แผนบริหารการสอนประจาบทที่ 3
ทฤษฎีการร่างภาพ
หัวข้อเนื้อหาประจาบท
1. การหามุมมองในการวาดภาพ
2. การวางภาพให้เหมาะสมกับหน้ากระดาษ
3. หลักการจัดภาพ
4. การวัดขนาดและสัดส่วน
5. เส้นโครงสร้างในการร่างภาพ
วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
เมื่อศึกษาเนื้อหาในบทที่ 3 แล้วนักศึกษามีความสามารถ ดังนี้
1. หามุนมองการวาดภาพจากหุ่นได้สวยงาม
2. จัดวางภาพได้เหมาะกับหน้ากระดาษ
3. วัดขนาดและสัดส่วนจากแบบและเขียนลงกระดาษได้ถูกต้อง
4. สามารถร่างภาพขึ้นโครงสร้างของรูปทรงเรขาคณิตได้ถูกต้อง
5. สามารถร่างภาพขึ้นโครงสร้างของวัตถุต่างๆรอบตัวได้
วิธีการสอนและกิจกรรมการเรียนการสอนประจาบท
วิธีการสอนและกิจกรรมการสอนประจาบทที่ 3 ประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้
1. สาธิตการหามุมมองการวาดภาพจากหุ่นได้อย่างเหมาะสม
2. สาธิตการร่างภาพให้เมาะสมกับหน้ากระดาษ
3. สาธิตการวัดขนาดและสัดส่วนจากหุ่นสู่การร่างภาพในกระดาษ
4. สาธิตการเขียนโครงสร้างของรูปทรงเรขาคณิต และโครงสร้างของวัตถุต่างๆรอบตัว
5. นักศึกษาลงมือปฏิบัติร่างภาพโครงสร้างและจัดวางให้เหมาะสมกับหน้ากระดาษโดยฝึก
เขียนจากหุ่นปูนปลาสเตอร์รูปทรงเรขาคณิต ได้แก่ รูปทรงกลม รูปทรงกระบอก รูปทรงสามเหลี่ยม
หน้าจั่ว รูปทรงพีรามิด รูปทรงกรวยและรูปทรงลูกบาศก์ ในชั่วโมงเรียน 2 ชิ้น และนอกเวลาเรียน
เขียนโครงสร้างของวัตถุรอบๆตัว เช่น แก้วน้า ขวด กล่องน้า เป็นต้น
สื่อการเรียนการสอน
1. เอกสารประกอบการสอนวิชาวาดเส้นบทที่ 3 ทฤษฎีการร่างภาพ
2. ตัวอย่างผลงานการร่างภาพเส้นโครงสร้างของรูปทรงเรขาคณิต ที่ถูกต้องตามสัดส่วน
และจัดวางลงหน้ากระดาษได้อย่างเหมาะสม
3. หุ่นปูนปลาสเตอร์ รูปทรงกลม รูปทรงกระบอก รูปทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว รูปทรงพีรา
มิด รูปทรงกรวยและรูปทรงลูกบาศก์
4. วัสดุอุปกรณ์ในการวาดเส้น กระดานวาดรูป ดินสอEE ยางลบ คลิปหนีบกระดาษ
กระดาษวาดรูป 80 ปอนด์
การวัดผลและประเมินผล
1. สังเกตพฤติกรรมการตรงต่อเวลาในการเข้าเรียน
2. สังเกตพฤติกรรมความตั้งใจและการตอบสนองของผู้เรียนระหว่างเรียนและการลงมือ
ปฏิบัติการวาดเส้นในชั้นเรียน
3. ประเมินจากผลงานการร่างภาพการเขียนโครงสร้างรูปทรงเรขาคณิต ว่าถูกต้องได้
ขนาดและสัด ลงบนกระดาษได้อย่างเหมาะสมหรือไม่
4. ประเมินจากผลงานนอกเวลาเรียนจากการร่างภาพวัตถุต่างๆรอบตัว ว่ามีความเข้าใจ
เรื่องโครงสร้างและสัดส่วนของวัตถุได้ถูกต้องหรือไม่
บทที่ 3
ทฤษฎีการร่างภาพ
การร่างภาพ(Sketch) เป็นขั้นตอนแรกของงานวาดเส้นที่ผู้เขียนจะต้องใส่ใจในมุมที่จะ
วาดก่อนว่ามีความน่าสนใจไหมอย่างไร จากนั้นจึงเริ่มการจัดองค์ประกอบให้ภาพที่เขียนมีความสมดุล
กับหน้ากระดาษไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป ก่อนจะจัดวางตามแบบหุ่นที่เขียน เลือกมุมมองหุ่น มีระยะ
หน้า กลาง หลัง จะทาให้ภาพที่เขียนนั้นมีมิติน่าสนใจ
การร่างภาพนับเป็นจุดเริ่มต้นที่สาคัญของการวาดภาพ ภาพวาดที่ถูกต้องทางโครงสร้าง
และสัดส่วนจะส่งผลให้ชิ้นงานที่วาดเสร็จมีความสมบรูณ์ เริ่มจาการร่างภาพโดยวิเคราะห์ รูปทรงของ
หุ่นที่จะทาการวาดให้เป็นรูปทรงเรขาคณิตมาประกอบกันเป็นโครงสร้างง่ายๆ เพิ่มเติมรายละเอียด
ของรูปทรงย่อยต่างๆ ลงบนโครงสร้าง ที่ได้กาหนดสัดส่วนไว้ในลักษณะที่เป็นเหลี่ยม เพื่อให้ง่ายแก่
การวาดรายละเอียด จากนั้นวาดตกแต่งรายละเอียดโดยปรับเส้นที่เป็นเหลี่ยมให้มีความโค้งมนตาม
รูปทรง (พิษณุ ประเสริฐผล. 2549:39)
การร่างภาพมีหลายวิธีโดยเบื้องต้นเรามักร่างภาพวัตถุต่างๆโดยมองเป็นรูปทรงที่ง่ายที่สุด
นั่นคือรูปทรงเรขาคณิต แล้วค่อยปรับให้เป็นเส้นตามจริงที่เห็น การร่างภาพเป็นรูปทรงเรขาคณิตทา
ให้เราสามารถเทียบสัดส่วนได้ง่ายกว่าการเขียนจากเส้นรอบนอกได้เพียงอย่างเดียว เพราะการขึ้นรูป
เรขาคณิตต้องมีเส้นแกน และการวัดระยะเพื่อเขียนให้ถูกต้องตามสัดส่วนจริง (พงศ์ภวัน อะสีติรัตน์.
2553:35)
การหามุมมองในการวาดภาพ
ภาพที่วาดจะสวยหรือไม่สวยนั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับ “มุมมอง” ของภาพที่วาดมุมมองที่
น่าสนใจมีแสงเงาที่สวยงามจะช่วยให้ภาพวาดมีเสน่ห์ชวนมองดังนั้นในการร่างภาพแรกเริ่มควรจะมอง
แบบหรือหุ่นที่วาดก่อนว่ามีความน่าสนใจอย่างไร มุมที่วาดบ่งบอกลักษณะของรูปร่างรูปทรงของหุ่น
ได้ชัดเจน หุ่นหรือแบบมีกี่ชิ้น จะเลือกอะไรให้เป็นระยะหน้า ระยะกลาง ระยะหลัง ดังนั้นก่อนที่จะลง
มือวาดควรเดินมองให้รอบหุ่นว่ามุมมองไหนมีความน่าสนใจและเห็นองค์ประกอบของหุ่นได้อย่าง
ครบถ้วน น้าหนักแสงเงามีทิศทางที่ชัดเจนไหมย้อนแสงหรือเปล่า และนั่งลงเขียนในมุมที่เราเลือกจะ
ถ่ายทอด ดังตัวอย่างการจัดหุ่นปูนรูปทรงเรขาคณิต รูปทรงกลม รูปทรงกระบอกและรูปทรง
สามเหลี่ยมดังต่อไปนี้
การเลือกมุมมองหรือการจัดวางหุ่นแบบเรียงหน้ากระดาน จะทาให้ภาพที่เขียนออกมาขาด
มิติและบรรยากาศ เพราะภาพจะขาดจุดเด่นจากการที่แบบอยู่ในระยะเดียวกันทั้งหมดภาพขาดความ
น่าสนใจ ภาพไม่มีระยะไม่เกิดมิติของภาพที่จะวาด
ภาพที่ 3.1 ภาพการจัดวางหุ่นแบบเรียงหน้ากระดานทาให้ภาพไม่มีระยะขาดความน่าสนใจ
การเลือกมุมมองที่ย้อนแสงจะทาให้แสงเงาที่ได้จะมีน้าหนักเข้ม พอเขียนออกมาแล้วแสง
เงาที่ลงจะมืดภาพดูไม่สบายตา การลงน้าหนักแสงเงาก็จะยากไม่เหมาะสาหรับผู้ที่ฝึกวาดเส้นในระยะ
เริ่มแรก
ภาพที่ 3.2 ภาพการเลือกมุมมองภาพที่ย้อนแสงภาพจะมืดลงแสงเงายาก
การเลือกมุมมองภาพไม่ควรที่จะเลือกมุมภาพที่แบบดูทับซ้อนกันมากเกินไปจะทาให้ภาพ
ที่เขียนดูเป็นกระจุก อึดอัดและรูปทรงของแบบก็ถูกบดบังดูไม่ชัด โดยที่ภาพวาดออกมาจะขาด
บรรยากาศขั้นกลางของหุ่นในแต่ละชิ้น ผลงานขาดความน่าสนใจ
ภาพที่ 3.3 การเลือกมุมมองที่แบบทับซ้อนกันมากเกินไป ภาพจะดูเป็นอึดอัดและบดบังรูปทรงที่
ชัดเจน ผลงานขาดความน่าสนใจ
การเลือกมุมมองที่ถูกต้องสวยงามคือ แบบมีระยะหน้า ระยะกลาง ระยะหลัง แสงเงามี
ทิศทางที่ชัดเจนลงน้าหนักแรเงาได้ง่ายแบบไม่ย้อนแสง และหุ่นเห็นรูปทรงชัดเจนไม่บังกันมากเกินไป
ก็จะได้มุมมองที่สมบรูณ์พร้อมจะถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดเส้นที่สวยงาม
ภาพที่ 3.4 การเลือกมุมมองที่ถูกต้องคืองานมีระยะหน้า กลาง หลัง แสงเงาชัดเจน
การวางภาพให้เหมาะสมกับหน้ากระดาษ
การวางภาพให้เหมาะสมกับหน้ากระดาษ จะต้องทราบรูปแบบหรือโครงสร้างส่วนรวม
ของภาพที่จะเขียนว่ามีพื้นที่อย่างไร เช่นถ้ามีรูปแบบหรือโครงสร้างสูงมากกว่าทางกว้าง การวาง
กระดาษจะต้องวางแนวตั้ง และถ้ามีรูปแบบและโครงสร้างกว้างมากกว่าส่วนสูง การวางกระดาษ
จะต้องวางทางนอน ภาพที่จะเขียนลงบนกระดาษจะมีขนาดใหญ่ หรือเล็กอย่างไรก็ตาม การวางภาพ
ให้มีสัดส่วนเหมาะสมกับหน้ากระดาษ กระดาษนั้นจะต้องย่อภาพให้เล็กลงและมีขนาดให้เหมาะสม
กับขนาดของกระดาษ สาหรับภาพที่เขียนมีขนาดเล็กอยู่แล้วไม่นิยมขยายให้ใหญ่แต่จะเลือกขนาด
กระดาษมาเขียนให้เหมาะสม(นงนารถ เมินทุกข์. 2534:45)
หลังจากที่เราเลือกมุมมองที่จะวาดได้อย่างเหมาะสมแล้วก็มาถึงการจัดองค์ประกอบของ
ภาพให้มีความเหมาะสมกับกระดาษที่จะต้องวางภาพให้เหมาะสมกับพื้นที่ ที่จะทาการวาดขนาดของ
ภาพไม่ใหญ่เกินไป หรือเล็กเกินไปโดยจัดภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้วาดว่าจะเสนอ
มุมมองอย่างไรให้ลงตัวกับหน้ากระดาษ ดังตัวอย่างดังต่อไปนี้
ภาพที่วาดมีขนาดเล็กไป ภาพที่วาดมีขนาดใหญ่ไป
ภาพที่ 3.5 การจัดองค์ประกอบของภาพในหน้ากระดาษที่วาดเล็กเกินไปและใหญ่เกินไป
ภาพที่วาดชิดด้านข้างมากไป ภาพที่วาดชิดด้านบนมากไป
ภาพที่ 3.6 การจัดองค์ประกอบของภาพในหน้ากระดาษที่ชิดด้านข้างมากไป และชิดด้านบนมากไป
การจัดวางภาพที่เหมาะสมและพอดีกับหน้ากระดาษ
ภาพที่ 3.7 การจัดองค์ประกอบของภาพที่เหมาะสมและพอดีกับหน้ากระดาษ
หลักการจัดภาพ
หลักการจัดภาพหรือองค์ประกอบภาพในการวาดเส้น หมายถึง มุมมองที่มีส่วนประกอบ
ของสรรพสิ่ง อันก่อให้เกิดเป็นภาพทั้งนี้รวมถึงอากาศ หรือช่องว่าง (Space) ที่เราไม่สามารถมองเห็น
ด้วยตาเปล่า แสดงให้เห็นความใกล้-ความเป็นกลาง-ความไกลสุดสายตา ความรู้สึกที่มีความตื้น-ลึก มี
ระยะ เข้ม-จาง ทิศทางที่นาสายตามุ่งไปสู่ประเด็นความสนใจในภาพ ที่ผู้วาดต้องการถ่ายทอด(บรรจง
ศักดิ์ พิมพ์ทอง. 2550:63)
การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะทุกประเภทจาเป็นต้องมีการจัดองค์ประกอบให้ลงตัวสวยงาม
การวาดเส้นก็เช่นกัน เราต้องจัดการกับรูปทรงและพื้นที่บนกระดาษให้มีความสัมพันธ์กันภาพจึง
ออกมาสวยงาม(อนันต์ ประภาโส.2553:30)
1. เอกภาพ(Unity) หมายถึงการจัดภาพที่ต้องคานึงถึงความรู้สึกที่เป็นกลุ่มอันเดียวกัน
ไม่กระจายจนเกิดความสับสนทั้งนี้อาจทาได้โดยการเลือกมุม หรือเปลี่ยนมุมของภาพสาหรับในการ
เขียนภาพจากทิวทัศน์ที่มีแบบจากธรรมชาติ อาจ เพิ่ม ลด ตัด ทอน เคลื่อนย้าย เช่นถ้ามีสิ่งก่อสร้าง
และต้นไม้อยู่ห่างกันเราอาจจะดึงต้นไม้ในภาพมาอยู่ใกล้ชิดกันเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ แต่ต้อง
ระมัดระวังการผิดความเป็นจริงไป
ตัวอย่างผลงานที่มีเอกภาพ ตัวอย่างผลงานที่ขาดเอกภาพ
ภาพที่ 3.8 แสดงตัวอย่างผลงานที่มีเอกภาพและผลงานที่ขาดเอกภาพ
ที่มา : อนันต์ ประภาโส. 2553 : 30.
2. ความสมดุล (Balance)ความสมดุลหรือจุดศูนย์ถ่วง หมายถึงการจัดน้าหนักที่ถ่วง
กันทั้งข้างซ้ายและขวาของแผ่นภาพคือไม่จัดเรื่องราวหนักไปทางหนึ่งทางใดมากเกินไป ความสมดุลมี
สองลักษณะคือ ความสมดุลในลักษณะซ้ายขวาเท่ากัน(Symetrical Balance) คือเนื้อหาเรื่องใน
ภาพเท่าๆกันทั้งซ้ายขวา การเขียนภาพไม่นิยมในลักษณะซ้ายขวาเท่ากัน ความสมดุลในลักษณะซ้าย
ขวาไม่เท่ากัน(Assymetrical Balance)ขนาดเนื้อหาเรื่องราวของภาพไม่เท่ากันแต่ดูแล้วมี
ความรู้สึกว่าน้าหนักของภาพไม่เอียงไปทางข้างใดข้างหนึ่ง
ภาพที่ 3.9 ตัวอย่างผลงานที่มีความสมดุลในลักษณะซ้ายขวาเท่ากัน(Symetrical Balance)
ที่มา : s-media-cache-ak0.pinimg.com. Online. 2013.
ภาพที่ 3.10 ตัวอย่างผลงานที่มีความสมดุลในลักษณะซ้ายขวาไม่เท่ากัน(Assymetrical Balance)
ที่มา : visscom.files.wordpress.com. Online. 2013.
3. จุดสนใจ (Interesting Point)คือสิ่งที่ต้องมีในงานศิลปะทุกชิ้น จุดสนใจมีหน้าที่ใน
การสร้างความโดดเด่นของผลงาน เป็นประธานของภาพ เป็นศูนย์รวมขององค์ประกอบโดยรวมของ
ภาพ มีเพียงจุดเดียวหรือกลุ่มเดียว จุดสนใจเป็นตัวเชื่อมโยงรูปร่าง รูปทรงและเนื้อหาในส่วนต่างๆ
ของภาพให้กลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน(อนันต์ ประภาโส.2553:30)
ภาพที่ 3.11 ตัวอย่างผลงานที่มีจุดสนใจ (Interesting Point) อยู่ตรงกลางภาพ
ที่มา : อนันต์ ประภาโส. 2553 : 31.
การวัดขนาดและสัดส่วน
การวัดขนาดสัดส่วน คือเบื้องต้นของการวาดเส้น ใช้ในการร่างภาพเพื่อให้ได้สัดส่วนที่ตรง
ตามหุ่นที่จะวาด สร้างให้เกิดความแม่นยาด้วยการวัดกะประมาณจากนิ้วหัวแม่มือ ดิสอและสายตา
เพื่อกะสัดส่วนของหุ่นที่จะวาดอย่างคร่าวๆ โดยการที่ผู้วาดใช้มือจับดินสอแล้วยืดให้สุดแขน ใช้สายตา
เล็งผ่านดินสอไปยังวัตถุโดยการหรี่ตาข้างใดข้างหนึ่งแล้วแต่ถนัด ใช้นิ้วหัวแม่มือเป็นตัวคั่นสัดส่วน
เลื่อนนิ้วหัวแม่มือขึ้นลงเพื่อวัดความกว้างและความสูง แล้วเปรียบเทียบกับสัดส่วนหุ่นข้างเคียง เมื่อได้
สัดส่วนแล้วกดนิ้วหัวแม่มือไว้ แล้วถ่ายขนาดสัดส่วนลงบนกระดาษที่วาด(วัชรพงศ์ หงษ์สุวรรณ.
2552:17)
ภาพที่ 3.12 การวัดขนาดสัดส่วนของรูปทรงโดยใช้มือจับดินสอแล้วยืดให้สุดแขน แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือ
เป็นตัวคั่นสัดส่วน เลื่อนนิ้วหัวแม่มือขึ้นลงเพื่อวัดความกว้างและความสูง
ที่มา : วัชรพงศ์ หงษ์สุวรรณ. 2552 : 17.
ขนาดและสัดส่วนใช้ในการกาหนดเปรียบเทียบ รูปทรงหนึ่งกับอีกรูปทรงหนึ่ง ในด้าน
ความกว้างความยาวความสูง เพื่อให้ได้ความเหมาะสมของแต่ละรูปทรงให้ถูกต้อง การวาดขนาดและ
สัดส่วน ให้จับดินสอยืดแขนให้สุดให้ดินสอตั้งฉากกับพื้นโดยให้ปลายดินสออยู่ตรงส่วนปลายของแบบ
ที่เราวัดและปลายนิ้วโป้งอยู่ตรงส่วนต้นของแบบที่เราวัดโดยขนาดที่ได้จะเป็น 1 ส่วนเพื่อนาไปเทียบ
กับส่วนอื่นๆให้ได้สัดส่วนที่ถูกต้องตามแบบที่เราเขียน จากตัวอย่างที่แสดงให้เห็นการวัดขนาดสัดส่วน
รูปทรงกระบอก ที่ขนาดความกว้าง 1 ส่วน และขนาดความสูง 2 ส่วน โดยเทียบจากปลายดินสอและ
ปลายนิ้วโป้งที่กาหนดจุดความกว้างและความสูง
ภาพที่ 3.13 การวัดขนาดสัดส่วนของรูปทรงกรวยโดยการจับดินสอยืดแขนให้สุดและตั้งฉากเพื่อวัด
ขนาดและสัดส่วนของวัตถุ
ที่มา : พงศ์ภวัน อะสีติรัตน์. 2557 : 40.
ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างข้างต้นถ้าเราเขียนสิ่งของเพียงชิ้นเดียวเราก็วัดขนาดสิ่งของนั้นให้
สมส่วนแค่ขนาดความกว้างและความสูงเพียงเท่านั้น แต่ถ้าเขียนสิ่งของสองชิ้นขึ้นไปก็จะมีการเทียบ
ขนาดของสองสิ่งนั้นด้วยว่ามีความความกว้างความสูงสัมพันธ์กันอย่างไร โดยให้เลือกวัดขนาดสิ่งหนึ่ง
ก่อนเป็นตัวเทียบค่า 1 ส่วนและก็จาก1ส่วน ก็เพิ่มเป็น 2 ส่วน 3ส่วน ตามขนาดที่วัดได้ก็จะเกิดเป็น
ขนาดรูปทรงที่มีสัดส่วนถูกต้องและเหมาะสม สัมพันธ์กันภายในภาพ
ภาพที่ 3.14 การวัดขนาดสัดส่วนของรูปทรงกลมและรูปทรงสามเหลี่ยม ว่ามีขนาดสัดส่วนที่สัมพันธ์
กันระหว่างของสองสิ่งแม้จะมีรูปทรงที่ต่างกัน
ภาพที่ 3.15 การวัดขนาดโดยเทียบจาก1ส่วนของก้นขวดในระยะหน้าและเทียบเคียงขวดในระยะหลัง
เพื่อดึงมาเทียบเคียงวัดสัดส่วนของขวดสองใบให้ได้ขนาดตามจริง
เส้นโครงสร้างในการร่างภาพ
เส้นโครงสร้างคือสิ่งสาคัญสาหรับการร่างภาพมากคือเราจะต้องถอดแบบและมองให้ออกถึง
โครงสร้างหลักของแบบที่เราจะวาดว่ามีโครงสร้างอย่างไรประกอบไปด้วยรูปทรงอะไรบ้าง และจะมี
ขั้นตอนวิธีการร่างภาพอย่างเป็นขึ้นตอนที่ผู้เขียนยกตัวอย่างการเขียนเส้นโครงสร้างของรูปทรงขวด
โซดาตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. เส้นแกน ทุกสิ่งอย่างไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ล้วนจาเป็นต้องมีเส้นแกนเพื่อจะเป็น
หลักยึดถึงกึ่งกลางของวัตถุเพื่อจะได้แบ่งขนาดและสัดส่วนได้อย่างชัดเจนโดยคะเนจากเส้นแกนเป็น
หลัก โดยยังสามารถจะจับทิศทางการเคลื่อนไหวและจังหวะของวัตถุที่เราเขียนได้อีกด้วย ดังตัวอย่าง
ของการร่างเส้นโครงสร้างขวดโซดาที่รูปทรงมีความสมมาตรซ้ายขวาเท่ากันจะมีเส้นแกนกลางเป็น
หลักเพื่อเป็นกึ่งกลางวัดขนาดซ้ายและขวาให้เท่ากัน
ภาพที่ 3.16 การเขียนเส้นแกนขวดแก้ววัตถุที่มีความสมมาตร เพื่อจะได้เป็นตัววัดขนาดสัดส่วนที่ซ้าย
ขวาขนาดเท่ากัน
2.เส้นเค้าโครง เป็นเส้นง่ายๆ ที่ใช้ในการเริ่มร่างภาพต่างๆ เพื่อกาหนดขอบเขตของวัตถุ
ที่ต้องการวาดอย่างคราวๆ ใช้ประกอบกับเส้นแกนเพื่อวางเค้าโครงโดยรวมของวัตถุ ดังจะมอง
ตัวอย่างรูปทรงของขวดนั้นโครงสร้างหลักจะเป็นรูปทรงกระบอก และขอบล่างและบนมีความโค้งมน
ภาพที่ 3.17 การเขียนเส้นเค้าโครงขวดแก้วเพื่อจัดขนาดและสัดส่วนให้ได้ความเหมาะสมอย่างคร่าวๆ
3. เส้นรอบนอก เป็นเส้นภาพร่างภายนอกของวัตถุ ใช้เพื่อแสดงรูปทรงที่ถูกต้องของสิ่งที่
วาดเพื่อเป็นการกาหนดขอบเขตของภาพวาดให้ชัดเจนก่อนที่จะมีการลงน้าหนักแสงเงา
ภาพที่ 3.18 การเขียนเส้นรอบนอกขวดแก้วเพื่อแสดงความชัดเจนของวัตถุที่ต้องการจะวาดก่อนลง
น้าหนักแสงเงา
เส้นโครงสร้างจากที่กล่าวมาจะมีเส้นแกนเป็นหลักและโครงร่างรูปทรงก็จะเป็นเรขาคณิต
ที่จะมีทรงกลม ทรงกระบอก ทรงสี่เหลี่ยม ทรงกรวย เป็นหลัก ดังจะยกตัวอย่างของสิ่งของวัตถุ
รอบๆตัวถึงเส้นโครงสร้างที่จะประกอบไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตอย่างไรบ้างดังต่อไปนี้
ภาพที่ 3.19 แสดงการร่างภาพเส้นโครงสร้างจากรูปทรงขวด
ภาพที่ 3.20 แสดงการร่างภาพเส้นโครงสร้างจากแก้วน้า
ภาพที่ 3.21 แสดงการร่างภาพเส้นโครงสร้างจากชามเซรามิกส์
ภาพที่ 3.22 แสดงการร่างภาพเส้นโครงสร้างรูปทรงสี่เหลี่ยม จากกล่องนมและขวดกาแฟ
บทสรุป
การวาดภาพไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับศิลปะใดๆ ถ้าขาดหลักของการจัดภาพอันถูกต้องแล้วจะ
ทาให้ภาพเขียนนั้นขาดความสวยงามหรืออาจกล่าวได้ว่า ภาพเขียนนั้นด้อยคุณค่า หมดความน่าสนใจ
ในการปฏิบัติงานวาดเขียนจะต้องคานึงถึงการจัดภาพ(Composition)ซึ่งจะต้องนามาใช้อยู่ตลอดเวลา
การจัดภาพในการวาดเขียน คือ การที่ผู้เขียนจัดสิ่งต่างๆเข้าด้วยกันอันเป็นเรื่องราวอันเหมาะสมให้
เกิดความสวยงามน่าสนใจ
การร่างภาพถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ผู้วาดต้องมีความใส่ใจในขั้นตอน ที่จะต้องเริ่มต้นจากการ
หามุมมองที่น่าสนใจมาสู่การวางและจัดองค์ประกอบในหน้ากระดาษ และวัดขนาดสัดส่วน ก่อนนา
มาถึงการร่างโครงสร้าง ที่จะมีการเขียนเส้นแกนเป็นหลักก่อนนาไปสู่เส้นเค้าโครง และเส้นรอบนอก
เพื่อเก็บรายละเอียดที่ถูกต้องจนเกิดเป็นภาพร่างที่ดี ก่อนจะให้น้าหนักแสงเงาของภาพที่ถูกต้อง
สมบรูณ์
คาถามท้ายบท
1. การเลือกมุมมองของภาพที่ดีในการวาดเส้นควรประกอบไปด้วยอะไรบ้าง
2. จงอธิบายการวัดขนาดและสัดส่วน
3. เส้นโครงสร้างในการร่างภาพประกอบไปด้วยเส้นอะไรบ้าง
กิจกรรมปฏิบัติ
ฝึกปฏิบัติการร่างภาพโดยการเขียนจากหุ่นปูนรูปทรงเรขาคณิตเพื่อฝึกการวัดขนาดและสัดส่วน
นามาจัดองค์ประกอบของภาพ ให้เหมาะสมกับหน้ากระดาษตามแบบฝึกหัดดังต่อไปนี้
1 .การฝึกร่างภาพรูปทรงเรขาคณิต รูปทรงกลม รูปทรงปริซึม รูปกระบอก โดยการหามุมมองที่
สวยงาม จัดองค์ประกอบในหน้ากระดาษที่เหมาะสม 1 แผ่น
2 .การฝึกร่างภาพรูปทรงเรขาคณิต รูปทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ รูปทรงกรวย รูปทรงพีรามิด โดยการหา
มุมมองที่สวยงาม จัดองค์ประกอบในหน้ากระดาษที่เหมาะสม 1 แผ่น
เอกสารอ้างอิง
นงนารถ เมินทุกข์. (2534). วาดเขียน. กรุงเทพฯ. สานักพิมพ์โอ.เอส.พริ้นติ้งเฮ้าส์
บรรจงศักดิ์ พิมพ์ทอง. (2550). วาดเส้น. กรุงเทพฯ. สานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พงศ์ภวัน อะสัติรัตน์. (2557). เทคนิคการวาดเส้น.กรุงเทพฯ. สานักพิมพ์ไทยควอลิตี้บุ๊ค
พิษณุ ประเสริฐผล. (2549). วาดเส้นด้วยดินสอ. กรุงเทพฯ. สานักพิมพ์เฟสิท์ออฟเซท
วัชรพงศ์ หงษ์สุวรรณ. (2547). วาดเส้นมัณฑนศิลป์. กรุงเทพฯ. สานักพิมพ์วาดศิลป์
อนันต์ ประภาโส. (2553). วาดเส้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ. สานักพิมพ์สิปปภา

บทที่ 3 ทฤษฎีการร่างภาพ

  • 1.
    แผนบริหารการสอนประจาบทที่ 3 ทฤษฎีการร่างภาพ หัวข้อเนื้อหาประจาบท 1. การหามุมมองในการวาดภาพ 2.การวางภาพให้เหมาะสมกับหน้ากระดาษ 3. หลักการจัดภาพ 4. การวัดขนาดและสัดส่วน 5. เส้นโครงสร้างในการร่างภาพ วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม เมื่อศึกษาเนื้อหาในบทที่ 3 แล้วนักศึกษามีความสามารถ ดังนี้ 1. หามุนมองการวาดภาพจากหุ่นได้สวยงาม 2. จัดวางภาพได้เหมาะกับหน้ากระดาษ 3. วัดขนาดและสัดส่วนจากแบบและเขียนลงกระดาษได้ถูกต้อง 4. สามารถร่างภาพขึ้นโครงสร้างของรูปทรงเรขาคณิตได้ถูกต้อง 5. สามารถร่างภาพขึ้นโครงสร้างของวัตถุต่างๆรอบตัวได้ วิธีการสอนและกิจกรรมการเรียนการสอนประจาบท วิธีการสอนและกิจกรรมการสอนประจาบทที่ 3 ประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้ 1. สาธิตการหามุมมองการวาดภาพจากหุ่นได้อย่างเหมาะสม 2. สาธิตการร่างภาพให้เมาะสมกับหน้ากระดาษ 3. สาธิตการวัดขนาดและสัดส่วนจากหุ่นสู่การร่างภาพในกระดาษ
  • 2.
    4. สาธิตการเขียนโครงสร้างของรูปทรงเรขาคณิต และโครงสร้างของวัตถุต่างๆรอบตัว 5.นักศึกษาลงมือปฏิบัติร่างภาพโครงสร้างและจัดวางให้เหมาะสมกับหน้ากระดาษโดยฝึก เขียนจากหุ่นปูนปลาสเตอร์รูปทรงเรขาคณิต ได้แก่ รูปทรงกลม รูปทรงกระบอก รูปทรงสามเหลี่ยม หน้าจั่ว รูปทรงพีรามิด รูปทรงกรวยและรูปทรงลูกบาศก์ ในชั่วโมงเรียน 2 ชิ้น และนอกเวลาเรียน เขียนโครงสร้างของวัตถุรอบๆตัว เช่น แก้วน้า ขวด กล่องน้า เป็นต้น สื่อการเรียนการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนวิชาวาดเส้นบทที่ 3 ทฤษฎีการร่างภาพ 2. ตัวอย่างผลงานการร่างภาพเส้นโครงสร้างของรูปทรงเรขาคณิต ที่ถูกต้องตามสัดส่วน และจัดวางลงหน้ากระดาษได้อย่างเหมาะสม 3. หุ่นปูนปลาสเตอร์ รูปทรงกลม รูปทรงกระบอก รูปทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว รูปทรงพีรา มิด รูปทรงกรวยและรูปทรงลูกบาศก์ 4. วัสดุอุปกรณ์ในการวาดเส้น กระดานวาดรูป ดินสอEE ยางลบ คลิปหนีบกระดาษ กระดาษวาดรูป 80 ปอนด์ การวัดผลและประเมินผล 1. สังเกตพฤติกรรมการตรงต่อเวลาในการเข้าเรียน 2. สังเกตพฤติกรรมความตั้งใจและการตอบสนองของผู้เรียนระหว่างเรียนและการลงมือ ปฏิบัติการวาดเส้นในชั้นเรียน 3. ประเมินจากผลงานการร่างภาพการเขียนโครงสร้างรูปทรงเรขาคณิต ว่าถูกต้องได้ ขนาดและสัด ลงบนกระดาษได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ 4. ประเมินจากผลงานนอกเวลาเรียนจากการร่างภาพวัตถุต่างๆรอบตัว ว่ามีความเข้าใจ เรื่องโครงสร้างและสัดส่วนของวัตถุได้ถูกต้องหรือไม่
  • 3.
    บทที่ 3 ทฤษฎีการร่างภาพ การร่างภาพ(Sketch) เป็นขั้นตอนแรกของงานวาดเส้นที่ผู้เขียนจะต้องใส่ใจในมุมที่จะ วาดก่อนว่ามีความน่าสนใจไหมอย่างไรจากนั้นจึงเริ่มการจัดองค์ประกอบให้ภาพที่เขียนมีความสมดุล กับหน้ากระดาษไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป ก่อนจะจัดวางตามแบบหุ่นที่เขียน เลือกมุมมองหุ่น มีระยะ หน้า กลาง หลัง จะทาให้ภาพที่เขียนนั้นมีมิติน่าสนใจ การร่างภาพนับเป็นจุดเริ่มต้นที่สาคัญของการวาดภาพ ภาพวาดที่ถูกต้องทางโครงสร้าง และสัดส่วนจะส่งผลให้ชิ้นงานที่วาดเสร็จมีความสมบรูณ์ เริ่มจาการร่างภาพโดยวิเคราะห์ รูปทรงของ หุ่นที่จะทาการวาดให้เป็นรูปทรงเรขาคณิตมาประกอบกันเป็นโครงสร้างง่ายๆ เพิ่มเติมรายละเอียด ของรูปทรงย่อยต่างๆ ลงบนโครงสร้าง ที่ได้กาหนดสัดส่วนไว้ในลักษณะที่เป็นเหลี่ยม เพื่อให้ง่ายแก่ การวาดรายละเอียด จากนั้นวาดตกแต่งรายละเอียดโดยปรับเส้นที่เป็นเหลี่ยมให้มีความโค้งมนตาม รูปทรง (พิษณุ ประเสริฐผล. 2549:39) การร่างภาพมีหลายวิธีโดยเบื้องต้นเรามักร่างภาพวัตถุต่างๆโดยมองเป็นรูปทรงที่ง่ายที่สุด นั่นคือรูปทรงเรขาคณิต แล้วค่อยปรับให้เป็นเส้นตามจริงที่เห็น การร่างภาพเป็นรูปทรงเรขาคณิตทา ให้เราสามารถเทียบสัดส่วนได้ง่ายกว่าการเขียนจากเส้นรอบนอกได้เพียงอย่างเดียว เพราะการขึ้นรูป
  • 4.
    เรขาคณิตต้องมีเส้นแกน และการวัดระยะเพื่อเขียนให้ถูกต้องตามสัดส่วนจริง (พงศ์ภวันอะสีติรัตน์. 2553:35) การหามุมมองในการวาดภาพ ภาพที่วาดจะสวยหรือไม่สวยนั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับ “มุมมอง” ของภาพที่วาดมุมมองที่ น่าสนใจมีแสงเงาที่สวยงามจะช่วยให้ภาพวาดมีเสน่ห์ชวนมองดังนั้นในการร่างภาพแรกเริ่มควรจะมอง แบบหรือหุ่นที่วาดก่อนว่ามีความน่าสนใจอย่างไร มุมที่วาดบ่งบอกลักษณะของรูปร่างรูปทรงของหุ่น ได้ชัดเจน หุ่นหรือแบบมีกี่ชิ้น จะเลือกอะไรให้เป็นระยะหน้า ระยะกลาง ระยะหลัง ดังนั้นก่อนที่จะลง มือวาดควรเดินมองให้รอบหุ่นว่ามุมมองไหนมีความน่าสนใจและเห็นองค์ประกอบของหุ่นได้อย่าง ครบถ้วน น้าหนักแสงเงามีทิศทางที่ชัดเจนไหมย้อนแสงหรือเปล่า และนั่งลงเขียนในมุมที่เราเลือกจะ ถ่ายทอด ดังตัวอย่างการจัดหุ่นปูนรูปทรงเรขาคณิต รูปทรงกลม รูปทรงกระบอกและรูปทรง สามเหลี่ยมดังต่อไปนี้ การเลือกมุมมองหรือการจัดวางหุ่นแบบเรียงหน้ากระดาน จะทาให้ภาพที่เขียนออกมาขาด มิติและบรรยากาศ เพราะภาพจะขาดจุดเด่นจากการที่แบบอยู่ในระยะเดียวกันทั้งหมดภาพขาดความ น่าสนใจ ภาพไม่มีระยะไม่เกิดมิติของภาพที่จะวาด ภาพที่ 3.1 ภาพการจัดวางหุ่นแบบเรียงหน้ากระดานทาให้ภาพไม่มีระยะขาดความน่าสนใจ
  • 5.
    การเลือกมุมมองที่ย้อนแสงจะทาให้แสงเงาที่ได้จะมีน้าหนักเข้ม พอเขียนออกมาแล้วแสง เงาที่ลงจะมืดภาพดูไม่สบายตา การลงน้าหนักแสงเงาก็จะยากไม่เหมาะสาหรับผู้ที่ฝึกวาดเส้นในระยะ เริ่มแรก ภาพที่3.2 ภาพการเลือกมุมมองภาพที่ย้อนแสงภาพจะมืดลงแสงเงายาก การเลือกมุมมองภาพไม่ควรที่จะเลือกมุมภาพที่แบบดูทับซ้อนกันมากเกินไปจะทาให้ภาพ ที่เขียนดูเป็นกระจุก อึดอัดและรูปทรงของแบบก็ถูกบดบังดูไม่ชัด โดยที่ภาพวาดออกมาจะขาด บรรยากาศขั้นกลางของหุ่นในแต่ละชิ้น ผลงานขาดความน่าสนใจ
  • 6.
    ภาพที่ 3.3 การเลือกมุมมองที่แบบทับซ้อนกันมากเกินไปภาพจะดูเป็นอึดอัดและบดบังรูปทรงที่ ชัดเจน ผลงานขาดความน่าสนใจ การเลือกมุมมองที่ถูกต้องสวยงามคือ แบบมีระยะหน้า ระยะกลาง ระยะหลัง แสงเงามี ทิศทางที่ชัดเจนลงน้าหนักแรเงาได้ง่ายแบบไม่ย้อนแสง และหุ่นเห็นรูปทรงชัดเจนไม่บังกันมากเกินไป ก็จะได้มุมมองที่สมบรูณ์พร้อมจะถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดเส้นที่สวยงาม ภาพที่ 3.4 การเลือกมุมมองที่ถูกต้องคืองานมีระยะหน้า กลาง หลัง แสงเงาชัดเจน การวางภาพให้เหมาะสมกับหน้ากระดาษ
  • 7.
    การวางภาพให้เหมาะสมกับหน้ากระดาษ จะต้องทราบรูปแบบหรือโครงสร้างส่วนรวม ของภาพที่จะเขียนว่ามีพื้นที่อย่างไร เช่นถ้ามีรูปแบบหรือโครงสร้างสูงมากกว่าทางกว้างการวาง กระดาษจะต้องวางแนวตั้ง และถ้ามีรูปแบบและโครงสร้างกว้างมากกว่าส่วนสูง การวางกระดาษ จะต้องวางทางนอน ภาพที่จะเขียนลงบนกระดาษจะมีขนาดใหญ่ หรือเล็กอย่างไรก็ตาม การวางภาพ ให้มีสัดส่วนเหมาะสมกับหน้ากระดาษ กระดาษนั้นจะต้องย่อภาพให้เล็กลงและมีขนาดให้เหมาะสม กับขนาดของกระดาษ สาหรับภาพที่เขียนมีขนาดเล็กอยู่แล้วไม่นิยมขยายให้ใหญ่แต่จะเลือกขนาด กระดาษมาเขียนให้เหมาะสม(นงนารถ เมินทุกข์. 2534:45) หลังจากที่เราเลือกมุมมองที่จะวาดได้อย่างเหมาะสมแล้วก็มาถึงการจัดองค์ประกอบของ ภาพให้มีความเหมาะสมกับกระดาษที่จะต้องวางภาพให้เหมาะสมกับพื้นที่ ที่จะทาการวาดขนาดของ ภาพไม่ใหญ่เกินไป หรือเล็กเกินไปโดยจัดภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้วาดว่าจะเสนอ มุมมองอย่างไรให้ลงตัวกับหน้ากระดาษ ดังตัวอย่างดังต่อไปนี้ ภาพที่วาดมีขนาดเล็กไป ภาพที่วาดมีขนาดใหญ่ไป ภาพที่ 3.5 การจัดองค์ประกอบของภาพในหน้ากระดาษที่วาดเล็กเกินไปและใหญ่เกินไป ภาพที่วาดชิดด้านข้างมากไป ภาพที่วาดชิดด้านบนมากไป
  • 8.
    ภาพที่ 3.6 การจัดองค์ประกอบของภาพในหน้ากระดาษที่ชิดด้านข้างมากไปและชิดด้านบนมากไป การจัดวางภาพที่เหมาะสมและพอดีกับหน้ากระดาษ ภาพที่ 3.7 การจัดองค์ประกอบของภาพที่เหมาะสมและพอดีกับหน้ากระดาษ หลักการจัดภาพ หลักการจัดภาพหรือองค์ประกอบภาพในการวาดเส้น หมายถึง มุมมองที่มีส่วนประกอบ ของสรรพสิ่ง อันก่อให้เกิดเป็นภาพทั้งนี้รวมถึงอากาศ หรือช่องว่าง (Space) ที่เราไม่สามารถมองเห็น ด้วยตาเปล่า แสดงให้เห็นความใกล้-ความเป็นกลาง-ความไกลสุดสายตา ความรู้สึกที่มีความตื้น-ลึก มี ระยะ เข้ม-จาง ทิศทางที่นาสายตามุ่งไปสู่ประเด็นความสนใจในภาพ ที่ผู้วาดต้องการถ่ายทอด(บรรจง ศักดิ์ พิมพ์ทอง. 2550:63) การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะทุกประเภทจาเป็นต้องมีการจัดองค์ประกอบให้ลงตัวสวยงาม การวาดเส้นก็เช่นกัน เราต้องจัดการกับรูปทรงและพื้นที่บนกระดาษให้มีความสัมพันธ์กันภาพจึง ออกมาสวยงาม(อนันต์ ประภาโส.2553:30) 1. เอกภาพ(Unity) หมายถึงการจัดภาพที่ต้องคานึงถึงความรู้สึกที่เป็นกลุ่มอันเดียวกัน ไม่กระจายจนเกิดความสับสนทั้งนี้อาจทาได้โดยการเลือกมุม หรือเปลี่ยนมุมของภาพสาหรับในการ
  • 9.
    เขียนภาพจากทิวทัศน์ที่มีแบบจากธรรมชาติ อาจ เพิ่มลด ตัด ทอน เคลื่อนย้าย เช่นถ้ามีสิ่งก่อสร้าง และต้นไม้อยู่ห่างกันเราอาจจะดึงต้นไม้ในภาพมาอยู่ใกล้ชิดกันเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ แต่ต้อง ระมัดระวังการผิดความเป็นจริงไป ตัวอย่างผลงานที่มีเอกภาพ ตัวอย่างผลงานที่ขาดเอกภาพ ภาพที่ 3.8 แสดงตัวอย่างผลงานที่มีเอกภาพและผลงานที่ขาดเอกภาพ ที่มา : อนันต์ ประภาโส. 2553 : 30. 2. ความสมดุล (Balance)ความสมดุลหรือจุดศูนย์ถ่วง หมายถึงการจัดน้าหนักที่ถ่วง กันทั้งข้างซ้ายและขวาของแผ่นภาพคือไม่จัดเรื่องราวหนักไปทางหนึ่งทางใดมากเกินไป ความสมดุลมี สองลักษณะคือ ความสมดุลในลักษณะซ้ายขวาเท่ากัน(Symetrical Balance) คือเนื้อหาเรื่องใน ภาพเท่าๆกันทั้งซ้ายขวา การเขียนภาพไม่นิยมในลักษณะซ้ายขวาเท่ากัน ความสมดุลในลักษณะซ้าย ขวาไม่เท่ากัน(Assymetrical Balance)ขนาดเนื้อหาเรื่องราวของภาพไม่เท่ากันแต่ดูแล้วมี ความรู้สึกว่าน้าหนักของภาพไม่เอียงไปทางข้างใดข้างหนึ่ง
  • 10.
    ภาพที่ 3.9 ตัวอย่างผลงานที่มีความสมดุลในลักษณะซ้ายขวาเท่ากัน(SymetricalBalance) ที่มา : s-media-cache-ak0.pinimg.com. Online. 2013. ภาพที่ 3.10 ตัวอย่างผลงานที่มีความสมดุลในลักษณะซ้ายขวาไม่เท่ากัน(Assymetrical Balance) ที่มา : visscom.files.wordpress.com. Online. 2013. 3. จุดสนใจ (Interesting Point)คือสิ่งที่ต้องมีในงานศิลปะทุกชิ้น จุดสนใจมีหน้าที่ใน การสร้างความโดดเด่นของผลงาน เป็นประธานของภาพ เป็นศูนย์รวมขององค์ประกอบโดยรวมของ ภาพ มีเพียงจุดเดียวหรือกลุ่มเดียว จุดสนใจเป็นตัวเชื่อมโยงรูปร่าง รูปทรงและเนื้อหาในส่วนต่างๆ ของภาพให้กลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน(อนันต์ ประภาโส.2553:30)
  • 11.
    ภาพที่ 3.11 ตัวอย่างผลงานที่มีจุดสนใจ(Interesting Point) อยู่ตรงกลางภาพ ที่มา : อนันต์ ประภาโส. 2553 : 31. การวัดขนาดและสัดส่วน การวัดขนาดสัดส่วน คือเบื้องต้นของการวาดเส้น ใช้ในการร่างภาพเพื่อให้ได้สัดส่วนที่ตรง ตามหุ่นที่จะวาด สร้างให้เกิดความแม่นยาด้วยการวัดกะประมาณจากนิ้วหัวแม่มือ ดิสอและสายตา เพื่อกะสัดส่วนของหุ่นที่จะวาดอย่างคร่าวๆ โดยการที่ผู้วาดใช้มือจับดินสอแล้วยืดให้สุดแขน ใช้สายตา เล็งผ่านดินสอไปยังวัตถุโดยการหรี่ตาข้างใดข้างหนึ่งแล้วแต่ถนัด ใช้นิ้วหัวแม่มือเป็นตัวคั่นสัดส่วน เลื่อนนิ้วหัวแม่มือขึ้นลงเพื่อวัดความกว้างและความสูง แล้วเปรียบเทียบกับสัดส่วนหุ่นข้างเคียง เมื่อได้ สัดส่วนแล้วกดนิ้วหัวแม่มือไว้ แล้วถ่ายขนาดสัดส่วนลงบนกระดาษที่วาด(วัชรพงศ์ หงษ์สุวรรณ. 2552:17)
  • 12.
    ภาพที่ 3.12 การวัดขนาดสัดส่วนของรูปทรงโดยใช้มือจับดินสอแล้วยืดให้สุดแขนแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือ เป็นตัวคั่นสัดส่วน เลื่อนนิ้วหัวแม่มือขึ้นลงเพื่อวัดความกว้างและความสูง ที่มา : วัชรพงศ์ หงษ์สุวรรณ. 2552 : 17. ขนาดและสัดส่วนใช้ในการกาหนดเปรียบเทียบ รูปทรงหนึ่งกับอีกรูปทรงหนึ่ง ในด้าน ความกว้างความยาวความสูง เพื่อให้ได้ความเหมาะสมของแต่ละรูปทรงให้ถูกต้อง การวาดขนาดและ สัดส่วน ให้จับดินสอยืดแขนให้สุดให้ดินสอตั้งฉากกับพื้นโดยให้ปลายดินสออยู่ตรงส่วนปลายของแบบ ที่เราวัดและปลายนิ้วโป้งอยู่ตรงส่วนต้นของแบบที่เราวัดโดยขนาดที่ได้จะเป็น 1 ส่วนเพื่อนาไปเทียบ กับส่วนอื่นๆให้ได้สัดส่วนที่ถูกต้องตามแบบที่เราเขียน จากตัวอย่างที่แสดงให้เห็นการวัดขนาดสัดส่วน รูปทรงกระบอก ที่ขนาดความกว้าง 1 ส่วน และขนาดความสูง 2 ส่วน โดยเทียบจากปลายดินสอและ ปลายนิ้วโป้งที่กาหนดจุดความกว้างและความสูง
  • 13.
    ภาพที่ 3.13 การวัดขนาดสัดส่วนของรูปทรงกรวยโดยการจับดินสอยืดแขนให้สุดและตั้งฉากเพื่อวัด ขนาดและสัดส่วนของวัตถุ ที่มา: พงศ์ภวัน อะสีติรัตน์. 2557 : 40. ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างข้างต้นถ้าเราเขียนสิ่งของเพียงชิ้นเดียวเราก็วัดขนาดสิ่งของนั้นให้ สมส่วนแค่ขนาดความกว้างและความสูงเพียงเท่านั้น แต่ถ้าเขียนสิ่งของสองชิ้นขึ้นไปก็จะมีการเทียบ ขนาดของสองสิ่งนั้นด้วยว่ามีความความกว้างความสูงสัมพันธ์กันอย่างไร โดยให้เลือกวัดขนาดสิ่งหนึ่ง ก่อนเป็นตัวเทียบค่า 1 ส่วนและก็จาก1ส่วน ก็เพิ่มเป็น 2 ส่วน 3ส่วน ตามขนาดที่วัดได้ก็จะเกิดเป็น ขนาดรูปทรงที่มีสัดส่วนถูกต้องและเหมาะสม สัมพันธ์กันภายในภาพ
  • 14.
    ภาพที่ 3.14 การวัดขนาดสัดส่วนของรูปทรงกลมและรูปทรงสามเหลี่ยมว่ามีขนาดสัดส่วนที่สัมพันธ์ กันระหว่างของสองสิ่งแม้จะมีรูปทรงที่ต่างกัน ภาพที่ 3.15 การวัดขนาดโดยเทียบจาก1ส่วนของก้นขวดในระยะหน้าและเทียบเคียงขวดในระยะหลัง เพื่อดึงมาเทียบเคียงวัดสัดส่วนของขวดสองใบให้ได้ขนาดตามจริง เส้นโครงสร้างในการร่างภาพ เส้นโครงสร้างคือสิ่งสาคัญสาหรับการร่างภาพมากคือเราจะต้องถอดแบบและมองให้ออกถึง โครงสร้างหลักของแบบที่เราจะวาดว่ามีโครงสร้างอย่างไรประกอบไปด้วยรูปทรงอะไรบ้าง และจะมี
  • 15.
    ขั้นตอนวิธีการร่างภาพอย่างเป็นขึ้นตอนที่ผู้เขียนยกตัวอย่างการเขียนเส้นโครงสร้างของรูปทรงขวด โซดาตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. เส้นแกน ทุกสิ่งอย่างไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตล้วนจาเป็นต้องมีเส้นแกนเพื่อจะเป็น หลักยึดถึงกึ่งกลางของวัตถุเพื่อจะได้แบ่งขนาดและสัดส่วนได้อย่างชัดเจนโดยคะเนจากเส้นแกนเป็น หลัก โดยยังสามารถจะจับทิศทางการเคลื่อนไหวและจังหวะของวัตถุที่เราเขียนได้อีกด้วย ดังตัวอย่าง ของการร่างเส้นโครงสร้างขวดโซดาที่รูปทรงมีความสมมาตรซ้ายขวาเท่ากันจะมีเส้นแกนกลางเป็น หลักเพื่อเป็นกึ่งกลางวัดขนาดซ้ายและขวาให้เท่ากัน ภาพที่ 3.16 การเขียนเส้นแกนขวดแก้ววัตถุที่มีความสมมาตร เพื่อจะได้เป็นตัววัดขนาดสัดส่วนที่ซ้าย ขวาขนาดเท่ากัน
  • 16.
    2.เส้นเค้าโครง เป็นเส้นง่ายๆ ที่ใช้ในการเริ่มร่างภาพต่างๆเพื่อกาหนดขอบเขตของวัตถุ ที่ต้องการวาดอย่างคราวๆ ใช้ประกอบกับเส้นแกนเพื่อวางเค้าโครงโดยรวมของวัตถุ ดังจะมอง ตัวอย่างรูปทรงของขวดนั้นโครงสร้างหลักจะเป็นรูปทรงกระบอก และขอบล่างและบนมีความโค้งมน ภาพที่ 3.17 การเขียนเส้นเค้าโครงขวดแก้วเพื่อจัดขนาดและสัดส่วนให้ได้ความเหมาะสมอย่างคร่าวๆ 3. เส้นรอบนอก เป็นเส้นภาพร่างภายนอกของวัตถุ ใช้เพื่อแสดงรูปทรงที่ถูกต้องของสิ่งที่ วาดเพื่อเป็นการกาหนดขอบเขตของภาพวาดให้ชัดเจนก่อนที่จะมีการลงน้าหนักแสงเงา
  • 17.
    ภาพที่ 3.18 การเขียนเส้นรอบนอกขวดแก้วเพื่อแสดงความชัดเจนของวัตถุที่ต้องการจะวาดก่อนลง น้าหนักแสงเงา เส้นโครงสร้างจากที่กล่าวมาจะมีเส้นแกนเป็นหลักและโครงร่างรูปทรงก็จะเป็นเรขาคณิต ที่จะมีทรงกลมทรงกระบอก ทรงสี่เหลี่ยม ทรงกรวย เป็นหลัก ดังจะยกตัวอย่างของสิ่งของวัตถุ รอบๆตัวถึงเส้นโครงสร้างที่จะประกอบไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตอย่างไรบ้างดังต่อไปนี้ ภาพที่ 3.19 แสดงการร่างภาพเส้นโครงสร้างจากรูปทรงขวด
  • 18.
    ภาพที่ 3.20 แสดงการร่างภาพเส้นโครงสร้างจากแก้วน้า ภาพที่3.21 แสดงการร่างภาพเส้นโครงสร้างจากชามเซรามิกส์
  • 19.
    ภาพที่ 3.22 แสดงการร่างภาพเส้นโครงสร้างรูปทรงสี่เหลี่ยมจากกล่องนมและขวดกาแฟ บทสรุป การวาดภาพไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับศิลปะใดๆ ถ้าขาดหลักของการจัดภาพอันถูกต้องแล้วจะ ทาให้ภาพเขียนนั้นขาดความสวยงามหรืออาจกล่าวได้ว่า ภาพเขียนนั้นด้อยคุณค่า หมดความน่าสนใจ ในการปฏิบัติงานวาดเขียนจะต้องคานึงถึงการจัดภาพ(Composition)ซึ่งจะต้องนามาใช้อยู่ตลอดเวลา การจัดภาพในการวาดเขียน คือ การที่ผู้เขียนจัดสิ่งต่างๆเข้าด้วยกันอันเป็นเรื่องราวอันเหมาะสมให้ เกิดความสวยงามน่าสนใจ
  • 20.
    การร่างภาพถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ผู้วาดต้องมีความใส่ใจในขั้นตอน ที่จะต้องเริ่มต้นจากการ หามุมมองที่น่าสนใจมาสู่การวางและจัดองค์ประกอบในหน้ากระดาษ และวัดขนาดสัดส่วนก่อนนา มาถึงการร่างโครงสร้าง ที่จะมีการเขียนเส้นแกนเป็นหลักก่อนนาไปสู่เส้นเค้าโครง และเส้นรอบนอก เพื่อเก็บรายละเอียดที่ถูกต้องจนเกิดเป็นภาพร่างที่ดี ก่อนจะให้น้าหนักแสงเงาของภาพที่ถูกต้อง สมบรูณ์
  • 21.
    คาถามท้ายบท 1. การเลือกมุมมองของภาพที่ดีในการวาดเส้นควรประกอบไปด้วยอะไรบ้าง 2. จงอธิบายการวัดขนาดและสัดส่วน 3.เส้นโครงสร้างในการร่างภาพประกอบไปด้วยเส้นอะไรบ้าง กิจกรรมปฏิบัติ ฝึกปฏิบัติการร่างภาพโดยการเขียนจากหุ่นปูนรูปทรงเรขาคณิตเพื่อฝึกการวัดขนาดและสัดส่วน นามาจัดองค์ประกอบของภาพ ให้เหมาะสมกับหน้ากระดาษตามแบบฝึกหัดดังต่อไปนี้ 1 .การฝึกร่างภาพรูปทรงเรขาคณิต รูปทรงกลม รูปทรงปริซึม รูปกระบอก โดยการหามุมมองที่ สวยงาม จัดองค์ประกอบในหน้ากระดาษที่เหมาะสม 1 แผ่น 2 .การฝึกร่างภาพรูปทรงเรขาคณิต รูปทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ รูปทรงกรวย รูปทรงพีรามิด โดยการหา มุมมองที่สวยงาม จัดองค์ประกอบในหน้ากระดาษที่เหมาะสม 1 แผ่น
  • 22.
    เอกสารอ้างอิง นงนารถ เมินทุกข์. (2534).วาดเขียน. กรุงเทพฯ. สานักพิมพ์โอ.เอส.พริ้นติ้งเฮ้าส์ บรรจงศักดิ์ พิมพ์ทอง. (2550). วาดเส้น. กรุงเทพฯ. สานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พงศ์ภวัน อะสัติรัตน์. (2557). เทคนิคการวาดเส้น.กรุงเทพฯ. สานักพิมพ์ไทยควอลิตี้บุ๊ค พิษณุ ประเสริฐผล. (2549). วาดเส้นด้วยดินสอ. กรุงเทพฯ. สานักพิมพ์เฟสิท์ออฟเซท วัชรพงศ์ หงษ์สุวรรณ. (2547). วาดเส้นมัณฑนศิลป์. กรุงเทพฯ. สานักพิมพ์วาดศิลป์ อนันต์ ประภาโส. (2553). วาดเส้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ. สานักพิมพ์สิปปภา