การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของ DNA
การประยุกต์ใช้ในเชิงการแพทย์และเภสัชกรรม
การวินิจฉัยโรค
         ปัจจุบันมีการนาเอาเทคโนโลยีของDNAมาใช้ในการวินิจฉัยโรคที่เกิด
จากการติดเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อไวรัส โดยการใช้เทคนิคPCR เพื่อตรวจสอบ
ว่ามีจีโมนของไวรัสอยู่ในสิ่งมีชีวิตนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีความไวสูง
และสามารถตรวจพบได้โดยมีตัวอย่างเพียงเล็กน้อย เทคนิคนี้ได้นามาใช้ใน
การตรวจวิเคราะห์การติดเชื้อ HIVเป็นต้น
         จากความรู้ทางพันธุศาสตร์ การค้นพบเครื่องหมายทางพันธุกรรม
เชื่อมโยงกับแอลลีลที่ก่อโรค และลาดับนิวคลีโอไทด์ จึงสามารถนาไปใช้ใน
การตรวจวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมก่อนจะมีอาการของโรคหรือเป็นเพียง
พาหะ ซึ่งทาให้สามารถป้องกันการถ่ายทอดลักษณะดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง
การบาบัดด้วยยีน

     จากความรู้เกี่ยวกับความผิดปกติต่างๆในคนที่เกิดความบกพร่อง
ของยีน หากสามารถใส่ยีนที่ปกติเข้าไปในเซลล์ร่างกาย หรือ
เนื้อเยื่อที่แสดงอาการผิดปกติ แล้วทาให้ยีนนั้นแสดงออกเมื่อมีสาร
โปรตีนที่ปกติในบริเวณดังกล่าว จึงอาจเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วย
ทาให้บาบัดอาการบกพร่องที่เกิดขึ้นได้
ในปัจจุบันเทคนิคหนึ่งที่ใช้ในการถ่ายยีนปกติ เพื่อใช้ในการ
ทายีนบาบัด คือการใช้ไวรัสชนิดหนึ่งเป็นตัวนายีนที่ต้องการถ่าย
เข้าสู่เซลล์คน ซึ่งยีนของไวรัสที่เป็นอันตรายต่อคนจะถูกตัดทิ้ง แล้ว
ใส่ยีนของคนที่ต้องการเข้าไปแทนที่ ไวรัสที่สร้างขึ้นใหม่นี้จะมียีนที่
ต้องการแทรกอยู่ และจะมีความสามารถในการแทรกจีโนมของตัว
มันเข้าสู่โครโมโซมคนได้ แต่ไม่สามารถจาลองตัวเองเองเพิ่มจานวน
ได้ เนื่องจากยีนที่ทาหน้าที่ดังกล่าวที่มีอยู่เดิมในไวรัสได้ถูกตัดทิ้งไป
แล้ว
อย่างไรก็ดีการบาบัดด้วยยีนยังไม่ที่แพร่หลาย และต้องใช้ด้วยความ
ระมัดระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากยังมีปัญหาทางด้านเทคนิคในการ
ใช้ ตัวอย่างเช่น
- การควบคุมกิจกรรมของยีนที่ใส่ให้กับเซลล์ให้มีการผลิตผลิตภัณฑ์ที่
ต้องการอย่างเหมาะสมได้อย่างไร
- การแทรกตัวของยีนเข้าสูจีโนมของคนทาอย่างไร
                            ่
- เมื่อแทรกแล้วจึงจะไม่ไปทาให้เกิดมิวเทชันในยีนอื่นที่ปกติอยู่แต่เดิม
- และไวรัสที่ใช้เป็นพาหะในการนายีนเข้าสู่จีโนมคนนั้นสามารถบรรจุยีน
ได้อย่างจากัด ไม่สามารถใส่ยีนที่มีขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษา
วิธีการหรือเทคนิคในมีความเหมาะสมต่อการใช้ยีนบาบัดให้มากขึ้น
นอกจากนี้ในการทายีนบาบัด ยังมีข้อโต้แย้งเชิงจริยธรรมเกิดขึ้น
ในสังคม ว่าหากเราทราบความผิดปกติของยีนต่างๆแล้ว เราควร
บาบัดข้อบกพร่องในเซลล์ตั้งต้นที่จะสร้างเซลล์ไข่และตัวอสุจิหรือไม่
หากอนุญาตให้มีการบาบัดในลักษณะดังกล่าว จะมีผลต่อ
วิวัฒนาการของมนุษย์หรือไม่ในอนาคต
การสร้างผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม
   การประยุกต์เทคโนโลยีเกี่ยวกับ DNA มาใช้ในเชิงเภสัชกรรมเป็นการ
ประยุกต์ใช้ที่มีมาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยมีการสร้างผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม
เป็นจานวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการผลิตโปรตีน
      การผลิตฮอร์โมนอินซูลิน เป็นตัวอย่างแรกที่นาเทคนิคทาง DNA มาใช้
  ในการผลิตสารที่ใช้ในเชิงเภสัชกรรมเพื่อรักษาโรคเบาหวาน ผู้ป่วย
  โรคเบาหวานจาเป็นต้องได้รับอินซูลิน เพื่อควบคุมระดับน้าตาล จากการตัด
  และต่อ DNA ให้มียีนที่สร้างอินซูลิน แล้วใส่เข้าไปในเซลล์แบคทีเรีย
  เพื่อให้เกิดการแสดงออกและสร้างพอลิเพปไทด์ที่ต้องการ จากนั้นจึงนาเซลล์
  ไปเพื่อเพิ่มจานวนยีนที่สร้างสายพอลิเพปไทด์ดังกล่าว และผลิตอินซูลินที่
  ทางานได้
การผลิตฮอร์โมนอินซูลิน
การใช้พันธุวิศวกรรมเพื่อผลิตโปรตีน หรือฮอร์โมนที่บกพร่องใน
มนุษย์ นอกจากอินซูลินแล้วยังใช้พันธุวิศวกรรมในการผลิตโกรท
ฮอร์โมน เพื่อที่รักษาเด็กที่เจริญเติบโตเป็นคนแคระ เนื่องจากได้รับ
โกรทฮอร์โมนไม่เพียงพอ เป็นต้น
นอกจากการผลิตฮอร์โมนเพื่อใช้ทดแทนในคนที่มีความบกพร่องของ
ฮอร์โมนดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีการประยุกต์ใช้ในการผลิตยาเพื่อรักษา
โรคบางชนิดอีกด้วย เช่น ใช้ในการผลิตยาที่จะยับยั้งไวรัส HIV
โดยอาศัยเทคนิคทางพันธุวิศวกรรมในการสร้างโมเลกุลของโปรตีนที่จะ
ป้องกันหรือเลียนแบบตัวรับที่ HIV ใช้ในการเข้าสู่เซลล์ ซึ่งตัวรับเหล่านี้
จะอยู่บนเยื่อหุ้มเซลล์ของคน หากมีโมเลกุลที่เลียนแบบตัวรับเหล่านี้อยู่ใน
กระแสเลือด HIV จะเข้าเกาะกับโมเลกุลเหล่านี้แทนที่จะเกาะที่ตัวรับที่
เซลล์เม็ดเลือดขาว แล้วเข้าทาลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ตัวยาเหล่านี้จึงสามารถ
ยับยั้งการทางานของ HIV ได้
การใช้พันธุวิศวกรรมยังสามารถนามาประยุกต์ใช้ในการผลิต
วัคซีน แต่เดิมนั้นใช้วัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคที่เกิดจากไวรัส
โดยใช้ไวรัสที่ไม่สามารถก่อโรค เพราะได้รับสารเคมี หรือวิธีทาง
กายภาพบางอย่าง หรือเป็นไวรัสในสายพันธุ์ที่ไม่นาโรค มาฉีด
ให้กับคน เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน แต่เมื่อการศึกษาในระดับ
โมเลกุลเกี่ยวกับไวรัสมีความชัดเจนขึ้น จนทราบว่าโปรตีนชนิดใดที่
ผิวของไวรัสที่เป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกันในคนได้ ก็สามารถใช้วิธีทาง
พันธุวิศวกรรมตัดต่อ เฉพาะยีนที่เป็นต้นแบบในการสร้างโปรตีน
ชนิดนั้น แล้วใช้โปรตีนดังกล่าวเป็นแอนติเจนในการกระตุ้น
ภูมิคุ้มกันแทนการใช้ไวรัสซึ่งทาให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น
การประยุกต์ใช้ในเชิงนิติวิทยาศาสตร์
•     DNA เป็นสารพันธุกรรม ซึ่ง DNA ของคนๆเดียวกันไม่ว่าจะมาจาก
    เซลล์ส่วนใดของร่างกายจะมีรูปแบบที่เหมือนกัน ดังนั้น DNA จึงเป็น
    เหมือนสิ่งที่บอกให้รู้ว่าคนๆนั้นเป็นใครและแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร
โดยทั่วไปแล้วการที่จะบอกได้ว่าคนๆนั้นเป็นใคร
  จะพิจารณาจากรูปร่างหน้าตา วัน เดือน ปีเกิด ตามข้อมูลในบัตรประชาชน หรือ หนังสือ
 เดินทาง และถ้าจะให้ชัดเจนยิ่งขึ้นอาจดูจากรอยแผลเป็นหรือลายพิมพ์นิ้วมือ อย่างไรก็ตามลักษณะ
 อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุ หรือจากอุบัติเหตุ หรือจากสารเคมี แม้ว่าลายพิมพ์นิ้วมือจะไม่
 สามารถบอกความสัมพันธ์ทางสายเลือดได้ว่าลายพิมพ์ นิ้วมือของลูกนั้นส่วนใดได้มาจากพ่อหรือ
 แม่ แต่ลายพิมพ์ DNA สร้างมาจาก DNA ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อและแม่อย่างละครึ่งและ
 เปลี่ยนแปลงไม่ได้ จึงมีลักษณะเฉพาะบุคคล ซึ่งทาให้สามารถบอกความแตกต่างของบุคคล
 ได้ ความแตกต่างที่มีความจาเพาะของแต่ละบุคคลนี้เอง เราจึงนามาใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน เช่น
 การพิสูจน์ตัวบุคคล การพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด การตรวจทางนิติเวชศาสตร์เพื่อหา
 ผู้กระทาความผิด เป็นต้น และจากความแตกต่างที่มีเฉพาะบุคคล จึงทาให้บุคคลมีรูปแบบ
 ของ DNA ที่แตกต่างกัน เมื่อใช้เทคนิคต่างๆ เช่น การใช้ RFLP marker ตรวจสอบ จะเกิด
 เป็นแถบ DNA รูปแบบของแถบ DNA (DNA band) ที่เป็นความแตกต่างของขนาด
 ชิ้น DNA ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล เรียกว่า ลายพิมพ์ DNA (DNA fingerprint) เพราะ
 โอกาสที่คนสองคน(ที่ไม่ใช่ฝาแฝดแท้) จะมีรูปแบบของลายพิมพ์ DNA เหมือนกันมีน้อยมาก
(ลายพิมพ์ DNA (DNA fingerprint)
นอกจากนี้ได้มีการใช้ลายพิมพ์ DNA เพื่อพิสูจน์ความเกี่ยวพันในคดีอาญา
ที่รุนแรง เช่น ฆาตกรรม ทาร้ายร่างกาย ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานสาคัญ
อย่างหนึ่งประกอบการพิจารณาคดีศาล ตัวอย่างเช่น ในคดีฆาตกรรมคดี
หนึ่ง ได้นาคราบเลือดของฆาตกรที่พบในสถานที่เกิดเหตุและเลือดของผู้ต้อง
สงสัยจานวน 7 คน มาทาลายพิมพ์ DNA และนามาเปรียบเทียบกัน
       เมื่อนาลายพิมพ์ DNA ของผู้ต้องสงสัยมาเปรียบเทียบกับลาย
พิมพ์ DNA ของคราบเลือดฆาตกรพบว่าเป็นดังนี้
การเปรียบเทียบลายพิมพ์ DNA ของผู้ต้องสงสัยกับคราบเลือดฆาตกร
การประยุกต์ใช้ในเชิงการเกษตร

• การทาฟาร์มสัตว์เพื่อสุขภาพของมนุษย์
• ในการใช้เทคโนโลยี DNA เพื่อปรับปรุงพันธุ์สัตว์ในมีลักษณะที่ดีขึ้น
  เช่นเดียวกับเป้าหมายหนึ่งคือการในการปรับปรุงพันธุ์สตว์ที่อาศัยการผสม
                                                           ั
  พันธุ์ และคัดเลือกพันธุ์ดั้งเดิม แต่ด้วยเทคโนโลยี DNA ทาให้
  นักวิทยาศาสตร์สามารถหาได้ว่ายีนที่จะทาให้สัตว์ลักษณะตามต้องการ เช่น
  หมูมีไขมันต่า วัวให้นมเร็วขึ้นและมากขึ้น เมื่อทราบว่ายีนควบคุมลักษณะ
  นั้นคือยีนใดแล้วจึงย้ายยีนดังกล่าวเข้าสู่สัตว์ที่ต้องการ
• อีกรูปแบบหนึ่งของการทาฟาร์มในอนาคต คือการสร้างฟาร์ม
  สัตว์ที่เสมือนเป็นโรงงานผลิตยาเพื่อสกัดนาไปใช้ในการแพทย์
  ตัวอย่างเช่น การสร้างแกะที่ได้รับการถ่ายยีน เพื่อให้สร้างโปรตีนที่
  มีอยู่ในเลือดของคน และให้แกะผลิตน้านมที่มีโปรตีนนี้ โปรตีน
  ชนิดนี้จะยับยั้งเอนไซม์ที่ก่อให้เกิดการทาลายเซลล์ปอดในผู้ป่วยที่
  เป็นโรคซิสติกไฟโปรซิส (cystic fibrosis)และโรคระบบทางเดิน
  หายใจที่เรื้อรังชนิดอื่นๆ
• ในการสร้างสัตว์ดัดแปลงพันธุกรรม (transgenic animal) จะ
  เริ่มจากการแยกเซลล์ไข่ออกจากเพศเมีย และฉีดยีนที่ต้องการเข้าไป
  ในนิวเคลียสของเซลล์ไข่ (microinjection) ซึ่งจะมีเซลล์ไข่บาง
  เซลล์ยอมให้ยีนดังกล่าวแทรกเข้าในจีโนมของนิวเคลียสและ
  แสดงออกได้ จากนั้นทาการผสมพันธุ์ในหลอดทดลอง
  (in vitro fertilization)และถ่ายฝากเข้าในตัวแม่ผู้รับ เพื่อให้เจริญ
  เป็นตัวใหม่ ซึ่งจะมียีนที่ต้องการอยู่โดยไม่จาเป็นต้องมาจากสปีชีส์
  เดียวกัน
แอนดี (ANDi) ลิงดัดแปลงพันธุกรรมเรืองแสงตัวแรกของโลก
การสร้างพืชดัดแปลงพันธุกรรม (trensgenic plant)
• การสร้างพืชดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อให้มียีนของลักษณะตามที่ต้องการ
  เช่น การชะลอการสุกของผลไม้ หรือเพื่อยืดเวลาการเก็บรักษาผลผลิต
  มีความต้านทานโรคและแมลง มีความต้านทานต่อสารฆ่าแมลงมีคุณค่า
  ด้านอาหารมากขึ้น เป็นต้น ในพืชสามารถทาได้ง่ายกว่าในสัตว์ เนื่องจาก
  มีการศึกษาเทคโนโลยีในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในหลอดทดลอง ซึ่ง
  สามารถสร้างต้นพืชขึ้นใหม่จากเซลล์เนื้อเยื่อ หรือส่วนต่างๆ ของพืชได้
  เป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้ว ดังนั้นถ้าสามารถถ่ายยีนเข้าสู่เซลล์พืชได้
  และพืชนั้นมีเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชรองรับอยู่แล้ว ก็สามารถ
  สร้างพืชดัดแปลงทางพันธุกรรมได้
ตัวอย่างการสร้างพืชดัดแปลงทางพันธุกรรม

• พืชดัดแปลงทางพันธุกรรมที่มีความสามารถในการต้านทาน
  แมลง โดยการถ่ายยีนบีทีที่สร้างสารพิษจากแบคทีเรีย(Bacillua
  Thuringiensis ; BT) สารพิษนี้สามารถทาลายตัวอ่อนของแมลง
  บางประเภทอย่างเฉพาะเจาะจง โดยไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตชนิด
  อื่น เมื่อนายีนที่สร้างสารพิษไปใส่ในเซลล์ของพืช เช่น ฝ้าย
  ข้าวโพด มันฝรั่ง ยาสูบ มะเขือเทศ พืชเหล่านี้สามารถผลิตสาร
  ทาลายตัวหนอนที่มากัดกิน ทาให้ผลผลิตของพืชเหล่านี้
  เพิ่มขึ้น ลดการใช้สารเคมีหรือไม่ต้องใช้เลย
การเปรียบเทียบระหว่างฝ้ายที่มียีนบีที (ซ้าย)
และ ฝ้ายธรรมดา (ขวา)




                                      สมอฝ้ายจากต้นฝ้ายบีที
• พืชต้านทานต่อโรค นักวิจัยไทยสามารถดัดแปลงพันธุกรรมของมะละกอ
  ให้ต้านทานต่อโรคใบด่างจุดวงแหวน ซึ่งเกิดจากไวรัสชนิดหนึ่ง โดยนายีนที่
  สร้างโปรตีนเปลือกไวรัส (coat protein gene) ถ่ายฝากเข้าไปในเซลล์
  มะละกอ แล้วชักนาให้เป็นมะละกอสร้างโปรตีนดังกล่าว ทาให้สามารถ
  ต้านทานต่อเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงพันธุกรรมของมันฝรั่ง
  ยาสูบ ให้มีความต้านทานต่อไวรัสที่มาทาลายได้
• พืชดัดแปลงทางพันธุกรรมทีสามารถต้านสารปราบวัชพืช เช่น นาเอา
                            ่
  ยีนที่ต้านทานสารปราบวัชพืชใส่เข้าไปในพืช เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพด
  ฝ้าย ทาให้สามารถต้านทานสารปราบวัชพืช ทาให้สารเคมีที่ปราบวัชพืช
  ไม่มีผลต่อพืชดังกล่าวและสามารถใช้ประโยชน์จากดินและปุ๋ยอย่างมี
  ประสิทธิภาพ การปลูกพืชหมุนเวียนยังทาได้ง่ายขึ้น ผลผลิตก็เพิ่มมากขึ้น
  ด้วย
พืชดัดแปลงทางพันธุกรรมที่มีคณค่าทางอาหาร
                             ุ
เพิ่มขึ้น เช่น ในกรณีของข้าวที่เป็นธัญพืชที่เป็น
อาหารหลักของโลก ได้มีนักวิทยาศาสตร์ นายีน
จากแดฟโฟดิล(Daffodils)และยีนจากแบคทีเรีย
Erwinia bretaria ถ่ายฝากให้ข้าว ทาให้ข้าว
สร้างวิตามินเอ ในเมล็ดได้ เรียกว่า ข้าวสีทอง
(golden rice)โดยหวังว่าการสร้างข้าวสีทอง
จะมีส่วนช่วยในการลดภาวะ
การขาดวิตามินในประเทศที่
ขาดแคลนอาหารในโลกได้
ข้าวทองหรือโกลเดนไรซ์ พัฒนาจากข้าวพันธุ์ญี่ปุ่น ข้าวทองหรือ
โกลเดนไรซ์2 พัฒนาจากข้าวสายพันธุ์อินดิคา
ที่มา www.biotec.or.th/biotechnology-th/Unit-
Halabala.asp
• ใน ส่วนของไม้ดอกไม้ประดับซึ่งมีมูลค่าสูง มีการศึกษาวิถีและกลไกของการ
   เปลี่ยนสีดอกในพืชหลายชนิด พืชต้นแบบที่ใช้ในการศึกษา คือ พิทเู นีย
   และสแนปดรากอน โดยมีบริษัทฟลอริยีน และบริษัท ซันทอรีของญี่ปุ่น
   เป็นผู้นาในการวิจัยด้านนี้ และประสบความสาเร็จในการทาคาร์เนชั่นและ
   ดอกกุหลาบให้เป็นสีน้าเงิน




ดอกคาร์เนชั่นดัดแปลงพันธุกรรมให้เป็นสีม่วง ของ บ.Florigene Flower ดอก
กุหลาบดัดแปลงพันธุกรรมให้เป็นสีม่วงของ บ.Suntory
ที่มา www.biotec.or.th/biotechnology-th/newsdetail.asp?id=3624
พืชดัดแปลงทางพันธุกรรม           พืชดัดแปลงพันธุกรรมอืนๆ เช่น ทาให้พืช
                                                        ่
เพื่อให้ยืดอายุของผลผลิตได้      ต้านทานความแห้งแล้ง ต้านทานดิน
ยาวนานขึน โดยนายีนที่มี
           ้                     เค็ม ดัดแปลงพืชให้แปลกและแตกต่างไป
ผลต่อเอนไซม์ที่สังเคราะห์เอ      จากเดิมเพื่อให้เหมาะสมกับตลาดและความ
ทิลีนใส่เข้าไปในผลไม้ เช่น       ต้องการของมนุษย์มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม
มะเขือเทศ ทาให้มะเขือเทศสุก      พืชดัดแปลงพันธุกรรม
ช้าลง เนื่องจากไม่มีการสร้างเอ   (Genetically Modified Organism :
ทิลีน ลดความเน่าเสียของ          GMOs) ถึงจะมีประโยชน์มากมายแต่ก็ยังมีข้อ
มะเขือเทศ สามารถเก็บรักษา        โต้แย้งทางสังคมเป็นอย่างมากว่าอาจจะไม่
ได้นานขึ้นและขนส่งได้เป็น        ปลอดภัยกับผู้บริโภคและอาจก่อให้เกิดปัญหา
ระยะทางไกลขึ้น                   ทางด้านพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ความ
                                 หลากหลายทางชีวภาพ การมิวเทชันและอาจ
                                 เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคตได้
• วิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน ทาให้เราสามารถเลือกซื้อผักผลไม้จาก
  การตัดแต่งพันธุกรรม หรือที่เรียกกันติดปากว่า จีเอ็มโอ (GMOs) ที่
  สามารถคัดเลือกพันธุ์ที่ดี และเติบโตขึ้นโดยปราศจากยาฆ่าแมลง ที่สาคัญ
  ยังสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นภายในบ้าน หรือตู้แช่ภายในห้างสรรพสินค้าได้
  นานถึง 15 วัน
• การตัดแต่งพันธุกรรมเพื่อให้เก็บความสดไว้ได้นานนี้ ยังสามารถใช้ได้กับผัก
  ผลไม้ประเภทอื่น ๆ เช่น มะละกอ กล้วย มะม่วง เป็นต้น
• ที่สาคัญ ผู้บริโภค คิดอย่างไรกับการบริโภค ผักและผลไม้ที่มาจากการตัด
  แต่งพันธุกรรมเหล่านี้
• พันธุ วิศวกรรมเพื่อผลิตพืชเวชกรรมกาลังมาแรง และมีแนวโน้มจะได้รับการ
  ยอมรับมากกว่าพืชอาหารพืชดัดแปลง
• พันธุ กรรมมีข้อได้เปรียบหลายประการที่ทาให้เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เช่น ราคา
  ถูกกว่าการผลิตในยีสต์หรือแบคทีเรีย ราว 10–100 เท่า ขยายขนาดได้ง่าย
  ปลอดภัย ง่ายต่อการสกัดและการนาสารมาใช้
• ใน ปี พ.ศ. 2548 มีการผลิตยาสูบที่มีตัวยาสาหรับรักษาโรคมะเร็ง นอกจากนี้
  ยังมีงานวิจัยอื่นๆ เช่น การผลิตยีนภูมิคุ้มกันในน้านมคนให้อยู่ในน้านมข้าว
  การใช้ยีนจากหญิงที่เป็น หมัน ซึ่งมีฤทธิ์ทาลายสเปิร์มมาผลิตในข้าวโพด เพื่อทา
  ยาคุมกาเนิดใส่ในถุงยางอนามัย หรือการพัฒนาให้ข้าวโพดผลิตวัคซีนไวรัสตับ
  อักเสบ
มันฝรั่งตัดต่อพันธุกรรมสายพันธุ์นี้มีชื่อว่า Am flora ที่ปรับปรุง
พันธุ์โดยบริษัท BASF ที่ได้ทาการดัดแปลงพันธุกรรมในการให้ผล
ผลิตแป้งจากหัวมันนั้นอยู่ในรูปของโครงสร้างที่เป็นกิ่งสาขา
(Amylopectin) เกือบทั้งหมด ซึ่งจะแตกต่างจากแป้งที่มีอยู่ใน
หัวมันฝรั่งทั่วๆไปที่มีโครงสร้างของแป้งแบบผสมทั้ง แบบสายโซ่ตรง
(Amylose) และแบบกิ่งสาขา โดยผลผิตผลมันฝรั่งพวกนี้
จะไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการนามาบริโภค แต่จะนาไปใช้ใน
อุตสาหกรรมการทากระดาษและผลิตภัณฑ์กาวยึดเกาะ
ซึ่งจากการเปิดเผยของ Thornston Storck นักวิชาการ
พืชศาสตร์ของบริษัท BASF กล่าวว่า ทางบริษัทได้
ทาการวิจัยและทดสอบปลูกมันฝรั่งที่ตัดต่อพันธุกรรมนี้
มาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว และเฝ้าติดตามถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งความ
ปลอดภัยทางด้านสุขภาพและสภาพแวดล้อมแล้ว ไม่มีผลเสียหาย
ใดๆเกิดขึ้นทั้งสิ้น
ฉลาก Genetically Modified Organisms (GMOs)

-Conventional Fruit Labels - Four digits starting with 4
ฉลากผลไม้ทั่วไป - มีตัวเลขสี่หลัก ขึ้นต้นด้วย 4 เช่น 4 xxx

- Organic Fruit Labels -Five digits and starts with number 9
ฉลากผลไม้ Organic ( ผลไม้ที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี) - มีตัวเลขห้าหลัก
ขึ้นต้นด้วย 9 เช่น 9 xxxx

-Genetically Modified Fruits (GMOs) -Start with the digit 8
ฉลากผลไม้ GMOs ( ผลไม้ที่ปลูกโดยใช้พันธ์ที่ผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรม)
- มีตัวเลขห้าหลัก ขึ้นต้นด้วย 8 เช่น 8xxxx
แอปเปิ้ล ที่มีรหัส 4922 แปลว่า แอปเปิ้ลนี้เป็นแอปเปิลทั่วๆ ไป ที่ปลูกด้วยการใส่ปุ๋ยปกติ

ถ้าแอปเปิ้ลติดสติ๊กเกอร์ มีรหัส 99222 แสดงว่าเป็นแอปเปิลที่ปลูกโดยวิธีปลอดสารเคมี และ
ปลอดภัย

ถ้าแอปเปิลติดสติ๊กเกอร์ มีรหัส 89222 อย่าซื้อ!!!!!!
แสดงว่าเป็นแอปเปิลที่ผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรม ( GMO)
ศูนย์ ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตรัง ประสบความสาเร็จในการพัฒนา
    และปลูกข้าวโพดเหนียวพันธุแฟนซีสีม่วง 111 และพันธุสีขาวม่วง 212 พบคุณสมบัติ
                                  ์                  ์
    เยี่ยมด้านการต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็ง เตรียมเก็บเมล็ดพันธุ์ที่
    ผลิตได้รุ่นแรก เพื่อแจกจ่ายแก่เกษตรกรที่สนใจ
 จากการพัฒนาสายพันธุ์มาจาก ข้าวโพดสีม่วง
ผสมกับข้าวโพดเหนียว ทาให้ได้ข้าวโพดเหนียวสี
ม่วง ที่มีฝักใหญ่ รสชาตินุ่มลิ้น หวานและ
เหนียว โดย สีม่วงเข้มในเมล็ดนั้น เป็นสารแอน
โทไซยานิน ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูล
อิสระ ช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งชนิดเนือ   ้
งอก เสริมให้รางกายต่อต้านเชือโรคและสมาน
                ่               ้
แผล เสริมการทางานของเม็ดเลือดแดง ชะลอการ
เกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือด ช่วยควบคุมระดับ
น้าตาลและชะลอความแก่
The End

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีDna

  • 1.
  • 2.
  • 3.
    การวินิจฉัยโรค ปัจจุบันมีการนาเอาเทคโนโลยีของDNAมาใช้ในการวินิจฉัยโรคที่เกิด จากการติดเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อไวรัส โดยการใช้เทคนิคPCR เพื่อตรวจสอบ ว่ามีจีโมนของไวรัสอยู่ในสิ่งมีชีวิตนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีความไวสูง และสามารถตรวจพบได้โดยมีตัวอย่างเพียงเล็กน้อย เทคนิคนี้ได้นามาใช้ใน การตรวจวิเคราะห์การติดเชื้อ HIVเป็นต้น จากความรู้ทางพันธุศาสตร์ การค้นพบเครื่องหมายทางพันธุกรรม เชื่อมโยงกับแอลลีลที่ก่อโรค และลาดับนิวคลีโอไทด์ จึงสามารถนาไปใช้ใน การตรวจวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมก่อนจะมีอาการของโรคหรือเป็นเพียง พาหะ ซึ่งทาให้สามารถป้องกันการถ่ายทอดลักษณะดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง
  • 4.
    การบาบัดด้วยยีน จากความรู้เกี่ยวกับความผิดปกติต่างๆในคนที่เกิดความบกพร่อง ของยีน หากสามารถใส่ยีนที่ปกติเข้าไปในเซลล์ร่างกาย หรือ เนื้อเยื่อที่แสดงอาการผิดปกติ แล้วทาให้ยีนนั้นแสดงออกเมื่อมีสาร โปรตีนที่ปกติในบริเวณดังกล่าว จึงอาจเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วย ทาให้บาบัดอาการบกพร่องที่เกิดขึ้นได้
  • 5.
    ในปัจจุบันเทคนิคหนึ่งที่ใช้ในการถ่ายยีนปกติ เพื่อใช้ในการ ทายีนบาบัด คือการใช้ไวรัสชนิดหนึ่งเป็นตัวนายีนที่ต้องการถ่าย เข้าสู่เซลล์คนซึ่งยีนของไวรัสที่เป็นอันตรายต่อคนจะถูกตัดทิ้ง แล้ว ใส่ยีนของคนที่ต้องการเข้าไปแทนที่ ไวรัสที่สร้างขึ้นใหม่นี้จะมียีนที่ ต้องการแทรกอยู่ และจะมีความสามารถในการแทรกจีโนมของตัว มันเข้าสู่โครโมโซมคนได้ แต่ไม่สามารถจาลองตัวเองเองเพิ่มจานวน ได้ เนื่องจากยีนที่ทาหน้าที่ดังกล่าวที่มีอยู่เดิมในไวรัสได้ถูกตัดทิ้งไป แล้ว
  • 6.
    อย่างไรก็ดีการบาบัดด้วยยีนยังไม่ที่แพร่หลาย และต้องใช้ด้วยความ ระมัดระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากยังมีปัญหาทางด้านเทคนิคในการ ใช้ตัวอย่างเช่น - การควบคุมกิจกรรมของยีนที่ใส่ให้กับเซลล์ให้มีการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ ต้องการอย่างเหมาะสมได้อย่างไร - การแทรกตัวของยีนเข้าสูจีโนมของคนทาอย่างไร ่ - เมื่อแทรกแล้วจึงจะไม่ไปทาให้เกิดมิวเทชันในยีนอื่นที่ปกติอยู่แต่เดิม - และไวรัสที่ใช้เป็นพาหะในการนายีนเข้าสู่จีโนมคนนั้นสามารถบรรจุยีน ได้อย่างจากัด ไม่สามารถใส่ยีนที่มีขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษา วิธีการหรือเทคนิคในมีความเหมาะสมต่อการใช้ยีนบาบัดให้มากขึ้น
  • 7.
    นอกจากนี้ในการทายีนบาบัด ยังมีข้อโต้แย้งเชิงจริยธรรมเกิดขึ้น ในสังคม ว่าหากเราทราบความผิดปกติของยีนต่างๆแล้วเราควร บาบัดข้อบกพร่องในเซลล์ตั้งต้นที่จะสร้างเซลล์ไข่และตัวอสุจิหรือไม่ หากอนุญาตให้มีการบาบัดในลักษณะดังกล่าว จะมีผลต่อ วิวัฒนาการของมนุษย์หรือไม่ในอนาคต
  • 8.
    การสร้างผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม การประยุกต์เทคโนโลยีเกี่ยวกับ DNA มาใช้ในเชิงเภสัชกรรมเป็นการ ประยุกต์ใช้ที่มีมาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยมีการสร้างผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม เป็นจานวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการผลิตโปรตีน การผลิตฮอร์โมนอินซูลิน เป็นตัวอย่างแรกที่นาเทคนิคทาง DNA มาใช้ ในการผลิตสารที่ใช้ในเชิงเภสัชกรรมเพื่อรักษาโรคเบาหวาน ผู้ป่วย โรคเบาหวานจาเป็นต้องได้รับอินซูลิน เพื่อควบคุมระดับน้าตาล จากการตัด และต่อ DNA ให้มียีนที่สร้างอินซูลิน แล้วใส่เข้าไปในเซลล์แบคทีเรีย เพื่อให้เกิดการแสดงออกและสร้างพอลิเพปไทด์ที่ต้องการ จากนั้นจึงนาเซลล์ ไปเพื่อเพิ่มจานวนยีนที่สร้างสายพอลิเพปไทด์ดังกล่าว และผลิตอินซูลินที่ ทางานได้
  • 9.
  • 10.
    การใช้พันธุวิศวกรรมเพื่อผลิตโปรตีน หรือฮอร์โมนที่บกพร่องใน มนุษย์ นอกจากอินซูลินแล้วยังใช้พันธุวิศวกรรมในการผลิตโกรท ฮอร์โมนเพื่อที่รักษาเด็กที่เจริญเติบโตเป็นคนแคระ เนื่องจากได้รับ โกรทฮอร์โมนไม่เพียงพอ เป็นต้น
  • 11.
    นอกจากการผลิตฮอร์โมนเพื่อใช้ทดแทนในคนที่มีความบกพร่องของ ฮอร์โมนดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีการประยุกต์ใช้ในการผลิตยาเพื่อรักษา โรคบางชนิดอีกด้วย เช่นใช้ในการผลิตยาที่จะยับยั้งไวรัส HIV โดยอาศัยเทคนิคทางพันธุวิศวกรรมในการสร้างโมเลกุลของโปรตีนที่จะ ป้องกันหรือเลียนแบบตัวรับที่ HIV ใช้ในการเข้าสู่เซลล์ ซึ่งตัวรับเหล่านี้ จะอยู่บนเยื่อหุ้มเซลล์ของคน หากมีโมเลกุลที่เลียนแบบตัวรับเหล่านี้อยู่ใน กระแสเลือด HIV จะเข้าเกาะกับโมเลกุลเหล่านี้แทนที่จะเกาะที่ตัวรับที่ เซลล์เม็ดเลือดขาว แล้วเข้าทาลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ตัวยาเหล่านี้จึงสามารถ ยับยั้งการทางานของ HIV ได้
  • 12.
    การใช้พันธุวิศวกรรมยังสามารถนามาประยุกต์ใช้ในการผลิต วัคซีน แต่เดิมนั้นใช้วัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคที่เกิดจากไวรัส โดยใช้ไวรัสที่ไม่สามารถก่อโรค เพราะได้รับสารเคมีหรือวิธีทาง กายภาพบางอย่าง หรือเป็นไวรัสในสายพันธุ์ที่ไม่นาโรค มาฉีด ให้กับคน เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน แต่เมื่อการศึกษาในระดับ โมเลกุลเกี่ยวกับไวรัสมีความชัดเจนขึ้น จนทราบว่าโปรตีนชนิดใดที่ ผิวของไวรัสที่เป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกันในคนได้ ก็สามารถใช้วิธีทาง พันธุวิศวกรรมตัดต่อ เฉพาะยีนที่เป็นต้นแบบในการสร้างโปรตีน ชนิดนั้น แล้วใช้โปรตีนดังกล่าวเป็นแอนติเจนในการกระตุ้น ภูมิคุ้มกันแทนการใช้ไวรัสซึ่งทาให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น
  • 13.
    การประยุกต์ใช้ในเชิงนิติวิทยาศาสตร์ • DNA เป็นสารพันธุกรรม ซึ่ง DNA ของคนๆเดียวกันไม่ว่าจะมาจาก เซลล์ส่วนใดของร่างกายจะมีรูปแบบที่เหมือนกัน ดังนั้น DNA จึงเป็น เหมือนสิ่งที่บอกให้รู้ว่าคนๆนั้นเป็นใครและแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร
  • 14.
    โดยทั่วไปแล้วการที่จะบอกได้ว่าคนๆนั้นเป็นใคร จะพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาวัน เดือน ปีเกิด ตามข้อมูลในบัตรประชาชน หรือ หนังสือ เดินทาง และถ้าจะให้ชัดเจนยิ่งขึ้นอาจดูจากรอยแผลเป็นหรือลายพิมพ์นิ้วมือ อย่างไรก็ตามลักษณะ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุ หรือจากอุบัติเหตุ หรือจากสารเคมี แม้ว่าลายพิมพ์นิ้วมือจะไม่ สามารถบอกความสัมพันธ์ทางสายเลือดได้ว่าลายพิมพ์ นิ้วมือของลูกนั้นส่วนใดได้มาจากพ่อหรือ แม่ แต่ลายพิมพ์ DNA สร้างมาจาก DNA ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อและแม่อย่างละครึ่งและ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ จึงมีลักษณะเฉพาะบุคคล ซึ่งทาให้สามารถบอกความแตกต่างของบุคคล ได้ ความแตกต่างที่มีความจาเพาะของแต่ละบุคคลนี้เอง เราจึงนามาใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน เช่น การพิสูจน์ตัวบุคคล การพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด การตรวจทางนิติเวชศาสตร์เพื่อหา ผู้กระทาความผิด เป็นต้น และจากความแตกต่างที่มีเฉพาะบุคคล จึงทาให้บุคคลมีรูปแบบ ของ DNA ที่แตกต่างกัน เมื่อใช้เทคนิคต่างๆ เช่น การใช้ RFLP marker ตรวจสอบ จะเกิด เป็นแถบ DNA รูปแบบของแถบ DNA (DNA band) ที่เป็นความแตกต่างของขนาด ชิ้น DNA ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล เรียกว่า ลายพิมพ์ DNA (DNA fingerprint) เพราะ โอกาสที่คนสองคน(ที่ไม่ใช่ฝาแฝดแท้) จะมีรูปแบบของลายพิมพ์ DNA เหมือนกันมีน้อยมาก
  • 15.
  • 16.
    นอกจากนี้ได้มีการใช้ลายพิมพ์ DNA เพื่อพิสูจน์ความเกี่ยวพันในคดีอาญา ที่รุนแรงเช่น ฆาตกรรม ทาร้ายร่างกาย ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานสาคัญ อย่างหนึ่งประกอบการพิจารณาคดีศาล ตัวอย่างเช่น ในคดีฆาตกรรมคดี หนึ่ง ได้นาคราบเลือดของฆาตกรที่พบในสถานที่เกิดเหตุและเลือดของผู้ต้อง สงสัยจานวน 7 คน มาทาลายพิมพ์ DNA และนามาเปรียบเทียบกัน เมื่อนาลายพิมพ์ DNA ของผู้ต้องสงสัยมาเปรียบเทียบกับลาย พิมพ์ DNA ของคราบเลือดฆาตกรพบว่าเป็นดังนี้
  • 17.
  • 18.
    การประยุกต์ใช้ในเชิงการเกษตร • การทาฟาร์มสัตว์เพื่อสุขภาพของมนุษย์ • ในการใช้เทคโนโลยีDNA เพื่อปรับปรุงพันธุ์สัตว์ในมีลักษณะที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับเป้าหมายหนึ่งคือการในการปรับปรุงพันธุ์สตว์ที่อาศัยการผสม ั พันธุ์ และคัดเลือกพันธุ์ดั้งเดิม แต่ด้วยเทคโนโลยี DNA ทาให้ นักวิทยาศาสตร์สามารถหาได้ว่ายีนที่จะทาให้สัตว์ลักษณะตามต้องการ เช่น หมูมีไขมันต่า วัวให้นมเร็วขึ้นและมากขึ้น เมื่อทราบว่ายีนควบคุมลักษณะ นั้นคือยีนใดแล้วจึงย้ายยีนดังกล่าวเข้าสู่สัตว์ที่ต้องการ
  • 20.
    • อีกรูปแบบหนึ่งของการทาฟาร์มในอนาคต คือการสร้างฟาร์ม สัตว์ที่เสมือนเป็นโรงงานผลิตยาเพื่อสกัดนาไปใช้ในการแพทย์ ตัวอย่างเช่น การสร้างแกะที่ได้รับการถ่ายยีน เพื่อให้สร้างโปรตีนที่ มีอยู่ในเลือดของคน และให้แกะผลิตน้านมที่มีโปรตีนนี้ โปรตีน ชนิดนี้จะยับยั้งเอนไซม์ที่ก่อให้เกิดการทาลายเซลล์ปอดในผู้ป่วยที่ เป็นโรคซิสติกไฟโปรซิส (cystic fibrosis)และโรคระบบทางเดิน หายใจที่เรื้อรังชนิดอื่นๆ
  • 21.
    • ในการสร้างสัตว์ดัดแปลงพันธุกรรม (transgenicanimal) จะ เริ่มจากการแยกเซลล์ไข่ออกจากเพศเมีย และฉีดยีนที่ต้องการเข้าไป ในนิวเคลียสของเซลล์ไข่ (microinjection) ซึ่งจะมีเซลล์ไข่บาง เซลล์ยอมให้ยีนดังกล่าวแทรกเข้าในจีโนมของนิวเคลียสและ แสดงออกได้ จากนั้นทาการผสมพันธุ์ในหลอดทดลอง (in vitro fertilization)และถ่ายฝากเข้าในตัวแม่ผู้รับ เพื่อให้เจริญ เป็นตัวใหม่ ซึ่งจะมียีนที่ต้องการอยู่โดยไม่จาเป็นต้องมาจากสปีชีส์ เดียวกัน
  • 22.
  • 23.
    การสร้างพืชดัดแปลงพันธุกรรม (trensgenic plant) •การสร้างพืชดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อให้มียีนของลักษณะตามที่ต้องการ เช่น การชะลอการสุกของผลไม้ หรือเพื่อยืดเวลาการเก็บรักษาผลผลิต มีความต้านทานโรคและแมลง มีความต้านทานต่อสารฆ่าแมลงมีคุณค่า ด้านอาหารมากขึ้น เป็นต้น ในพืชสามารถทาได้ง่ายกว่าในสัตว์ เนื่องจาก มีการศึกษาเทคโนโลยีในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในหลอดทดลอง ซึ่ง สามารถสร้างต้นพืชขึ้นใหม่จากเซลล์เนื้อเยื่อ หรือส่วนต่างๆ ของพืชได้ เป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้ว ดังนั้นถ้าสามารถถ่ายยีนเข้าสู่เซลล์พืชได้ และพืชนั้นมีเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชรองรับอยู่แล้ว ก็สามารถ สร้างพืชดัดแปลงทางพันธุกรรมได้
  • 24.
    ตัวอย่างการสร้างพืชดัดแปลงทางพันธุกรรม • พืชดัดแปลงทางพันธุกรรมที่มีความสามารถในการต้านทาน แมลง โดยการถ่ายยีนบีทีที่สร้างสารพิษจากแบคทีเรีย(Bacillua Thuringiensis ; BT) สารพิษนี้สามารถทาลายตัวอ่อนของแมลง บางประเภทอย่างเฉพาะเจาะจง โดยไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตชนิด อื่น เมื่อนายีนที่สร้างสารพิษไปใส่ในเซลล์ของพืช เช่น ฝ้าย ข้าวโพด มันฝรั่ง ยาสูบ มะเขือเทศ พืชเหล่านี้สามารถผลิตสาร ทาลายตัวหนอนที่มากัดกิน ทาให้ผลผลิตของพืชเหล่านี้ เพิ่มขึ้น ลดการใช้สารเคมีหรือไม่ต้องใช้เลย
  • 25.
  • 26.
    • พืชต้านทานต่อโรค นักวิจัยไทยสามารถดัดแปลงพันธุกรรมของมะละกอ ให้ต้านทานต่อโรคใบด่างจุดวงแหวน ซึ่งเกิดจากไวรัสชนิดหนึ่ง โดยนายีนที่ สร้างโปรตีนเปลือกไวรัส (coat protein gene) ถ่ายฝากเข้าไปในเซลล์ มะละกอ แล้วชักนาให้เป็นมะละกอสร้างโปรตีนดังกล่าว ทาให้สามารถ ต้านทานต่อเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงพันธุกรรมของมันฝรั่ง ยาสูบ ให้มีความต้านทานต่อไวรัสที่มาทาลายได้
  • 28.
    • พืชดัดแปลงทางพันธุกรรมทีสามารถต้านสารปราบวัชพืช เช่นนาเอา ่ ยีนที่ต้านทานสารปราบวัชพืชใส่เข้าไปในพืช เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพด ฝ้าย ทาให้สามารถต้านทานสารปราบวัชพืช ทาให้สารเคมีที่ปราบวัชพืช ไม่มีผลต่อพืชดังกล่าวและสามารถใช้ประโยชน์จากดินและปุ๋ยอย่างมี ประสิทธิภาพ การปลูกพืชหมุนเวียนยังทาได้ง่ายขึ้น ผลผลิตก็เพิ่มมากขึ้น ด้วย
  • 30.
    พืชดัดแปลงทางพันธุกรรมที่มีคณค่าทางอาหาร ุ เพิ่มขึ้น เช่น ในกรณีของข้าวที่เป็นธัญพืชที่เป็น อาหารหลักของโลก ได้มีนักวิทยาศาสตร์ นายีน จากแดฟโฟดิล(Daffodils)และยีนจากแบคทีเรีย Erwinia bretaria ถ่ายฝากให้ข้าว ทาให้ข้าว สร้างวิตามินเอ ในเมล็ดได้ เรียกว่า ข้าวสีทอง (golden rice)โดยหวังว่าการสร้างข้าวสีทอง จะมีส่วนช่วยในการลดภาวะ การขาดวิตามินในประเทศที่ ขาดแคลนอาหารในโลกได้
  • 31.
    ข้าวทองหรือโกลเดนไรซ์ พัฒนาจากข้าวพันธุ์ญี่ปุ่น ข้าวทองหรือ โกลเดนไรซ์2พัฒนาจากข้าวสายพันธุ์อินดิคา ที่มา www.biotec.or.th/biotechnology-th/Unit- Halabala.asp
  • 32.
    • ใน ส่วนของไม้ดอกไม้ประดับซึ่งมีมูลค่าสูงมีการศึกษาวิถีและกลไกของการ เปลี่ยนสีดอกในพืชหลายชนิด พืชต้นแบบที่ใช้ในการศึกษา คือ พิทเู นีย และสแนปดรากอน โดยมีบริษัทฟลอริยีน และบริษัท ซันทอรีของญี่ปุ่น เป็นผู้นาในการวิจัยด้านนี้ และประสบความสาเร็จในการทาคาร์เนชั่นและ ดอกกุหลาบให้เป็นสีน้าเงิน ดอกคาร์เนชั่นดัดแปลงพันธุกรรมให้เป็นสีม่วง ของ บ.Florigene Flower ดอก กุหลาบดัดแปลงพันธุกรรมให้เป็นสีม่วงของ บ.Suntory ที่มา www.biotec.or.th/biotechnology-th/newsdetail.asp?id=3624
  • 33.
    พืชดัดแปลงทางพันธุกรรม พืชดัดแปลงพันธุกรรมอืนๆ เช่น ทาให้พืช ่ เพื่อให้ยืดอายุของผลผลิตได้ ต้านทานความแห้งแล้ง ต้านทานดิน ยาวนานขึน โดยนายีนที่มี ้ เค็ม ดัดแปลงพืชให้แปลกและแตกต่างไป ผลต่อเอนไซม์ที่สังเคราะห์เอ จากเดิมเพื่อให้เหมาะสมกับตลาดและความ ทิลีนใส่เข้าไปในผลไม้ เช่น ต้องการของมนุษย์มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม มะเขือเทศ ทาให้มะเขือเทศสุก พืชดัดแปลงพันธุกรรม ช้าลง เนื่องจากไม่มีการสร้างเอ (Genetically Modified Organism : ทิลีน ลดความเน่าเสียของ GMOs) ถึงจะมีประโยชน์มากมายแต่ก็ยังมีข้อ มะเขือเทศ สามารถเก็บรักษา โต้แย้งทางสังคมเป็นอย่างมากว่าอาจจะไม่ ได้นานขึ้นและขนส่งได้เป็น ปลอดภัยกับผู้บริโภคและอาจก่อให้เกิดปัญหา ระยะทางไกลขึ้น ทางด้านพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ความ หลากหลายทางชีวภาพ การมิวเทชันและอาจ เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคตได้
  • 34.
    • วิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน ทาให้เราสามารถเลือกซื้อผักผลไม้จาก การตัดแต่งพันธุกรรม หรือที่เรียกกันติดปากว่า จีเอ็มโอ (GMOs) ที่ สามารถคัดเลือกพันธุ์ที่ดี และเติบโตขึ้นโดยปราศจากยาฆ่าแมลง ที่สาคัญ ยังสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นภายในบ้าน หรือตู้แช่ภายในห้างสรรพสินค้าได้ นานถึง 15 วัน • การตัดแต่งพันธุกรรมเพื่อให้เก็บความสดไว้ได้นานนี้ ยังสามารถใช้ได้กับผัก ผลไม้ประเภทอื่น ๆ เช่น มะละกอ กล้วย มะม่วง เป็นต้น
  • 35.
    • ที่สาคัญ ผู้บริโภคคิดอย่างไรกับการบริโภค ผักและผลไม้ที่มาจากการตัด แต่งพันธุกรรมเหล่านี้
  • 36.
    • พันธุ วิศวกรรมเพื่อผลิตพืชเวชกรรมกาลังมาแรงและมีแนวโน้มจะได้รับการ ยอมรับมากกว่าพืชอาหารพืชดัดแปลง • พันธุ กรรมมีข้อได้เปรียบหลายประการที่ทาให้เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เช่น ราคา ถูกกว่าการผลิตในยีสต์หรือแบคทีเรีย ราว 10–100 เท่า ขยายขนาดได้ง่าย ปลอดภัย ง่ายต่อการสกัดและการนาสารมาใช้ • ใน ปี พ.ศ. 2548 มีการผลิตยาสูบที่มีตัวยาสาหรับรักษาโรคมะเร็ง นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยอื่นๆ เช่น การผลิตยีนภูมิคุ้มกันในน้านมคนให้อยู่ในน้านมข้าว การใช้ยีนจากหญิงที่เป็น หมัน ซึ่งมีฤทธิ์ทาลายสเปิร์มมาผลิตในข้าวโพด เพื่อทา ยาคุมกาเนิดใส่ในถุงยางอนามัย หรือการพัฒนาให้ข้าวโพดผลิตวัคซีนไวรัสตับ อักเสบ
  • 38.
    มันฝรั่งตัดต่อพันธุกรรมสายพันธุ์นี้มีชื่อว่า Am floraที่ปรับปรุง พันธุ์โดยบริษัท BASF ที่ได้ทาการดัดแปลงพันธุกรรมในการให้ผล ผลิตแป้งจากหัวมันนั้นอยู่ในรูปของโครงสร้างที่เป็นกิ่งสาขา (Amylopectin) เกือบทั้งหมด ซึ่งจะแตกต่างจากแป้งที่มีอยู่ใน หัวมันฝรั่งทั่วๆไปที่มีโครงสร้างของแป้งแบบผสมทั้ง แบบสายโซ่ตรง (Amylose) และแบบกิ่งสาขา โดยผลผิตผลมันฝรั่งพวกนี้ จะไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการนามาบริโภค แต่จะนาไปใช้ใน อุตสาหกรรมการทากระดาษและผลิตภัณฑ์กาวยึดเกาะ ซึ่งจากการเปิดเผยของ Thornston Storck นักวิชาการ พืชศาสตร์ของบริษัท BASF กล่าวว่า ทางบริษัทได้ ทาการวิจัยและทดสอบปลูกมันฝรั่งที่ตัดต่อพันธุกรรมนี้ มาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว และเฝ้าติดตามถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งความ ปลอดภัยทางด้านสุขภาพและสภาพแวดล้อมแล้ว ไม่มีผลเสียหาย ใดๆเกิดขึ้นทั้งสิ้น
  • 39.
    ฉลาก Genetically ModifiedOrganisms (GMOs) -Conventional Fruit Labels - Four digits starting with 4 ฉลากผลไม้ทั่วไป - มีตัวเลขสี่หลัก ขึ้นต้นด้วย 4 เช่น 4 xxx - Organic Fruit Labels -Five digits and starts with number 9 ฉลากผลไม้ Organic ( ผลไม้ที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี) - มีตัวเลขห้าหลัก ขึ้นต้นด้วย 9 เช่น 9 xxxx -Genetically Modified Fruits (GMOs) -Start with the digit 8 ฉลากผลไม้ GMOs ( ผลไม้ที่ปลูกโดยใช้พันธ์ที่ผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรม) - มีตัวเลขห้าหลัก ขึ้นต้นด้วย 8 เช่น 8xxxx
  • 40.
    แอปเปิ้ล ที่มีรหัส 4922แปลว่า แอปเปิ้ลนี้เป็นแอปเปิลทั่วๆ ไป ที่ปลูกด้วยการใส่ปุ๋ยปกติ ถ้าแอปเปิ้ลติดสติ๊กเกอร์ มีรหัส 99222 แสดงว่าเป็นแอปเปิลที่ปลูกโดยวิธีปลอดสารเคมี และ ปลอดภัย ถ้าแอปเปิลติดสติ๊กเกอร์ มีรหัส 89222 อย่าซื้อ!!!!!! แสดงว่าเป็นแอปเปิลที่ผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรม ( GMO)
  • 41.
    ศูนย์ ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตรัง ประสบความสาเร็จในการพัฒนา และปลูกข้าวโพดเหนียวพันธุแฟนซีสีม่วง 111 และพันธุสีขาวม่วง 212 พบคุณสมบัติ ์ ์ เยี่ยมด้านการต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็ง เตรียมเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ ผลิตได้รุ่นแรก เพื่อแจกจ่ายแก่เกษตรกรที่สนใจ จากการพัฒนาสายพันธุ์มาจาก ข้าวโพดสีม่วง ผสมกับข้าวโพดเหนียว ทาให้ได้ข้าวโพดเหนียวสี ม่วง ที่มีฝักใหญ่ รสชาตินุ่มลิ้น หวานและ เหนียว โดย สีม่วงเข้มในเมล็ดนั้น เป็นสารแอน โทไซยานิน ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูล อิสระ ช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งชนิดเนือ ้ งอก เสริมให้รางกายต่อต้านเชือโรคและสมาน ่ ้ แผล เสริมการทางานของเม็ดเลือดแดง ชะลอการ เกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือด ช่วยควบคุมระดับ น้าตาลและชะลอความแก่
  • 42.