1


ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy)
            คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติ (2549 ,หน้า 6 ) เศรษฐกิจพอเพียง เป็ นปรัชญาชี้ถึงแนวการดารงอยูและปฏิบติตน
                                                                               ่        ั
ของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและ
บริ หารประเทศให้ดาเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้กาวทันต่อโลกยุค
                                                                             ้
โลกาภิวตน์ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผลรวมถึงความจาเป็ นที่จะต้องมีระบบ
         ั
ภูมิคุมกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและ
      ้
ภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิง ในการนาวิชาการต่าง
                                                                         ่
ๆ มาใช้ในการวางแผนและการดาเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริ มสร้างพื้นฐานจิตใจ
ของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสานึกในคุณธรรม
ความซื่อสัตย์สุจริ ต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดาเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ
ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ วและ
กว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็ นอย่างดี
         1. เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ความสามารถของชุมชนเมือง รัฐ ประเทศ หรื อภูมิภาคหนึ่ง ๆ
ในการผลิตสินค้าและบริ การทุกชนิดเพื่อเลี้ยงสังคมนั้นๆได้โดยไม่ตองพึ่งพาปัจจัยต่างๆ ที่เราไม่ได้เป็ น
                                                               ้
เจ้าของ
           2. เศรษฐกิจพอเพียงในระดับบุคคลนั้น คือ ความสามารถในการดารงชีวิตได้อย่าง ไม่
เดือดร้อน มีความเป็ นอยูอย่างประมาณตน ตามฐานะ ตามอัตภาพ และที่สาคัญไม่หลงใหลไปตาม
                        ่
กระแสของวัตถุนิยม มีอิสรภาพเสรี ภาพไม่พนธนาการอยูกบสิ่งใด
                                       ั          ่ ั
            3. หากกล่าวโดยสรุ ป คือ หันกลับมายึดเส้นทางสายกลางในการดารงชีวิต
           หลักการพึ่งตนเอง
             1. ด้านจิตใจ ทาตนให้เป็ นที่พ่งตนเอง มีจิตสานึกที่ดี สร้างสรร ค์ให้ตนเองและชาติโดยรวม
                                           ึ
มีจิตใจเอื้ออาทร ประนีประนอม เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็ นที่ต้ง       ั
            2. ด้านสังคม แต่ละชุมชนต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เชื่อมโยงกัน เป็ นเครื อข่ายชุมชนที่
แข็งแรง เป็ นอิสระ
           3. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ใช้และจัดการอย่างฉลาด พร้อมทั้งหาทางเพิ่ม
มูลค่า โดยให้ยดอยูบนหลักการของความยังยืน
              ึ ่                    ่
           4. ด้านเทคโนโลยี จากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ วเทคโนโลยีที่เข้ามาใหม่ มีท้งดี
                                                                                           ั
และไม่ดี จึงต้องแยกแยะบนพื้นฐานของภูมิปัญญาชาวบ้านและ เลือกใช้เฉพาะที่สอดคล้องกับความ
ต้องการ และสภาพแวดล้อม และควรพัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาของเราเอง
2


            5. ด้านเศรษฐกิจ แต่เดิมนักพัฒนามักมุ่งที่การเพิ่มรายได้ และไม่มีการมุ่งที่การลดรายจ่าย ใน
เวลาเช่นนี้จะต้องปรับทิศทางใหม่ คือ จะต้องมุ่งลดรายจ่ายก่อน เป็ นสาคัญ และยึดหลักพออยู่ พอกิน
พอใช้
            การปฏิบติตนตามแนวทางเศรษฐกิจแบบพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดาริ
                   ั
             1. ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายในทุกด้าน ลดละความฟุ่ มเฟื อยในการดารงชีพอย่าง
จริ งจัง ดังพระราชดารัสว่า “ความเป็ นอยูที่ตองไม่ฟงเฟ้ อ ต้องประหยัดไปในทางที่ถกต้อง”
                                        ่ ้       ุ้                           ู
          2. ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้อง สุจริ ต แม้จะตกอยูในภาวะขาดแคลน ในการ
                                                                     ่
ดารงชีพก็ตาม ดังพระราชดารัสที่ว่า “...ความเจริ ญของคนทั้งหลาย ย่อมเกิดมาจากการประพฤติชอบ
และการหาเลี้ยงชีพ ชอบเป็ นหลักสาคัญ...”
           3. ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์ และแข่งขันกันในทางการค้าขาย ประกอบอาชีพแบบ
ต่อสูกนอย่างรุ นแรงดังอดีต ซึ่งมีพระราชดารัสเรื่ องนี้ว่า “...ความสุขความเจริ ญอันแท้จริ งนั้น หมายถึง
     ้ ั
ความสุขความเจริ ญที่บุคคลแสวงหามาได้ดวยความเป็ นธรรมทั้งในเจตนา และการกระทา ไม่ใช่ได้มา
                                         ้
ด้วยความบังเอิญ หรื อด้วยการแก่งแย่งเบียดบังมาจากผูอื่น...”
                                                        ้
             4. ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ยากครั้งนี้ โดยต้องขวนขวายใฝ่ หา
ความรู้ให้เกิดมีรายได้เพิ่มพูนขึ้น จนถึงขั้นพอเพียงเป็ นเป้ าหมายสาคัญ พระราชดารัสตอนหนึ่งที่ให้
ความชัดเจนว่า “...การที่ตองการให้ทุกคนพยายามที่จะหาความรู้ และสร้างตนเองให้มนคงนี้เพื่อตนเอง
                            ้                                                         ั่
เพื่อที่จะให้ตวเองมีความเป็ นอยูที่กาวหน้า ที่มีความสุข พอมีพอกิน เป็ นขั้นหนึ่งและขั้นต่อไป ก็คือให้มี
              ั                   ่ ้
เกียรติว่ายืนได้ดวยตนเอง...”
                  ้
              5. ปฏิบติตนในแนวทางที่ดีลดละสิ่งชัวให้หมดสิ้นไป ทั้งนี้ดวยสังคมไทยที่ล่มสลายลงใน
                      ั                            ่                  ้
ครั้งนี้ เพราะยังมีบุคคลจานวนมิใช่นอยที่ดาเนินการโดยปราศจากละอายต่อแผ่นดิน พระบาทสมเด็จ
                                    ้
พระเจ้าอยูหวได้พระราชทานพระราโชวาท ว่า “...พยายามไม่ก่อความชัวให้เป็ นเครื่ องทาลายตัว ทาลาย
            ่ ั                                                    ่
ผูอื่น พยายามลดพยายามละความชัวที่ตวเองมีอยู่ พยายามก่อความดีให้แก่ตวอยูเ่ สมอ พยายามรักษาและ
  ้                                ่ ั                                  ั
เพิ่มพูนความดีท่ีมีอยูน้ น ให้งอกงามสมบูรณ์ข้ ึน...”
                        ่ ั
             นัยสาคัญของแนวคิดระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง
            1. เป็ นระบบเศรษฐกิจที่ยดถือหลักการที่ว่า “ตนเป็ นที่พ่งแห่งตน ” โดยมุ่งเน้นการผลิต
                                       ึ                           ึ
พืชผลให้เพียงพอ กับความต้องการบริ โภคในครัวเรื อนเป็ นอันดับแรก เมื่อเหลือพอจากการบริ โภคแล้ว
จึงคานึงถึงการผลิตเพื่อการค้าเป็ นอันดับรองลงมา ผลผลิตส่วนเกินที่ออกสู่ตลาดก็จะเป็ นกาไรของ
เกษตรกร ในสภาพการณ์เช่นนี้เกษตรกรจะกลายสถานะเป็ นผูกาหนดหรื อเป็ นผูกระทาต่อตลาด แทน
                                                         ้                ้
ที่ว่าตลาดจะเป็ นตัวกระทา หรื อเป็ นตัวกาหนดเกษตรกรดังเช่นที่เป็ นอยูในขณะนี้ และหลักใหญ่สาคัญ
                                                                     ่
3


ยิง คือ การลดค่าใช้จ่าย โดยการสร้างสิ่งอุปโภคบริ โภคในที่ดินของตนเอง เช่น ข้าว น้ า ปลา ไก่ ไม้ผล
  ่
พืชผัก ฯลฯ
            2. เศรษฐกิจแบบพอเพียงให้ความสาคัญกับการรวมกลุ่มของชาวบ้าน ทั้งนี้ กลุ่มชาวบ้าน
หรื อองค์กรชาวบ้านจะทาหน้าที่เป็ นผูดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ให้หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง
                                       ้
การเกษตรแบบผสมผสานหัตถกรรมการแปรรู ปอาหาร การทาธุรกิจค้าขาย และการท่องเที่ยวระดับ
ชุมชน ฯลฯ เมื่อองค์กรชาวบ้านเหล่านี้ได้รับการพัฒนาให้เข้มแข็ง และมีเครื อข่ายที่กว้างขวางมากขึ้น
แล้ว เกษตรกรทั้งหมดในชุมชนก็จะได้รับการดูแลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งได้รับการแก้ไขปัญหาใน
ทุก ๆ ด้าน เมื่อเป็ นเช่นนี้ เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศก็จะสามารถเติบโตไปได้อย่างมีเสถียรภาพ ซึ่ง
หมายความว่าเศรษฐกิจสามารถขยายตัวไปพร้อม ๆ กับสภาวการณ์ดานการกระจายรายได้ที่ดีข้ ึน
                                                                      ้
            3. เศรษฐกิจแบบพอเพียงตั้งอยูบนพื้นฐานของการมีความเมตตา ความเอื้ออาทร และความ
                                           ่
สามัคคีของสมาชิกในชุมชนในการร่ วมแรงร่ วมใจ เพื่อประกอบอาชีพต่าง ๆ                   ให้บรรลุผลสาเร็ จ
ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจึงมิได้หมายถึงรายได้แต่เพียงมิติเดียว หากแต่ยงรวมถึงประโยชน์ ในมิติอื่น ๆ ด้วย
                                                                    ั
ได้แก่ การสร้างความมันคงให้กบสถาบันครอบครัว สถาบันชุมชน ความสามารถ ในการอนุรักษ์
                             ่     ั
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนากระบวนการเรี ยนรู้ของชุมชนบนพื้นฐานของภูมิปัญญา
ท้องถิ่น รวมทั้งการรักษาไว้ ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณี ที่ดีงามของไทย ให้คงอยูตลอดไป่
             หลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง
             การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ต้งอยูบนพื้นฐานของทาง สายกลาง
                                                                   ั ่
และความไม่ประมาท โดยคานึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุมกัน          ้          ที่ดีในตัว
ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและ การกระทา
             ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่นอยเกินไปและไม่มากเกินไปโดย ไม่เบียดเบียน
                                                         ้
ตนเองและผูอื่น เช่นการผลิตและการบริ โภคที่อยูในระดับพอประมาณ
             ้                                   ่
             ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็ นไป
อย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคานึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการ
กระทานั้น ๆ อย่างรอบคอบ
             การมีภูมิคุมกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรี ยมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง
                           ้
ด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคานึงถึงความเป็ นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆที่คาดว่า จะเกิดขึ้นในอนาคต
ทั้งใกล้และไกล
             เงื่อนไข การตัดสินใจและการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยูในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้ง
                                                                        ่
ความรู้ และคุณธรรมเป็ นพื้นฐาน กล่าวคือ
             เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่าง รอบด้าน
ความรอบคอบที่จะนาความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความ
ระมัดระวังในขั้นปฏิบติ   ั
4


               เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริ มสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความ
ซื่อสัตย์สุจริ ตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดาเนินชีวิต

แผนภูมที่ 3 สรุ ปปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
      ิ




ที่มา : http//www.sufficiencyeconomy. (22 พฤษภาคม 2550)

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

  • 1.
    1 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency EconomyPhilosophy) คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (2549 ,หน้า 6 ) เศรษฐกิจพอเพียง เป็ นปรัชญาชี้ถึงแนวการดารงอยูและปฏิบติตน ่ ั ของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและ บริ หารประเทศให้ดาเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้กาวทันต่อโลกยุค ้ โลกาภิวตน์ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผลรวมถึงความจาเป็ นที่จะต้องมีระบบ ั ภูมิคุมกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและ ้ ภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิง ในการนาวิชาการต่าง ่ ๆ มาใช้ในการวางแผนและการดาเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริ มสร้างพื้นฐานจิตใจ ของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสานึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริ ต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดาเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ วและ กว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็ นอย่างดี 1. เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ความสามารถของชุมชนเมือง รัฐ ประเทศ หรื อภูมิภาคหนึ่ง ๆ ในการผลิตสินค้าและบริ การทุกชนิดเพื่อเลี้ยงสังคมนั้นๆได้โดยไม่ตองพึ่งพาปัจจัยต่างๆ ที่เราไม่ได้เป็ น ้ เจ้าของ 2. เศรษฐกิจพอเพียงในระดับบุคคลนั้น คือ ความสามารถในการดารงชีวิตได้อย่าง ไม่ เดือดร้อน มีความเป็ นอยูอย่างประมาณตน ตามฐานะ ตามอัตภาพ และที่สาคัญไม่หลงใหลไปตาม ่ กระแสของวัตถุนิยม มีอิสรภาพเสรี ภาพไม่พนธนาการอยูกบสิ่งใด ั ่ ั 3. หากกล่าวโดยสรุ ป คือ หันกลับมายึดเส้นทางสายกลางในการดารงชีวิต หลักการพึ่งตนเอง 1. ด้านจิตใจ ทาตนให้เป็ นที่พ่งตนเอง มีจิตสานึกที่ดี สร้างสรร ค์ให้ตนเองและชาติโดยรวม ึ มีจิตใจเอื้ออาทร ประนีประนอม เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็ นที่ต้ง ั 2. ด้านสังคม แต่ละชุมชนต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เชื่อมโยงกัน เป็ นเครื อข่ายชุมชนที่ แข็งแรง เป็ นอิสระ 3. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ใช้และจัดการอย่างฉลาด พร้อมทั้งหาทางเพิ่ม มูลค่า โดยให้ยดอยูบนหลักการของความยังยืน ึ ่ ่ 4. ด้านเทคโนโลยี จากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ วเทคโนโลยีที่เข้ามาใหม่ มีท้งดี ั และไม่ดี จึงต้องแยกแยะบนพื้นฐานของภูมิปัญญาชาวบ้านและ เลือกใช้เฉพาะที่สอดคล้องกับความ ต้องการ และสภาพแวดล้อม และควรพัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาของเราเอง
  • 2.
    2 5. ด้านเศรษฐกิจ แต่เดิมนักพัฒนามักมุ่งที่การเพิ่มรายได้ และไม่มีการมุ่งที่การลดรายจ่าย ใน เวลาเช่นนี้จะต้องปรับทิศทางใหม่ คือ จะต้องมุ่งลดรายจ่ายก่อน เป็ นสาคัญ และยึดหลักพออยู่ พอกิน พอใช้ การปฏิบติตนตามแนวทางเศรษฐกิจแบบพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดาริ ั 1. ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายในทุกด้าน ลดละความฟุ่ มเฟื อยในการดารงชีพอย่าง จริ งจัง ดังพระราชดารัสว่า “ความเป็ นอยูที่ตองไม่ฟงเฟ้ อ ต้องประหยัดไปในทางที่ถกต้อง” ่ ้ ุ้ ู 2. ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้อง สุจริ ต แม้จะตกอยูในภาวะขาดแคลน ในการ ่ ดารงชีพก็ตาม ดังพระราชดารัสที่ว่า “...ความเจริ ญของคนทั้งหลาย ย่อมเกิดมาจากการประพฤติชอบ และการหาเลี้ยงชีพ ชอบเป็ นหลักสาคัญ...” 3. ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์ และแข่งขันกันในทางการค้าขาย ประกอบอาชีพแบบ ต่อสูกนอย่างรุ นแรงดังอดีต ซึ่งมีพระราชดารัสเรื่ องนี้ว่า “...ความสุขความเจริ ญอันแท้จริ งนั้น หมายถึง ้ ั ความสุขความเจริ ญที่บุคคลแสวงหามาได้ดวยความเป็ นธรรมทั้งในเจตนา และการกระทา ไม่ใช่ได้มา ้ ด้วยความบังเอิญ หรื อด้วยการแก่งแย่งเบียดบังมาจากผูอื่น...” ้ 4. ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ยากครั้งนี้ โดยต้องขวนขวายใฝ่ หา ความรู้ให้เกิดมีรายได้เพิ่มพูนขึ้น จนถึงขั้นพอเพียงเป็ นเป้ าหมายสาคัญ พระราชดารัสตอนหนึ่งที่ให้ ความชัดเจนว่า “...การที่ตองการให้ทุกคนพยายามที่จะหาความรู้ และสร้างตนเองให้มนคงนี้เพื่อตนเอง ้ ั่ เพื่อที่จะให้ตวเองมีความเป็ นอยูที่กาวหน้า ที่มีความสุข พอมีพอกิน เป็ นขั้นหนึ่งและขั้นต่อไป ก็คือให้มี ั ่ ้ เกียรติว่ายืนได้ดวยตนเอง...” ้ 5. ปฏิบติตนในแนวทางที่ดีลดละสิ่งชัวให้หมดสิ้นไป ทั้งนี้ดวยสังคมไทยที่ล่มสลายลงใน ั ่ ้ ครั้งนี้ เพราะยังมีบุคคลจานวนมิใช่นอยที่ดาเนินการโดยปราศจากละอายต่อแผ่นดิน พระบาทสมเด็จ ้ พระเจ้าอยูหวได้พระราชทานพระราโชวาท ว่า “...พยายามไม่ก่อความชัวให้เป็ นเครื่ องทาลายตัว ทาลาย ่ ั ่ ผูอื่น พยายามลดพยายามละความชัวที่ตวเองมีอยู่ พยายามก่อความดีให้แก่ตวอยูเ่ สมอ พยายามรักษาและ ้ ่ ั ั เพิ่มพูนความดีท่ีมีอยูน้ น ให้งอกงามสมบูรณ์ข้ ึน...” ่ ั นัยสาคัญของแนวคิดระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง 1. เป็ นระบบเศรษฐกิจที่ยดถือหลักการที่ว่า “ตนเป็ นที่พ่งแห่งตน ” โดยมุ่งเน้นการผลิต ึ ึ พืชผลให้เพียงพอ กับความต้องการบริ โภคในครัวเรื อนเป็ นอันดับแรก เมื่อเหลือพอจากการบริ โภคแล้ว จึงคานึงถึงการผลิตเพื่อการค้าเป็ นอันดับรองลงมา ผลผลิตส่วนเกินที่ออกสู่ตลาดก็จะเป็ นกาไรของ เกษตรกร ในสภาพการณ์เช่นนี้เกษตรกรจะกลายสถานะเป็ นผูกาหนดหรื อเป็ นผูกระทาต่อตลาด แทน ้ ้ ที่ว่าตลาดจะเป็ นตัวกระทา หรื อเป็ นตัวกาหนดเกษตรกรดังเช่นที่เป็ นอยูในขณะนี้ และหลักใหญ่สาคัญ ่
  • 3.
    3 ยิง คือ การลดค่าใช้จ่ายโดยการสร้างสิ่งอุปโภคบริ โภคในที่ดินของตนเอง เช่น ข้าว น้ า ปลา ไก่ ไม้ผล ่ พืชผัก ฯลฯ 2. เศรษฐกิจแบบพอเพียงให้ความสาคัญกับการรวมกลุ่มของชาวบ้าน ทั้งนี้ กลุ่มชาวบ้าน หรื อองค์กรชาวบ้านจะทาหน้าที่เป็ นผูดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ให้หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง ้ การเกษตรแบบผสมผสานหัตถกรรมการแปรรู ปอาหาร การทาธุรกิจค้าขาย และการท่องเที่ยวระดับ ชุมชน ฯลฯ เมื่อองค์กรชาวบ้านเหล่านี้ได้รับการพัฒนาให้เข้มแข็ง และมีเครื อข่ายที่กว้างขวางมากขึ้น แล้ว เกษตรกรทั้งหมดในชุมชนก็จะได้รับการดูแลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งได้รับการแก้ไขปัญหาใน ทุก ๆ ด้าน เมื่อเป็ นเช่นนี้ เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศก็จะสามารถเติบโตไปได้อย่างมีเสถียรภาพ ซึ่ง หมายความว่าเศรษฐกิจสามารถขยายตัวไปพร้อม ๆ กับสภาวการณ์ดานการกระจายรายได้ที่ดีข้ ึน ้ 3. เศรษฐกิจแบบพอเพียงตั้งอยูบนพื้นฐานของการมีความเมตตา ความเอื้ออาทร และความ ่ สามัคคีของสมาชิกในชุมชนในการร่ วมแรงร่ วมใจ เพื่อประกอบอาชีพต่าง ๆ ให้บรรลุผลสาเร็ จ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจึงมิได้หมายถึงรายได้แต่เพียงมิติเดียว หากแต่ยงรวมถึงประโยชน์ ในมิติอื่น ๆ ด้วย ั ได้แก่ การสร้างความมันคงให้กบสถาบันครอบครัว สถาบันชุมชน ความสามารถ ในการอนุรักษ์ ่ ั ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนากระบวนการเรี ยนรู้ของชุมชนบนพื้นฐานของภูมิปัญญา ท้องถิ่น รวมทั้งการรักษาไว้ ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณี ที่ดีงามของไทย ให้คงอยูตลอดไป่ หลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ต้งอยูบนพื้นฐานของทาง สายกลาง ั ่ และความไม่ประมาท โดยคานึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุมกัน ้ ที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและ การกระทา ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่นอยเกินไปและไม่มากเกินไปโดย ไม่เบียดเบียน ้ ตนเองและผูอื่น เช่นการผลิตและการบริ โภคที่อยูในระดับพอประมาณ ้ ่ ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็ นไป อย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคานึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการ กระทานั้น ๆ อย่างรอบคอบ การมีภูมิคุมกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรี ยมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง ้ ด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคานึงถึงความเป็ นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆที่คาดว่า จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งใกล้และไกล เงื่อนไข การตัดสินใจและการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยูในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้ง ่ ความรู้ และคุณธรรมเป็ นพื้นฐาน กล่าวคือ เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่าง รอบด้าน ความรอบคอบที่จะนาความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความ ระมัดระวังในขั้นปฏิบติ ั
  • 4.
    4 เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริ มสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความ ซื่อสัตย์สุจริ ตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดาเนินชีวิต แผนภูมที่ 3 สรุ ปปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ิ ที่มา : http//www.sufficiencyeconomy. (22 พฤษภาคม 2550)