TOPICS


      ระบบการย่ อยอาหาร

1. Obtaining and digesting of food
          (Digestive system)
เอกสารอ้ างอิง
1. Campbell NA, Reece JB. 2002. Biology 6th ed. Benjamin Cummings,
   San Francisco.
2. Hopson JL, Wessells NK. 1990. Essentials of Biology. McGraw-Hill
   Publishing Company, New York.
3. Postlethwait JH, Hopson JL. 1995. The Nature of Life 3rd ed.
   McGraw-Hill Publishing Company, New York.
4. John GB. 2003. The Living World 3rd ed. McGraw-Hill Publishing
   Company, New York.
5. Solomon EP, Berg LR, Martin DW. Biology 6th ed. Thomson Learning,
   USA.
1. OBTAINING AND DIGESTING OF FOOD
                  (DIGESTIVE SYSTEM)

undernourishment: การขาดอาหาร(deficient in calories) เป็ นเวลานาน
overnourishment: การได้ รับอาหารปริมาณมากเกินไป
malnourished: การขาดสารอาหารที่จาเป็ น (essential nutrients)
ทาไมสิ่งมีชีวตต้ องกินอาหาร?
                 ิ
1.เพื่ อให้ ได้ มาซึ่งพลังงาน
2.เพื่ อให้ ได้ อนทรีย์สารสาหรับ
                   ิ
  นามาใช้ สังเคราะห์ ส่วนประกอบ
  ต่ างๆ ของร่ างกาย
3.เพื่ อให้ ได้ สารอาหารที่จาเป็ น
  ต่ างๆ ที่ร่างกายสังเคราะห์ เอง
 ไม่ ได้
สารอาหารที่จาเป็ น(essential nutrient)
สารอาหารที่จาเป็ น: สารอาหารที่ร่างกายสัตว์ สร้ างเองไม่ ได้ ต้ องได้ รับจากอาหาร
มี 4 ชนิด คือ

1. Essential amino acid ร่ างกายคนเรา
ต้ องการกรดอะมิโนเพื่อใช้ ในการสร้ าง
โปรตีนจานวน 20 ชนิด แต่ มีกรดอะมิ
โนจาเป็ น(essential amino acid) จานวน
8 ชนิดที่ร่างกายสร้ างเองไม่ ได้ คือ
Tryptophan, Methionine, Valine,
Threonine, Phenylalanine, Leucine,
Isoleucine, Lysine (ในทารกมีตัวที่ 9 คือ
Histidine)
2.Essential fatty acid ที่จาเป็ นในสัตว์ คือ กรดไขมันไม่ อ่มตัว(unsaturated fatty
                                                           ิ
acid) ที่พบในคนเช่ น linoleic acid

3.วิตามิน ร่ างกายต้ องการในแต่ ละวันปริมาณน้ อย ที่จาเป็ นมีทงหมด 13 ตัว
                                                              ั้
 แบ่ งเป็ น
 3.1 water-soluble vitamins ได้ แก่ B complex, C
 3.2 fat-soluble vitamins ได้ แก่ A, D, E, K
4.เกลือแร่ (minerals)
Water-soluble vitamins
Fat-soluble vitamins
แบ่ งสิ่งมีชีวตตามการจัดหาสารอาหาร เป็ น 2 พวก คือ
              ิ
1. Autotroph (auto = self, trophe = nutrition) พวกที่สร้ าง
   อาหารได้ เองจากสารอนินทรีย์ ได้ แก่ พืชสีเขียวต่ าง ๆ
2. Heterotroph (hetero = other) พวกที่สร้ างอาหารเองไม่ ได้
   ได้ แก่ สัตว์ ต่าง ๆ
แบ่ ง Heterotroph ตามลักษณะของอาหารที่กน เป็ น 3 ชนิด คือ
                                       ิ
 1. Herbivore พวกที่กนพืชเป็ นอาหาร
                     ิ
   เช่ น วัว, ม้ า, กระต่ าย
 2. Carnivore พวกที่กนเนือเป็ นอาหาร
                     ิ ้
    เช่ น เสือ, แมว
 3. Omnivore พวกที่กนทังพืชและสัตว์ เป็ นอาหาร
                    ิ ้
   เช่ น แมลงสาบ, อีกา และคน
ลักษณะทางเดินอาหารของพวกที่กนพืช(herbivore)เป็ นอาหาร
                            ิ

                                        -ฟั นจะมีลักษณะ
                                        กว้ างและนูนเป็ นสัน
                                        สาหรับบดอาหาร

                                        -ลาไส้ เล็กจะยาว
                                         สาหรับย่ อย
                                         อาหาร (พืช)ได้
                                         นานๆ
ลักษณะทางเดินอาหารของพวกที่กนเนือ(carnivore)เป็ นอาหาร
                            ิ ้

                                     -มีฟันหน้ า(incisor) และเขียว
                                                                ้
                                     (canine)ที่แหลม
                                      -ฟั นจะเหมาะสาหรับแทง
                                                 ฉีก และเคียว
                                                            ้
                                                 อาหาร




                                       -ลาไส้ เล็กจะสัน
                                                      ้
ลักษณะทางเดินอาหารของพวกที่กินพืชและเนือ(omnivore)เป็ นอาหาร
                                       ้

                                 -ฟั นหน้ าสาหรับกัด
                                 -เขียวไว้ สาหรับฉีก
                                     ้
                                 -ฟั นกรามหน้ า(premolar) สาหรับบด
                                 -ฟั นกรามหลัง(molar) สาหรับเคียว
                                                                ้
                                 -ลาไส้ เล็กจะยาวปากลาง
แบ่ ง Heterotroph ตามวิธีการกินอาหาร เป็ น 4 ชนิด คือ
1. Suspension feeder                    2. Substrate or Deposit feeder
ให้ อาหารชินเล็กลอดเข้ าสู่ทางเดินอาหาร พวกที่กนที่อยู่อาศัยของตัวเองเป็ นอาหาร
           ้                                   ิ




3. Fluid feeder                           4. Bulb feeder
ดูดกินของเหลวจากสิ่งมีชีวตอื่นเป็ นอาหาร พวกที่กนอาหารชินใหญ่
                         ิ                      ิ       ้
กระบวนการกินอาหาร (food processing) ประกอบด้ วย
1. Ingestion (การกิน)
   การนาอาหารเข้ าสู่ร่างกาย
2. Digestion (การย่ อย)
   การทาให้ อาหารที่กนเข้ า
                      ิ
   ไปมีขนาดเล็กลง
 2.1 Mechanical digestion
   -การเคียว
           ้
 2.2 Chemical digestion
    -การย่ อยโดยเอนไซม์
3. Absorption (การดูดซึม)
4. Elimination (การขับออก)
การย่ อย(digestion) แบ่ งตามวิธีการและชนิดของสัตว์ ได้ ดังนี ้
1. Intracellular digestion in simple organisms
   พบในปรสิต (protists) และฟองนา ้
                             -มีการนาอาหารเข้ าสู่เซลล์ ร่างกายโดยตรง
                             -ย่ อยอาหารภายในเซลล์ (intracellular
                              digestion)
                             -เคลื่ อนย้ ายสารอาหารที่ย่อยได้ จาก food
                              vacuole สู่ไซโตพลาสม
                             -ขับกากอาหารออกทาง anal pore
2. Intracellular and extracellular digestion in simple animals
   พบในหนอนตัวแบน(พลานาเรีย) และ cnidarians(เช่ น แมงกะพรุ น, ไฮดรา)
                                   -มี gastrovascular cavity ที่เป็ นช่ องสาหรับนา,
                                                                                 ้
                                    อาหาร และอากาศเข้ าสู่ร่างกาย
                                  -ทางเข้ าและออกของอาหารเป็ นทางเดียวกัน
                                   (incomplete digestive tract)
                                  -หลังจากอาหารเข้ าสู่ gastrovascular cavity
                                   จะมีการปล่ อยเอนไซม์ จากเซลล์ ออกมาย่ อย
                                   เรียกการย่ อยนีว่า extracellular digestion
                                                  ้
                                   -อาหารที่ย่อยแล้ วยังมีขนาดใหญ่ อยู่ จะถูก
                                    นาเข้ าสู่เซลล์ โดยวิธี phagocytosis
                                    และย่ อยต่ อไป
ขันตอนการย่ อยแบบ extracellular digestion ในไฮดรา
  ้
3. Extracellular digestion in complex animals
      พบในสัตว์ ส่วนใหญ่ ตังแต่ หนอนตัวกลมจนถึงสัตว์ มีกระดูกสันหลัง
                           ้
-มีทางเปิ ดของปาก(mouth)และทวารหนัก(anus)
 แยกกันเรียก complete digestive tract หรือ
 alimentary canal

                                                               ดูดซึมสารอาหาร




-crop และกระเพาะอาหารทาหน้ าที่เก็บอาหาร
 (บางครังอาจมีการย่ อย)
         ้
-gizzard ทาหน้ าที่บดอาหาร
ระบบทางเดินอาหารของคน
ประกอบด้ วย
1. ช่ องปาก (oral cavity)
2. คอหอย (pharynx)
3. หลอดอาหาร
   (esophagus)
4. กระเพาะอาหาร
   (stomach)
5. ลาไส้ เล็ก
 (small intestine)
6. ลาไส้ ใหญ่
 (large intestine or colon)
7. ลาไส้ ตรง (rectum)
8. ทวารหนัก (anus)
ช่ องปาก (oral cavity)
                                        -ในช่ องปากมีต่อมนาลาย 3 คู่
                                                             ้
                                        -นาลายประกอบด้ วยสารไกลโคโปรตีน
                                            ้
                                         ที่มีลักษณะลื่น เรียก mucin มีบทบาท
                                         ในการทาให้ อาหารลื่น กลืนง่ าย
                                         ปองกันเยื่อบุช่องปากและฟั นไม่ ให้ ผุ
                                          ้


-ในนาลายมีนาย่ อย amylase
    ้       ้
สาหรับย่ อยแปงและไกลโคเจน
              ้
-ลินในช่ องปากทาหน้ าที่คลุกเคล้ า
   ้
อาหารให้ เป็ นก้ อนเรียก bolus
คอหอยและหลอดอาหาร(pharynx and esophagus)




                                               3.esophageal sphincter
1.เมื่ อไม่ มีอาหาร 2.เมื่ ออาหารมาถึงคอ       คลายตัวอาหารเคลื่อนสู่
esophageal          หอยจะกระตุ้นการกลืน หลอดอาหาร
sphincterหดตัว      กล่ องเสียง(larynx)และ
                                               4.กล้ ามเนือหด-คลายตัวเป็ น
                                                          ้
epiglottisยกขึน ้   glottisยกตัวขึน epiglottis
                                  ้
                                               จังหวะ(peristalsis)ดันอาหาร
glottisเปิ ด        เคลื่อนตัวลงมาปิ ด
                                               จากหลอดอาหาร
-ทางเดินหายใจเปิ ด -ทางเดินหายใจปิ ด
                                               สู่กระเพาะอาหาร
-ทางเดินอาหารปิ ด -ทางเดินอาหารเปิ ด
การย่ อยอาหารในช่ องปากของคน
กระเพาะอาหาร(stomach)
 ต่ อมแกสตริก (gastric gland) ประกอบด้ วยเซลล์ 3 ชนิด
                 1.mucous cell หลั่งเมือกปองกันไม่ ให้
                                          ้
                  เซลล์ กระเพาะถูกย่ อย
                 2.parietal cell หลั่งกรดเกลือ (HCl)

                 3.chief cell หลั่ง pepsinogen
                  กรดเกลือเปลี่ยน pepsinogen
                  เป็ น pepsin
                 acid chyme ส่ วนผสมของอาหารที่
                            กลืนลงไปกับนาย่ อย
                                        ้
การย่ อยอาหารในกระเพาะอาหารของคน
การย่ อยอาหารในกระเพาะอาหารของสัตว์ เคียวเอือง
                                                ้ ้
1)เริ่ มแรกวัวจะเคียวและ
                   ้             4)วัวจะกลืนcudจาก(3)กลับเข้ าสู่กระเพาะ
กลืนหญ้ า ในรู ปของbolus         ส่ วน omasum ที่มีการดูดนากลับ
                                                          ้
เข้ าสู่rumen
                                                            2)bolusบางส่ วนอาจเคลื่อนเข้ าสู่
                                                            reticulum ทังrumenและreticulum
                                                                        ้
                                                            มีsymbiotic prokaryotesและ
                                                            protistsทาหน้ าที่ย่อยเซลลูโลส
                                                            และหลั่งกรดอะมิโนออกมา

                                                             3)อาหาร(cud)บางส่ วนจาก(2)จะ
                                                             ถูกนากลับออกมาเคียวใหม่
                                                                                ้

 5)cudที่ มีปริ มาณจุลินทรี ย์มากๆ จะเคลื่อนสู่กระเพาะส่ วน abomasum กระเพาะส่ วนนีมีการ
                                                                                     ้
  หลั่งเอนไซม์ ออกมาย่ อยอาหาร ดังนันอาจถือได้ ว่าส่ วนนีเ้ ป็ นกระเพาะอาหารที่แท้ จริ ง
                                        ้
   และ 3 ส่ วนแรกถือเป็ นส่ วนขยายของหลอดอาหาร
ลาไส้ เล็ก(small intestine)

                                             -เป็ นส่ วนที่มีการย่ อยและดูดซึมอาหาร
                                              มากที่สุด


                                               -เป็ นส่ วนที่ยาวที่สุดของทางเดินอาหาร
                                                ในคน ยาว 6 ม.



-ส่ วนต้ นของลาไส้ เล็กเรี ยก duodenum ยาว 25ซม. ทาหน้ าที่รับอาหาร(acid chyme)จาก
กระเพาะอาหาร และย่ อยต่ อโดยอาศัยนาย่ อยจากตับอ่ อน นาดีจากตับและถุงนาดี และ
                                        ้                   ้               ้
นาย่ อยจากลาไส้ เล็กเอง
  ้
การย่ อยโปรตีนในลาไส้ เล็กของคน
                      ในลาไส้ เล็กมี peptidase enzyme 2 ชนิด
                      1.Endopeptidase สลายพันธะเปปไทด์ ในสายโปรตีน
                      เช่ น trypsin, chymotrypsin
                      2.Exopeptidase สลายพันธะเปปไทด์ จากปลายด้ าน
                                นอกของสายโปรตีน เช่ น carboxypeptidase,
                                 aminopeptidase (สร้ างจากเซลล์ ลาไส้ เล็ก)

                                    -dipeptidase ย่ อย dipeptide



-เปปไทด์ เล็กๆจะถูกย่ อยต่ อโดยdipeptidaseได้ เป็ นกรดอะมิโน
การย่ อยไขมันในลาไส้ เล็กของคน
การย่ อยอาหารในลาไส้ เล็กของคน




sucrase, maltase, lactase
การดูดซึมอาหารในลาไส้ เล็กของคน




-การดูดซึมสารอาหารส่ วนใหญ่ เกิดที่ลาไส้ เล็ก(jejunumและileum)
-เกิดเล็กน้ อยที่ลาไส้ ใหญ่
ระบบนาเหลือง(Lymphatic system)
                      ้




-lymphatic system นาของเหลวและโปรตีนกลับสู่กระแสเลือดโดยนาเข้ าทางvenae cava
-lymph: ของเหลวใน lymphatic vessel (ภายในมี valve)
-lymph node: เป็ นอวัยวะทาหน้ าที่กรอง lymphและทาลายเชือโรค ภายในประกอบด้ วย
                                                       ้
connective tissue และเม็ดเลือดขาว
ลาไส้ ใหญ่ (large intestine) ลาไส้ ตรง(rectum) และทวารหนัก(anus)

-ลาไส้ ใหญ่ ทาหน้ าที่ดดนาและเกลือแร่
                       ู ้
-กากอาหารในลาไส้ ใหญ่ เคลื่อนแบบ peristalsisและอยู่ ในลาไส้ ใหญ่
นาน 12-24 ชม.

-ลาไส้ ตรงเป็ นที่เก็บกากอาหาร ซึ่งอุดมด้ วยจุลลินทรี ย์และเซลลูโลส
-ระหว่ างลาไส้ ตรงและทวารหนักมีหรูด (sphincter) 2 อัน
                                   ู
 อันแรกอยู่ใต้ อานาจจิตใจ ส่ วนอีกอันอยู่นอกอานาจจิตใจ
แสดงความสัมพันธ์ ระหว่ างระบบไหลเวียนเลือดและระบบย่ อยอาหาร

ชีววิทยา เรื่อง การย่อยอาหาร Digestive system

  • 1.
    TOPICS ระบบการย่ อยอาหาร 1. Obtaining and digesting of food (Digestive system)
  • 2.
    เอกสารอ้ างอิง 1. CampbellNA, Reece JB. 2002. Biology 6th ed. Benjamin Cummings, San Francisco. 2. Hopson JL, Wessells NK. 1990. Essentials of Biology. McGraw-Hill Publishing Company, New York. 3. Postlethwait JH, Hopson JL. 1995. The Nature of Life 3rd ed. McGraw-Hill Publishing Company, New York. 4. John GB. 2003. The Living World 3rd ed. McGraw-Hill Publishing Company, New York. 5. Solomon EP, Berg LR, Martin DW. Biology 6th ed. Thomson Learning, USA.
  • 3.
    1. OBTAINING ANDDIGESTING OF FOOD (DIGESTIVE SYSTEM) undernourishment: การขาดอาหาร(deficient in calories) เป็ นเวลานาน overnourishment: การได้ รับอาหารปริมาณมากเกินไป malnourished: การขาดสารอาหารที่จาเป็ น (essential nutrients)
  • 4.
    ทาไมสิ่งมีชีวตต้ องกินอาหาร? ิ 1.เพื่ อให้ ได้ มาซึ่งพลังงาน 2.เพื่ อให้ ได้ อนทรีย์สารสาหรับ ิ นามาใช้ สังเคราะห์ ส่วนประกอบ ต่ างๆ ของร่ างกาย 3.เพื่ อให้ ได้ สารอาหารที่จาเป็ น ต่ างๆ ที่ร่างกายสังเคราะห์ เอง ไม่ ได้
  • 5.
    สารอาหารที่จาเป็ น(essential nutrient) สารอาหารที่จาเป็น: สารอาหารที่ร่างกายสัตว์ สร้ างเองไม่ ได้ ต้ องได้ รับจากอาหาร มี 4 ชนิด คือ 1. Essential amino acid ร่ างกายคนเรา ต้ องการกรดอะมิโนเพื่อใช้ ในการสร้ าง โปรตีนจานวน 20 ชนิด แต่ มีกรดอะมิ โนจาเป็ น(essential amino acid) จานวน 8 ชนิดที่ร่างกายสร้ างเองไม่ ได้ คือ Tryptophan, Methionine, Valine, Threonine, Phenylalanine, Leucine, Isoleucine, Lysine (ในทารกมีตัวที่ 9 คือ Histidine)
  • 6.
    2.Essential fatty acidที่จาเป็ นในสัตว์ คือ กรดไขมันไม่ อ่มตัว(unsaturated fatty ิ acid) ที่พบในคนเช่ น linoleic acid 3.วิตามิน ร่ างกายต้ องการในแต่ ละวันปริมาณน้ อย ที่จาเป็ นมีทงหมด 13 ตัว ั้ แบ่ งเป็ น 3.1 water-soluble vitamins ได้ แก่ B complex, C 3.2 fat-soluble vitamins ได้ แก่ A, D, E, K 4.เกลือแร่ (minerals)
  • 7.
  • 8.
  • 10.
    แบ่ งสิ่งมีชีวตตามการจัดหาสารอาหาร เป็น 2 พวก คือ ิ 1. Autotroph (auto = self, trophe = nutrition) พวกที่สร้ าง อาหารได้ เองจากสารอนินทรีย์ ได้ แก่ พืชสีเขียวต่ าง ๆ 2. Heterotroph (hetero = other) พวกที่สร้ างอาหารเองไม่ ได้ ได้ แก่ สัตว์ ต่าง ๆ
  • 11.
    แบ่ ง Heterotrophตามลักษณะของอาหารที่กน เป็ น 3 ชนิด คือ ิ 1. Herbivore พวกที่กนพืชเป็ นอาหาร ิ เช่ น วัว, ม้ า, กระต่ าย 2. Carnivore พวกที่กนเนือเป็ นอาหาร ิ ้ เช่ น เสือ, แมว 3. Omnivore พวกที่กนทังพืชและสัตว์ เป็ นอาหาร ิ ้ เช่ น แมลงสาบ, อีกา และคน
  • 12.
    ลักษณะทางเดินอาหารของพวกที่กนพืช(herbivore)เป็ นอาหาร ิ -ฟั นจะมีลักษณะ กว้ างและนูนเป็ นสัน สาหรับบดอาหาร -ลาไส้ เล็กจะยาว สาหรับย่ อย อาหาร (พืช)ได้ นานๆ
  • 13.
    ลักษณะทางเดินอาหารของพวกที่กนเนือ(carnivore)เป็ นอาหาร ิ ้ -มีฟันหน้ า(incisor) และเขียว ้ (canine)ที่แหลม -ฟั นจะเหมาะสาหรับแทง ฉีก และเคียว ้ อาหาร -ลาไส้ เล็กจะสัน ้
  • 14.
    ลักษณะทางเดินอาหารของพวกที่กินพืชและเนือ(omnivore)เป็ นอาหาร ้ -ฟั นหน้ าสาหรับกัด -เขียวไว้ สาหรับฉีก ้ -ฟั นกรามหน้ า(premolar) สาหรับบด -ฟั นกรามหลัง(molar) สาหรับเคียว ้ -ลาไส้ เล็กจะยาวปากลาง
  • 15.
    แบ่ ง Heterotrophตามวิธีการกินอาหาร เป็ น 4 ชนิด คือ 1. Suspension feeder 2. Substrate or Deposit feeder ให้ อาหารชินเล็กลอดเข้ าสู่ทางเดินอาหาร พวกที่กนที่อยู่อาศัยของตัวเองเป็ นอาหาร ้ ิ 3. Fluid feeder 4. Bulb feeder ดูดกินของเหลวจากสิ่งมีชีวตอื่นเป็ นอาหาร พวกที่กนอาหารชินใหญ่ ิ ิ ้
  • 16.
    กระบวนการกินอาหาร (food processing)ประกอบด้ วย 1. Ingestion (การกิน) การนาอาหารเข้ าสู่ร่างกาย 2. Digestion (การย่ อย) การทาให้ อาหารที่กนเข้ า ิ ไปมีขนาดเล็กลง 2.1 Mechanical digestion -การเคียว ้ 2.2 Chemical digestion -การย่ อยโดยเอนไซม์ 3. Absorption (การดูดซึม) 4. Elimination (การขับออก)
  • 17.
    การย่ อย(digestion) แบ่งตามวิธีการและชนิดของสัตว์ ได้ ดังนี ้ 1. Intracellular digestion in simple organisms พบในปรสิต (protists) และฟองนา ้ -มีการนาอาหารเข้ าสู่เซลล์ ร่างกายโดยตรง -ย่ อยอาหารภายในเซลล์ (intracellular digestion) -เคลื่ อนย้ ายสารอาหารที่ย่อยได้ จาก food vacuole สู่ไซโตพลาสม -ขับกากอาหารออกทาง anal pore
  • 18.
    2. Intracellular andextracellular digestion in simple animals พบในหนอนตัวแบน(พลานาเรีย) และ cnidarians(เช่ น แมงกะพรุ น, ไฮดรา) -มี gastrovascular cavity ที่เป็ นช่ องสาหรับนา, ้ อาหาร และอากาศเข้ าสู่ร่างกาย -ทางเข้ าและออกของอาหารเป็ นทางเดียวกัน (incomplete digestive tract) -หลังจากอาหารเข้ าสู่ gastrovascular cavity จะมีการปล่ อยเอนไซม์ จากเซลล์ ออกมาย่ อย เรียกการย่ อยนีว่า extracellular digestion ้ -อาหารที่ย่อยแล้ วยังมีขนาดใหญ่ อยู่ จะถูก นาเข้ าสู่เซลล์ โดยวิธี phagocytosis และย่ อยต่ อไป
  • 19.
  • 20.
    3. Extracellular digestionin complex animals พบในสัตว์ ส่วนใหญ่ ตังแต่ หนอนตัวกลมจนถึงสัตว์ มีกระดูกสันหลัง ้ -มีทางเปิ ดของปาก(mouth)และทวารหนัก(anus) แยกกันเรียก complete digestive tract หรือ alimentary canal ดูดซึมสารอาหาร -crop และกระเพาะอาหารทาหน้ าที่เก็บอาหาร (บางครังอาจมีการย่ อย) ้ -gizzard ทาหน้ าที่บดอาหาร
  • 21.
    ระบบทางเดินอาหารของคน ประกอบด้ วย 1. ช่องปาก (oral cavity) 2. คอหอย (pharynx) 3. หลอดอาหาร (esophagus) 4. กระเพาะอาหาร (stomach) 5. ลาไส้ เล็ก (small intestine) 6. ลาไส้ ใหญ่ (large intestine or colon) 7. ลาไส้ ตรง (rectum) 8. ทวารหนัก (anus)
  • 22.
    ช่ องปาก (oralcavity) -ในช่ องปากมีต่อมนาลาย 3 คู่ ้ -นาลายประกอบด้ วยสารไกลโคโปรตีน ้ ที่มีลักษณะลื่น เรียก mucin มีบทบาท ในการทาให้ อาหารลื่น กลืนง่ าย ปองกันเยื่อบุช่องปากและฟั นไม่ ให้ ผุ ้ -ในนาลายมีนาย่ อย amylase ้ ้ สาหรับย่ อยแปงและไกลโคเจน ้ -ลินในช่ องปากทาหน้ าที่คลุกเคล้ า ้ อาหารให้ เป็ นก้ อนเรียก bolus
  • 23.
    คอหอยและหลอดอาหาร(pharynx and esophagus) 3.esophageal sphincter 1.เมื่ อไม่ มีอาหาร 2.เมื่ ออาหารมาถึงคอ คลายตัวอาหารเคลื่อนสู่ esophageal หอยจะกระตุ้นการกลืน หลอดอาหาร sphincterหดตัว กล่ องเสียง(larynx)และ 4.กล้ ามเนือหด-คลายตัวเป็ น ้ epiglottisยกขึน ้ glottisยกตัวขึน epiglottis ้ จังหวะ(peristalsis)ดันอาหาร glottisเปิ ด เคลื่อนตัวลงมาปิ ด จากหลอดอาหาร -ทางเดินหายใจเปิ ด -ทางเดินหายใจปิ ด สู่กระเพาะอาหาร -ทางเดินอาหารปิ ด -ทางเดินอาหารเปิ ด
  • 24.
  • 25.
    กระเพาะอาหาร(stomach) ต่ อมแกสตริก(gastric gland) ประกอบด้ วยเซลล์ 3 ชนิด 1.mucous cell หลั่งเมือกปองกันไม่ ให้ ้ เซลล์ กระเพาะถูกย่ อย 2.parietal cell หลั่งกรดเกลือ (HCl) 3.chief cell หลั่ง pepsinogen กรดเกลือเปลี่ยน pepsinogen เป็ น pepsin acid chyme ส่ วนผสมของอาหารที่ กลืนลงไปกับนาย่ อย ้
  • 26.
  • 27.
    การย่ อยอาหารในกระเพาะอาหารของสัตว์ เคียวเอือง ้ ้ 1)เริ่ มแรกวัวจะเคียวและ ้ 4)วัวจะกลืนcudจาก(3)กลับเข้ าสู่กระเพาะ กลืนหญ้ า ในรู ปของbolus ส่ วน omasum ที่มีการดูดนากลับ ้ เข้ าสู่rumen 2)bolusบางส่ วนอาจเคลื่อนเข้ าสู่ reticulum ทังrumenและreticulum ้ มีsymbiotic prokaryotesและ protistsทาหน้ าที่ย่อยเซลลูโลส และหลั่งกรดอะมิโนออกมา 3)อาหาร(cud)บางส่ วนจาก(2)จะ ถูกนากลับออกมาเคียวใหม่ ้ 5)cudที่ มีปริ มาณจุลินทรี ย์มากๆ จะเคลื่อนสู่กระเพาะส่ วน abomasum กระเพาะส่ วนนีมีการ ้ หลั่งเอนไซม์ ออกมาย่ อยอาหาร ดังนันอาจถือได้ ว่าส่ วนนีเ้ ป็ นกระเพาะอาหารที่แท้ จริ ง ้ และ 3 ส่ วนแรกถือเป็ นส่ วนขยายของหลอดอาหาร
  • 28.
    ลาไส้ เล็ก(small intestine) -เป็ นส่ วนที่มีการย่ อยและดูดซึมอาหาร มากที่สุด -เป็ นส่ วนที่ยาวที่สุดของทางเดินอาหาร ในคน ยาว 6 ม. -ส่ วนต้ นของลาไส้ เล็กเรี ยก duodenum ยาว 25ซม. ทาหน้ าที่รับอาหาร(acid chyme)จาก กระเพาะอาหาร และย่ อยต่ อโดยอาศัยนาย่ อยจากตับอ่ อน นาดีจากตับและถุงนาดี และ ้ ้ ้ นาย่ อยจากลาไส้ เล็กเอง ้
  • 29.
    การย่ อยโปรตีนในลาไส้ เล็กของคน ในลาไส้ เล็กมี peptidase enzyme 2 ชนิด 1.Endopeptidase สลายพันธะเปปไทด์ ในสายโปรตีน เช่ น trypsin, chymotrypsin 2.Exopeptidase สลายพันธะเปปไทด์ จากปลายด้ าน นอกของสายโปรตีน เช่ น carboxypeptidase, aminopeptidase (สร้ างจากเซลล์ ลาไส้ เล็ก) -dipeptidase ย่ อย dipeptide -เปปไทด์ เล็กๆจะถูกย่ อยต่ อโดยdipeptidaseได้ เป็ นกรดอะมิโน
  • 30.
  • 31.
  • 32.
    การดูดซึมอาหารในลาไส้ เล็กของคน -การดูดซึมสารอาหารส่ วนใหญ่เกิดที่ลาไส้ เล็ก(jejunumและileum) -เกิดเล็กน้ อยที่ลาไส้ ใหญ่
  • 33.
    ระบบนาเหลือง(Lymphatic system) ้ -lymphatic system นาของเหลวและโปรตีนกลับสู่กระแสเลือดโดยนาเข้ าทางvenae cava -lymph: ของเหลวใน lymphatic vessel (ภายในมี valve) -lymph node: เป็ นอวัยวะทาหน้ าที่กรอง lymphและทาลายเชือโรค ภายในประกอบด้ วย ้ connective tissue และเม็ดเลือดขาว
  • 34.
    ลาไส้ ใหญ่ (largeintestine) ลาไส้ ตรง(rectum) และทวารหนัก(anus) -ลาไส้ ใหญ่ ทาหน้ าที่ดดนาและเกลือแร่ ู ้ -กากอาหารในลาไส้ ใหญ่ เคลื่อนแบบ peristalsisและอยู่ ในลาไส้ ใหญ่ นาน 12-24 ชม. -ลาไส้ ตรงเป็ นที่เก็บกากอาหาร ซึ่งอุดมด้ วยจุลลินทรี ย์และเซลลูโลส -ระหว่ างลาไส้ ตรงและทวารหนักมีหรูด (sphincter) 2 อัน ู อันแรกอยู่ใต้ อานาจจิตใจ ส่ วนอีกอันอยู่นอกอานาจจิตใจ
  • 36.