More Related Content
PDF
PDF
หลอดเลือดและส่วนประกอบของเลือด PDF
การเคลื่อนที่ของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง PDF
PDF
การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว PDF
PPT
PDF
What's hot
PDF
PDF
PDF
โครงสร้างเซลล์ (Cell Structure) PDF
พืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ PDF
การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม.3 PDF
เอกสารประกอบการเรียนวิชาพ31101สุขศึกษาและพลศึกษา1ม PDF
PDF
PDF
ชุดการเรียนรู้ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์เรื่อง ซากดึกดำบรรพ์ โดยครูกอบวิทย์ พิร... PPT
โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ PDF
PDF
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (1- 2560) PPTX
PDF
DOC
PDF
PPT
PDF
PPTX
คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ถอดความบางบท PDF
เฉลยเอกสารประกอบสื่อสังคมออนไลน์เรื่องคลื่นกลและเสียง Viewers also liked
PDF
โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของคน PDF
PDF
PDF
PDF
แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการ PDF
PDF
PDF
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีDna PDF
PDF
PDF
ใบเก็บคะแนนปรับระหว่างเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ ว 23102_ชั้นมัธยมศึกษาปีที่_3 PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
dnaกับลักษณะทางพันธุกรรมม.5 PDF
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแอลลีล PDF
PDF
พันธุศาสตร์และเทคโนโลยีทางDna PDF
Similar to ระบบหายใจ1
PDF
PDF
คู่มือบทที่ 20 การแลกเปลี่ยนแก๊สของสัตว์น้ำและสัตว์บก PPTX
บทที่ 1 การรักษาดุลยภาพในร่างกาย PDF
การรักษาดุลยภาพของร่างกาย PDF
PDF
การรักษาดุลยภาพของสิ่งมีชีวิต - Homeostasis PDF
ชีววิทยาเรื่องการหายใจ respiration system PDF
PDF
PDF
ติวสอบเตรียมระบบหายใจและขับถ่าย DOC
บทที่ 4 การแลกเปลี่ยนแก๊สในสัตว์ PPT
PPT
PDF
Blue and pink Mental Health illustrated presentation.pdf PPT
PPT
PPT
DOC
บทที่ 4 การแลกเปลี่ยนแก๊สในสัตว์ PPT
PPT
More from Wan Ngamwongwan
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
หน่วยที่2สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีวิตบริเวณชายหาด PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPTX
ระบบหายใจ1
- 1.
- 2.
- 3.
- 4.
- 5.
การแลกเปลี่ยนแก๊สในสัตว์นา
้
สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้าได้รับแก๊สออกซิเจนซึ่งละลายอยู่ในน้าแพร่เข้าสูอวัยวะ
่
หายใจโดยตรง
ในน้ามีแก๊สออกซิเจนร้อยละ 0.446 เท่านั้น น้อยกว่าในอากาศมาก ใน
อากาศมีออกซิเจนมากถึงร้อยละ 21 นอกจากนี้การแพร่ของออกซิเจนในน้า
ก็ช้ากว่าในอากาศมาก
ดังนั้นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้า จึงต้องให้น้าไหลผ่านบริเวณทีมีการแลกเปลี่ยน
่
แก๊สอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ได้แก๊สมากและเพียงพอต่อการดารงชีวิต
- 6.
- 7.
สัตว์หลายเซลล์
เมื่อสิ่งมีชีวิตมีจานวนเซลล์มากขึ้นพร้อมกับมีขนาดใหญ่ขึ้น
การแลกเปลี่ยนแก๊สต้องมีโครงสร้างซับซ้อนมากขึ้น ใน
ฟองน้า การแลกเปลี่ยนแก๊สเกิดกับเซลล์แต่ละเซลล์ที่น้า
ผ่านเข้าไปถึงทางช่องน้าเข้า
ฟองน้า มีรูพรุน คือ ออสเทีย(ostia) รอบตัว น้าจะไหลเข้าทาง
รูพรุนนี้ และไหลออกทางรู ออสคิวลัม (osculum) ในขณะเกิดการ
ไหลเวียนของน้าผ่านเซลล์และผ่านลาตัวฟองน้า จะเกิดการแลกเปลี่ยน
แก๊สโดยการแพร่
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 8.
- 10.
- 11.
- 12.
การใช้ผวหนังหรือผิวลาตัว
ิ
หนอนตัวแบน เช่น พลานาเรีย
ใช้การแลกเปลี่ยนแก๊สผ่านผิวหนัง
แก๊สจะผ่านไปทีละเซลล์
เช่นเดียวกับอะมีบา ผนังลาตัว
ของพลานาเรียบางและเปียกชื้นอยู่
เสมอ โครงสร้างของร่างกาย
พลานาเรียมีลาตัวแบน จึงมีพื้นที่
ผิวมากทาให้มีประสิทธิภาพในการ
แลกเปลี่ยนแก๊สได้ดี
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 13.
- 14.
- 15.
- 16.
ฉวีวรรณ นาคบุตร
คาถาม
- การแลกเปลียนแก๊สของฟองน้า ไฮดรา พลานาเรีย และไส้เดือนดิน
่
เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ
ฟองน้า ไฮดรา พลานาเรีย จะใช้เซลล์ที่ผวหนังที่สัมผัสกับสิ่งแวดล้อม
ิ
แลกเปลี่ยนแก๊สกับสิ่งแวดล้อม และมีการแพร่ของแก๊สระหว่างเซลล์กับ
เซลล์ ส่วนไส้เดือนดินมีการแลกเปลี่ยนแก๊สโดยผ่านทางผิวหนังคล้ายกับ
พลานาเรีย แต่ไส้เดือนดินมีร่างกายขนาดใหญ่การแลกเปลี่ยนแก๊สใช้
วิธีการแพร่อย่างเดียวยังไม่เพียงพอและรวดเร็วจึงต้องมีระบบหมุนเวียนเลือด
ช่วยในการลาเลียงแก๊สไปยัง ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทาให้การ
แลกเปลี่ยนแก๊สมีประสิทธิภาพดีขึ้น ซึ่งเหมาะสมกับโครงสร้างของร่างกาย
- 17.
คาถาม
- โครงสร้างของร่างกายที่ทาหน้าที่แลกเปลียนแก๊สจะต้องมี
่
ลักษณะสาคัญอย่างไร
ตอบ
มีพื้นที่ผิวมากและบางพอที่จะแลกเปลี่ยนแก๊สได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ มีการลาเลียงแก๊สไปยังบริเวณอื่นๆ ได้อย่าง
รวดเร็ว มีการป้องกันอันตรายให้กับโครงสร้างที่ใช้
แลกเปลี่ยนแก๊สและโครงสร้างในการแลกเปลี่ยนแก๊สต้องชุ่ม
ชื้นอยู่เสมอ
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 18.
ท่อลม ( Trachea)
ในสัตว์ชั้นสูงขึ้นมา ได้แก่ พวกอาร์โทรพอด เช่น แมลง
บริเวณท้องจะพบว่ามีรูเล็ก ๆ เรียกว่า ช่องหายใจ หรือ สไปเรเคิล
(Spiracle) อยู่ที่ผนังลาตัว ตามปกติมี 10 คู่ คือ ปล้องอก 2 คู่
และปล้องท้อง 8 คู่ ถัดจากรูเปิดสไปเรเคิลเข้าไปในลาตัวจะเป็น
ท่อลม ( trachea ) เป็นหลอดใสๆ เล็กๆ ยืดหดได้คล้ายสปริง
เมื่ออากาศเข้าไปตามท่อลมแล้วจะผ่านไปตามท่อลมที่แตกแขนงเป็น
ท่อลมฝอย ( tracheole ) จนถึงท่อที่เล็กที่สุดมีผนังบางมากที่
สัมผัสกับเซลล์ร่างกาย ปลายท่อที่เล็กที่สุดมีของเหลวอาบอยู่
ออกซิเจนจากท่อลมจะละลายในของเหลวและแพร่เข้าสู่เนื้อเยื่อ
ใกล้เคียง
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 19.
- 20.
- 21.
- 22.
ผนังของท่อลมมีความแข็งแรง ประกอบด้วยคิวติเคิล
( Cuticle) จึงทาให้คงรูปอยู่ได้
แมลงบางชนิดมีถุงลม ( Air sac ) ขนาดใหญ่ช่วยเก็บ
อากาศไว้หายใจเพื่อช่วยอัดอากาศให้ผ่านเข้าออกได้เร็วขึ้น
แมลงบางชนิด เช่น ตั๊กแตนใช้การยืดหดของกล้ามเนื้อหน้า
ท้องและอก เพื่อช่วยดันอากาศให้เข้าออกจากตัวทางช่อง
หายใจ ดังนั้นถ้าแมลงตัวโตมากๆ จะไม่มีความดัน
บรรยากาศเพียงพอที่จะส่งแก๊สเข้าไปสูปลายสุดของท่อลม
่
(Tracheole ) ได้ เป็นสาเหตุทาให้แมลงมีขนาดจากัด
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 23.
บุคลัง ( Booklung )
มีลักษณะเป็นห้องเล็ก ๆ มีทางติดต่อกับอากาศภายนอกภายในห้องเล็กๆ
มีแผ่นเยื่อบาง ๆ เรียงซ้อนเป็นปึก ออกซิเจนจากอากาศจะเข้าสู่ของเหลวที่
หมุนเวียนอยู่ในบุคลัง ของเหลวนาออกซิเจนไปให้เนื้อเยื่อร่างกายและดึง
คาร์บอนไดออกไซด์ออกมา บุคลัง พบในแมงมุมบางชนิดเท่านั้น
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 24.
คาถาม
- เพราะเหตุใด แมลงจึงไม่จาเป็นต้องมีระบบหมุนเวียน
เลือดเป็นตัวนาแก๊สออกซิเจนไปใช้เซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย
ตอบ
แมลงมีระบบท่อลมซึ่งแตกแขนงไปทั่วร่างกาย ระบบท่อลมนี้
สามารถนาแก๊สไปใช้เซลล์ต่างๆ ของร่างกายได้โดยตรง
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 25.
เหงือก ( Gill)
ในสัตว์น้าหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา
ล้วนมีเหงือกเป็นอวัยวะ ทาหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊สกับน้า
โดยมีพื้นที่สัมผัสกับน้ามากมาย และในเหงือกของสัตว์ชั้นสูง
จะมีหลอดเลือดฝอยมาเลี้ยงเหงือก อาจมีผิวบาง ๆ หรือมี
เซลล์เพียงแถวเดียวกั้นระหว่างเลือดกับน้า หรือ มีผนัง
หลอดเลือดบาง ๆ เพื่อสะดวกในการรับออกซิเจนจากน้า
และคายคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากเลือด
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 26.
- 27.
- 28.
คาถาม
- อวัยวะแลกเปลี่ยนแก๊สของสัตว์น้ามีความเหมาะสมต่อการ
ดารงชีวิตอย่างไร
ในน้ามีแก๊สออกซิเจนที่ละลายอยู่ในปริมาณน้อยมาก
และมีการแพร่ช้ามากเมื่อเทียบกับในอากาศ สัตว์ที่
ตอบ อยู่ในน้า เช่น ปลาและกุ้ง จึงพัฒนาโครงสร้างที่
ใช้แลกเปลี่ยนแก๊ส คือ เหงือกให้มีลักษณะเป็นซี่ๆ
เรียงกันเป็นแผง เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวที่สัมผัสกับ
ออกซิเจนในน้า
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 29.
นกเป็นสัตว์ทมี Metabolism สูง
ี่
ใช้พลังงานมาก ดังนั้นระบบ
หายใจของนกต้องดี และมี
ประสิทธิภาพสูงมากด้วย ปอดนก
มีขนาดเล็ก แต่นกมีถุงลม(airsac)
ซึ่งเจริญดีมาก แยกออกจากปอด
หลอดลมคอ หลอดลม เป็นคู่ๆ
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 30.
ถุงลมส่วนหน้า อากาศออก
อากาศเข้า
ถุงลมส่วนหลัง
หลอดลม
ปอด
ปอด
เมื่อหายใจเข้าถุงลมจะพองออก เมื่อหายใจออกถุงลมจะยุบลงปอดจะ
อากาศจะผ่านเข้าสู่หลอดลม พอง อากาศจากปอดและจากถุงลมส่วน
ผ่านปอด เข้าสูถุงลมที่อยู่ส่วน
่ หน้าถูกขับออกจากตัวนก อากาศทีผ่าน
่
หลัง อากาศที่ใช้แล้ว ออกจาก ปอดทั้งหายใจเข้าและหายใจออกจะเป็น
ปอดเข้าสู่ถุงลมส่วนหน้า อากาศที่มีแก๊ส o2 สูงทั้งสิ้น
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 31.
นกมีปอดและถุงลมอีก 9 อัน(ในนกส่วนใหญ่)ซึ่งช่วยให้การ
ไหลของอากาศมีปริมาณมากขึ้นและมีปริมาณออกซิเจนสูง ซึ่งการ
ไหลของอากาศในปอดจะเป็นไปในทิศทางเดียว (unidirection)
ซึ่งต่างจากในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านมที่มีการไหลเวียนของอากาศ
ภายในปอดแบบ 2 ทิศทาง ทาให้อากาศมีทั้งอากาศใหม่และเก่า
รวมกัน และมีปริมาณออกซิเจนน้อยกว่า
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 32.
คาถาม
- นักเรียนคิดว่าถุงลมของนกทาหน้าที่แลกเปลี่ยน
แก๊สได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ ถุงลมของนกไม่ได้ทาหน้าที่แลกเปลียนแก๊ส
่
เนื่องจากผนังของถุงลมไม่บาง ถึงแม้วาจะมี
่
หลอดเลือดฝอยมาล้อมรอบก็ตาม แต่มีหน้าที่
สารองอากาศเพื่อส่งให้ปอดแลกเปลี่ยนแก๊สให้
นกใช้ในขณะบิน
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 33.