Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
FURD_RSU
861 views
เมืองป่าตอง: การสร้างสุขภาวะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก อย่างมีส่วนร่วม
เมืองป่าตอง: การสร้างสุขภาวะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก อย่างมีส่วนร่วม
Environment
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 26
2
/ 26
3
/ 26
4
/ 26
5
/ 26
6
/ 26
7
/ 26
8
/ 26
9
/ 26
10
/ 26
11
/ 26
12
/ 26
Most read
13
/ 26
Most read
14
/ 26
Most read
15
/ 26
16
/ 26
17
/ 26
18
/ 26
19
/ 26
20
/ 26
21
/ 26
22
/ 26
23
/ 26
24
/ 26
25
/ 26
26
/ 26
More Related Content
PDF
บทเรียนสำเร็จรูป เล่มที่ 1 สสารและสาร
by
Ketsarin Prommajun
PPTX
งานนำเสนอโครงงานจิตอาสา
by
Toptap Apisit Pasawate
PDF
การปกครองท้องถิ่นไทยกับการพัฒนา
by
kroobannakakok
PDF
แบบบันทึกการศึกษาแหล่งเรียนรู้
by
เทวัญ ภูพานทอง
PDF
โครงงานวิทยาศาสตร์ ถ่านอัดแท่งสมุนไพร1
by
Chok Ke
PDF
โครงการจิตอาสาพัฒนาวัด
by
พัน พัน
PDF
ตัวอย่าง ปกรายงาน
by
Samorn Tara
DOCX
การลงทะเบียนหนังสือ58
by
Supaporn Khiewwan
บทเรียนสำเร็จรูป เล่มที่ 1 สสารและสาร
by
Ketsarin Prommajun
งานนำเสนอโครงงานจิตอาสา
by
Toptap Apisit Pasawate
การปกครองท้องถิ่นไทยกับการพัฒนา
by
kroobannakakok
แบบบันทึกการศึกษาแหล่งเรียนรู้
by
เทวัญ ภูพานทอง
โครงงานวิทยาศาสตร์ ถ่านอัดแท่งสมุนไพร1
by
Chok Ke
โครงการจิตอาสาพัฒนาวัด
by
พัน พัน
ตัวอย่าง ปกรายงาน
by
Samorn Tara
การลงทะเบียนหนังสือ58
by
Supaporn Khiewwan
What's hot
PDF
แบบฝึกทักษะเรื่องคำสมาสสนธิ
by
Surapong Klamboot
PPT
ppset
by
knawarat
PDF
คำคมคารมปราชญ์
by
niralai
PDF
ตัวอย่างชื่อโครงงานวิทยาศาสตร์
by
Jiraporn
PDF
ชุดกิจกรรม เรื่อง รายงานการศึกษาค้นคว้า ชุด รูปแบบและจุดมุ่งหมายของรายงาน
by
SAKANAN ANANTASOOK
PDF
หน้าที่พลเมือง
by
koorimkhong
PDF
ห้องสีขาว 1.1
by
peter dontoom
PDF
เศรษฐกิจพอเพียง
by
sombat nirund
PPT
acid-base_1.ppt
by
ChewJa
PPT
ปฏิกิริยาระหว่างน้ำแป้ง+ไอโอดีนกับโซเดียมไทโอซัลเฟต
by
kanokwun131
PDF
เครื่องชี้วัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
by
Pannatut Pakphichai
PDF
แบบประเมินกิจกรรมเข้าค่ายพักแรมลูกเสือ56
by
Dhanee Chant
PDF
1111111111111111111
by
ศรราม สุดหล่อ
PDF
ใบความรู้ เบญจศีล เบญจธรรม ป.3+449+dltvp3+54soc p03f 35-4page
by
Prachoom Rangkasikorn
PDF
ใบงาน1
by
krusupask
PDF
สมุดประเมินผลกิจกรรมชุมนุม กูรูไอที
by
Pakornkrits
PPT
บทที่ 1 ความหมายของการบริหารราชการ
by
Saiiew
PPT
ระดับของภาษา
by
ณรงค์ศักดิ์ กาหลง
DOCX
แบบประเม นโครงการ
by
Natthawut Sutthi
DOCX
จานรองแก้วกระป๋องโค้ก
by
Benz Paengpipat
แบบฝึกทักษะเรื่องคำสมาสสนธิ
by
Surapong Klamboot
ppset
by
knawarat
คำคมคารมปราชญ์
by
niralai
ตัวอย่างชื่อโครงงานวิทยาศาสตร์
by
Jiraporn
ชุดกิจกรรม เรื่อง รายงานการศึกษาค้นคว้า ชุด รูปแบบและจุดมุ่งหมายของรายงาน
by
SAKANAN ANANTASOOK
หน้าที่พลเมือง
by
koorimkhong
ห้องสีขาว 1.1
by
peter dontoom
เศรษฐกิจพอเพียง
by
sombat nirund
acid-base_1.ppt
by
ChewJa
ปฏิกิริยาระหว่างน้ำแป้ง+ไอโอดีนกับโซเดียมไทโอซัลเฟต
by
kanokwun131
เครื่องชี้วัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
by
Pannatut Pakphichai
แบบประเมินกิจกรรมเข้าค่ายพักแรมลูกเสือ56
by
Dhanee Chant
1111111111111111111
by
ศรราม สุดหล่อ
ใบความรู้ เบญจศีล เบญจธรรม ป.3+449+dltvp3+54soc p03f 35-4page
by
Prachoom Rangkasikorn
ใบงาน1
by
krusupask
สมุดประเมินผลกิจกรรมชุมนุม กูรูไอที
by
Pakornkrits
บทที่ 1 ความหมายของการบริหารราชการ
by
Saiiew
ระดับของภาษา
by
ณรงค์ศักดิ์ กาหลง
แบบประเม นโครงการ
by
Natthawut Sutthi
จานรองแก้วกระป๋องโค้ก
by
Benz Paengpipat
Similar to เมืองป่าตอง: การสร้างสุขภาวะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก อย่างมีส่วนร่วม
PPTX
นวัตกรรมประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน61
by
PiyanunRatchatani
DOCX
โครงงานวิทย์
by
Sweetcandy Aum
PDF
การกระจายตัวของความเป็นเมือง เทศบาลนครและเทศบาลเมืองที่ติดชายแดน
by
FURD_RSU
PDF
เมืองบางคูรัด การสร้างสุขภาวะเมืองด้วยนวัตกรรมชุมชนเกื้อกูล
by
FURD_RSU
PPTX
ธุรกิจการท่องเที่ยว
by
หรินโรจน์ ศรีจันทา
PPTX
Phuket's impact
by
Mlle'Rattana Prasertpan
PPT
ชลบุรี
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
Power Point การพัฒนาอนาคตเมืองสงขลา: มิติสถาปัตยกรรมและผังเมือง
by
FURD_RSU
PPT
การนำเสนองานIt a2003
by
sarunrach
DOCX
บท 1
by
T Ton Ton
PDF
เมืองน่าอยู่ติดดาว
by
dtschool
PDF
ยินดีต้อนรับ๑๐๐๐
by
dtschool
PPT
เสน่ห์ที่ท่องเที่ยวไทย
by
Chutima Su
PDF
FURD CITIES MONITOR VOL.14 (JANUARY 2019)
by
FURD_RSU
PPT
การนำเสนองานIt a2003
by
sarunrach
PPTX
การนำเสนองานIt a
by
sarunrach
PPTX
การนำเสนองานIt a
by
sarunrach
PPTX
การนำเสนองานIt a
by
sarunrach
PPTX
การนำเสนองานIt a2
by
sarunrach
PDF
ทรัพยาก สิ่งแวดล้อมรธรรมชาติ
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
นวัตกรรมประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน61
by
PiyanunRatchatani
โครงงานวิทย์
by
Sweetcandy Aum
การกระจายตัวของความเป็นเมือง เทศบาลนครและเทศบาลเมืองที่ติดชายแดน
by
FURD_RSU
เมืองบางคูรัด การสร้างสุขภาวะเมืองด้วยนวัตกรรมชุมชนเกื้อกูล
by
FURD_RSU
ธุรกิจการท่องเที่ยว
by
หรินโรจน์ ศรีจันทา
Phuket's impact
by
Mlle'Rattana Prasertpan
ชลบุรี
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
Power Point การพัฒนาอนาคตเมืองสงขลา: มิติสถาปัตยกรรมและผังเมือง
by
FURD_RSU
การนำเสนองานIt a2003
by
sarunrach
บท 1
by
T Ton Ton
เมืองน่าอยู่ติดดาว
by
dtschool
ยินดีต้อนรับ๑๐๐๐
by
dtschool
เสน่ห์ที่ท่องเที่ยวไทย
by
Chutima Su
FURD CITIES MONITOR VOL.14 (JANUARY 2019)
by
FURD_RSU
การนำเสนองานIt a2003
by
sarunrach
การนำเสนองานIt a
by
sarunrach
การนำเสนองานIt a
by
sarunrach
การนำเสนองานIt a
by
sarunrach
การนำเสนองานIt a2
by
sarunrach
ทรัพยาก สิ่งแวดล้อมรธรรมชาติ
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
More from FURD_RSU
PDF
เมืองหนองป่าครั่ง: การสร้างเมืองสุขภาวะด้วยแนวคิดการจัดสวัสดิการสังคม
by
FURD_RSU
PDF
การสร้างเศรษฐกิจ ด้วยแนวคิดการผูกขาดของธรรมชาติ (Monopoly by Nature)
by
FURD_RSU
PDF
วิจัย สุมหัวกันในที่ที่สาม กระบวนการตามหาชุมชนทางวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่ในนครตรัง
by
FURD_RSU
PDF
เมืองตะโหมด ต้นแบบการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก
by
FURD_RSU
PDF
เมืองหางโจว (杭州) ต้นแบบเมืองอัจฉริยะ และการพัฒนาสิ่งแวดล้อม
by
FURD_RSU
PDF
นครเชียงราย: มหาวิทยาลัยวัยที่สาม : การพัฒนาผู้สูงอายุ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจและ...
by
FURD_RSU
PDF
โมเดลการดูแลสุขภาพในเขตเมือง เมืองรอบพื้นที่อุตสาหกรรม แหลมฉบัง จ.ชลบุรี
by
FURD_RSU
PDF
เมืองปราจีนบุรี สร้างเมืองสมุนไพร ด้วยแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business)
by
FURD_RSU
PDF
เมืองแม่มอก การสร้าง Care Giver ดูแลผู้สูงอายุโดยภาคประชาสังคม
by
FURD_RSU
PDF
อี้อู (义乌) เมืองการค้าโลก การพัฒนาเมืองตอนใน สู่เมืองการค้าโลก
by
FURD_RSU
PDF
FURD Cities Monitor ฉบับที่ 16
by
FURD_RSU
PDF
Trang hackathon รายงานผลกิจกรรมเชิงปฏิบัติการด้านนวัตกรรมทางสังคมเพื่อการพัฒน...
by
FURD_RSU
PDF
info graphic นิยามของมรดกเมือง
by
FURD_RSU
PDF
Info graphic ยะลาโมเดล การจัดการเมืองเพื่อสันติสุข
by
FURD_RSU
PDF
FURD SUMMIT 2019 นวัตกรรมสร้างสรรค์เมืองสุขภาวะ
by
FURD_RSU
PDF
FURD CITIES MONITOR VOL.12 (NOVEMBER 2018)
by
FURD_RSU
PDF
FURD Cities Monitor ฉบับที่ 15
by
FURD_RSU
PDF
FURD CITIES MONITOR VOL.13 (DECEMBER 2018)
by
FURD_RSU
PDF
Info graphic ความเป็นเมืองของประเทศไทย
by
FURD_RSU
PDF
info graphic เชียงใหม่โมเดล พลังพลเมือง
by
FURD_RSU
เมืองหนองป่าครั่ง: การสร้างเมืองสุขภาวะด้วยแนวคิดการจัดสวัสดิการสังคม
by
FURD_RSU
การสร้างเศรษฐกิจ ด้วยแนวคิดการผูกขาดของธรรมชาติ (Monopoly by Nature)
by
FURD_RSU
วิจัย สุมหัวกันในที่ที่สาม กระบวนการตามหาชุมชนทางวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่ในนครตรัง
by
FURD_RSU
เมืองตะโหมด ต้นแบบการสร้างสุขภาวะเด็กเล็ก
by
FURD_RSU
เมืองหางโจว (杭州) ต้นแบบเมืองอัจฉริยะ และการพัฒนาสิ่งแวดล้อม
by
FURD_RSU
นครเชียงราย: มหาวิทยาลัยวัยที่สาม : การพัฒนาผู้สูงอายุ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจและ...
by
FURD_RSU
โมเดลการดูแลสุขภาพในเขตเมือง เมืองรอบพื้นที่อุตสาหกรรม แหลมฉบัง จ.ชลบุรี
by
FURD_RSU
เมืองปราจีนบุรี สร้างเมืองสมุนไพร ด้วยแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business)
by
FURD_RSU
เมืองแม่มอก การสร้าง Care Giver ดูแลผู้สูงอายุโดยภาคประชาสังคม
by
FURD_RSU
อี้อู (义乌) เมืองการค้าโลก การพัฒนาเมืองตอนใน สู่เมืองการค้าโลก
by
FURD_RSU
FURD Cities Monitor ฉบับที่ 16
by
FURD_RSU
Trang hackathon รายงานผลกิจกรรมเชิงปฏิบัติการด้านนวัตกรรมทางสังคมเพื่อการพัฒน...
by
FURD_RSU
info graphic นิยามของมรดกเมือง
by
FURD_RSU
Info graphic ยะลาโมเดล การจัดการเมืองเพื่อสันติสุข
by
FURD_RSU
FURD SUMMIT 2019 นวัตกรรมสร้างสรรค์เมืองสุขภาวะ
by
FURD_RSU
FURD CITIES MONITOR VOL.12 (NOVEMBER 2018)
by
FURD_RSU
FURD Cities Monitor ฉบับที่ 15
by
FURD_RSU
FURD CITIES MONITOR VOL.13 (DECEMBER 2018)
by
FURD_RSU
Info graphic ความเป็นเมืองของประเทศไทย
by
FURD_RSU
info graphic เชียงใหม่โมเดล พลังพลเมือง
by
FURD_RSU
เมืองป่าตอง: การสร้างสุขภาวะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก อย่างมีส่วนร่วม
1.
เมืองป่าตอง การสร้างสุขภาวะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างมีส่วนร่วม ปาริชาติ อ่อนทิมวงศ์
2.
เมืองป่าตอง: การสร้างสุขภาวะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก อย่างมีส่วนร่วม ปาริชาติ อ่อนทิมวงศ์ นักวิจัยศูนย์ศึกษามหานครและเมือง
3.
ผู้เขียน : ปาริชาติ
อ่อนทิมวงศ์ บรรณาธิการบริหาร : ยุวดี คาดการณ์ไกล บรรณาธิการฝ่ายวิชาการ : ยุวดี คาดการณ์ไกล กองบรรณาธิการ : ณัฐธิดา เย็นบารุง, มณฑิภรณ์ ปัญญา ปก : มณฑิภรณ์ ปัญญา รูปเล่ม : มณฑิภรณ์ ปัญญา ปีที่เผยแพร่ : กรกฎาคม พ.ศ. 2562 ผู้เผยแพร่ : ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง ร่วมกับมูลนิธิสถาบันสร้างสรรค์ปัญญาสาธารณะ (CPWI) ภายใต้โครงการการพัฒนาระบบและกลไกสนับสนุนเมืองสุขภาวะ ผู้สนับสนุน : สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
4.
3 เมืองป่าตอง: การสร้างสุขภาวะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างมีส่วนร่วม เทศบาลเมืองป่าตอง ตั้งอยู่ในเขตอาเภอกะทู้ ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตไปทางทิศตะวันตก ประมาณ
16 กิโลเมตร มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามคือหาดป่าตอง เป็นชายหาดที่มีความยาว ประมาณ 3 กิโลเมตร อยู่ระหว่างหาดกมลา (ทิศเหนือ) และหาดกะรน (ทิศใต้) ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาว ไทยและชาวต่างชาติให้เข้ามาท่องเที่ยว จึงทาให้เมืองป่าตองมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ปัจจุบันเขต เทศบาลมีพื้นที่ 16.4 ตารางกิโลเมตร จาแนกเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจหนาแน่นใจกลางเมือง 5.8 ตาราง กิโลเมตร (ร้อยละ 35 ของพื้นที่ทั้งหมด) ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่สูงไม่เหมาะต่อการตั้งถิ่นฐาน ภาพที่ 1 ที่ตั้งและลักษณะภูมิประเทศของเมืองป่าตอง อาเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ที่มา : www.google.com ที่มา : www.thansettakij.com
5.
4 สภาพภูมิศาสตร์ของเมืองป่าตองจัดเป็นที่ราบชายฝั่ง (Coastal Plain)
มีที่ราบแคบๆ ขนานไป กับโค้งอ่าวที่มีชายหาดยาวประมาณ 3 กิโลเมตรจาก Coral Beach ถึงหาดกะหลิม หันหน้าออกสู่ทะเล อันดามันทางทิศตะวันตก พื้นที่ราบมีลักษณะเป็นที่ราบเชิงเขา ที่ราบลูกคลื่น ที่ลุ่มต่า และหาดทราย ความสูงระหว่าง 1-30 เมตรจากระดับน้าทะเลปานกลาง เดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นทุ่งนาและสวนมะพร้าว โดยมีภูเขาสูงระหว่าง 200-450 เมตรจากระดับน้าทะเลปานกลาง ทอดตัวอยู่รายรอบทั้งทางด้านทิศ เหนือ ตะวันออกและใต้ (ภาพที่ 1) ลักษณะภูมิประเทศดังกล่าวทาให้น้าไหลระบายลงมาจากภูเขา สะสม อยู่ในที่ลุ่มต่า ซึ่งอยู่ระหว่างที่ราบตอนในกับหาดทราย จากนั้นจึงไหลลงสู่ทะเลรอบอ่าวต่อไป จุดเริ่มต้นของการปกครองท้องถิ่นเมืองป่าตองเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2510 เมื่อกระทรวงมหาดไทย ได้มีประกาศเรื่องเปลี่ยนแปลงเขตสุขาภิบาลกะทู้ อาเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยกาหนดให้ขยายเขต สุขาภิบาลครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 3 ตาบลในอาเภอกะทู้ คือ ตาบลกะทู้ ตาบลป่าตอง และตาบลกมลา เมือง ป่าตองจึงเป็นส่วนหนึ่งของเขตสุขาภิบาลกะทู้ จนถึง พ.ศ. 2529 กระทรวงมหาดไทยพิจารณาเห็นว่า สุขาภิบาลกะทู้มีพื้นที่กว้างขวางมาก สมควรเปลี่ยนแปลงเขตใหม่โดยให้มีแนวเขตครอบคลุมพื้นที่ตาบล กะทู้เพียงตาบลเดียว ขณะเดียวกันก็สมควรยกฐานะท้องถิ่นตาบลป่าตองจัดตั้งเป็นสุขาภิบาลแห่งใหม่ จึงได้ออกประกาศเรื่องเปลี่ยนแปลงเขตสุขาภิบาลกะทู้ และจัดตั้งสุขาภิบาลป่าตอง อาเภอกะทู้ จังหวัด ภูเก็ต กระทั่งปี พ.ศ. 2537 สุขาภิบาลป่าตองได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลตาบลป่าตอง และ เปลี่ยนแปลงฐานะเป็นเทศบาลเมืองป่าตองในปี พ.ศ. 2545 เนื่องจากสภาพบ้านเมืองเกิดการขยายตัว ไปอย่างรวดเร็ว มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มขึ้น จากการเติบโตของธุรกิจการ ท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในถนนบางลา หรือ “Bangla Walking Street” พื้นที่ชีวิตกลางคืนที่ คึกคักมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โดยเปิดบริการถึงเวลา 04.00 น. ของทุกวัน มีสถานบันเทิงยาม ราตรี ร้านค้า ร้านอาหาร ที่พักแรม ตั้งอยู่อย่างหนาแน่นตลอดสองข้างทาง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้า ออกร้านต่างๆ เพื่อเลือกจับจ่ายใช้สอยได้ตามความพึงพอใจ สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวที่คึกคัก เป็น สีสัน และเป็นเอกลักษณ์ของเมืองป่าตองในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้จังหวัดภูเก็ตสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ถึง 13.5 ล้านคนในปี พ.ศ. 2559 สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 377,000 ล้านบาท โดยมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของจานวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวอย่าง ต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 - 2559 (ภาพที่ 2) จนถึงปัจจุบัน
6.
5 ภาพที่ 2 แนวโน้มการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในปี
พ.ศ. 2554 - 2559 ที่มา : สานักงานสถิติจังหวัดภูเก็ต. จากสถิติแสดงแนวโน้มการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตสามารถอนุมานได้ว่าระบบเศรษฐกิจของ เมืองป่าตองขึ้นอยู่กับกิจกรรมการท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจากการสารวจข้อมูลโดยกองสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม (ณ วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2559) พบว่า ในเขตเทศบาลเมืองป่าตองมีประเภทของสถาน ประกอบการด้านการบริการ พาณิชยกรรม และกลุ่มอาชีพต่างๆ ดังนี้ 1) ประเภทของสถานประกอบการด้านการบริการ ประกอบด้วย โรงแรม 120 แห่ง บ้านพัก นักท่องเที่ยว (Guesthouse) 492 แห่ง ร้านอาหาร ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 จานวน 760 แห่ง และกิจการนวดและสปา 251 แห่ง รวมเฉพาะสถาน ประกอบการ 4 ประเภท จานวน 1,623 แห่ง 2) ประเภทของสถานประกอบการด้านพาณิชยกรรม ประกอบด้วย ธนาคารพาณิชย์ 24 แห่ง ห้างสรรพสินค้า 2 แห่ง ตลาดสดเอกชน 1 แห่ง และสถานีบริการน้ามันเชื้อเพลิง 1 แห่ง 3) กลุ่มอาชีพในเขตเทศบาลเมืองป่าตอง ประกอบด้วย ผู้ประกอบการนวดชายหาดป่าตอง 173 ราย ผู้ประกอบการเบาะ-ร่มชายหาดป่าตอง จานวน 59 ราย ผู้ประกอบการหิ้วกระติก ชายหาดป่าตอง 85 ราย ผู้ประกอบการเจ็ทสกีชายหาดป่าตอง 50 ราย ผู้ประกอบการเรือ หางยาวเพื่อการท่องเที่ยว 80 ราย และผู้ประกอบการเรือลากร่ม 8 ราย รวมทั้งสิ้น 455 ราย ในด้านประชากร ประชากรในเขตเมืองป่าตองแยกเป็นประชากรตามทะเบียนราษฎร์ประมาณ 20,000 คน ในจานวนนี้ประมาณ 1 ใน 4 หรือราว 5,000 คน เป็นคนท้องถิ่นดั้งเดิมในพื้นที่ ส่วนใหญ่ ประกอบธุรกิจการค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ได้แก่ ผู้ประกอบการบ้านเช่า ให้เช่าตึก/ อาคารเพื่อทาธุรกิจการค้าต่างๆ บริการรถเช่า เรือเช่า และค้าขายทั่วไป ส่วนที่เหลืออีกราว 15,000 คน ย้ายสามะโนประชากรมาภายหลัง ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย ขับรถรับจ้าง และพนักงานโรงแรม
7.
6 มีเหตุจูงใจในการย้ายเข้าคือเพื่อนาบุตรหลานเข้าเรียน ประชากรเหล่านี้จะกระจายตัวกันอยู่ตามชุมชน ต่างๆ ในเขตเทศบาล
7 แห่ง ได้แก่ ชุมชนชายวัด ชุมชนบ้านมอญ ชุมชนบ้านไสน้าเย็น ชุมชนบ้านนา ใน ชุมชนบ้านโคกมะขาม ชุมชนบ้านกะหลิม และชุมชนหาดป่าตอง ส่วนคนที่ยังไม่ย้ายเข้าพื้นที่ จัดเป็นประชากรแฝงของเมือง เนื่องจากมีการย้ายถิ่นแบบชั่วคราว ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวราว 4-6 เดือน ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวกลับไปทาการเกษตร จึงยังต้องมี ภูมิลาเนาอยู่ที่เดิม เพื่อประโยชน์ในการขอกู้ยืมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและติดตามชาระหนี้ ซึ่งคาด ว่าประชากรส่วนนี้มีประมาณ 100,000-150,000 คน กระจายตัวกันอยู่ตามสถานประกอบการและบ้าน เช่า ทั้งในเขตเทศบาลเมืองป่าตอง เทศบาลเมืองกะทู้ และเทศบาลนครภูเก็ต 2. การขับเคลื่อนงานเพื่อสร้างสุขภาวะเมืองป่าตองอย่างมีส่วนร่วม เมืองป่าตอง ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นจุดหมายปลายทาง ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ความสวยงาม สะอาด ปลอดภัย จึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต่างให้ ความสาคัญเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเทศบาลเมืองป่าตองที่มีบทบาทหน้าที่หลักในการบริหารจัด การเมืองป่าตองให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ส่งเสริมการอยู่อาศัยใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาวะที่ดี รวมถึงการผสานความร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคมต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้ 2.1 ป่าตอง เมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินระหว่างเดินทางท่องเที่ยว (Travel Safety) ถือเป็นหนึ่งใน ปัจจัยหลักที่ทาให้สถานที่ใดหรือเมืองใดได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความน่า ดึงดูดใจของสถานที่นั้นหรือเมืองนั้น ความคุ้มค่าเงิน และความสะดวกในการเดินทาง ความปลอดภัยยัง หมายถึงความเชื่อมั่นไว้วางใจของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ สามารถ ถูกเผยแพร่ไปได้ทั่วโลกภายในไม่กี่วินาที ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนจุดหมายในการเดินทางได้ทุกเมื่อ มาตรการหลักในการดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวเมืองป่าตอง มีเทศบาลเมืองป่าตอง เป็นผู้รับผิดชอบงบประมาณในการดาเนินการ ร่วมกับหน่วยงานจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่ เกี่ยวข้อง อาทิ สานักงานตารวจแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงผู้ประกอบการ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม อาทิ มูลนิธิพัฒนาป่าตอง1 ในการขับเคลื่อนเมืองป่าตองให้ก้าวไปสู่ เมืองท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงระดับโลก ได้แก่ การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) จนทาให้ป่าตองเป็นเมืองที่มีกล้องวงจรปิดมากที่สุด และการจัดระบบเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิต รวมถึงการมี เครือข่ายภาคประชาชนในการดูแลความปลอดภัยเมืองป่าตอง มีรายละเอียดดังนี้ 1 ก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2557 ภายใต้การนาของ ดร.ปรีชาวุฒิ กี่สิ้น ประธานบริษัท พิโซน่า กรุ๊ป จากัด โดยการสร้างความร่วมมือกับภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมทาหน้าที่จิตอาสาด้านต่างๆ เป็นการทางานคู่ขนาน ไปกับภาครัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของชุมชนและการพัฒนาที่ยั่งยืน กล่าวคือ มุ่งพัฒนาป่าตอง ให้เป็นเมืองน่าเที่ยวสาหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ส่งเสริมให้ป่าตองเป็นชุมชนที่ประชาชนอยู่ได้อย่างสงบสุข ปลอดภัย และมีสุขภาพที่ดี อีกทั้งยังเกื้อกูลกันระหว่างคนและสิ่งแวดล้อมให้อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน
8.
7 1) การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิ ด
(Closed Circuit Television; CCTV) - มีจุดเริ่มต้นจากการที่จังหวัดภูเก็ตได้รับมอบนโยบายจากรัฐบาลให้เป็นพื้นที่นาร่องเรื่อง เมืองอัจฉริยะ (Smart City)2 มีการจัดทาแนวทางหรือกลยุทธ์ (Road Map) Phuket 2020 Smart City เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่สาคัญประการหนึ่งคือ Phuket Safe City เน้นเรื่องการดูแล ความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว ด้วยการนาระบบ CCTV มาทางานร่วมกับการตรวจจับ ใบหน้าและเลขทะเบียนรถ เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจสอบและติดตามผู้กระทาผิด - เมืองป่าตองได้ดาเนินการติดตั้งกล้อง CCTV ทั่วเขตเทศบาล ตั้งแต่ก่อนที่จะรับนโยบาย เรื่อง Smart City แต่เป็นกล้องธรรมดา (ระบบ Analog) ที่ใช้ดูภาพทั่วไป เรื่องการจราจร การเคลื่อนไหวของรถและคน ซึ่งเป็นการย้อนกล้องวงจรปิดดูด้วยสายตาเมื่อมีการร้องขอ - ปัจจุบันเทศบาลเมืองป่าตองกาลังอยู่ระหว่างดาเนินการติดตั้งกล้องระบบใหม่ (IP Camera)3 เพื่อเพิ่มศักยภาพในพื้นที่เสี่ยงบริเวณริมหาดป่าตองจานวน 32 จุด ระบบภาพ เป็นกล้องแบบอยู่กับที่ (Fix) และกล้องแบบหมุนและขยายภาพได้ (Pan and Zoom) รวมถึง สร้างห้องควบคุมระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (Control Room) เพื่อวิเคราะห์ภาพ - ระบบการวิเคราะห์ภาพ (Analysis) ของกล้อง CCTV ระบบใหม่ ประกอบด้วย ระบบดักจับ ใบหน้า (Face Detection) เพื่อระบุและติดตามตัวบุคคล อาศัยการทางานร่วมกับสานักงาน ตารวจแห่งชาติ และสามารถเชื่อมต่อกับระบบของสานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดภูเก็ตได้ และระบบ License Place Recognition ใช้กล้องพิเศษจับป้ายทะเบียนรถ อย่างเดียว เนื่องจากประสบปัญหาการโจรกรรมรถมอเตอร์ไซค์อยู่บ่อยครั้ง - ในส่วนของภาคเอกชนและภาคประชาสังคมต่างให้ความร่วมมือในการติดตั้งกล้องวงจรปิด อาทิ มูลนิธิพัฒนาป่าตอง เป็นแกนนาภาคเอกชนร่วมกันติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณถนน บางลา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของป่าตองประมาณ 20 จุด ก่อนจะส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ ตารวจดูแลต่อไป 2 พื้นที่นาร่องเรื่องเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในระยะแรกมี 7 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ (บริเวณศูนย์กลาง คมนาคมบางซื่อ) ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น และ 3 จังหวัดในเขตพื้นที่ EEC คือฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง 3 IP Camera (Internet Protocol Camera) มีลักษณะเป็นกล้องเครือข่าย (Network Camera) สามารถส่งและ รับข้อมูลผ่านทางระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตได้
9.
8 2) การจัดระบบเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิต (Lifeguard) -
เป็นโครงการที่มีมานานราว 20 ปี เดิมใช้งบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ก่อนที่เทศบาลเมืองป่าตองจะเข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบด้วยการจัดสรรงบประมาณในการจ้าง เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตประจาอยู่ตามจุดต่างๆ 9 จุด ตลอดความยาวชายหาด 3 กิโลเมตร - ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิต (Lifeguard) จานวน 26 คน อยู่เฝ้าประจาตามจุดที่กาหนด ระหว่างเวลา 8.30 – 18.00 น. (ภาพที่ 3) ทั้งยังได้จัดกาลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัย ฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และมีอาสาสมัครจากเครือข่ายความปลอดภัยต่างๆ คอยตรวจตรา ความสงบเรียบร้อยของพื้นที่ชายหาดหลัง 18.00 น. เพื่อดูแลความปลอดภัยให้แก่ นักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง - ส่วนการดาเนินการด้านกายภาพ เทศบาลเมืองป่าตองได้จัดระเบียบพื้นที่เล่นน้าด้วยการ วางทุ่นสาหรับกั้นเขตเล่นน้าให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งติดตั้งธงสัญลักษณ์สีเหลืองและ แดงตามมาตรฐานสากลเพื่อแสดงการอนุญาต (สีเหลือง) หรือห้ามลงเล่นน้า (สีแดง) ซึ่งใน อนาคตจะมีการติดตั้งหอสังเกตการณ์ที่มีกล้องส่องทางไกล เพิ่มมุมมองในมุมสูงและภาพ กว้าง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการประเมินสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิต ในกรณีที่มี นักท่องเที่ยวร้องขอหรือต้องการความช่วยเหลือในทะเล - นอกจากนี้ เทศบาลเมืองป่าตองยังจัดกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ จัดให้มีการแข่งขัน ทักษะไลฟ์การ์ด เด็ก เยาวชนและประชาชน เป็นประจาทุกปี4 ถือเป็นการสร้างทุนมนุษย์ที่ จาเป็นต่อการพัฒนาเมือง และเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ที่สั่งสมมาในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี - ในส่วนของภาคเอกชนและประชาสังคม มูลนิธิพัฒนาป่าตองเป็นผู้สนับสนุนทรัพยากรที่ เกี่ยวข้อง ได้แก่ บุคลากร (อาสาสมัครไลฟ์การ์ด นักประดาน้า) เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เจ็ทสกี เรือยาง อุปกรณ์การช่วยเหลือเบื้องต้น นอกจากนี้ ยังมีชมรมไลฟ์การ์ด ภูเก็ต (Phuket Life Saving Club)5 ทาหน้าที่ฝึกสอนเยาวชนให้มีความรู้ด้านการกู้ภัยต่างๆ 4 ในปีที่ผ่านมา เทศบาลเมืองป่าตองได้จัดการแข่งขันทักษะไลฟ์การ์ด เด็ก เยาวชนและประชาชน เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2561 บริเวณหน้าสวนสาธารณะโลมา หาดป่าตอง การแข่งขันมีหลายประเภท ทั้งทางบกละทางน้า มีทีมและ นักกีฬาร่วมแข่งขันทั้งสิ้นจานวน 20 ทีม และนักกีฬา 250 คน โดยมีการแข่งขันทั้งหมด 9 ประเภท ซึ่งการจัดโครงการ นี้เพื่อสร้างโอกาสและช่องทางให้เด็ก เยาวชนและประชาชน ตลอดจนบุคคลทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่สนใจ จะเรียนรู้ทักษะไลฟ์การ์ดได้มีเวทีพัฒนาศักยภาพและทักษะให้มีมาตรฐานสูงขึ้น ซึ่งเป็นการฝึกสอนพัฒนาบุคลากร และสร้างความเข้าใจในงานไลฟ์การ์ดอีกด้วย 5 ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2546 โดยกลุ่มเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี รวมถึงอาสาสมัครที่มี จุดมุ่งหมายในการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้าทั่วภูเก็ต โดยร่วมกันปรับปรุงความปลอดภัยของสระน้าและชายหาด มีการทางานอย่างใกล้ชิดกับสมาคมเซิร์ฟไลฟ์เซฟวิ่ง ออสเตรเลีย (Surf Life Saving Australia) เป็นเวลาหลายปีในการ พัฒนาโปรแกรมฝึกอบรม โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตทางน้าเป็นประจา
10.
9 ภาพที่ 3 (ภาพซ้าย)
เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิต (Lifeguard) อธิบายการใช้อุปกรณ์ (ภาพขวา) ป้ายแสดงสัญลักษณ์ธงและการเตือนภัยต่างๆ ณ บริเวณจุดที่ตั้งของหน่วยไลฟ์การ์ด ที่มา : ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง (2562) 3) เครือข่ายภาคประชาชนในการดูแลความปลอดภัยเมืองป่าตอง - มูลนิธิพัฒนาป่าตองได้ริเริ่มจัดทาโครงการเครือข่ายตาสับปะรด โดยให้คนในชุมชนช่วยกัน เป็นหูเป็นตา เฝ้าระวัง จับตาดูเรื่องการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว อาชญากรรม และ อื่นๆ ทั้งบริเวณหน้าหาดป่าตองและถนนบางลา โดยใช้เทคโนโลยีร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ ไลน์กลุ่มตาสับปะรดเพื่อแจ้งข่าว มีทั้งที่เป็นกลุ่มลับที่เกี่ยวกับงานสืบ และงาน ปราบปรามป้องกันเหตุ อย่างเช่น กรณีจระเข้หลุด กลุ่มผู้ประกอบการชายหาด ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มร่มเตียง เจ็ทสกี เรือหางยาว ฯลฯ ต่างแจ้งข่าวกันในกลุ่ม นอกจากนี้ ยังมีการสังเกต ตรวจตรา ป้องกัน เรื่องการพกมีด อาวุธ และอาวุธสงคราม การก่อการร้าย รวมทั้งเฝ้าระวัง การก่อเหตุระเบิด มีการจับตาดูบุคคลต้องสงสัย วัตถุต้องสงสัย รวมถึงเรื่องยาเสพติด การค้ามนุษย์ และการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ของภาครัฐ หากมี ชาวต่างชาติเป็นลม เจ็บป่วย อุบัติเหตุ หรือต่อยตี จะมีการแจ้งเหตุอย่างรวดเร็ว อาศัย เทคโนโลยีสื่อสังคมออนไลน์ที่ทันสมัย - สิ่งที่ภาครัฐเข้ามาดาเนินการเพื่อสนับสนุนการทางานของเครือข่ายภาคประชาชน ในส่วน ของเทศบาลเมืองป่าตอง มีการติดตั้งสปอร์ตไลท์บริเวณจุดอับ จุดเปลี่ยว ทั้งยังให้การ สนับสนุนค่าไฟฟ้าที่ภาคประชาชนได้ร่วมกันติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่างใกล้ๆ ชายหาด มีการ วางกาลังเจ้าหน้าที่ตารวจจากสถานีตารวจภูธรกะทู้ และ อปพร. ช่วยกันเดินตรวจตรา บริเวณหน้าหาดป่าตองตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว
11.
10 - ในส่วนของภาคเอกชน ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการที่ได้รับสัมปทานห้องน้าของ เทศบาลเมืองป่าตอง
ที่ให้ความร่วมมือในการติดไฟห้องน้าและมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง มีการ ประสานงานไปยังโรงแรมต่างๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณจุดอับ จุดบอด เพื่อให้มีเวรยาม หรือส่ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมมาช่วยกันตรวจตรา รวมทั้งมีการติดสปอร์ตไลท์ ส่องไปยังชายหาด เป็นต้น 2.2 การจัดการขยะมูลฝอยในเขตเมือง : ป่าตองสะอาด 24 ชั่วโมง เมืองใหญ่ๆ ที่ได้รับการพัฒนาสู่เมืองท่องเที่ยวระดับสากล และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เป็นจานวนมาก มักมีประชากรแฝงเพิ่มขึ้น ปัญหาสาคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเมืองคือ “ขยะ มูลฝอย” เทศบาลเมืองป่าตองจึงมีความพยายามบริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างเป็นระบบและมี ประสิทธิภาพโดยอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ตามแนวทาง “ป่าตองสะอาด 24 ชั่วโมง” ด้วยการสร้าง อุปนิสัยลดปริมาณขยะมูลฝอย สร้างจิตสานึกที่ดีในการคัดแยกขยะ การบริการเก็บขนที่ดาเนินการ จัดเก็บอย่างเป็นระบบและนาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ อาทิ แอปพลิเคชั่น “Patong Report” เพื่อให้เกิด การจัดเก็บขยะอย่างรวดเร็ว การนาไปกาจัด และการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งเทศบาลฯ ได้ ทาการศึกษาออกแบบและวิเคราะห์ความเหมาะสมในการพัฒนาระบบการจัดการขยะมูลฝอยอย่างครบ วงจร ตั้งแต่การเก็บรวบรวม การคัดแยก การนากลับไปใช้ประโยชน์ การกาหนดรูปแบบการบริหาร จัดการ ตลอดจนให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมดาเนินการ โดยนโยบายการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ เทศบาลเมืองป่าตองมีดังนี้ 1) มุ้งเน้นส่งเสริมและรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีของเมืองป่าตองให้สวยงาม มีความเป็นระเบียบ เรียบร้อย เหมาะสมกับการเป็น “เมืองน่าเที่ยว น่าอยู่อย่างยั่งยืน” 2) ป้องกันและวางระบบการแก้ไขปัญหามลพิษต่างๆ เช่น น้าเสีย ขยะมูลฝอย ฝุ่นละออง ควบคุมการใช้เสียงและเหตุราคาญ การติดตั้งป้ายโฆษณาเพื่อไม่ให้เป็นทัศนียภาพที่อุจาด เป็นต้น 3) รักษาความสะอาดบนที่ทางสาธารณะ เช่น ชายหาด สวนสาธารณะถนนและซอยทุกชุมชน ภายใต้โครงการ “หน้าบ้าน น่ามอง” 4) ส่งเสริมและสนับสนุนให้เมืองป่าตองพัฒนาสู่เมืองคาร์บอนต่า (Low Carbon City) และ สนับสนุนใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริมการใช้มาตรการประหยัด พลังงาน 5) รณรงค์และสร้างจิตสานึกให้เด็ก เยาวชนและประชาชน ตระหนักในการดูแลรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเทศบาลเมืองป่าตองมีปริมาณขยะมูลฝอยเฉลี่ยวันละ 158 ตัน (ตารางที่ 1) ในจานวนนี้ คัดแยกออกมาได้ประมาณ 30 ตัน ส่วนที่เหลืออีกราว 128 ตัน ส่งโรงกาจัดขยะของเทศบาลนครภูเก็ต ซึ่งเป็นรายจ่ายในส่วนนี้ปีละ 35 ล้านบาท ยังมีค่าจ้างเก็บขนปีละ 45 ล้านบาท และค่าจ้างกวาดอีกปีละ
12.
11 20 ล้านบาท รวมเป็นรายจ่ายในการกาจัดขยะปีละ
100 ล้านบาท แต่เก็บค่ากาจัดขยะได้ปีละ 15 ล้าน บาท ค่าดูดสิ่งปฏิกูลอีก 5 ล้านบาท รวมเป็นรายได้ของเทศบาล 20 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 20 หรือ 1 ใน 5 ของรายจ่ายทั้งหมดเท่านั้น ตารางที่ 1 สถานการณ์ขยะมูลฝอยของเทศบาลเมืองป่าตอง ปีงบประมาณ ปริมาณขยะรวม (ตัน) ปริมาณขยะเฉลี่ย (ตัน/วัน) 2554 34,379.67 94 2555 37,537.44 103 2556 41,398.78 113 2557 43,144.94 118 2558 45,883.32 126 2559 47,811.59 131 2560 50,967.46 141 2561 57,754.66 158 ที่มา : เอกสารแผ่นพับประชาสัมพันธ์ เรื่อง “ป่าตองร่วมใจรณรงค์สร้างจิตสานึกและตระหนัก ในการรักษาสิ่งแวดล้อม” จัดทาโดย เทศบาลเมืองป่าตอง จังหวัดภูเก็ต. ทั้งนี้ สามารถสรุปวิธีการจัดการขยะมูลฝอยของเทศบาลเมืองป่าตองได้ดังนี้ 1) ลดปริมาณการผลิตมูลฝอย โดยรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดการผลิตมูลฝอย ในแต่ละวัน ได้แก่ ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ ลดการใช้วัสดุกาจัดยาก เช่น โฟม ถุงพลาสติก 2) จัดระบบการรีไซเคิล (ก่อนเก็บขน) ได้แก่ รณรงค์ให้ประชาชนนาขยะกลับมาใช้ประโยชน์ ใหม่ เช่น การคัดแยกขยะรีไซเคิลนาไปขาย นาเศษอาหารมาทาปุ๋ย ตลอดจนจัดระบบที่เอื้อ ต่อการทาขยะรีไซเคิล เช่น จัดภาชนะแยกประเภทมูลฝอยที่ชัดเจน จัดกิจกรรม/โครงการนา ขยะมูลฝอยกลับมาใช้ประโยชน์ จัดตั้งศูนย์รีไซเคิล เป็นต้น 3) การกวาดและเก็บขนขยะมูลฝอย 3.1) จ้างเหมาเอกชนเพื่อดาเนินการรักษาความสะอาด (กวาดขยะ) ในเขตเทศบาลเมือง ป่าตอง โดยในปีงบประมาณ 2560 มีรายจ่ายจริงจานวน 17.96 ล้านบาท 3.2) จ้างเหมาเอกชนเพื่อดาเนินการเก็บขนมูลฝอยในเขตเทศบาลเมืองป่าตอง เนื่องจาก เทศบาลฯ ประสบปัญหาการขาดแคลนบุคลากร ประกอบกับปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง จึงมีความจาเป็นต้องให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดาเนินการ โดย ในปีงบประมาณ 2560 มีรายจ่ายจริงจานวน 39.33 ล้านบาท 3.3) กาหนดช่วงเวลาในการเก็บขน เพื่อให้ประชาชนทิ้งขยะเป็นเวลาในจุดที่กาหนด โดย ให้รวบรวมขยะใส่ถุงดา มัดปากถุงให้เรียบร้อย นามาวางบริเวณที่รถขนขยะสามารถ ทาการเก็บขนได้ (ตารางที่ 2 และ 3) จากนั้นให้รถขนส่งขยะมูลฝอยไปยังสถานที่ กาจัดโดยตรง โดยใช้วิธีการฝังกลบและเผา ณ ศูนย์กาจัดขยะของเทศบาลนครภูเก็ต
13.
12 3.4) การใช้เทคโนโลยีช่วยในการเก็บขน อาทิ
แอปพลิเคชั่น Patong Report และถังขยะ อัจฉริยะ มีรายละเอียดดังนี้ - แอปพลิเคชั่น Patong Report โดยเทศบาลเมืองป่าตองร่วมกับ NECTEC พัฒนา แอปพลิเคชั่น Patong Report (ภาพที่ 4) เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งปัญหา ขยะตกค้างภายในเขตเทศบาลเมืองป่าตอง สามารถใช้งานกับโทรศัพท์สมาร์ท โฟนระบบปฎิบัติการ ios และ android โดยช่วงแรกที่ปล่อยออกมามีผู้ใช้งาน ดาวน์โหลดราว 400 ราย วิธีการแจ้งคือประชาชนถ่ายภาพจุดที่มีขยะสะสมส่งเข้า แอพฯ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตรวจสอบ และแจ้งชุดเคลื่อนที่เร็วให้ไปเก็บ ขน พร้อมทั้งถ่ายภาพส่งกลับไปยังผู้เจ้ง โดยจะต้องดาเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 1-24 ชั่วโมง ที่ผ่านมามีการใช้งานเดือนละ 10-20 ครั้ง - ถังขยะอัจฉริยะ แบ่งเป็นการติดตั้งถังขนาดเล็กจานวน 15 จุด เฉพาะบริเวณหน้า หาดเพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยว และถังขนาดใหญ่จานวน 7 จุด กระจายอยูทั่ว เขตเทศบาลเพื่อให้บริการแก่ผู้อยู่อาศัย ในกรณีที่ไม่สะดวกวางถุงขยะไว้หน้า บ้าน สามารถนามารวมไว้ที่ถังใหญ่ทั้ง 7 จุดได้ ถังขยะที่นาไปวางไว้ในแต่ละจุดมี คุณสมบัติคือด้านหน้าแยกขยะ 2 ประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป และขยะรีไซเคิล ด้านในมีระบบ Censor ที่ติดตั้งไว้เหนือปากถัง เพื่อแจ้งเตือนปริมาณขยะ เมื่อ ใกล้จะเต็มความจุของถัง ด้านบนมีแผงโซลาร์เซลล์ส่งพลังงานให้ระบบ Sensor ทางาน (ภาพที่ 4) 4) การเฝ้าระวัง มีเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังคอยเฝ้าจุดที่มีผู้ลักลอบทิ้ง เพื่อให้เกิดการบังคับใช้ กฎหมายจับปรับผู้กระทาผิดตามเทศบัญญัติเทศบาลตาบลป่าตอง เรื่องการกาจัดสิ่งปฏิกูล และมูลฝอย พ.ศ.2542 มีสาระสาคัญคือ ทิ้งขยะไม่ลงถัง ทิ้งขยะนอกเวลาที่กาหนด มีโทษ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท 5) การจัดการขยะมูลฝอยบริเวณถนนบางลา ซึ่งมีการสะสมขยะจากการดื่มกินของ นักท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงค่าจนถึงเวลา 04.00 น. โดยหลังจากค่าคืนแห่งแสงสีจบลงในแต่ละ วัน ภาคเอกชน ได้แก่ สถานประกอบการจะต้องทาความสะอาดบริเวณหน้าร้านของตนเอง ให้เรียบร้อย ขณะเดียวกันคนเก็บของเก่า (รถซาเล้ง) ที่มีอยู่ราว 50-100 ราย จะเข้าเก็บ ขยะที่ recycle ได้นาไปคัดแยกขาย ในวันหนึ่งอาจจะเก็บได้มากถึง 3 รอบ เนื่องจากยังมี ขยะที่หลุดรอดสายตาไปได้ และมีนักท่องเที่ยวทิ้งเพิ่มจนกว่าจะถึง 06.00 น. นอกจากนี้ มูลนิธิพัฒนาป่าตองยังเข้ามามีบทบาทในการดาเนินโครงการ “บางลาสะอาด 24 ชั่วโมง” โดยการสนับสนุนงบประมาณและกาลังคน (จิตอาสา) ในการเก็บกวาดถนนบางลาให้สะอาด ปราศจากขยะหรือสิ่งปฏิกูลต่างๆ ก่อนจะส่งมอบพื้นที่ให้ทางเทศบาลฯ เป็นผู้ดาเนินการ กวาดและเก็บขนขยะเพื่อส่งกาจัด และในเวลา 9.00 ไม่เกิน 10.00 น. รถน้าของเทศบาลจะ เข้าไปฉีดล้างถนนด้วยน้าและสาร EM เพื่อทาความสะอาดถนนอีกครั้ง ทาให้ถนนบางลา ในช่วงกลางวันไม่มีขยะสะสมและสะอาดเรียบร้อยตลอดทั้งเส้นทาง
14.
13 ตารางที่ 2 จุดทิ้งขยะในเขตเทศบาลเมืองป่าตอง
ในเวลาที่กาหนด 18.00 น.-02.00 น. 20.00 น.-03.00 น. 02.00 น.-06.00 น. ถนนพระบารมี ถนนทวีวงศ์ ถนนบางลา ถนนพระพิศิษฐ์กรณีย์ ถนนราษฏร์อุทิศ200ปี ถนนใสน้าเย็น ถนนเฉลิมพระเกียรติ ถนนนาใน ถนนหาดป่าตอง ถนนราชปาทานุสรณ์ ถนนสวัสดิรักษ์ ถนนหมื่นเงิน ถนนประชานุเคราะห์ ถนนสิริราชย์ ถนนร่วมใจ ที่มา : เอกสารแผ่นพับประชาสัมพันธ์ เรื่อง “ป่าตองร่วมใจรณรงค์สร้างจิตสานึกและตระหนัก ในการรักษาสิ่งแวดล้อม” จัดทาโดย เทศบาลเมืองป่าตอง จังหวัดภูเก็ต. ตารางที่ 3 จุดทิ้งขยะในเขตเทศบาลเมืองป่าตอง นอกเวลาที่กาหนด ถนน ประเภทถังขยะ จุดทิ้งขยะ ถนนพระบารมี ถังคอนเทนเนอร์ ถังคอนเทนเนอร์ ซอยควนยาง ซอยพระบารมี 9(ปางช้าง) ถนนพระพิศิษฐ์กรณีย์ ถังขยะ 240 ลิตร ถังขยะ 240 ลิตร ถังขยะ 240 ลิตร ถังขยะ 240 ลิตร ซอยพระบารมี 7 ตรงข้ามซอยบ้านพรุเรียน ซอยพิศิษฐ์กรณีย์ 15 ตรงข้ามแฟมิลี่มาร์ท บ้านมอญ ถนนใสน้าเย็น ถังขยะ 240 ลิตร ถังขยะ 240 ลิตร ซอยวิเศษ ซอยโบลิ่ง ถนนราชปาทานุสรณ์ ถังคอนเทนเนอร์ ถังคอนเทนเนอร์ ซอยมณีศรี ซอยหมู่บ้านกานัน ถนนหมื่นเงิน ถังคอนเทนเนอร์ ตรงข้ามบ้านพักคนงาน(ไตร ตรัง) ถนนทวีวงศ์ ถังขยะ 240 ลิตร ถังขยะ 240 ลิตร ถังขยะ 240 ลิตร ถังขยะ 240 ลิตร ถังขยะ 240 ลิตร ถังขยะ 240 ลิตร ถังขยะ 240 ลิตร ถังขยะ 240 ลิตร ตรงข้ามร้านอาหารทรอปิก้า ตรงข้ามโรงแรมป่าตองบีช ตรงข้ามบานาน่า วอร์ค ตรงข้างดรงแรมบ้านไทย บีช ตรงข้ามซอยเก็บทรัพย์ ตรงข้ามซอยเพิ่มพงศ์พัฒนา ตรงข้ามถนนร่วมใจ ตรงข้ามโรงแรมป่าตอง เมอร์ลิน ถนน 50 ปี ถังคอนเทนเนอร์ ถังคอนเทนเนอร์ บ้านข้าหลวง ร้านปากหลักกุ้งกระทะ ที่มา : เอกสารแผ่นพับประชาสัมพันธ์ เรื่อง “ป่าตองร่วมใจรณรงค์สร้างจิตสานึกและตระหนัก ในการรักษาสิ่งแวดล้อม” จัดทาโดย เทศบาลเมืองป่าตอง จังหวัดภูเก็ต.
15.
14 ภาพที่ 4 (ภาพซ้าย)
แอปพลิเคชั่น Patong Report (ภาพขวา) เจ้าหน้าที่อธิบาลกลไกการทางานของถังขยะอัจฉริยะ เมืองป่าตอง ที่มา : (ภาพซ้าย) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) 6) การจัดการขยะอินทรีย์ เนื่องจากขยะส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 70 เป็นขยะอินทรีย์ ซึ่งมี ปริมาณเฉลี่ย 110 ตันต่อวัน ปัจจุบันมีการแยกเศษอาหารและเปลือกผลไม้ออกมา โดยเฉพาะลูกมะพร้าวอ่อน (ประมาณวันละ 3,000 ลูก) เปลือกแตงโม เปลือกสับปะรด เศษ ผัก ฯลฯ โดยเทศบาลเมืองป่าตองเช่าที่วัดสุวรรณคีรีวงก์ (บริเวณใกล้เคียงกับโรงบาบัดน้า เสีย) เพื่อจัดการขยะอินทรีย์ให้เป็นขุยมะพร้าว ปุ๋ยหมัก และน้าหมักชีวภาพ ดาเนินการโดย เจ้าหน้าที่ชุดพัฒนาโรงปุ๋ยที่ได้รับคาแนะนาจากผู้เชี่ยวชาญให้นาลูกมะพร้าวอ่อนมาสับก่อน จะผสมกับใบไม้สดและเศษอาหาร พรวนกองขยะทุกสัปดาห์เพื่อให้อากาศและจุลินทรีย์เข้า ไปแปรสภาพเศษซากต่างๆ ให้เป็นปุ๋ย (ภาพที่ 5) เพื่อนาไปใส่บารุงต้นไม้ในสวนสาธารณะ และแปลงผักปลอดสารพิษ ซึ่งเป็นแปลงสาธิตของเทศบาลฯ รวมถึงแจกจ่ายให้สถาน ประกอบการและประชาชนที่มาขอรับปุ๋ยไปใช้ประโยชน์ด้วย 7) การจัดการขยะบริเวณหน้าหาด ในฤดูมรสุมตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม มีการเฝ้า ระวังเพื่อจัดการขยะบริเวณหน้าหาดที่ถูกคลื่นและลมพัดพามาจากที่ต่างๆ รวมถึงมีกิจกรรม ต่างๆ อาทิ การดาน้าเก็บขยะทุกวันที่ 8 มิถุนายน (วันสิ่งแวดล้อมโลก) เป็นต้น
16.
15 ภาพที่ 5 การจัดการขยะอินทรีย์
เมืองป่าตอง (ภาพซ้าย) กองซากมะพร้าวจากลูกมะพร้าวอ่อนสับ เพื่อเป็นวัตถุดิบในการทาปุ๋ยอินทรีย์ (ภาพขวา) การพรวนปุ๋ยจากกองเศษซากขยะอินทรีย์ ที่มา : ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง (2562) 2.3 การจัดการน้าเสียเมืองป่าตอง : เมื่อผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย น้าเสียถือเป็นภาวะเสี่ยงของเมืองท่องเที่ยวในระดับสากล ที่จะต้องวางแผนจัดการอย่างมีระบบ และคานึงถึงอนาคต เทศบาลเมืองป่าตองได้วางระบบการจัดการน้าเสีย ตั้งแต่การวางระบบรวบรวมน้า เสียเพื่อรองรับน้าเสียในเขตเมือง และทาการบาบัดน้าเสียก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเล รวมไปถึงการรณรงค์ ให้ทาการติดตั้งบ่อดักไขมันในครัวเรือน ร้านอาหาร โรงเรียนในสังกัดเทศบาลและสถานประกอบการ ต่างๆ6 ก่อนที่จะทาการบาบัด เทศบาลเมืองป่าตองได้ดาเนินการสร้างโรงปรับปรุงคุณภาพน้าบนพื้นที่ 13 ไร่ ที่เช่าจากวัด สุวรรณคีรีวงก์ โดยใช้ระบบบาบัดน้าเสียแบบคลองวนเวียน (Oxidation Ditch : OD) (ภาพที่ 6) เพื่อช่วย กาจัดสิ่งปนเปื้อนในน้าที่เกิดจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ของเมือง โดยเฉพาะโรงแรม ร้านอาหาร ร้านนวดและสปา รวมถึงที่เกิดจากกิจวัตรประจาวันของประชาชนที่อยู่อาศัยในเมืองให้หมดไป และ สามารถนากลับมาใช้ใหม่ได้ ปัจจุบันระบบบาบัดน้าเสียครอบคลุมพื้นที่ 14.10 ตารางกิโลเมตร คิดเป็น ร้อยละ 76 ของพื้นที่ในเขตเทศบาลทั้งหมด สามารถรองรับน้าเสียได้ถึง 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน 6 ในปีที่ผ่านมา เทศบาลเมืองป่าตองได้จัดโครงการฝึกอบรมการกาจัดไขมันจากน้าทิ้งภายในสถาน ประกอบการร้านอาหาร เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 เพื่อฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการวิธีการใช้ประโยชน์ถังตักไขมันที่ ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ การบารุงรักษาถังดักไขมันที่ถูกต้อง เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายด้านสาธารณสุขและ สิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับสถานประกอบกิจการจาหน่ายอาหาร
17.
16 ภาพที่ 6 (ภาพซ้าย)
บ่อเติมอากาศ (ภาพขวา) เครื่องรีดตะกอนที่แยกตัวออกจากน้าที่ผ่านการบาบัด โรงปรับปรุงคุณภาพน้าเทศบาลเมืองป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ที่มา : โครงการติดตามประเมินผลการบริหารจัดการโครงการภายใต้แผนบูรณาการขยะและสิ่งแวดล้อม http://waste.onep.go.th เรื่องที่นับว่าเป็นความโดดเด่นด้านการจัดการน้าเสียของเทศบาลเมืองป่าตองคือการดาเนินการ จัดเก็บค่าธรรมเนียมบาบัดน้าเสียตามหลักที่ว่าผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle) โดย เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกาเนิดน้าเสียมีหน้าที่ต้องชาระค่าธรรมเนียมบาบัดน้าเสียตามปริมาณ การใช้น้า (ใช้น้ามาก จ่ายเงินมาก ใช้น้าน้อย จ่ายเงินน้อย) เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมและ แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ซึ่งกาหนดให้พื้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นเขตควบคุมมลพิษ จึงจัดให้มีระบบบาบัดน้าเสียในเขตเทศบาลเมือง ป่าตอง ดังนั้นเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกาเนิดน้าเสียทุกประเภทมีหน้าที่จัดส่งน้าเสียของตนไปทา การบาบัด และมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมบาบัดน้าเสีย ในการนี้ เทศบาลเมืองป่าตองได้ตราเทศบัญญัติ เรื่อง “การควบคุมและการจัดเก็บค่าธรรมเนียม บาบัดน้าเสีย พ.ศ. 2554” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 และประกาศเทศบาลเมืองป่า ตอง เรื่อง “กาหนดอัตราการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบาบัดน้าเสียกรณีไม่ใช้น้าประปาหรือไม่ใช้น้าประปา เป็นหลัก พ.ศ. 2559” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา โดยแหล่งกาเนิด มลพิษแบ่งเป็น 3 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีอัตราค่าธรรมเนียมบาบัดน้าเสียดังตารางที่ 4 และ 5 โดย ตรวจสอบปริมาณลูกบาศก์เมตรของการใช้น้าจากใบเสร็จแจ้งค่าน้าประปาที่ออกโดยเทศบาลฯ 1) ประเภทที่ 1 อาคารซึ่งโดยปกติบุคคลใช้อยู่อาศัยได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ว่าเป็นการ อยู่อาศัยอย่างถาวรหรือชั่วคราว เช่น บ้านเรือน ที่พักอาศัย อาคารแถว 2) ประเภทที่ 2 ประกอบด้วย หน่วยงานราชการ หรือ รัฐวิสาหกิจหรืออาคารที่ทาการของ เอกชน หรือองค์การระหว่างประเทศ มูลนิธิ โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล โรงเรียนหรือ สถานศึกษา สถานที่ประกอบธุรกิจขนาดเล็ก (หมายความถึง กิจการที่ไม่อยู่ในบังคับต้อง เสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฏากร)
18.
17 3) ประเภทที่ 3
ประกอบด้วย โรงแรม โรงงานตามกฏหมายว่าด้วยโรงงาน สถานที่ประกอบ ธุรกิจขนาดใหญ่ (หมายความถึง กิจการที่บังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และไม่ได้รับยกเว้น ภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฏากร หรือกิจการที่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ) ตารางที่ 4 อัตราค่าธรรมเนียมบาบัดน้าเสีย กรณีใช้น้าประปาหรือใช้น้าประปาเป็นหลัก หน่วย : บาทต่อลูกบาศก์เมตรของการใช้น้า พ.ศ. แหล่งกาเนิดมลพิษ ประเภทที่ 1 ประเภทที่ 2 ประเภทที่ 3 2554 – 2555 2.50 3.75 5.00 2557 – 2562 3.00 4.25 5.50 2563 – 2567 3.50 4.75 6.00 2568 – 2571 4.00 5.25 6.50 ที่มา : เอกสารแผ่นพับประชาสัมพันธ์ เรื่อง “การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบาบัดน้าเสีย” จัดทาโดย เทศบาลเมืองป่าตอง (กองช่างสุขาภิบาล) จังหวัดภูเก็ต. ตารางที่ 5 อัตราค่าธรรมเนียมบาบัดน้าเสีย กรณีไม่ใช้น้าประปาหรือไม่ใช้น้าประปาเป็นหลัก พ.ศ. แหล่งกาเนิดมลพิษ ประเภทที่ 2 ประเภทที่ 3 ร้านอาหาร (บาท/ร้าน/เดือน) ธุรกิจขนาดเล็ก (บาท/หลัง/เดือน) อพาร์ทเมนท์ (บาท/ห้อง/เดือน) โรงแรม (บาท/ห้อง/เดือน)100-200 ตร.ม. 200-300 ตร.ม. เกิน 300 ตร.ม. ล้าง อัด ฉีด ใช้น้า เป็นหลัก ทั่วไป 2559 - 2562 360.00 400.00 480.00 1,150.00 285.00 80.00 40.00 65.00 2563 - 2567 400.00 445.00 540.00 1,280.00 320.00 90.00 45.00 70.00 2568 - 2571 440.00 490.00 600.00 1,410.00 355.00 100.00 50.00 75.00 ที่มา : เอกสารแผ่นพับประชาสัมพันธ์ เรื่อง “การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบาบัดน้าเสีย” จัดทาโดย เทศบาลเมืองป่าตอง (กองช่างสุขาภิบาล) จังหวัดภูเก็ต. อย่างไรก็ตาม หากสถานประกอบการมีระบบบาบัดน้าเสียแล้ว จะต้องดาเนินการตรวจสอบ คุณภาพน้าตามดัชนีตรวจวัด ได้แก่ pH, BOD5, SS, TDS, Settleable Solids, TKN, Oil and Grease และ Sulfide พร้อมแจ้งกองช่างสุขาภิบาลเทศบาลเมืองป่าตอง เพื่อเข้าตรวจสอบในวันที่ทาการเก็บ ตัวอย่างน้าทิ้งและรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้าทิ้งให้เทศบาลเมืองป่าตองทราบ หากผลการ ตรวจสอบคุณภาพน้าทิ้งผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมบาบัดน้าเสีย
19.
18 ทั้งนี้ เทศบาลเมืองป่าตองมีบทกาหนดโทษ กรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกาเนิดน้าเสีย ที่มีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมบาบัดน้าเสียหรือที่มีระบบบาบัดน้าเสียของตนเอง
และทาการบาบัดน้า เสียไม่ได้มาตรฐานน้าทิ้ง ไม่ยอมชาระค่าธรรมเนียมบาบัดน้าเสีย จะต้องเสียค่าปรับ 4 เท่าของอัตรา ค่าธรรมเนียมบาบัดน้าเสีย จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งเทศบัญญัติดังกล่าว ปัจจุบันเทศบาลเมืองป่าตองมีรายรับค่าธรรมเนียมบาบัดน้าเสียที่จัดเก็บแล้วประมาณปีละ 30 ล้านบาท นาไปใช้ประโยชน์แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 นาส่งคืนกองทุนสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อเป็น งบประมาณกลางให้ท้องถิ่นอื่น รวมถึงเทศบาลฯ ก่อสร้างและขยายระบบบาบัดน้าเสียให้ครอบคลุมพื้นที่ ต่อไป ส่วนที่ 2 เทศบาลฯ นาไปใช้ดูแลและบารุงรักษาระบบบาบัดน้าเสีย โดยเป็นค่าดูและและซ่อม บารุงประมาณ 9 ล้านบาทต่อปี และค่าไฟฟ้าประมาณ 6-7 แสนบาทต่อเดือน 2.4 ชายหาดป่าตองปลอดบุหรี่ นอกจากส่งผลทาลายสุขภาพแล้ว บุหรี่ยังสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแบบเงียบๆ ผลการวิจัย พบว่า มีการทิ้งก้นบุหรี่เกลื่อนกลาดในบริเวณชายหาดของประเทศไทย โดยมีคลื่นเป็นตัวการที่ม้วนเอา ก้นบุหรี่ไปเป็นขยะสะสมในทะเล ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลไม่น้อย โดยพื้นที่หาดป่าตอง พบ ก้นบุหรี่ราว 101,000 ชิ้น คิดเป็น 0.76 ชิ้นต่อตารางเมตร หรือประมาณ 3 ชิ้นต่อ 4 ตารางเมตร เพื่อยกระดับการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบสากล การใส่ใจสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของ ประชาชน เทศบาลเมืองป่าตองได้ดาเนินการให้หาดป่าตองเป็น “ชายหาดปลอดบุหรี่” ในปี พ.ศ. 2560 โดยกาหนดพื้นที่สูบบุหรี่สาหรับนักท่องเที่ยวจานวน 26 จุด เพื่อให้นักท่องเที่ยวสูบบุหรี่ในที่ที่กาหนด ไม่เป็นการรบกวนผู้อื่นบนชายหาด และง่ายต่อการเก็บรวบรวมขยะก้นบุหรี่ โดยพื้นที่สูบบุหรี่ (ภาพที่ 7) ประกอบด้วย ป้ายขนาดใหญ่แสดงจุดสูบบุหรี่เป็นภาษาอังกฤษ (Smoking Area) พร้อมทั้งสัญลักษณ์ ภาพ และป้ายขนาดเล็กแสดงด้วยภาษาไทย อังกฤษ รัสเซียและจีน รวมถึงการทิ้งก้นบุหรี่ในภาชนะ รองรับที่ได้จัดเตรียมไว้ มีลักษณะเป็นฐานปูนบรรจุทรายใช้ดับและทิ้งก้นบุหรี่ มีการสร้างความเข้าใจกับ ประชาชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว เพื่อให้หาดป่าตองปลอดบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ 2.5 การดูแลส่งเสริมสุขภาวะผู้อยู่อาศัยในเขตเมืองและนักท่องเที่ยว ในส่วนของการดูแลส่งเสริมสุขภาวะผู้อยู่อาศัยในเขตเมืองและนักท่องเที่ยว เทศบาลเมือง ป่าตองมีการดาเนินงานในหลายด้านตามภารกิจหน้าที่ของกองสวัสดิการสังคม และกองสาธารณสุขและ สิ่งแวดล้อม โดยการดาเนินงานที่สาคัญแบ่งเป็น 4 กลุ่มคือการดูแลทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา การ ดูแลเด็กปฐมวัย การดูแลผู้สูงอายุ และการดูแลสถานประกอบการ มีรายละเอียดดังนี้ 1) เมื่อตรวจพบว่าตั้งครรภ์ สามารถแจ้งเรื่องแก่เทศบาลเพื่อขอรับนมและไข่ไก่ฟรีทุกวัน จนกว่าจะถึงกาหนดคลอด กล่าวคือ นมวันละ 1 กล่อง และไข่ไก่วันละ 2 ฟอง เพื่อให้ทารก ในครรภ์มีน้าหนักแรกคลอดที่เหมาะสม ตามโครงการส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์เพื่อ ทารกแรกเกิดน้าหนักดี โดยมีประชากรผู้มีชื่อในทะเบียนราษฎร์เข้ารับบริการประมาณปีละ 40-50 คน
20.
19 ภาพที่ 7 พื้นที่สูบบุหรี่บริเวณหาดป่าตอง ที่มา
: รายงานกิจการเทศบาลเมืองป่าตอง 2560 จัดทาโดย เทศบาลเมืองป่าตอง จังหวัดภูเก็ต. 2) ศูนย์เด็กเล็ก รับดูแลเยาวชนที่มีอายุสองปีครึ่งขึ้นไป เพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้อง ออกไปประกอบอาชีพ ไม่มีเวลาดูแลบุตรหลาน ปัจจุบันมี 2 ศูนย์ ดูแลเยาวชนศูนย์ละ ประมาณ 80 คน เปิดให้บริการทุกวัน นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองป่าตอง 1 แห่ง ในปีการศึกษา 2559 มีนักเรียนจานวน 553 คน และโรงเรียนสังกัดเทศบาล 1 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลบ้านไสน้าเย็น ในปีการศึกษา 2559 มีนักเรียนระดับประถม จานวน 561 คน ระดับมัธยมจานวน 69 คน 3) การดูแลผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองป่าตองมีประชากรผู้สูงอายุราว 1,800 คน ในจานวนนี้เข้า โรงเรียนผู้สูงอายุ 100 คน (ใช้หลักสูตรของมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต เรียนสัปาดห์ละ 2 วัน คือวันพฤหัส-ศุกร์) เป็นสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ 300 คน มีกิจกรรมการตรวจสุขภาพ มีการ ประชุมทุกเดือน นอกจากนี้ยังมีโครงการต่างๆ อาทิ ฒ.ผู้เฒ่าหิ้วปิ่นโตเข้าวัด จัดเป็น ประจาเดือนละ 1 ครั้ง โดยมีเทศบาลในเขตจังหวัดภูเก็ต 7 แห่งเข้าร่วมโครงการ จัดรถนา ผู้สูงอายุไปทาบุญด้วยกัน มีผู้สูงอายุเข้าร่วมประมาณเดือนละ 200-300 คน มีกิจกรรม สันทนาการต่างๆ รวมถึงปลูกจิตสานึกในการลดใช้ถุงพลาสติกด้วย 4) การดูแลสถานประกอบการ เพื่อให้สถานประกอบการต่างๆ มีมาตรฐานการดาเนินงานที่ดี โดยคานึงถึงสุขอนามัยของผู้บริโภคเป็นหลัก มีการดาเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ อย่าง ต่อเนื่อง อาทิ โครงการอบรมสุขาภิบาลอาหารในเขตเมือง ได้ดาเนินการตรวจสอบคุณภาพ อาหารเพื่อหาสารพิษหรือสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จากการสุ่มตัวอย่างจากแผง ลอยและร้านอาหาร และยังได้อบรมให้ความรู้ รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมให้
21.
20 ผู้ประกอบการร้านอาหารและร้านเสริมสวย สามารถยกระดับร้านให้ได้มาตรฐาน และ ส่งเสริมด้านการบริการที่ดี
ซึ่งมารตฐานดังกล่าว ได้แก่ ป้ายอาหารสะอาดรสชาติอร่อย ที่ ทางเทศบาลเมืองป่าตองมอบให้แก่ร้านอาหาร แผงจาหน่ายและศูนย์อาหารที่ผ่านเกณฑ์ ด้านความสะอาดปลอดภัย อาหารมีคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อเป็นการสร้าง ความเชื่อมั่นให้แก่ชาวป่าตองและนักท่องเที่ยวที่มาเยือน 3. ระบบและกลไกในการสร้างสุขภาวะเมืองป่าตองอย่างมีส่วนร่วม กลไกหลักในการขับเคลื่อนงานการสร้างสุขภาวะเมืองป่าตอง เริ่มต้นจากเทศบาลเมืองป่าตองที่ มีอานาจหน้าที่โดยตรงในการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมของเมืองให้เอื้อต่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม อย่างไรก็ดี ปฏิเสธไม่ได้ว่าภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มักได้รับการระบุให้เป็นเมืองหรือพื้นที่ “นาร่อง” ตาม โครงการต่างๆ ของภาครัฐทั้งในระดับส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอยู่เสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเมือง หลักในภูมิภาคของประเทศมาโดยตลอด การรับนโยบายบางเรื่องมีที่กรอบในการดาเนินงานที่ลึกซึ้ง ซับซ้อน จึงต้องอาศัยหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประสังคมมาร่วมกันขับเคลื่อน เกิดเป็นการทางานแบบมีส่วนร่วมกันตามภารกิจ ตามทรัพยากรที่ตนเองมีอยู่ ยึดเป้าหมายความสาเร็จ ของงานเป็นที่ตั้ง โดยไม่จาเป็นต้องมีการผสานความร่วมมือในรูปแบบขององค์กรการทางานที่จัดตั้งแยก ออกมาเป็นหน่วยเฉพาะ กลไกการขับเคลื่อนงานจึงมีลักษณะการทางานแบบคู่ขนานที่ร่วมมือและเชื่อมโยงกัน ได้ (Collaboration) ระหว่างเทศบาลเมืองป่าตองกับภาคเอกชน/ภาคประชาสังคม ภายใต้การนา ของมูลนิธิพัฒนาป่ าตอง โดยมีการดาเนินงานร่วมกันใน 2 วาระหลัก คือ “ป่ าตอง เมือง ท่องเที่ยวที่ปลอดภัย” และ “ป่าตองสะอาด 24 ชั่วโมง” ระบบในการขับเคลื่อนงานการสร้างสุขภาวะเมืองป่าตอง ในส่วนของเทศบาลฯ ใช้งบประมาณ ในการจ้างเหมาบุคลากรให้เข้ามาดาเนินงาน (Outsource) โดยในงานการจัดการขยะมูลฝอยได้ ดาเนินการจ้างในขั้นตอนการกวาดและการเก็บขน ซึ่งต้องใช้บุคลากรเป็นจานวนมาก รวมถึงการจ้าง เหมาเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิต (Lifeguard) ที่มีทักษะและประสบการณ์ ในส่วนของอาคารสถานที่ มีทุนทาง กายภาพเป็นที่ดินของวัดสุวรรณคีรีวงก์ที่เทศบาลฯ ขอเช่า/ขอใช้ในกิจการสาธารณประโยชน์ได้ และ ด้วยข้อจากัดเรื่องพื้นที่แนวราบมีน้อย การก่อสร้างอาคารต่างๆ จึงใช้พื้นที่ในแนวดิ่งมากขึ้น โดยมีเทศ บัญญัติเป็นเครื่องมือในการบังคับให้ผู้อยู่อาศัย ผู้ประกอบการ รวมถึงนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามแนว ทางการจัดการสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยที่ทางเทศบาลฯ ได้วางไว้ ขณะที่ทรัพยากรหลักในการดาเนินงานของภาคเอกชนและภาคประชาสังคมจะเน้นเรื่อง บุคลากรในลักษณะที่เป็นอาสาสมัครหรือจิตอาสา ภายใต้ระบบเครือข่ายทางสังคมขนาดใหญ่ที่ติดต่อกัน ทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ โดยมีการลงโทษทางสังคม (Social Sanction) เป็นเครื่องมือในการบังคับให้ ผู้ประกอบการปฏิบัติตามแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยที่ได้ตกลงกันไว้
22.
21 4. การขยายผลการดาเนินงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาในอนาคต 4.1 ป่าตอง
“เมืองลดพลังงาน” ปัจจุบันปัญหาด้านภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นประเด็นสาคัญต่อ การจัดการสิ่งแวดล้อมของทุกภาคส่วน เทศบาลเมืองป่าตองได้ตระหนักถึงปัญหา จึงได้กาหนดเป็น นโยบายสาคัญที่ต้องเร่งแก้ไขด้วยแนวทางการสร้าง “เมืองลดพลังงาน” เพื่อก้าวสู่เมืองคาร์บอนต่า ซึ่ง ได้ริเริ่มดาเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน กิจกรรมที่สาคัญ ได้แก่ การเปลี่ยน หลอดไฟฟ้า LED ให้กับไฟฟ้าสาธารณะ และได้ริเริ่มขาย Carbon Credit ที่ได้จากการเปลี่ยนหลอด ไฟฟ้า LED บนถนน 1 สาย (ถนนร่วมใจ) แปลงเป็นจานวนเงินประมาณ 20,000 บาท ให้แก่ประเทศ เยอรมนี รวมถึงขอความร่วมมือจากภาคเอกชน โดยเฉพาะโรงแรมต่างๆ ตามโครงการโรงแรมน่าอยู่น่า พัก ซึ่งเทศบาลฯ ได้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการให้ช่วยลดพลังงาน เริ่ม จากการเปลี่ยนหลอดไฟฟ้าเป็น LED รวมถึงจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การ บริหารจัดการขยะ การบาบัดน้าเสีย และการสร้างพื้นที่สีเขียวให้เหมาะสมกับพื้นที่ 4.2 ป่าตอง “เมืองอัจฉริยะ” (Smart City) มีการพัฒนานวัตกรรมแห่งเมืองอัจฉริยะเพื่อสนับสนุนระบบ Smart Environment ส่งเสริมการ ท่องเที่ยวและอยู่อาศัยโดยไม่ทาลายสิ่งแวดล้อม โดยที่ผ่านมามีการใช้ระบบ Smart Sensor ในด้าน ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถังขยะอัจฉริยะ การติด Sensor ตามแนวคลองปากบางที่ไหลออกทะเลที่หาดป่าตอง เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของที่อาจเกิดขึ้นเพื่อให้สามารถดาเนินการแก้ไขสถานการณ์ได้อย่าง ทันท่วงที หรือแม้แต่การติด GPS ที่รถขนขยะเพื่อติดตามว่าขยะต้นทางและปลายทางอยู่ที่ใด ซึ่งทาให้ สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการลักลอบทิ้งขยะโดยผิดกฎหมายในพื้นที่หรือไม่ ในส่วนของแอปพลิเคชั่น Patong Report ที่ได้ริเริ่มดาเนินการไปแล้วนั้น จะมีการพัฒนา ปรับปรุงให้ครอบคลุมภารกิจทุกด้านของเทศบาลเมืองป่าตองที่รับผิดชอบดูแลประชาชนในเขตเทศบาล โดยขยายขอบเขตการแจ้งหรือร้องเรียนของประชากรผู้ใช้งานจากเฉพาะเรื่องขยะ เป็นทุกเรื่องของทุก หน่วยงานในสังกัดเทศบาลฯ อาทิ น้าเสีย ปัญหาจราจร ไฟฟ้าแสงสว่าง สภาพถนน ฯลฯ ให้รวมอยู่ใน แอปพลิเคชั่นเดียว โดยแยกเป็นหัวข้อให้เลือก ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและปล่อยให้ประชาชนติดตั้งเพื่อใช้ งานภายในปีงบประมาณ 2562 4.3 ป่าตอง “เมืองศูนย์กลางการจัดประชุมสัมมนา” (MICE City) ปัจจุบันมีการศึกษาถึงแนวทางการพัฒนาเมืองป่าตองเพื่อรองรับการเป็นเมืองศูนย์กลางการจัด ประชุมสัมมนา หรือที่เรียกว่า Mice City ด้วยศักยภาพความพร้อมในการเป็นที่ตั้งของโรงแรมและ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ รวมถึงมีสถานประกอบการเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจอย่างครบครัน โดยมี แผนในการขอแก้ไขข้อกาหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินและประกาศคุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยเสนอให้ สามารถสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษในระยะ 150 เมตรนับจากชายหาด สามารถสร้างอาคารสูง 60 เมตร ในระยะ 200 เมตรนับจากชายหาด และอาคารสูง 90 เมตร ในระยะ 400 เมตรนับจากชายหาด อนุญาตให้ประกอบกิจการศูนย์ประชุมรองรับได้ 5 หมื่นคน เพื่อให้สามารถรองรับกิจกรรมการประชุม ขนาดใหญ่ สอดคล้องกับจานวนห้องพักของโรงแรมต่างๆ ที่มีอยู่เป็นจานวนมาก
23.
22 นอกจากนี้ ยังมีแผนการปรับปรุงด้านกายภาพให้เหมาะสมกับเมืองศูนย์กลางการจัด ประชุมสัมมนา อาทิ
การออกแบบฟื้นฟูถนนสายเลียบหาดและซอยบางลาในปีงบประมาณ 2562 การ ปรับปรุงถนน 3 เส้นทางเพื่อเปลี่ยนเป็นถนนแห่งการเดิน (Walkable City) ในปีงบประมาณ 2563 พร้อมทั้งการฟื้นฟูถนนเขียวด้วยต้นไม้ใหญ่ในถนนสายหลักและสายรอง โดยใช้ต้นไม้ใหญ่จานวน 500 ต้น ซึ่งจะทาให้ป่าตองมีพื้นที่สีเขียวด้วยทรงพุ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ในปี พ.ศ. 2563 5. ผลลัพธ์ความสาเร็จจากการดาเนินงาน 5.1 ด้านความปลอดภัย ความปลอดภัยถือเป็นเรื่องที่ทางเทศบาลเมืองป่าตองให้ความสาคัญเป็นอันดับแรก โดยการ เตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิต ที่นอกจากจะเพิ่มเติมในส่วนของทักษะการช่วยชีวิตทางทะเล อย่างสม่าเสมอแล้ว ยังมีการเสริมทักษะในเรื่องอื่นๆ ที่จาเป็นเข้าไปด้วย (เช่น ทักษะด้านภาษา) เพื่อให้ เกิดความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวหาดป่าตองมากที่สุดเท่าที่จะ ทาได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือ อุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวบริเวณหาดป่าตอง ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียที่ใหญ่หลวงจนทาให้เสียชื่อเสียง และก่อให้เกิดความไม่ มั่นใจจากนักท่องเที่ยว เพราะทางเทศบาลได้ตระหนักและเตรียมการรองรับไว้เป็นอย่างดี ทาให้ นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจที่จะเดินทางมาเที่ยวที่หาดป่าตองและมีจานวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยในปี 2561 ได้มีการช่วยเหลือกู้ชีพนักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่พลัดตกจากเจ็ทสกีได้สาเร็จ หรือในรอบ 3 ปีที่ ผ่านมา ไม่มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตจากการลงเล่นน้าที่หาดป่าตอง รวมถึงการลดลงของอาชญากรรม เพราะแทบจะไม่มีจุดอับจุดเปลี่ยวในพื้นที่แล้ว ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเข้าไปดูแลเรื่องความ ปลอดภัยตามจุดต่างๆ อยู่ตลอด 5.2 ด้านความสะอาดและสิ่งแวดล้อม สานักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ได้ดาเนินการประเมินสิ่งแวดล้อมชายหาดท่องเที่ยวของจังหวัด ภูเก็ต ภายใต้โครงการ “ชายหาดติดดาว” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของจังหวัด ภูเก็ต ยกระดับชายหาดให้มีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ มีความสะอาด และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า หน่วยงานท้องถิ่นและภาคประชาชนตระหนักและใส่ใจคุณภาพชายหาดของตนเอง โดยมี ชายหาดที่เข้าร่วมโครงการจานวน 13 แห่ง7 ผลปรากฎว่า ชายหาดป่าตองผ่านเกณฑ์การประเมิน ได้รับ รางวัล “ชายหาดติดดาว” และได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทชายหาด ในการประกวดกิจกรรมการรักษา ความสะอาดตามโครงการภูเก็ตสวยด้วยมือและใจเรา (เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561) สร้างความ ภาคภูมิใจให้ประชาชนชาวเมืองป่าตองที่ช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดของชายหาดเป็นอย่างดี 7 ประกอบด้วย หาดไม้ขาว หาดในยาง หาดกล้วย (เกาะเฮ) หาดพลับพลา (เกาะราชา) หาดในทอน หาดบาง เทา หาดสุรินทร์ หาดกมลา หาดป่าตอง หาดไตรตรัง หาดกะรน หาดกะตะ และหาดในทาน เกณฑ์การประเมิน 4 ด้าน ได้แก่ การจัดการสิ่งแวดล้อม (คิดเป็นสัดส่วนคะแนนร้อยละ 34) คุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านมลพิษ (ร้อยละ 32) การ จัดการด้านการท่องเที่ยว (ร้อยละ 24) และความสมบูรณ์ของธรรมชาติ (ร้อยละ 10)
24.
23 สาหรับโครงการชายหาดปลอดบุหรี่ มีผลตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้าใจกฎระเบียบมากกว่านักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องใช้การตักเตือนบ่อยครั้ง แม้ว่าการห้ามสูบบุหรี่บนชายหาดไม่ได้เป็นการห้ามโดยเด็ดขาด
แต่จะเป็นการจัดระเบียบให้สูบเป็นที่ เป็นทางก่อนเดินลงชายหาด มีที่ให้ทิ้งก้นบุหรี่ ซึ่งผลจากการรณรงค์ทาให้ชายหาดป่าตองมีความสะอาด เพิ่มมากขึ้น ขยะก้นบุหรี่ที่ถูกทิ้งบนชายหาดป่าตองมีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด 6. ปัจจัยความสาเร็จในการดาเนินงานที่ผ่านมา 1) การได้รับคัดเลือกให้เป็นพื้นที่นาร่องตามนโยบายต่างๆ ของภาครัฐ ส่งผลให้เกิดการ ส่งเสริมสนับสนุนด้านองค์ความรู้และงบประมาณจากหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง อาทิ สานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ภายใต้การส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City) หรือสานักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ภายใต้การส่งเสริมเมือง ศูนย์กลางการจัดประชุมสัมมนา (MICE City) เป็นต้น 2) มีงบประมาณมากพอ เนื่องจากเทศบาลเมืองป่าตองมีการจัดเก็บรายได้ทั้งที่เป็นภาษี อากร ค่าธรรมเนียม ค่าปรับและค่าใบอนุญาต รวมถึงรายได้จากทรัพย์สินและอื่นๆ ปีละ 500 กว่าล้านบาท ซึ่งใช้ดาเนินการตามโครงการต่างๆ ครอบคลุมประเด็นที่สาคัญในการ พัฒนาเมืองตามปัญหาและความต้องการในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ในแง่ของภาคเอกชนและ ภาคประชาสังคมเองก็มีข้อจากัดเรื่องงบประมาณน้อยเช่นกัน 3) ความสามารถในการสนองตอบปัญหาที่รวดเร็ว พบปัญหาเร็ว จัดการเร็ว ฟื้นตัวเร็ว ซึ่ง เป็นคุณลักษณะเฉพาะที่พบทั้งในองค์กรภาครัฐและเอกชนในเมืองป่าตอง เนื่องจากมีความ จาเป็นที่จะต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา ตัวอย่างของเรื่องนี้ เช่น การที่จังหวัดภูเก็ตได้รับรางวัล “New Frontiers Award” จาก Arabian Travel Market (ATM)8 ในปี ค.ศ. 2006 เนื่องจากเร่งฟื้นฟูสภาพเมืองป่าตองได้ อย่างรวดเร็วภายหลังเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยคลื่นยักษ์สึนามิ ซึ่งเป็นผลดีต่อการพัฒนาการ ท่องเที่ยวในภาพรวมของประเทศ 4) มีคนในท้องถิ่นที่มีศักยภาพเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก (Key Driver) นอกจากเจ้าหน้าที่ของ เทศบาลฯ จะทาหน้าที่ประสานความร่วมมือต่างๆ อย่างเป็นทางการแล้ว กุญแจสาคัญของ การทางานในพื้นที่จะต้องมีผู้ขับเคลื่อนหลักที่คอยประสานความร่วมมือแบบไม่เป็นทางการ กับกลุ่มองค์กร/อิทธิพลต่างๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ด้วย โดยเฉพาะในเขตเมืองป่าตองที่เต็มไปด้วย กลุ่มธุรกิจและกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ทั้งที่เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ กลุ่มผู้ประกอบการ 8 เป็นมหกรรมด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางที่จัดขึ้นเป็นประจาทุกปี ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 เป็นต้นมา โดยในปี ค.ศ. 2005 ริเริ่มให้มีการพิจารณามอบรางวัล “New Frontiers Award” ให้แก่ เมือง/จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นในด้านการพัฒนาและฟื้นฟูการท่องเที่ยวจากทั่วโลก
25.
24 กลุ่มอาชีพ รวมถึงกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ ที่หลายแห่งประสบปัญหาเยาวชนนิ่งดูดาย
ปล่อย ให้ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุมีบทบาทในการทางานพัฒนาเมือง 5) ค่านิยมร่วมทางสังคมในการเป็น “เจ้าบ้านที่ดี” เห็นได้จากการที่ผู้ประกอบการ ภาคเอกชนให้ความร่วมมือกับเทศบาลฯ ในหลายด้าน ทั้งแบบที่เป็นทางการและไม่เป็น ทางการในการปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของเทศบาลฯ เข้าร่วมโครงการที่ทาง เทศบาลฯ หรือภาครัฐจัดขึ้น ช่วยเหลือสมทบเงินทุน บริจาคเครื่องมือและติดตั้งอุปกรณ์ ต่างๆ เพื่อนามาใช้ในการดาเนินกิจกรรม ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูล/ความรู้แก่ นักท่องเที่ยว หรือแม้แต่ริเริ่มจัดโครงการ CSR คืนประโยชน์ให้สังคม ในส่วนของภาค ประชาสังคม มีบทบาทในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างเครือข่ายในการเฝ้าระวัง ช่วยกันรักษา ความสะอาดและความสวยงามของบ้านเมือง เป็นต้น 7. ความท้าทายภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต การท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าให้แก่จังหวัดภูเก็ตกว่า 4 แสนล้านบาทต่อ ปี มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร เมื่อพิจารณาเฉพาะเมืองป่าตองพบว่าระบบ เศรษฐกิจพึ่งพาการท่องเที่ยวหรือขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวสูงมาก ความท้าทายที่สาคัญของเมืองจึงอยู่ที่ การท่องเที่ยว เพราะถึงแม้ว่าการท่องเที่ยวจะก่อให้เกิดรายได้มหาศาล แต่ก็ต้องยอมรับว่าการท่องเที่ยว เป็นกิจกรรมที่มีความอ่อนไหวสูง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โลกและเหตุการณ์ภายในท้องถิ่น/ประเทศที่ เปลี่ยนแปลงได้ตลอด ความท้าทายของเมืองป่าตองต่อการพัฒนาทุกด้าน จึงอยู่ที่ว่าทาอย่างไรถึงจะให้ การท่องเที่ยวที่อ่อนไหวสูงมีความเสถียรมากขึ้น กล่าวคือ ไม่ขึ้นลงอ่อนไหวไปตามสถานการณ์โลกและ เหตุการณ์ภายในท้องถิ่น/ประเทศที่อาจจะส่งผลกระทบได้ทุกเมื่อ “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” จึงกลายเป็นคาตอบของการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน ที่ให้ ความสาคัญกับการจัดการทรัพยากรต่างๆ เพื่อตอบสนองแก่นักท่องเที่ยว ไปพร้อมๆ กับการรักษา สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม เพื่อให้คน/ผู้ประกอบการในเมืองมีอาชีพและ รายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ การรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติจึงเป็นประเด็นหนึ่งที่ ท้าทายเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วโลกเป็นอย่างยิ่ง โจทย์หลักของเมืองป่าตองในอนาคตจึงไม่ได้อยู่ที่การจัดการขยะหรือน้าเสียซึ่งเป็นปลาย ทางการบริโภคของนักท่องเที่ยว แต่ควรให้ความสาคัญกับประเด็นเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างพอดี โดย มุ่งลดการบริโภคที่เกินความจาเป็นและลดของเสีย (Reducing Over-consumption and Waste) ซึ่งจะ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ถูกทาลายในระยะยาว กล่าวให้ง่ายคือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ ระบบการจัดการขยะ แต่จะทาอย่างไรให้ลดปริมาณขยะที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี จากปี พ.ศ. 2554 ที่มี ปริมาณขยะเฉลี่ย 94 ตันต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็น 131 ตันต่อวันในปี พ.ศ. 2561 (ตารางที่ 1/หน้า 10) หรือคิด เป็นอัตราการเพิ่มร้อยละ 68 ในเวลาเพียง 7 ปี ขณะที่อัตราการเพิ่มของนักท่องเที่ยวในช่วงเวลา เดียวกันอยู่ที่ประมาณร้อยละ 55-60 เท่านั้น
26.
25 เมืองป่าตอง รวมถึงเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ทั่วโลก
จึงควรตั้งคาถามเสียใหม่ว่าทาอย่างไร “การ สร้างสุขภาวะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างมีส่วนร่วม” จึงจะสามารถผนวกรวม “นักท่องเที่ยว” เข้ามา เป็นกลไกหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนงานไปพร้อมๆ กับภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในพื้นที่ ได้ เริ่มจากประเด็นที่เป็นวาระสาคัญของเมืองป่าตอง ได้แก่ “ป่าตอง เมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัย” และ “ป่าตองสะอาด 24 ชั่วโมง” รวมไปจนถึงประเด็นสาคัญอื่นๆ ที่เป็นหมุดหมายของเมือง อาทิ ป่าตอง เมืองลดพลังงาน เป็นต้น
Download