1
เนื้อ หาการบรรยาย

1. ความหมายของมนุษย์สมพันธ์ในองค์การ
ั
2. วัตถุประสงค์และความสำาคัญของมนุษย์
สัมพันธ์ในองค์การ
3. หลักการสร้างมนุษย์สมพันธ์ในองค์การ
ั
4. มนุษย์สมพันธ์กับการสร้างบุคลิกภาพ
ั

3563504 ภาวะผู้นำาและการจูงใจ

2
ความแตกต่า งระหว่า งบุค คล
1. ความต้องการทางร่างกาย (Physical
Needs)
ปัจจัย 4 ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่
อยูอาศัย และยารักษาโรค
่
2. ความต้องการทางด้านจิตใจ (Mental
Needs)
2.1 ความมั่นคงปลอดภัย (Security)
2.2 เกียรติยศ  ชื่อเสียง  การยกย่อง 
(Recognition)
2.3 การยอมรับในสังำาคม  ง(Belonging)
3563504 ภาวะผู้น และการจู ใจ

3
ความต้อ งการพื้น ฐานของมนุษ ย์
(Basic Needs)
1. ความแตกต่างโดยธรรมชาติ
เช่น อารมณ์ ความถนัด พฤติกรรม
ทัศนคติ ความสามารถ รสนิยม สังคม นิสย
ั
สุขภาพ รูปร่าง ท่าทาง
2. ความแตกต่างของบุคคล
เช่น เพศ วัย การศึกษา ฐานะทาง
เศรษฐกิจ ถิ่นกำาเนิด สิงแวดล้อม เชื้อชาติ
่
ศาสนา ภาษา และอิทธิพลของกลุ่ม
4
ความหมายของมนุษ ย์ส ัม พัน ธ์
มนุษยสัมพันธ์ หมายถึง
กระบวนการจูงใจของบุคคลอย่างมี
ประสิทธิผล และมีประสิทธิภาพ โดยมีความ
พอใจ ในทางเศรษฐกิจ และสังคม มนุษย์
สัมพันธ์ จึงเป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ เพือใช้
่
ใน การเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี กับ
บุคคล การยอมรับนับถือ การให้ความร่วม
มือ และการให้ความจงรักภักดี ในการ
ติดต่อสัมพันธ์กัน ระหว่างบุคคล ต่อบุคคล
ตลอดจนองค์กำารต่อองค์กร
3563504 ภาวะผู้น และการจูงใจ
5
วัต ถุป ระสงค์ข องมนุษ ยสัม พัน ธ์
ในองค์ก ร
 ทำาให้ผู้อื่นให้ความร่วมมือ
 ทำาให้พนักงานเพิมผลผลิตให้มากขึ้น
่
 ทำาให้พนักงานเกิดความพึงพอใจใน

การทำางาน
 ทำาให้พนักงานมีความสุขในที่ทำางาน

6
ความสำา คัญ ของมนุษ ย์ส ัม พัน ธ์
ในองค์ก ร
1. ด้านการดำาเนินชีวิต การมี
มนุษย์สมพันธ์กับบุคคลอื่น ทำาให้เราไม่รู้
ั
สึกโดดเดียว ว้าเหว่ แต่ทำาให้เรารู้สก
่
ึ
อบอุ่น
มั่นคง ปลอดภัย ทำาให้เราได้รับความรัก
และ การยอมรับในสังคม ซึงเป็นพื้นฐาน
่
ในการดำารงชีวิตของมนุษย์
7
ความสำา คัญ ของมนุษ ย์ส ัม พัน ธ์
ในองค์ก ร
2. ด้านการบริหารจัดการ ใน
องค์การทุกแห่ง ปัจจัยที่สำาคัญที่สดก็คอ
ุ
ื
คน ซึ่งเป็นผู้ที่ทำาให้กิจการประสบความ
สำาเร็จหรือล้มเหลวได้ ผู้ที่เข้ามาติดต่อ
เกี่ยวข้องก็คือคนอีกเช่นเดียวกัน ดังนั้น
ผู้บริหาร ผู้ปฏิบติงาน และผู้ที่มาติดต่อจึง
ั
จำาเป็นต้องใช้หลักมนุษย์สัมพันธ์ในการ
บริหารและประสานงานกัน เพื่อให้ บรรลุ
วัตถุประสงค์ของแต่ละฝ่าย
3563504 ภาวะผู้นำาและการจูงใจ

8
ความสำา คัญ ของมนุษ ย์ส ัม พัน ธ์
ในองค์ก ร
3. ด้านเศรษฐกิจ ในกิจการอุตสาห
กรรมใดๆ ก็ตาม คนเป็นปัจจัยการผลิตที่
สำาคัญและหลักมนุษย์สัมพันธ์จำาเป็นใน
การสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน เพือให้
่
เกิดความกระตือรือร้นในการทำางาน และ
เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

9
ความสำา คัญ ของมนุษ ย์ส ัม พัน ธ์
ในองค์ก ร
4. ด้านการเมือง มนุษย์สมพันธ์มี
ั
ความสำาคัญทั้งในการเมืองระดับท้องถิ่น
ระดับประเทศ และระดับชาติ เป็นสิ่งที่
ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง
ประชาชนกับนักการเมืองหรือข้าราชการ
ระหว่างนักการทูตกับประเทศต่างๆ

10
ปัจ จัย ทีม ีอ ิท ธิพ ลต่อ การสร้า งมนุษ ย์
่
สัม พัน ธ์ใ นองค์ก ร
1. การรับรู้หรือความเข้าใจ ได้แก่
1.1 การรับรู้ตนเองถ้าเข้าใจตนเองใน
แง่บวก มักมองคนอื่นแง่บวก
1.2 การรับรู้ผู้อื่น รับรู้ผอื่นมาอย่างไร
ู้
มักจะแสดงออกในทางนั้น
2. ความเชือ ความเชื่อมีอิทธิพลต่อ
่
พฤติกรรมที่แสดงออก
3. ทัศนคติ เป็นเรื่องความรู้สกชอบ ไม่ชอบ
ึ
11
ปัจ จัย ทีม ีอ ิท ธิพ ลต่อ การสร้า งมนุษ ย์
่
สัม พัน ธ์ใ นองค์ก ร (ต่อ )
4. ค่านิยม ในการตีความหรือตีค่าต่อสิง
่
ต่างๆ ว่าดีหรือไม่ดี
ควร หรือไม่ควร

12
จุด มุ่ง หมายของมนุษ ย์ส ัม พัน ธ์ใ น
องค์ก ร
1. เสริมสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน
2. ส่งเสริมให้มีการยอมรับนับถือ ไว้
วางใจ เลื่อมใสศรัทธา
3. รักษาและคงไว้ซึ่งความร่วมมือ
4. ลดความขัดแย้ง
5. ส่งเสริมการอยูร่วมกันด้วยความ
่
เมตตา
13
จุด มุ่ง หมายของมนุษ ย์ส ัม พัน ธ์ใ น
องค์ก ร (ต่อ )
6.
7.
8.
9.

เพื่อให้รู้จักและเข้าใจตนเอง
เพื่อให้รู้จักและเข้าใจผู้อื่น
เพื่อให้เกิดความรักใคร่ เชื่อถือ
ศรัทธา และไว้วางใจผูอื่น
้

3563504 ภาวะผู้นำาและการจูงใจ

14
องค์ป ระกอบของมนุษ ยสัม พัน ธ์ใ น
องค์ก ร
1. ความแตกต่างของมนุษย์
2. แรงขับและแรงจูงใจ เป็นปัจจัยที่ผลักดัน
ให้คนแสดงพฤติกรรม เพื่อให้ได้รับการ
ตอบสนองความต้องการของตน
3. องค์กรหรือกลุ่ม เป็นศูนย์กลางของการ
ตอบสนองความต้องการ ต่าง ๆ ของแต่ละ
บุคคล

15
หลัก การสร้า งมนุษ ย์ส ัม พัน ธ์ใ น
องค์ก ร
1. บุค คลย่อ มมีค วามแตกต่า ง
กัน (Individual difference) ผู้บริหาร
จำาเป็นต้องเรียนรู้เรื่องความแตกต่างของ
บุคคลเพือการจูงใจผู้ใต้บงคับบัญชาได้
่
ั
เหมาะสมและตระหนักว่าแต่ละบุคคลเขา
เป็นคนมีชีวิต มีความต้องการ มีความรู้สก
ึ

16
หลัก การสร้า งมนุษ ย์ส ม พัน ธ์ใ นองค์ก ร
ั
(ต่อ )
2. การพิจ ารณาศึก ษาบุค คลต้อ งดู
ทั้ง หมดในฐานะที่เ ป็น บุค คลหนึง (A
่
whole person) การสร้างความสัมพันธ์กับ
บุคคลหนึงบุคคลใดนั้น เราต้องพึงระลึกเสมอว่า
่
เราได้เข้ามามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบุคคล
นั้นทั้งคน เรามิได้เลือกติดต่อสัมพันธ์กับเรื่อง
หนึ่งเรื่องใด หรือลักษณะหนึ่งลักษณะใดของ
เขา

17
หลัก การสร้า งมนุษ ย์ส ม พัน ธ์ใ นองค์ก ร
ั
(ต่อ )

3. พฤติก รรมของบุค คลนัน ต้อ งมี
้
สาเหตุ (Caused behavior) บุคคลอาจได้
รับการจูงใจ (Motivated) เหตุนี้เราจึงจำาเป็น
ต้องเรียนรู้ถึงสาเหตุของพฤติกรรม อันได้แก่
เรื่องความต้องการทั้งทางร่างกายและจิตใจของ
บุคคล การที่บุคคลจะได้รับการจูงใจให้ทำางาน
เขาจะต้องสร้างพฤติกรรมขึ้นเพื่อตอบสนอง
ความต้องการของเขาด้วยความคิดของเขาเอง

18
หลัก การสร้า งมนุษ ย์ส ม พัน ธ์ใ นองค์ก ร
ั
(ต่อ )
4. ศัก ดิ์ศ รีข องความเป็น มนุษ ย์
( Human dignity ) การติดต่อสัมพันธ์กับ
มนุษย์ด้วยกัน จึงต้องปฏิบติต่อกันด้วยความ
ั
เคารพ และตระหนักในศักดิ์ศรีของความเป็น
มนุษย์ของเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร มีสถานภาพ
หรือฐานะอย่างไร เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเรา
ซึ่งต่างก็มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของแต่ละคน

19
หลัก การสร้า งมนุษ ย์ส ม พัน ธ์ใ นองค์ก ร
ั
(ต่อ )
5. มนุษ ย์ม แ รงจูง ใจ (Motivation)
ี
ต้องจูงใจผูอื่นให้มีเจตคติตรงกัน
้
มีจุดหมายร่วมกัน เพื่อจุดประสงค์ในการทำางาน
ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีการจูงใจ
ตนเองให้มีระเบียบและ
ความรับผิดชอบเรื่องต่าง ๆ
6. การติด ต่อ สือ สาร
่
(Communications) การศึกษาวิธีการติดต่อ
สื่อสารเพื่อทำาให้เกิดความสัมพันธ์อันดีในกลุ่ม
ให้กลุ่มได้มีความเห็นสอดคล้องกัน และมีความ 20
หลัก การสร้า งมนุษ ย์ส ม พัน ธ์ใ นองค์ก ร
ั
(ต่อ )
7. ความรับ ผิด ชอบ
(Responsibility) พื้นฐานความรับผิดชอบใน
งานองค์การก็คอ การทำาให้งานสำาเร็จโดยความ
ื
พยายามร่วมกันของผู้ร่วมงาน
8. การเอาใจเขามาใส่ใ จเรา
(Empathy) ความสามารถที่จะทำาตัวของเขา
ให้รู้สึกเหมือนอยู่ในสภาพของผู้อื่น และรู้สก
ึ
เห็นใจต่อทัศนะการจูงใจของการขาดการเอาใจ
เขามาใส่ใจเราเป็นสาเหตุแรกของการขัดแย้ง
ในองค์การ
21
หลัก การสร้า งมนุษ ย์ส ม พัน ธ์ใ นองค์ก ร
ั
(ต่อ )
9. การพัฒ นาศัก ยภาพของตน (Self
Development) การศึกษาพัฒนาตนเองตาม
ศักยภาพให้ดีที่สุดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และ
บุคลิกภาพ เพื่อให้ตนเป็นสมาชิกที่มี
ประสิทธิภาพของสังคมและเป็นประโยชน์ต่อผู้
อื่น และสังคมโดยส่วนร่วม รวมทั้งการดำารงชีวิต
อย่างสันติสุขของตนเอง

22
หลัก การสร้า งมนุษ ย์ส ม พัน ธ์ใ นองค์ก ร
ั
(ต่อ )
10. การเรีย นรู้ค วามรับ ผิด ชอบ
(Responsibility)การเรียนรู้ความรับผิดชอบ
ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการปฏิบติงานใน
ั
การทำางานร่วมกันเพื่อให้งานนั้นบรรลุเป้าหมาย
อย่างดีที่สุด

23
ข้อ ควรระวัง ในการสร้า งมนุษ ย์ส ม พัน ธ์
ั
1. ระวังการแสดงสีหน้า ท่าทาง บุคลิกภาพ
2. การโต้แย้ง การโต้เถียงเพือเอาชนะ
่
3. การตำาหนิติเตียนผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับ
หลัง
4. การพูดโอ้อวด ยกตนข่มท่าน
5. การนินทาว่าร้าย
6. การไม่สนใจฟังผูอื่น
้

24
ข้อ ควรระวัง ในการสร้า งมนุษ ย์ส ม พัน ธ์
ั
(ต่อ )
7. การแสดงความอิจฉา
8. การแสดงความอยากได้ ใจแคบ
9. เห็นแก่ตัว มากกว่าส่วนรวม
10. การแสดงอำานาจเหนือผู้อื่น
11. การไม่รักษาคำาพูด
12. มีอคติลำาเอียงต่อผู้อื่น

25
มนุษ ย์ส ม พัน ธ์ภ ายนอกองค์ก าร
ั
นอกจากการทำางานในองค์การของตนเอง
แล้ว ยังต้องพึ่งพิงองค์การอื่นๆ ที่มีส่วนสำาคัญ
เช่น
1. จะต้องทำาความรู้จักกับชุมชน และ
องค์การต่างๆ ที่องค์การตั้งอยู่
2. เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนา
ชุมชน
3. อำานวยความสะดวกในการที่จะให้
องค์การอื่นๆ หรือชุมชนเข้ามามีสวนร่วมกับ
่
กิจกรรมขององค์การ
4. เผยแพร่ผลงานขององค์การให้
26
จบการนำา เสนอ

27

มนุษย์สัมพันธ์ในองค์การ1

  • 1.
  • 2.
    เนื้อ หาการบรรยาย 1. ความหมายของมนุษย์สมพันธ์ในองค์การ ั 2.วัตถุประสงค์และความสำาคัญของมนุษย์ สัมพันธ์ในองค์การ 3. หลักการสร้างมนุษย์สมพันธ์ในองค์การ ั 4. มนุษย์สมพันธ์กับการสร้างบุคลิกภาพ ั 3563504 ภาวะผู้นำาและการจูงใจ 2
  • 3.
    ความแตกต่า งระหว่า งบุคคล 1. ความต้องการทางร่างกาย (Physical Needs) ปัจจัย 4 ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่ อยูอาศัย และยารักษาโรค ่ 2. ความต้องการทางด้านจิตใจ (Mental Needs) 2.1 ความมั่นคงปลอดภัย (Security) 2.2 เกียรติยศ  ชื่อเสียง  การยกย่อง  (Recognition) 2.3 การยอมรับในสังำาคม  ง(Belonging) 3563504 ภาวะผู้น และการจู ใจ 3
  • 4.
    ความต้อ งการพื้น ฐานของมนุษย์ (Basic Needs) 1. ความแตกต่างโดยธรรมชาติ เช่น อารมณ์ ความถนัด พฤติกรรม ทัศนคติ ความสามารถ รสนิยม สังคม นิสย ั สุขภาพ รูปร่าง ท่าทาง 2. ความแตกต่างของบุคคล เช่น เพศ วัย การศึกษา ฐานะทาง เศรษฐกิจ ถิ่นกำาเนิด สิงแวดล้อม เชื้อชาติ ่ ศาสนา ภาษา และอิทธิพลของกลุ่ม 4
  • 5.
    ความหมายของมนุษ ย์ส ัมพัน ธ์ มนุษยสัมพันธ์ หมายถึง กระบวนการจูงใจของบุคคลอย่างมี ประสิทธิผล และมีประสิทธิภาพ โดยมีความ พอใจ ในทางเศรษฐกิจ และสังคม มนุษย์ สัมพันธ์ จึงเป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ เพือใช้ ่ ใน การเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี กับ บุคคล การยอมรับนับถือ การให้ความร่วม มือ และการให้ความจงรักภักดี ในการ ติดต่อสัมพันธ์กัน ระหว่างบุคคล ต่อบุคคล ตลอดจนองค์กำารต่อองค์กร 3563504 ภาวะผู้น และการจูงใจ 5
  • 6.
    วัต ถุป ระสงค์ของมนุษ ยสัม พัน ธ์ ในองค์ก ร  ทำาให้ผู้อื่นให้ความร่วมมือ  ทำาให้พนักงานเพิมผลผลิตให้มากขึ้น ่  ทำาให้พนักงานเกิดความพึงพอใจใน การทำางาน  ทำาให้พนักงานมีความสุขในที่ทำางาน 6
  • 7.
    ความสำา คัญ ของมนุษย์ส ัม พัน ธ์ ในองค์ก ร 1. ด้านการดำาเนินชีวิต การมี มนุษย์สมพันธ์กับบุคคลอื่น ทำาให้เราไม่รู้ ั สึกโดดเดียว ว้าเหว่ แต่ทำาให้เรารู้สก ่ ึ อบอุ่น มั่นคง ปลอดภัย ทำาให้เราได้รับความรัก และ การยอมรับในสังคม ซึงเป็นพื้นฐาน ่ ในการดำารงชีวิตของมนุษย์ 7
  • 8.
    ความสำา คัญ ของมนุษย์ส ัม พัน ธ์ ในองค์ก ร 2. ด้านการบริหารจัดการ ใน องค์การทุกแห่ง ปัจจัยที่สำาคัญที่สดก็คอ ุ ื คน ซึ่งเป็นผู้ที่ทำาให้กิจการประสบความ สำาเร็จหรือล้มเหลวได้ ผู้ที่เข้ามาติดต่อ เกี่ยวข้องก็คือคนอีกเช่นเดียวกัน ดังนั้น ผู้บริหาร ผู้ปฏิบติงาน และผู้ที่มาติดต่อจึง ั จำาเป็นต้องใช้หลักมนุษย์สัมพันธ์ในการ บริหารและประสานงานกัน เพื่อให้ บรรลุ วัตถุประสงค์ของแต่ละฝ่าย 3563504 ภาวะผู้นำาและการจูงใจ 8
  • 9.
    ความสำา คัญ ของมนุษย์ส ัม พัน ธ์ ในองค์ก ร 3. ด้านเศรษฐกิจ ในกิจการอุตสาห กรรมใดๆ ก็ตาม คนเป็นปัจจัยการผลิตที่ สำาคัญและหลักมนุษย์สัมพันธ์จำาเป็นใน การสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน เพือให้ ่ เกิดความกระตือรือร้นในการทำางาน และ เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 9
  • 10.
    ความสำา คัญ ของมนุษย์ส ัม พัน ธ์ ในองค์ก ร 4. ด้านการเมือง มนุษย์สมพันธ์มี ั ความสำาคัญทั้งในการเมืองระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับชาติ เป็นสิ่งที่ ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ประชาชนกับนักการเมืองหรือข้าราชการ ระหว่างนักการทูตกับประเทศต่างๆ 10
  • 11.
    ปัจ จัย ทีมีอ ิท ธิพ ลต่อ การสร้า งมนุษ ย์ ่ สัม พัน ธ์ใ นองค์ก ร 1. การรับรู้หรือความเข้าใจ ได้แก่ 1.1 การรับรู้ตนเองถ้าเข้าใจตนเองใน แง่บวก มักมองคนอื่นแง่บวก 1.2 การรับรู้ผู้อื่น รับรู้ผอื่นมาอย่างไร ู้ มักจะแสดงออกในทางนั้น 2. ความเชือ ความเชื่อมีอิทธิพลต่อ ่ พฤติกรรมที่แสดงออก 3. ทัศนคติ เป็นเรื่องความรู้สกชอบ ไม่ชอบ ึ 11
  • 12.
    ปัจ จัย ทีมีอ ิท ธิพ ลต่อ การสร้า งมนุษ ย์ ่ สัม พัน ธ์ใ นองค์ก ร (ต่อ ) 4. ค่านิยม ในการตีความหรือตีค่าต่อสิง ่ ต่างๆ ว่าดีหรือไม่ดี ควร หรือไม่ควร 12
  • 13.
    จุด มุ่ง หมายของมนุษย์ส ัม พัน ธ์ใ น องค์ก ร 1. เสริมสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน 2. ส่งเสริมให้มีการยอมรับนับถือ ไว้ วางใจ เลื่อมใสศรัทธา 3. รักษาและคงไว้ซึ่งความร่วมมือ 4. ลดความขัดแย้ง 5. ส่งเสริมการอยูร่วมกันด้วยความ ่ เมตตา 13
  • 14.
    จุด มุ่ง หมายของมนุษย์ส ัม พัน ธ์ใ น องค์ก ร (ต่อ ) 6. 7. 8. 9. เพื่อให้รู้จักและเข้าใจตนเอง เพื่อให้รู้จักและเข้าใจผู้อื่น เพื่อให้เกิดความรักใคร่ เชื่อถือ ศรัทธา และไว้วางใจผูอื่น ้ 3563504 ภาวะผู้นำาและการจูงใจ 14
  • 15.
    องค์ป ระกอบของมนุษ ยสัมพัน ธ์ใ น องค์ก ร 1. ความแตกต่างของมนุษย์ 2. แรงขับและแรงจูงใจ เป็นปัจจัยที่ผลักดัน ให้คนแสดงพฤติกรรม เพื่อให้ได้รับการ ตอบสนองความต้องการของตน 3. องค์กรหรือกลุ่ม เป็นศูนย์กลางของการ ตอบสนองความต้องการ ต่าง ๆ ของแต่ละ บุคคล 15
  • 16.
    หลัก การสร้า งมนุษย์ส ัม พัน ธ์ใ น องค์ก ร 1. บุค คลย่อ มมีค วามแตกต่า ง กัน (Individual difference) ผู้บริหาร จำาเป็นต้องเรียนรู้เรื่องความแตกต่างของ บุคคลเพือการจูงใจผู้ใต้บงคับบัญชาได้ ่ ั เหมาะสมและตระหนักว่าแต่ละบุคคลเขา เป็นคนมีชีวิต มีความต้องการ มีความรู้สก ึ 16
  • 17.
    หลัก การสร้า งมนุษย์ส ม พัน ธ์ใ นองค์ก ร ั (ต่อ ) 2. การพิจ ารณาศึก ษาบุค คลต้อ งดู ทั้ง หมดในฐานะที่เ ป็น บุค คลหนึง (A ่ whole person) การสร้างความสัมพันธ์กับ บุคคลหนึงบุคคลใดนั้น เราต้องพึงระลึกเสมอว่า ่ เราได้เข้ามามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบุคคล นั้นทั้งคน เรามิได้เลือกติดต่อสัมพันธ์กับเรื่อง หนึ่งเรื่องใด หรือลักษณะหนึ่งลักษณะใดของ เขา 17
  • 18.
    หลัก การสร้า งมนุษย์ส ม พัน ธ์ใ นองค์ก ร ั (ต่อ ) 3. พฤติก รรมของบุค คลนัน ต้อ งมี ้ สาเหตุ (Caused behavior) บุคคลอาจได้ รับการจูงใจ (Motivated) เหตุนี้เราจึงจำาเป็น ต้องเรียนรู้ถึงสาเหตุของพฤติกรรม อันได้แก่ เรื่องความต้องการทั้งทางร่างกายและจิตใจของ บุคคล การที่บุคคลจะได้รับการจูงใจให้ทำางาน เขาจะต้องสร้างพฤติกรรมขึ้นเพื่อตอบสนอง ความต้องการของเขาด้วยความคิดของเขาเอง 18
  • 19.
    หลัก การสร้า งมนุษย์ส ม พัน ธ์ใ นองค์ก ร ั (ต่อ ) 4. ศัก ดิ์ศ รีข องความเป็น มนุษ ย์ ( Human dignity ) การติดต่อสัมพันธ์กับ มนุษย์ด้วยกัน จึงต้องปฏิบติต่อกันด้วยความ ั เคารพ และตระหนักในศักดิ์ศรีของความเป็น มนุษย์ของเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร มีสถานภาพ หรือฐานะอย่างไร เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเรา ซึ่งต่างก็มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของแต่ละคน 19
  • 20.
    หลัก การสร้า งมนุษย์ส ม พัน ธ์ใ นองค์ก ร ั (ต่อ ) 5. มนุษ ย์ม แ รงจูง ใจ (Motivation) ี ต้องจูงใจผูอื่นให้มีเจตคติตรงกัน ้ มีจุดหมายร่วมกัน เพื่อจุดประสงค์ในการทำางาน ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีการจูงใจ ตนเองให้มีระเบียบและ ความรับผิดชอบเรื่องต่าง ๆ 6. การติด ต่อ สือ สาร ่ (Communications) การศึกษาวิธีการติดต่อ สื่อสารเพื่อทำาให้เกิดความสัมพันธ์อันดีในกลุ่ม ให้กลุ่มได้มีความเห็นสอดคล้องกัน และมีความ 20
  • 21.
    หลัก การสร้า งมนุษย์ส ม พัน ธ์ใ นองค์ก ร ั (ต่อ ) 7. ความรับ ผิด ชอบ (Responsibility) พื้นฐานความรับผิดชอบใน งานองค์การก็คอ การทำาให้งานสำาเร็จโดยความ ื พยายามร่วมกันของผู้ร่วมงาน 8. การเอาใจเขามาใส่ใ จเรา (Empathy) ความสามารถที่จะทำาตัวของเขา ให้รู้สึกเหมือนอยู่ในสภาพของผู้อื่น และรู้สก ึ เห็นใจต่อทัศนะการจูงใจของการขาดการเอาใจ เขามาใส่ใจเราเป็นสาเหตุแรกของการขัดแย้ง ในองค์การ 21
  • 22.
    หลัก การสร้า งมนุษย์ส ม พัน ธ์ใ นองค์ก ร ั (ต่อ ) 9. การพัฒ นาศัก ยภาพของตน (Self Development) การศึกษาพัฒนาตนเองตาม ศักยภาพให้ดีที่สุดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และ บุคลิกภาพ เพื่อให้ตนเป็นสมาชิกที่มี ประสิทธิภาพของสังคมและเป็นประโยชน์ต่อผู้ อื่น และสังคมโดยส่วนร่วม รวมทั้งการดำารงชีวิต อย่างสันติสุขของตนเอง 22
  • 23.
    หลัก การสร้า งมนุษย์ส ม พัน ธ์ใ นองค์ก ร ั (ต่อ ) 10. การเรีย นรู้ค วามรับ ผิด ชอบ (Responsibility)การเรียนรู้ความรับผิดชอบ ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการปฏิบติงานใน ั การทำางานร่วมกันเพื่อให้งานนั้นบรรลุเป้าหมาย อย่างดีที่สุด 23
  • 24.
    ข้อ ควรระวัง ในการสร้างมนุษ ย์ส ม พัน ธ์ ั 1. ระวังการแสดงสีหน้า ท่าทาง บุคลิกภาพ 2. การโต้แย้ง การโต้เถียงเพือเอาชนะ ่ 3. การตำาหนิติเตียนผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับ หลัง 4. การพูดโอ้อวด ยกตนข่มท่าน 5. การนินทาว่าร้าย 6. การไม่สนใจฟังผูอื่น ้ 24
  • 25.
    ข้อ ควรระวัง ในการสร้างมนุษ ย์ส ม พัน ธ์ ั (ต่อ ) 7. การแสดงความอิจฉา 8. การแสดงความอยากได้ ใจแคบ 9. เห็นแก่ตัว มากกว่าส่วนรวม 10. การแสดงอำานาจเหนือผู้อื่น 11. การไม่รักษาคำาพูด 12. มีอคติลำาเอียงต่อผู้อื่น 25
  • 26.
    มนุษ ย์ส มพัน ธ์ภ ายนอกองค์ก าร ั นอกจากการทำางานในองค์การของตนเอง แล้ว ยังต้องพึ่งพิงองค์การอื่นๆ ที่มีส่วนสำาคัญ เช่น 1. จะต้องทำาความรู้จักกับชุมชน และ องค์การต่างๆ ที่องค์การตั้งอยู่ 2. เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนา ชุมชน 3. อำานวยความสะดวกในการที่จะให้ องค์การอื่นๆ หรือชุมชนเข้ามามีสวนร่วมกับ ่ กิจกรรมขององค์การ 4. เผยแพร่ผลงานขององค์การให้ 26
  • 27.