1
Digestive System
Principle of
Animals
2
•เพื่อให้นักเรียนสามารถทราบเกี่ยวกับ
ท่อทางเดินอาหารและจำาแนกประเภท
ของกระบวนการย่อยอาหารได้
•เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายความ
แตกต่างของการย่อยอาหารในสัตว์
เลี้ยงแต่ละชนิดได้
•เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายกลไก
การทำางานของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับ
การย่อยอาหารได้
•เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบาย
ขบวนการดูดซึมและการนำาไปใช้
วัตถุประส
งค์
33
กระบวนการย่อยอาหาร
(digestion)
แบ่งได้เป็น 3 ประเภทด้วยกัน คือ
การย่อยโดยวิธีกล (mechanical
digestion)ได้แก่ การเคี้ยวอาหารในปาก การ
บดอาหารในส่วนของกระเพาะบด (gizzard)
ของสัตว์ปีก
การย่อยโดยวิธีเคมี (chemical digestion)
เป็นการย่อยอาหารโดยอาศัยเอ็นไซม์จากส่วน
ต่างๆ ของอวัยวะย่อยอาหาร และอวัยวะที่
เกี่ยวข้อง
การย่อยโดยจุลินทรีย์์ (microbial digestion)
โดยเอนไซม์จากจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในส่วนของ
กระเพาะรูเมนและลำาไส้ใหญ่่
44
1.1. สัตว์์กระเพาะเดี่ยวสัตว์์กระเพาะเดี่ยว ได้แก่ สัตว์์กินเนื้อได้แก่ สัตว์์กินเนื้อ
((carnivorous)carnivorous) เช่น เสือ สิงโต เป็นต้นเช่น เสือ สิงโต เป็นต้น
สัตว์์กินพืชสัตว์์กินพืช ((herbivorous)herbivorous) เช่น ช้างเช่น ช้าง
กระต่าย เป็นต้น และสัตว์์ที่กินเนื้อและพืชกระต่าย เป็นต้น และสัตว์์ที่กินเนื้อและพืช
((omnivorous)omnivorous) เช่นเช่น สุกร เป็นต้นสุกร เป็นต้น
2.2. สัตว์์กระเพาะรวมสัตว์์กระเพาะรวม เป็นสัตว์์ที่ท่อทางเดินเป็นสัตว์์ที่ท่อทางเดิน
อาหารมีการพัฒนามาก เพื่อให้้เหมาะสมกับอาหารมีการพัฒนามาก เพื่อให้้เหมาะสมกับ
อาหารที่กินคืออาหารที่มีเยื่อใยสูง ได้แก่อาหารที่กินคืออาหารที่มีเยื่อใยสูง ได้แก่
โค กระบือ แพะ และ แกะ เป็นต้นโค กระบือ แพะ และ แกะ เป็นต้น
55
ท่อทางเดินอาหาร
(Gastrointestinal tract)
ปาก (mouth)
คอหอย (pharynx)
หลอดอาหาร (esophagus)
กระเพาะอาหาร (stomach)
ลำาไส้เล็ก (small intestine)
ลำาไส้ใหญ่ (large intestine)
ทวารหนัก (anus)
66
ปากปาก ((Mouth)Mouth)
ปากประกอบด้วยปากประกอบด้วย
ริมฝีปากริมฝีปาก ((lips)lips)
ลิ้นลิ้น ((tongue)tongue)
ฟนฟน ((teeth)teeth)
เพดานปากเพดานปาก
ต่อมนำ้าลายต่อมนำ้าลาย ((salivary glands)salivary glands)
77
การจับอาหารเข้า
ปาก(Prehension)
สัตว์เคี้ยวเอื้องไม่มีฟนหน้าบนแต่จะมี
dental pad แทน
ในแกะ แพะ จะมีริมฝีปากบนที่แหว่งเล็ก
น้อยช่วยในการเล็มหญ้าที่อยู่ติดพื้นดินได้
ดี
โคจะมีลิ้นจะมี papillae เรียงตัวไปทาง
โคนลิ้น ทำาให้ยึดจับอาหารได้แน่นหนา
มากขึ้น
ม้าจะใช้ริมฝีปากที่เคลื่อนไหว รวดเร็วหด
ตัวรั้งขึ้นไปช่วยให้ฟนส่วน incisor ตัด
โคนหญ้าได้
88
ปากปาก
((Mouth)Mouth)
99
ลักษณะของการเคี้ยว
(chewing)
แบ่งได้เป็น 2 แบบ
คือ การเคี้ยวแบบขึ้นลง (vertical
movement) เช่น การเคี้ยวอาหารใน
สุกร และ ม้า
และการเคี้ยวอาหารแบบแนวนอน
(horizontal movement หรือ lateral
movement) เช่นในโค และ กระบือ
1010
การย่อยอาหารในปากการย่อยอาหารในปาก
การย่อยอาหารในปากเกิดจากการย่อยการย่อยอาหารในปากเกิดจากการย่อย
โดยวิธีกลหรือวิธีเคมีโดยวิธีกลหรือวิธีเคมี
ในสัตว์์บางชนิด เช่น สุกร สุนัข และม้าในสัตว์์บางชนิด เช่น สุกร สุนัข และม้า
นำ้าลายมี เอนไซม์อะไมเลสนำ้าลายมี เอนไซม์อะไมเลส
ในสัตว์์กระเพาะรวมนำ้าลายจะไม่มีในสัตว์์กระเพาะรวมนำ้าลายจะไม่มี
เอนไซม์ย่อยคาร์โบไฮเดรตเอนไซม์ย่อยคาร์โบไฮเดรต
ลูกสัตว์์จะมีเอนไซม์์ลูกสัตว์์จะมีเอนไซม์์ pregastric lipasepregastric lipase
ทำาหน้าที่ย่อยไขมันในกลุ่มบิวทีริก ซึ่งทำาหน้าที่ย่อยไขมันในกลุ่มบิวทีริก ซึ่ง
เอนไซม์นี้จะหมดไปเมื่อลูกสัตว์หย่านมเอนไซม์นี้จะหมดไปเมื่อลูกสัตว์หย่านม
1111
คอหอย หรือ หลอดคอคอหอย หรือ หลอดคอ
((Pharynx)Pharynx)
คอหอยเป็นท่อเปิดร่วมระหว่างทางเดินคอหอยเป็นท่อเปิดร่วมระหว่างทางเดิน
หายใจและระบบทางเดินอาหารหายใจและระบบทางเดินอาหาร
มีส่วนของมีส่วนของ epiglottisepiglottis ทำาหน้าที่ปิดส่วนทำาหน้าที่ปิดส่วน
ของระบบหายใจของระบบหายใจ ((หลอดลมหลอดลม))
เมื่อสัตว์หายใจเมื่อสัตว์หายใจ epiglottisepiglottis จะปิดช่องจะปิดช่อง
ระหว่างลำาคอระหว่างลำาคอกับหลอดอาหารกับหลอดอาหาร
ทำาให้้อากาศที่หายใจผ่านช่องจมูกเข้าสู่ทำาให้้อากาศที่หายใจผ่านช่องจมูกเข้าสู่
หลอดลมได้สะดวกหลอดลมได้สะดวก
1212
13
Trachea
ขณะที่อาหารอยู่ในปาก ขณะกลืนอาหาร Peristaltic movement
14
หลอดอาหาร (Esophagus)
 เป็นท่อทางเดินอาหารที่เชื่อมต่อระหว่าง
คอหอยกับกระเพาะอาหารส่วนต้น
(cardiac)
 บริเวณรอยต่อระหว่างหลอดอาหารกับ
กระเพาะมีกล้ามเนื้อหูรูด (cardiac
sphincter)
ทำาหน้าที่ควบคุมการเข้าออก
15
หลอดอาหาร (Esophagus)
1616
กระเพาะอาหารกระเพาะอาหาร
จะรับอาหารจากจะรับอาหารจาก
หลอดอาหาร และหลอดอาหาร และ
คลุกเคล้ากับนำ้าย่อยคลุกเคล้ากับนำ้าย่อย
จากกระเพาะให้เป็นจากกระเพาะให้เป็น
ของเหลวเรียกว่าของเหลวเรียกว่า
chymechyme ก่อนที่เคลื่อนก่อนที่เคลื่อน
ลงสู่ลำาไส้เล็กส่วนต้นลงสู่ลำาไส้เล็กส่วนต้น
สามารถแบ่งออกได้สามารถแบ่งออกได้
เป็นเป็น 33 ส่วน คือส่วน คือ
– CardiacCardiac
RegionRegion
1717
เซลล์ที่ทำาหน้าที่คัดหลั่งสารในเซลล์ที่ทำาหน้าที่คัดหลั่งสารใน
กระเพาะอาหารกระเพาะอาหาร
 chief cell ทำาหน้าที่ผลิตและหลั่ง
เอนไซม์์ pepsinogen
 parietal cells เซลล์นี้มีขนาดใหญ่
กว่า chief cells ทำาหน้าที่ผลิตกรดเกลือ
 mucous neck cell ทำาหน้าที่สร้าง
เมือกฉาบผิวของต่อมไม่ให้ถูกย่อยโดย
กรดเกลือ
 argentaffin cells จะมีต่อม 2 ชนิดคือ
mucous neck cell และ argentaffin
1818
การเคลื่อนไหวของกระเพาะการเคลื่อนไหวของกระเพาะ
 การเคลื่อนไหวกระเพาะมี 2 แบบ คือ
 peristaltic movement มีผลให้
อาหารเคลื่อนตัวจากส่วนต้นไปส่วนปลาย
 pendular motility การเคลื่อน
ตัวแบบแกว่งจะทำาให้อาหารคลุกเคล้ากับ
นำ้าย่อย
1919
การย่อยอาหารในกระเพาะการย่อยอาหารในกระเพาะ
อาหารอาหาร
Cephalic Phase เป็นระยะรับกลิ่น รส
หรือนึกถึงอาหาร เส้นประสาท Vagus
จากสมองจะกระตุ้นให้กระเพาะเคลื่อนที่
และการหลั่งสาร
Gastric Phase เป็นระยะที่ก้อนอาหาร
(Bolus) เข้าสู่กระเพาะอาหาร และหลั่ง
ฮอร์โมน Gastrin ไปกระตุ้นให้กระเพาะ
อาหารหลั่ง HCl ออกมารวมกับ
Pepsinogen
Intestinal Phase เป็นระยะที่อาหาร
2020
ลำาไส้เล็กลำาไส้เล็ก ((small intestine)small intestine)
ผนังของลำาไส้เล็กจะมีผนังของลำาไส้เล็กจะมี microvillimicrovilli ทำาทำา
หน้าที่ช่วยในการดูดซึมโภชนะ ซึ่งหน้าที่ช่วยในการดูดซึมโภชนะ ซึ่ง
ลำาไส้เล็กแบ่งออกเป็นลำาไส้เล็กแบ่งออกเป็น 33 ส่วนคือส่วนคือ
แบ่งเป็นแบ่งเป็น 33 ส่วนคือส่วนคือ
ลำาไส้เล็กส่วนต้นลำาไส้เล็กส่วนต้น ((duodenum)duodenum)
เจจูนัมเจจูนัม ((Jejunum)Jejunum)
ไอเลียมไอเลียม ((Ileum)Ileum)
2121
การย่อยอาหารในลำาไส้เล็กการย่อยอาหารในลำาไส้เล็ก
เป็นการย่อยโดยวิธีกลจากการบีบตัวของเป็นการย่อยโดยวิธีกลจากการบีบตัวของ
กล้ามเนื้อเรียบของลำาไส้เล็กกล้ามเนื้อเรียบของลำาไส้เล็ก
เป็นการย่อยโดยวิธีเคมีที่เกิดจากเป็นการย่อยโดยวิธีเคมีที่เกิดจาก
เอนไซม์์ที่ผลิตจากเซลล์์เยื่อบุของเอนไซม์์ที่ผลิตจากเซลล์์เยื่อบุของ
ลำาไส้้เล็กและเอนไซม์์จากตับอ่อนลำาไส้้เล็กและเอนไซม์์จากตับอ่อน
โภชนะที่ถูกย่อยในลำาไส้เล็ก ได้แก่โภชนะที่ถูกย่อยในลำาไส้เล็ก ได้แก่
โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ไวตามินโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ไวตามิน
และแร่ธาตุและแร่ธาตุ
2222
ลำาไส้ใหญ่ลำาไส้ใหญ่
ทำาหน้าที่ดูดซึมนำ้าและแร่ธาตุที่จำาเป็นต่อทำาหน้าที่ดูดซึมนำ้าและแร่ธาตุที่จำาเป็นต่อ
ร่างกายร่างกาย
ถ้ามีเชื้อโรคเข้าสู่ลำาไส้ใหญ่ จะทำาให้ถ้ามีเชื้อโรคเข้าสู่ลำาไส้ใหญ่ จะทำาให้
ลำาไส้ใหญ่ดูดนำ้ากลับสู่เลือดไม่ได้ ทำาให้ลำาไส้ใหญ่ดูดนำ้ากลับสู่เลือดไม่ได้ ทำาให้
เกิดโรคท้องเดินเกิดโรคท้องเดิน ((Diarrhea)Diarrhea)
และถ้ากากอาหารอยู่ในลำาไส้ใหญ่นานและถ้ากากอาหารอยู่ในลำาไส้ใหญ่นาน
เกินไป จะถูกลำาไส้ใหญ่ดูดนำ้าออกมาเกินไป จะถูกลำาไส้ใหญ่ดูดนำ้าออกมา
มาก ทำาให้เกิดโรคท้องผูกมาก ทำาให้เกิดโรคท้องผูก
((Constipation)Constipation)
ลำาไส้ใหญ่มีความยาวประมาณลำาไส้ใหญ่มีความยาวประมาณ 1.51.5
เมตร แบ่งได้เป็นเมตร แบ่งได้เป็น 33 ส่วนคือส่วนคือ
2323
Accessory OrgansAccessory Organs
ฟัน (teeth)
ลิ้น (tong)
ต่อมนำ้าลาย (saliva gland)
ตับ (liver)
ตับอ่อน (pancreas)
2424
ฟันฟัน (Teeth)(Teeth)
สัตว์ชั้นสูงส่วนใหญ่มีฟันอยู่สัตว์ชั้นสูงส่วนใหญ่มีฟันอยู่ 22 ชุด คือฟันชุด คือฟัน
นำ้านม และ ฟันแท้นำ้านม และ ฟันแท้
1.1.ฟันนำ้านมฟันนำ้านม ((deciduous teeth)deciduous teeth) หมายถึงหมายถึง
ฟันชุดที่งอกขึ้นมาตั้งแต่่แรกเกิดมีทั้งหมดฟันชุดที่งอกขึ้นมาตั้งแต่่แรกเกิดมีทั้งหมด
2020 ซี่ และจะหลุดออกไปเมื่อมีฟันแท้้ขึ้นซี่ และจะหลุดออกไปเมื่อมีฟันแท้้ขึ้น
มาแทนที่มาแทนที่
2.2.ฟันแท้้ฟันแท้้ ((permanent teeth)permanent teeth) หมายถึงหมายถึง
ฟันชุดที่เจริญขึ้นมาแทนที่ฟันนำ้านมเมื่อฟันชุดที่เจริญขึ้นมาแทนที่ฟันนำ้านมเมื่อ
สัตว์์เจริญเติบโต มีทั้งหมดสัตว์์เจริญเติบโต มีทั้งหมด 3232 ซี่ซี่
โดยสัตว์ปีกจะไม่มีฟันโดยสัตว์ปีกจะไม่มีฟัน
2525
ลิ้นลิ้น ((Tongue)Tongue)
มีตุ่มรับรส และทำาหน้าที่คลุกเคล้าอาหารมีตุ่มรับรส และทำาหน้าที่คลุกเคล้าอาหาร
ในช่องปากในช่องปาก
ลิ้นสามารถรับรสได้ลิ้นสามารถรับรสได้ 44 รสรส
– รสหวาน อยู่บริเวณปลายลิ้นรสหวาน อยู่บริเวณปลายลิ้น
– รสเค็ม อยู่บริเวณปลายลิ้นและข้างลิ้นรสเค็ม อยู่บริเวณปลายลิ้นและข้างลิ้น
– รสเปรี้ยว อยู่บริเวณข้างลิ้นรสเปรี้ยว อยู่บริเวณข้างลิ้น
– รสขม อยู่บริเวณโคนลิ้นรสขม อยู่บริเวณโคนลิ้น
โดยสัตว์ปีกจะไม่มีตุ่มรับรสบนลิ้นโดยสัตว์ปีกจะไม่มีตุ่มรับรสบนลิ้น
2626
Sensory PapillaeSensory Papillae
- Filiform papillae มีลักษณะเป็นแท่ง
ขนาดเล็กสุด แต่พบมากที่สุด ไม่พบ taste
buds ใน papillae ชนิดนี้
- Fungiform papillae มีลักษณะเป็นรูป
ดอกเห็ด กระจัดกระจายแทรกอยู่ กับ
filiform papillae มักเห็นเป็นจุดที่ลิ้น พบ
taste buds อยู่ทางด้านหลัง
- Foliate papillae ลักษณะเป็นร่องตื้นอยู่
ทางด้านข้างของลิ้นบรรจุ taste buds แต่
มักสลายไปในคน
2727
ต่อมนำ้าลายต่อมนำ้าลาย (Salivary glands(Salivary glands))
Parotid glandParotid gland เป็นต่อมนำ้าลายข้างเป็นต่อมนำ้าลายข้าง
กกหู ซึ่งมีขนาดใหญ่สุดกกหู ซึ่งมีขนาดใหญ่สุด
Submaxillary glandSubmaxillary gland พบอยู่ใต้ต่อมพบอยู่ใต้ต่อม
นำ้าลายข้างกกหูนำ้าลายข้างกกหู
Sublingual glandSublingual gland พบอยู่ใต้ลิ้นพบอยู่ใต้ลิ้น
เป็นต่อมนำ้าลายขนาดเล็กสุดเป็นต่อมนำ้าลายขนาดเล็กสุด
ในนำ้าลายมีเอนไซม์์ไทยาลินเป็นในนำ้าลายมีเอนไซม์์ไทยาลินเป็น
ส่วนประกอบส่วนประกอบ
2828
ต่อมนำ้าลายต่อมนำ้าลาย (Salivary glands(Salivary glands))
2929
ตับตับ ((liver)liver)
ผลิตนำ้ำดีเพื่อช่วยในกำรย่อยไขมันในผลิตนำ้ำดีเพื่อช่วยในกำรย่อยไขมันใน
ส่วนลำำไส้เล็กส่วนลำำไส้เล็ก
เกี่ยวข้องกับขบวนกำรเมตำโบลิซึมของเกี่ยวข้องกับขบวนกำรเมตำโบลิซึมของ
โปรตีน คำร์โบไฮเดรต และไขมันโปรตีน คำร์โบไฮเดรต และไขมัน
ทำำหน้ำที่กำำจัดสำรพิษออกจำกร่ำงกำยทำำหน้ำที่กำำจัดสำรพิษออกจำกร่ำงกำย
((detoxification)detoxification) เช่น กำรเปลี่ยนรูปของเช่น กำรเปลี่ยนรูปของ
แอลกอฮอล์ให้เป็นนำ้ำ และคำร์์บอนไดแอลกอฮอล์ให้เป็นนำ้ำ และคำร์์บอนได
ออกไซด์ออกไซด์
30
3131
ตับอ่อนตับอ่อน ((pancreas)pancreas)
ทำำหน้ำที่ผลิตนำ้ำย่อยสำำหรับย่อยโปรตีนทำำหน้ำที่ผลิตนำ้ำย่อยสำำหรับย่อยโปรตีน
คำร์โบไฮเดรต หรือ ไขมัน โดยมีท่อเปิดคำร์โบไฮเดรต หรือ ไขมัน โดยมีท่อเปิด
((pancreatic duct)pancreatic duct) เข้ำสู่ลำำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งสำรเข้ำสู่ลำำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งสำร
และเอนไซม์ที่สำำคัญ ได้แก่และเอนไซม์ที่สำำคัญ ได้แก่
โซเดียมไฮโดรเจนคำร์บอเนตโซเดียมไฮโดรเจนคำร์บอเนต
((NaHCONaHCO3)3)
เอนไซม์เอนไซม์ trypsinogentrypsinogen
ChymotrypsinogenChymotrypsinogen
procarboxypeptidase pancreaticlipaseprocarboxypeptidase pancreaticlipase
amylaseamylase เป็นต้นเป็นต้น
32
3333
กำรดูดซึมคำร์โบไฮเดรตกำรดูดซึมคำร์โบไฮเดรต
3434
กำรดูดซึมกำรดูดซึม
โปรตีนโปรตีน
3535
กำรดูด
ซึมไขมัน
36
Glycolysis pathway
37
Glycolysis
pathway
38
3939
Acetyl CoA Synthesis
40
4141
สรุปพลังงำนในกระบวนกำรหำยใจแบบใช้ออกซิเจน
4242
กำรย่อยอำหำรในสัตว์ปีกกำรย่อยอำหำรในสัตว์ปีก
(Avian)(Avian)
1. ปำก (beak) จะเป็นจะงอยที่แหลมคม
ภำยในไม่มีฟันและเพดำนอ่อน ซึ่งกลืนลง
กระเพำะโดยไม่ต้องเคี้ยว และภำยในลิ้น
มีกระดูกอ่อน บนลิ้นมีเฉพำะ Filiform
papillae (ไม่มี test bud) จึงรับรสไม่ได้
2. คอหอย (Pharynx) เป็นทำงผ่ำนของ
อำหำรเข้ำสู่หลอดอำหำร
3. หลอดอำหำร (Esophagus) เป็นหลอดที่
นำำอำหำรลงกระเพำะพัก (crop)
4. ถุงพักอำหำร (Crop) เป็นส่วนของ
4343
การย่อยอาหารในสัตว์ปีกการย่อยอาหารในสัตว์ปีก
(Avian)(Avian)
5. กระเพาะอาหาร (Proventiculus) ทำา
หน้าที่ขับนำ้าย่อยออกมาผสมกับอาหาร
6.6. กระเพาะบดกระเพาะบด ((Gizzard)Gizzard) ทำาหน้าที่บดย่อยทำาหน้าที่บดย่อย
อาหารให้แตกละเอียดโดยภายในมีกรวดอาหารให้แตกละเอียดโดยภายในมีกรวด
สะสมอยู่เพื่อช่วยบดย่อยอาหารสะสมอยู่เพื่อช่วยบดย่อยอาหาร
77.. ลำาไส้เล็กลำาไส้เล็ก ((small intestinesmall intestine)) ทำาหน้าที่ทำาหน้าที่
ย่อยและดูดซึมอาหารเข้าสู่ร่างกายย่อยและดูดซึมอาหารเข้าสู่ร่างกาย
8.8. ลำาไส้ใหญ่ลำาไส้ใหญ่ ((large intestine)large intestine) ทำาหน้าที่ทำาหน้าที่
รองรับกากอาหารและดูดซึมนำ้ากลับรองรับกากอาหารและดูดซึมนำ้ากลับ
9. Cloaca อยู่กึ่งกลางระหว่างไส้ตรง
44
4545
4646
ระบบทางเดินอาหารในสัตว์ระบบทางเดินอาหารในสัตว์
เคี้ยวเอื้องเคี้ยวเอื้อง
1.1. ปากปาก ((Mouth)Mouth)
2.2. คอหอยคอหอย
((Pharynx)Pharynx)
3.3. หลอดอาหารหลอดอาหาร
((Esophagus)Esophagus)
4.4. รูเมนรูเมน
((rumenrumen))
5.5. เรติคูลัมเรติคูลัม
((reticulum)reticulum)
6.6. โอมาซัมโอมาซัม
(omasum)(omasum)
7.7. กระเพาะจริงกระเพาะจริง
((abomasumabomasum))
7.7. ลำาไส้เล็กลำาไส้เล็ก
((Intestine)Intestine)
8.8. ลำาไส้ใหญ่ลำาไส้ใหญ่
((Colon)Colon)
47
กระเพาะอาหารของสัตว์เคี้ยว
เอื้อง
แบ่งออกเป็น 4 ส่วน
 กระเพาะรูเมน หรือ กระเพาะผ้าขี้ริ้ว
(rumen)
 กระเพาะรังผึ้ง (reticulum)
 กระเพาะส่วนสามสิบกลีบ (omasum)
 กระเพาะแท้้ (abomasum)
4848
RumenRumen
มีความจุประมาณ 80% ของกระเพาะ
ทั้งหมด
อยู่ติดกับผนังด้านซ้ายของช่องท้อง
ผนังภายในประกอบด้วยแผ่นเล็กๆ
เรียกว่า Papillae
ทำาหน้าที่คลุกเคล้าอาหารและดูดซึม
VFA
4949
ReticulumReticulum
เป็นถุงขนาดเล็ก ผนังภายในมีเป็นถุงขนาดเล็ก ผนังภายในมี
ลักษณะคล้ายรังผึ้งลักษณะคล้ายรังผึ้ง
มีความจุประมาณมีความจุประมาณ 5%5% ของกระเพาะของกระเพาะ
ทั้งหมดทั้งหมด
อยู่ติดกับส่วนหน้าของกระเพาะรูเมนอยู่ติดกับส่วนหน้าของกระเพาะรูเมน
โดยมีผนังกันโดยมีผนังกันruminorumino--reticular foldreticular fold
ซึ่งปิดไม่สนิทซึ่งปิดไม่สนิท
5050
OmasumOmasum
กระเพาะส่วนนี้อยู่ติดกับผิวบนส่วนหน้ากระเพาะส่วนนี้อยู่ติดกับผิวบนส่วนหน้า
ของกระเพาะรูเมนของกระเพาะรูเมน
มีลักษณะเป็นรูปกลมและมีปริมาตรความจุมีลักษณะเป็นรูปกลมและมีปริมาตรความจุ
ประมาณประมาณ7-87-8%%ของกระเพาะทั้งหมดของกระเพาะทั้งหมด
ลักษณะภายในมีลักษณะเป็นแผ่นซึ่งเรียกลักษณะภายในมีลักษณะเป็นแผ่นซึ่งเรียก
ว่าว่า laminaelaminae ซึ่งบนผิวของแผ่นเหล่านี้มีซึ่งบนผิวของแผ่นเหล่านี้มี
ปุ่มอยู่ทั่วทั้งแผ่นปุ่มอยู่ทั่วทั้งแผ่น
กระเพาะส่วนนี้ทำาหน้าที่ดูดเอาของเหลวกระเพาะส่วนนี้ทำาหน้าที่ดูดเอาของเหลว
ในอาหารกลับในอาหารกลับ
5151
Abomasum
กระเพาะจริงอยู่ติดด้านขวาของกระเพาะ
รูเมนและอยู่ติดกับพื้นล่างของช่องท้อง
ทางเปิดเชื่อมต่อจากกระเพาะ omasum
ภายในมีต่อมที่สามารถผลิตนำ้าย่อย
กระจายอยู่ตามเนื้อเยื่อเมือก
ส่วนปลายของกระเพาะเปิดเข้าสู่ลำาไส้เล็ก
มีกล้ามเนื้อหูรูด (pyloric-orifice)
5252
5353
ขบวนการเคี้ยวเอื้อง
RegurgitationRegurgitation == การขยอกอาหารจากการขยอกอาหารจาก
กระเพาะหมักกลับไปที่ปากกระเพาะหมักกลับไปที่ปาก
Swallowing =Swallowing = การกลืนกลับของเหลวลงการกลืนกลับของเหลวลง
ที่ท้องที่ท้อง
Remastication =Remastication = การเคี้ยวอาหารที่การเคี้ยวอาหารที่
ขยอกออกมาให้ละเอียดขยอกออกมาให้ละเอียด
ReinsalivationReinsalivation == การเคี้ยวและการขับการเคี้ยวและการขับ
หลั่งนำ้าลายหลั่งนำ้าลาย
Reswallowing =Reswallowing = การกลืนอาหารกลับลงการกลืนอาหารกลับลง
5454
ฮอร์โมนจากระบบทางเดินฮอร์โมนจากระบบทางเดิน
อาหารอาหาร
แกสตรินแกสตริน (Gastrin)(Gastrin)
ซีครีตินซีครีติน (Secretin)(Secretin)
โคเลซีสโตไคนินโคเลซีสโตไคนิน
(Cholecystokinin;CCK)(Cholecystokinin;CCK)
เอนเทอโรแกสโตรนเอนเทอโรแกสโตรน
(Enterogastron)(Enterogastron)
5555
56

ระบบย่อยอาหารและการสลายสารอาหารระดับเซลล์ 2