เลือด (Blood)
เลือดมีลักษณะเฉพาะคือเป็ นของเหลว มีหน้ าที่ลาเลียงสารต่ างๆ
เช่ น ก๊ าซ สารอาหาร และของเสีย

           เลือดมีส่วนประกอบที่สาคัญ 2 ส่ วน คือ
                  ก) ส่ วนที่เป็ นเซลล์ และชินส่ วนของเซลล์
                                             ้
           (formed elements) ได้ แก่ เม็ดเลือดแดง
           (erythrocyte) เม็ดเลือดขาว (leukocyte)
           และแผ่ นเลือด (blood platelet)
                 ข) ส่ วนที่เป็ นนาเลือด (plasma) ซึ่งเป็ น
                                  ้
           ของเหลวใส
ส่ วนทีเ่ ป็ นเซลล์ และชิ้นส่ วนของเซลล์




เม็ดเลือดแดง (Erytrocytes) เป็ นเซลล์ ท่ ีเปลี่ยนแปลงไปทาหน้ าที่ขนส่ ง
ออกซิเจน ในสัตว์ เลียงลูกด้ วยนานมเม็ดเลือดแดงไม่ มีนิวเคลียสและออร์ แกเนลล์
                       ้             ้
อื่นๆ เม็ดเลือดแดงของคนมีขนาดเส้ นผ่ าศูนย์ กลางประมาณ 7 ไมครอน รู ปร่ างกลม
แบน ตรงกลางเว้ าเข้ าหากันทังสองด้ าน เป็ นถุงฮีโมโกลบินซึ่งเป็ นโปรตีนที่มีฤทธิ์เป็ น
                                 ้
ด่ าง เมื่อย้ อมสีจะติดสีส่วนที่เป็ นกรดออกสีชมพู ในกระแสเลือดมักพบว่ าเม็ดเลือด
แดงเรียงซ้ อนกันเป็ นตังเรี ยกว่ า รู ไลซ์ (rouleaux) เม็ดเลือดแดงมีชีวตอยู่ใน
                         ้                                             ิ
กระแสเลือดประมาณ 120 วัน และมีการสร้ างแทนที่ขนใหม่ ในไขกระดูก
                                                       ึ้
เม็ดเลือดขาว (Leukocytes) เป็ นเซลล์ ท่มีนิวเคลียส ทาหน้ าที่
                                         ี
เกี่ยวกับการกาจัดสิ่งแปลกปลอม แบ่ งออกเป็ น 2 พวก โดยดูจาก
แกรนูลในไซโตพลาสซึม และลักษณะของนิวเคลียส ได้ แก่
   1. Agranulocyte เป็ นพวกที่ไม่ มีแกรนูลชนิดพิเศษในไซ
โตพลาสซึม ได้ แก่ lymphocyte และ monocyte
    2. Granulocyte เป็ นพวกที่มีแกรนูลชนิดพิเศษซึ่งจะติดสี
ย้ อมต่ างกันตามสภาพความเป็ นกรดและด่ างได้ แก่
neutrophil, eosinophil และ basophil
ในไซโตพลาสซึมของเม็ดเลือดขาวทุกชนิดมีแกรนูลธรรมดา
จัดเป็ นแกรนูลประเภท แอซูโรฟิ ล (azurophil) ซึ่งติดสี
แอเซอร์ เป็ นสีม่วงอ่ อน เป็ นแกรนูลละเอียดกระจายอยู่ท่ วไป
                                                        ั
จากการศึกษาด้ านเอนไซม์ พบว่ า แกรนูลชนิดนี ้ คือ
lysosome
Monocyte เป็ นเซลล์ ท่มีขนาดเส้ นผ่ าศูนย์ ประมาณ 9-12 ไมครอน
                          ี
นิวเคลียสรูปไต ทาหน้ าที่ทาลายสิ่งแปลกปลอม เมื่ออยู่ในเนือเยื่ออื่นๆจะ
                                                         ้
เปลี่ยนแปลงไปเป็ นแมโครเฟจ พบประมาณ 3-8 % ของเม็ดเลือดขาว
ทังหมด
  ้


                                                  Lymphocyte
                                                  เป็ นเซลล์ ท่มีขนาดเส้ นผ่ า
                                                               ี
                                                  ศูนย์ ประมาณ 6-8
                                                  ไมครอน มีนิวเคลียสกลม
                                                  มีบทบาทสาคัญในการ
                                                  สร้ างแอนติบอดี มี
                                                  ประมาณ 20-45 %
                                                  ของเม็ดเลือดขาวทังหมด
                                                                      ้
Neutrophil เป็ นเซลล์ ท่มีขนาดเส้ นผ่ าศูนย์ ประมาณ 12
                        ี
ไมครอน นิวเคลียสมี 2-5 พู ซึ่งมีสายโครมาตินบางๆเชื่อมให้ ตดกัน
                                                          ิ
ภายในไซโตพลาสซึมมีแกรนูลพิเศษขนาดเล็กมาก ภายในมีเอนไซม์
alkaline phosphatase และสารทาลายแบคทีเรีย
neutrophil มีประมาณ 50-70 % ของเม็ดเลือดขาวทังหมด     ้
Eosinophil              เป็ นเซลล์ ท่มี
                                     ี
ขนาดเส้ นผ่ าศูนย์ ประมาณ 10-14
ไมครอน นิวเคลียสมี 2 พู ภายในมี
แกรนูลพิเศษที่หยาบขนาดใหญ่ ย้อม
ติดสีแดงเป็ นจานวนมาก
eosinophil สามารถเคลื่อนที่และ
ยื่น pseudopodium ไปหุ้มสิ่ง
แปลกปลอมได้ แต่ ช้ากว่ า
neutrophil เพราะจะเลือกจับแต่
เฉพาะสารประกอบที่เกิดจากการ
รวมตัวของแอนติเจนและแอนติบอดี
แล้ วเท่ านัน อีโอซิโนฟิ ลมีประมาณ
            ้
1-4 % ของเม็ดเลือดขาวทังหมด     ้
Basophil            เป็ นเซลล์ ท่มีขนาด
                                 ี
เส้ นผ่ าศูนย์ ประมาณ 12 ไมครอน
นิวเคลียสมีขนาดใหญ่ รูปร่ างไม่
แน่ นอน แกรนูลพิเศษขนาดใหญ่ ย้อม
ติดสีนาเงิน และมักจะบังนิวเคลียสไว้
         ้
เกือบทังหมด ภายในแกรนูลมีสาร
           ้
histamine และ heparineที่
เซลล์ สร้ างขึนคล้ ายกับที่พบใน mast
               ้
cell นอกจากนี ้ basophil
สามารถเคลื่อนที่และจับสิ่ง
แปลกปลอมได้ เช่ นเดียวกับเม็ดเลือด
ขาวชนิดอื่นๆ มีประมาณ 0.5-1 %
ของเม็ดเลือดขาวทังหมด้
Blood platelet แผ่ นเลือดมีขนาด 2-4 ไมครอน เป็ นชินส่ วน
                                                  ้
ของไซโตพลาสซึม ไม่ มีนิวเคลียส ย้ อมติดสีนาเงิน ตรงกลางมี
                                          ้
mitochondria รวมกลุ่มอยู่เป็ นจานวนมาก แผ่ นเลือดมี
ความสาคัญเกี่ยวการทาให้ เลือดแข็งตัว โดยปกติมีประมาณ 1.5-3
แสนแผ่ น/ลบ.ซม
ส่ วนที่เป็ นนาเลือด (plasma)
                          ้
นาเลือดเป็ นของเหลวใส ประกอบด้ วยโปรตีนที่สาคัญ 3 ชนิด คือ
 ้
Albumin มีบทบาทสาคัญในการรักษาแรงดันออสโมซีสในเลือด
Globulin ทาหน้ าเกี่ยวกับภูมิค้ ุมกัน
Fibrinogen มีส่วนสาคัญเกี่ยวกับการทาให้ เลือดแข็งตัว ถ้ านา        ้
เลือดถูกกับอากาศ fibrinogen จะตกตะกอนจับกันเป็ นเส้ นใย
บางๆก่ ายเป็ นร่ างแห ส่ วนที่เหลือจะเป็ นนาใสสีเหลืองเรี ยกว่ า เซรุ่ ม
                                           ้
 นอกจากนียังประกอบด้ วย เกลืออนินทรีย์ และสารอินทรี ย์ เช่ น
         ้
กรดอะมิโน ไวตามิน ฮอร์ โมน และไขมันต่ างๆ
1
                        5

   2                    3
          4

1 = …………..... 2 = …………… 3 = ………….…
4 = ……………. 5 = ……………

ชีววิทยาเรื่องระบบไหลเวียนเลือด circulatory system ตอนที่ 2

  • 1.
    เลือด (Blood) เลือดมีลักษณะเฉพาะคือเป็ นของเหลวมีหน้ าที่ลาเลียงสารต่ างๆ เช่ น ก๊ าซ สารอาหาร และของเสีย เลือดมีส่วนประกอบที่สาคัญ 2 ส่ วน คือ ก) ส่ วนที่เป็ นเซลล์ และชินส่ วนของเซลล์ ้ (formed elements) ได้ แก่ เม็ดเลือดแดง (erythrocyte) เม็ดเลือดขาว (leukocyte) และแผ่ นเลือด (blood platelet) ข) ส่ วนที่เป็ นนาเลือด (plasma) ซึ่งเป็ น ้ ของเหลวใส
  • 2.
    ส่ วนทีเ่ ป็นเซลล์ และชิ้นส่ วนของเซลล์ เม็ดเลือดแดง (Erytrocytes) เป็ นเซลล์ ท่ ีเปลี่ยนแปลงไปทาหน้ าที่ขนส่ ง ออกซิเจน ในสัตว์ เลียงลูกด้ วยนานมเม็ดเลือดแดงไม่ มีนิวเคลียสและออร์ แกเนลล์ ้ ้ อื่นๆ เม็ดเลือดแดงของคนมีขนาดเส้ นผ่ าศูนย์ กลางประมาณ 7 ไมครอน รู ปร่ างกลม แบน ตรงกลางเว้ าเข้ าหากันทังสองด้ าน เป็ นถุงฮีโมโกลบินซึ่งเป็ นโปรตีนที่มีฤทธิ์เป็ น ้ ด่ าง เมื่อย้ อมสีจะติดสีส่วนที่เป็ นกรดออกสีชมพู ในกระแสเลือดมักพบว่ าเม็ดเลือด แดงเรียงซ้ อนกันเป็ นตังเรี ยกว่ า รู ไลซ์ (rouleaux) เม็ดเลือดแดงมีชีวตอยู่ใน ้ ิ กระแสเลือดประมาณ 120 วัน และมีการสร้ างแทนที่ขนใหม่ ในไขกระดูก ึ้
  • 3.
    เม็ดเลือดขาว (Leukocytes) เป็นเซลล์ ท่มีนิวเคลียส ทาหน้ าที่ ี เกี่ยวกับการกาจัดสิ่งแปลกปลอม แบ่ งออกเป็ น 2 พวก โดยดูจาก แกรนูลในไซโตพลาสซึม และลักษณะของนิวเคลียส ได้ แก่ 1. Agranulocyte เป็ นพวกที่ไม่ มีแกรนูลชนิดพิเศษในไซ โตพลาสซึม ได้ แก่ lymphocyte และ monocyte 2. Granulocyte เป็ นพวกที่มีแกรนูลชนิดพิเศษซึ่งจะติดสี ย้ อมต่ างกันตามสภาพความเป็ นกรดและด่ างได้ แก่ neutrophil, eosinophil และ basophil
  • 4.
    ในไซโตพลาสซึมของเม็ดเลือดขาวทุกชนิดมีแกรนูลธรรมดา จัดเป็ นแกรนูลประเภท แอซูโรฟิล (azurophil) ซึ่งติดสี แอเซอร์ เป็ นสีม่วงอ่ อน เป็ นแกรนูลละเอียดกระจายอยู่ท่ วไป ั จากการศึกษาด้ านเอนไซม์ พบว่ า แกรนูลชนิดนี ้ คือ lysosome
  • 5.
    Monocyte เป็ นเซลล์ท่มีขนาดเส้ นผ่ าศูนย์ ประมาณ 9-12 ไมครอน ี นิวเคลียสรูปไต ทาหน้ าที่ทาลายสิ่งแปลกปลอม เมื่ออยู่ในเนือเยื่ออื่นๆจะ ้ เปลี่ยนแปลงไปเป็ นแมโครเฟจ พบประมาณ 3-8 % ของเม็ดเลือดขาว ทังหมด ้ Lymphocyte เป็ นเซลล์ ท่มีขนาดเส้ นผ่ า ี ศูนย์ ประมาณ 6-8 ไมครอน มีนิวเคลียสกลม มีบทบาทสาคัญในการ สร้ างแอนติบอดี มี ประมาณ 20-45 % ของเม็ดเลือดขาวทังหมด ้
  • 6.
    Neutrophil เป็ นเซลล์ท่มีขนาดเส้ นผ่ าศูนย์ ประมาณ 12 ี ไมครอน นิวเคลียสมี 2-5 พู ซึ่งมีสายโครมาตินบางๆเชื่อมให้ ตดกัน ิ ภายในไซโตพลาสซึมมีแกรนูลพิเศษขนาดเล็กมาก ภายในมีเอนไซม์ alkaline phosphatase และสารทาลายแบคทีเรีย neutrophil มีประมาณ 50-70 % ของเม็ดเลือดขาวทังหมด ้
  • 7.
    Eosinophil เป็ นเซลล์ ท่มี ี ขนาดเส้ นผ่ าศูนย์ ประมาณ 10-14 ไมครอน นิวเคลียสมี 2 พู ภายในมี แกรนูลพิเศษที่หยาบขนาดใหญ่ ย้อม ติดสีแดงเป็ นจานวนมาก eosinophil สามารถเคลื่อนที่และ ยื่น pseudopodium ไปหุ้มสิ่ง แปลกปลอมได้ แต่ ช้ากว่ า neutrophil เพราะจะเลือกจับแต่ เฉพาะสารประกอบที่เกิดจากการ รวมตัวของแอนติเจนและแอนติบอดี แล้ วเท่ านัน อีโอซิโนฟิ ลมีประมาณ ้ 1-4 % ของเม็ดเลือดขาวทังหมด ้
  • 8.
    Basophil เป็ นเซลล์ ท่มีขนาด ี เส้ นผ่ าศูนย์ ประมาณ 12 ไมครอน นิวเคลียสมีขนาดใหญ่ รูปร่ างไม่ แน่ นอน แกรนูลพิเศษขนาดใหญ่ ย้อม ติดสีนาเงิน และมักจะบังนิวเคลียสไว้ ้ เกือบทังหมด ภายในแกรนูลมีสาร ้ histamine และ heparineที่ เซลล์ สร้ างขึนคล้ ายกับที่พบใน mast ้ cell นอกจากนี ้ basophil สามารถเคลื่อนที่และจับสิ่ง แปลกปลอมได้ เช่ นเดียวกับเม็ดเลือด ขาวชนิดอื่นๆ มีประมาณ 0.5-1 % ของเม็ดเลือดขาวทังหมด้
  • 9.
    Blood platelet แผ่นเลือดมีขนาด 2-4 ไมครอน เป็ นชินส่ วน ้ ของไซโตพลาสซึม ไม่ มีนิวเคลียส ย้ อมติดสีนาเงิน ตรงกลางมี ้ mitochondria รวมกลุ่มอยู่เป็ นจานวนมาก แผ่ นเลือดมี ความสาคัญเกี่ยวการทาให้ เลือดแข็งตัว โดยปกติมีประมาณ 1.5-3 แสนแผ่ น/ลบ.ซม
  • 10.
    ส่ วนที่เป็ นนาเลือด(plasma) ้ นาเลือดเป็ นของเหลวใส ประกอบด้ วยโปรตีนที่สาคัญ 3 ชนิด คือ ้ Albumin มีบทบาทสาคัญในการรักษาแรงดันออสโมซีสในเลือด Globulin ทาหน้ าเกี่ยวกับภูมิค้ ุมกัน Fibrinogen มีส่วนสาคัญเกี่ยวกับการทาให้ เลือดแข็งตัว ถ้ านา ้ เลือดถูกกับอากาศ fibrinogen จะตกตะกอนจับกันเป็ นเส้ นใย บางๆก่ ายเป็ นร่ างแห ส่ วนที่เหลือจะเป็ นนาใสสีเหลืองเรี ยกว่ า เซรุ่ ม ้ นอกจากนียังประกอบด้ วย เกลืออนินทรีย์ และสารอินทรี ย์ เช่ น ้ กรดอะมิโน ไวตามิน ฮอร์ โมน และไขมันต่ างๆ
  • 11.
    1 5 2 3 4 1 = …………..... 2 = …………… 3 = ………….… 4 = ……………. 5 = ……………