Recommended
PDF
PDF
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีดีเอ็นเอ
PDF
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีDna
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
บทที่ 5 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม1
PDF
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง วิวัฒนาการ
PDF
PDF
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
PDF
Power point การถ่ายทอดทางพันธุกรรม
PDF
เฉลยแบบทดสอบย่อยครั้งที่ 1 เรื่องกล้องและเซลล์
PPTX
PDF
Microsoft power point พันธุศาสตร์และเทคโนโลยีทาง dna
PDF
PPTX
บทที่ 1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
PDF
แบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพ
DOCX
แบบทดสอบ บทที่ 6 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรม
PDF
ระบบประสาท (Nervous System)
PDF
PPT
PDF
7แบบทดสอบการรักษาดุลยภาพของน้ำและแร่ธาตุ
PDF
PDF
ใบงานที่ 13 การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส
PDF
PDF
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1
PDF
PDF
More Related Content
PDF
PDF
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีดีเอ็นเอ
PDF
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีDna
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
What's hot
PDF
บทที่ 5 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม1
PDF
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง วิวัฒนาการ
PDF
PDF
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
PDF
Power point การถ่ายทอดทางพันธุกรรม
PDF
เฉลยแบบทดสอบย่อยครั้งที่ 1 เรื่องกล้องและเซลล์
PPTX
PDF
Microsoft power point พันธุศาสตร์และเทคโนโลยีทาง dna
PDF
PPTX
บทที่ 1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
PDF
แบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพ
DOCX
แบบทดสอบ บทที่ 6 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรม
PDF
ระบบประสาท (Nervous System)
PDF
PPT
PDF
7แบบทดสอบการรักษาดุลยภาพของน้ำและแร่ธาตุ
PDF
PDF
ใบงานที่ 13 การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส
PDF
PDF
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1
Viewers also liked
PDF
PDF
PDF
PDF
dnaกับลักษณะทางพันธุกรรมม.5
PDF
แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการ
PDF
หลอดเลือดและส่วนประกอบของเลือด
PDF
PDF
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแอลลีล
PDF
PDF
โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของคน
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
Similar to พันธุศาสตร์และเทคโนโลยีทางDna
PDF
บทที่ 6 เทคโนโลยีดีเอ็นเอ
PDF
บทที่ 4 โครโมโซมและสารพันธุกรรม
PDF
PDF
เอกสาร เรื่อง ยีนและโครโมโซม
PDF
เฉลยแบบฝึกหัด17.5โครงสร้างdna
PDF
บทที่ 18 พันธุศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ
PDF
PPT
พันธุศาสตร์และเทคโนโลยีทาง Dna
PDF
PDF
PDF
อนูพันธุศาสตร์ (Molecular Genetics)
PDF
PDF
ยีนและโครโมโซม ม.6/2 กลุ่มที่2 โรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทองในพระราชูปถัมภ์ฯ
PDF
PDF
PPT
PDF
เรื่องสารเคมีภายในเซลล์ cytochemistry ตอนที่ 2
PPTX
PDF
PDF
More from Wan Ngamwongwan
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
หน่วยที่2สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีวิตบริเวณชายหาด
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPTX
PDF
พันธุศาสตร์และเทคโนโลยีทางDna 1. พันธุศาสตร์
และ
เทคโนโลยีDNA
ครูฉวีวรรณ นาคบุตร โรงเรียนบ้านสวน(จั่นอนุสรณ์) ชลบุรี
2. สร้างปลาม้าลายเรืองแสงได้อย่างไร?
ปลาม้าลายเรืองแสงเกิดการใช้เทคนิคพันธุวิศวกรรม (genetic engineering)
นายีน (หรือสายของดีเอ็นเอสายหนึ่ง) ที่ได้จากแมงกะพรุนหรือดอกไม้ทะเลชนิด
พิเศษ ซึ่งควบคุมการสร้างโปรตีนที่เรืองแสงได้เองตามธรรมชาติในตัวสิ่งมีชีวิต
นั้นๆ หากได้รับการกระตุ้นด้วยช่วงความยาวคลื่นแสงที่เหมาะสม ไปใส่ไว้ในสาย
ของดีเอ็นเอที่ทาหน้าที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของปลาม้าลาย จึงทาให้
ปลาม้าลายซึ่งปกติมีลักษณะใสและไม่เรืองแสง เปลี่ยนแปลงลักษณะกลายไป
เป็นปลาม้าลายที่เรืองแสงได้ เช่นเดียวกับแมงกะพรุนหรือดอกไม้ทะเลที่เป็น
เจ้าของดีเอ็นเอนั้นๆ
3. 4. 5. พันธุวิศวกรรม
พันธุวิศวกรรม เป็นเทคนิคการสร้าง DNA สายผสม หรือ
รีคอมบิแนนท์ DNA(recombinant DNA) ให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตาม
ความต้องการ ซึ่งเทคนิคนี้ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ภายหลังจากการ
ค้นพบเอนไซม์ในแบคทีเรียที่สามารถตัดสาย DNA บริเวณที่มีลาดับเบส
จาเพาะ ซึ่งเรียกว่า “เอนไซม์ตัดจาเพาะ (restriction enzyme)” และ
สามารถเชื่อมสาย DNA ที่ถูกตัดแล้วมาต่อกันได้ด้วย เอนไซม์
DNA ไลเกส (DNA ligase enzyme) ทาให้นักวิทยาศาสตร์สามารถ
ออกแบบรูปแบบ DNA สายผสมได้ หากทราบตาแหน่งหรือลาดับเบสใน
ตาแหน่งของเอนไซม์ตัดจาเพาะชนิดต่างๆ
ครูฉวีวรรณ นาคบุตร
6. 7. 8. 9. การเรียกชื่อเอนไซม์ตัดจาเพาะ
การเรียกชื่อเอนไซม์ตัดจาเพาะใช้ระบบอักษร 3 ตัว พิมพ์ตัวเอน
-อักษรตัวแรก คือ อักษรตัวแรกของจีนัสแบคทีเรียที่แยกเอนไซม์ ใช้อักษรตัวใหญ่
-ตามด้วยอักษร 2 ตัวแรกของชื่อที่ระบุสปีชีสของแบคทีเรีย ใช้อักษรตัวเล็ก
์
-ต่อไปเป็นสายพันธุ์ของแบคทีเรีย ตามด้วยเลขโรมันแสดงลาดับของเอนไซม์ที่แยกได้จาก
แบคทีเรียดังกล่าว เขียนตัวตรง
ตัวอย่าง เช่น EcoR อ่านว่า อีโคอาร์วัน ได้มาจาก Escherichia coli RY13
E มาจาก Escherichia
co มาจาก coli
R มาจากสายพันธุ์ RY13
มาจากลาดับการแยกได้ของเอนไซม์จากแบคทีเรียชนิดนี้
10. จุดตัดจาเพาะที่เกิดขึ้น จะได้สาย DNA หลังจากถูกตัดแล้วใน 2 รูปแบบ
เช่นในกรณีของการตัดด้วยเอนไซม์ EcoRI จุดตัดจาเพาะจะอยู่ระหว่าง
เบส G และ A ซึ่งหลังจากการตัดจะทาให้ได้ปลายสายเดี่ยวทั้ง 2 ปลาย
ที่รอยตัดของสาย DNA ซึ่งมีนิวคลีโอไทด์สายเดี่ยวยื่นออกมา เรียกปลาย
สาย DNA ที่เกิดขึ้นเช่นนี้ว่า“ปลายเหนียว (sticky end)”
แต่ในกรณีของ HeaIII จุดตัดจาเพาะอยู่ระหว่าง GและC (ดังตาราง)เมื่อ
ตัดแล้วจะไม่เกิดปลายสาย DNA เป็นสายนิวคลีโอไทด์สายเดี่ยว เนื่องจาก
จุดตัดของสาย DNA ทั้งสองเส้นอยู่ตรงกันพอดี ปลายรอย
ตัด DNA เช่นนี้เรียกว่า “ปลายทู่ ( bluntend )”
ครูฉวีวรรณ นาคบุตร
11. ข้อสังเกต
แม้ว่าตาแหน่งการตัดจาเพาะของเอนไซม์ตัดจาเพาะแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน
แต่จะพบว่าลักษณะร่วมกัน คือ การเรียงลาดับเบส ในบริเวณดังกล่าวใน
ทิศทางจาก 5 ไปสู่ 3 จะเหมือนกันทั้งสองสายของสาย DNA
เอนไซม์ตัดจาเพาะชนิดเดียวกันจะตัดสาย DNA ที่จุดตัดจาเพาะในตาแหน่ง
เดียวกัน ไม่ว่า DNA นั้นจะมาจากแหล่งใด ทั้งจาก จุลินทรีย์ พืช สัตว์
และมนุษย์
เอนไซม์ตัดจาเพาะมีให้เลือกใช้มากมาย ส่วนใหญ่เป็นสินค้านาเข้า
และมีราคาแพง
ครูฉวีวรรณ นาคบุตร
12. การเชื่อมต่อสาย DNA ด้วยเอนไซม์ DNAไลเกส
จากการตัดสาย DNA ของสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน จะนามาเชื่อมต่อกันได้ด้วย
เอนไซม์ DNA ไลเกส ซึ่งสามารถเร่งปฏิกิริยาการสร้างพันธะโคเวเลนซ์
ระหว่างสองโมเลกุลของ DNA ให้เชื่อมต่อกันได้จากการตัดและการ
เชื่อมต่อสาย DNA นี้ทาให้เกิดสาย DNA สายผสมเกิดขึ้น
ในการเชื่อมต่อแม้จะใช้ DNAไลเกส เหมือนกันทั้งปลายเหนียวและปลายทู่
แต่ถ้าเป็นปลายทู่จะไม่มีการสร้างพันธะระหว่างเบสคู่สมของ DNA เดิม
และ DNA ที่นามาเชื่อมต่อ
ครูฉวีวรรณ นาคบุตร
13. 14. สรุป ลาดับขั้นการสร้าง DNA รีคอมบิแนนท์
1. ตัดสาย DNA ด้วยเอนไซม์ตัดจาเพาะ
2. ตัดสาย DNA ในโมเลกุลอื่นด้วยเอนไซม์ตัดจาเพาะชนิดเดียวกัน
3. เชื่อมต่อสาย DNA จาก DNA ต่างโมเลกุลกันด้วยเอนไซม์ DNA
ไลเกส เกิด DNA รีคอมบิแนนท์
การสร้าง DNA รีคอมบิแนนท์ เป็นเทคนิคที่เรียกว่าพันธุวิศวกรรม
Genetic Engineering
15. 16. DNA สายผสมที่ได้จากการตัดและต่อนี้ยังไม่สามารถทางานได้ต้อง
มีวิธีการที่จะดารง DNA สายผสมให้คงอยู่และเพิ่มจานวนเพื่อใช้ใน
การศึกษาว่า สาย DNA เหล่านั้นควบคุมการสร้างโปรตีนชนิดใด
และศึกษาว่า DNA ยีนอะไรบ้าง สิ่งที่จาเป็น คือ จะต้อง
เพิ่ม DNA ในบริเวณดังกล่าวให้มากพอที่จะศึกษาได้
การเพิ่ม DNA ที่เหมือนกันนั้นเรียกว่า “การโคลนดีเอ็นเอ
(DNA cloning)” หาก DNA บริเวณดังกล่าวเป็นยีนก็อาจ
เรียกว่า “การโคลนยีน (gene cloning)”
ครูฉวีวรรณ นาคบุตร
17. 18. - พลาสมิด คือ อะไร
- พลาสมิด เป็น DNA วงแหวนที่อยู่นอกโครโมโซมของแบคทีเรีย มี
ความสามารถในการเพิ่มจานวนได้โดยไม่ขึ้นกับการเกิด replication ของ
chromosomal DNA และการแบ่งเซลล์ นอกจากนี้พลาสมิดยังสามารถถูก
แยกและใส่กลับเข้าสู่เซลล์เจ้าบ้าน (host cell) ได้โดยไม่ยากนัก จึงทาให้เกิด
การนาพลาสมิดมาใช้ในการเป็น cloning vectors ชนิดหนึ่ง ทาหน้าที่เป็น
พาหะนา DNA หรือ ยีนที่ต้องการเข้าสู่เซลล์แบคทีเรีย
19. พลาสมิดตามธรรมชาติอาจพบได้ใน แบคทีเรีย และยีสต์ ในปัจจุบัน E.coli
plasmid ถูกนามาใช้ในการทา gene cloning และพันธุวิศวกรรมกันอย่าง
กว้างขวาง และ yeast plasmid ก็ได้รับการพัฒนาเพื่อใช้ในการตัดต่อ DNA
fragment ขนาดใหญ่ในการศึกษา human genome นอกจากนี้
Agrogacterium tumefaciens Ti plasmid ก็ถูกนามาปรับใช้ในการถ่ายยีน
เข้าสู่พืชบางชนิดอีกด้วย
Application of genetic engineering
คือการประยุกต์ คือ เอาพลาสมิดที่เราคัดเลือกมา แล้วแทรกยีนอื่นเข้าไปใน
พลาสมิด แล้วพลาสมิดนั้นก็จะมีคุณสมบัติของยีนใหม่อยู่ด้วยแล้วก็มาคัดเลือก
ว่าเราต้องการอันไหน
20. 21. 22. การโคลนยีนในหลอดทดลองโดยเทคนิค พอลิเมอเรสเชนรีแอกชัน หรือ พีซีอาร์
ในปัจจุบันสามารถเพิ่มจานวน DNA ในหลอดทดลองได้แล้ว โดยใช้
เครื่องมือที่เรียกว่า “เทอร์มอลไซเคลอร์ (thermal cycler)” โดย
เครื่องมือนี้สามารถควบคุมอุณหภูมิให้ปรับเปลี่ยนตามกาหนดเวลาที่ตั้งไว้ได้
ในการโคลนยีนโดยใช้เทคนิคพอลิเมอเรสเชนรีแอกชัน หรือ พีซอาร์ ี
(polymerase chain reaction ; PCR) นี้ต้องอาศัยเอนไซม์
DNA พอลิเมอเรส (DNA polymerase) ชนิดพิเศษที่ทนความร้อนหรือ
ทนที่ที่มีอุณหภูมิสูงได้โดยเอนไซม์ชนิดพิเศษนี้จะแยกออกมาจากแบคทีเรียที่
อาศัยอยู่บริเวณน้าพุร้อนซึ่งจะทนสภาพอุณหภูมิสูงได้
ครูฉวีวรรณ นาคบุตร
23. 24. การโคลนยีนในหลอดทดลองโดยเทคนิค พอลิเมอเรสเชนรีแอกชัน หรือ พีซอาร์
ี
ปฏิกิริยาในหลอดทดลอง ต้องใช้
1. DNA แม่แบบ (DNA template) ซึ่งเป็น DNA ที่ต้องการโคลนหรือ
เพิ่มจานวน
2. DNA ไพรเมอร์ (DNA primer) เป็น DNA สายสั้นๆ ที่ใช้เกาะกับ
DNA ที่ต้องการโคลนเพื่อเป็นจุดเรื่มต้นในการสังเคราะห์สาย DNA
3. นิวคลีโอไทด์ทั้ง 4 ชนิด ประกอบด้วย dATP (A) , dGTP (G) ,
dCTP (C) และ dTTP (T)
4. เอนไซม์ DNA พอลิเมอเรส ชนิดพิเศษ
ครูฉวีวรรณ นาคบุตร
25. ขั้นตอนของการทางานของเครื่องเทอร์มอไซเคลอร์ โดยใช้เทคนิค PCR
ขั้นตอนของการทางานของเครื่องเทอร์มอไซเคลอร์ โดยใช้เทคนิค PCR คือ
ขั้นตอนแรกนี้เรียกว่า “Denaturation” เพิ่มอุณหภูมิของเครื่องให้สูงขึ้นจนสาย DNA
สายคู่ที่เป็นแม่แบบแยกออกจากกันเป็นสายเดี่ยว (ขั้นนี้อุณหภูมิประมาณ 90C)
ขั้นตอนที่สองเรียกว่า “Annealing” ลดอุณหภูมิลง (เหลือประมาณ 55C) จะทาให้
DNA ไพรเมอร์จับกับ DNA แม่แบบสายเดี่ยวแต่ละสายในตาแหน่งที่เป็นจุดเริ่มต้นใน
การสังเคราะห์ DNA ด้วยพันธะไฮโดรเจน
ขั้นตอนที่สามเรียกว่า “Extension” ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมต่อการทางานของเอนไซม์
DNA พอลิเมอเรส เพื่อให้สร้างสาย DNA สายคู่เพิ่มขึ้น (ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อ
การทางานของเอนไซม์ DNA พอลิเมอเรส คือ ประมาณ 72C-75C)
เริ่มกระบวนการในขั้นที่ 1 ใหม่จะได้ DNA สายคู่ 2 สาย เพิ่มเป็น 4 สายคู่ 8 สายคู่
และ 16 สายคู่ ตามลาดับไปเรื่อยๆ จนมากพอกับความต้องการ
ครูฉวีวรรณ นาคบุตร
26. 27. จะเห็นได้ว่าเทคนิค PCR นี้จะเพิ่มปริมาณ DNA ที่ต้องการ ที่มีปริมาณน้อย
ให้มากได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามเทคนิค PCR ยังมีข้อจากัดอยู่ คือ
ขั้นตอนการแสดงออกของยีน เช่น การสร้างโปรตีนและขั้นตอนการตรวจสอบ
ความผิดพลาดของ DNA ที่สร้างขึ้น เนื่องจากเอนไซม์ที่ใช้ในปฏิกิริยานี้บาง
ชนิดไม่มีการตรวจสอบลาดับนิวคลีโอไทด์ของ DNA เหมือนในระบบของเซลล์
สิ่งมีชีวิต
อย่างไรก็ดีเทคนิค PCR นี้ ได้นามาใช้กับการเพิ่มปริมาณของ DNA ที่มี
อยู่ในปริมาณน้อยให้มีปริมาณมากพอ แล้วจึงนามาโคลนโดยอาศัย พลาสมิด
เช่น ในคราบเลือด คราบอสุจิ เนื้อเยื่อบางชนิด เชื้อ HIV, DNA ของ
เอ็มบริโอในครรภ์มารดาว่าผิดปกติหรือไม่ รวมทั้ง DNAจากซากของวูลลี
แมมมอธ (Woolly mammoth) ด้วยเพื่อดูถึงวิวัฒนาการของสัตว์ชนิดนี้
ครูฉวีวรรณ นาคบุตร
28. 29. การวิเคราะห์ DNA
การวิเคราะห์ DNA ในการวิเคราะห์ DNA (DNA analysis) นั้นจะมีการ
แยก DNA ขนาดต่างๆ ออกจากกันโดยอาศัยหลักการ “อิเล็กโทรโฟริซิส
(electrophoresis)” โดยให้ DNA ที่ต้องการแยก (DNA ที่ขนาดต่างกัน)
ออกจากกันวิ่งผ่านตัวกลางที่เป็นแผ่นวุ้น (ตัวกลางที่เป็นแผ่นวุ้น เช่น อะกาโรสเจล
(agarose gel) หรือ พอลิอะคริลาไมด์เจล (polyacrylamide gel) ที่อยู่ภายใน
สนามไฟฟ้า เรียกกระบวนการนี้ว่า เจลอิเล็กโทรโฟริซิส (gel electrophoresis)
ตามปกติ DNA จะมีประจุเป็นลบ ดังนั้น DNA จะเคลื่อนเข้าหาขั้วบวกของสนามไฟฟ้า
และ DNA ที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่จะเคลื่อนที่ได้ช้ากว่า DNA ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ทาให้
DNA ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก เคลื่อนที่ได้มากและอยู่ใกล้ขั้วบวก ส่วน DNA ที่มีโมเลกุล
ขนาดใหญ่จะเคลื่อนที่ไปได้น้อย จึงอยู่ใกล้ๆกับจุดเริ่มต้น ทาให้แยก DNA ขนาด
ต่างๆกันออกจากกันได้
ครูฉวีวรรณ นาคบุตร
30. 31. DNA ที่อยู่ในรูปสารละลาย จะใส ไม่มีสี ไม่
สามารถมองเห็นได้ จึงต้องมีการย้อมสี โดยใน
เจลอิเล็กโทรโฟริซิส นิยมใช้ อีธิเดียมโบรไมด์ ซึ่ง
จะจับกับโมเลกุล DNA และเรืองแสงฟลูออเรส
เซนซ์เป็นสีส้มภายใต้แสงอัลตราไวโอเลต
32. สถานที่รับตรวจ DNA ในกรุงเทพฯ คือ
1.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม
2.สถาบันนิติเวชวิทยา สานักงานแพทย์ใหญ่ สานักงานกรมตารวจแห่งชาติ
3.ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
4.หน่วยมนุษย์พันธุศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
5.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ส่วนที่โรงพยาบาลเอกชนบางแห่ง ก็สามารถรับตรวจ DNA ได้ แต่โรงพยาบาลเอกชนจะส่ง
ตัวอย่าง DNA มาให้แล็บของรัฐตรวจสอบอยู่ดี
ทั้งนี้สิ่งสาคัญคือ ผู้จะขอรับการตรวจต้องเดินทางไปตรวจพิสูจน์ ณ สถานที่แห่งนั้นเท่านั้น
ไม่สามารถส่งตัวอย่างตรวจผ่านทางไปรษณีย์ได้ เพื่อป้องการผลที่ผิดพลาด และการฟ้องร้อง
ภายหลัง โดยทั่วไปใช้เวลาการตรวจ DNA นาน 5-7 วัน
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณอยู่ที่ 6,000-8,000 บาทต่อการตรวจ 1 คน และขึ้นอยู่กับตรวจ
เพื่อพิสูจน์อะไร
33. การศึกษาจีโนม
นักวิจัยพบว่า จีโนมของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน มีความแตกต่างกัน ซึ่ง
สามารถตรวจสอบความแตกต่างนั้นโดยอาศัยการเพิ่มปริมาณ DNA ด้วยวิธี
PCR แล้วนาตัดด้วยเอนไซม์ตัดจาเพาะ แล้วนาชิ้น DNA ไปแยกขนาดโดย
วิธีการเจลอิเล็กโทรโฟริซิส จะได้รูปแบบของแถบ DNA ที่แตกต่างกัน ดังนั้น
รูปแบบของแถบ DNA ที่ปรากฏขึ้นหลังจากตัดด้วยเอนไซม์ตัดจาเพาะจะ
สามารถเชื่อมโยงถึงจีโนมของสิ่งมีชีวิตนั้น เรียกความแตกต่างของรูปแบบของ
แถบ DNA ที่เกิดจากปฏิกิริยา PCR และการตัดของเอนไซม์ตัดจาเพาะ
เหล่านี้ว่า พีซีอาร์-เรสทริกชัน แฟรกเมนท์ เลจท์ พอลิมอร์ฟิซม ึ
(restriction fragment length polymorphism: PCR-RFLP) ซึ่ง
สามารถใช้เป็นเครื่องหมายทางพันธุกรรม (genetic marker)ได้
34. โครงการจีโนมมนุษย์ (Human Genome Project)
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ได้มีการริเริ่มโครงการจีโนมมนุษย์
(Human Genome Project) เพื่อที่จะศึกษาลาดับนิวคลีโอไทด์
ของมนุษย์ทั้งจีโนม โดยการหาลาดับนิวคลีโอไทด์ของออโทโซม
จานวน 22 โครโมโซม และโครโมโซม X และโครโมโซม Y ซึ่ง
เป็นโครงการนานาชาติ ในการดาเนินโครงการดังกล่าวมีการศึกษา
แผนที่ยีน และแผนที่เครื่องหมายทางพันธุกรรมควบคู่ไปกับการหา
ลาดับนิวคลีโอไทด์ ซึ่งนามาสู่การพัฒนาในเชิงเทคโนโลยี และการ
ประยุกต์ใช้อย่างมากมายในปัจจุบัน
35. 36. 37. - ข้าว ( Oryza sativa L.) เป็นต้นแบบพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีจีโนมขนาด
เล็ก และเป็นพืชเศรษฐกิจที่สาคัญ และประเทศไทยได้เข้าร่วมการศึกษาจีโนม
ข้าว โดยศึกษาลาดับนิวคลีโอไทด์ของโครโมโซมแท่งที่ 9
38.