เมืองตะโหมด
ต้นแบบการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก
ณัฐธิดา เย็นบารุง
ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง
2
เมืองตะโหมด
ต้นแบบการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก
ณัฐธิดา เย็นบารุง
บรรณาธิการ ยุวดี คาดการณ์ไกล
กองบรรณาธิการ ณัฐธิดา เย็นบารุง อรุณ สถิตพงศ์สถาพร ฐิติรัตน์ รู้เสงี่ยม
ถอดความ อรุณ สถิตพงศ์สถาพร
รูปเล่ม ณัฐธิดา เย็นบารุง
ปีที่เผยแพร่ มีนาคม 2563
เผยแพร่โดย ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต
ผู้สนับสนุน สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
3
สารบัญ
เมืองตะโหมด.........................................................................................................4
จุดเริ่มต้นการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก ........................................................................5
พัฒนาการและกระบวนการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก....................................................6
ศูนย์เด็กเล็กยุคที่ 1 : ศูนย์เพิงไม้ขนาดเล็ก..........................................................6
ศูนย์เด็กเล็กยุคที่ 2 : ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชสุดาฯ.....7
หลักสูตรที่เป็นเลิศด้านการพัฒนาเด็กเล็ก...............................................................9
การขยายผลและความสาเร็จ................................................................................12
ปัจจัยสาเร็จของการพัฒนาสุขภาวะเด็กเล็ก..........................................................15
บทสรุป................................................................................................................16
4
เมืองตะโหมด
ต้นแบบการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก1
หากประเทศต้องการสร้างคนที่มีคุณภาพ ควรมีการปลูกฝังและพัฒนาตั้งแต่เด็กเล็ก คล้ายกับ
บ้านที่ดีคือบ้านที่มีรากฐานมั่นคง แข็งแรง แนวคิดดังกล่าวเป็นแรงบันดาลใจของคุณปราณี มลิวรรณ์
ที่ได้ผันตัวเองจากการเป็นนักข่าว กลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเองในเมืองตะโหมด จังหวัดพัทลุง ฝ่า
ฝันอุปสรรคต่างๆ จนสามารถพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชสุดาฯ สยาม
บรมราชกุมารี หรือรู้จักในชื่อสั้นๆ ว่า “ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด” ได้รับการยอมรับให้เป็น
ศูนย์ต้นแบบพัฒนาสุขภาวะเด็กเล็ก แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอื่นๆ ทั่วประเทศ บทความชิ้นนี้เป็นบทความ
ที่นาเสนอจุดเริ่มต้น แนวทาง วิธีการ ของการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก ที่ชี้ให้เห็นถึงความร่วมมือของภาค
ส่วนต่างๆ และการใช้สถาบันทางสังคม อย่าง บ้าน วัด โรงเรียน สถาบันกษัตริย์ เป็นพลังในการสร้าง
และพัฒนาเด็กเล็ก ให้เติบโตเป็นกาลังสาคัญของประเทศ
เมืองตะโหมด
เมืองตะโหมด ตั้งอยู่ในอาเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง มีครัวเรือนทั้งสิ้น 2,685 ครัวเรือน
ประชากรทั้งหมด 9,420 คน นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 60 และนับถือศาสนาร้อยละ 40 บริเวณที่ตั้งของ
ชุมชนเป็นที่ราบ จัดเป็นชุมชนหนึ่งในพื้นที่ลุ่มทะเลสาบสงขลาฝั่งตะวันตกที่มีความอุดมสมบูรณ์ของ
ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดิน ป่าไม้ และสายน้า เพราะพื้นที่มีต้นน้าอยู่ที่เทือกเขาบรรทัด 4 สาย คือ คลอง
ตะโหมด คลองกง คลองหัวช้าง และคลองโหล๊ะจันกระ ซึ่งลาคลองเหล่านี้ล้วนมีต้นน้าอยู่ที่เทือกเขา
บรรทัด มีหมู่บ้านทั้งหมด 12 หมู่บ้าน มีบ้านตะโหมดและบ้านในเป็นจุดศูนย์กลางของชุมชน
1 ถอดความมาจาก คุณปราณี มลิวรรณ์ อดีตผู้อานวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อ.
ตะโหมด จ.พัทลุง โดยคุณอรุณ สถิติพงศ์สถาพร ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 ณ วัดชลประทานรังสฤษดิ์พระอารามหลวง ตาบลบางตลาด
อาเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
5
แผนภาพที่ 1 ตาแหน่งของอาเภอตะโหลด จังหวัดพัทลุง
ที่มา พัฒนาจาก Google map
จุดเริ่มต้นการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก
จุดเริ่มต้นของการสร้างสุขภาวะเด็กเล็กนั้นได้เริ่มมาจากการที่คุณปราณีได้เดินทางกลับ
ภูมิลาเนาที่ตาบลตะโหมด อาเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ในพ.ศ. 2529 และได้เห็นสภาพความเป็นอยู่
ของประชากรในชุมชน มีการระบาดของยาเสพติดเป็นจานวนมากโดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนอายุ
ตั้งแต่ 11-20 ปี ในสมัยนั้นสภาพพื้นที่ของตาบลตะโหมดเป็นพื้นที่ที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาซึ่งอยู่ห่างไกล
ความเจริญ อีกทั้งในเรื่องของการศึกษานั้นก็ยังไม่ทั่วถึง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพสวน
ยางพาราเป็นอาชีพหลัก พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ได้มีเวลาดูแลบุตรหลานของตนมากนัก ปล่อยให้บุตรหลาน
อาศัยอยู่ตามลาพังในขณะที่ออกไปกรีดยาง เยาวชนซึ่งจะเป็นกาลังของชาติในอนาคตอยู่ใน
สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ประกอบกับประสบการณ์การเป็นนักข่าวที่ได้เคยมีโอกาสได้ไปที่ชุมชน
คลองเตยที่ประสบปัญหาเรื่องยาเสพติดเฉกเช่นเดียวกับตะโหมด ในชุมชนคลองเตยแก้ปัญหาด้วยการ
การก่อตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กซึ่งดาเนินการโดยมูลนิธิดวงประทีป ด้วยแรงจูงใจดังกล่าวจึงเป็นจุดเริ่มต้น
ในการคิดช่วยเหลือสังคมโดยมุ่งเน้นไปในเรื่องของเด็กเล็ก หลังจากแนวคิดที่จะพัฒนาเด็กเล็กได้ถูกจุด
ประกายขึ้น คุณปราณีจึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นนักข่าวของหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่ง และกลับมา
บ้านเกิดเพื่อก่อตั้ง “ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก” พัฒนาเด็กเล็กให้มีคุณภาพตั้งแต่เยาว์วัย
6
พัฒนาการและกระบวนการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก
พัฒนาการและแนวทางในการสร้างสุขภาวะในเด็กเล็ก แบ่งเป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด
2 ยุค คือ ศูนย์เด็กเล็กในยุคเริ่มต้น ที่เป็นเพียงการนาเด็กมาดูแลภายใต้ศูนย์เพิงไม้ขนาดเล็กมาก ไม่มี
โครงสร้างกายภาพและหลักสูตรที่มีรูปแบบชัดเจน และในยุคต่อมา คือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระ
เกียรติสมเด็จพระราชสุดาฯ หรือรู้จักกันในนาม “ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด” เป็นศูนย์พัฒนา
เด็กเล็กที่สมบูรณ์มากขึ้น ขนาดใหญ่ โครงสร้างพื้นฐานที่ดี และหลักสูตรที่ชัดเจน ในพัฒนาการของศูนย์
เด็กเล็กดังกล่าว มีวิธีการในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ การบริหารจัดการในด้านต่างๆ
และการพัฒนาหลักสูตรในการสอนเด็กเล็ก สามารถศึกษาสรุปพัฒนาการและกระบวนการสร้างสุขภาวะ
เด็กเล็กได้ในแผนภาพที่ 4
ศูนย์เด็กเล็กยุคที่ 1 : ศูนย์เพิงไม้ขนาดเล็ก
พ.ศ. 2553 สิ่งแรกที่คุณปราณีได้ทาในการสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก คือ การสารวจจานวนเด็กที่
มีอายุ 3-5 ปี ว่ามีจานวนเท่าใดที่อาศัยอยู่ในตาบลตะโหมดทั้งหมด 12 หมู่บ้าน ในขณะนั้นมีประชากร
ทั้งหมดประมาณ 3,000 คน ซึ่งจากการสารวจพบว่ามีเด็กอายุ 3-5 ปี ทั้งสิ้น 34 คน คุณปราณีได้ทาการ
พูดคุยเพื่อทาความเข้าใจกับพ่อแม่ผู้ปกครองเกี่ยวกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กซึ่งถือกาเนิดขึ้นเพื่อเป็นการ
แบ่งเบาภาระของพ่อแม่ผู้ปกครอง ในฐานะที่คุณปราณีเป็นคนในพื้นที่ทาให้ผู้ปกครองมีความไว้วางใจ
ในเรื่องการดูแลบุตรหลานของตน จึงอนุญาตและส่งบุตรหลานมาฝากไว้ กระนั้นก็ตาม ก็มีกระแสด้าน
ลบที่มองว่าคุณปราณีจะไม่สามารถพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้ แต่คุณปราณีก็ใช้คาดูถูกนั้นมาเป็นแรง
บันดาลใจในการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กต่อไป
 โครงสร้างกายภาพ : เพิงไม้
หากต้องการสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จะต้องมีโครงสร้างทางกายภาพ คือ มีสถานที่ในการเลี้ยง
และสอนเด็กเล็ก คุณปราณีได้รับเงินจากการบริจาคเงินจากผู้ปกครองเพื่อใช้ในการดาเนินการจานวน
7,777 บาท ในส่วนของสถานที่ได้รับการสนับสนุนจากกานันตาบลตะโหมด อนุญาตให้ใช้ศาลาอ่าน
หนังสือพิมพ์ประจาหมู่บ้านในการพัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งเป็นเพียงที่เพิงไม้เล็ก ๆ โดยอาศัยความร่วมมือ
เพิ่มเติมจากคนในชุมชนซ่อมแซมสถานที่ นาไม้มากั้นให้พื้นที่มีสัดส่วนมากขึ้น
 การบริหารจัดการ
ในด้านบุคลากร คุณปราณีได้ชักชวนเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอีกคนหนึ่งมาช่วยดูแลเด็ก
และมีผู้ปกครองที่ว่างจากการทางานในการช่วยดูแลเด็กเป็นครั้งคราว
ในด้านงบประมาณ คุณปราณีได้ใช้เวลาว่างจากการดูแลเด็กเล็กในช่วงสุดสัปดาห์ไปกับการ
รับจ้างสอนที่ศูนย์การศึกษาผู้ใหญ่ตั้งแต่ระดับ มศ.1-5 โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นจานวนเงิน 7,000-
8,000 บาท ต่อเดือน ซึ่งคุณปราณีก็นาเงินที่ได้รับมาใช้ในการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ในด้านหลักสูตร คุณปราณีและเพื่อนนั้นไม่ได้จบการศึกษาในหลักสูตรปฐมวัยแต่อาศัยสอน
โดยใช้ความรู้สึก รูปแบบการสอนในตอนแรกนั้นไม่มีรูปแบบตายตัว
7
ศูนย์เด็กเล็กยุคที่ 2 : ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชสุดาฯ
1 ปีหลังจากก่อตั้งศูนย์เด็กเล็กเพิงไม้ ใน พ.ศ. 2534 กรมการพัฒนาชุมชน ในสังกัด
กระทรวงมหาดไทย รับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของคุณปราณีเข้าอยู่ในสังกัดของกรมฯ และได้ให้การอบรม
ในเรื่องของการดูแลเด็กเล็กเพิ่มเติม พร้อมกับมอบตาแหน่งกับคุณปราณีในฐานะครูผู้ดูแลเด็ก และเลือก
ให้เป็นประธานชมรมครูผู้ดูแลเด็ก อีกทั้งมอบรางวัลครูผู้ดูแลเด็กดีเด่นระดับเขต 9 ซึ่งคัดเลือกจาก 7
จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ในปีเดียวกันนี้ กรมพัฒนาชุมชนได้ถามความเห็นจากคุณปราณีว่าต้องการริเริ่ม
โครงการสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพื่อถวายสมเด็จพระเทพฯ เนื่องในวโรกาสฉลองพระชนมายุครบ 36
พรรษาหรือไม่2 ด้วยแรงศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์ของคุณปราณี ทาให้คุณปราณีตัดสินใจที่จะ
เข้าร่วมโครงการโดยมิได้คานึงถึงปัญหาหรืออุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแม้แต่น้อย จึงเป็นจุดเริ่มต้น
ของการสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชสุดาฯ
 โครงสร้างกายภาพ : อาคารสิรินธร
หากจะขยายศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต้องมีงบประมาณสาหรับการขยายที่ดินและสร้างอาคารเรียน
แม้ว่าจะเข้าสังกัดกับกรมพัฒนาชุมชนแล้ว แต่ทางกรมฯ ไม่ได้ให้งบประมาณเพื่อสนับสนุนการพัฒนา
มีเพียงแค่ค่าตอบแทนจานวน 400 บาทต่อเดือน โดยเพิ่มเป็น 1,200 บาทในภายหลัง ซึ่งคุณปราณีก็ได้
นามาใช้สาหรับซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคสาหรับเด็ก ไม่เพียงพอในการสร้างขยายที่ดินสร้างอาคาร
การขยายที่ดิน คุณปราณีจึงตัดสินใจเข้าเจรจากับกานันเพื่อขอบริจาคที่ดินจานวน 1 ไร่ และ
ได้รับมาเนื่องจากทาประโยชน์ให้กับชุมชน
การสร้างอาคาร งบประมาณสาหรับการสร้างอาคาร คุณปราณีนาเงินเก็บส่วนตัวจานวน
ประมาณ 100,000 บาท รวมไปถึงการเล่นแชร์ ร่วมกับการใช้เครือข่ายส่วนตัวจากการเป็นนักข่าวใน
การระดมทุนจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ บริษัทปุ้มปุ้ย บริษัทอธิบาทใหญ่ คุณสมศักดิ์พยัควิเชียร ท่าน
บรรจง ชูสกุลชาติ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมๆกันได้ 250,000 นอกจากนี้ ยังมีนักพัฒนาป่าไม้
หน่วยพิทักษ์ป่าได้นาบุตรมาฝากให้อยู่ในการดูแลของคุณปราณี เกิดความประทับใจในแนวคิดของคุณ
ปราณีที่มุ่งจะพัฒนาเด็กเล็ก จึงสนับสนุนในส่วนของแรงงานและไม้เพื่อใช้ในการสร้างอาคาร
คุณปราณีได้นาเงินมาซื้อเสาจานวน 33 ต้น และสร้างอาคารหลังแรกเป็นอาคารไม้ ตั้งชื่อว่า
“อาคารสิรินธร” มีห้องเรียนจานวน 3 ห้อง ใช้เวลาสร้างเกือบ 1 ปี แต่ยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจาก
งบประมาณไม่พอ และยังกลายเป็นหนี้อีก 80,000 บาท
2 2 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในภาคใต้ตอนล่างที่ได้รับการคัดเลือกให้ทาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ 1. ศูนย์
เด็กเล็กที่ตาบลตะโหมด และศูนย์เด็กเล็กตาบลไม้เรียง จังหวัดนครศรีธรรมราช
8
แผนภาพที่ 2 อาคารสิรินธร ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด
ที่มา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด
https://www.facebook.com/spdtamod
 การบริหารจัดการ : กองทุนปัญญานันทภิกขุ
ปัญหาการขาดแคลนงบประมาณและหนี้สิน เป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข ในพ.ศ. 2536 มีจุด
เปลี่ยนเกิดขึ้น ขณะที่คุณปราณีกาลังนั่งดูหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุเทศน์เรื่องครูจันทร์แรม ที่อุทิศทั้ง
ชีวิตให้นักเรียนยากจนและชาวเขาที่ไม่รู้หนังสือ ทั้งที่เธอเองจบการศึกษาเพียงชั้น ป.4 ผ่านทาง
โทรทัศน์ เป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่หลวงพ่อได้ให้การช่วยเหลือสนับสนุน ทาให้คุณปราณีฉุกคิดว่าหลวง
พ่อเป็นคนพัทลุงเหมือนกัน น่าจะขอความช่วยเหลือจากท่านได้ คุณปราณีจึงตัดสินใจเขียนโครงการ
เสนอ ประกอบกับถ่ายรูปเด็กขณะทากิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของศูนย์พัฒนา
เด็กเล็ก จากนั้นได้เดินทางมุ่งตรงมายังวัดชลประทานรังสฤษดิ์พร้อมกับน้าผึ้งรวงจานวน 2 ขวด เพื่อ
พบกับหลวงพ่อและได้เล่าเรื่องราวให้หลวงพ่อฟัง หลวงพ่อจึงได้จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษาให้
ในขณะนั้นเจ้าของบริษัทนครหลวงวัสดุภัณฑ์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ได้ยินบท
สนทนาระหว่างหลวงพ่อกับคุณปราณี จึงเสนอเป็นกรรมการทอดผ้าป่าอีกคน โดยผ้าป่าเพื่อการศึกษา
ในครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2536
เมื่อได้พบหลวงพ่อแล้ว คุณปราณีก็ได้เดินทางกลับไปยังพัทลุงเพื่อเตรียมงานทอดผ้าป่า
กระนั้นก็ตาม ก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนที่ไม่เชื่อว่าหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุจะเดินทางมาพัทลุง
9
เพื่อทาการทอดผ้าป่าให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเมืองเล็ก ๆ อย่างตะโหมด แต่เมื่อวันทอดผ้าป่ามาถึง
หลวงพ่อได้เดินทางโดยเครื่องบินมายังพัทลุง ผู้ว่าราชการจังหวัดได้นารถไปรับที่สนามบิน
หลวงพ่อมอบเงินบริจาคจานวน 60,000 บาท เครือข่ายและลูกศิษย์ของหลวงพ่อรวบรวมเงิน
บริจาคจานวนเงิน 230,000 บาท นอกจากนี้ ในการทอดผ้าป่ายังได้รับเงินบริจาคจากผู้คนในชุมชนอีก
20,000 บาท และชาวมุสลิมก็ได้เข้ามาร่วมในงานบุญครั้งนี้ด้วย เพราะไม่ได้ขัดกับหลักศาสนา
เนื่องจากเห็นว่าเป็นการพัฒนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชน
เงินจากการทอดผ้าป่าและการชาระจากหนี้สิน เหลือจานวนประมาณ 140,000 บาท คุณปราณี
ได้นามาจัดตั้งเป็นกองทุนปัญญานันทภิกขุ ตั้งคณะกรรมการจานวน 9 คน โดยมีคุณปราณีเป็น
เลขานุการ ใน พ.ศ. 2538 ได้มีการจัดตั้งชมรมครูผู้ดูแลเด็ก โดยมีเครือข่ายที่สามารถรวมกลุ่มเพื่อ
จัดการอบรมทุกๆ 6 เดือน
 การบริหารจัดการ : สังกัดเทศบาล บริหารแบบเอกชน
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ ได้ถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งแม้จะขึ้นต่อหน่วยงาน
ของภาครัฐแล้วแต่ก็ไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากเทศบาลในช่วงแรก งบประมาณที่ได้มานั้นจะมาจาก
กองทุนปัญญานันทภิขุก สส.ในพื้นที่ และคนในชุมชน กระทั่ง พ.ศ. 2550 นั้น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้รับ
การสนับสนุนจากเทศบาลมากขึ้น โดยบุคลากรได้รับเงินค่าตอบแทนจานวน 3,000 บาท นอกจากนี้ยัง
มีงบประมาณในเรื่องของวิชาการ อุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน เนื่องจากในเขตเทศบาลตาบลตะโหมด
ขณะนั้นมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพียงศูนย์เดียว จึงทาให้ได้รับงบประมาณสนับสนุนค่อนข้างมาก
การบริหารงบประมาณศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิมมาก ซึ่งได้งบประมาณ
ที่มาจากภาครัฐและนอกภาครัฐ คุณปราณีมีการบริหารจัดการแบบเอกชนผสมกับการบริหารภาครัฐ คือ
งบประมาณที่ได้จากภาครัฐใช้จ่ายตามงบประมาณที่ได้ตั้งไว้ ในขณะเดียวกันได้บริหารงบประมาณแบบ
ภาคเอกชน คือสามารถนาเงินจากการบริจาคและกองทุนปัญญานันทภิขุกมาใช้ได้โดยที่ไม่ได้ถูก
แทรกแซงการทางานจากราชการและรัฐบาล ทาให้คุณปราณีมีอิสระและอานาจในการบริหารจัดการ
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้เป็นศูนย์ฯ ที่เกิดจากความร่วมมือ
ของประชาชน ไม่มีภาครัฐมาเกี่ยวข้องในช่วงเริ่ม ทาให้คุณปราณีได้รับความไว้วางใจให้สามารถ
จัดสรรบุคลากรให้เหมาะสมกับตาแหน่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้อย่างเต็มที่
หลักสูตรที่เป็นเลิศด้านการพัฒนาเด็กเล็ก
จากหลักสูตรที่ไม่มีแบบแผน เมื่อศูนย์เด็กเล็กได้รับการถ่ายโอนศูนย์ให้กรมพัฒนาชุมชน ทาให้
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของคุณปราณีนั้นได้รับการอบรมหลักสูตรอยู่สม่าเสมอ กลายเป็นหลักสูตรที่เป็นเลิศ
จน พ.ศ. 2551 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นศูนย์ต้นแบบการบริหารจัดการ
หลักสูตรพัฒนาเด็กเล็กแห่งหนึ่งของประเทศ
10
หลักสูตรของศูนย์แห่งนี้แบ่งออกเป็น 6 กิจกรรมหลัก อันได้แก่ กิจกรรมการเคลื่อนไหว เช่น
การเต้นหรือการร้องเพลง กิจกรรมการเล่านิทาน กิจกรรมทางวิชาการ เช่น การเรียนวิชาคณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย กิจกรรมเกี่ยวกับดนตรี และกิจกรรมกลางแจ้ง โดยจะมีการสลับหมุนเวียนการ
ทากิจกรรมต่าง ๆ ออกไปในแต่ละวัน ทั้งนี้ การบริหารหลักสูตรดังกล่าวประกอบไปด้วย 2 แนวคิดหลัก
ที่ถูกบูรณาการเข้าไว้ด้วยกัน ดังนี้
1. แนวคิดโรงเรียนวิถีพุทธ เน้นการนาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเข้ามาเสริม โดยให้เด็ก ๆ
สวดมนต์และคาถาชินบัญชร รวมไปถึงการนั่งสมาธิ ในตอนเช้าและก่อนนอนกลางวัน
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพาเด็ก ๆ ไปฟังพระเทศน์ที่วัดใกล้เคียงทุกวันพุธ ส่วนเด็กที่นับถือ
ศาสนาอิสลามนั้น ให้อยู่ในอาการสารวม สงบนิ่ง
2. แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง หัดให้เด็ก ๆ ปลูกผักสวนครัว เช่น ผักบุ้ง ผักกาด ถั่วฝักยาว
แตงกวา เป็นต้น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองในการพัฒนาเด็กในส่วนของการขุดดิน
พรวนดิน และประโยชน์ที่ได้จากกิจกรรมนี้ คือการทาให้เด็ก ๆ รู้จักการเข้าสังคมที่คุณปราณี
ได้ให้ความสาคัญเป็นอันดับแรก พร้อมกับการรู้ทักษะการใช้ชีวิต ไม่เน้นทักษะทางด้าน
วิชาการ
แผนภาพที่ 3 กิจกรรมการเปิดตลาดน้องหนู
ที่มา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด
https://www.facebook.com/spdtamod
11
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างทักษะ ได้แก่
1. หลักสูตรปรัชญาท้องถิ่น ให้ปราชญ์ท้องถิ่นมาจัดกิจกรรมเพิ่มทักษะให้กับเด็ก ๆ เช่น การ
สอนจักสานแบบง่าย ๆ กิจกรรมร้องเพลงกล่อมเด็ก หรือการเล่านิทาน เป็นต้น
2. กิจกรรมสายใยรักในครอบครัว ปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นในสังคมนั้น เป็นผลมาจากการที่บุคคล
ในครอบครัวไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ที่เน้นแฟ้น ไม่ได้ทากิจกรรมเพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน
ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจึงจัดให้มีกิจกรรม “เล่านิทาน” ให้เป็นกิจกรรมครอบครัว โดยขอความ
ร่วมมือจากผู้ปกครองในการนาหนังสือนิทานจากห้องสมุดที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกลับไปอ่านให้
บุตรหลานฟัง พร้อมทั้งสรุปและถามคาถามหลังจากเล่าจบแล้วด้วย จากนั้นหนึ่งสัปดาห์ เด็ก ๆ
จะต้องกลับมาเล่านิทานให้ครูฟัง ซึ่งนิทานแต่ละเรื่องนั้น จะถูกเสริมด้วยหลักคุณธรรม
จริยธรรม อีกทั้งเป็นการเสริมพัฒนาการเด็กให้ดีขึ้นด้วย เพราะการที่ผู้ปกครองเล่านิทานให้ลูก
ฟังจะทาให้เด็ก ๆ รักการอ่านในที่สุด อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ไม่ได้คาดหวังให้เด็กนั้นอ่านออก
เขียนได้ แต่ต้องการให้เด็กนั้นกล้าแสดงออก คิดวิเคราะห์เป็น แก้ปัญหาได้ โดยที่ได้รับความ
ร่วมมือจากผู้ปกครอง ซึ่งจะมีการประชุมผู้ปกครองอยู่เสมอ
3. การส่งเสริมพัฒนาการสมองส่วนหน้า (Executive Functions; EF) เนื่องจากสมองส่วน
หน้าทาหน้าที่เชื่อมโยงกับสมองที่สร้างขึ้นมาก่อนทั้งหมด หากเด็กโตขึ้นสมองส่วนนี้จะทา
หน้าที่เกี่ยวกับการคิด วางแผน ตัดสินใจ ใช้เหตุผล มีความรับผิดชอบ มีสมาธิ เช่น การยั้งใจ
คิดไตร่ตรอง การควบคุมอารมณ์ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการใช้ชีวิต
4. การเปิ ดตลาดน้องหนู กิจกรรมนี้ได้มีการประยุกต์เอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงของสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เข้ามาใช้ โดยการให้เด็กนาสินค้ามาจัดจาหน่ายเป็นกิจกรรมเสริม สอง
ครั้งต่อเดือน ประโยชน์ของกิจกรรมนี้ เด็กจะได้ฝึกในเรื่องของการคิดคานวณ ฝึกให้เด็กรู้จัก
การเข้าสังคม รวมไปถึงพัฒนาการทั้งเรื่องของอารมณ์และสติปัญญา และยังทาให้เกิดความ
ผูกพันในครอบครัวมากยิ่งขึ้น
5. การอบรมให้ความรู้เรื่องยาเสพติด กิจกรรมนี้ต้องการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กโดยการ
ปลูกฝังและชี้ให้เห็นถึงโทษของยาเสพติดตั้งแต่ยังเล็ก โดยผู้ปกครองต้องเข้าร่วมอบรมในเรื่อง
นี้ด้วย ซึ่งเชื่อมโยงกับการส่งเสริมพัฒนาการสมองส่วนหน้า (EF)
12
แผนภาพที 4 การสร้างสุขภาวะในกลุ่มเด็กเล็ก พื้นที่เทศบาลตาบลตะโหมด จังหวัดพัทลุง
ที่มา อรุณ สถิติพงศ์สถาพร (2560) ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง
การขยายผลและความสาเร็จ
ความสาเร็จและการขยายผลของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเมืองตะโหมด คือ การเป็นต้นแบบศูนย์
พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์แห่งนี้ได้รับการคัดเลือกจากกรมพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องการพัฒนา
เด็กเล็กของภาคใต้ตอนล่าง ให้ศูนย์อื่น ๆ ได้มาเรียนรู้ระบบการบริหารจัดการหลักสูตร
คุณสมพร ใช้บางยาง ซึ่งในขณะนั้นดารงตาแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้มอบรางวัล
ศูนย์ต้นแบบเด็กเล็กของจังหวัดพัทลุง ใน พ.ศ. 2547 อีกทั้งยังเห็นความตั้งใจของคุณปราณีซึ่งใน
ขณะนั้นได้ดารงตาแหน่งประธานเครือข่ายครูปฐมวัยระดับประเทศ จึงทาการดาเนินเรื่องให้คุณปราณี
และครูที่อยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้งหมด 18 คนนั้น บรรจุเป็นข้าราชการโดยไม่ต้องผ่านการ
สอบแข่งขันใน พ.ศ. 2551 นอกจากความสาเร็จดังกล่าว ยังมีความสาเร็จและการขยายผลอื่นๆ
13
 การขยายอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ มีการขยายอาคารเพิ่มอีก 2 หลัง คือ อาคารหลังที่ 2
อาคารปัญญานันทภิกขุ 78 ปี ใน พ.ศ. 2541 เริ่มมีเด็กเล็กที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพิ่มมากขึ้น
จากแต่ก่อน ซึ่งบางคนนั้นก็มาจากตาบลอื่น และเนื่องด้วยหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุมีอายุครบ
78 ปี ในปีเดียวกันนี้ คุณปราณีจึงมีโครงการที่จะสร้างอาคารเรียนเพิ่มอีกหลังหนึ่งเป็นอาคาร
หลังที่ 2 จึงได้นามาเรียนหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุอีกครั้ง และจากการทุ่มเทของคุณปราณีที่
หมายมั่นตั้งใจจนทาให้การพัฒนาเด็กเล็กนั้นมีความเป็นรูปธรรมและประสบความสาเร็จในระดับ
หนึ่งนั้น ก็ทาให้เจ้าของบริษัทนครหลวงวัสดุภัณฑ์ ผู้ที่เห็นคุณค่าที่คุณปราณีทามาเสมอ
อุปถัมภ์ในด้านงบประมาณในการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นประจา บริจาคเป็นเงินจานวน
250,000 บาท เมื่ออาคารหลังนี้สร้างเสร็จ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุได้เดินทางมาทาพิธีเปิด
อาคารหลังนี้ที่ชื่อว่า อาคารปัญญานันทภิกขุ 78 ปี ด้วยตัวเอง
สาหรับอาคารหลังที่ 3 ใน พ.ศ. 2549 ได้รับเงินสนับสนุนมาจากหลวงพ่อปัญญานันท
ภิกขุจานวน 1,000,000 บาท เมื่อมีอาคารเพิ่ม จึงมีการเพิ่มจานวนครูขึ้นเป็น 5 คน เป็นคนใน
พื้นที่หมู่บ้านตะโหมด ซึ่งทาหน้าที่ทั้งสอนหนังสือและเป็นแม่ครัวทาอาหารในคราวเดียวกัน
อีกทั้งเริ่มมีการเก็บเงินจากผู้ปกครองคนละ 50 บาท เพื่อนามาเป็นค่าดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ
รวมถึงกรมพัฒนาชุมชนได้มีการสนับสนุนในเรื่องของนม ค่าอาหารส่วนหนึ่ง และค่าตอบแทน
ครูจานวน 2,010 บาท ต่อเดือน
 การขยายผลเป็นโรงเรียนประถมศึกษา
ด้วยความคิดที่ไม่หยุดพัฒนาในเรื่องของการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนตาบลตะโหมด พ.ศ.
2552 คุณปราณีได้รับงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็งจานวน 4,900,000 บาท จึงดาเนินการ
ขยายอาคารเพื่อใช้เป็นโรงเรียนประถมศึกษาตั้งแต่ระดับประถมการศึกษาที่ 1-6 เนื่องจากการที่เด็กต้อง
เข้าไปเรียนในเมืองนั้น ทาให้เกิดช่องว่างในเรื่องของความสัมพันธ์ในครอบครัว อีกทั้งยังมีเรื่องของ
ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น หากตะโหมดมีการจัดการศึกษาที่มีระบบระเบียบแบบแผน เด็กก็ไม่มีความจาเป็น
จะต้องย้ายเข้าไปอยู่ในตัวเมือง จึงมีการนาร่องโดยเริ่มจากการนานักเรียนชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 1-2 เข้า
ศึกษาในอาคารเรียนหลังใหม่ ก่อนทาการรับบริจาคเงินจากผู้ปกครอง และยังได้รับความช่วยเหลือจาก
พระปัญญานันทมุนี (สง่า สุภโร) เจ้าอาวาสวัดชลประมานรังสฤษดิ์องค์ปัจจุบัน ในการจัดกิจกรรม
ทอดผ้าป่าเพื่อหารายได้สบทบทุนในการสร้างอาคารหลังใหม่อีกหนึ่งหลังด้วย ปัจจุบันมีจานวนนักเรียน
ในระดับประถมศึกษามากกว่า 400 คน
 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จเยี่ยมเยียนฯ
ใน พ.ศ. 2556 รองศาสตราจารย์สมเกียรติ สายธนู ซึ่งดารงตาแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัย
ทักษิณในสมัยนั้น ก็เป็นบุคคลอีกท่านหนึ่งที่เห็นความทุ่มเทของคุณปราณี ได้ให้รางวัลแก่คุณปราณี
โดยการกราบบังคมทูลเชิญเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม
บรมราชกุมารี ในสมัยนั้นดารงพระอิสริยยศในนามสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
14
เยี่ยมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายหลังจากทราบ
ความดังกล่าว คุณปราณีจึงได้ทาการปรับปรุงทั้งในเรื่องของห้องสมุด เปลี่ยนผ้าม่าน และการปรับปรุง
ห้องน้า โดยใช้เงินทุนของตัวเองจานวนกว่า 70,000 บาท นับเป็นความภาคภูมิใจและเป็นพระมหา
กรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของคุณปราณีอย่างยิ่ง
แผนภาพที่ 5 กิจกรรมสานสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และเด็ก
ที่มา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด
https://www.facebook.com/spdtamod
15
ปัจจัยสาเร็จของการพัฒนาสุขภาวะเด็กเล็ก
การพัฒนาสุขภาวะเด็กเล็กเมืองตะโหมด เป็นจุดเด่นเมื่อเปรียบเทียบกับการพัฒนาเด็กเล็ก
เมืองอื่นๆ การที่ศูนย์การพัฒนาเด็กเล็กเมืองตะโหมดมีพัฒนาการที่ดีและมีขนาดใหญ่ เป็นที่ไว้วางใจ
ของคนในเมือง มีหลายปัจจัยที่ช่วยให้เกิดความสาเร็จ
 ความร่วมแรงร่วมใจของชุมชนและเครือข่ายอื่นๆ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด มิได้เกิด
จากศูนย์มีโครงสร้างอาคารที่ดี แต่เป็นเพราะมีระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพในการสร้าง
ความร่วมมือกันกับชุมชน เมืองตะโหมดนั้นเป็นเมืองพหุสังคม กล่าวคือ เมืองตะโหมดเป็นชุมชน
สองศาสนา ประกอบไปด้วยประชากรที่นับถือศาสนาพุทธและอิสลาม สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่าง
มีความสุข อีกทั้งคนในชุมชนนั้นเป็นเครือญาติ ช่วยเหลือกัน ซึ่งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้มีทั้ง
ภาคชุมชน รวมถึงภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทและส่วนร่วม ซึ่งแตกต่างจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ศูนย์อื่นที่รอการสนับสนุนจากภาครัฐ
 การบริหารงานที่คล่องตัว ศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้มีการบริหารงานแบบเอกชน ซึ่งมีความคล่องตัว
ไม่ได้ถูกแทรกแซงการทางานจากราชการและรัฐบาล มีอิสระและอานาจในการบริหารจัดการ
ศูนย์อย่างเต็มที่
 การอาศัยพลังของสถาบันทางสังคม หากให้รัฐสร้างและดาเนินการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแต่
เพียงผู้เดียว ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก็มิอาจประสบความสาเร็จได้ ฉะนั้น ไม่ควรตัดชุมชนออกจาก
โรงเรียนอย่างเด็ดขาด ต้องอาศัยพลังของ บ้าน-วัด-โรงเรียน เป็นสาคัญ เช่นเดียวกับในเมืองตะ
โหมด ที่อาศัยพลังศรัทธาของศาสนาในการระดมทุน อาศัยพลังของสถาบันกษัตริย์ในการสร้าง
แรงบันดาลใจและดึงการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ซึ่งหากชุมชนมีวัดและพระที่ดี ก็จะสามารถดึง
ชุมชนเข้ามาเป็นพลังในการสร้างสิ่งดีๆ ได้
 จิตวิญญาณของการเป็นครู ซึ่งอยู่ในตัวตนของผู้สร้างและพัฒนาศูนย์เด็กเล็กเมืองตะโหมด
โดยเฉพาะคุณปราณี ผู้นาการเปลี่ยนแปลง และครูพี่เลี้ยงทุกคน ที่ช่วยกันดูแลและพัฒนาเด็กๆ
เป็นพลังในการสร้างสิ่งที่ดี และเป็นหัวใจของการให้การศึกษาและพัฒนาเด็ก คุณปราณีจะบอก
กับครูในศูนย์ในฐานะที่เป็นผู้อานวยการศูนย์เสมอว่า ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนั้นไม่ใช่ศาลาพักร้อน
หากเข้ามารับหน้าที่ครูแล้วต้องทาหน้าที่ให้ดีที่สุด อย่าเอาเงินเป็นปัจจัยหลักเพราะเงินเดือนที่
ได้รับนั้นไม่ได้มาก ถ้าครูเป็นต้นแบบที่ดี ชุมชนก็จะให้ความเชื่อถือ เพราะครูนั้นเปรียบเสมือน
แม่พิมพ์ของชาติ ซึ่งหากเมืองอื่นๆ จะพัฒนาเด็กเล็กนั้น ต้องเริ่มจากการสร้างจิตสานึกให้ครูทุก
คนมีจิตวิญญาณของความเป็นครู ยึดหลักความถูกต้อง และมีเป้าหมายในการทางาน ซึ่งคือ
การทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้เด็กมีคุณภาพมากที่สุด ตัวอย่างเช่น นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
นั้นต้องอ่านออกเขียนได้ หากนักเรียนมีปัญหาทางด้านพัฒนาการด้านนี้ ครูจะต้องทาการสอน
พิเศษให้กับนักเรียน เป็นต้น
16
บทสรุป
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเมืองตะโหมด ก่อตั้งมาเกือบ 30 ปีแล้ว เด็กเล็กรุ่นแรกที่คุณปราณีได้ดูแลนั้น
ปัจจุบันได้มีหน้าที่การงานที่มั่นคงทุกคน เป็นกาลังของชาติที่มีความรู้ความสามารถพร้อมกับคุณธรรม
จริยธรรมที่ดี บทเรียนของการพัฒนาสุขภาวะเด็กเล็กของเมืองตะโหมด แสดงให้เห็นว่าการจะสร้างเด็ก
ให้เติบโตเป็นคนดีมีคุณภาพได้นั้น จะต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี สถานที่ต้องอานวยทั้งภายในและ
ภายนอก กล่าวคือภายในนั้นหมายถึง อุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนต้องเหมาะสมและพร้อมสาหรับใน
การทากิจกรรมต่างๆ ส่วนภายนอกนั้นหมายถึง ผู้ปกครองและชุมชนต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการเด็ก
และเยาวชน และที่สาคัญคือการมีบุคลากรที่มีความตั้งใจ ความมุ่งมั่น และการมีจิตวิญญาณของการ
เป็นครู
แม้ปัจจุบันทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ จะอยู่ภายใต้การบริหารของเทศบาลตาบลตะโหมด แต่ทาง
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ ยังคงอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชนเป็นหลัก เพราะการจะทาให้โรงเรียน
พัฒนาไปอย่างมั่นคงและยั่งยืนนั้น จะต้องให้ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีบทบาท มีส่วนร่วม ให้
ผู้ปกครองและชุมชนรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ รู้สึกผูกพันกับโรงเรียน รวมไปถึงทาให้ความสัมพันธ์
ระหว่างครูและผู้ปกครองใกล้ชิดกันมากขึ้น ถ้ารัฐเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมระดมความคิด
สร้างและพัฒนาคุณภาพเด็กเล็ก จะทาให้เกิดการพัฒนาเด็กที่ดี ให้พวกเขาเหล่านี้ได้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ดี
เป็นคนที่มีคุณภาพ และกลายเป็นที่มีรากฐานที่ดีและกาลังสาคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

เมืองตะโหมด ต้นแบบการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก

  • 1.
  • 2.
    2 เมืองตะโหมด ต้นแบบการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก ณัฐธิดา เย็นบารุง บรรณาธิการ ยุวดีคาดการณ์ไกล กองบรรณาธิการ ณัฐธิดา เย็นบารุง อรุณ สถิตพงศ์สถาพร ฐิติรัตน์ รู้เสงี่ยม ถอดความ อรุณ สถิตพงศ์สถาพร รูปเล่ม ณัฐธิดา เย็นบารุง ปีที่เผยแพร่ มีนาคม 2563 เผยแพร่โดย ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้สนับสนุน สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • 3.
    3 สารบัญ เมืองตะโหมด.........................................................................................................4 จุดเริ่มต้นการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก ........................................................................5 พัฒนาการและกระบวนการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก....................................................6 ศูนย์เด็กเล็กยุคที่ 1: ศูนย์เพิงไม้ขนาดเล็ก..........................................................6 ศูนย์เด็กเล็กยุคที่ 2 : ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชสุดาฯ.....7 หลักสูตรที่เป็นเลิศด้านการพัฒนาเด็กเล็ก...............................................................9 การขยายผลและความสาเร็จ................................................................................12 ปัจจัยสาเร็จของการพัฒนาสุขภาวะเด็กเล็ก..........................................................15 บทสรุป................................................................................................................16
  • 4.
    4 เมืองตะโหมด ต้นแบบการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก1 หากประเทศต้องการสร้างคนที่มีคุณภาพ ควรมีการปลูกฝังและพัฒนาตั้งแต่เด็กเล็ก คล้ายกับ บ้านที่ดีคือบ้านที่มีรากฐานมั่นคงแข็งแรง แนวคิดดังกล่าวเป็นแรงบันดาลใจของคุณปราณี มลิวรรณ์ ที่ได้ผันตัวเองจากการเป็นนักข่าว กลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเองในเมืองตะโหมด จังหวัดพัทลุง ฝ่า ฝันอุปสรรคต่างๆ จนสามารถพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี หรือรู้จักในชื่อสั้นๆ ว่า “ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด” ได้รับการยอมรับให้เป็น ศูนย์ต้นแบบพัฒนาสุขภาวะเด็กเล็ก แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอื่นๆ ทั่วประเทศ บทความชิ้นนี้เป็นบทความ ที่นาเสนอจุดเริ่มต้น แนวทาง วิธีการ ของการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก ที่ชี้ให้เห็นถึงความร่วมมือของภาค ส่วนต่างๆ และการใช้สถาบันทางสังคม อย่าง บ้าน วัด โรงเรียน สถาบันกษัตริย์ เป็นพลังในการสร้าง และพัฒนาเด็กเล็ก ให้เติบโตเป็นกาลังสาคัญของประเทศ เมืองตะโหมด เมืองตะโหมด ตั้งอยู่ในอาเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง มีครัวเรือนทั้งสิ้น 2,685 ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด 9,420 คน นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 60 และนับถือศาสนาร้อยละ 40 บริเวณที่ตั้งของ ชุมชนเป็นที่ราบ จัดเป็นชุมชนหนึ่งในพื้นที่ลุ่มทะเลสาบสงขลาฝั่งตะวันตกที่มีความอุดมสมบูรณ์ของ ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดิน ป่าไม้ และสายน้า เพราะพื้นที่มีต้นน้าอยู่ที่เทือกเขาบรรทัด 4 สาย คือ คลอง ตะโหมด คลองกง คลองหัวช้าง และคลองโหล๊ะจันกระ ซึ่งลาคลองเหล่านี้ล้วนมีต้นน้าอยู่ที่เทือกเขา บรรทัด มีหมู่บ้านทั้งหมด 12 หมู่บ้าน มีบ้านตะโหมดและบ้านในเป็นจุดศูนย์กลางของชุมชน 1 ถอดความมาจาก คุณปราณี มลิวรรณ์ อดีตผู้อานวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อ. ตะโหมด จ.พัทลุง โดยคุณอรุณ สถิติพงศ์สถาพร ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 ณ วัดชลประทานรังสฤษดิ์พระอารามหลวง ตาบลบางตลาด อาเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
  • 5.
    5 แผนภาพที่ 1 ตาแหน่งของอาเภอตะโหลดจังหวัดพัทลุง ที่มา พัฒนาจาก Google map จุดเริ่มต้นการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก จุดเริ่มต้นของการสร้างสุขภาวะเด็กเล็กนั้นได้เริ่มมาจากการที่คุณปราณีได้เดินทางกลับ ภูมิลาเนาที่ตาบลตะโหมด อาเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ในพ.ศ. 2529 และได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ ของประชากรในชุมชน มีการระบาดของยาเสพติดเป็นจานวนมากโดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนอายุ ตั้งแต่ 11-20 ปี ในสมัยนั้นสภาพพื้นที่ของตาบลตะโหมดเป็นพื้นที่ที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาซึ่งอยู่ห่างไกล ความเจริญ อีกทั้งในเรื่องของการศึกษานั้นก็ยังไม่ทั่วถึง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพสวน ยางพาราเป็นอาชีพหลัก พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ได้มีเวลาดูแลบุตรหลานของตนมากนัก ปล่อยให้บุตรหลาน อาศัยอยู่ตามลาพังในขณะที่ออกไปกรีดยาง เยาวชนซึ่งจะเป็นกาลังของชาติในอนาคตอยู่ใน สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ประกอบกับประสบการณ์การเป็นนักข่าวที่ได้เคยมีโอกาสได้ไปที่ชุมชน คลองเตยที่ประสบปัญหาเรื่องยาเสพติดเฉกเช่นเดียวกับตะโหมด ในชุมชนคลองเตยแก้ปัญหาด้วยการ การก่อตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กซึ่งดาเนินการโดยมูลนิธิดวงประทีป ด้วยแรงจูงใจดังกล่าวจึงเป็นจุดเริ่มต้น ในการคิดช่วยเหลือสังคมโดยมุ่งเน้นไปในเรื่องของเด็กเล็ก หลังจากแนวคิดที่จะพัฒนาเด็กเล็กได้ถูกจุด ประกายขึ้น คุณปราณีจึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นนักข่าวของหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่ง และกลับมา บ้านเกิดเพื่อก่อตั้ง “ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก” พัฒนาเด็กเล็กให้มีคุณภาพตั้งแต่เยาว์วัย
  • 6.
    6 พัฒนาการและกระบวนการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก พัฒนาการและแนวทางในการสร้างสุขภาวะในเด็กเล็ก แบ่งเป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด 2 ยุคคือ ศูนย์เด็กเล็กในยุคเริ่มต้น ที่เป็นเพียงการนาเด็กมาดูแลภายใต้ศูนย์เพิงไม้ขนาดเล็กมาก ไม่มี โครงสร้างกายภาพและหลักสูตรที่มีรูปแบบชัดเจน และในยุคต่อมา คือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระ เกียรติสมเด็จพระราชสุดาฯ หรือรู้จักกันในนาม “ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด” เป็นศูนย์พัฒนา เด็กเล็กที่สมบูรณ์มากขึ้น ขนาดใหญ่ โครงสร้างพื้นฐานที่ดี และหลักสูตรที่ชัดเจน ในพัฒนาการของศูนย์ เด็กเล็กดังกล่าว มีวิธีการในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ การบริหารจัดการในด้านต่างๆ และการพัฒนาหลักสูตรในการสอนเด็กเล็ก สามารถศึกษาสรุปพัฒนาการและกระบวนการสร้างสุขภาวะ เด็กเล็กได้ในแผนภาพที่ 4 ศูนย์เด็กเล็กยุคที่ 1 : ศูนย์เพิงไม้ขนาดเล็ก พ.ศ. 2553 สิ่งแรกที่คุณปราณีได้ทาในการสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก คือ การสารวจจานวนเด็กที่ มีอายุ 3-5 ปี ว่ามีจานวนเท่าใดที่อาศัยอยู่ในตาบลตะโหมดทั้งหมด 12 หมู่บ้าน ในขณะนั้นมีประชากร ทั้งหมดประมาณ 3,000 คน ซึ่งจากการสารวจพบว่ามีเด็กอายุ 3-5 ปี ทั้งสิ้น 34 คน คุณปราณีได้ทาการ พูดคุยเพื่อทาความเข้าใจกับพ่อแม่ผู้ปกครองเกี่ยวกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กซึ่งถือกาเนิดขึ้นเพื่อเป็นการ แบ่งเบาภาระของพ่อแม่ผู้ปกครอง ในฐานะที่คุณปราณีเป็นคนในพื้นที่ทาให้ผู้ปกครองมีความไว้วางใจ ในเรื่องการดูแลบุตรหลานของตน จึงอนุญาตและส่งบุตรหลานมาฝากไว้ กระนั้นก็ตาม ก็มีกระแสด้าน ลบที่มองว่าคุณปราณีจะไม่สามารถพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้ แต่คุณปราณีก็ใช้คาดูถูกนั้นมาเป็นแรง บันดาลใจในการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กต่อไป  โครงสร้างกายภาพ : เพิงไม้ หากต้องการสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จะต้องมีโครงสร้างทางกายภาพ คือ มีสถานที่ในการเลี้ยง และสอนเด็กเล็ก คุณปราณีได้รับเงินจากการบริจาคเงินจากผู้ปกครองเพื่อใช้ในการดาเนินการจานวน 7,777 บาท ในส่วนของสถานที่ได้รับการสนับสนุนจากกานันตาบลตะโหมด อนุญาตให้ใช้ศาลาอ่าน หนังสือพิมพ์ประจาหมู่บ้านในการพัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งเป็นเพียงที่เพิงไม้เล็ก ๆ โดยอาศัยความร่วมมือ เพิ่มเติมจากคนในชุมชนซ่อมแซมสถานที่ นาไม้มากั้นให้พื้นที่มีสัดส่วนมากขึ้น  การบริหารจัดการ ในด้านบุคลากร คุณปราณีได้ชักชวนเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอีกคนหนึ่งมาช่วยดูแลเด็ก และมีผู้ปกครองที่ว่างจากการทางานในการช่วยดูแลเด็กเป็นครั้งคราว ในด้านงบประมาณ คุณปราณีได้ใช้เวลาว่างจากการดูแลเด็กเล็กในช่วงสุดสัปดาห์ไปกับการ รับจ้างสอนที่ศูนย์การศึกษาผู้ใหญ่ตั้งแต่ระดับ มศ.1-5 โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นจานวนเงิน 7,000- 8,000 บาท ต่อเดือน ซึ่งคุณปราณีก็นาเงินที่ได้รับมาใช้ในการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในด้านหลักสูตร คุณปราณีและเพื่อนนั้นไม่ได้จบการศึกษาในหลักสูตรปฐมวัยแต่อาศัยสอน โดยใช้ความรู้สึก รูปแบบการสอนในตอนแรกนั้นไม่มีรูปแบบตายตัว
  • 7.
    7 ศูนย์เด็กเล็กยุคที่ 2 :ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชสุดาฯ 1 ปีหลังจากก่อตั้งศูนย์เด็กเล็กเพิงไม้ ใน พ.ศ. 2534 กรมการพัฒนาชุมชน ในสังกัด กระทรวงมหาดไทย รับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของคุณปราณีเข้าอยู่ในสังกัดของกรมฯ และได้ให้การอบรม ในเรื่องของการดูแลเด็กเล็กเพิ่มเติม พร้อมกับมอบตาแหน่งกับคุณปราณีในฐานะครูผู้ดูแลเด็ก และเลือก ให้เป็นประธานชมรมครูผู้ดูแลเด็ก อีกทั้งมอบรางวัลครูผู้ดูแลเด็กดีเด่นระดับเขต 9 ซึ่งคัดเลือกจาก 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ในปีเดียวกันนี้ กรมพัฒนาชุมชนได้ถามความเห็นจากคุณปราณีว่าต้องการริเริ่ม โครงการสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพื่อถวายสมเด็จพระเทพฯ เนื่องในวโรกาสฉลองพระชนมายุครบ 36 พรรษาหรือไม่2 ด้วยแรงศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์ของคุณปราณี ทาให้คุณปราณีตัดสินใจที่จะ เข้าร่วมโครงการโดยมิได้คานึงถึงปัญหาหรืออุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแม้แต่น้อย จึงเป็นจุดเริ่มต้น ของการสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชสุดาฯ  โครงสร้างกายภาพ : อาคารสิรินธร หากจะขยายศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต้องมีงบประมาณสาหรับการขยายที่ดินและสร้างอาคารเรียน แม้ว่าจะเข้าสังกัดกับกรมพัฒนาชุมชนแล้ว แต่ทางกรมฯ ไม่ได้ให้งบประมาณเพื่อสนับสนุนการพัฒนา มีเพียงแค่ค่าตอบแทนจานวน 400 บาทต่อเดือน โดยเพิ่มเป็น 1,200 บาทในภายหลัง ซึ่งคุณปราณีก็ได้ นามาใช้สาหรับซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคสาหรับเด็ก ไม่เพียงพอในการสร้างขยายที่ดินสร้างอาคาร การขยายที่ดิน คุณปราณีจึงตัดสินใจเข้าเจรจากับกานันเพื่อขอบริจาคที่ดินจานวน 1 ไร่ และ ได้รับมาเนื่องจากทาประโยชน์ให้กับชุมชน การสร้างอาคาร งบประมาณสาหรับการสร้างอาคาร คุณปราณีนาเงินเก็บส่วนตัวจานวน ประมาณ 100,000 บาท รวมไปถึงการเล่นแชร์ ร่วมกับการใช้เครือข่ายส่วนตัวจากการเป็นนักข่าวใน การระดมทุนจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ บริษัทปุ้มปุ้ย บริษัทอธิบาทใหญ่ คุณสมศักดิ์พยัควิเชียร ท่าน บรรจง ชูสกุลชาติ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมๆกันได้ 250,000 นอกจากนี้ ยังมีนักพัฒนาป่าไม้ หน่วยพิทักษ์ป่าได้นาบุตรมาฝากให้อยู่ในการดูแลของคุณปราณี เกิดความประทับใจในแนวคิดของคุณ ปราณีที่มุ่งจะพัฒนาเด็กเล็ก จึงสนับสนุนในส่วนของแรงงานและไม้เพื่อใช้ในการสร้างอาคาร คุณปราณีได้นาเงินมาซื้อเสาจานวน 33 ต้น และสร้างอาคารหลังแรกเป็นอาคารไม้ ตั้งชื่อว่า “อาคารสิรินธร” มีห้องเรียนจานวน 3 ห้อง ใช้เวลาสร้างเกือบ 1 ปี แต่ยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจาก งบประมาณไม่พอ และยังกลายเป็นหนี้อีก 80,000 บาท 2 2 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในภาคใต้ตอนล่างที่ได้รับการคัดเลือกให้ทาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ 1. ศูนย์ เด็กเล็กที่ตาบลตะโหมด และศูนย์เด็กเล็กตาบลไม้เรียง จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • 8.
    8 แผนภาพที่ 2 อาคารสิรินธรศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด ที่มา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด https://www.facebook.com/spdtamod  การบริหารจัดการ : กองทุนปัญญานันทภิกขุ ปัญหาการขาดแคลนงบประมาณและหนี้สิน เป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข ในพ.ศ. 2536 มีจุด เปลี่ยนเกิดขึ้น ขณะที่คุณปราณีกาลังนั่งดูหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุเทศน์เรื่องครูจันทร์แรม ที่อุทิศทั้ง ชีวิตให้นักเรียนยากจนและชาวเขาที่ไม่รู้หนังสือ ทั้งที่เธอเองจบการศึกษาเพียงชั้น ป.4 ผ่านทาง โทรทัศน์ เป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่หลวงพ่อได้ให้การช่วยเหลือสนับสนุน ทาให้คุณปราณีฉุกคิดว่าหลวง พ่อเป็นคนพัทลุงเหมือนกัน น่าจะขอความช่วยเหลือจากท่านได้ คุณปราณีจึงตัดสินใจเขียนโครงการ เสนอ ประกอบกับถ่ายรูปเด็กขณะทากิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของศูนย์พัฒนา เด็กเล็ก จากนั้นได้เดินทางมุ่งตรงมายังวัดชลประทานรังสฤษดิ์พร้อมกับน้าผึ้งรวงจานวน 2 ขวด เพื่อ พบกับหลวงพ่อและได้เล่าเรื่องราวให้หลวงพ่อฟัง หลวงพ่อจึงได้จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษาให้ ในขณะนั้นเจ้าของบริษัทนครหลวงวัสดุภัณฑ์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ได้ยินบท สนทนาระหว่างหลวงพ่อกับคุณปราณี จึงเสนอเป็นกรรมการทอดผ้าป่าอีกคน โดยผ้าป่าเพื่อการศึกษา ในครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2536 เมื่อได้พบหลวงพ่อแล้ว คุณปราณีก็ได้เดินทางกลับไปยังพัทลุงเพื่อเตรียมงานทอดผ้าป่า กระนั้นก็ตาม ก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนที่ไม่เชื่อว่าหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุจะเดินทางมาพัทลุง
  • 9.
    9 เพื่อทาการทอดผ้าป่าให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเมืองเล็ก ๆ อย่างตะโหมดแต่เมื่อวันทอดผ้าป่ามาถึง หลวงพ่อได้เดินทางโดยเครื่องบินมายังพัทลุง ผู้ว่าราชการจังหวัดได้นารถไปรับที่สนามบิน หลวงพ่อมอบเงินบริจาคจานวน 60,000 บาท เครือข่ายและลูกศิษย์ของหลวงพ่อรวบรวมเงิน บริจาคจานวนเงิน 230,000 บาท นอกจากนี้ ในการทอดผ้าป่ายังได้รับเงินบริจาคจากผู้คนในชุมชนอีก 20,000 บาท และชาวมุสลิมก็ได้เข้ามาร่วมในงานบุญครั้งนี้ด้วย เพราะไม่ได้ขัดกับหลักศาสนา เนื่องจากเห็นว่าเป็นการพัฒนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชน เงินจากการทอดผ้าป่าและการชาระจากหนี้สิน เหลือจานวนประมาณ 140,000 บาท คุณปราณี ได้นามาจัดตั้งเป็นกองทุนปัญญานันทภิกขุ ตั้งคณะกรรมการจานวน 9 คน โดยมีคุณปราณีเป็น เลขานุการ ใน พ.ศ. 2538 ได้มีการจัดตั้งชมรมครูผู้ดูแลเด็ก โดยมีเครือข่ายที่สามารถรวมกลุ่มเพื่อ จัดการอบรมทุกๆ 6 เดือน  การบริหารจัดการ : สังกัดเทศบาล บริหารแบบเอกชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ ได้ถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งแม้จะขึ้นต่อหน่วยงาน ของภาครัฐแล้วแต่ก็ไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากเทศบาลในช่วงแรก งบประมาณที่ได้มานั้นจะมาจาก กองทุนปัญญานันทภิขุก สส.ในพื้นที่ และคนในชุมชน กระทั่ง พ.ศ. 2550 นั้น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้รับ การสนับสนุนจากเทศบาลมากขึ้น โดยบุคลากรได้รับเงินค่าตอบแทนจานวน 3,000 บาท นอกจากนี้ยัง มีงบประมาณในเรื่องของวิชาการ อุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน เนื่องจากในเขตเทศบาลตาบลตะโหมด ขณะนั้นมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพียงศูนย์เดียว จึงทาให้ได้รับงบประมาณสนับสนุนค่อนข้างมาก การบริหารงบประมาณศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิมมาก ซึ่งได้งบประมาณ ที่มาจากภาครัฐและนอกภาครัฐ คุณปราณีมีการบริหารจัดการแบบเอกชนผสมกับการบริหารภาครัฐ คือ งบประมาณที่ได้จากภาครัฐใช้จ่ายตามงบประมาณที่ได้ตั้งไว้ ในขณะเดียวกันได้บริหารงบประมาณแบบ ภาคเอกชน คือสามารถนาเงินจากการบริจาคและกองทุนปัญญานันทภิขุกมาใช้ได้โดยที่ไม่ได้ถูก แทรกแซงการทางานจากราชการและรัฐบาล ทาให้คุณปราณีมีอิสระและอานาจในการบริหารจัดการ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้เป็นศูนย์ฯ ที่เกิดจากความร่วมมือ ของประชาชน ไม่มีภาครัฐมาเกี่ยวข้องในช่วงเริ่ม ทาให้คุณปราณีได้รับความไว้วางใจให้สามารถ จัดสรรบุคลากรให้เหมาะสมกับตาแหน่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้อย่างเต็มที่ หลักสูตรที่เป็นเลิศด้านการพัฒนาเด็กเล็ก จากหลักสูตรที่ไม่มีแบบแผน เมื่อศูนย์เด็กเล็กได้รับการถ่ายโอนศูนย์ให้กรมพัฒนาชุมชน ทาให้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของคุณปราณีนั้นได้รับการอบรมหลักสูตรอยู่สม่าเสมอ กลายเป็นหลักสูตรที่เป็นเลิศ จน พ.ศ. 2551 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นศูนย์ต้นแบบการบริหารจัดการ หลักสูตรพัฒนาเด็กเล็กแห่งหนึ่งของประเทศ
  • 10.
    10 หลักสูตรของศูนย์แห่งนี้แบ่งออกเป็น 6 กิจกรรมหลักอันได้แก่ กิจกรรมการเคลื่อนไหว เช่น การเต้นหรือการร้องเพลง กิจกรรมการเล่านิทาน กิจกรรมทางวิชาการ เช่น การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย กิจกรรมเกี่ยวกับดนตรี และกิจกรรมกลางแจ้ง โดยจะมีการสลับหมุนเวียนการ ทากิจกรรมต่าง ๆ ออกไปในแต่ละวัน ทั้งนี้ การบริหารหลักสูตรดังกล่าวประกอบไปด้วย 2 แนวคิดหลัก ที่ถูกบูรณาการเข้าไว้ด้วยกัน ดังนี้ 1. แนวคิดโรงเรียนวิถีพุทธ เน้นการนาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเข้ามาเสริม โดยให้เด็ก ๆ สวดมนต์และคาถาชินบัญชร รวมไปถึงการนั่งสมาธิ ในตอนเช้าและก่อนนอนกลางวัน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพาเด็ก ๆ ไปฟังพระเทศน์ที่วัดใกล้เคียงทุกวันพุธ ส่วนเด็กที่นับถือ ศาสนาอิสลามนั้น ให้อยู่ในอาการสารวม สงบนิ่ง 2. แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง หัดให้เด็ก ๆ ปลูกผักสวนครัว เช่น ผักบุ้ง ผักกาด ถั่วฝักยาว แตงกวา เป็นต้น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองในการพัฒนาเด็กในส่วนของการขุดดิน พรวนดิน และประโยชน์ที่ได้จากกิจกรรมนี้ คือการทาให้เด็ก ๆ รู้จักการเข้าสังคมที่คุณปราณี ได้ให้ความสาคัญเป็นอันดับแรก พร้อมกับการรู้ทักษะการใช้ชีวิต ไม่เน้นทักษะทางด้าน วิชาการ แผนภาพที่ 3 กิจกรรมการเปิดตลาดน้องหนู ที่มา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด https://www.facebook.com/spdtamod
  • 11.
    11 นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างทักษะ ได้แก่ 1.หลักสูตรปรัชญาท้องถิ่น ให้ปราชญ์ท้องถิ่นมาจัดกิจกรรมเพิ่มทักษะให้กับเด็ก ๆ เช่น การ สอนจักสานแบบง่าย ๆ กิจกรรมร้องเพลงกล่อมเด็ก หรือการเล่านิทาน เป็นต้น 2. กิจกรรมสายใยรักในครอบครัว ปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นในสังคมนั้น เป็นผลมาจากการที่บุคคล ในครอบครัวไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ที่เน้นแฟ้น ไม่ได้ทากิจกรรมเพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจึงจัดให้มีกิจกรรม “เล่านิทาน” ให้เป็นกิจกรรมครอบครัว โดยขอความ ร่วมมือจากผู้ปกครองในการนาหนังสือนิทานจากห้องสมุดที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกลับไปอ่านให้ บุตรหลานฟัง พร้อมทั้งสรุปและถามคาถามหลังจากเล่าจบแล้วด้วย จากนั้นหนึ่งสัปดาห์ เด็ก ๆ จะต้องกลับมาเล่านิทานให้ครูฟัง ซึ่งนิทานแต่ละเรื่องนั้น จะถูกเสริมด้วยหลักคุณธรรม จริยธรรม อีกทั้งเป็นการเสริมพัฒนาการเด็กให้ดีขึ้นด้วย เพราะการที่ผู้ปกครองเล่านิทานให้ลูก ฟังจะทาให้เด็ก ๆ รักการอ่านในที่สุด อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ไม่ได้คาดหวังให้เด็กนั้นอ่านออก เขียนได้ แต่ต้องการให้เด็กนั้นกล้าแสดงออก คิดวิเคราะห์เป็น แก้ปัญหาได้ โดยที่ได้รับความ ร่วมมือจากผู้ปกครอง ซึ่งจะมีการประชุมผู้ปกครองอยู่เสมอ 3. การส่งเสริมพัฒนาการสมองส่วนหน้า (Executive Functions; EF) เนื่องจากสมองส่วน หน้าทาหน้าที่เชื่อมโยงกับสมองที่สร้างขึ้นมาก่อนทั้งหมด หากเด็กโตขึ้นสมองส่วนนี้จะทา หน้าที่เกี่ยวกับการคิด วางแผน ตัดสินใจ ใช้เหตุผล มีความรับผิดชอบ มีสมาธิ เช่น การยั้งใจ คิดไตร่ตรอง การควบคุมอารมณ์ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการใช้ชีวิต 4. การเปิ ดตลาดน้องหนู กิจกรรมนี้ได้มีการประยุกต์เอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงของสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เข้ามาใช้ โดยการให้เด็กนาสินค้ามาจัดจาหน่ายเป็นกิจกรรมเสริม สอง ครั้งต่อเดือน ประโยชน์ของกิจกรรมนี้ เด็กจะได้ฝึกในเรื่องของการคิดคานวณ ฝึกให้เด็กรู้จัก การเข้าสังคม รวมไปถึงพัฒนาการทั้งเรื่องของอารมณ์และสติปัญญา และยังทาให้เกิดความ ผูกพันในครอบครัวมากยิ่งขึ้น 5. การอบรมให้ความรู้เรื่องยาเสพติด กิจกรรมนี้ต้องการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กโดยการ ปลูกฝังและชี้ให้เห็นถึงโทษของยาเสพติดตั้งแต่ยังเล็ก โดยผู้ปกครองต้องเข้าร่วมอบรมในเรื่อง นี้ด้วย ซึ่งเชื่อมโยงกับการส่งเสริมพัฒนาการสมองส่วนหน้า (EF)
  • 12.
    12 แผนภาพที 4 การสร้างสุขภาวะในกลุ่มเด็กเล็กพื้นที่เทศบาลตาบลตะโหมด จังหวัดพัทลุง ที่มา อรุณ สถิติพงศ์สถาพร (2560) ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง การขยายผลและความสาเร็จ ความสาเร็จและการขยายผลของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเมืองตะโหมด คือ การเป็นต้นแบบศูนย์ พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์แห่งนี้ได้รับการคัดเลือกจากกรมพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องการพัฒนา เด็กเล็กของภาคใต้ตอนล่าง ให้ศูนย์อื่น ๆ ได้มาเรียนรู้ระบบการบริหารจัดการหลักสูตร คุณสมพร ใช้บางยาง ซึ่งในขณะนั้นดารงตาแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้มอบรางวัล ศูนย์ต้นแบบเด็กเล็กของจังหวัดพัทลุง ใน พ.ศ. 2547 อีกทั้งยังเห็นความตั้งใจของคุณปราณีซึ่งใน ขณะนั้นได้ดารงตาแหน่งประธานเครือข่ายครูปฐมวัยระดับประเทศ จึงทาการดาเนินเรื่องให้คุณปราณี และครูที่อยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้งหมด 18 คนนั้น บรรจุเป็นข้าราชการโดยไม่ต้องผ่านการ สอบแข่งขันใน พ.ศ. 2551 นอกจากความสาเร็จดังกล่าว ยังมีความสาเร็จและการขยายผลอื่นๆ
  • 13.
    13  การขยายอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ มีการขยายอาคารเพิ่มอีก2 หลัง คือ อาคารหลังที่ 2 อาคารปัญญานันทภิกขุ 78 ปี ใน พ.ศ. 2541 เริ่มมีเด็กเล็กที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพิ่มมากขึ้น จากแต่ก่อน ซึ่งบางคนนั้นก็มาจากตาบลอื่น และเนื่องด้วยหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุมีอายุครบ 78 ปี ในปีเดียวกันนี้ คุณปราณีจึงมีโครงการที่จะสร้างอาคารเรียนเพิ่มอีกหลังหนึ่งเป็นอาคาร หลังที่ 2 จึงได้นามาเรียนหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุอีกครั้ง และจากการทุ่มเทของคุณปราณีที่ หมายมั่นตั้งใจจนทาให้การพัฒนาเด็กเล็กนั้นมีความเป็นรูปธรรมและประสบความสาเร็จในระดับ หนึ่งนั้น ก็ทาให้เจ้าของบริษัทนครหลวงวัสดุภัณฑ์ ผู้ที่เห็นคุณค่าที่คุณปราณีทามาเสมอ อุปถัมภ์ในด้านงบประมาณในการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นประจา บริจาคเป็นเงินจานวน 250,000 บาท เมื่ออาคารหลังนี้สร้างเสร็จ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุได้เดินทางมาทาพิธีเปิด อาคารหลังนี้ที่ชื่อว่า อาคารปัญญานันทภิกขุ 78 ปี ด้วยตัวเอง สาหรับอาคารหลังที่ 3 ใน พ.ศ. 2549 ได้รับเงินสนับสนุนมาจากหลวงพ่อปัญญานันท ภิกขุจานวน 1,000,000 บาท เมื่อมีอาคารเพิ่ม จึงมีการเพิ่มจานวนครูขึ้นเป็น 5 คน เป็นคนใน พื้นที่หมู่บ้านตะโหมด ซึ่งทาหน้าที่ทั้งสอนหนังสือและเป็นแม่ครัวทาอาหารในคราวเดียวกัน อีกทั้งเริ่มมีการเก็บเงินจากผู้ปกครองคนละ 50 บาท เพื่อนามาเป็นค่าดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงกรมพัฒนาชุมชนได้มีการสนับสนุนในเรื่องของนม ค่าอาหารส่วนหนึ่ง และค่าตอบแทน ครูจานวน 2,010 บาท ต่อเดือน  การขยายผลเป็นโรงเรียนประถมศึกษา ด้วยความคิดที่ไม่หยุดพัฒนาในเรื่องของการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนตาบลตะโหมด พ.ศ. 2552 คุณปราณีได้รับงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็งจานวน 4,900,000 บาท จึงดาเนินการ ขยายอาคารเพื่อใช้เป็นโรงเรียนประถมศึกษาตั้งแต่ระดับประถมการศึกษาที่ 1-6 เนื่องจากการที่เด็กต้อง เข้าไปเรียนในเมืองนั้น ทาให้เกิดช่องว่างในเรื่องของความสัมพันธ์ในครอบครัว อีกทั้งยังมีเรื่องของ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น หากตะโหมดมีการจัดการศึกษาที่มีระบบระเบียบแบบแผน เด็กก็ไม่มีความจาเป็น จะต้องย้ายเข้าไปอยู่ในตัวเมือง จึงมีการนาร่องโดยเริ่มจากการนานักเรียนชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 1-2 เข้า ศึกษาในอาคารเรียนหลังใหม่ ก่อนทาการรับบริจาคเงินจากผู้ปกครอง และยังได้รับความช่วยเหลือจาก พระปัญญานันทมุนี (สง่า สุภโร) เจ้าอาวาสวัดชลประมานรังสฤษดิ์องค์ปัจจุบัน ในการจัดกิจกรรม ทอดผ้าป่าเพื่อหารายได้สบทบทุนในการสร้างอาคารหลังใหม่อีกหนึ่งหลังด้วย ปัจจุบันมีจานวนนักเรียน ในระดับประถมศึกษามากกว่า 400 คน  สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จเยี่ยมเยียนฯ ใน พ.ศ. 2556 รองศาสตราจารย์สมเกียรติ สายธนู ซึ่งดารงตาแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัย ทักษิณในสมัยนั้น ก็เป็นบุคคลอีกท่านหนึ่งที่เห็นความทุ่มเทของคุณปราณี ได้ให้รางวัลแก่คุณปราณี โดยการกราบบังคมทูลเชิญเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี ในสมัยนั้นดารงพระอิสริยยศในนามสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  • 14.
    14 เยี่ยมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายหลังจากทราบ ความดังกล่าวคุณปราณีจึงได้ทาการปรับปรุงทั้งในเรื่องของห้องสมุด เปลี่ยนผ้าม่าน และการปรับปรุง ห้องน้า โดยใช้เงินทุนของตัวเองจานวนกว่า 70,000 บาท นับเป็นความภาคภูมิใจและเป็นพระมหา กรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของคุณปราณีอย่างยิ่ง แผนภาพที่ 5 กิจกรรมสานสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และเด็ก ที่มา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด https://www.facebook.com/spdtamod
  • 15.
    15 ปัจจัยสาเร็จของการพัฒนาสุขภาวะเด็กเล็ก การพัฒนาสุขภาวะเด็กเล็กเมืองตะโหมด เป็นจุดเด่นเมื่อเปรียบเทียบกับการพัฒนาเด็กเล็ก เมืองอื่นๆ การที่ศูนย์การพัฒนาเด็กเล็กเมืองตะโหมดมีพัฒนาการที่ดีและมีขนาดใหญ่เป็นที่ไว้วางใจ ของคนในเมือง มีหลายปัจจัยที่ช่วยให้เกิดความสาเร็จ  ความร่วมแรงร่วมใจของชุมชนและเครือข่ายอื่นๆ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตะโหมด มิได้เกิด จากศูนย์มีโครงสร้างอาคารที่ดี แต่เป็นเพราะมีระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพในการสร้าง ความร่วมมือกันกับชุมชน เมืองตะโหมดนั้นเป็นเมืองพหุสังคม กล่าวคือ เมืองตะโหมดเป็นชุมชน สองศาสนา ประกอบไปด้วยประชากรที่นับถือศาสนาพุทธและอิสลาม สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่าง มีความสุข อีกทั้งคนในชุมชนนั้นเป็นเครือญาติ ช่วยเหลือกัน ซึ่งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้มีทั้ง ภาคชุมชน รวมถึงภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทและส่วนร่วม ซึ่งแตกต่างจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์อื่นที่รอการสนับสนุนจากภาครัฐ  การบริหารงานที่คล่องตัว ศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้มีการบริหารงานแบบเอกชน ซึ่งมีความคล่องตัว ไม่ได้ถูกแทรกแซงการทางานจากราชการและรัฐบาล มีอิสระและอานาจในการบริหารจัดการ ศูนย์อย่างเต็มที่  การอาศัยพลังของสถาบันทางสังคม หากให้รัฐสร้างและดาเนินการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแต่ เพียงผู้เดียว ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก็มิอาจประสบความสาเร็จได้ ฉะนั้น ไม่ควรตัดชุมชนออกจาก โรงเรียนอย่างเด็ดขาด ต้องอาศัยพลังของ บ้าน-วัด-โรงเรียน เป็นสาคัญ เช่นเดียวกับในเมืองตะ โหมด ที่อาศัยพลังศรัทธาของศาสนาในการระดมทุน อาศัยพลังของสถาบันกษัตริย์ในการสร้าง แรงบันดาลใจและดึงการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ซึ่งหากชุมชนมีวัดและพระที่ดี ก็จะสามารถดึง ชุมชนเข้ามาเป็นพลังในการสร้างสิ่งดีๆ ได้  จิตวิญญาณของการเป็นครู ซึ่งอยู่ในตัวตนของผู้สร้างและพัฒนาศูนย์เด็กเล็กเมืองตะโหมด โดยเฉพาะคุณปราณี ผู้นาการเปลี่ยนแปลง และครูพี่เลี้ยงทุกคน ที่ช่วยกันดูแลและพัฒนาเด็กๆ เป็นพลังในการสร้างสิ่งที่ดี และเป็นหัวใจของการให้การศึกษาและพัฒนาเด็ก คุณปราณีจะบอก กับครูในศูนย์ในฐานะที่เป็นผู้อานวยการศูนย์เสมอว่า ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนั้นไม่ใช่ศาลาพักร้อน หากเข้ามารับหน้าที่ครูแล้วต้องทาหน้าที่ให้ดีที่สุด อย่าเอาเงินเป็นปัจจัยหลักเพราะเงินเดือนที่ ได้รับนั้นไม่ได้มาก ถ้าครูเป็นต้นแบบที่ดี ชุมชนก็จะให้ความเชื่อถือ เพราะครูนั้นเปรียบเสมือน แม่พิมพ์ของชาติ ซึ่งหากเมืองอื่นๆ จะพัฒนาเด็กเล็กนั้น ต้องเริ่มจากการสร้างจิตสานึกให้ครูทุก คนมีจิตวิญญาณของความเป็นครู ยึดหลักความถูกต้อง และมีเป้าหมายในการทางาน ซึ่งคือ การทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้เด็กมีคุณภาพมากที่สุด ตัวอย่างเช่น นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 นั้นต้องอ่านออกเขียนได้ หากนักเรียนมีปัญหาทางด้านพัฒนาการด้านนี้ ครูจะต้องทาการสอน พิเศษให้กับนักเรียน เป็นต้น
  • 16.
    16 บทสรุป ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเมืองตะโหมด ก่อตั้งมาเกือบ 30ปีแล้ว เด็กเล็กรุ่นแรกที่คุณปราณีได้ดูแลนั้น ปัจจุบันได้มีหน้าที่การงานที่มั่นคงทุกคน เป็นกาลังของชาติที่มีความรู้ความสามารถพร้อมกับคุณธรรม จริยธรรมที่ดี บทเรียนของการพัฒนาสุขภาวะเด็กเล็กของเมืองตะโหมด แสดงให้เห็นว่าการจะสร้างเด็ก ให้เติบโตเป็นคนดีมีคุณภาพได้นั้น จะต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี สถานที่ต้องอานวยทั้งภายในและ ภายนอก กล่าวคือภายในนั้นหมายถึง อุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนต้องเหมาะสมและพร้อมสาหรับใน การทากิจกรรมต่างๆ ส่วนภายนอกนั้นหมายถึง ผู้ปกครองและชุมชนต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการเด็ก และเยาวชน และที่สาคัญคือการมีบุคลากรที่มีความตั้งใจ ความมุ่งมั่น และการมีจิตวิญญาณของการ เป็นครู แม้ปัจจุบันทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ จะอยู่ภายใต้การบริหารของเทศบาลตาบลตะโหมด แต่ทาง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ ยังคงอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชนเป็นหลัก เพราะการจะทาให้โรงเรียน พัฒนาไปอย่างมั่นคงและยั่งยืนนั้น จะต้องให้ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีบทบาท มีส่วนร่วม ให้ ผู้ปกครองและชุมชนรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ รู้สึกผูกพันกับโรงเรียน รวมไปถึงทาให้ความสัมพันธ์ ระหว่างครูและผู้ปกครองใกล้ชิดกันมากขึ้น ถ้ารัฐเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมระดมความคิด สร้างและพัฒนาคุณภาพเด็กเล็ก จะทาให้เกิดการพัฒนาเด็กที่ดี ให้พวกเขาเหล่านี้ได้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เป็นคนที่มีคุณภาพ และกลายเป็นที่มีรากฐานที่ดีและกาลังสาคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป