ขั้นวิเคราะห์ (Analysis)
ขั้นที่ 3การสร้างแผนภูมิโครงข่ายเนื้อหา (Content Network Chart)
สัญลักษณ์ที่ใช้ในแผนภูมิโครงข่ายเนื้อหา
1 2 3
A B
จุดเหตุการณ์แบบวงกลม เป็นจุดเริ่มต้นและจุดสุดท้ายของ
หัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง
• 1 เป็นจุดเริ่มต้นชองหัวข้อ A
• 2 เป็นจุดสิ้นสุดของหัวข้อ A และจุดสิ้นสุดของหัวข้อ B
• 3 เป็นจุดสิ้นสุดของหัวข้อ B
จุดเหตุการณ์ (Event Node)
24.
ขั้นวิเคราะห์ (Analysis)
ขั้นที่ 3การสร้างแผนภูมิโครงข่ายเนื้อหา (Content Network Chart)
สัญลักษณ์ที่ใช้ในแผนภูมิโครงข่ายเนื้อหา
จุดเหตุการณ์แบบไข่ปลา เป็นกาหนดการเริ่มต้นหรือจุดสุดท้ายของหัว
เรื่องเช่นเดียวกับแบบจุดเหตุการณ์แบบวงกลม เพียงแต่จะใช้กับ
เหตุการณ์ที่เป็นทางเลือก ซึ่งมีหัวข้อมากกว่าหนึ่งหัวเรื่องที่คู่ขนานกัน
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจะเรียนเรื่องใดก่อนก็ได้
1
2
3
A
B
D
C
4
5
6
จุดเหตุการณ์ (Event Node)
25.
ขั้นวิเคราะห์ (Analysis)
ขั้นที่ 3การสร้างแผนภูมิโครงข่ายเนื้อหา (Content Network Chart)
สัญลักษณ์ที่ใช้ในแผนภูมิโครงข่ายเนื้อหา
• 1 เป็นจุดเริ่มต้นของหัวข้อ A B C และ D
• 2 เป็นจุดสิ้นสุดของหัวข้อ A
• 3 เป็นจุดสิ้นสุดของหัวข้อ B
• 4 เป็นจุดสิ้นสุดของหัวข้อ C
• 5 เป็นจุดสิ้นสุดของหัวข้อ D
• 6 เป็นจุดสิ้นสุดของหัวข้อ A B C และ D
จุดเหตุการณ์ (Event Node)
1
2
3
A
B
D
C
4
5
6
ขั้นวิเคราะห์ (Analysis)
ขั้นที่ 3การสร้างแผนภูมิโครงข่ายเนื้อหา (Content Network Chart)
สัญลักษณ์ที่ใช้ในแผนภูมิโครงข่ายเนื้อหา
• โครงสร้างแบบเส้นตรง
โครงสร้างแบบเส้นตรง จะเขียนเรียงเป็นเส้นตรง โดยเรียงเนื้อหาตามลาดับจากซ้ายไปขวา หมายถึง
ผู้เรียนจะต้องเรียนไปตามลาดับ เช่น จะต้องเรียนไปตามลาดับ A B และ C หากไม่เรียน A และ B ก่อน จะไม่
สามารถเรียน C ได้รู้เรื่อง
เลขลาดับกิจกรรม (Activity Number)
1 2 3
A B 4C
29.
ขั้นวิเคราะห์ (Analysis)
ขั้นที่ 3การสร้างแผนภูมิโครงข่ายเนื้อหา (Content Network Chart)
สัญลักษณ์ที่ใช้ในแผนภูมิโครงข่ายเนื้อหา
• โครงสร้างแบบขนาน
โครงสร้างแบบขนาน เป็นเนื้อหาที่มีความหมายและ
ความสาคัญในตัวเอง ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนหัวเรื่องใด
ก่อนหรือหลังก็ได้ เช่น หัวข้อ A B C และ D จะเลือกเรียน C
ก่อนโดยที่ไม่ต้องเรียนหัวข้อ A B และ D ก็ได้ ก็สามารถเรียน
หัวข้อ C ได้รู้เรื่องเช่นกัน
เลขลาดับกิจกรรม (Activity Number)
1
2
3
A
B
D
C
4
5
6
กิจกรรมที่ 1
สร้างแผนภูมิโครงข่ายเนื้อหา (ContentNetwork Chart)
• เรียนเนื้อหา A แล้วเรียน B ต่อ เรียน B เสร็จแล้วเรียน C ต่อ
• หลังจากเรียน C แล้ว จะเลือกเรียน D, E หรือ F ก็ได้
• หลังจากเรียน D แล้ว จะเลือกเรียน G หรือ H ก็ได้
• หลังจากเรียน E, F, G และ H แล้ว เรียน I ต่อ
ขั้นประเมินผล (Evaluation)
ขั้นที่ 15การทดสอบหาประสิทธิภาพของบทเรียนและประสิทธิผลทางการเรียน
การหาค่าประสิทธิภาพของนวัตกรรม (สื่อการเรียนรู้)
E1i =
σ x
n
A
× 100
E1 =
σi=1
M E1i
M E2 =
σ x
n
B
× 100
E1i คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการแต่ละหน่วยการเรียน
E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ
E2 คือ ประสิทธิภาพของสื่อในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้เรียน
x คือ ผลรวมคะแนนของแบบทดสอบ
n คือ จานวนผู้ทาแบบทดสอบ
A คือ คะแนนเต็มของแบบทดสอบระหว่างเรียน
B คือ คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน
ขั้นประเมินผล (Evaluation)
ขั้นที่ 15การทดสอบหาประสิทธิภาพของบทเรียนและประสิทธิผลทางการเรียน
การหาค่าประสิทธิผลการเรียนรู้จากนวัตกรรม
Epre =
σ x
n
C × 100 Epost =
σ x
n
B
× 100
Epre คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการแต่ละหน่วยการเรียน
Epost คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ
x คือ ผลรวมคะแนนของแบบทดสอบ
n คือ จานวนผู้ทาแบบทดสอบ
C คือ คะแนนเต็มของแบบทดสอบก่อนเรียน
B คือ คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน Epre – Epost 60