ระบบจำนวนจริง 1.  จำนวนตรรกยะ  คือ  จำนวนที่เขียนในรูป 1.1  จำนวนเต็ม  เช่น  0  , 1 , - 1 ,  2 , -2 ,  3 , -3 , . .  .  1.2  จำนวนที่เขียนในรูปเศษส่วนของจำนวนเต็ม เช่น  1.3  จำนวนที่เขียนในรูปทศนิยมซ้ำ เช่น  4.14  ,  2.  จำนวนอตรรกยะ   คือ จำนวนที่ไม่สามารถเขียนในรูปเศษส่วนของ   จำนวนเต็มที่ตัวส่วนไม่เป็นศูนย์  แต่เขียนได้ในรูปทศนิยมไม่ซ้ำ  เช่น ,  0.353353335...
แผนผังแสดงความสัมพันธ์ของจำนวน จำนวนเชิงซ้อน จำนวนจริง จำนวนเชิงซ้อน ที่ไม่ใช่จำนวนจริง จำนวนอตรรกยะ จำนวนตรรกยะ จำนวนตรรกยะ ที่ไม่ใช่จำนวนเต็ม จำนวนเต็ม จำนวนเต็มลบ ศูนย์  จำนวนเต็มบวก หรือ  จำนวนนับ
ตัวอย่าง  จงหาผลหารและเศษ เมื่อหาร  2 x 2  -   7 x  + 3   ด้วย  x  + 2 วิธีทำ ใช้วิธีการหารสังเคราะห์ 2 - 7 3 -2 2 - 4 + - 11 22 25 ผลหาร  2 x - 11 เศษ  25
การเท่ากันในระบบจำนวน 1.  สมบัติการสะท้อน เช่น  a  =  a 2.  สมบัติการสมมาตร เช่น  ถ้า  a   =  b   แล้ว  b  =  a 3.  สมบัติการถ่ายทอด ถ้า  a  =  b  และ  b  =  c   แล้ว  a  =  c  4.  สมบัติของการบวกด้วยจำนวนที่เท่ากัน ถ้า  a   =  b   แล้ว  a  +  c  =  b + c   5.  สมบัติการคูณด้วยจำนวนเท่ากัน ถ้า  a   =  b   แล้ว  a   c  =  b c
การบวกและการคูณในระบบจำนวนจริง บทนิยาม  ในระบบจำนวนจริง  เรียกจำนวนจริงที่บวกกับจำนวนจริง   จำนวนใดก็ตามได้ผลลัพธ์เป็นจำนวนจริงจำนวนนั้นว่า   เอกลักษณ์การบวก ถ้า  z  เป็นเอกลักการบวกแล้ว  z  +  a  =  a  =  a + z  โดยที่  a  เป็นจำนวนจริงใดๆ บทนิยาม  ในระบบจำนวนจริง  อินเวอร์สการบวก ของจำนวนจริง  a    ( ใช้แทนด้วยสัญลักษณ์  -  a )  หมายถึงจำนวนจริงที่บวกกับ  a    แล้วได้ ศูนย์  กล่าวคือ  a  + (-a)  =  0  =  (-a)  + a
สมบัติของระบบจำนวนจริงเกี่ยวกับการบวก 1.  สมบัติปิดของการบวก 2.  สมบัติการสลับที่ของการบวก 3.  สมบัติการเปลี่ยนกลุ่มของการบวก 4.  เอกลักษณ์การบวก 5.  อินเวอร์สการบวก
การลบและการหารจำนวนจริง บทนิยาม   เมื่อ  a  และ  b  เป็นจำนวนจริงใดๆ  a - b  =  a + (-b) ทฤษฎีบทที่  1   ถ้า  a ,  b  และ  c  เป็นจำนวนจริง 1.  a (b - c)  =  ab  - ac 2.  (a - b)c  =  ac  - bc 3.  (- a) (b - c)  =  - ab  + ac บทนิยาม  เมื่อ  a  และ  b  เป็นจำนวนจริงใดๆ  ทฤษฎีบทที่  2  ถ้า  จะได้
ทฤษฎีบทที่  3
การแก้สมการตัวแปรเดียว ตัวอย่าง จงแก้สมการ  3x 3  + 2x 2  - 12x  -  8  =  0 วิธีทำ จะได้  (3 x 3  + 2x 2  )  -  (12x  +  8)  =  0  x 2   (3x + 2)   -  4  (3x + 2)   =  0 (3x + 2)  (x 2  - 4)  =  0 (3x + 2)  (x + 2) (x - 2)  =  0 นั่นคือ  3 x + 2  =  0   หรือ  x + 2  =  0 หรือ  x - 2  =  0 จะได้  x  =  -2 3 หรือ  x  =  -2 หรือ  x  =  2  ดังนั้น เซตคำตอบคือ
ทฤษฎีบทเศษเหลือ  (remainder theorem) เมื่อ  p(x)   คือพหุนาม  โดยที่  n  เป็นจำนวนเต็มบวก    เป็นจำนวนจริงซึ่ง  ถ้าหารพหุนาม  p (x)  ด้วยพหุนาม  x - c     เมื่อ  c  เป็นจำนวนจริง  แล้วเศษจะเท่ากับ  p(c) ตัวอย่าง จงหาเศษ เมื่อหาร  x 3  - 4x 2  + 3x + 2  ด้วย  x -  1   วิธีทำ เศษ คือ  p( 1 )  = ( 1 ) 3  - 4( 1 ) 2  + 3( 1 ) + 2 =  2 ,  x  +  2 เศษ คือ  p( -2 )  = ( -2 ) 3  - 4( -2 ) 2  + 3( -2 ) + 2 =  -28
ทฤษฎีบทตัวประกอบ  (factor  theorem) เมื่อ  p(x)   คือพหุนาม  โดยที่  n  เป็นจำนวนเต็มบวก    เป็นจำนวนจริงซึ่ง  พหุนาม  p (x)  นี้จะมี  x - c     เป็นตัวประกอบ ก็ต่อเมื่อ  p ( c)  =  0   ตัวอย่าง จงแสดงว่า  x -  2  เป็นตัวประกอบ  x 3  - 5x 2  + 2x + 8  วิธีทำ จะได้  p( 2  )  = ( 2 ) 3  - 5( 2 ) 2  + 2( 2 ) + 8 =  0 ให้  p(x)   =  x 3  - 5x 2  + 2x + 8  ดังนั้น  x - 2  เป็นตัวประกอบของ   x 3  - 5x 2  + 2x + 8
ทฤษฎีบทตัวประกอบจำนวนตรรกยะ เมื่อ  p(x)   คือพหุนาม  โดยที่  n  เป็นจำนวนเต็มบวก    เป็นจำนวนจริงซึ่ง   ถ้า  เป็นตัวประกอบของพหุนาม  p(x)  โดยที่  m  และ  k  เป็นจำนวนเต็มซึ่ง  และ  ห . ร . ม .  ของ  m  และ  k  เท่ากับ  1  แล้ว    m  จะเป็นตัวประกอบของ    k  จะเป็นตัวประกอบของ
สมบัติการไม่เท่ากัน บทนิยาม   สมาชิกของ  R +   เรียกว่า  จำนวนจริงบวก และ ถ้า  เราเรียก  a  ว่า จำนวนลบ บทนิยาม  a  <  b  หมายความว่า   a  >  b  หมายความว่า  สมบัติไตรวิภาค   ( trichotomy  property) ถ้า  a  และ  b  เป็นจำนวนจริงแล้ว  a = b  , a < b  และ  a > b   จะเป็นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง
ทฤษฎีบทที่  1   สมบัติการถ่ายทอด   ถ้า  a > b  และ  b > c  แล้ว  a > c ทฤษฎีบทที่  2  สมบัติการบวกด้วยจำนวนที่เท่ากัน   ถ้า  a > b  แล้ว  a + c  >  b + c  c  เป็นจำนวนใดๆ ทฤษฎีบท  3  จำนวนบวกและจำนวนลบเปรียบเทียบกับ  0   a  เป็นจำนวนบวก  ก็ต่อเมื่อ  a > 0   a  เป็นจำนวนลบ  ก็ต่อเมื่อ  a < 0
ทฤษฏีบทที่  4   สมบัติของการคูณด้วยจำนวนเท่ากันที่ไม่เป็นศูนย์   กรณี  1  ถ้า  a > b  และ  c > 0  แล้ว  ac  >  bc   กรณี  2   ถ้า  a  >  b  และ  c < 0  แล้ว  ac  <   bc   ทฤษฏีบทที่  5   สมบัติการตัดออกสำหรับการบวก   ถ้า  a + c  >  b + c  แล้ว  a  >  b ทฤษฏีบทที่  6   สมบัติการตัดออกสำหรับการคูณ   กรณี  1   ac  >  bc  และ  c  > 0  แล้ว  a  >  b   กรณี  2   ac  >  bc  และ  c  <  0  แล้ว  a  <  b
ตัวอย่างที่ 1  จงหาเซตคำตอบของอสมการ วิธีทำ แยกตัวประกอบจะได้ ( x - 4 ) (x + 2)  >  0 x = 4  หรือ  x  =  -2 จะได้  (x - 4 ) (x + 2)  = 0 พิจารณาช่วงคำตอบ -2 4 + - + (  เริ่มที่ช่วงขวาสุดเป็น  +   และสลับกับ   -  ) เซตคำตอบที่สอดคล้องอสมการคือ
ตัวอย่างที่  2 จงหาเซต คำตอบ วิธีทํา + - + เซตคำตอบคือ นำ  -1  คูณทั้งสองข้าง เปลี่ยนเครื่อง    หมาย จะได้
ตัวอย่างที่  3 จงหาเซต คำตอบ วิธีทํา + - + เซตคำตอบคือ 2 1  4 5
ตัวอย่างที่  4 จงหาเซต คำตอบ วิธีทํา + - + เซตคำตอบคือ ดังนั้น  -
ตัวอย่างที่  5 จงหาเซต คำตอบ วิธีทํา + + เซตคำตอบคือ ดังนั้น  นำ  หารจะได้ -
ตัวอย่างที่  6 จงหาเซต คำตอบ วิธีทํา เซตคำตอบคือ นำ  คูณจะได้
ตัวอย่างที่  7 จงหาเซต คำตอบ วิธีทํา เซตคำตอบคือ เนื่องแทนค่า  x  ด้วย จำนวนจริงใดๆ แล้วได้ จำนวนทั้งสามวงเล็บเป็นจำนวนบวก หรือ ศูนย์  ดังนั้นไม่มีจำนวนจริงใดเป็นคำตอบ
ตัวอย่างที่  8  จงหาเซตคำตอบอสมการ วิธีทำ จะได้ จะเห็นว่าเป็นจริงทุกค่า  x   ดังนั้นเซตคำตอบคือ
ตัวอย่างที่  9  จงหาเซต คำตอบอสมการ วิธีทำ จะได้ ดังนั้นเซตคำตอบคือ  จะเห็นว่าไม่มีจำนวนจริงใดที่ทำให้อสมการเป็นจริง
ตัวอย่างที่  10 จงหาเซตคำตอบอสมการ วิธีทำ -5 +  2   <  3x - 2  +  2   <  10 +  2 - 3  <  3x  <  12 ดังนั้น เซตคำตอบ คือ ( -1 , 4 )
ตัวอย่างที่  11 จงหาคำตอบอสมการ วิธีทำ แยกเป็นกรณี และ ( หาค่า  x  ที่สอดคล้องทั้งสองกรณี ) จะได้ 2  + 6  <  x + 3x -6 + 4  <  2x - x  8  <  4x  2  <  x  - 2  <  x  คำตอบกรณีนี้ คือ คำตอบกรณีนี้ คือ ดังนั้น เซตคำตอบอสมการคือ =
ตัวอย่างที่  12  จงหาเซตคำตอบอสมการ วิธีทำ
นำ  -1  คูณ จะได้ 0 1 + - + - นำ จำนวนลบคูณเปลี่ยนเครื่องหมายจาก  >  เป็น  < นำ จำนวนลบคูณเปลี่ยนเครื่องหมายจาก  >  เป็น  < นำ จำนวนลบคูณเปลี่ยนเครื่องหมายจาก  >  เป็น  < เซตคำตอบคือ
ทดสอบ  1 จงหาเซตคำตอบต่อไปนี้ 1. 2. 3. ตอบ ตอบ ตอบ
ค่าสัมบูรณ์ บทนิยาม | x | = x ถ้า -  x ถ้า  เช่น | 2 | = 2 | -2 | = -  (- 2) = 2 ควรจำ ถ้าในค่าสัมบูรณ์เป็นจำนวนลบถอดใส่ลบข้างหน้า
สมบัติค่าสัมบูรณ์ 1.  | x |  0 2. | x | = | -x | 4. | xy | = | x | | y | 3. | x - y | = | y - x | 5. | x - y | | x |  -  | y | 6. | x + y | | x |  +  | y | จำไว้ว่า ค่าสัมบูรณ์  คือ ระยะห่างจาก ศูนย์  มีค่าเป็น ศูนย์ หรือ จำนวนบวกเท่านั้น
ตัวอย่างที่  1 จงหาคำตอบสมการ | x - 5 |  =  0 วิธีทำ  จะได้  x - 5  =  0 x  =  5 ดังนั้น เซตคำตอบ คือ  { 5 }
ตัวอย่างที่  2 จงหาคำตอบสมการ | 7 - 2x |  =  11 วิธีทำ จะได้ หรือ - 11 7  - 2x  = 11 7  - 2x  = - 2x  =  11 - 7 - 2x  =  -11 - 7 - 2x  =  4 x  =  - 2 - 2x  =  - 18 x  =  9 ดังนั้น เซตคำตอบ คือ  { -2 , 9 }
ตัวอย่างที่  3 | 2x - 1 |  =  - 4 วิธีทำ เนื่องจากค่าสัมบูรณ์ มีค่ามากกว่า หรือเท่ากับศูนย์เสมอ ดังนั้น เซตคำตอบ คือ
ตัวอย่างที่  4 จงหาคำตอบอสมการ  | 2x + 3 |  =  x - 9 วิธีทำ จะได้ 2 x + 3  =  x - 9 หรือ 2x + 3  = -  (  x - 9) 2x - x  = - 9 - 3 x  =  -12 2x + 3  = -  x + 9 2x + x  =  9 - 3 3x  =  6  x  =  2 ดังนั้น เซตคำตอบคือ  ตรวจ คำตอบ |   2 (-12)  + 3   |  =  -12 -9 (  ไม่จริง  ) ตรวจ คำตอบ |   2 (2)  + 3   |  =  2  - 9 (  ไม่จริง  ) 21  =  -21 (  หรือใช้วิธียก กำลังสองทั้งสองข้าง และ  ต้องตรวจคำตอบด้วย   )
ค่าสัมบูรณ์กับอสมการ เมื่อ  a   เป็นจำนวนจริงบวก 1.  | x |  <  a หมายถึง -  a  <  x  <  a (  x   คือจำนวนที่ห่างจากศูนย์ น้อยกว่า  a  หน่วย   ) เช่น  | x |  <  2  หมายถึง - 2  <  x  <  2 (  x  คือจำนวนที่ห่างจากศูนย์น้อยกว่า  2  หน่วย  ) กราฟเส้นจำนวนดังรูป 0 1 2 -1 -2
เมื่อ  a   เป็นจำนวนจริงบวก 2.  | x |  >  a หมายถึง x  <  - a (  x   คือจำนวนที่ห่างจากศูนย์ มากกว่า   a  หน่วย   ) เช่น  | x |  >  2  หมายถึง x  <  -2 (  x  คือจำนวนที่ห่างจากศูนย์ มากกว่า  2  หน่วย   ) กราฟเส้นจำนวนดังรูป 0 1 2 -1 -2 หรือ x  >  a หรือ x  >  2
รูปแบบที่ควรจำ 1.  | f(x) |  =  f(x) ตัวอย่าง สรุปได้ว่า | 3x + 6 |  =  3x + 6 จะได้ว่า 3x + 6  0 x - 2 ดังนั้นเซตคำตอบ  คือ
รูปแบบที่ควรจำ 2.  | f(x) |  =  -f(x) ตัวอย่าง สรุปได้ว่า | x - 2 |  =  2 - x จะได้ว่า x - 2  0 x 2 ดังนั้นเซตคำตอบ  คือ | x - 2 |  = - ( x - 2 ) ดังนั้น
รูปแบบที่ควรจำ สรุปได้ว่า หรือ สรุปได้ว่า ตัวอย่าง จงหาเซตคำตอบ วิธีทำ จะได้ เซตคำตอบคือ 3.
รูปแบบที่ควรจำ สรุปได้ว่า หรือ ตัวอย่าง จงหาเซต คำตอบ | 2x + 3 |  >  9 จะได้ว่า 2 x + 3  >  9 หรือ 2 x  +  3  <  -9 2x  >  6 x  >  3 กรณีนี้ คำตอบคือ 2 x  <  - 12 x  <  - 6 กรณีนี้คำตอบคือ ดังนั้นคำตอบอสมการคือ 4.
รูปแบบที่ควรจำ 5.  | f(x) |  <  0  หรือ  | f(x) |  <  a  เมื่อ  a  เป็นจำนวนลบ สรุปได้ว่า คำตอบคือ ตัวอย่าง จงหาเซต คำตอบ  | 4x - 1 |  <  -2 เป็นจำนวนลบ ตอบ
รูปแบบที่ควรจำ 6. เซตคำตอบคือ  R สรุปได้ว่า ตัวอย่าง ตอบ  R
รูปแบบที่ควรจำ 7.  | f(x) |  <  | g(x) | สรุปได้ว่า (  f(x) - g(x)  ) (  f(x) + g(x)  )   <  0 หรือ ยกกำลังสองทั้งสองข้าง
ตัวอย่าง จงหาเซตคำตอบ  | x - 2 |  <  | x - 1 | วิธีทำ [  ( x - 2)   -  ( x - 1 )  ] [  (x - 2 )  +  ( x - 1 )  ]   <  0 จะได้ (  - 1  ) (  2x - 3  )   <  0 2x - 3  >  0 x  > เซตคำตอบคือ จำนวนลบ  (-1)  คูณ เครื่องหมายเปลี่ยน  2 3
8.  a  <  | f(x) |  <  b  สรุปได้ว่า a  <  | f(x) |  และ  | f(x) |  <  b   เมื่อ  a  <  b  และ  b  เป็นจำนวนจริงบวก ตัวอย่าง จงหาเซต คำตอบ  3  <  | x |  <  7 จะได้ว่า 3  <  | x |  และ | x |  <  7 ดังนั้น x  < -3 หรือ x  >  3 กรณีนี้คำตอบ ดังนั้น - 7  <  x  <  7 กรณีนี้คำตอบ เซตคำตอบ คือ -7 -3 3 7
แบบทดสอบ  2 จงหาเซต คำตอบต่อไปนี้ 1.  | x - 2  |  <  6 2.  | 2x - 1 |  >  3 3.  | 1 - 3x |  <  - 2 4. ตอบ  ( -4 , 8 )
การแก้สมการที่มีค่าสัมบูรณ์หลายค่า ตัวอย่าง จงหาเซตคำตอบสมการ  | x  -  4 |  +  | x - 3 |  =  1 วิธีทำ ใช้หลักการถอดค่าสัมบูรณ์ แบ่ง  x  ทั้งสามช่วง 3 4 ถ้า  x  <  3 จะได้สมการ -  (x- 4 ) +  - ( x - 3) = 1 -  (x- 4 ) + ( x - 3)  = 1 จะได้สมการ จะได้สมการ (x- 4 ) +  ( x - 3)  =  1 ได้คำตอบอินเตอร์เซกชันกับ  x  <  3 ได้คำตอบอินเตอร์เซกชันกับ ได้คำตอบอินเตอร์เซกชันกับ
กรณีที่  x  <  3 และ  -  ( x - 4 ) + - ( x -3 )  =  1 - x + 4 -  x + 3  =  1 - 2x + 7  =  1 - 2x  =  - 6 x  =  3 จะได้คำตอบ =
และ  -  ( x - 4 ) +  ( x -3 )  =  1 - x + 4 +  x - 3  =  1 1  =  1 จะได้คำตอบ = ตอบ
และ  ( x - 4 ) +  ( x -3 )  =  1 x - 4 +  x - 3  =  1 2 x   =  8 จะได้คำตอบ = x   =  4 =  [ 3 , 4 ] ดังนั้นคำตอบสมการคือ
ตัวอย่าง จงหาเซตคำตอบอสมการ  | x - 5 |  <  x - 3 วิธีทำ ใช้การถอดค่าสัมบูรณ์ กรณีที่  1 จะได้ x - 5  <  x - 3 - 5  <  -3 ซึ่งเป็นจริงทุกค่าของ  x ดังนั้นคำตอบคือ =  กรณีที่  2 จะได้ -  (x - 5)  <  x - 3 x  >  4 x  <  5 ดังนั้นคำตอบคือ =  ( 4,5 ) ดังนั้นเซตคำตอบทั้งหมดคือ  [ 5 ,  ) (4,5) = ( หรือยกกำลังสองทั้งสองข้างก็ได้ )
วิธีที่  2 | x - 5 |  <  x - 3 (  โดยการใช้นิยามการถอดค่าสัมบูรณ์ ) จะได้ - (x - 3)  <  x -5  <  x - 3 เซตคำตอบคือ  { x | x  > 4 } ดังนั้น  -  x + 3  <  x - 5 และ x - 5  <  x - 3 - 2 x  <  - 8 x  >  4 - 5  <  -3 { x | x  เป็นจำนวนจริง  }  =  R เซตคำตอบคือ  R
วิธีที่  3 | x - 5 |  <  x - 3 (  กรณีนี้ยกกำลังสองได้  ต้องตรวจคำตอบด้วย   ) จะได้ ( x -5 ) 2   <  ( x - 3 ) 2 x 2  - 10x + 25  <  x 2  - 6x + 9 - 4x  <  -16 x  >  4 เซตคำตอบคือ  { x | x  > 4 } ระวัง  ! | f(x) |  <  g(x) | f(x) |  >  | g(x) | | f(x) |  <  | g(x) | จะยก กำลังสองได้ต้องอยู่ในรูป รู้ไหม ?  ทำไมเปลี่ยนเครื่องหมาย น 2  - 2 นล  +  ล 2
แบบทดสอบ  3 1.  | 2x- 3 |  =  5 2.  | x - 1 |  <  2x 3.  | x + 2 |  >  3 - x ตอบ  { - 1 , 4 } 4.  | x - 2 |  <  | 2x - 1 | ยกกำลังทั้งสองข้างก็ได้ ยกกำลังทั้งสองข้างไม่ได้ ยกกำลังทั้งสองข้างก็ได้แต่ต้องตรวจคำตอบ ยกกำลังทั้งสองข้างก็ได้แต่ต้องตรวจคำตอบ
ตัวอย่าง จงหาเซต คำตอบของสมการ  | x + 2 | + | x - 3 |  =  | x + 5 |   วิธีทำ ใช้หลักการถอดค่าสัมบูรณ์โดยการแบ่งเป็น  4   ช่วงดังนี้ - 5 - 5 - 2 3 จะได้ - (x+2) + - (x-3)  =  - (x+5) - (x+2) + - (x-3)  =  (x+5) (x+2) + - (x-3)  =  (x+5) (x+2) +  (x-3)  =  (x+5)
กรณีที่  1 x  <  -5 จะได้สมการ - ( x + 2 ) + - ( x - 3 )  =  - ( x + 5 ) - x - 2 - x + 3  =  - x - 5 - x  =  - 6 x  =  6 กรณีนี้ คำตอบคือ =
กรณีที่  2 จะได้สมการ - ( x + 2 ) + - ( x - 3 )  =  ( x + 5 ) - x - 2 - x + 3  =  x + 5 - 3x  =  4 กรณีนี้ คำตอบคือ =
กรณีที่  3 จะได้สมการ ( x + 2 ) + - ( x - 3 )  =  ( x + 5 ) x + 2 - x + 3  =  x + 5 x  =  0 กรณีนี้ คำตอบคือ =  { 0 }
กรณีที่  4 จะได้สมการ ( x + 2 ) +  ( x - 3 )  =  ( x + 5 ) x + 2 + x - 3  =  x + 5 x  =  6 กรณีนี้ คำตอบคือ =  6 ดังนั้นคำตอบของสมการคือ = { 6 }
ทดสอบ ( 10  คะแนน  ) 1.  จงหาเซตคำตอบ  | x + 1 | + | x - 2 |  =  | x + 4 | 2.  จงหาเซตคำตอบ  | x + 2 | + | x - 3 |  <  | x + 5 | ตอบ  ( 0 , 6 ) ตอบ  ( 0 , 6 ) ตอบ  ( 0 , 6 ) ตอบ  { -1 , 5 } ตอบ  { -1 , 5 } ตอบ  { -1 , 5 } ตอบ  ( 0  ,  6 ) ตอบ  { -1 , 5 }
ผลเฉลย การหาเซต คำตอบของสมการ  | x + 1 | + | x - 2 |  =  | x + 4 |   วิธีทำ ใช้หลักการถอดค่าสัมบูรณ์โดยการแบ่งเป็น  4   ช่วงดังนี้ - 4 - 1 2 จะได้ - (x+1) + - (x-2)  =  - (x+4) - (x+1) + - (x-2)  =  (x+4) (x+1) + - (x-2)  =  (x+4) (x+1) +  (x-2)  =  (x+4)
กรณีที่  1 x  <  -4 จะได้สมการ - ( x + 1 ) + - ( x -2 )  =  - ( x + 4 ) - x - 1 - x + 3  =  - x - 4 - x  =  - 5 x  =  5 กรณีนี้ คำตอบคือ =
กรณีที่  2 จะได้สมการ - ( x + 1 ) + - ( x - 2 )  =  ( x + 4 ) - x - 1 - x + 2  =  x + 4 - 3x  =  3 กรณีนี้ คำตอบคือ =  x  =  - 1
กรณีที่  3 จะได้สมการ ( x + 1 ) + - ( x - 2 )  =  ( x + 4 ) x + 1 - x + 2  =  x + 4 x  =  - 1 กรณีนี้ คำตอบคือ =  { -1 }
กรณีที่  4 จะได้สมการ ( x + 1 ) +  ( x - 2 )  =  ( x + 4 ) x + 1 + x - 2  =  x + 4 x  =  5 กรณีนี้ คำตอบคือ =  5 ดังนั้นคำตอบของสมการคือ = { -1 , 5 }
ผลเฉลย การหาเซต คำตอบของสมการ  | x + 2 | + | x - 3 |  <  | x + 5 |   วิธีทำ ใช้หลักการถอดค่าสัมบูรณ์โดยการแบ่งเป็น  4   ช่วงดังนี้ - 5 - 5 - 2 3 จะได้ - (x+2) + - (x-3)  <  - (x+5) - (x+2) + - (x-3)  <  (x+5) (x+2) + - (x-3)  <  (x+5) (x+2) +  (x-3)  <  (x+5)
กรณีที่  1 x  <  -5 จะได้สมการ - ( x + 2 ) + - ( x - 3 )  <  - ( x + 5 ) - x - 2 - x + 3  <  - x - 5 - x  <  - 6 x  >  6 กรณีนี้ คำตอบคือ =
กรณีที่  2 จะได้สมการ - ( x + 2 ) + - ( x - 3 )  <  ( x + 5 ) - x - 2 - x + 3  <  x + 5 - 3x  <  4 กรณีนี้ คำตอบคือ =
กรณีที่  3 จะได้สมการ ( x + 2 ) + - ( x - 3 )  <  ( x + 5 ) x + 2 - x + 3  <  x + 5 x  >  0 กรณีนี้ คำตอบคือ =  (  0 , 3 )
กรณีที่  4 จะได้สมการ ( x + 2 ) +  ( x - 3 )  <  ( x + 5 ) x + 2 + x - 3  <  x + 5 x  <  6 กรณีนี้ คำตอบคือ =  [ 3 , 6 ) ดังนั้นคำตอบของสมการคือ = ( 0 , 6 )

Real (1)

  • 1.
    ระบบจำนวนจริง 1. จำนวนตรรกยะ คือ จำนวนที่เขียนในรูป 1.1 จำนวนเต็ม เช่น 0 , 1 , - 1 , 2 , -2 , 3 , -3 , . . . 1.2 จำนวนที่เขียนในรูปเศษส่วนของจำนวนเต็ม เช่น 1.3 จำนวนที่เขียนในรูปทศนิยมซ้ำ เช่น 4.14 , 2. จำนวนอตรรกยะ คือ จำนวนที่ไม่สามารถเขียนในรูปเศษส่วนของ จำนวนเต็มที่ตัวส่วนไม่เป็นศูนย์ แต่เขียนได้ในรูปทศนิยมไม่ซ้ำ เช่น , 0.353353335...
  • 2.
    แผนผังแสดงความสัมพันธ์ของจำนวน จำนวนเชิงซ้อน จำนวนจริงจำนวนเชิงซ้อน ที่ไม่ใช่จำนวนจริง จำนวนอตรรกยะ จำนวนตรรกยะ จำนวนตรรกยะ ที่ไม่ใช่จำนวนเต็ม จำนวนเต็ม จำนวนเต็มลบ ศูนย์ จำนวนเต็มบวก หรือ จำนวนนับ
  • 3.
    ตัวอย่าง จงหาผลหารและเศษเมื่อหาร 2 x 2 - 7 x + 3 ด้วย x + 2 วิธีทำ ใช้วิธีการหารสังเคราะห์ 2 - 7 3 -2 2 - 4 + - 11 22 25 ผลหาร 2 x - 11 เศษ 25
  • 4.
    การเท่ากันในระบบจำนวน 1. สมบัติการสะท้อน เช่น a = a 2. สมบัติการสมมาตร เช่น ถ้า a = b แล้ว b = a 3. สมบัติการถ่ายทอด ถ้า a = b และ b = c แล้ว a = c 4. สมบัติของการบวกด้วยจำนวนที่เท่ากัน ถ้า a = b แล้ว a + c = b + c 5. สมบัติการคูณด้วยจำนวนเท่ากัน ถ้า a = b แล้ว a c = b c
  • 5.
    การบวกและการคูณในระบบจำนวนจริง บทนิยาม ในระบบจำนวนจริง เรียกจำนวนจริงที่บวกกับจำนวนจริง จำนวนใดก็ตามได้ผลลัพธ์เป็นจำนวนจริงจำนวนนั้นว่า เอกลักษณ์การบวก ถ้า z เป็นเอกลักการบวกแล้ว z + a = a = a + z โดยที่ a เป็นจำนวนจริงใดๆ บทนิยาม ในระบบจำนวนจริง อินเวอร์สการบวก ของจำนวนจริง a ( ใช้แทนด้วยสัญลักษณ์ - a ) หมายถึงจำนวนจริงที่บวกกับ a แล้วได้ ศูนย์ กล่าวคือ a + (-a) = 0 = (-a) + a
  • 6.
    สมบัติของระบบจำนวนจริงเกี่ยวกับการบวก 1. สมบัติปิดของการบวก 2. สมบัติการสลับที่ของการบวก 3. สมบัติการเปลี่ยนกลุ่มของการบวก 4. เอกลักษณ์การบวก 5. อินเวอร์สการบวก
  • 7.
    การลบและการหารจำนวนจริง บทนิยาม เมื่อ a และ b เป็นจำนวนจริงใดๆ a - b = a + (-b) ทฤษฎีบทที่ 1 ถ้า a , b และ c เป็นจำนวนจริง 1. a (b - c) = ab - ac 2. (a - b)c = ac - bc 3. (- a) (b - c) = - ab + ac บทนิยาม เมื่อ a และ b เป็นจำนวนจริงใดๆ ทฤษฎีบทที่ 2 ถ้า จะได้
  • 8.
  • 9.
    การแก้สมการตัวแปรเดียว ตัวอย่าง จงแก้สมการ 3x 3 + 2x 2 - 12x - 8 = 0 วิธีทำ จะได้ (3 x 3 + 2x 2 ) - (12x + 8) = 0 x 2 (3x + 2) - 4 (3x + 2) = 0 (3x + 2) (x 2 - 4) = 0 (3x + 2) (x + 2) (x - 2) = 0 นั่นคือ 3 x + 2 = 0 หรือ x + 2 = 0 หรือ x - 2 = 0 จะได้ x = -2 3 หรือ x = -2 หรือ x = 2 ดังนั้น เซตคำตอบคือ
  • 10.
    ทฤษฎีบทเศษเหลือ (remaindertheorem) เมื่อ p(x) คือพหุนาม โดยที่ n เป็นจำนวนเต็มบวก เป็นจำนวนจริงซึ่ง ถ้าหารพหุนาม p (x) ด้วยพหุนาม x - c เมื่อ c เป็นจำนวนจริง แล้วเศษจะเท่ากับ p(c) ตัวอย่าง จงหาเศษ เมื่อหาร x 3 - 4x 2 + 3x + 2 ด้วย x - 1 วิธีทำ เศษ คือ p( 1 ) = ( 1 ) 3 - 4( 1 ) 2 + 3( 1 ) + 2 = 2 , x + 2 เศษ คือ p( -2 ) = ( -2 ) 3 - 4( -2 ) 2 + 3( -2 ) + 2 = -28
  • 11.
    ทฤษฎีบทตัวประกอบ (factor theorem) เมื่อ p(x) คือพหุนาม โดยที่ n เป็นจำนวนเต็มบวก เป็นจำนวนจริงซึ่ง พหุนาม p (x) นี้จะมี x - c เป็นตัวประกอบ ก็ต่อเมื่อ p ( c) = 0 ตัวอย่าง จงแสดงว่า x - 2 เป็นตัวประกอบ x 3 - 5x 2 + 2x + 8 วิธีทำ จะได้ p( 2 ) = ( 2 ) 3 - 5( 2 ) 2 + 2( 2 ) + 8 = 0 ให้ p(x) = x 3 - 5x 2 + 2x + 8 ดังนั้น x - 2 เป็นตัวประกอบของ x 3 - 5x 2 + 2x + 8
  • 12.
    ทฤษฎีบทตัวประกอบจำนวนตรรกยะ เมื่อ p(x) คือพหุนาม โดยที่ n เป็นจำนวนเต็มบวก เป็นจำนวนจริงซึ่ง ถ้า เป็นตัวประกอบของพหุนาม p(x) โดยที่ m และ k เป็นจำนวนเต็มซึ่ง และ ห . ร . ม . ของ m และ k เท่ากับ 1 แล้ว m จะเป็นตัวประกอบของ k จะเป็นตัวประกอบของ
  • 13.
    สมบัติการไม่เท่ากัน บทนิยาม สมาชิกของ R + เรียกว่า จำนวนจริงบวก และ ถ้า เราเรียก a ว่า จำนวนลบ บทนิยาม a < b หมายความว่า a > b หมายความว่า สมบัติไตรวิภาค ( trichotomy property) ถ้า a และ b เป็นจำนวนจริงแล้ว a = b , a < b และ a > b จะเป็นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง
  • 14.
    ทฤษฎีบทที่ 1 สมบัติการถ่ายทอด ถ้า a > b และ b > c แล้ว a > c ทฤษฎีบทที่ 2 สมบัติการบวกด้วยจำนวนที่เท่ากัน ถ้า a > b แล้ว a + c > b + c c เป็นจำนวนใดๆ ทฤษฎีบท 3 จำนวนบวกและจำนวนลบเปรียบเทียบกับ 0 a เป็นจำนวนบวก ก็ต่อเมื่อ a > 0 a เป็นจำนวนลบ ก็ต่อเมื่อ a < 0
  • 15.
    ทฤษฏีบทที่ 4 สมบัติของการคูณด้วยจำนวนเท่ากันที่ไม่เป็นศูนย์ กรณี 1 ถ้า a > b และ c > 0 แล้ว ac > bc กรณี 2 ถ้า a > b และ c < 0 แล้ว ac < bc ทฤษฏีบทที่ 5 สมบัติการตัดออกสำหรับการบวก ถ้า a + c > b + c แล้ว a > b ทฤษฏีบทที่ 6 สมบัติการตัดออกสำหรับการคูณ กรณี 1 ac > bc และ c > 0 แล้ว a > b กรณี 2 ac > bc และ c < 0 แล้ว a < b
  • 16.
    ตัวอย่างที่ 1 จงหาเซตคำตอบของอสมการ วิธีทำ แยกตัวประกอบจะได้ ( x - 4 ) (x + 2) > 0 x = 4 หรือ x = -2 จะได้ (x - 4 ) (x + 2) = 0 พิจารณาช่วงคำตอบ -2 4 + - + ( เริ่มที่ช่วงขวาสุดเป็น + และสลับกับ - ) เซตคำตอบที่สอดคล้องอสมการคือ
  • 17.
    ตัวอย่างที่ 2จงหาเซต คำตอบ วิธีทํา + - + เซตคำตอบคือ นำ -1 คูณทั้งสองข้าง เปลี่ยนเครื่อง หมาย จะได้
  • 18.
    ตัวอย่างที่ 3จงหาเซต คำตอบ วิธีทํา + - + เซตคำตอบคือ 2 1  4 5
  • 19.
    ตัวอย่างที่ 4จงหาเซต คำตอบ วิธีทํา + - + เซตคำตอบคือ ดังนั้น -
  • 20.
    ตัวอย่างที่ 5จงหาเซต คำตอบ วิธีทํา + + เซตคำตอบคือ ดังนั้น นำ หารจะได้ -
  • 21.
    ตัวอย่างที่ 6จงหาเซต คำตอบ วิธีทํา เซตคำตอบคือ นำ คูณจะได้
  • 22.
    ตัวอย่างที่ 7จงหาเซต คำตอบ วิธีทํา เซตคำตอบคือ เนื่องแทนค่า x ด้วย จำนวนจริงใดๆ แล้วได้ จำนวนทั้งสามวงเล็บเป็นจำนวนบวก หรือ ศูนย์ ดังนั้นไม่มีจำนวนจริงใดเป็นคำตอบ
  • 23.
    ตัวอย่างที่ 8 จงหาเซตคำตอบอสมการ วิธีทำ จะได้ จะเห็นว่าเป็นจริงทุกค่า x ดังนั้นเซตคำตอบคือ
  • 24.
    ตัวอย่างที่ 9 จงหาเซต คำตอบอสมการ วิธีทำ จะได้ ดังนั้นเซตคำตอบคือ จะเห็นว่าไม่มีจำนวนจริงใดที่ทำให้อสมการเป็นจริง
  • 25.
    ตัวอย่างที่ 10จงหาเซตคำตอบอสมการ วิธีทำ -5 + 2 < 3x - 2 + 2 < 10 + 2 - 3 < 3x < 12 ดังนั้น เซตคำตอบ คือ ( -1 , 4 )
  • 26.
    ตัวอย่างที่ 11จงหาคำตอบอสมการ วิธีทำ แยกเป็นกรณี และ ( หาค่า x ที่สอดคล้องทั้งสองกรณี ) จะได้ 2 + 6 < x + 3x -6 + 4 < 2x - x 8 < 4x 2 < x - 2 < x คำตอบกรณีนี้ คือ คำตอบกรณีนี้ คือ ดังนั้น เซตคำตอบอสมการคือ =
  • 27.
    ตัวอย่างที่ 12 จงหาเซตคำตอบอสมการ วิธีทำ
  • 28.
    นำ -1 คูณ จะได้ 0 1 + - + - นำ จำนวนลบคูณเปลี่ยนเครื่องหมายจาก > เป็น < นำ จำนวนลบคูณเปลี่ยนเครื่องหมายจาก > เป็น < นำ จำนวนลบคูณเปลี่ยนเครื่องหมายจาก > เป็น < เซตคำตอบคือ
  • 29.
    ทดสอบ 1จงหาเซตคำตอบต่อไปนี้ 1. 2. 3. ตอบ ตอบ ตอบ
  • 30.
    ค่าสัมบูรณ์ บทนิยาม |x | = x ถ้า - x ถ้า เช่น | 2 | = 2 | -2 | = - (- 2) = 2 ควรจำ ถ้าในค่าสัมบูรณ์เป็นจำนวนลบถอดใส่ลบข้างหน้า
  • 31.
    สมบัติค่าสัมบูรณ์ 1. | x | 0 2. | x | = | -x | 4. | xy | = | x | | y | 3. | x - y | = | y - x | 5. | x - y | | x | - | y | 6. | x + y | | x | + | y | จำไว้ว่า ค่าสัมบูรณ์ คือ ระยะห่างจาก ศูนย์ มีค่าเป็น ศูนย์ หรือ จำนวนบวกเท่านั้น
  • 32.
    ตัวอย่างที่ 1จงหาคำตอบสมการ | x - 5 | = 0 วิธีทำ จะได้ x - 5 = 0 x = 5 ดังนั้น เซตคำตอบ คือ { 5 }
  • 33.
    ตัวอย่างที่ 2จงหาคำตอบสมการ | 7 - 2x | = 11 วิธีทำ จะได้ หรือ - 11 7 - 2x = 11 7 - 2x = - 2x = 11 - 7 - 2x = -11 - 7 - 2x = 4 x = - 2 - 2x = - 18 x = 9 ดังนั้น เซตคำตอบ คือ { -2 , 9 }
  • 34.
    ตัวอย่างที่ 3| 2x - 1 | = - 4 วิธีทำ เนื่องจากค่าสัมบูรณ์ มีค่ามากกว่า หรือเท่ากับศูนย์เสมอ ดังนั้น เซตคำตอบ คือ
  • 35.
    ตัวอย่างที่ 4จงหาคำตอบอสมการ | 2x + 3 | = x - 9 วิธีทำ จะได้ 2 x + 3 = x - 9 หรือ 2x + 3 = - ( x - 9) 2x - x = - 9 - 3 x = -12 2x + 3 = - x + 9 2x + x = 9 - 3 3x = 6 x = 2 ดังนั้น เซตคำตอบคือ ตรวจ คำตอบ | 2 (-12) + 3 | = -12 -9 ( ไม่จริง ) ตรวจ คำตอบ | 2 (2) + 3 | = 2 - 9 ( ไม่จริง ) 21 = -21 ( หรือใช้วิธียก กำลังสองทั้งสองข้าง และ ต้องตรวจคำตอบด้วย )
  • 36.
    ค่าสัมบูรณ์กับอสมการ เมื่อ a เป็นจำนวนจริงบวก 1. | x | < a หมายถึง - a < x < a ( x คือจำนวนที่ห่างจากศูนย์ น้อยกว่า a หน่วย ) เช่น | x | < 2 หมายถึง - 2 < x < 2 ( x คือจำนวนที่ห่างจากศูนย์น้อยกว่า 2 หน่วย ) กราฟเส้นจำนวนดังรูป 0 1 2 -1 -2
  • 37.
    เมื่อ a เป็นจำนวนจริงบวก 2. | x | > a หมายถึง x < - a ( x คือจำนวนที่ห่างจากศูนย์ มากกว่า a หน่วย ) เช่น | x | > 2 หมายถึง x < -2 ( x คือจำนวนที่ห่างจากศูนย์ มากกว่า 2 หน่วย ) กราฟเส้นจำนวนดังรูป 0 1 2 -1 -2 หรือ x > a หรือ x > 2
  • 38.
    รูปแบบที่ควรจำ 1. | f(x) | = f(x) ตัวอย่าง สรุปได้ว่า | 3x + 6 | = 3x + 6 จะได้ว่า 3x + 6 0 x - 2 ดังนั้นเซตคำตอบ คือ
  • 39.
    รูปแบบที่ควรจำ 2. | f(x) | = -f(x) ตัวอย่าง สรุปได้ว่า | x - 2 | = 2 - x จะได้ว่า x - 2 0 x 2 ดังนั้นเซตคำตอบ คือ | x - 2 | = - ( x - 2 ) ดังนั้น
  • 40.
    รูปแบบที่ควรจำ สรุปได้ว่า หรือสรุปได้ว่า ตัวอย่าง จงหาเซตคำตอบ วิธีทำ จะได้ เซตคำตอบคือ 3.
  • 41.
    รูปแบบที่ควรจำ สรุปได้ว่า หรือตัวอย่าง จงหาเซต คำตอบ | 2x + 3 | > 9 จะได้ว่า 2 x + 3 > 9 หรือ 2 x + 3 < -9 2x > 6 x > 3 กรณีนี้ คำตอบคือ 2 x < - 12 x < - 6 กรณีนี้คำตอบคือ ดังนั้นคำตอบอสมการคือ 4.
  • 42.
    รูปแบบที่ควรจำ 5. | f(x) | < 0 หรือ | f(x) | < a เมื่อ a เป็นจำนวนลบ สรุปได้ว่า คำตอบคือ ตัวอย่าง จงหาเซต คำตอบ | 4x - 1 | < -2 เป็นจำนวนลบ ตอบ
  • 43.
    รูปแบบที่ควรจำ 6. เซตคำตอบคือ R สรุปได้ว่า ตัวอย่าง ตอบ R
  • 44.
    รูปแบบที่ควรจำ 7. | f(x) | < | g(x) | สรุปได้ว่า ( f(x) - g(x) ) ( f(x) + g(x) ) < 0 หรือ ยกกำลังสองทั้งสองข้าง
  • 45.
    ตัวอย่าง จงหาเซตคำตอบ | x - 2 | < | x - 1 | วิธีทำ [ ( x - 2) - ( x - 1 ) ] [ (x - 2 ) + ( x - 1 ) ] < 0 จะได้ ( - 1 ) ( 2x - 3 ) < 0 2x - 3 > 0 x > เซตคำตอบคือ จำนวนลบ (-1) คูณ เครื่องหมายเปลี่ยน 2 3
  • 46.
    8. a < | f(x) | < b สรุปได้ว่า a < | f(x) | และ | f(x) | < b เมื่อ a < b และ b เป็นจำนวนจริงบวก ตัวอย่าง จงหาเซต คำตอบ 3 < | x | < 7 จะได้ว่า 3 < | x | และ | x | < 7 ดังนั้น x < -3 หรือ x > 3 กรณีนี้คำตอบ ดังนั้น - 7 < x < 7 กรณีนี้คำตอบ เซตคำตอบ คือ -7 -3 3 7
  • 47.
    แบบทดสอบ 2จงหาเซต คำตอบต่อไปนี้ 1. | x - 2 | < 6 2. | 2x - 1 | > 3 3. | 1 - 3x | < - 2 4. ตอบ ( -4 , 8 )
  • 48.
    การแก้สมการที่มีค่าสัมบูรณ์หลายค่า ตัวอย่าง จงหาเซตคำตอบสมการ | x - 4 | + | x - 3 | = 1 วิธีทำ ใช้หลักการถอดค่าสัมบูรณ์ แบ่ง x ทั้งสามช่วง 3 4 ถ้า x < 3 จะได้สมการ - (x- 4 ) + - ( x - 3) = 1 - (x- 4 ) + ( x - 3) = 1 จะได้สมการ จะได้สมการ (x- 4 ) + ( x - 3) = 1 ได้คำตอบอินเตอร์เซกชันกับ x < 3 ได้คำตอบอินเตอร์เซกชันกับ ได้คำตอบอินเตอร์เซกชันกับ
  • 49.
    กรณีที่ x < 3 และ - ( x - 4 ) + - ( x -3 ) = 1 - x + 4 - x + 3 = 1 - 2x + 7 = 1 - 2x = - 6 x = 3 จะได้คำตอบ =
  • 50.
    และ - ( x - 4 ) + ( x -3 ) = 1 - x + 4 + x - 3 = 1 1 = 1 จะได้คำตอบ = ตอบ
  • 51.
    และ (x - 4 ) + ( x -3 ) = 1 x - 4 + x - 3 = 1 2 x = 8 จะได้คำตอบ = x = 4 = [ 3 , 4 ] ดังนั้นคำตอบสมการคือ
  • 52.
    ตัวอย่าง จงหาเซตคำตอบอสมการ | x - 5 | < x - 3 วิธีทำ ใช้การถอดค่าสัมบูรณ์ กรณีที่ 1 จะได้ x - 5 < x - 3 - 5 < -3 ซึ่งเป็นจริงทุกค่าของ x ดังนั้นคำตอบคือ = กรณีที่ 2 จะได้ - (x - 5) < x - 3 x > 4 x < 5 ดังนั้นคำตอบคือ = ( 4,5 ) ดังนั้นเซตคำตอบทั้งหมดคือ [ 5 , ) (4,5) = ( หรือยกกำลังสองทั้งสองข้างก็ได้ )
  • 53.
    วิธีที่ 2| x - 5 | < x - 3 ( โดยการใช้นิยามการถอดค่าสัมบูรณ์ ) จะได้ - (x - 3) < x -5 < x - 3 เซตคำตอบคือ { x | x > 4 } ดังนั้น - x + 3 < x - 5 และ x - 5 < x - 3 - 2 x < - 8 x > 4 - 5 < -3 { x | x เป็นจำนวนจริง } = R เซตคำตอบคือ R
  • 54.
    วิธีที่ 3| x - 5 | < x - 3 ( กรณีนี้ยกกำลังสองได้ ต้องตรวจคำตอบด้วย ) จะได้ ( x -5 ) 2 < ( x - 3 ) 2 x 2 - 10x + 25 < x 2 - 6x + 9 - 4x < -16 x > 4 เซตคำตอบคือ { x | x > 4 } ระวัง ! | f(x) | < g(x) | f(x) | > | g(x) | | f(x) | < | g(x) | จะยก กำลังสองได้ต้องอยู่ในรูป รู้ไหม ? ทำไมเปลี่ยนเครื่องหมาย น 2 - 2 นล + ล 2
  • 55.
    แบบทดสอบ 31. | 2x- 3 | = 5 2. | x - 1 | < 2x 3. | x + 2 | > 3 - x ตอบ { - 1 , 4 } 4. | x - 2 | < | 2x - 1 | ยกกำลังทั้งสองข้างก็ได้ ยกกำลังทั้งสองข้างไม่ได้ ยกกำลังทั้งสองข้างก็ได้แต่ต้องตรวจคำตอบ ยกกำลังทั้งสองข้างก็ได้แต่ต้องตรวจคำตอบ
  • 56.
    ตัวอย่าง จงหาเซต คำตอบของสมการ | x + 2 | + | x - 3 | = | x + 5 | วิธีทำ ใช้หลักการถอดค่าสัมบูรณ์โดยการแบ่งเป็น 4 ช่วงดังนี้ - 5 - 5 - 2 3 จะได้ - (x+2) + - (x-3) = - (x+5) - (x+2) + - (x-3) = (x+5) (x+2) + - (x-3) = (x+5) (x+2) + (x-3) = (x+5)
  • 57.
    กรณีที่ 1x < -5 จะได้สมการ - ( x + 2 ) + - ( x - 3 ) = - ( x + 5 ) - x - 2 - x + 3 = - x - 5 - x = - 6 x = 6 กรณีนี้ คำตอบคือ =
  • 58.
    กรณีที่ 2จะได้สมการ - ( x + 2 ) + - ( x - 3 ) = ( x + 5 ) - x - 2 - x + 3 = x + 5 - 3x = 4 กรณีนี้ คำตอบคือ =
  • 59.
    กรณีที่ 3จะได้สมการ ( x + 2 ) + - ( x - 3 ) = ( x + 5 ) x + 2 - x + 3 = x + 5 x = 0 กรณีนี้ คำตอบคือ = { 0 }
  • 60.
    กรณีที่ 4จะได้สมการ ( x + 2 ) + ( x - 3 ) = ( x + 5 ) x + 2 + x - 3 = x + 5 x = 6 กรณีนี้ คำตอบคือ = 6 ดังนั้นคำตอบของสมการคือ = { 6 }
  • 61.
    ทดสอบ ( 10 คะแนน ) 1. จงหาเซตคำตอบ | x + 1 | + | x - 2 | = | x + 4 | 2. จงหาเซตคำตอบ | x + 2 | + | x - 3 | < | x + 5 | ตอบ ( 0 , 6 ) ตอบ ( 0 , 6 ) ตอบ ( 0 , 6 ) ตอบ { -1 , 5 } ตอบ { -1 , 5 } ตอบ { -1 , 5 } ตอบ ( 0 , 6 ) ตอบ { -1 , 5 }
  • 62.
    ผลเฉลย การหาเซต คำตอบของสมการ | x + 1 | + | x - 2 | = | x + 4 | วิธีทำ ใช้หลักการถอดค่าสัมบูรณ์โดยการแบ่งเป็น 4 ช่วงดังนี้ - 4 - 1 2 จะได้ - (x+1) + - (x-2) = - (x+4) - (x+1) + - (x-2) = (x+4) (x+1) + - (x-2) = (x+4) (x+1) + (x-2) = (x+4)
  • 63.
    กรณีที่ 1x < -4 จะได้สมการ - ( x + 1 ) + - ( x -2 ) = - ( x + 4 ) - x - 1 - x + 3 = - x - 4 - x = - 5 x = 5 กรณีนี้ คำตอบคือ =
  • 64.
    กรณีที่ 2จะได้สมการ - ( x + 1 ) + - ( x - 2 ) = ( x + 4 ) - x - 1 - x + 2 = x + 4 - 3x = 3 กรณีนี้ คำตอบคือ = x = - 1
  • 65.
    กรณีที่ 3จะได้สมการ ( x + 1 ) + - ( x - 2 ) = ( x + 4 ) x + 1 - x + 2 = x + 4 x = - 1 กรณีนี้ คำตอบคือ = { -1 }
  • 66.
    กรณีที่ 4จะได้สมการ ( x + 1 ) + ( x - 2 ) = ( x + 4 ) x + 1 + x - 2 = x + 4 x = 5 กรณีนี้ คำตอบคือ = 5 ดังนั้นคำตอบของสมการคือ = { -1 , 5 }
  • 67.
    ผลเฉลย การหาเซต คำตอบของสมการ | x + 2 | + | x - 3 | < | x + 5 | วิธีทำ ใช้หลักการถอดค่าสัมบูรณ์โดยการแบ่งเป็น 4 ช่วงดังนี้ - 5 - 5 - 2 3 จะได้ - (x+2) + - (x-3) < - (x+5) - (x+2) + - (x-3) < (x+5) (x+2) + - (x-3) < (x+5) (x+2) + (x-3) < (x+5)
  • 68.
    กรณีที่ 1x < -5 จะได้สมการ - ( x + 2 ) + - ( x - 3 ) < - ( x + 5 ) - x - 2 - x + 3 < - x - 5 - x < - 6 x > 6 กรณีนี้ คำตอบคือ =
  • 69.
    กรณีที่ 2จะได้สมการ - ( x + 2 ) + - ( x - 3 ) < ( x + 5 ) - x - 2 - x + 3 < x + 5 - 3x < 4 กรณีนี้ คำตอบคือ =
  • 70.
    กรณีที่ 3จะได้สมการ ( x + 2 ) + - ( x - 3 ) < ( x + 5 ) x + 2 - x + 3 < x + 5 x > 0 กรณีนี้ คำตอบคือ = ( 0 , 3 )
  • 71.
    กรณีที่ 4จะได้สมการ ( x + 2 ) + ( x - 3 ) < ( x + 5 ) x + 2 + x - 3 < x + 5 x < 6 กรณีนี้ คำตอบคือ = [ 3 , 6 ) ดังนั้นคำตอบของสมการคือ = ( 0 , 6 )