More Related Content
PPT
PPT
สารชีวโมเลกุล(Biomolecule) PPS
PPS
PPS
PPT
DOC
PDF
Proteins and nucleic acids What's hot
PDF
PDF
เคมีที่เป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต PDF
PDF
PPT
PPS
PDF
PPT
PDF
PPTX
สารชีวโมเลกุล ( Biomolecular ) PPTX
PPTX
PDF
PPTX
Biomolecule - สารชีวโมเลกุล PPT
PPT
ข้อสอบ O –net เรื่องสารชีวโมเลกุล PPT
ข้อสอบ O –net เรื่องสารชีวโมเลกุล PDF
DOCX
สารชีวโมเลกุล By Prof.Dr.Garsiet Creus PDF
Viewers also liked
PDF
PPT
History of azua, barahona and san and PPTX
PDF
World insurancereport capgemini_2016 PPTX
Το ακριτικό τραγούδι στα βαλκάνια PPTX
The Inter-State relations PPT
PDF
Beta-OH-5-HT-AminoAcids-2014 PPTX
PPTX
PDF
візитне слайд шоу круглий стіл 23.03.12 PPTX
DOCX
Pre installation debrief with club japan PDF
Selling electronic devices!? PPTX
Social lobbying master tor vergata guzz_260414 PDF
PDF
PPT
PDF
Part 2: Health Abroad (Exchange) PDF
そのWebサービスは本当に「あたりまえ」だったのか?~WebSig1日学校2013_個別授業_和田先生 Similar to Biomolecules 2551 (student edition)
PDF
เคมีที่เป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต.pdf PPT
PDF
PPT
PDF
เรื่องสารเคมีภายในเซลล์ cytochemistry ตอนที่ 2 PDF
PDF
PPT
PDF
D uk96ffx ibkbilywm7javnaxhgzo7tzae8kpe577tvf1yazeukdwyk1fv2cxeeu0 PDF
F2 c trkrab6a7fjx9olvgbdkwxdrnxtguivid2apietcu8sasdbhauogp67q2fe9z PDF
H vlddxom6lutp wlwp5hxbjtbilnrrvnlhxgojesqdu5embjzywxrrzdr0g06agpj PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
Z4 nwuv wyilubo8uqg0cnsmbl0xko9lwevbytudic29wvbdbwjypubrfkrtevmdm3 Biomolecules 2551 (student edition)
- 1.
เคมีอินทรีย์ (OrganicChemistry) บทที่ 10 สารชีวโมเลกุล ( Biomolecules ) รศ . ดร . โชติ จิตรังษี ( Ph.D. Organic Chemistry ) Email: jchote@sci.ubu.ac.th Office: Chem 1208 ดร . ศักดิ์ศรี สุภาษร ( Ph.D. Sci. & Tech. Education ) Email: ssaksri@sci.ubu.ac.th Office: SC 1381 - 2.
วัตถุประสงค์ (Learning Objectives ) นักศึกษาสามารถ ... อธิบายลักษณะด้านต่างๆ ของสารชีวโมเลกุล ได้แก่ โครงสร้างทั่วไป หมู่ฟังก์ชัน การเขียนชื่อ การเรียกชื่อของสารชีวโมเลกุลได้ อธิบายสมบัติทางกายภาพ และสมบัติทางเคมีที่สำคัญ ที่นักศึกษาต้องนำไปใช้ในการเรียนวิชาขั้นสูงต่อไป ( เช่น วิชาชีวเคมี เป็นต้น ) อธิบายปฏิกิริยาเคมีที่สำคัญของสารชีวโมเลกุล โดยเฉพาะที่จะต้องใช้ในวิชาที่ต้องเรียนต่อไป ( เช่น วิชาชีวเคมี เคมีของสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เป็นต้น - 3.
สารชีวโมเลกุล - เป็นสารประเภทใดบ้าง ? - มีความสำคัญอย่างไร ? - มีโครงสร้างพื้นฐานเป็นอย่างไร ? สารชีวโมเลกุล - เป็นสารที่มีหน้าที่หรือบทบาทในการดำรงชีวิตของสิ่งที่มีชีวิตต่างๆ - อาจเป็นสารอาหารที่จำเป็น - เป็น .............................. ของร่างกาย - เป็นองค์ประกอบของ ................................ และหน้าที่อื่นๆ - สารเหล่านี้สร้างขึ้นในสิ่งที่มีชีวิตต่างๆ เช่น พืช สัตว์ จุลินทรีย์ ฯลฯ สารชีวโมเลกุล (Biomolecules) - 4.
สารชีวโมเลกุลแบ่งงออกเป็น 4 ประเภท คือ 1. ........................................................ ได้แก่ แป้ง น้ำตาล ซึ่งเป็นสารอาหารของสิ่งมีชีวิตต่างๆ และทำหน้าที่อื่นๆอีกมาก 2. ................................................ เป็นสารที่เป็นสารโครงสร้าง เช่น ผิวหนัง ขน เล็บ เป็นเอนไซม์ และอื่นๆ 3. ................................................................ เป็นสารอาหาร ทำหน้าที่สะสมพลังงานในรูปแบบต่างๆ พบในพืช สัตว์ 4. ...................................................... เป็นสารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ตั้งแต่พืชและสัตว์ชั้นต่ำ จนถึงสัตว์ชั้นสูง มนุษย์ - 5.
1. คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrates) คาร์โบไฮเดรตเป็นสารชีวโมเลกุลที่พืชสังเคราะห์ในกระบวนการ ..................... ........................................... ที่สำคัญมากและรู้จักกันดีได้แก่ กลูโคส (glucose) ฟรุกโตส (fructose) แลคโตส (lactose) ฯลฯ มักเรียกคาร์โบไฮเดรตว่า ..................................... แป้งและน้ำตาลนี้ มีโมเลกุลที่มีตั้งแต่โมเลกุลขนาดเล็ก ( มีคาร์บอน 3 อะตอม ได้แก่ กลีเซอรัลดีไฮด์ เป็นต้น ) จนถึงโมเลกุลขนาดใหญ่ เช่น แป้งชนิดต่างๆ ไกลโคเจน เซลลูโลส ไคติน เป็นต้น โมเลกุลเหล่านี้จะมีโครงสร้างพื้นฐานเหมือนกัน คือ มีหน่วยย่อยมาต่อกันด้วยพันธะที่เรียกว่า ................................................................... - 6.
3. ....... แซคคาไรด์ (……saccharides) เป็นโมเลกุลที่มีหน่วยมอโนแซคคาไรด์ ต่อกัน 3 หน่วย แบ่งคาร์โบไฮเดรตออกเป็นหลายกลุ่ม ตามลักษณะของจำนวนหน่วยย่อยที่เล็กที่สุด ได้แก่ 1. ........ แซคคาไรด์ ( ………saccharide) มีจำนวนหน่วยย่อย 1 หน่วย เช่น .............. และ ............... เป็นต้น น้ำตาลเหล่าเป็นหน่วยที่ไม่สามารถทำให้เล็กลงได้อีก มันจะสามารถต่อกันเป็นโมเลกุลที่ใหญ่ขึ้น 2. ……. แซคคาไรด์ (….saccharides) เป็นโมเลกุลที่มีหน่วยมอโนแซคคาไรด์ ต่อกัน 2 หน่วย เช่น …………………………………………… เป็นต้น 4. ........ แซคคาไรด์ (…….saccharides) เป็นโมเลกุลที่มีหน่วยมอโนแซคคาไรด์ต่อกันจำนวนมาก ได้แก่ .............................................................. - 7.
1.1 โครงสร้างของคาร์โบไฮเดรต ( หรือแป้งและน้ำตาล ) มีโครงสร้างเป็น พอลิไฮดรอกซีแอลดีไฮด์ (polyhydroxyaldehydes) หรือพอลิไฮดรอกซีคีโตน (polyhydroxyketone) เช่น กลูโคสเป็นน้ำตาล ............... (………………) เพราะมีจำนวนคาร์บอน 6 อะตอมในโมเลกุล มีหมู่ฟอร์มิลหรือหมู่แอลดีไฮด์ (formyl group; ______) มีหมู่ไฮดรอกซิล (Hydroxyl group; -OH) หลายหมู่ โครงสร้างแบบนี้เรียกว่า โครงสร้างเปิด (open- chain structure) นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างวง (cyclic หรือ ring structure) ที่เกิดจากการปิดวงของโครงสร้างเปิด - 8.
กลูโคสมีโครงสร้างวง ที่มีขนาดของวง 6 อะตอม ( เรียกว่า six-membered ring) ซึ่งเกิดจากการปิดวง โดยหมู่ไฮดรอกซิลทำปฏิกิริยากับหมู่คาร์บอนิลของแอลดีไฮด์ ให้อะซิตัล (acetal) ........................ ของกลูโคส ...................... ของกลูโคส โครงสร้างเปิดและวงของกลูโคส .................................................... - 9.
โครงสร้างเปิด ( Open-chainstructure) โครงสร้างวง (Cyclic structure) โครงสร้างเปิดและโครงสร้างวงจะ อยู่ในสมดุล (equilibriumm) กัน น้ำตาลฟรุกโตส เกิดโครงสร้างที่เป็นวงเช่นเดียวกัน จงสังเกตว่าโครงสร้างของฟรุกโตสแตกต่างจากกลูโคสตรงคาร์บอนที่ ………… .. ( เป็นหมู่คาร์บอนิลทั้งคู่ แต่เป็นหมู่คาร์บอนิลคนละชนิด ) - 10.
1.2 ปฏิกิริยาเคมีของคาร์โบไฮเดรตคาร์โบไฮเดรตเกิดปฏิกิริยาผ่านโครงสร้างเปิด เช่น กลูโคสมีสมบัติเป็นตัวรีดิวส์ เพราะมี ................................................ ในโครงสร้างเปิด จะเกิดปฏิกิริยาต่างๆ เช่น Tollens’ reaction, Fehling’s reaction เป็นต้น หมู่แอลดีไฮด์อิสระทำปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ ( ในกรด ) ..................... ปฏิกิริยาระหว่างหมู่คาร์บอนิลของแอลดีไฮด์หรือคีโตนกับแอลกอฮอล์จะ ............... พันธะไกลโคซิดิก (Glycosidic linkage) - 11.
- 12.
Mutarotation เป็นปรากฏการณ์ที่โมเลกุลของแป้งหรือน้ำตาลที่มีหมู่แอลดีไฮด์อิสระสามารถเปลี่ยนโครงสร้างหมู่ไฮดรอกซิลของอะซิทัลได้ 2 แบบ ซึ่งอยู่ในสมดุลกันระหว่างโครงสร้างเปิดกับโครงสร้างวง โครงสร้างเปิดของ D-(+)-glucose (36 %) (64 %) - 13.
- 14.
- 15.
แป้งเป็นพอลิแซคคาไรด์ มีโครงสร้างที่หลากหลาย ขึ้นกับแหล่งกำเนิด แต่มีโครงสร้างพื้นฐาน 2 ส่วน คือ (i) หน่วยที่เป็นโครงสร้างเส้นตรง (linear structure) เรียกว่า .................................................... (ii) หน่วยที่มีโครงสร้างเป็นแขนง (branch-chain structure) เรียกว่า …………………………………… .. - 16.
- 17.
เซลลูโลส (Cellulose) เป็นพอลิแซคคาไรด์ที่เป็นส่วนโครงสร้างของพืชชั้นสูง เป็นเนื้อไม้ ( มีเซลลูโลสประมาณ 50% ) ใยฝ้าย ( มีเซลลูโลสประมาณ 90% ) เซลลูโลสจะมี intermolecular hydrogen bonding ทำให้มีสายที่เป็น .................. ................. ในอุตสาหกรรม มีการผลิตเป็นเรยอง (rayon) และเป็นพอลิเมอร์อื่นๆ - 18.
ไคติน (chitin) มีโครงสร้างคล้ายเซลลูโลส แต่มีหมู่ N-acetylamino ที่คาร์บอนที่ 2 ของหน่วยกลูโคส พบไคตินเป็นองค์ประกอบของ .................................................................................... - 19.
2. กรดอะมิโน (Amino acids) และโปรตีน (Proteins) กรดอะมิโน เป็นสารประกอบที่สำคัญมาก มันเป็นองค์ประกอบของโปรตีนที่นับว่า มีความสำคัญที่สุดอีกชนิดหนึ่งของสิ่งมีชีวิต คำว่า โปรตีน ภาษาอังกฤษคือ protein มารากศัพท์มาจากภาษากรีก proteos แปลว่า ...................................... ( ซึ่งแสดงถึงความสำคัญของสารกลุ่มนี้ ) - 20.
ในธรรมชาติ จะพบกรดอะมิโนในรูปของพอลิเมอร์ต่างๆ ที่เรียกว่า เพปไทด์ (Peptides) และโปรตีน (Proteins) แบ่งพอลิเมอร์เหล่านี้ตามจำนวนของหน่วยพื้นฐาน (monomer) ของ กรดอะมิโน และเรียกชื่อของกลุ่ม ดังนี้ … .peptides มีกรดอะมิโน 2 หน่วย … ..peptide มีกรดอะมิโน 3 หน่วย ……… .peptide มีกรดอะมิโน 4-10 หน่วย ……… .peptide มีกรดอะมิโนจำนวนมาก Proteins เป็น ............................................. มีกรดอะมิโน 40-400 หน่วย - 21.
2.1 โครงสร้างทั่วไปของกรดอะมิโนและเพปไทด์กรดอะมิโนมีโครงสร้างเป็น – aminocarboxylic acid ในธรรมชาติมักพบในรูปของไอออน เรียกว่า ………………… .. กรดอะมิโนจะยึดกันด้วยพันธะเอไมด์ หรือ .................................................... - 22.
2.2 โครงสร้างของกรดอะมิโนและการเรียกชื่อสิ่งที่มีชีวิต ( จุลินทรีย์ พืช และสัตว์ ) สามารถสังเคราะห์กรดอะมิโนต่างๆ ได้ แต่สัตว์ชั้นสูงบางชนิดอาจไม่สามารถสร้างกรดอะมิโนบางตัวได้ ( เป็นกลุ่มที่เรียกว่า ..................................... ซึ่งต้องได้มาจากสารอาหาร ) กรดอะมิโนมีโครงสร้างทั่วไปเป็น L- -amino acid L- – Amino acid สูตรโครงสร้างแบบ Fischer Projection Formula สูตรโครงสร้างที่แสดง ทิศทางที่อะตอมหรือหมู่ต่างๆ ต่อที่ C - 23.
- 24.
มีกรดอะมิโนที่พบมากในธรรมชาติ 20 ชนิด ( ยังมีชนิดอื่นๆ แต่จะพบน้อย ) กรดอะมิโนมีลักษณะ แตกต่างกันที่ ........... ( ที่ต่อกับ – carbon) ซึ่งมีโครงสร้างที่หลากหลาย และใช้ในการจัดกลุ่มของกรดอะมิโน มักเรียก ชื่อสามัญ (common) ของกรดอะมิโน ซึ่งมักได้จากภาษากรีก ที่บอกสมบัติบางอย่างของกรดนั้น เช่น glycine มาจาก glykos แปลว่า .................. tyrosine มาจากคำว่า tyros แปลว่า ………… . มีการ ใช้สัญลักษณ์แทนชื่อของกรด โดยใช้อักษร 3 ตัวแรก เช่น gly แทน ................. ( ยังมีสัญลักษณ์แบบอื่น เช่น ใช้อักษร 1 ตัวแรก ) - 25.
- 26.
- 27.
2.3 โครงสร้างแบบต่างๆของกรดอะมิโนและโปรตีน กรดอะมิโนเกิดพันธะไฮโดรเจนได้ เพราะมีหมู่ที่มีขั้ว 2 หมู่ คือ ........................... ............................. โครงสร้างของกรดอะมิโนที่เป็น L ลักษณะ การเกิดพันธะไฮโดรเจนมีความสำคัญต่อโครงสร้าง 3 มิติของ เพปไทด์และโปรตีน ทำให้มีโครงสร้างเป็นสายที่เป็น ................................ และเป็นสายคู่ที่เรียกว่า ........................... ซึ่งจะพบในสารพันธุกรรม คือ ดีเอ็นเอ (deoxyribonucleic acids) และ อาร์เอ็นเอ (ribo-nucleic acids) และโปรตีนต่างๆ - 28.
กรดอะมิโนจะต่อกันเป็นเพปไทด์หรือโปรตีนในรูปแบบต่างๆ (1) โครงสร้างแผ่นแบน (Flat-sheet structure) มีลักษณะเป็นสายตรง มีพันธะไฮโดรเจนระหว่าหมู่อะมิโนกับหมู่คาร์บอนิลของแต่ละสายที่เรียงตัวขนานกัน แต่จะมีหมู่ขนาดใหญ่ของ ………………… . มาเบียดกัน ทำให้ ........................................... หมู่ขนาดใหญ่ของ sidechain มาเบียดกัน - 29.
(2) โครงสร้างแบบพับจีบ (Pleated-sheet structure) เป็นโครงสร้างที่เกิดจากการบิดของพันธะต่างๆ ของสายเพปไทด์หรือโปรตีน เพื่อ ............................................................ ( ที่ต่อที่สายของโปรตีน ) ทำให้ได้ลักษณะเป็นแผ่นที่ทบไปมา สังเกตการเกิดพันธะไฮโดรเจนระหว่างหมู่คาร์บอนิลกับหมู่อะมิโนระหว่างสาย - 30.
(3) โครงสร้างแบบเกลียว (Helix structure) เป็นโครงสร้างที่มีลักษณะเป็นเกลียวเวียนขวา มีพันธะ ......................... ยึดสายของเพปไทด์หรือโปรตีนไว้พบในโปรตีนทั่วไป - 31.
- 32.
สายของ เคอราทิน (keratin) ซึ่งเป็นโปรตีนของ ................. มีทั้งที่เป็นผมหยิกหรือหยักศก (curly hair) และที่เส้นผมตรง (straight hair) ซึ่ง เกิดจากพันธะ …………………………… .………. ระหว่างสายของเคอราทิน มีลักษณะการจับที่แตกต่างกัน - 33.
โครงสร้างของเอนไซม์ humancarbonic anhydrase มีโครงสร้างหลายแบบในโปรตีนนี้ -Pleated sheets ได้แก่ ........................ -helix ได้แก่ ................... - 34.
2.4 สมบัติทางเคมี2.4.1 ความเป็นกรด - เบสของกรดอะมิโน หมู่ทั้งสองของกรดอะมิโนสามารถอยู่ในโครงสร้างกรด (acidic form) และโครงสร้างเบส (basic form) ได้ ส่วนจะอยู่ในรูปแบบใด จะ ขึ้นกับ pH ของสารละลาย ในสารละลายกรดแก่ (very acidic solution) ซึ่ง pH เข้าใกล้ 0 หมู่อะมิโนและหมู่คาร์บอกซิลจะอยู่ในโครงสร้าง ………………… ในสารละลายที่เป็นกลาง pH = 7 หมู่คาร์บอกซิลจะอยู่ในโครงสร้างเบส ส่วนหมู่อะมิโนจะอยู่ในโครงสร้าง .......... เรียกว่าเป็นโครงสร้างแบบ ………………… . ………………………. ในสารละลายเบสแก่ (very basic solution) ซึ่ง pH เกือบเท่ากับ 11 หมู่อะมิโนและหมู่คาร์บอกซิลจะอยู่ในโครงสร้าง ............ - 35.
โครงสร้างไอออนขั้วคู่ (Dipolarion หรือ Zwitterion) กรดอะมิโนใดๆ จะมีโครงสร้างที่มีประจุแบบใดแบบหนึ่งเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในสารละลายที่มี pH เท่าใดก็ตาม ในร่างกายของมนุษย์ จะมีค่า physiological pH เท่ากับ 7.3 ดังนั้น กรดอะมิโน ต่างๆ จะมีโครงสร้างเป็น ………………… .. - 36.
2.4.2 IsoelectricPoint (pI) ของกรดอะมิโน Isoelectric Point (pI) คือ ค่า pH ที่กรดอะมิโนมีโครงสร้างที่ไม่มีประจุใดๆ สามารถคำนวณได้จากค่า pH ของหมู่อะมิโนและหมู่คาร์บอกซิลของกรดแต่ละชนิด คำนวณค่า pI ได้ : pI = (2.34 + 9.69) / 2 = ………………… = ………… ( กรดอะมิโนแต่ละชนิดมีค่า pK a ของหมู่อะมิโนและของหมู่คาร์บอกซิลิกไม่เท่ากันทำให้มีค่า pI ไม่เท่ากันด้วย ) - 37.
3. ไลปิด (Lipids) ไลปิด หมายถึง สารประกอบอินทรีย์ที่พบในสิ่งที่มีชีวิตต่างๆ ที่มีสมบัติอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือ .................................................................. (nonpolar organic solvents) ไลปิดประกอบด้วยสารหลายประเภท จะยกตัวอย่างเพียงประเภทเดียว คือ ไตรเอซิลกลีเซอรอล (Triacylglycerols) หรือไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) ซึ่งจะมีสารที่รู้จักกันดี คือ ............................................................ พบไขมันและน้ำมันได้ในแหล่งต่างๆ ทั้งพืช สัตว์ แมลง และสิ่งที่มีชีวิตอื่นๆ - 38.
ตัวอย่างของไลปิด ได้แก่ - ไขมันและน้ำมัน (Fats and Oils) - ขี้ผึ้ง (Waxes) - วิตามินที่ละลายในไขมัน (Fat-soluble vitamins) - ฟอสโฟไลปิด (Phospholipids) - เทอร์พีน (Terpenes) สารประกอบในแต่ละกลุ่มนี้ ต่างทำหน้าที่แตกต่างกัน และมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิต เช่น ไขมันทำหน้าที่ด้าน .................. เป็น .............................. ในสัตว์ต่างๆ เช่น แมวน้ำ เพนกวิน สิงโตทะเล แม้แต่บนผิวของใบไม้ต่างๆ ฯลฯ - 39.
- 40.
3.1 ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) ไตรกลีเซอไรด์ เป็นกลุ่มของสารอินทรีย์ที่มีโครงสร้างพื้นฐานเหมือนกัน คือ มีโครงสร้างเป็นเอสเทอร์ระหว่าง ............................................................................. ........................................................... กลีเซอรอลเป็นแอลกอฮอล์ที่มี ......................... 3 หมู่ ในไตรกลีเซอไรด์ จะมีหน่วยของกรดไขมัน 3 หน่วยต่ออยู่ หน่วยของกรดไขมันแต่ละหน่วยอาจไม่เหมือนกันก็ได้ ไขมันเป็นของแข็ง ( ส่วนมากได้จากสัตว์ ) น้ำมันเป็นของเหลว ( ได้จากพืชต่างๆ ) - 41.
โครงสร้างของกรดไขมันในไตรกลีเซอไรด์ กรดไขมันอาจเป็นกรดไขมัน .................. (saturated fatty acid) ไม่มี >C=C< ในโครงสร้างโมเลกุล กรดเหล่านี้จะมีจุดเดือด ........ กรดไขมัน .................... ( unsaturated fatty acid) มี >C=C< ในโครงสร้างโมเลกุล กรดไขมันที่มีพันธะคู่มากกว่าหนึ่งพันธะ เรียกว่า polyunsaturated fatty acids กรดเหล่านี้มีจุดเดือด ....... ไตรกลีเซอไรด์ที่ มีกรดไขมันอิ่มตัวมาก จะเป็น ......................................... ได้แก่ไขมันจากสัตว์ เช่น น้ำมันหมู หรือไขสัตว์ต่างๆ เป็นต้น ไตรกลีเซอไรด์ที่ มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวมาก ........................................ เรียกว่าน้ำมัน ได้จากพืชน้ำมันต่างๆ เช่น ข้าวโพด ถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน ฯลฯ - 42.
- 43.
- 44.
- 45.
ไขมัน (Fats ) โครงสร้างของไตรกลีเซอร์ที่มีกรดไขมันอิ่มตัวจะเรียงตัวกันได้ .......................................................................................................... น้ำมัน ( Oils ) ไตรกลีเซอไรด์ที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงจะเป็น ……………… เรียกว่าน้ำมัน (Oils) ส่วนที่เป็นสายของไฮโดรคาร์บอน .............. ....................................................