LOGO

โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทยาศาสตร์
ิ
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 4 ( ว 22102)

่
เรือง ระบบย่อยอาหาร

(Digestion)
โดยครูสุกญญา นาคอ้น
ั
1
จุดประสงค์ การเรียนรู้
1. สามารถอธิบายส่ วนประกอบ และหน้ าที่
ของระบบย่ อยอาหารของมนุษย์
2. อธิบายกระบวนการย่ อยทีเ่ กิดขึนใน
้
ทางเดินอาหารส่ วนต่ างๆ ของมนุษย์
3. ตระหนักถึงความสาคัญ ทีจะต้ องดูแล
่
รักษาอวัยวะในระบบย่ อยอาหารให้ ทา
หน้ าทีเ่ ป็ นปกติ

ระบบย่ อยอาหาร

2
เปรียบเทียบร่ างกาย
ในร่ างกายถ้ าเปรียบระบบอวัยวะกับการทางานของระบบโรงงานสามารถเปรียบได้ ดงนี้เช่ น
ั

ผิวหนัง, ขน, เล็บ
สมอง
ตา
ลิน
้
หัวใจ
ปอด
ไต ตับ
กระเพาะอาหาร, ลาไส้
ระบบย่ อยอาหาร

เปรียบเหมือน
เปรียบเหมือน
เปรียบเหมือน
เปรียบเหมือน
เปรียบเหมือน
เปรียบเหมือน
เปรียบเหมือน
เปรียบเหมือน

กาแพง ด่ านตรวจ
คอมพิวเตอร์
กล้อง V.D.O. วงจรปิ ด, รปภ.
ผู้ตรวจสอบคุณภาพ
เครื่องปั้มนา
้
แอร์ ( ก๊าช )
เครื่องกาจัดของเสี ย ถังขยะ
ห้ องครัว

3
ส่ วนประกอบของร่ างกาย
ในร่ างกายจะประกอบด้ วยหน่ วยของสิ่ งมีชีวตทีเ่ ล็กทีสุดคือ เซลล์ (cell)
ิ
่
เซลล์ ทมขนาดเล็กทีสุด คือ สเปิ ร์ ม (sperm) และใหญ่ ทสุดคือไข่ (egg)
ี่ ี
่
ี่
cell หลาย ๆ cell
รวมกันกลายเป็ น เนือเยือ (tissue)
้ ่
เนือเยือ หลาย ๆ เนือเยือ รวมกันกลายเป็ น อวัยวะ (organ)
้ ่
้ ่
อวัยวะ หลายๆ อวัยวะ
รวมกันกลายเป็ น ระบบ (system)
ระบบหลาย ๆ ระบบ
รวมกันกลายเป็ น ส่ วนประกอบของร่ างกาย
ส่ วนประกอบของร่ างกาย รวมกันกลายเป็ น ร่ างกาย (body)
เชลล์

เนือเยือ
้ ่

ระบบย่ อยอาหาร

อวัยวะ

ระบบ

ส่ วนประกอบของร่ างกาย

ร่ างกาย

4
ระบบย่ อยอาหาร (Digestion)
ระบบย่อยอาหาร คือ กระบวนการที่ทาหน้าที่เปลี่ยน
อาหารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ให้เป็ นสารอาหารที่มีโมเลกุลขนาด
เล็ก จนร่ างกายสามารถนามาดูดซึมและใช้ประโยชน์ได้
ตัวอย่างอาหารและสารโมเลกุลเล็กที่ร่างกายดูดซึ มได้
เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน น้ าตาลโมเลกุลเดี่ยว
กรดอะมิโน กลีเชอรอล กรดไขมัน
ระบบย่ อยอาหาร

5
อวัยวะในการย่ อยอาหารของคน
แบ่งออกเป็ น 2 ส่ วน
1. อวัยวะที่เป็ นทางเดินอาหาร
ปาก

คอหอย

หลอดอาหาร

กระเพาะอาหาร

ทวารหนัก

ลาไส้ใหญ่

ลาไส้เล็ก

กากอาหาร

ระบบย่ อยอาหาร

6
อวัยวะในการย่ อยอาหารของคน
2. อวัยวะที่ช่วยย่ อยอาหาร แต่ ไม่ ใช่ ทางเดินอาหาร

ตับ

ระบบย่ อยอาหาร

ถุงนาดี
้

ตับอ่ อน

7
ระบบย่ อยอาหาร

ระบบย่ อยอาหาร

8
ประเภทของการย่ อยอาหาร
1. การย่อยเชิงกล (Mechanism digestion) คือ การย่อยโดยใช้แรงและการ
บีบตัวของท่อทางเดินอาหาร เป็ นการบดให้ละเอียดหรื อให้มีขนาดเล็ก
ลง โดยไม่ตองอาศัยเอนไซม์ จะพบในอวัยวะ เช่น ปาก หลอดอาหาร
้
ลาไส้ใหญ่
2. การย่อยเชิงเคมี (Chemical digestion) คือ เป็ นการย่อยที่ตองอาศัย
้
เอนไซม์ (ใช้น้ าย่อย) ทาให้เกิดปฏิกิริยาเคมี จะพบในอวัยวะ เช่น ปาก
กระเพาะอาหาร ลาไส้เล็ก

ระบบย่ อยอาหาร

9
การย่ อยอาหารในปาก
1. ปาก (mouth) เป็ นอวัยวะแรกของระบบย่อยอาหาร ภายใน
ประกอบด้วย ฟั น ทาหน้าที่บดเคี้ยวอาหารให้ละเอียด ลิน ทาหน้าที่
้
ส่ งอาหารให้ฟันบดเคี้ยว และคลุกเคล้าอาหารให้อ่อนตัว ง่ายต่อการ
บดเคี้ยวของฟัน ต่ อมนำลำย ทาหน้าที่ขบน้ าลายออกมาคลุกเคล้า
้
ั
กับอาหาร ในน้ าลายมีเอนไซม์อะไมเลส ซึ่งสามารถย่อยแป้ งให้เป็ น
น้ าตาล ดังนั้นเมื่อเราอมข้าวเปล่าไว้นาน ๆ จึงรู้สึกหวานนิด ๆ

ระบบย่ อยอาหาร

10
การย่ อยอาหารในปาก
มีเฉพาะการย่ อยแป้ งเท่ านั้น ดังสมการ

แป้ ง + นา
้

อะไมเลส

เด็กซ์ ตริน + มอลโตส
(แปงขนาดเล็ก)
้

ระบบย่ อยอาหาร

(นาตาลโมเลกุลคู่)
้

11
การย่ อยอาหารในปาก
 ปาก ( MOUTH )
 มีการย่ อยอาหาร 2 แบบ

คือ
- การย่อยเชิงกล
- การย่อยทางเคมี
ระบบย่ อยอาหาร

12
ฟันของคนเรามี 2 ชุด
ฟันนานม มีท้งหมด 20 ซี่
้
ั

อยู่บนขากรรไกรบน 10 ซี่
ขากรรไกรล่ าง 10 ซี่ งอกขึนมา
้
หลังจากที่เด็กคลอดแล้ ว ช่ วง 6

เดือน และขึนครบอายุ 2 ปี ครึ่งอายุ
้
การใช้ งาน 10 ปี
ระบบย่ อยอาหาร

13
ฟันแท้ ( Permanent teeth )
ฟันแท้ มี 28 - 32 ซี่ แล้ วแต่ ว่า

กรามหลัง ( molar ) จะขึนครบ
้
หรือไม่ ฟันแท้ จะอยู่บนขา
กรรไกร บน 16 ซี่ ล่ าง 16 ซี่

สู ตรฟันแท้ = I C P M 2 1 2 3
-ICPM 2 1 2 3
ระบบย่ อยอาหาร

14
หน้ าที่ของฟัน
 ฟัน ใช้บดเคี้ยวอาหาร บดอาหาร ชิ้นใหญ่ให้มีขนาดเล็กลง
 รักษารู ปใบหน้า เช่น ฟันเขี้ยว ทาให้ใบหน้าไม่บุ่ม
 ช่วยในการออกเสี ยงให้ชดเจนยิงขึ้น เช่น ส ฟ ฝ ช
ั
่

ระบบย่ อยอาหาร

15
ลิน (Tongue)
้
เป็ นกล้ามเนื้อที่สามารถเคลื่อนที่ได้
อย่างคล่องแคล่วในหลายทิศทาง ทาหน้าที่
สาคัญ รับรสอาหาร เพราะมีต่อมรับรส
(Taste Buds), ช่วยคลุกเคล้าอาหารให้ผสม
กับน้ าลาย และตะล่อมให้อาหารเป็ นก้อน,
ช่วยหน่วงเหนี่ยวอาหารไม่ให้ไหลผ่านคอ
หอยเร็ วเกินไป, ช่วยในการกลืนอาหาร, ช่วย
ในการพูด ทาให้พดชัดเจน
ู
ระบบย่ อยอาหาร

16
การรับรสอาหารของลิน
้
ทาหน้ าที่ในการรับรสอาหาร เพราะทีลนมีปุ่ม
่ ิ้
รับรส เรียกว่ า Taste Buds อยู่ 4 ตาแหน่ ง
คือ
รสขม
รสเค็ม
รสหวาน
รสเปรี้ยว

ระบบย่ อยอาหาร

อยู่บริเวณโคนลิน
้
อยู่บริเวณปลายลินและข้ างลิน
้
้
อยู่บริเวณปลายลิน
้
อยู่บริเวณข้ างลิน
้

17
ต่ อมนาลาย ( salivary gland )
้
 เป็ นต่ อมมีท่อ ทาหน้ าที่ผลิตนาลายออกมาวันละประมาณ
้
1 - 1.5 ลิตร ต่ อมนาลายของคนเรา มีอยู่ 3 คู่
้
 ต่ อมนาลายใต้ กกหู เป็ นต่ อมทีมีขนาดใหญ่ สุด หากมีเชื้อไวรัส
้
่
เข้ าไปในต่ อมนีจะทาให้ เป็ นโรคคางทูม
้
 ต่ อมนาลายใต้ ขากรรไกร มีลกษณะคล้ายรู ปไข่
้
ั
 ต่ อมนาลายใต้ ลน อยู่ระหว่ างด้ านในของกระดูกขากรรไกรล่ าง
้
ิ้
ระบบย่ อยอาหาร

18
การย่ อยอาหารในปาก

ระบบย่ อยอาหาร

19
ส่ วนประกอบของนาลาย
้
 มีค่า pH ระหว่าง 6.2 - 7.4 แต่มีประสิ ทธิ ภาพดี เมื่ออยู่
ในค่า pH 6.8
 มีน้ าเป็ นองค์ประกอบ ประมาณ 97 - 99 %
 มีของแข็งปนอยูเ่ ป็ น พวกฟอสเฟต
 มีน้ าย่อยชื่อไทยาลิน หรื อ อะไมเลส ย่อยแป้ ง
 มีสารเมือกช่วยในการหล่อลื่นอาหาร
ระบบย่ อยอาหาร

20
หน้ าที่ของนาลาย
้
 ช่วยควบคุมปริ มาณน้ าในร่ างกาย
 ย่อยอาหารจาพวกคาร์โบไฮเดรต
 เป็ นตัวทาละลายอาหารทาให้อาหารอ่อนตัว
 ไม่ให้ปากแห้งทาให้ปากเปี ยกชื้นเหมาะกับ
การพูด
 ช่วยในการเคลื่อนไหวของลิ้นขณะพูด
ระบบย่ อยอาหาร

21
กระบวนการย่ อยในปาก
 เริ่ มต้นจากการเคี้ยวอาหารโดยการทางานร่ วมกันของ ฟัน ลิ้น และแก้ม
ซึ่งถือเป็ นการย่อยเชิงกล ทาให้อาหารกลายเป็ นชิ้นเล็กๆ มีพ้ืนที่ผวสัมผัส
ิ
กับเอนไซม์ได้มากขึ้น
 ในขณะเดียวกันต่อมน้ าลายก็จะหลังน้ าลายออกมาช่วยคลุกเคล้าให้อาหาร
่
เป็ นก้อนลื่นสะดวกต่อการกลืน
 เอนไซม์ในน้ าลาย คือ ไทยาลิน หรื ออะไมเลสจะย่อยแป้ งในระยะเวลา
่
สั้นๆ ในขณะที่อยูในช่องปากให้กลายเป็ นเดกซ์ทริ น (Dextrin) ซึ่งเป็ น
คาร์โบไฮเดรตที่มีโมเลกุลเล็กกว่าแป้ ง แต่ใหญ่กว่าน้ าตาล
ระบบย่ อยอาหาร

22
คอหอย หรือ Pharynx
2. คอหอย (pharynx) เป็ นท่ออยู่
ระหว่างด้านหลังของช่องปากและ
หลอดลม บริ เวณนี้เป็ น จุดเชื่อม
ระหว่างหลอดลมกับหลอดอาหาร
โดยมีกลไกควบคุมการส่ งอาหาร
หรื ออากาศคนละเวลากัน นอกจากนี้
ยังประกอบด้วยต่อมน้ าเหลือง 3 คู่
่
อยูรอบ ๆ คอหอย มีหน้าที่ดกจับเชื้อ
ั
โรค เรี ยกว่า “ต่อมทอนซิล” (tonsil)
ระบบย่ อยอาหาร

23
3. หลอดอาหาร (oesophagus)
3. หลอดอาหาร (oesophagus) เป็ น
หลอดที่ทาหน้าที่ลาเลียงอาหารที่ต่อ
จากคอหอยไปยังกระเพาะอาหาร
หลอดอาหารยาวประมาณ 25 cm. ไม่ มี
ต่ อมสร้ ำงนำย่ อย หลอดอาหารจะรับ
้
อาหารจากคอหอยโดยการบีบรัดของ
กล้ามเนื้อทางเดินอาหารเป็ นลูกคลื่น
เรี ยกว่า เพอรี สตัลซีส (peristalsis)จาก
บนลงล่างและไม่ มีกำรดูดซึ มอำหำร
ระบบย่ อยอาหาร

24
กระเพาะอาหาร (stomach)
4. กระเพาะอาหาร (stomach)
ผลิต กรดไฮโดรคลอริ ก และน้ าย่อย
อาหารประเภทโปรตีนมีลกษณะเป็ นถุง รู ปร่ าง
ั
คล้ายตัว J ปกติกระเพาะอาหารที่ไม่มีอาหาร
จะมีขนาดประมาณ 50 มิลลิลิตร และสามารถ
ขยายตัวเพื่อบรรจุอาหารได้ 1-1.5 ลิตร
กระเพาะอาหารสามารถย่อยได้โดยการบีบตัว
ทาให้อาหารแตกเป็ นชิ้นเล็กๆ คลุกเคล้ากับ
น้ าย่อยในกระเพาะ ซึ่ งน้ าย่อยประกอบด้วย
่
กรดที่ใช้ยอยโปรตีนชื่อว่าเพปซิ นและเรนนิน
ระบบย่ อยอาหาร

25
การย่ อยในกระเพาะอาหาร
 การย่อยเชิงกล เมื่ออาหารตกมาถึงกระเพาะ
จะมีการหดตัวของกระเพาะเป็ นช่วง ๆ เรี ยก
Peristalsis
 การย่อยทางเคมี ส่ วนใหญ่เป็ นการย่อยโปรตีน
เพปซิน
โปรตีน
เพปไทด์
ระบบย่ อยอาหาร

26
การย่ อยในกระเพาะอาหาร
มีการย่อยโปรตีนเป็ นโปรตีนโมเลกุลย่อย ซึ่งยังไม่สามารถดูดซึมเข้า
สู่เซลล์ไปใช้ประโยชน์ได้
โปรตีน
เคซีน

เพปซิน
pH 2
เรนนิน
pH 2

เพปไทด์
พาราเคซีน (paracasein)
เพปซิน

เพปไทด์
ระบบย่ อยอาหาร

27
โรคแผลของกระเพาะอาหาร
เกิดจากการหลังกรดที่มากเกินไปของกระเพาะ
่
อาหาร ทาให้มีการย่อยและทาลายเยือบุกระเพาะอาหาร
่
ทาให้มีอาการปวดแสบ ปวดท้องใต้ลิ้นปี่ มีเลือดออก
จากแผล และหากแผลลึกมาจะทาให้กระเพาะอาหาร
ทะลุได้

28
วิธีททาให้ กระเพาะอาหารไม่ ถูกทาลาย
ี่
-

กินอาหารให้ตรงเวลา
ไม่รับประทานอาหารรสจัด เช่น เปรี้ ยวจัด เค็มจัด เผ็ดจัด
ไม่กินยาแก้ปวดขณะท้องว่าง
ไม่ดื่มอาหารที่มีแอลกอฮอล์
พยายามทาจิตใจให้แจ่มใสและร่ าเริ งอยูเ่ สมอ ไม่เครี ยด หรื อ
วิตกกังวลมากเกินไป
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ออกกาลังกายเป็ นประจาสม่าเสมอ
ระบบย่ อยอาหาร

29
ลาไส้เล็ก(Small Intestine)
ลาไส้เล็ก (Small Intestine) เป็ นส่ วนที่
ยาวที่สุดของทางเดินอาหาร ต่อมาจาก
กระเพาะอาหาร มีความยาวประมาณ
7-8 เมตร ขดไปมาในช่องท้อง ผนังด้าน
ในของลาไส้เล็กมีลกษณะเป็ นลอนตาม
ั
ขวาง มีส่วนยืนเล็กๆมากมายเป็ นตุ่ม
่
เรี ยกว่า วิลลัส เพื่อเพิมพื้นที่ผวในการ
ิ
่
่
ดูดซึมสารอาหารที่ยอยแล้วได้อย่างมี
ประสิ ทธิภาพ
ระบบย่ อยอาหาร

คาถาม..........วิลลัสในลาไส้ เล็กมีเพือทาหน้ าที่อะไร
่

30
ลาไส้เล็ก(Small Intestine)
แบ่ งเป็ น 3 ส่ วน คือ
อวัยวะส่ วนต้ น
1. ดูโอดีนัม (Duodenum) เป็ นลาไส้ เล็กส่ วนต้ น ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตรรู ปร่ าง
เป็ นตัวยู อยู่ต่อจากกระเพาะอาหาร เป็ นบริเวณทีมสารเคมีหลายชนิด เช่ น
่ ี
Pancreatic Juice เป็ นนาย่อยที่สร้ างจากตับอ่อน, นาดี (Bile) สร้ างจากตับ,
้
้
Intestinal Juice เป็ นนาย่ อยทีสร้ างจากกผนังลาไส้ เล็กของดูโอดีนัม จัดเป็ นส่ วนที่
้
่
มีการย่ อยอาหารเกิดขึ้นมากทีสุด
่
2. เจจนัม (Jejunum) เป็ นส่ วนที่ต่อจาก Duodenum ยาวประมาณ 2 ใน 5 หรือ
ู
ประมาณ 2.50 เมตร เป็ นส่ วนที่มีการดดซึมอาหารมากทีสุด
่
ู
3. ไอเลียม (Ileum) เป็ นลาไส้ เล็กส่ วนสุ ดท้ าย ปลายสุ ดของ Ileum ต่ อกับลาไส้ ใหญ่ มี
ขนาดเล็กและยาวทีสุดประมาณ 4.3 เมตร
่
ระบบย่ อยอาหาร

31
นาดีจากตับ
้

 มีสีเขียว รสขม มีภาวะเป็ นเบส ช่วยลดความเป็ นกรดของอาหารที่
ผ่านมาจากกระเพาะอาหาร
 ทาให้ไขมันแตกตัวเป็ นเม็ดเล็กๆ เพื่อให้เอนไซม์ไลเพสย่อยได้ง่ายขึ้น

ไขมันธรรมดา

นาดี
้

ไขมันแตกตัว

ไลเพส

(emulsified fat)

กรดไขมัน + กลีเซอรอล

่
ถุงนาดี ทาหน้าที่ในการเก็บน้ าดี ดังนั้นผูป่วยที่ผาตัดถุงน้ าดีจึงควรงด
้
้

รับประทานอาหารจาพวกไขมัน
ระบบย่ อยอาหาร

32
ชนิดของนาย่ อยในลาไส้ เล็ก
้
1.น้าย่อยจากตับอ่ อน

2. น้าดี สร้ างจากตับ

3. น้าย่อยที่ลาไส้ เล็ก
สร้ างขึ้นเอง

- อะไมเลส ช่ วยย่อยแปง
้
เป็ นนาตาลมอลโทส
้
- ลิเพส ย่อยไขมันหรือ
นามันเป็ นกรดไขมันและกลี
้
เซอรอล
- ทริปซินย่อยโปรตีนเป็ น
เพปไทด์

มีสีเขียว รสขม มีสมบัติเป็ น
เบส ช่ วยลดความเป็ นกรด
ของอาหารทีผ่านมาจาก
่
กระเพาะอาหาร และช่ วยใน
การย่อยสลายอาหารจาพวก
ไขมันให้ เกิดการแตกตัวเป็ น
โมเลกุลทีเ่ ล็กลงเพือง่ ายต่ อ
่
การย่อยต่ อไป

- อะไมเลส ช่ วยย่ อยแป้ งเป็ น
นาตาลมอลโทส
้
- มอลเทส ย่ อยมอลโทสให้ เป็ น
นาตาลกลูโคส
้
- ซูเครส ย่ อยนาตาลซู โครสให้
้
เป็ นกลูโคสและฟรักโทส
- แลกเทส ย่ อยนาตาลแลกโทส
้
ให้ เป็ นกลูโคสและกาแลกโทส
- เพปติเดส ย่ อยพอลิเทปไทด์ ให้
เป็ นกรดอะมิโน

ระบบย่ อยอาหาร

33
ลาไส้ใหญ่ (Large Intestine)
ลาไส้ใหญ่ (Large Intestine)
มีหน้าที่ดูดซึมน้ า แร่ ธาตุ วิตามิน
บางชนิดและกลูโคสเข้าสู่กระแส
เลือดซึ่งส่ วนใหญ่จะเป็ นน้ า จากนั้น
ลาไส้ใหญ่จะบีบตัวเพื่อให้กาก
อาหารที่ไม่มีประโยชน์แล้ว เรี ยกว่า
อุจจาระ ออกสู่ภายนอกร่ างกายทาง
ทวารหนัก (Rectum) ในลาไส้ใหญ่
จะไม่ มีกำรย่ อยอำหำร
ระบบย่ อยอาหาร

34
ตารางสรุปการย่ อยอาหารเชิงเคมีโดยใช้ นาย่ อย
้
อวัยวะที่ย่อย เอนไซม์
ปาก
กระเพาะอาหาร
ลาไส้เล็ก

อะไมเลส
เพปซิน
ลิเพส
เพปซิน
อะไมเลส
มอลเตส
ซูเครส
แลกเทส

สารทีถูกย่ อย
่

ผลที่ได้ จากการย่ อย

แป้ ง
โปรตีน
ไขมัน,น้ ามัน
เพปไทด์
แป้ ง
น้ าตาลมอลโทส
น้ าตาลซูโครส
น้ าตาลแลกโทส

น้ าตาลมอลโทส
เพปไทด์
กรดไขมันและกลีเซอรอล
กรดอะมิโน
น้ าตาลมอลโทส
น้ าตาลกลูโคส+น้ าตาลกลูโคส
น้ าตาลกลูโคส+น้ าตาลฟรักโทส
น้ าตาลกลูโคส+น้ าตาลกาแลกโทส

 เอนไซม์ในปาก จะทางานได้ดี ในสภาพเป็ นเบสอ่อน
 เอนไซม์ในกระเพาะอาหาร จะทางานได้ดีในสภาพเป็ นกรด
 เอนไซม์ในสาไส้เล็ก จะทางานได้ดีในสภาพเบส
ระบบย่ อยอาหาร

35
สรุปลาดับขั้นการย่ อยอาหาร
คาร์โบไฮเดรต ถูกย่อยเป็ นอันดับแรกในปาก
โปรตีน ถูกย่อยเป็ นอันดับแรกในกระเพาะอาหาร
ไขมัน ถูกย่อยเป็ นอันดับแรกในลาไส้เล็ก
ในลาไส้ เล็กมีการย่ อยอาหารทั้ง คาร์ โบไฮเดรต
โปรตีน และไขมัน
ระบบย่ อยอาหาร

36
คาถามทบทวนความร้ ู
1.
2.
3.
4.
5.

การย่อยอาหารมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?
อาหารที่เรารับประทานเข้าไปจะต้องผ่านการย่อยที่อวัยวะส่ วนใดบ้าง?
เอนไซม์น้ าลายทาหน้าที่อะไร?
สารอาหารประเภทใดไม่ถูกย่อยในกระเพาะอาหาร
อวัยวะส่ วนใดในระบบทางเดินอาหารที่ไม่มีหน้าที่ในการย่อยอาหาร

ระบบย่ อยอาหาร

37
LOGO

38

ระบบย่อยอาหาร

  • 1.
  • 2.
    จุดประสงค์ การเรียนรู้ 1. สามารถอธิบายส่วนประกอบ และหน้ าที่ ของระบบย่ อยอาหารของมนุษย์ 2. อธิบายกระบวนการย่ อยทีเ่ กิดขึนใน ้ ทางเดินอาหารส่ วนต่ างๆ ของมนุษย์ 3. ตระหนักถึงความสาคัญ ทีจะต้ องดูแล ่ รักษาอวัยวะในระบบย่ อยอาหารให้ ทา หน้ าทีเ่ ป็ นปกติ ระบบย่ อยอาหาร 2
  • 3.
    เปรียบเทียบร่ างกาย ในร่ างกายถ้าเปรียบระบบอวัยวะกับการทางานของระบบโรงงานสามารถเปรียบได้ ดงนี้เช่ น ั ผิวหนัง, ขน, เล็บ สมอง ตา ลิน ้ หัวใจ ปอด ไต ตับ กระเพาะอาหาร, ลาไส้ ระบบย่ อยอาหาร เปรียบเหมือน เปรียบเหมือน เปรียบเหมือน เปรียบเหมือน เปรียบเหมือน เปรียบเหมือน เปรียบเหมือน เปรียบเหมือน กาแพง ด่ านตรวจ คอมพิวเตอร์ กล้อง V.D.O. วงจรปิ ด, รปภ. ผู้ตรวจสอบคุณภาพ เครื่องปั้มนา ้ แอร์ ( ก๊าช ) เครื่องกาจัดของเสี ย ถังขยะ ห้ องครัว 3
  • 4.
    ส่ วนประกอบของร่ างกาย ในร่างกายจะประกอบด้ วยหน่ วยของสิ่ งมีชีวตทีเ่ ล็กทีสุดคือ เซลล์ (cell) ิ ่ เซลล์ ทมขนาดเล็กทีสุด คือ สเปิ ร์ ม (sperm) และใหญ่ ทสุดคือไข่ (egg) ี่ ี ่ ี่ cell หลาย ๆ cell รวมกันกลายเป็ น เนือเยือ (tissue) ้ ่ เนือเยือ หลาย ๆ เนือเยือ รวมกันกลายเป็ น อวัยวะ (organ) ้ ่ ้ ่ อวัยวะ หลายๆ อวัยวะ รวมกันกลายเป็ น ระบบ (system) ระบบหลาย ๆ ระบบ รวมกันกลายเป็ น ส่ วนประกอบของร่ างกาย ส่ วนประกอบของร่ างกาย รวมกันกลายเป็ น ร่ างกาย (body) เชลล์ เนือเยือ ้ ่ ระบบย่ อยอาหาร อวัยวะ ระบบ ส่ วนประกอบของร่ างกาย ร่ างกาย 4
  • 5.
    ระบบย่ อยอาหาร (Digestion) ระบบย่อยอาหารคือ กระบวนการที่ทาหน้าที่เปลี่ยน อาหารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ให้เป็ นสารอาหารที่มีโมเลกุลขนาด เล็ก จนร่ างกายสามารถนามาดูดซึมและใช้ประโยชน์ได้ ตัวอย่างอาหารและสารโมเลกุลเล็กที่ร่างกายดูดซึ มได้ เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน น้ าตาลโมเลกุลเดี่ยว กรดอะมิโน กลีเชอรอล กรดไขมัน ระบบย่ อยอาหาร 5
  • 6.
    อวัยวะในการย่ อยอาหารของคน แบ่งออกเป็ น2 ส่ วน 1. อวัยวะที่เป็ นทางเดินอาหาร ปาก คอหอย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ทวารหนัก ลาไส้ใหญ่ ลาไส้เล็ก กากอาหาร ระบบย่ อยอาหาร 6
  • 7.
    อวัยวะในการย่ อยอาหารของคน 2. อวัยวะที่ช่วยย่อยอาหาร แต่ ไม่ ใช่ ทางเดินอาหาร ตับ ระบบย่ อยอาหาร ถุงนาดี ้ ตับอ่ อน 7
  • 8.
  • 9.
    ประเภทของการย่ อยอาหาร 1. การย่อยเชิงกล(Mechanism digestion) คือ การย่อยโดยใช้แรงและการ บีบตัวของท่อทางเดินอาหาร เป็ นการบดให้ละเอียดหรื อให้มีขนาดเล็ก ลง โดยไม่ตองอาศัยเอนไซม์ จะพบในอวัยวะ เช่น ปาก หลอดอาหาร ้ ลาไส้ใหญ่ 2. การย่อยเชิงเคมี (Chemical digestion) คือ เป็ นการย่อยที่ตองอาศัย ้ เอนไซม์ (ใช้น้ าย่อย) ทาให้เกิดปฏิกิริยาเคมี จะพบในอวัยวะ เช่น ปาก กระเพาะอาหาร ลาไส้เล็ก ระบบย่ อยอาหาร 9
  • 10.
    การย่ อยอาหารในปาก 1. ปาก(mouth) เป็ นอวัยวะแรกของระบบย่อยอาหาร ภายใน ประกอบด้วย ฟั น ทาหน้าที่บดเคี้ยวอาหารให้ละเอียด ลิน ทาหน้าที่ ้ ส่ งอาหารให้ฟันบดเคี้ยว และคลุกเคล้าอาหารให้อ่อนตัว ง่ายต่อการ บดเคี้ยวของฟัน ต่ อมนำลำย ทาหน้าที่ขบน้ าลายออกมาคลุกเคล้า ้ ั กับอาหาร ในน้ าลายมีเอนไซม์อะไมเลส ซึ่งสามารถย่อยแป้ งให้เป็ น น้ าตาล ดังนั้นเมื่อเราอมข้าวเปล่าไว้นาน ๆ จึงรู้สึกหวานนิด ๆ ระบบย่ อยอาหาร 10
  • 11.
    การย่ อยอาหารในปาก มีเฉพาะการย่ อยแป้งเท่ านั้น ดังสมการ แป้ ง + นา ้ อะไมเลส เด็กซ์ ตริน + มอลโตส (แปงขนาดเล็ก) ้ ระบบย่ อยอาหาร (นาตาลโมเลกุลคู่) ้ 11
  • 12.
    การย่ อยอาหารในปาก  ปาก( MOUTH )  มีการย่ อยอาหาร 2 แบบ คือ - การย่อยเชิงกล - การย่อยทางเคมี ระบบย่ อยอาหาร 12
  • 13.
    ฟันของคนเรามี 2 ชุด ฟันนานมมีท้งหมด 20 ซี่ ้ ั อยู่บนขากรรไกรบน 10 ซี่ ขากรรไกรล่ าง 10 ซี่ งอกขึนมา ้ หลังจากที่เด็กคลอดแล้ ว ช่ วง 6 เดือน และขึนครบอายุ 2 ปี ครึ่งอายุ ้ การใช้ งาน 10 ปี ระบบย่ อยอาหาร 13
  • 14.
    ฟันแท้ ( Permanentteeth ) ฟันแท้ มี 28 - 32 ซี่ แล้ วแต่ ว่า กรามหลัง ( molar ) จะขึนครบ ้ หรือไม่ ฟันแท้ จะอยู่บนขา กรรไกร บน 16 ซี่ ล่ าง 16 ซี่ สู ตรฟันแท้ = I C P M 2 1 2 3 -ICPM 2 1 2 3 ระบบย่ อยอาหาร 14
  • 15.
    หน้ าที่ของฟัน  ฟันใช้บดเคี้ยวอาหาร บดอาหาร ชิ้นใหญ่ให้มีขนาดเล็กลง  รักษารู ปใบหน้า เช่น ฟันเขี้ยว ทาให้ใบหน้าไม่บุ่ม  ช่วยในการออกเสี ยงให้ชดเจนยิงขึ้น เช่น ส ฟ ฝ ช ั ่ ระบบย่ อยอาหาร 15
  • 16.
    ลิน (Tongue) ้ เป็ นกล้ามเนื้อที่สามารถเคลื่อนที่ได้ อย่างคล่องแคล่วในหลายทิศทางทาหน้าที่ สาคัญ รับรสอาหาร เพราะมีต่อมรับรส (Taste Buds), ช่วยคลุกเคล้าอาหารให้ผสม กับน้ าลาย และตะล่อมให้อาหารเป็ นก้อน, ช่วยหน่วงเหนี่ยวอาหารไม่ให้ไหลผ่านคอ หอยเร็ วเกินไป, ช่วยในการกลืนอาหาร, ช่วย ในการพูด ทาให้พดชัดเจน ู ระบบย่ อยอาหาร 16
  • 17.
    การรับรสอาหารของลิน ้ ทาหน้ าที่ในการรับรสอาหาร เพราะทีลนมีปุ่ม ่ิ้ รับรส เรียกว่ า Taste Buds อยู่ 4 ตาแหน่ ง คือ รสขม รสเค็ม รสหวาน รสเปรี้ยว ระบบย่ อยอาหาร อยู่บริเวณโคนลิน ้ อยู่บริเวณปลายลินและข้ างลิน ้ ้ อยู่บริเวณปลายลิน ้ อยู่บริเวณข้ างลิน ้ 17
  • 18.
    ต่ อมนาลาย (salivary gland ) ้  เป็ นต่ อมมีท่อ ทาหน้ าที่ผลิตนาลายออกมาวันละประมาณ ้ 1 - 1.5 ลิตร ต่ อมนาลายของคนเรา มีอยู่ 3 คู่ ้  ต่ อมนาลายใต้ กกหู เป็ นต่ อมทีมีขนาดใหญ่ สุด หากมีเชื้อไวรัส ้ ่ เข้ าไปในต่ อมนีจะทาให้ เป็ นโรคคางทูม ้  ต่ อมนาลายใต้ ขากรรไกร มีลกษณะคล้ายรู ปไข่ ้ ั  ต่ อมนาลายใต้ ลน อยู่ระหว่ างด้ านในของกระดูกขากรรไกรล่ าง ้ ิ้ ระบบย่ อยอาหาร 18
  • 19.
  • 20.
    ส่ วนประกอบของนาลาย ้  มีค่าpH ระหว่าง 6.2 - 7.4 แต่มีประสิ ทธิ ภาพดี เมื่ออยู่ ในค่า pH 6.8  มีน้ าเป็ นองค์ประกอบ ประมาณ 97 - 99 %  มีของแข็งปนอยูเ่ ป็ น พวกฟอสเฟต  มีน้ าย่อยชื่อไทยาลิน หรื อ อะไมเลส ย่อยแป้ ง  มีสารเมือกช่วยในการหล่อลื่นอาหาร ระบบย่ อยอาหาร 20
  • 21.
    หน้ าที่ของนาลาย ้  ช่วยควบคุมปริมาณน้ าในร่ างกาย  ย่อยอาหารจาพวกคาร์โบไฮเดรต  เป็ นตัวทาละลายอาหารทาให้อาหารอ่อนตัว  ไม่ให้ปากแห้งทาให้ปากเปี ยกชื้นเหมาะกับ การพูด  ช่วยในการเคลื่อนไหวของลิ้นขณะพูด ระบบย่ อยอาหาร 21
  • 22.
    กระบวนการย่ อยในปาก  เริ่มต้นจากการเคี้ยวอาหารโดยการทางานร่ วมกันของ ฟัน ลิ้น และแก้ม ซึ่งถือเป็ นการย่อยเชิงกล ทาให้อาหารกลายเป็ นชิ้นเล็กๆ มีพ้ืนที่ผวสัมผัส ิ กับเอนไซม์ได้มากขึ้น  ในขณะเดียวกันต่อมน้ าลายก็จะหลังน้ าลายออกมาช่วยคลุกเคล้าให้อาหาร ่ เป็ นก้อนลื่นสะดวกต่อการกลืน  เอนไซม์ในน้ าลาย คือ ไทยาลิน หรื ออะไมเลสจะย่อยแป้ งในระยะเวลา ่ สั้นๆ ในขณะที่อยูในช่องปากให้กลายเป็ นเดกซ์ทริ น (Dextrin) ซึ่งเป็ น คาร์โบไฮเดรตที่มีโมเลกุลเล็กกว่าแป้ ง แต่ใหญ่กว่าน้ าตาล ระบบย่ อยอาหาร 22
  • 23.
    คอหอย หรือ Pharynx 2.คอหอย (pharynx) เป็ นท่ออยู่ ระหว่างด้านหลังของช่องปากและ หลอดลม บริ เวณนี้เป็ น จุดเชื่อม ระหว่างหลอดลมกับหลอดอาหาร โดยมีกลไกควบคุมการส่ งอาหาร หรื ออากาศคนละเวลากัน นอกจากนี้ ยังประกอบด้วยต่อมน้ าเหลือง 3 คู่ ่ อยูรอบ ๆ คอหอย มีหน้าที่ดกจับเชื้อ ั โรค เรี ยกว่า “ต่อมทอนซิล” (tonsil) ระบบย่ อยอาหาร 23
  • 24.
    3. หลอดอาหาร (oesophagus) 3.หลอดอาหาร (oesophagus) เป็ น หลอดที่ทาหน้าที่ลาเลียงอาหารที่ต่อ จากคอหอยไปยังกระเพาะอาหาร หลอดอาหารยาวประมาณ 25 cm. ไม่ มี ต่ อมสร้ ำงนำย่ อย หลอดอาหารจะรับ ้ อาหารจากคอหอยโดยการบีบรัดของ กล้ามเนื้อทางเดินอาหารเป็ นลูกคลื่น เรี ยกว่า เพอรี สตัลซีส (peristalsis)จาก บนลงล่างและไม่ มีกำรดูดซึ มอำหำร ระบบย่ อยอาหาร 24
  • 25.
    กระเพาะอาหาร (stomach) 4. กระเพาะอาหาร(stomach) ผลิต กรดไฮโดรคลอริ ก และน้ าย่อย อาหารประเภทโปรตีนมีลกษณะเป็ นถุง รู ปร่ าง ั คล้ายตัว J ปกติกระเพาะอาหารที่ไม่มีอาหาร จะมีขนาดประมาณ 50 มิลลิลิตร และสามารถ ขยายตัวเพื่อบรรจุอาหารได้ 1-1.5 ลิตร กระเพาะอาหารสามารถย่อยได้โดยการบีบตัว ทาให้อาหารแตกเป็ นชิ้นเล็กๆ คลุกเคล้ากับ น้ าย่อยในกระเพาะ ซึ่ งน้ าย่อยประกอบด้วย ่ กรดที่ใช้ยอยโปรตีนชื่อว่าเพปซิ นและเรนนิน ระบบย่ อยอาหาร 25
  • 26.
    การย่ อยในกระเพาะอาหาร  การย่อยเชิงกลเมื่ออาหารตกมาถึงกระเพาะ จะมีการหดตัวของกระเพาะเป็ นช่วง ๆ เรี ยก Peristalsis  การย่อยทางเคมี ส่ วนใหญ่เป็ นการย่อยโปรตีน เพปซิน โปรตีน เพปไทด์ ระบบย่ อยอาหาร 26
  • 27.
    การย่ อยในกระเพาะอาหาร มีการย่อยโปรตีนเป็ นโปรตีนโมเลกุลย่อยซึ่งยังไม่สามารถดูดซึมเข้า สู่เซลล์ไปใช้ประโยชน์ได้ โปรตีน เคซีน เพปซิน pH 2 เรนนิน pH 2 เพปไทด์ พาราเคซีน (paracasein) เพปซิน เพปไทด์ ระบบย่ อยอาหาร 27
  • 28.
  • 29.
    วิธีททาให้ กระเพาะอาหารไม่ ถูกทาลาย ี่ - กินอาหารให้ตรงเวลา ไม่รับประทานอาหารรสจัดเช่น เปรี้ ยวจัด เค็มจัด เผ็ดจัด ไม่กินยาแก้ปวดขณะท้องว่าง ไม่ดื่มอาหารที่มีแอลกอฮอล์ พยายามทาจิตใจให้แจ่มใสและร่ าเริ งอยูเ่ สมอ ไม่เครี ยด หรื อ วิตกกังวลมากเกินไป - พักผ่อนให้เพียงพอ - ออกกาลังกายเป็ นประจาสม่าเสมอ ระบบย่ อยอาหาร 29
  • 30.
    ลาไส้เล็ก(Small Intestine) ลาไส้เล็ก (SmallIntestine) เป็ นส่ วนที่ ยาวที่สุดของทางเดินอาหาร ต่อมาจาก กระเพาะอาหาร มีความยาวประมาณ 7-8 เมตร ขดไปมาในช่องท้อง ผนังด้าน ในของลาไส้เล็กมีลกษณะเป็ นลอนตาม ั ขวาง มีส่วนยืนเล็กๆมากมายเป็ นตุ่ม ่ เรี ยกว่า วิลลัส เพื่อเพิมพื้นที่ผวในการ ิ ่ ่ ดูดซึมสารอาหารที่ยอยแล้วได้อย่างมี ประสิ ทธิภาพ ระบบย่ อยอาหาร คาถาม..........วิลลัสในลาไส้ เล็กมีเพือทาหน้ าที่อะไร ่ 30
  • 31.
    ลาไส้เล็ก(Small Intestine) แบ่ งเป็น 3 ส่ วน คือ อวัยวะส่ วนต้ น 1. ดูโอดีนัม (Duodenum) เป็ นลาไส้ เล็กส่ วนต้ น ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตรรู ปร่ าง เป็ นตัวยู อยู่ต่อจากกระเพาะอาหาร เป็ นบริเวณทีมสารเคมีหลายชนิด เช่ น ่ ี Pancreatic Juice เป็ นนาย่อยที่สร้ างจากตับอ่อน, นาดี (Bile) สร้ างจากตับ, ้ ้ Intestinal Juice เป็ นนาย่ อยทีสร้ างจากกผนังลาไส้ เล็กของดูโอดีนัม จัดเป็ นส่ วนที่ ้ ่ มีการย่ อยอาหารเกิดขึ้นมากทีสุด ่ 2. เจจนัม (Jejunum) เป็ นส่ วนที่ต่อจาก Duodenum ยาวประมาณ 2 ใน 5 หรือ ู ประมาณ 2.50 เมตร เป็ นส่ วนที่มีการดดซึมอาหารมากทีสุด ่ ู 3. ไอเลียม (Ileum) เป็ นลาไส้ เล็กส่ วนสุ ดท้ าย ปลายสุ ดของ Ileum ต่ อกับลาไส้ ใหญ่ มี ขนาดเล็กและยาวทีสุดประมาณ 4.3 เมตร ่ ระบบย่ อยอาหาร 31
  • 32.
    นาดีจากตับ ้  มีสีเขียว รสขมมีภาวะเป็ นเบส ช่วยลดความเป็ นกรดของอาหารที่ ผ่านมาจากกระเพาะอาหาร  ทาให้ไขมันแตกตัวเป็ นเม็ดเล็กๆ เพื่อให้เอนไซม์ไลเพสย่อยได้ง่ายขึ้น ไขมันธรรมดา นาดี ้ ไขมันแตกตัว ไลเพส (emulsified fat) กรดไขมัน + กลีเซอรอล ่ ถุงนาดี ทาหน้าที่ในการเก็บน้ าดี ดังนั้นผูป่วยที่ผาตัดถุงน้ าดีจึงควรงด ้ ้ รับประทานอาหารจาพวกไขมัน ระบบย่ อยอาหาร 32
  • 33.
    ชนิดของนาย่ อยในลาไส้ เล็ก ้ 1.น้าย่อยจากตับอ่อน 2. น้าดี สร้ างจากตับ 3. น้าย่อยที่ลาไส้ เล็ก สร้ างขึ้นเอง - อะไมเลส ช่ วยย่อยแปง ้ เป็ นนาตาลมอลโทส ้ - ลิเพส ย่อยไขมันหรือ นามันเป็ นกรดไขมันและกลี ้ เซอรอล - ทริปซินย่อยโปรตีนเป็ น เพปไทด์ มีสีเขียว รสขม มีสมบัติเป็ น เบส ช่ วยลดความเป็ นกรด ของอาหารทีผ่านมาจาก ่ กระเพาะอาหาร และช่ วยใน การย่อยสลายอาหารจาพวก ไขมันให้ เกิดการแตกตัวเป็ น โมเลกุลทีเ่ ล็กลงเพือง่ ายต่ อ ่ การย่อยต่ อไป - อะไมเลส ช่ วยย่ อยแป้ งเป็ น นาตาลมอลโทส ้ - มอลเทส ย่ อยมอลโทสให้ เป็ น นาตาลกลูโคส ้ - ซูเครส ย่ อยนาตาลซู โครสให้ ้ เป็ นกลูโคสและฟรักโทส - แลกเทส ย่ อยนาตาลแลกโทส ้ ให้ เป็ นกลูโคสและกาแลกโทส - เพปติเดส ย่ อยพอลิเทปไทด์ ให้ เป็ นกรดอะมิโน ระบบย่ อยอาหาร 33
  • 34.
    ลาไส้ใหญ่ (Large Intestine) ลาไส้ใหญ่(Large Intestine) มีหน้าที่ดูดซึมน้ า แร่ ธาตุ วิตามิน บางชนิดและกลูโคสเข้าสู่กระแส เลือดซึ่งส่ วนใหญ่จะเป็ นน้ า จากนั้น ลาไส้ใหญ่จะบีบตัวเพื่อให้กาก อาหารที่ไม่มีประโยชน์แล้ว เรี ยกว่า อุจจาระ ออกสู่ภายนอกร่ างกายทาง ทวารหนัก (Rectum) ในลาไส้ใหญ่ จะไม่ มีกำรย่ อยอำหำร ระบบย่ อยอาหาร 34
  • 35.
    ตารางสรุปการย่ อยอาหารเชิงเคมีโดยใช้ นาย่อย ้ อวัยวะที่ย่อย เอนไซม์ ปาก กระเพาะอาหาร ลาไส้เล็ก อะไมเลส เพปซิน ลิเพส เพปซิน อะไมเลส มอลเตส ซูเครส แลกเทส สารทีถูกย่ อย ่ ผลที่ได้ จากการย่ อย แป้ ง โปรตีน ไขมัน,น้ ามัน เพปไทด์ แป้ ง น้ าตาลมอลโทส น้ าตาลซูโครส น้ าตาลแลกโทส น้ าตาลมอลโทส เพปไทด์ กรดไขมันและกลีเซอรอล กรดอะมิโน น้ าตาลมอลโทส น้ าตาลกลูโคส+น้ าตาลกลูโคส น้ าตาลกลูโคส+น้ าตาลฟรักโทส น้ าตาลกลูโคส+น้ าตาลกาแลกโทส  เอนไซม์ในปาก จะทางานได้ดี ในสภาพเป็ นเบสอ่อน  เอนไซม์ในกระเพาะอาหาร จะทางานได้ดีในสภาพเป็ นกรด  เอนไซม์ในสาไส้เล็ก จะทางานได้ดีในสภาพเบส ระบบย่ อยอาหาร 35
  • 36.
    สรุปลาดับขั้นการย่ อยอาหาร คาร์โบไฮเดรต ถูกย่อยเป็นอันดับแรกในปาก โปรตีน ถูกย่อยเป็ นอันดับแรกในกระเพาะอาหาร ไขมัน ถูกย่อยเป็ นอันดับแรกในลาไส้เล็ก ในลาไส้ เล็กมีการย่ อยอาหารทั้ง คาร์ โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ระบบย่ อยอาหาร 36
  • 37.
    คาถามทบทวนความร้ ู 1. 2. 3. 4. 5. การย่อยอาหารมีกี่ประเภท อะไรบ้าง? อาหารที่เรารับประทานเข้าไปจะต้องผ่านการย่อยที่อวัยวะส่วนใดบ้าง? เอนไซม์น้ าลายทาหน้าที่อะไร? สารอาหารประเภทใดไม่ถูกย่อยในกระเพาะอาหาร อวัยวะส่ วนใดในระบบทางเดินอาหารที่ไม่มีหน้าที่ในการย่อยอาหาร ระบบย่ อยอาหาร 37
  • 38.