบันขยะภายในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่
อยู่ที่ 300 ตันต่อวัน หาที่ทิ้งนอกเขตเมือง
เกิดปัญหากับชุมชนอาเภอรอบนอก
ปัญหาการขาดอายุผังเมือง
(2549-55)
การขยายตัวของเมืองอย่างไร่การควบคุม
การสูญเสียพื้นที่การเกษตรรอบปริมณฑล
พัฒนาการการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม
ในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ (1)
การสร้างถนน
ขึ้นดอยสุเทพ
ในปีพ.ศ. 2477-78
โดยมีครูบาเจ้าศรีวิชัย
เป็นประธาน
จำก พ.ศ. 2477 ถึงปัจจุบัน
การเรียกร้องให้ตั้ง
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยภูมิ
ภาคแห่งแรก
พ.ศ. 2490-2507
ทศวรรษ 2510
ความเคลื่อนไหวทาง
การเมือง ของภาค
ประชาชนในพื้นที่
จังหวัดเชียงใหม่
(แนวคิดฝ่ายซ้าย-ขวา)
(ฉนวนเหตุจาก
ความวุ่นวาย
ทางการเมือง
ในกรุงเทพ
ปีพ.ศ.2516 -19)
ปี 2515 จัดตั้ง
‘กลุ่มหนุ่มสาว
จังหวัดเชียงใหม่’
มุ่งดาเนินงาน
ด้านส่งเสริม
วัฒนธรรม
“ชมรมล้านนาคดี”
พ.ศ. 2500-20
คือการรวมกลุ่ม
ของนักวิชาการ
นาโดยนายไกรศรี
นิมมานเหมินท์
ในระยะแรก (ทศวรรษ 2470-2520)
จากกลุ่มชนชั้นนาของจังหวัด กับการพัฒนาเมืองเชียงใหม่
ในระยะที่ 2 (พ.ศ.2530-2540)
พัฒนาการการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม
ในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ (2)
จำก พ.ศ. 2477 ถึงปัจจุบัน
จากกลุ่มชนชั้นนาของจังหวัด สู่กลุ่มนักวิชาการ และกลุ่มนักพัฒนาเอกชน
พ.ศ.2529 การคัดค้าน
โครงการกระเช้าไฟฟ้ าขึ้น
ดอยสุเทพนาโดย
คณะพระสงฆ์ และกลุ่ม
นักวิชาการ
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ฯลฯ
พ.ศ.2533
ชมรมเพื่อ
เชียงใหม่
และพันธมิตร
คัดค้านการสร้าง
คอนโดฯ
ริมแม่น้าปิง
พ.ศ.2537
ชมรมเพื่อ
เชียงใหม่
และพันธมิตร
คัดค้านโครงการ
ขยายซุปเปอร์
ไฮเวย์ทับ
โบราณสถาน
วัดเจ็ดยอด
ก่อตั้ง
ศูนย์ศึกษาปัญหา
เมืองเชียงใหม่
และชมรมจักรยาน
วันอาทิตย์
ก่อตั้ง
ประชาคม
จังหวัดเชียงใหม่
และสภาเวียงพิงค์
ภายหลังล่มเลิก
เพราะไม่มี
คนทางาน
พ.ศ.2539
ฉลองสมโภช
เมืองเชียงใหม่
อายุครบ 700ปี
- โครงการศึกษา
ด้านล้านนาคดี
- การพัฒนาพื้นที่
ประวัติศาสตร์
ใจกลางเมืองเก่า
พื้นที่กลาง
ให้คนเชียงใหม่
มาร่วมคิด
ร่วมพูดคุย
เพื่อเมือง
พัฒนาการการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม
ในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ (3)
จำก พ.ศ. 2477 ถึงปัจจุบัน
ในระยะที่ 2 (พ.ศ.2540-2550) (2)
จากนักวิชาการ และกลุ่มนักพัฒนาเอกชน สู่ภาคประชาสังคม
พ.ศ.2542
ชาวบ้านวัดเกต
กลุ่มอนุรักษ์วัดเกต
ร่วมกับนักวิชาการ
ทาการอนุรักษ์ศาลาบาตร
และการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์
วัดเกตการาม
ต้นทศวรรษ 2540
ชาวบ้านย่านวัวลาย
รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่ม
ช่างฝีมือด้าน
การตอกโลหะ
เครื่องเงิน
ปีพ.ศ.2548 จัดตั้ง
ภาคีคนฮักเจียงใหม่
เพื่อรวบรวม
พลังพลเมือง
และองค์กร
ภาคประชาสังคม
ร่วมกันรักษาดอยสุเทพ
และแม่น้าปิง
และคัดค้านโครงการ
เมกะโปรเจก
- ไนท์ซาฟารี
- กระเช้าขึ้นดอยสุเทพ
ปีพ.ศ.2550-51
กลุ่มรักษ์บ้านรักเมือง
ร่วมกันกับชุมชน
ในเขตเทศบาลฯ
คัดค้านการขยายถนน
ตามร่างผังเมืองรวม
ฉบับปี 50
ปีพ.ศ.2549
เวทีสัญจร
รายการเมืองไทย
รายสัปดาห์
จัดที่มช.
เป็นฉนวนเหตุ
ความขัดแย้ง
เสื้อแดง-เสื้อเหลือง
พัฒนาการการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม
ในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ (4)
จำก พ.ศ. 2477 ถึงปัจจุบัน
ในระยะปี 2550-ปัจจุบัน
องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรภาคประชาสังคม ในประเด็นการดูแลรักษาเมือง
พ.ศ. 2550
เครือข่ายเชียงใหม่ เขียว
สวย หอม
พ.ศ.2551
ชมรมชาวนิมมานเหมินท์
พ.ศ. 2552
กลุ่มสถาปนิก
คน.ใจ.บ้าน
พ.ศ. 2554
- สถาบันผลักดัน
แนวคิดจังหวัด
จัดการตนเอง
- โครงการฟื้นบ้าน
ย่าน เวียงเชียงใหม่
พ.ศ.2555
กองทุนฟื้นบ้าน
ย่าน เวียงเชียงใหม่
(กองทุนมรดก)
เงินตั้งต้น
300,000 บาท
พ.ศ. 2556
เครือข่ายชุมชนเมือง
รักษ์เชียงใหม่
เครือข่ายชุมชนในเขต
เมืองเชียงใหม่
27 ชุมชน
กรณีศึกษา กลุ่มคน องค์กรภาคประชาสังคม
ที่ดาเนินงานด้านการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ในปัจจุบัน
ภาคีคนฮักเมืองเชียงใหม่
รูปแบบการรวมตัว : เครือข่ายจิตอาสา
ประกอบด้วยนักวิชาการ / พระสงฆ์ / นักเขียน
และประชาชนทั่วไป
เครื่องมือในการทางาน : การรวมตัวพบปะพูดคุย
การยื่นหนังสือต่อหน่วยงานของรัฐ/ สิ่งพิมพ์
มูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง
ประเด็น: การดูแลปกป้ องดอยสุเทพ และแม่น้าปิง
การคัดค้านโครงการพัฒนาของรัฐ
เมกะโปรเจก ฯลฯ
งบประมาณสนับสนุน : ร่วมกันบริจาค
รูปแบบการรวมตัว : เครือข่ายจิตอาสา ภายใต้มูลนิธิ
ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์มหาวิทยาลัย / นักวิชาการ /
นักเรียนนักศึกษา
เครื่องมือในการทางาน : การรวมตัวพบปะพูดคุย
การยื่นหนังสือต่อหน่วยงานของรัฐ / การจัดเวทีเสวนา /
สิ่งพิมพ์ / กิจกรรมรณรงค์สาหรับเด็ก / กิจกรรมทางประเพณี
ประเด็น: ให้ความรู้เรื่องเมืองเชียงใหม่
เวทีหารือการพัฒนาเมือง (Hot issue)
ปัญหาขยะ และสิ่งแวดล้อมเมือง
งบประมาณสนับสนุน: เงินบริจาค และค่าสมาชิกหนังสือ
กรณีศึกษา กลุ่มคน องค์กรภาคประชาสังคม
ที่ดาเนินงานด้านการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ในปัจจุบัน
โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา
รูปแบบการรวมตัว : มูลนิธิ
ประกอบด้วยนักพัฒนาเอกชน / นักวิชาการ / พระสงฆ์ /
เครือข่ายพ่อครูแม่ครูภูมิปัญญา และประชาชนทั่วไป
เครื่องมือในการทางาน : หลักสูตรการเรียนการสอน
กิจกรรมทางวัฒนธรรม / สิ่งพิมพ์
โครงการฟื้นบ้าน ย่าน เวียงเชียงใหม่
ประเด็น: สืบสานองค์ความรู้ภูมิปัญญาล้านนา
งบประมาณ : ค่าเล่าเรียน / เงินบริจาค / หน่วยงานภาครัฐ
ส่วนกลาง
รูปแบบการรวมตัว : เครือข่ายจิตอาสา ภายใต้โครงการ
ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์มหาวิทยาลัย / นักวิชาการ /
นักเรียนนักศึกษา / สถาปนิก / ศิลปิน และนักพัฒนาเอกชน
เครื่องมือในการทางาน : การสารวจ และสร้างเครือข่ายชุมชน
/ การจัดเวทีเสวนา-นิทรรศการ / สิ่งพิมพ์ / กิจกรรมรณรงค์
สาหรับเด็ก / กิจกรรมอบรมองค์ความรู้ภูมิปัญญา
/ กิจกรรมตามทางประเพณี
ประเด็น: การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่
พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของคนเมืองงบประมาณ : หน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง
กรณีศึกษา กลุ่มคน องค์กรภาคประชาสังคม
ที่ดาเนินงานด้านการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ในปัจจุบัน
เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่
รูปแบบการรวมตัว : เครือข่ายจิตอาสา
ตัวแทนจากชุมชนในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่
เครื่องมือในการทางาน : การสารวจ และสร้างเครือข่ายชุมชน
กิจกรรมทางวัฒนธรรม / การอบรมองค์ความรู้ภูมิปัญญาเด็ก
และเยาวชน / การยืนหนังสือต่อหน่วยงานภาครัฐ
ชมรมชาวนิมมานเหมินท์
ประเด็น: สร้างเครือข่ายชุมชนในเขตเมืองเชียงใหม่
สร้างพื้นที่เชิงประเด็นการทางานร่วมกัน
การรักษาและพัฒนาเมืองด้วยการมีส่วนร่วมชุมชน
งบประมาณ : หน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง / กองทุนฟื้นบ้านฯ
รูปแบบการรวมตัว : เครือข่ายจิตอาสา ผู้อยู่อาศัยย่าน
นิมมานฯ และนักวิชาการ
เครื่องมือในการทางาน : การประชุมประจาทุกเดือน / การส่ง
หนังสือถึงหน่วยงานภาครัฐ / การเสวนาร่วมกับรัฐ และ
ผู้ประกอบการ / การฟ้ องศาล
ประเด็น: การดูแลรักษาย่านนิมมานเหมินท์ให้น่าอยู่
แก้ไขปัญหาเรื่องมลพิษทางเสียง / ป้ าย / การจราจร
งบประมาณ : ร่วมกันบริจาค
กรณีศึกษา กลุ่มคน องค์กรภาคประชาสังคม
ที่ดาเนินงานด้านการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ในปัจจุบัน
กลุ่มสถาปนิก คน.ใจ.บ้าน
รูปแบบการรวมตัว : เครือข่ายสถาปนิกจิตอาสา ปัจจุบัน
ดาเนินงานในรูปแบบบริษัท
เครื่องมือในการทางาน : การสารวจ และสร้างเครือข่ายชุมชน
/ การจัดทาแผนที่ชุมชน / กระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วม
กลุ่มเครือข่ายเชียงใหม่เขียว สวย หอม
ประเด็น: การพัฒนาชุมชนโดยกระบวนการมีส่วนร่วม
งบประมาณ : หน่วยงานภาครัฐ และร่วมบริจาค
รูปแบบการรวมตัว : เครือข่ายนักพัฒนาเอกชน
เครื่องมือในการทางาน : กิจกรรมรณรงค์การเพิ่มพื้นที่สีเขียว
ในเขตเมือง / การอบรมการดูแลรักษาต้นไม้-การปลูกผักสวนครัว
ประเด็น: การเพิ่มและดูแลรักษาพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง
และความร่วมมือจากชุมชน
งบประมาณ : หน่วยงานภาครัฐ และส่วนงานท้องถิ่น
กรณีศึกษา กลุ่มคน องค์กรภาคประชาสังคม
ที่ดาเนินงานด้านการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ในปัจจุบัน
กลุ่มละครกั๊บไฟ
รูปแบบการรวมตัว : นักพัฒนาเอกชน
และศิลปินด้านการละคร
เครื่องมือในการทางาน : การละคร และกิจกรรมสร้างสรรค์
ประเด็น: การพัฒนาศักยภาพเยาวชน และการพัฒนาพื้นที่
สร้างสรรค์ให้กับเมือง
งบประมาณ : หน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง
เป้ าหมายการดาเนินงานกรณีศึกษา
กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมเมืองเชียงใหม่
ปี พ.ศ. 2558
รณรงค์สร้างความ
เข้าใจคุณค่าของเมือง
ส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็ง
สร้างกิจกรรมเป็นพื้นที่
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ศึกษาปัญหาเมือง และใช้
กิจกรรมแก้ปัญหา
สานเครือข่าย
ชุมชน-รัฐ-เอกชน
คัดค้านโครงการพัฒนา
รัฐ-เอกชน
เป้าหมายของการดาเนินงาน
• โอกาส และข้อจากัดในการขับเคลื่อน
การพัฒนาเมืองเชียงใหม่โดยภาคประชาสังคม
การคัดค้าน และเรียกร้อง
ความไม่เหมาะสมของ
โครงการพัฒนาเมืองทั้งจาก
ภาครัฐ และเอกชน
เป้าหมายการดาเนินงาน
ในระยะที่ 1
(พ.ศ.2470-2520)
เพื่อการสร้างสรรค์แนว
ทางการพัฒนาหรือแก้ไข
ปัญหาในเมือง ผ่านกิจกรรมใน
รูปแบบต่างๆ
พัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และ
ความเข้าใจ และการรวมกลุ่ม
ของคนในเมือง
เป้าหมาย ระยะที่ 1 (พ.ศ.2470-ทศวรรษ 2520)
เพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ ความเข้าใจของคนในท้องถิ่น
เป้าหมายของการดาเนินงาน
เป้าหมาย ระยะที่ 2 (พ.ศ.2530-2549)
เพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ ความเข้าใจของคนในเมือง
การคัดค้าน และเรียกร้อง
ความไม่เหมาะสมของโครงการ
พัฒนาเมืองทั้งจากภาครัฐ และ
เอกชน
เป้าหมายการดาเนินงาน
ในระยะที่ 2
(พ.ศ.2530-2549)
เพื่อการสร้างสรรค์แนวทางการ
พัฒนาหรือแก้ไขปัญหาในเมือง ผ่าน
กิจกรรมในรูปแบบต่างๆ
พัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และความ
เข้าใจ และการรวมกลุ่ม
ของคนในเมือง
เป้าหมายการดาเนินงาน
ในระยะที่ 3
(พ.ศ.2550-2558)
การคัดค้าน และเรียกร้อง
ความไม่เหมาะสมของ
โครงการพัฒนาเมืองทั้งจาก
ภาครัฐ และเอกชน
เพื่อการสร้างสรรค์แนว
ทางการพัฒนาหรือแก้ไข
ปัญหาในเมือง ผ่านกิจกรรมใน
รูปแบบต่างๆ
พัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และ
ความเข้าใจ และการรวมกลุ่ม
ของคนในเมือง
เป้าหมาย ระยะที่ 3 (พ.ศ.2550-ปัจจุบัน)
เพื่อสร้างแนวทางพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาเมือง
ภาคีคนฮักเมืองเชียงใหม่ มูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง
โครงการฟื้นบ้านฯ ชมรมชาวนิมมานฯ เขียว สวย หอม
กลุ่มสถาปนิกคน.ใจ.บ้าน เครือข่ายชุมชนฯ โฮงเฮียนสืบสานฯ
เป้าหมายการดาเนินงาน
ในระยะที่ 3
(พ.ศ.2550-2558)
การคัดค้าน และเรียกร้อง
ความไม่เหมาะสมของโครงการพัฒนา
เมืองทั้งจากภาครัฐ และเอกชน เพื่อการสร้างสรรค์แนวทางการพัฒนา
หรือแก้ไขปัญหาในเมือง ผ่านกิจกรรม
ในรูปแบบต่างๆ
พัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และความ
เข้าใจ และการรวมกลุ่ม
ของคนในเมือง
ภาคีคนฮักเมืองเชียงใหม่ มูลนิธิ
สถาบันพัฒนาเมือง
ชมรมชาวนิมมานฯ
เครือข่ายชุมชนฯ
ภาคีคนฮักเมืองเชียงใหม่ มูลนิธิ
สถาบันพัฒนาเมือง
โครงการฟื้นบ้านฯ ชมรมชาว
นิมมานฯ เขียว สวย หอม
กลุ่มสถาปนิกคน.ใจ.บ้าน
เครือข่ายชุมชนฯ
โฮงเฮียนสืบสานฯ
เป้าหมายของการดาเนินงาน
รูปแบบการดาเนินงาน
และกลไก
1) จิตอาสา 2) รับเงินค่าจ้างในอัตราต่ากว่าวุฒิ
อาศัยเครือข่าย ทุนทางสังคมภายในกลุ่ม
ในการดาเนินงานเป็นหลัก
• การทางานโดยใช้หลักและข้อมูลวิชาการในการสนับสนุน
• มีกระบวนการสารวจ และประเมินพื้นที่ทางาน ศักยภาพ และความ
ต้องการมุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วม ทั้งจากชุมชน และหน่วยงาน
ภาครัฐ-เอกชน
• มีการจัดกิจกรรมที่เปิดให้คนทั่วไปหรือคนที่สนใจเข้าร่วมได้เป็นประจา
• มีการเผยแพร่ข้อมูลประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ
• มีการทางานร่วมกันเป็นพันธมิตร
• มีการสนับสนุนให้ชาวบ้านในพื้นที่ รวมตัวกันเป็นกลุ่มองค์กรภาค
ประชาสังคม และคอยติดตามผล ให้คาแนะนา รวมถึงสนับสนุนแรงงาน
และงบประมาณ ในบางครั้ง
วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์การยกระดับสู่วาระของเมือง และความยั่งยืน
จุดแข็ง และข้อดีในกำรดำเนินงำนองค์กรภำคประชำสังคม
วิเคราะห์ ผลสัมฤทธิ์การยกระดับสู่วาระของเมือง และความยั่งยืน
จุดอ่อน ในกำรดำเนินงำนองค์กรภำคประชำสังคม
• การเคลื่อนงานพัฒนาเมืองของภาคประชาชนยังมีข้อจากัด และสิ่งที่ต้องการ
การพัฒนาอย่างเร่งด่วน เช่น การเพิ่มเติมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของ
เมืองที่มีความเร่งด่วนเข้าไปในเนื้องาน
• ความต่อเนื่องในการทางานที่ยังขาดในบางช่วงที่งบประมาณสนับสนุนจาก
โครงการ ซึ่งมักจะขอจากส่วนกลาง
• ขาดแคลน กาลังและแรงงานที่เป็นอาสาสมัครจิตอาสาส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ
และอยู่ในวัยกลางคนตอนปลาย ในขณะที่มีกาลังคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาช่วยเสริม
การทางานอยู่ในจานวนน้อย
• ความไม่เข้าใจกันระหว่างกลุ่มองค์กรภาคประชาชน และองค์กรภาครัฐที่มี
โอกาสเกิดขึ้นได้ เนื่องจากประเด็นการทางานที่คาบเกี่ยวกัน
ข้อเสนอแนะอนาคตเมืองเชียงใหม่ในการขับเคลื่อนการพัฒนาโดยภาคประชาสังคม
• การพัฒนาพื้นที่กลางในการทางานในระนาบที่เท่าเทียม
ให้เป็นการพัฒนากลไกการทางานร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับงานการพัฒนาเมือง
ประเด็นการพัฒนาในพื้นที่
ชุมชน และเมือง
ศึกษาให้เข้าใจ
บริบทพื้นที่
กาหนดรูปแบบ และแนวทางการ
ทางานด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม
ลงมือปฏิบัติการ ด้วย
ความร่วมมือของทุกฝ่าย
ถอดบทเรียน และ
ปรับปรุงกระบวนการ
สร้างกลไก และแนวทาง
ปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน
กลไกกลาง
คณะทางานกลาง
ทุนทรัพย์
รูปแบบการทางาน
“วิสัยทัศน์เมืองเชียงใหม่”
กลไกกลาง
• การเพิ่มศักยภาพด้านความรู้ ความสามารถ
ของสมาชิกในกลุ่มการทางาน
แนวทางการพัฒนาทั้งภายในองค์กรภาคประสังคมเอง และ
อาจจัดทาหรือดาเนินการจัดขึ้นให้กับภาคประชาสังคม
โดยรวม
จากการเก็บข้อมูลสัมภาษณ์เครือข่ายชาวบ้านใน
เขตเมืองเก่าชียงใหม่ พบว่าประเด็นการพัฒนา
ศักยภาพบุคลากร
- เช่น ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย หรือ
ข้อบัญญัติพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัย
ในเขตเมือง
- แนวปฏิบัติที่เหมาะสม โดยมีเป้ าหมายเพื่อนา
องค์ความรู้ดังกล่าวไปใช้ในการดูแลชุมชนของ
ตนเอง
ภาคประชาสังคม
ภาคประชาสังคมภาคประชาสังคม
จัดทา
การขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองโดยภาคประชาสังคม
ดาเนินงาน
ภาครัฐ ภาคเอกชน
จบการนาเสนอ - ขออบคุณครับ
8 เม.ย. 2558
ณ โรงแรมรำมำกำร์เด้น, กรุงเทพ

PPT อนาคตเมืองเชียงใหม่โดยภาคประชาสังคม

  • 1.
    โดยภาคประชาสังคม” สามารถ สุวรรณรัตน์ นำเสนอ (ร่ำง)รำยงำนควำมก้ำวหน้ำ “อนาคตเมืองเชียงใหม่ ในการขับเคลื่อนการพัฒนา 8 เม.ย.2558 ณ โรงแรมรำมำกำร์เด้น, กรุงเทพ คัดค้านโครงการพัฒนา มีส่วนร่วม อนุรักษ์ คุณค่า กาหนดอนาคตเมือง “คือ การเคลื่อนไหวเพื่อการพัฒนาเมืองของพลเมือง และภาคประชาสังคม เพื่อเมืองเชียงใหม่”
  • 2.
    วัตถุประสงค์ • ศึกษาการพัฒนาความเป็นเมืองของเชียงใหม่ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน • ศึกษาพัฒนาการและปัจจัยที่ทาให้เกิด กระบวนการพัฒนาเมืองโดยภาคประชาสังคม • วิเคราะห์ โอกาส และข้อจากัด ในการขับเคลื่อน การพัฒนาเมืองเชียงใหม่ โดยภาคประชาสังคม • เสนอแนะทางเลือกในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ โดยภาคประชาสังคม อนำคตของเมืองเชียงใหม่ ในกำรขับเคลื่อนกำรพัฒนำโดยภำคประชำสังคม
  • 3.
    • ศึกษาการพัฒนาความเป็นเมืองของเชียงใหม่ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน พัฒนาการฯสามารถแบ่งออกเป็น 2ช่วง ได้แก่ 1. เมืองเชียงใหม่ก่อน มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 • ช่วงที่ 1 : ก่อตั้งเมืองเชียงใหม่ (พ.ศ.1835-1839) • ช่วงที่ 2: เมืองเชียงใหม่ในราชวงศ์มังราย และ ภายใต้การปกครองของพม่า (พ.ศ.1839-2317) • ช่วงที่ 3: หลังการเป็นเอกราชจากพม่า ยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง (พ.ศ.2317-2400) เวียงเจ็ดริน กษัตริย์ ข้าราช บริพาร เวียง สวนดอก ข่วง ไพร่ ไพร่ ไพร่ เกษตรกรรม เกษตรกรรม เกษตรกรรมเกษตรกรรม เกษตรกรรม พื้นที่ป่า กลุ่มชุมชนจาก สิบสองปันนา กษัตริย์ เชื้อเจ้า ผู้ครองนคร ข้าราชบริพาร ใกล้ชิด ชาวต่างชาติอื่นๆ ชาวต่างชาติอื่นๆ แนวกาแพงเมือง ชั้นนอก ตาแหน่งวัดในเขตเมือง เก่า ที่ปรากฏ สถาปัตยกรรมรูปแบบ ศิลปะพุกาม การจัดการที่ดินในเขต เมือง ถูกวางไว้อย่างเป็นระบบ ตามความเชื่อเรื่องทิศ มงคล ความเชื่อเรื่อง เมืองเป็นสิ่งมีชีวิต และ การป้ องกันเมือ การขยายอาณาจักร - ขยายออกอาณา - มีการทาสังคายนาพระไตรปิฎก ครั้งที่ 8 ที่วัดเจ็ดยอด - การขยายเขตกาแพงเมือง ชั้นนอก รูปพระจันทร์เสี้ยว การพัฒนาย่าน การค้าริมน้า - เทครัว และการจัดสรรพื้นที่ ฝั่งตะวันออกของแม่น้าปิง ให้กับชาวต่างประเทศ เทครัวชาติพันธุ์ไท
  • 4.
    • ศึกษาการพัฒนาความเป็นเมืองของเชียงใหม่ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน (ต่อ) พัฒนาการฯสามารถแบ่งออกเป็น2 ช่วง ได้แก่ 2. เมืองเชียงใหม่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ • สภาวการณ์ก่อนแผนพัฒนาฯฉบับที่ 1 (พ.ศ.2400-2500) • แผนพัฒนาฯฉบับที่ 1-3 (พ.ศ.2506-2519) • แผนพัฒนาฯฉบับที่ 4-6 (พ.ศ.2520-2534) • แผนพัฒนาฯฉบับที่ 7-11 (พ.ศ.2535-2560) • (พ.ศ.2400-2500) • แผนพัฒนาฯฉบับที่ 1-3 (พ.ศ.2506-2519) • แผนพัฒนาฯฉบับที่ 4-6 (พ.ศ.2520-2534) • แผนพัฒนาฯฉบับที่ 7-11 (พ.ศ.2535-2560)
  • 5.
    แผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดินปี 2553 ที่มา: สานักงานพัฒนาที่ดินจังเชียงใหม่ •อัตลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ และมโนทัศน์ตัวตน ”คนเมือง” เชียงใหม่ เมืองเก่า เมืองเก่าขนาดเล็ก ในปริมณฑล เมืองเชียงใหม่ ชุมชนเมืองโดยรอบเมืองเก่า “ย่ำนเก่ำ ย่ำนกำรค้ำในอดีต” “ย่ำนที่อยู่อำศัยสมัยใหม่ และ CBTขนำดหย่อมตำมจุดถนน” ชุมชนเมือง ในส่วนเขตการขยายตัว อัตลักษณ์เมืองเชียงใหม่ ( ด้านกายภาพ )
  • 6.
    ทศวรรษปี 40-50 ในมิติของกระแสการฟื้นฟู ศิลปวัฒนธรรม เพื่อประโยชน์ ทางการเมืองและภาพลักษณ์ ทางสังคม เพื่อการยึดเหนี่ยวตัวตน และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ มโนทัศน์ตัวตน ”คนเมือง” เชียงใหม่ • ศึกษาการพัฒนาความเป็นเมืองของเชียงใหม่ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ช่วงปี พ.ศ. 2480-2525 ในมิติของการรักษา และประกอบสร้างความเป็นตัวตน อัตลักษณ์ ภายใต้ กระแสการพัฒนาประเทศ แบบรวมศูนย์ และการพัฒนาท่องเที่ยว รอยต่อปี 2535-40 ในมิติของกระแสการฟื้นฟู ศิลปวัฒนธรรมในวาระเมืองเชียงใหม่ ครบอายุ 700 ปี “คนล้านนา คนเมือง คนเหนือ” คนเมืองเชียงใหม่ ในปัจจุบัน 96.05 ปฏิบัติตามจารีต ประเพณีของเมืองเชียงใหม่ 93.72 ใช้คาเมืองในการสื่อสาร 66.51 รับประทานอาหาร 57.91 อาศัยอยู่ในเมืองเชียงใหม่ มากกว่า 20 ปีขึ้นไป 50.23 แต่งกายชุดพื้นเมือง ที่มา:แบบสอบถาม 430 ชุด ในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่
  • 7.
    มุมมอง ต่อ”คนเมือง” เชียงใหม่ •ศึกษาการพัฒนาความเป็นเมืองของเชียงใหม่ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน (ต่อ) มุมมองจากภายใน เครื่องมือ ทางวิชาการ การเคลื่อนไหวของ ภาคประชาสังคม ด้านศิลปวัฒนธรรม ไปเพื่อเป้ าหมายบางอย่าง ตามแต่ละปัจเจก และวาระทางสังคม มุมมองจากภายนอก การปกครอง และการพัฒนา การบริหารจัดการ แบบรวมศูนย์ ของรัฐไทย การพัฒนาเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว นโยบายเพื่อ การบริหารจัดการทรัพยากร รายได้ และการพัฒนาเมือง องค์ความรู้ อัตลักษณ์ / ภาพลักษณ์ / จารีตวิถี พัฒนาศักยภาพภาพ / สร้างภาพลักษณ์
  • 8.
    • สภาพปัญหาของเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน ปัญหาการจราจร รถเพิ่มขึ้นทุกปีเฉลี่ยปีละ 30,000คัน ปัญหามลพิษทางอากาศ ตั้งแต่ปี 2550 ติด 1-4 ของจังหวัดที่มีค่า ปริมาณฝุ่นขนาดเล็กกว่า 10 ไมโครกรัม สูงเกินมาตรฐานเกิน 120 ไมครอน (เป็นอันตรายต่อสุขภาพ) ปัญหาโดมความร้อน ในเขตเมืองอุณหภูมิกว่า รอบนอกราว 1-2 องศาเซลเซียส และสูงขึ้นถึง 6 องศาฯ ภายใน ระยะเวลาเพียง 7 ปี (2543-49) ปัญหาอาคารสูง ในปี 2555 มีโครงการคอนโดกว่า 40 โครงการพุดขึ้นรอบปริมณฑลเมืองเชียงใหม่ ปัญหาขยะ ปัจจุบันขยะภายในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ อยู่ที่ 300 ตันต่อวัน หาที่ทิ้งนอกเขตเมือง เกิดปัญหากับชุมชนอาเภอรอบนอก ปัญหาการขาดอายุผังเมือง (2549-55) การขยายตัวของเมืองอย่างไร่การควบคุม การสูญเสียพื้นที่การเกษตรรอบปริมณฑล
  • 9.
    พัฒนาการการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ (1) การสร้างถนน ขึ้นดอยสุเทพ ในปีพ.ศ. 2477-78 โดยมีครูบาเจ้าศรีวิชัย เป็นประธาน จำกพ.ศ. 2477 ถึงปัจจุบัน การเรียกร้องให้ตั้ง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยภูมิ ภาคแห่งแรก พ.ศ. 2490-2507 ทศวรรษ 2510 ความเคลื่อนไหวทาง การเมือง ของภาค ประชาชนในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ (แนวคิดฝ่ายซ้าย-ขวา) (ฉนวนเหตุจาก ความวุ่นวาย ทางการเมือง ในกรุงเทพ ปีพ.ศ.2516 -19) ปี 2515 จัดตั้ง ‘กลุ่มหนุ่มสาว จังหวัดเชียงใหม่’ มุ่งดาเนินงาน ด้านส่งเสริม วัฒนธรรม “ชมรมล้านนาคดี” พ.ศ. 2500-20 คือการรวมกลุ่ม ของนักวิชาการ นาโดยนายไกรศรี นิมมานเหมินท์ ในระยะแรก (ทศวรรษ 2470-2520) จากกลุ่มชนชั้นนาของจังหวัด กับการพัฒนาเมืองเชียงใหม่
  • 10.
    ในระยะที่ 2 (พ.ศ.2530-2540) พัฒนาการการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่(2) จำก พ.ศ. 2477 ถึงปัจจุบัน จากกลุ่มชนชั้นนาของจังหวัด สู่กลุ่มนักวิชาการ และกลุ่มนักพัฒนาเอกชน พ.ศ.2529 การคัดค้าน โครงการกระเช้าไฟฟ้ าขึ้น ดอยสุเทพนาโดย คณะพระสงฆ์ และกลุ่ม นักวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ฯลฯ พ.ศ.2533 ชมรมเพื่อ เชียงใหม่ และพันธมิตร คัดค้านการสร้าง คอนโดฯ ริมแม่น้าปิง พ.ศ.2537 ชมรมเพื่อ เชียงใหม่ และพันธมิตร คัดค้านโครงการ ขยายซุปเปอร์ ไฮเวย์ทับ โบราณสถาน วัดเจ็ดยอด ก่อตั้ง ศูนย์ศึกษาปัญหา เมืองเชียงใหม่ และชมรมจักรยาน วันอาทิตย์ ก่อตั้ง ประชาคม จังหวัดเชียงใหม่ และสภาเวียงพิงค์ ภายหลังล่มเลิก เพราะไม่มี คนทางาน พ.ศ.2539 ฉลองสมโภช เมืองเชียงใหม่ อายุครบ 700ปี - โครงการศึกษา ด้านล้านนาคดี - การพัฒนาพื้นที่ ประวัติศาสตร์ ใจกลางเมืองเก่า พื้นที่กลาง ให้คนเชียงใหม่ มาร่วมคิด ร่วมพูดคุย เพื่อเมือง
  • 11.
    พัฒนาการการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ (3) จำก พ.ศ.2477 ถึงปัจจุบัน ในระยะที่ 2 (พ.ศ.2540-2550) (2) จากนักวิชาการ และกลุ่มนักพัฒนาเอกชน สู่ภาคประชาสังคม พ.ศ.2542 ชาวบ้านวัดเกต กลุ่มอนุรักษ์วัดเกต ร่วมกับนักวิชาการ ทาการอนุรักษ์ศาลาบาตร และการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ วัดเกตการาม ต้นทศวรรษ 2540 ชาวบ้านย่านวัวลาย รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่ม ช่างฝีมือด้าน การตอกโลหะ เครื่องเงิน ปีพ.ศ.2548 จัดตั้ง ภาคีคนฮักเจียงใหม่ เพื่อรวบรวม พลังพลเมือง และองค์กร ภาคประชาสังคม ร่วมกันรักษาดอยสุเทพ และแม่น้าปิง และคัดค้านโครงการ เมกะโปรเจก - ไนท์ซาฟารี - กระเช้าขึ้นดอยสุเทพ ปีพ.ศ.2550-51 กลุ่มรักษ์บ้านรักเมือง ร่วมกันกับชุมชน ในเขตเทศบาลฯ คัดค้านการขยายถนน ตามร่างผังเมืองรวม ฉบับปี 50 ปีพ.ศ.2549 เวทีสัญจร รายการเมืองไทย รายสัปดาห์ จัดที่มช. เป็นฉนวนเหตุ ความขัดแย้ง เสื้อแดง-เสื้อเหลือง
  • 12.
    พัฒนาการการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ (4) จำก พ.ศ.2477 ถึงปัจจุบัน ในระยะปี 2550-ปัจจุบัน องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรภาคประชาสังคม ในประเด็นการดูแลรักษาเมือง พ.ศ. 2550 เครือข่ายเชียงใหม่ เขียว สวย หอม พ.ศ.2551 ชมรมชาวนิมมานเหมินท์ พ.ศ. 2552 กลุ่มสถาปนิก คน.ใจ.บ้าน พ.ศ. 2554 - สถาบันผลักดัน แนวคิดจังหวัด จัดการตนเอง - โครงการฟื้นบ้าน ย่าน เวียงเชียงใหม่ พ.ศ.2555 กองทุนฟื้นบ้าน ย่าน เวียงเชียงใหม่ (กองทุนมรดก) เงินตั้งต้น 300,000 บาท พ.ศ. 2556 เครือข่ายชุมชนเมือง รักษ์เชียงใหม่ เครือข่ายชุมชนในเขต เมืองเชียงใหม่ 27 ชุมชน
  • 13.
    กรณีศึกษา กลุ่มคน องค์กรภาคประชาสังคม ที่ดาเนินงานด้านการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน ภาคีคนฮักเมืองเชียงใหม่ รูปแบบการรวมตัว : เครือข่ายจิตอาสา ประกอบด้วยนักวิชาการ / พระสงฆ์ / นักเขียน และประชาชนทั่วไป เครื่องมือในการทางาน : การรวมตัวพบปะพูดคุย การยื่นหนังสือต่อหน่วยงานของรัฐ/ สิ่งพิมพ์ มูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง ประเด็น: การดูแลปกป้ องดอยสุเทพ และแม่น้าปิง การคัดค้านโครงการพัฒนาของรัฐ เมกะโปรเจก ฯลฯ งบประมาณสนับสนุน : ร่วมกันบริจาค รูปแบบการรวมตัว : เครือข่ายจิตอาสา ภายใต้มูลนิธิ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์มหาวิทยาลัย / นักวิชาการ / นักเรียนนักศึกษา เครื่องมือในการทางาน : การรวมตัวพบปะพูดคุย การยื่นหนังสือต่อหน่วยงานของรัฐ / การจัดเวทีเสวนา / สิ่งพิมพ์ / กิจกรรมรณรงค์สาหรับเด็ก / กิจกรรมทางประเพณี ประเด็น: ให้ความรู้เรื่องเมืองเชียงใหม่ เวทีหารือการพัฒนาเมือง (Hot issue) ปัญหาขยะ และสิ่งแวดล้อมเมือง งบประมาณสนับสนุน: เงินบริจาค และค่าสมาชิกหนังสือ
  • 14.
    กรณีศึกษา กลุ่มคน องค์กรภาคประชาสังคม ที่ดาเนินงานด้านการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา รูปแบบการรวมตัว : มูลนิธิ ประกอบด้วยนักพัฒนาเอกชน / นักวิชาการ / พระสงฆ์ / เครือข่ายพ่อครูแม่ครูภูมิปัญญา และประชาชนทั่วไป เครื่องมือในการทางาน : หลักสูตรการเรียนการสอน กิจกรรมทางวัฒนธรรม / สิ่งพิมพ์ โครงการฟื้นบ้าน ย่าน เวียงเชียงใหม่ ประเด็น: สืบสานองค์ความรู้ภูมิปัญญาล้านนา งบประมาณ : ค่าเล่าเรียน / เงินบริจาค / หน่วยงานภาครัฐ ส่วนกลาง รูปแบบการรวมตัว : เครือข่ายจิตอาสา ภายใต้โครงการ ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์มหาวิทยาลัย / นักวิชาการ / นักเรียนนักศึกษา / สถาปนิก / ศิลปิน และนักพัฒนาเอกชน เครื่องมือในการทางาน : การสารวจ และสร้างเครือข่ายชุมชน / การจัดเวทีเสวนา-นิทรรศการ / สิ่งพิมพ์ / กิจกรรมรณรงค์ สาหรับเด็ก / กิจกรรมอบรมองค์ความรู้ภูมิปัญญา / กิจกรรมตามทางประเพณี ประเด็น: การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของคนเมืองงบประมาณ : หน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง
  • 15.
    กรณีศึกษา กลุ่มคน องค์กรภาคประชาสังคม ที่ดาเนินงานด้านการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ รูปแบบการรวมตัว : เครือข่ายจิตอาสา ตัวแทนจากชุมชนในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ เครื่องมือในการทางาน : การสารวจ และสร้างเครือข่ายชุมชน กิจกรรมทางวัฒนธรรม / การอบรมองค์ความรู้ภูมิปัญญาเด็ก และเยาวชน / การยืนหนังสือต่อหน่วยงานภาครัฐ ชมรมชาวนิมมานเหมินท์ ประเด็น: สร้างเครือข่ายชุมชนในเขตเมืองเชียงใหม่ สร้างพื้นที่เชิงประเด็นการทางานร่วมกัน การรักษาและพัฒนาเมืองด้วยการมีส่วนร่วมชุมชน งบประมาณ : หน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง / กองทุนฟื้นบ้านฯ รูปแบบการรวมตัว : เครือข่ายจิตอาสา ผู้อยู่อาศัยย่าน นิมมานฯ และนักวิชาการ เครื่องมือในการทางาน : การประชุมประจาทุกเดือน / การส่ง หนังสือถึงหน่วยงานภาครัฐ / การเสวนาร่วมกับรัฐ และ ผู้ประกอบการ / การฟ้ องศาล ประเด็น: การดูแลรักษาย่านนิมมานเหมินท์ให้น่าอยู่ แก้ไขปัญหาเรื่องมลพิษทางเสียง / ป้ าย / การจราจร งบประมาณ : ร่วมกันบริจาค
  • 16.
    กรณีศึกษา กลุ่มคน องค์กรภาคประชาสังคม ที่ดาเนินงานด้านการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน กลุ่มสถาปนิก คน.ใจ.บ้าน รูปแบบการรวมตัว : เครือข่ายสถาปนิกจิตอาสา ปัจจุบัน ดาเนินงานในรูปแบบบริษัท เครื่องมือในการทางาน : การสารวจ และสร้างเครือข่ายชุมชน / การจัดทาแผนที่ชุมชน / กระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วม กลุ่มเครือข่ายเชียงใหม่เขียว สวย หอม ประเด็น: การพัฒนาชุมชนโดยกระบวนการมีส่วนร่วม งบประมาณ : หน่วยงานภาครัฐ และร่วมบริจาค รูปแบบการรวมตัว : เครือข่ายนักพัฒนาเอกชน เครื่องมือในการทางาน : กิจกรรมรณรงค์การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ในเขตเมือง / การอบรมการดูแลรักษาต้นไม้-การปลูกผักสวนครัว ประเด็น: การเพิ่มและดูแลรักษาพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง และความร่วมมือจากชุมชน งบประมาณ : หน่วยงานภาครัฐ และส่วนงานท้องถิ่น
  • 17.
    กรณีศึกษา กลุ่มคน องค์กรภาคประชาสังคม ที่ดาเนินงานด้านการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน กลุ่มละครกั๊บไฟ รูปแบบการรวมตัว : นักพัฒนาเอกชน และศิลปินด้านการละคร เครื่องมือในการทางาน : การละคร และกิจกรรมสร้างสรรค์ ประเด็น: การพัฒนาศักยภาพเยาวชน และการพัฒนาพื้นที่ สร้างสรรค์ให้กับเมือง งบประมาณ : หน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง เป้ าหมายการดาเนินงานกรณีศึกษา กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมเมืองเชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2558 รณรงค์สร้างความ เข้าใจคุณค่าของเมือง ส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็ง สร้างกิจกรรมเป็นพื้นที่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศึกษาปัญหาเมือง และใช้ กิจกรรมแก้ปัญหา สานเครือข่าย ชุมชน-รัฐ-เอกชน คัดค้านโครงการพัฒนา รัฐ-เอกชน
  • 18.
    เป้าหมายของการดาเนินงาน • โอกาส และข้อจากัดในการขับเคลื่อน การพัฒนาเมืองเชียงใหม่โดยภาคประชาสังคม การคัดค้านและเรียกร้อง ความไม่เหมาะสมของ โครงการพัฒนาเมืองทั้งจาก ภาครัฐ และเอกชน เป้าหมายการดาเนินงาน ในระยะที่ 1 (พ.ศ.2470-2520) เพื่อการสร้างสรรค์แนว ทางการพัฒนาหรือแก้ไข ปัญหาในเมือง ผ่านกิจกรรมใน รูปแบบต่างๆ พัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และ ความเข้าใจ และการรวมกลุ่ม ของคนในเมือง เป้าหมาย ระยะที่ 1 (พ.ศ.2470-ทศวรรษ 2520) เพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ ความเข้าใจของคนในท้องถิ่น
  • 19.
    เป้าหมายของการดาเนินงาน เป้าหมาย ระยะที่ 2(พ.ศ.2530-2549) เพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ ความเข้าใจของคนในเมือง การคัดค้าน และเรียกร้อง ความไม่เหมาะสมของโครงการ พัฒนาเมืองทั้งจากภาครัฐ และ เอกชน เป้าหมายการดาเนินงาน ในระยะที่ 2 (พ.ศ.2530-2549) เพื่อการสร้างสรรค์แนวทางการ พัฒนาหรือแก้ไขปัญหาในเมือง ผ่าน กิจกรรมในรูปแบบต่างๆ พัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และความ เข้าใจ และการรวมกลุ่ม ของคนในเมือง เป้าหมายการดาเนินงาน ในระยะที่ 3 (พ.ศ.2550-2558) การคัดค้าน และเรียกร้อง ความไม่เหมาะสมของ โครงการพัฒนาเมืองทั้งจาก ภาครัฐ และเอกชน เพื่อการสร้างสรรค์แนว ทางการพัฒนาหรือแก้ไข ปัญหาในเมือง ผ่านกิจกรรมใน รูปแบบต่างๆ พัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และ ความเข้าใจ และการรวมกลุ่ม ของคนในเมือง เป้าหมาย ระยะที่ 3 (พ.ศ.2550-ปัจจุบัน) เพื่อสร้างแนวทางพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาเมือง
  • 20.
    ภาคีคนฮักเมืองเชียงใหม่ มูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง โครงการฟื้นบ้านฯ ชมรมชาวนิมมานฯเขียว สวย หอม กลุ่มสถาปนิกคน.ใจ.บ้าน เครือข่ายชุมชนฯ โฮงเฮียนสืบสานฯ เป้าหมายการดาเนินงาน ในระยะที่ 3 (พ.ศ.2550-2558) การคัดค้าน และเรียกร้อง ความไม่เหมาะสมของโครงการพัฒนา เมืองทั้งจากภาครัฐ และเอกชน เพื่อการสร้างสรรค์แนวทางการพัฒนา หรือแก้ไขปัญหาในเมือง ผ่านกิจกรรม ในรูปแบบต่างๆ พัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และความ เข้าใจ และการรวมกลุ่ม ของคนในเมือง ภาคีคนฮักเมืองเชียงใหม่ มูลนิธิ สถาบันพัฒนาเมือง ชมรมชาวนิมมานฯ เครือข่ายชุมชนฯ ภาคีคนฮักเมืองเชียงใหม่ มูลนิธิ สถาบันพัฒนาเมือง โครงการฟื้นบ้านฯ ชมรมชาว นิมมานฯ เขียว สวย หอม กลุ่มสถาปนิกคน.ใจ.บ้าน เครือข่ายชุมชนฯ โฮงเฮียนสืบสานฯ เป้าหมายของการดาเนินงาน รูปแบบการดาเนินงาน และกลไก 1) จิตอาสา 2) รับเงินค่าจ้างในอัตราต่ากว่าวุฒิ อาศัยเครือข่าย ทุนทางสังคมภายในกลุ่ม ในการดาเนินงานเป็นหลัก
  • 21.
    • การทางานโดยใช้หลักและข้อมูลวิชาการในการสนับสนุน • มีกระบวนการสารวจและประเมินพื้นที่ทางาน ศักยภาพ และความ ต้องการมุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วม ทั้งจากชุมชน และหน่วยงาน ภาครัฐ-เอกชน • มีการจัดกิจกรรมที่เปิดให้คนทั่วไปหรือคนที่สนใจเข้าร่วมได้เป็นประจา • มีการเผยแพร่ข้อมูลประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ • มีการทางานร่วมกันเป็นพันธมิตร • มีการสนับสนุนให้ชาวบ้านในพื้นที่ รวมตัวกันเป็นกลุ่มองค์กรภาค ประชาสังคม และคอยติดตามผล ให้คาแนะนา รวมถึงสนับสนุนแรงงาน และงบประมาณ ในบางครั้ง วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์การยกระดับสู่วาระของเมือง และความยั่งยืน จุดแข็ง และข้อดีในกำรดำเนินงำนองค์กรภำคประชำสังคม
  • 22.
    วิเคราะห์ ผลสัมฤทธิ์การยกระดับสู่วาระของเมือง และความยั่งยืน จุดอ่อนในกำรดำเนินงำนองค์กรภำคประชำสังคม • การเคลื่อนงานพัฒนาเมืองของภาคประชาชนยังมีข้อจากัด และสิ่งที่ต้องการ การพัฒนาอย่างเร่งด่วน เช่น การเพิ่มเติมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของ เมืองที่มีความเร่งด่วนเข้าไปในเนื้องาน • ความต่อเนื่องในการทางานที่ยังขาดในบางช่วงที่งบประมาณสนับสนุนจาก โครงการ ซึ่งมักจะขอจากส่วนกลาง • ขาดแคลน กาลังและแรงงานที่เป็นอาสาสมัครจิตอาสาส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และอยู่ในวัยกลางคนตอนปลาย ในขณะที่มีกาลังคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาช่วยเสริม การทางานอยู่ในจานวนน้อย • ความไม่เข้าใจกันระหว่างกลุ่มองค์กรภาคประชาชน และองค์กรภาครัฐที่มี โอกาสเกิดขึ้นได้ เนื่องจากประเด็นการทางานที่คาบเกี่ยวกัน
  • 23.
    ข้อเสนอแนะอนาคตเมืองเชียงใหม่ในการขับเคลื่อนการพัฒนาโดยภาคประชาสังคม • การพัฒนาพื้นที่กลางในการทางานในระนาบที่เท่าเทียม ให้เป็นการพัฒนากลไกการทางานร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับงานการพัฒนาเมือง ประเด็นการพัฒนาในพื้นที่ ชุมชน และเมือง ศึกษาให้เข้าใจ บริบทพื้นที่ กาหนดรูปแบบและแนวทางการ ทางานด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม ลงมือปฏิบัติการ ด้วย ความร่วมมือของทุกฝ่าย ถอดบทเรียน และ ปรับปรุงกระบวนการ สร้างกลไก และแนวทาง ปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน กลไกกลาง คณะทางานกลาง ทุนทรัพย์ รูปแบบการทางาน
  • 24.
    “วิสัยทัศน์เมืองเชียงใหม่” กลไกกลาง • การเพิ่มศักยภาพด้านความรู้ ความสามารถ ของสมาชิกในกลุ่มการทางาน แนวทางการพัฒนาทั้งภายในองค์กรภาคประสังคมเองและ อาจจัดทาหรือดาเนินการจัดขึ้นให้กับภาคประชาสังคม โดยรวม จากการเก็บข้อมูลสัมภาษณ์เครือข่ายชาวบ้านใน เขตเมืองเก่าชียงใหม่ พบว่าประเด็นการพัฒนา ศักยภาพบุคลากร - เช่น ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย หรือ ข้อบัญญัติพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัย ในเขตเมือง - แนวปฏิบัติที่เหมาะสม โดยมีเป้ าหมายเพื่อนา องค์ความรู้ดังกล่าวไปใช้ในการดูแลชุมชนของ ตนเอง ภาคประชาสังคม ภาคประชาสังคมภาคประชาสังคม จัดทา การขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองโดยภาคประชาสังคม ดาเนินงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน
  • 25.
    จบการนาเสนอ - ขออบคุณครับ 8เม.ย. 2558 ณ โรงแรมรำมำกำร์เด้น, กรุงเทพ