ความเป็นมาของปรัชญา
  เศรษฐกิจพอเพียง

        โดย

     ผศ.ดร.อุไรพรรณ เจน
        วาณิชยานนท์
      รองอธิการบดีฝาย
                   ่
          วิชาการ
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ของประเทศไทย
พ.ศ.2502-2516 GDP ขยายตัว
8.1% ต่อปี
พ.ศ.2517-2528 เศรษฐกิจตกตำำา
ทัวโลก
  ำ
           GDP ขยายตัว 6.3%
ต่อปี
พ.ศ.2529-2539 GDP ขยายตัว
9.1% ต่อปี
ระบบเศรษฐกิจของไทยไม่
สมดุลในหลายด้าน(1)
- การกระจายรายได้
     คนจนทีำสุด 20% ของประชากร มี
รายได้ 4.18% ของรายได้
    ทั้งหมด
     คนรวยทีำสุด 20% ของประชากร มี
รายได้ 56.53% ของรายได้
    ทั้งหมด
 คนรวยมีอตราการเพิำมขึ้นของราย
         ั
ระบบเศรษฐกิจของไทยไม่
 สมดุลในหลายด้าน(2)
- ความแตกต่างของรายได้และความเจริญ
ระหว่างเมืองกับชนบท
  ระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด
- การขยายตัวทางเศรษฐกิจกับการ
ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ
- และความเสืำอลของโครงสร้างการผลิตและ
  ความไม่สมดุ มโทรมของสิำงแวดล้อม
ระดับการศึกษาของคนงาน
ระบบเศรษฐกิจของไทยไม่
สมดุลในหลายด้าน(3)
- การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
  การออมภายในประเทศ
  ลดลงน้อยกว่าำงพาเงินกู้ต่างประเทศ
- ภาคเอกชน พึ  การลงทุน
สูงมาก เป็นเงินกู้ระยะสั้น
 แต่นำามาลงทุนเพืำอหวังผลในระยะ
ยาว      ภาคธุรกิจการเงิน
 มีความอ่อนแอ
พ.ศ.2540 เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ(1)


- การส่งออกและการขยายตัวทาง
เศรษฐกิจลดลง
- ความมันใจถึงการชำาระหนี้ตางประเทศ
          ำ                ่
ลดลง
- การลดลงของทุนสำารองระหว่าง
ประเทศอย่างรวดเร็ว      โจมตี
  ค่าเงินบาท    เปลียนระบบอัตราแลก
                    ำ
เปลียนเงินตราต่างประเทศ
     ำ
  เป็นระบบลอยตัว
พ.ศ.2540 เกิดวิกฤต
เศรษฐกิจ(2)
- สัดส่วนหนี้สาธารณะ ต่อ GDP เพิำมจาก
ร้อยละ 14.9 เป็นร้อยละ 54
- แนวทางการพัฒนาประเทศทีำผานมาไม่มี
                               ่
ความยัำงยืน       แนวทาง
  ใหม่ ทีมีความสมดุลและยัำงยืน
         ำ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว เน้น
                         ่
ถึงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทีำ
สมดุล มีการพัฒนาเป็นลำาดับขั้น
ไม่เน้นเพียงการขยายตัวทาง
พระบรมราโชวาท วันทีว
เศรษฐกิจอย่างรวดเร็ ำ 19
กรกฎาคม 2517 ทีว่า.....
               ำ
“ในการพัฒนาประเทศนั้นจำาเป็นต้อง
ทำาตามลำาดับขัน เริำมด้วยการสร้างพื้นฐาน
                ้
คือ ความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อน
ด้วยวิธีการประหยัดระมัดระวัง แต่ถูกต้อง
ตามหลักวิชา เมืำอพื้นฐานเกิดขึนมัำนคง
                              ้
พอควรแล้ว... การช่วยเหลือสนับสนุน
ประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัว
ให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอืำนเป็นพื้นฐาน
นั้น เป็นสิำงสำาคัญอย่างยิงยวด เพราะผู้ทีำ
                          ำ
มีอาชีพและฐานะเพียงพอทีจะพึำงตนเอง
                            ำ
พระราชดำารัส เมืำอวันทีำ 4 ธันวาคม
2517 มีขอความส่วนหนึงว่า
        ้             ำ
     “ทั้งนี้ คนอืำนจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา
จะว่าคนไทยล้าสมัย            ว่าเมืองไทยเชย
ว่าเมืองไทยไม่มีสิำงทีำทันสมัยใหม่ แต่เราอยู่
พอมีพอกิน           และขอให้ทุกคนมีความ
ปรารถนาทีำจะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน มี
ความสงบและทำางานตั้งอธิษฐาน                ตั้ง
ปณิธาน ในทางนี้ทีำจะให้เมืองไทย            อยู่
แบบพออยู่พอกิน          ไม่ใช่จะรุ่งเรืองอย่าง
ความต้องการแก้ปญหาวิกฤต
                ั
เศรษฐกิจในปี พ.ศ.2540
นำาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็น
รากฐานในการจัดทำาแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับทีำ 9
(พ.ศ.2544-2549)
เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร
    เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐาน
ของชีวิต รากฐานความมันคง ำ
ของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็ม ทีถูกำ
ตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคาร
ไว้นัำนเอง สิำงก่อสร้างจะมัำนคงได้ก็อยู่ทีำ
เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมอง
ไม่เห็นเสาเข็ม และลืมเสาเข็มเสียด้วยซำ้า
ไป
เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร
    คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความ
โลภน้อย เมือมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียน
             ำ
คนอืำนน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด
-อันนีไม่ใช่เศรษฐกิจ-
      ้
    มีความคิดว่าทำาอะไรต้องพอเพียง
หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง
ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข
(4 ธันวาคม 2541)
เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร
    การอยู่พอมีพอกินนั้น ไม่ได้หมายความ
ว่า ไม่มความก้าวหน้า
           ี
มันจะมีความก้าวหน้าแค่พอประมาณ ถ้า
ก้าวหน้าเร็วเกินไป ไปวิงขึ้นเขา
                       ำ
ยังไม่ทันถึงยอดเขาหัวใจวาย แล้วก็หล่น
จากเขา ถ้าบุคคลหล่นจากเขา
ก็ไม่เป็นไร ช่างหัวเขา แต่ว่าถ้าคนๆ
เดียวนัน ขึ้นไปวิำงบนเขา แล้ว
        ้
เศรษฐกิจพอเพียง
“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาทีำ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมี
พระราชดำารัสชี้แนะแนวทางการ
ดำาเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย มา
โดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อน
เกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ และ
เมืำอภายหลังได้ทรงเน้นยำ้าแนวทาง
การแก้ไขเพืำอให้รอดพ้น และ
สามารถดำารงอยู่ได้อย่างมัำนคงและ
ยัำงยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ และ
ปรัชญาของเศรษฐกิจ
            พอเพีปรัง(1) ้
เศรษฐกิจพอเพียง เป็น
                     ย ชญาชี
ถึงการดำารงอยูและปฏิบติตน
               ่       ั
ของประชาชนในทุกระดับ            แนวคิดหลัก
ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับ
ชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งใน
การพัฒนาและบริหารประเทศ
ให้ดำาเนินไปในทางสายกลาง
โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ
เพืำอให้กาวทันต่อโลกยุคโลกาภิ
         ้
ปรัชญาของเศรษฐกิจ
ความพอเพียง พอเพียง(2)
            หมายถึง ความ
พอประมาณ          ความมีเหตุผล
                                  หลักการ
    รวมถึงความจำาเป็นทีจะต้องมี
                        ำ
ระบบภูมิคุ้มกันในตัวทีดีพอ
                      ำ
สมควร ต่อการมีผลกระทบ
ใดๆ อันเกิดจากการ                 เงืำอนไข
เปลียนแปลงทังภายนอกและ
     ำ         ้
ภายใน
ทังนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้
  ้
ความรอบคอบ และความ
ปรัชญาของเศรษฐกิจ
           พอเพีงเสริม
และขณะเดียวกันจะต้อ
                    ยง(3)
สร้างพื้นฐานจิตใจของคนใน
ชาติ     โดยเฉพาะเจ้าหน้าทีำ     เงืำอนไ
ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจ         ข
ในทุกระดับ ให้มีสำานึก คุณธรรม
ความซืำอสัตย์ สุจริต และให้มี
ความรอบรู้ทเหมาะสม ในดำาเนิน
            ีำ
ชีวิตด้วยความอดทน ความ
เพียร มีสติ ปัญญาและความ
ปรัชญาของเศรษฐกิจ
              พอเพียอการ
เพืำอให้สมดุลและพร้อมต่
                        ง(4)
รองรับการเปลียนแปลงอย่าง
             ำ                  เป้า
รวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้าน   หมาย
วัตถุ สังคม    สิงแวดล้อมและ
                 ำ
วัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้
เป็นอย่างดี
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
              ทางสายกลาง
              พอประมาณ
                   มีภมิคมกัน
                      ู ุ้
           มีเหตุผล
                    ในตัวทีำดี
  เงืำอนไขความรู้        เงืำอนไขคุณธรรม
 (รอบรู้ รอบคอบ     (ซืำอสัตย์สุจริต สติปัญญา
    ระมัดระวัง)       นำาไป อดทน แบ่งปัน)
                      ขยัน
                       สู่
    ชีวิต/เศรษฐกิจ/สังคม/สิำงแวดล้อม
            สมดุล/มันคง/ยัำงยืน
                    ำ
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
พอประมาณ หมายถึง ความพอดีทไม่น้อยเกิน   ีำ
กเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อืำนเช่น
ารบริโภคทีอยู่ในระดับพอประมาณ
           ำ
     * ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสิน
    ใจเกีำยวกับระดับของความ
       พอเพียงนัน จะต้องเป็นไปอย่างมี
                      ้
    เหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุ
     * ปัจจัยภมกีำยวข้องดใตลอดจนคำานึงถึง
       การมี ทีู ำเ ิคมกันทีำ ี นตัว หมายถึง
                        ุ้
    การเตรียมตัวให้พร้อมรับ
    ผลทีำคาดว่าจะเกิดขึ้นจาก
       ผลกระทบและการเปลีำยนแปลงด้าน
       การกระทำานันๆ อย่างรอบคอบ
                           ้
เงืำอนไข
 สินใจและการดำาเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระด
อาศัยทั้งความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน
นไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้ เกีำยวกับวิช
ๆ ทีำเกีำยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบ ทีจะ
                                          ำ
านั้นมาพิจารณาให้เชืำอมโยงกัน เพืำอประกอบกา
ความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ
นไขคุณธรรม ทีำจะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย
 หนักในคุณธรรม มีความซืำอสัตย์สุจริต และควา
วามเพียร ใช้สติปัญญาในการดำาเนินชีวิต
สรุ ป หลั ก การทรงงาน
 ระเบิ ด จากข้ า งใน
 ปลู ก จิ ต สำ า นึ ก
                          คนเป็ น ศู น ย์ ก ลางของการพั ฒ น
 เน้ น ให้ พ ึ ่ ง ตนเองได้
  คำ า นึ ง ถึ ง ภู ม ิ ส ั ง คม
  ทำ า ตามลำ า ดั บ ขั ้ น
  ประหยั ด เรี ย บง่ า ย
  ประโยชน์ ส ู ง สุ ด
  บริ ก ารที ่ จ ุ ด เดี ย ว        ปฏิ บ ั ต ิ อ ย่ า งพอเพี ย ง
  แก้ ป ั ญ หาจากจุ ด
  เล็ ก
  ไม่ ต ิ ด ตำ า รา
  ใช้ ธ รรมชาติ ช ่ ว ย
  ธรรมชาติ
  การมี ส ่ ว นร่ ว ม
                                   เป้ า หมายคื อ สั ง คมพอเพี ย ง
  รู ้ รั ก สามั ค คี
เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง &
                                      ทฤษฎี ใ หม่

 เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง เป็ น กรอบแนวคิ ด ที ่ ช ี ้ บ อกหลั ก การ

และแนวทางปฏิ บ ั ต ิ ข องทฤษฎี ใ หม่ ท ฤษฎี ใ หม่ ห รื อ เกษตร
ทฤษฎี ใ หม่ เป็ น ตั ว อย่ า งการใช้ ห ลั กจ พอ จ พอเพี ย งใน
                               เศรษฐกิ เศรษฐกิ
ความพอเพี ย งระดั บ                               ทฤษฎี ใ หม่
                                  เพี ย ง
                             ทางปฏิ บ ั ต ิ
       บุ ค คล                 แบบพื ้ น ฐาน       ขั ้ น ที ่ ๑
ความพอเพี ย งระดั บ         เศรษฐกิ จ พอ           ทฤษฎี ใ หม่
                               เพี ย ง
  ชุ ม ชน/องค์ ก ร                                  ขั ้ น ที ่ ๒
ความพอเพี ย งระดั บ         แบบก้ า วหน้ า         ทฤษฎี ใ หม่
       ประเทศ                                        ขั ้ น ที ่ ๓
ทฤษฎี ใ หม่
มุ ่ ง ให้ เ กษตรกรมี ค วามพอเพี ย งในการเลี ้ ย งตนเอง
       ได้ ใ นระดั บ ชี ว ิ ต ที ่ ป ระหยั ด ก่ อ น
       ซึ ่ ง มี ค วามโดดเด่ น ใน ๔ ด้ า น คื อ
 การจั ด ลำ า ดั บ ความสำ า คั ญ ของการใช้ ท รั พ ยากร
   ของกิ จ กรรมและขั ้ น ตอนการกระทำ า ก่ อ นหลั ง ส่ ง
   เสริ ม ความสามั ค คี ใ นชุ ม ชนเกษตรกร เพื ่ อ ให้ ใ ช้
   ทรั พ ยากรต่ า งๆ ร่ ว มกั น ขั ้ น ที ่ ส องให้ ค วามสำ า คั ญ
   กั บ ความเป็ น อยู ่ สวั ส ดิ ก าร สั ง คม
   การศึ ก ษาและศาสนา ขั ้ น ที ่ ส ามให้ ค วามสำ า คั ญ
   กั บ การร่ ว มมื อ กั บ แหล่ ง ทุ น และธุ ร กิ จ ภายนอก
 การประสานความร่ ว มมื อ ประสานงานระหว่ า ง
   หน่ ว ยราชการ ระหว่ า งภาคธุ ร กิ จ กั บ ภาครั ฐ และ
   ระหว่ า งธุ ร กิ จ ด้ ว ยกั น
 การสร้ า งความเห็ น พ้ อ งต้ อ งกั น ตระหนั ก ถึ ง สาระ
เศรษฐศาสตร์บนตาชัำง
  ทำ า นาแบบก้ า วหน้ า น้ อ ย                                   ทำ า นาแบบก้ า วหน้ า มาก
 เครื ่ อ งมื อ = ควาย (มี ช ี ว ิ ต )               เครื ่ อ งมื อ = รถ/ไฟ/เครื ่ อ งยนต์ (พาห

Input = ป้ อ นหญ้ า (หาง่ า ย )                          Input = ป้ อ นนำ ้ า มั น (นำ า เข้ า แพง )

     ทำ า งานเป็ น ขั ้ น ตอน                                           ทำ า งานได้ เ ร็ ว

       ยิ ่ ง ใช้ ย ิ ่ ง ชำ า นาญ                 ยิ ่ ง ใช้ ย ิ ่ ง สึ ก หรอ – เสี ย ค่ า อะไหล่ ค่ า

      Output 1= คายปุ ๋ ย                                           Output 1= คายควั น

    เป็ น อาหารเติ ม ให้ ด ิ น                        เป็ น พิ ษ - คนปวดหั ว - เสี ย ค่ า รั ก ษ
           ดิ น อ่ อ นนุ ่ ม                             ต้ อ งใช้ ป ุ ๋ ย เคมี เ พิ ่ ม (ซื ้ อ / นำ า เข้ า )

        ทำ า นาได้ เ รื ่ อ ยๆป :ก้ า วหน้ า น้ อ ย แน่ น อนกว่ า - ต้ อ งปรั บ ปรุ ง
                          สรุ                             ดิ น แข็ ง
                                     นำ า ไปสู ่ ค วามยั ่ ง ยื น
    ถ่ ว งดุ ล บนตาชั ่ ง                                       ถ่ ว งดุ ล บนตาชั ่ ง
ายได้ - จ่ า ยน้ อ ย - ไม่ ป วดหั ว                         ขายมาก - จ่ า ยมาก - ปวดหั ว
ปรั ช ญาเศรษฐกิ จ พอ
                      เพี ย ง
โดยพื ้ น ฐานก็ ค ื อ การพึ ่ ง ตนเอง เป็ น
หลั ก
การทำ า อะไรอย่ า งเป็ น ขั ้ น เป็ น ตอน
รอบคอบ ระมั ด ระวั ง
พิ จ ารณาถึ ง ความพอดี พอเหมาะ
พอควร ความสมเหตุ ส มผล และการ
พร้ อ มรั บ ความเปลี ่ ย นแปลง
การสร้ า งสามั ค คี ใ ห้ เ กิ ด ขึ ้ น บนพื ้ น
ฐานของความสมดุ ล ในแต่ ล ะสั ด ส่ ว น
แต่ ล ะระดั บ
ตามแนวทางเศรษฐกิ จ
                                 พอเพี ย ง

อประมาณ               มี เ หตุ ม ี ผ ล        มี ภ ู ม ิ ค ุ ้ ม กั น ที ่ ด ี
พอเหมาะกั บ สภาพ ไม่ ป ระมาท                   • สุ ข ภาพดี
 องตน                      (รอบรู ้ /มี ส ติ ) • พร้ อ มรั บ ความเสี ่ ย งต่ า งๆ   ง
พอควรกั บ สิ ่ ง แวดล้ อ มรู ้ ส าเหตุ – ทำ า ไม (วางแผน /เงิ น ออม /ประกั น
 างกายภาพ / สั ง คม้ ป ั จ จั ย ที ่ เ กี ่ ย วข้ทำง ประโยชน์ ใ ห้ ก ั บ ผู ้ อ ื ่ น
                          รู                     อา
ม่ โ ลภจนเบี ย ดเบี ย นตัผ ลกระทบที ่ จ ะเกิง คมน
                          รู ้ ว เอง /           สั ด ขึ ้
อื ่ น / ทำ า ลายสิ ่ ง แวดล้ อ มา นต่ า งๆ
                          ในด้ )                  เรี ย นรู ้ / พั ฒ นาตน
                                                   อย่ า งต่ อ เนื ่ อ ง


ถพึ ่ ง ตนเองได้ และเป็ น ที ่ พ ึ ่ ง ของผู ้ อ ื ่ น ได
ใช้            ๒.๑
เศรษฐกิ จ พอเพี ย งใน
    ระดั บ บุ ค คล
การปรั บ พฤติ ก รรมสู ่
                         ความพอเพี ย ง
                    a.พฤติ ก รรม
                     การบริ โ ภค
                                  a.พฤติ ก รรม
a. สิ ่ ง แวดล้ อ ม
                                     ทางเพศ


  a.พฤติ ก รรม                     a.พฤติ ก รรม
  ลดความเสี ่ ย ง                  ออกกำ า ลั ง กาย


                a. สุ ข ภาพจิ ต
เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง
กั บ การบริ ห ารจั ด การ
แนวพระราชดำ า ริ
                ในการแก้ ไ ขปั ญ หาด้ า นการ
                               บริ ห าร
๑) ทรงเป็ น แบบอย่ า งในการบริ ห ารงานโดย
  วางแผนร่ ว มกั น อย่ า งมี ร ะบบ
      เน้ น การ พั ฒ นาอย่ า งเรี ย บง่ า ยและเป็ น ขั ้ น ตอน
       อย่ า งรั ด กุ ม รอบคอบและเป็ น ระบบ
      เตรี ย มทำ า การบ้ า นมาก่ อ น ต้ อ งรู ้ จ ั ก ภู ม ิ ป ระเทศ
       สภาพภู ม ิ อ ากาศและรั บ ข้ อ มู ล จาก
       การใช้ เ ทคโนโลยี ส ารสนเทศสมั ย ใหม่ สภาพ
       ความเป็ น จริ ง และเดื อ ดร้ อ นของราษฎร
      ตรวจสอบข้ อ มู ล ในพื ้ น ที ่
      เน้ น ให้ ป ระชาชนมี ส ่ ว นร่ ว มในการตั ด สิ น ใจใน
       โครงการที ่ ม ี ผ ลกระทบต่ อ ส่ ว นได้
       ส่ ว นเสี ย ของชุ ม ชนตั ้ ง แต่ เ ริ ่ ม โครงการ
      ส่ ง เสริ ม การทำ า ประชาพิ จ ารณ์
      คิ ด ค้ น วิ ธ ี ก ารแก้ ไ ขปั ญ หาสะท้ อ นออกมาในรู ป
       ของโครงการทดลองส่ ว นพระองค์
แนวพระราชดำ า ริ
                 ในการแก้ ไ ขปั ญ หาด้ า นการ
                          บริ ห าร
๒) การบริ ห ารจั ด การแบบบู ร ณาการ
     เน้ น อาศั ย หลั ก วิ ช าการที ่ ห ลากหลายมาแก้ ไ ข
      ปั ญ หาร่ ว มกั น แบบสหวิ ท ยาการ
     ใช้ ว ิ ธ ี บ ู ร ณาการ คื อ นำ า ส่ ว นที ่ แ ยกๆกั น มารวม
      กั น เข้ า เป็ น อั น หนึ ่ ง อั น เดี ย วกั น
      เพื ่ อ ประสานความร่ ว มมื อ ร่ ว มค้ น สาเหตุ ข อง
      ปั ญ หา ร่ ว มกั น กำ า หนดแผนงาน
      ร่ ว มกั น ปฏิ บ ั ต ิ แ ละร่ ว มกั น ประเมิ น ผลการ
      ทำ า งาน
     ผนึ ก กำ า ลั ง หรื อ ระดมกำ า ลั ง ของหน่ ว ยงานต่ า งๆ
     ริ เ ริ ่ ม ศู น ย์ บ ริ ก ารแบบเบ็ ด เสร็ จ สำ า หรั บ
      เกษตรกร
     การบริ ห ารงานอย่ า งมี เ อกภาพ ร่ ว มกั น ทำ า งาน
แนวพระราชดำ า ริ
               ในการแก้ ไ ขปั ญ หาด้ า นการ
                           บริ ห าร
๓) การบริ ห ารงานที ่ ส อดคล้ อ งกั บ ภู ม ิ ส ั ง คม
   การพั ฒ นาที ่ ย ึ ด ปั ญ หาและสภาพแวดล้ อ มของ
     แต่ ล ะพื ้ น ที ่ เ ป็ น หลั ก
   ใช้ ภ ู ม ิ ป ั ญ ญาท้ อ งถิ ่ น
                                ภู ม ิ ป ั ญ ญาชาวบ้ า นมา
     ปรั บ ใช้ ใ ห้ ส อดคล้ อ งกลมกลื น กั บ วิ ช าการแผน
     ใหม่ อ ย่ า งเป็ น ระบบและต่ อ เนื ่ อ งเป็ น กระบวน
     การเดี ย วกั น เป็ น การผสมผสานเทคโนโลยี เ ก่ า
     กั บ เทคโนโลยี ใ หม่ ใ ห้ ก ลมกลื น กั น ชาวบ้ า น
     สามารถนำ า ไปใช้ ไ ด้ จ ริ ง อย่ า งเหมาะสมลงตั ว
“...การพั ฒ นาจะต้ อ งเป็ น ไปตามภู ม ิ ป ระเทศทาง
  ภู ม ิ ศ าสตร์ และภู ม ิ ป ระเทศทางสั ง คมศาสตร์ ใ น
  สั ง คมวิ ท ยา ภู ม ิ ป ระเทศตามสั ง คมวิ ท ยา คื อ นิ ส ั ย
  ใจคอของคนเราจะไปปบั ง คั บ ให้ ค นคิ ด อย่ า งอื ่ น ไม่ ไ ด้
เศรษฐกิ จ พอเพี ย งกั บ ภาค
                                       การผลิ ต
 สาขาการเกษตร รู ป แบบการพั ฒ นาที ่ เ หมาะ
  สมของภาคเกษตร คื อ
  การพั ฒ นาแบบสมดุ ล ระหว่ า งการใช้
  ทรั พ ยากรธรรมชาติ เทคโนโลยี ก ารผลิ ต และ
  การดู แ ลรั ก ษาสิ ่ ง แวดล้ อ ม เน้ น การบำ า รุ ง
  จั ด หาดิ น และนำ ้ า การกำ า หนดแผนการใช้
  ที ่ ด ิ น ที ่ เ หมาะสมโดยแบ่ ง พื ้ น ที ่ เ ป็ น เขต
  เกษตรกรรม
 สาขาอุ ต สาหกรรม เน้ น อุ ต สาหกรรมที ่
  สามารถนำ า ภู ม ิ ป ั ญ ญาท้ อ งถิ ่ น มา
  ผสมผสานเข้ า ในขบวนการผลิ ต และไม่ ต ้ อ ง
การประยุ ก ต์ ใ ช้ เ ศรษฐกิ จ พอ
                                                เพี ย งกั บ
                         อุ ต สาหกรรมขนาดกลางและ
หากเอา ศกพ. มาประยุ ก ต์ ใ ช้ จ ะก่ อ ให้ เ กิ ด ผลดี
 ต่ อ การดำ า เนิ น ธุ ร กิ จ ๗ ประการ         ขนาดย่ อ ม
 ใช้ เ ทคโนโลยี ท ี ่ เ หมาะสม คื อ ราคาไม่ แ พง แต่ ถ ู ก
    หลั ก วิ ช าการ
   มี ข นาดการผลิ ต ที ่ เ หมาะสมสอดคล้ อ งกั บ ความ
    สามารถในการบริ ห ารจั ด การ
   ไม่ โ ลภจนเกิ น ไป และไม่ เ น้ น กำ า ไรระยะสั ้ น เป็ น
    หลั ก
   ซื ่ อ สั ต ย์ ส ุ จ ริ ต ไม่ เ อาเปรี ย บผู ้ บ ริ โ ภค ลู ก ค้ า
    แรงงาน และผู ้ จ ำ า หน่ า ยวั ต ถุ ด ิ บ
   เน้ น การกระจายความเสี ่ ย งจากการมี ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ท ี ่
    หลากหลาย และปรั บ เปลี ่ ย น
    ผลผลิ ต ได้ ง ่ า ย
ทิ ศ ทางการพั ฒ นาประเทศในระยะ 10-15 ปี ข
                 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
             สู่การพัฒนาทีำสมดุล มีคณภาพยัำงยืน
                                    ุ
 สร้างสังคมแห่งการ      สร้างความเข้มแข็ง
        เรียนรู้                             จัดการและคุ้มครอง
                       ทางเศรษฐกิจอย่างมี               ฐาน
    มีคุณภาพ เสมอ             คุณภาพ
 ภาคและสมานฉันท์                             ทรัพยากรธรรมชาติ
•พัฒนาศักยภาพคน        ปรับตัวได้มนคงและ
                                     ัำ                 และ
 และการปรับตัวบน       กระจายการพัฒนาทีำ       สิำงแวดล้อมอย่าง
•พัฒนาคุณภาพ ้
 สังคมฐานความรู         •พัฒเป็นธรรม จ
                              นาเศรษฐกิ      •สงวนรักษา ำอ
                                                    ยังยืนเพื
                                                      ำ
 ชีวิต และความ           อย่างมี              ผลประโยชน์ต่อคน
                                              ทรัพยากร
 มัำนคงในการดำารง        เสถียรภาพ และมี           รุ่นอนาคต
                                              ธรรมชาติทั้งการใช้
•สร้ิตงความเสมอ
 ชีว า
 ภาคและการมีส่วน         ภูมิคุ้มกัน          การป้องกัน และ
                       •ปรับโครงสร้าง         การจัดการ
 ร่วมของภาคีการ
 พัฒนาในการ              เศรษฐกิจบการ
                         ทีำพร้อมรั ทีำ      •จัดการและธำารง
                                              อย่างมี
                         สมดุำยนแปลง
                         เปลี ล พึำงตนเอง     ไว้ซึำงทธิภาพ
•สร้หงภูมดการ และ
 บริ า ารจั ิคุ้มกัน                          ประสิ
                                              คุณภาพสิำง
 สังคมทีำดี              และแข่งขัน
                       •กระจายผล             •กระจายการใช้
 ความเข้มแข็งของ                              แวดล้อมทีำดี าง
 ทุนทางสังคมให้          ได้ด้วยฐานความรู้
                         ประโยชน์ของ          ทรัพยากรอย่
                                              เป็นธรรมและการ
 เกิดสันติสุข            การพัฒนาทาง          มีส่วนร่วมของ

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

  • 1.
    ความเป็นมาของปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง โดย ผศ.ดร.อุไรพรรณ เจน วาณิชยานนท์ รองอธิการบดีฝาย ่ วิชาการ
  • 2.
    การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ของประเทศไทย พ.ศ.2502-2516 GDP ขยายตัว 8.1%ต่อปี พ.ศ.2517-2528 เศรษฐกิจตกตำำา ทัวโลก ำ GDP ขยายตัว 6.3% ต่อปี พ.ศ.2529-2539 GDP ขยายตัว 9.1% ต่อปี
  • 3.
    ระบบเศรษฐกิจของไทยไม่ สมดุลในหลายด้าน(1) - การกระจายรายได้ คนจนทีำสุด 20% ของประชากร มี รายได้ 4.18% ของรายได้ ทั้งหมด คนรวยทีำสุด 20% ของประชากร มี รายได้ 56.53% ของรายได้ ทั้งหมด คนรวยมีอตราการเพิำมขึ้นของราย ั
  • 4.
    ระบบเศรษฐกิจของไทยไม่ สมดุลในหลายด้าน(2) - ความแตกต่างของรายได้และความเจริญ ระหว่างเมืองกับชนบท ระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด - การขยายตัวทางเศรษฐกิจกับการ ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ - และความเสืำอลของโครงสร้างการผลิตและ ความไม่สมดุ มโทรมของสิำงแวดล้อม ระดับการศึกษาของคนงาน
  • 5.
    ระบบเศรษฐกิจของไทยไม่ สมดุลในหลายด้าน(3) - การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด การออมภายในประเทศ ลดลงน้อยกว่าำงพาเงินกู้ต่างประเทศ - ภาคเอกชน พึ การลงทุน สูงมาก เป็นเงินกู้ระยะสั้น แต่นำามาลงทุนเพืำอหวังผลในระยะ ยาว ภาคธุรกิจการเงิน มีความอ่อนแอ
  • 6.
    พ.ศ.2540 เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ(1) - การส่งออกและการขยายตัวทาง เศรษฐกิจลดลง -ความมันใจถึงการชำาระหนี้ตางประเทศ ำ ่ ลดลง - การลดลงของทุนสำารองระหว่าง ประเทศอย่างรวดเร็ว โจมตี ค่าเงินบาท เปลียนระบบอัตราแลก ำ เปลียนเงินตราต่างประเทศ ำ เป็นระบบลอยตัว
  • 7.
    พ.ศ.2540 เกิดวิกฤต เศรษฐกิจ(2) - สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP เพิำมจาก ร้อยละ 14.9 เป็นร้อยละ 54 - แนวทางการพัฒนาประเทศทีำผานมาไม่มี ่ ความยัำงยืน แนวทาง ใหม่ ทีมีความสมดุลและยัำงยืน ำ
  • 8.
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว เน้น ่ ถึงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทีำ สมดุล มีการพัฒนาเป็นลำาดับขั้น ไม่เน้นเพียงการขยายตัวทาง พระบรมราโชวาท วันทีว เศรษฐกิจอย่างรวดเร็ ำ 19 กรกฎาคม 2517 ทีว่า..... ำ
  • 9.
    “ในการพัฒนาประเทศนั้นจำาเป็นต้อง ทำาตามลำาดับขัน เริำมด้วยการสร้างพื้นฐาน ้ คือ ความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อน ด้วยวิธีการประหยัดระมัดระวัง แต่ถูกต้อง ตามหลักวิชา เมืำอพื้นฐานเกิดขึนมัำนคง ้ พอควรแล้ว... การช่วยเหลือสนับสนุน ประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัว ให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอืำนเป็นพื้นฐาน นั้น เป็นสิำงสำาคัญอย่างยิงยวด เพราะผู้ทีำ ำ มีอาชีพและฐานะเพียงพอทีจะพึำงตนเอง ำ
  • 10.
    พระราชดำารัส เมืำอวันทีำ 4ธันวาคม 2517 มีขอความส่วนหนึงว่า ้ ำ “ทั้งนี้ คนอืำนจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะว่าคนไทยล้าสมัย ว่าเมืองไทยเชย ว่าเมืองไทยไม่มีสิำงทีำทันสมัยใหม่ แต่เราอยู่ พอมีพอกิน และขอให้ทุกคนมีความ ปรารถนาทีำจะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน มี ความสงบและทำางานตั้งอธิษฐาน ตั้ง ปณิธาน ในทางนี้ทีำจะให้เมืองไทย อยู่ แบบพออยู่พอกิน ไม่ใช่จะรุ่งเรืองอย่าง
  • 11.
    ความต้องการแก้ปญหาวิกฤต ั เศรษฐกิจในปี พ.ศ.2540 นำาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็น รากฐานในการจัดทำาแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับทีำ 9 (พ.ศ.2544-2549)
  • 12.
    เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐาน ของชีวิต รากฐานความมันคง ำ ของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็ม ทีถูกำ ตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคาร ไว้นัำนเอง สิำงก่อสร้างจะมัำนคงได้ก็อยู่ทีำ เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมอง ไม่เห็นเสาเข็ม และลืมเสาเข็มเสียด้วยซำ้า ไป
  • 13.
    เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความ โลภน้อย เมือมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียน ำ คนอืำนน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด -อันนีไม่ใช่เศรษฐกิจ- ้ มีความคิดว่าทำาอะไรต้องพอเพียง หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข (4 ธันวาคม 2541)
  • 14.
    เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร การอยู่พอมีพอกินนั้น ไม่ได้หมายความ ว่า ไม่มความก้าวหน้า ี มันจะมีความก้าวหน้าแค่พอประมาณ ถ้า ก้าวหน้าเร็วเกินไป ไปวิงขึ้นเขา ำ ยังไม่ทันถึงยอดเขาหัวใจวาย แล้วก็หล่น จากเขา ถ้าบุคคลหล่นจากเขา ก็ไม่เป็นไร ช่างหัวเขา แต่ว่าถ้าคนๆ เดียวนัน ขึ้นไปวิำงบนเขา แล้ว ้
  • 15.
    เศรษฐกิจพอเพียง “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาทีำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมี พระราชดำารัสชี้แนะแนวทางการ ดำาเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมา โดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อน เกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ และ เมืำอภายหลังได้ทรงเน้นยำ้าแนวทาง การแก้ไขเพืำอให้รอดพ้น และ สามารถดำารงอยู่ได้อย่างมัำนคงและ ยัำงยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ และ
  • 16.
    ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพีปรัง(1) ้ เศรษฐกิจพอเพียง เป็น ย ชญาชี ถึงการดำารงอยูและปฏิบติตน ่ ั ของประชาชนในทุกระดับ แนวคิดหลัก ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับ ชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งใน การพัฒนาและบริหารประเทศ ให้ดำาเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพืำอให้กาวทันต่อโลกยุคโลกาภิ ้
  • 17.
    ปรัชญาของเศรษฐกิจ ความพอเพียง พอเพียง(2) หมายถึง ความ พอประมาณ ความมีเหตุผล หลักการ รวมถึงความจำาเป็นทีจะต้องมี ำ ระบบภูมิคุ้มกันในตัวทีดีพอ ำ สมควร ต่อการมีผลกระทบ ใดๆ อันเกิดจากการ เงืำอนไข เปลียนแปลงทังภายนอกและ ำ ้ ภายใน ทังนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ้ ความรอบคอบ และความ
  • 18.
    ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพีงเสริม และขณะเดียวกันจะต้อ ยง(3) สร้างพื้นฐานจิตใจของคนใน ชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าทีำ เงืำอนไ ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจ ข ในทุกระดับ ให้มีสำานึก คุณธรรม ความซืำอสัตย์ สุจริต และให้มี ความรอบรู้ทเหมาะสม ในดำาเนิน ีำ ชีวิตด้วยความอดทน ความ เพียร มีสติ ปัญญาและความ
  • 19.
    ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียอการ เพืำอให้สมดุลและพร้อมต่ ง(4) รองรับการเปลียนแปลงอย่าง ำ เป้า รวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้าน หมาย วัตถุ สังคม สิงแวดล้อมและ ำ วัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้ เป็นอย่างดี
  • 20.
    ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทางสายกลาง พอประมาณ มีภมิคมกัน ู ุ้ มีเหตุผล ในตัวทีำดี เงืำอนไขความรู้ เงืำอนไขคุณธรรม (รอบรู้ รอบคอบ (ซืำอสัตย์สุจริต สติปัญญา ระมัดระวัง) นำาไป อดทน แบ่งปัน) ขยัน สู่ ชีวิต/เศรษฐกิจ/สังคม/สิำงแวดล้อม สมดุล/มันคง/ยัำงยืน ำ
  • 21.
    หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พอประมาณ หมายถึง ความพอดีทไม่น้อยเกิน ีำ กเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อืำนเช่น ารบริโภคทีอยู่ในระดับพอประมาณ ำ * ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสิน ใจเกีำยวกับระดับของความ พอเพียงนัน จะต้องเป็นไปอย่างมี ้ เหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุ * ปัจจัยภมกีำยวข้องดใตลอดจนคำานึงถึง การมี ทีู ำเ ิคมกันทีำ ี นตัว หมายถึง ุ้ การเตรียมตัวให้พร้อมรับ ผลทีำคาดว่าจะเกิดขึ้นจาก ผลกระทบและการเปลีำยนแปลงด้าน การกระทำานันๆ อย่างรอบคอบ ้
  • 22.
    เงืำอนไข สินใจและการดำาเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระด อาศัยทั้งความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน นไขความรู้ประกอบด้วย ความรอบรู้ เกีำยวกับวิช ๆ ทีำเกีำยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบ ทีจะ ำ านั้นมาพิจารณาให้เชืำอมโยงกัน เพืำอประกอบกา ความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ นไขคุณธรรม ทีำจะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย หนักในคุณธรรม มีความซืำอสัตย์สุจริต และควา วามเพียร ใช้สติปัญญาในการดำาเนินชีวิต
  • 23.
    สรุ ป หลัก การทรงงาน  ระเบิ ด จากข้ า งใน  ปลู ก จิ ต สำ า นึ ก คนเป็ น ศู น ย์ ก ลางของการพั ฒ น  เน้ น ให้ พ ึ ่ ง ตนเองได้ คำ า นึ ง ถึ ง ภู ม ิ ส ั ง คม ทำ า ตามลำ า ดั บ ขั ้ น ประหยั ด เรี ย บง่ า ย ประโยชน์ ส ู ง สุ ด บริ ก ารที ่ จ ุ ด เดี ย ว ปฏิ บ ั ต ิ อ ย่ า งพอเพี ย ง แก้ ป ั ญ หาจากจุ ด เล็ ก ไม่ ต ิ ด ตำ า รา ใช้ ธ รรมชาติ ช ่ ว ย ธรรมชาติ การมี ส ่ ว นร่ ว ม เป้ า หมายคื อ สั ง คมพอเพี ย ง รู ้ รั ก สามั ค คี
  • 24.
    เศรษฐกิ จ พอเพีย ง & ทฤษฎี ใ หม่ เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง เป็ น กรอบแนวคิ ด ที ่ ช ี ้ บ อกหลั ก การ และแนวทางปฏิ บ ั ต ิ ข องทฤษฎี ใ หม่ ท ฤษฎี ใ หม่ ห รื อ เกษตร ทฤษฎี ใ หม่ เป็ น ตั ว อย่ า งการใช้ ห ลั กจ พอ จ พอเพี ย งใน เศรษฐกิ เศรษฐกิ ความพอเพี ย งระดั บ ทฤษฎี ใ หม่ เพี ย ง ทางปฏิ บ ั ต ิ บุ ค คล แบบพื ้ น ฐาน ขั ้ น ที ่ ๑ ความพอเพี ย งระดั บ เศรษฐกิ จ พอ ทฤษฎี ใ หม่ เพี ย ง ชุ ม ชน/องค์ ก ร ขั ้ น ที ่ ๒ ความพอเพี ย งระดั บ แบบก้ า วหน้ า ทฤษฎี ใ หม่ ประเทศ ขั ้ น ที ่ ๓
  • 25.
    ทฤษฎี ใ หม่ มุ่ ง ให้ เ กษตรกรมี ค วามพอเพี ย งในการเลี ้ ย งตนเอง ได้ ใ นระดั บ ชี ว ิ ต ที ่ ป ระหยั ด ก่ อ น ซึ ่ ง มี ค วามโดดเด่ น ใน ๔ ด้ า น คื อ  การจั ด ลำ า ดั บ ความสำ า คั ญ ของการใช้ ท รั พ ยากร ของกิ จ กรรมและขั ้ น ตอนการกระทำ า ก่ อ นหลั ง ส่ ง เสริ ม ความสามั ค คี ใ นชุ ม ชนเกษตรกร เพื ่ อ ให้ ใ ช้ ทรั พ ยากรต่ า งๆ ร่ ว มกั น ขั ้ น ที ่ ส องให้ ค วามสำ า คั ญ กั บ ความเป็ น อยู ่ สวั ส ดิ ก าร สั ง คม การศึ ก ษาและศาสนา ขั ้ น ที ่ ส ามให้ ค วามสำ า คั ญ กั บ การร่ ว มมื อ กั บ แหล่ ง ทุ น และธุ ร กิ จ ภายนอก  การประสานความร่ ว มมื อ ประสานงานระหว่ า ง หน่ ว ยราชการ ระหว่ า งภาคธุ ร กิ จ กั บ ภาครั ฐ และ ระหว่ า งธุ ร กิ จ ด้ ว ยกั น  การสร้ า งความเห็ น พ้ อ งต้ อ งกั น ตระหนั ก ถึ ง สาระ
  • 26.
    เศรษฐศาสตร์บนตาชัำง ทำา นาแบบก้ า วหน้ า น้ อ ย ทำ า นาแบบก้ า วหน้ า มาก เครื ่ อ งมื อ = ควาย (มี ช ี ว ิ ต ) เครื ่ อ งมื อ = รถ/ไฟ/เครื ่ อ งยนต์ (พาห Input = ป้ อ นหญ้ า (หาง่ า ย ) Input = ป้ อ นนำ ้ า มั น (นำ า เข้ า แพง ) ทำ า งานเป็ น ขั ้ น ตอน ทำ า งานได้ เ ร็ ว ยิ ่ ง ใช้ ย ิ ่ ง ชำ า นาญ ยิ ่ ง ใช้ ย ิ ่ ง สึ ก หรอ – เสี ย ค่ า อะไหล่ ค่ า Output 1= คายปุ ๋ ย Output 1= คายควั น เป็ น อาหารเติ ม ให้ ด ิ น เป็ น พิ ษ - คนปวดหั ว - เสี ย ค่ า รั ก ษ ดิ น อ่ อ นนุ ่ ม ต้ อ งใช้ ป ุ ๋ ย เคมี เ พิ ่ ม (ซื ้ อ / นำ า เข้ า ) ทำ า นาได้ เ รื ่ อ ยๆป :ก้ า วหน้ า น้ อ ย แน่ น อนกว่ า - ต้ อ งปรั บ ปรุ ง สรุ ดิ น แข็ ง นำ า ไปสู ่ ค วามยั ่ ง ยื น ถ่ ว งดุ ล บนตาชั ่ ง ถ่ ว งดุ ล บนตาชั ่ ง ายได้ - จ่ า ยน้ อ ย - ไม่ ป วดหั ว ขายมาก - จ่ า ยมาก - ปวดหั ว
  • 27.
    ปรั ช ญาเศรษฐกิจ พอ เพี ย ง โดยพื ้ น ฐานก็ ค ื อ การพึ ่ ง ตนเอง เป็ น หลั ก การทำ า อะไรอย่ า งเป็ น ขั ้ น เป็ น ตอน รอบคอบ ระมั ด ระวั ง พิ จ ารณาถึ ง ความพอดี พอเหมาะ พอควร ความสมเหตุ ส มผล และการ พร้ อ มรั บ ความเปลี ่ ย นแปลง การสร้ า งสามั ค คี ใ ห้ เ กิ ด ขึ ้ น บนพื ้ น ฐานของความสมดุ ล ในแต่ ล ะสั ด ส่ ว น แต่ ล ะระดั บ
  • 28.
    ตามแนวทางเศรษฐกิ จ พอเพี ย ง อประมาณ มี เ หตุ ม ี ผ ล มี ภ ู ม ิ ค ุ ้ ม กั น ที ่ ด ี พอเหมาะกั บ สภาพ ไม่ ป ระมาท • สุ ข ภาพดี องตน (รอบรู ้ /มี ส ติ ) • พร้ อ มรั บ ความเสี ่ ย งต่ า งๆ ง พอควรกั บ สิ ่ ง แวดล้ อ มรู ้ ส าเหตุ – ทำ า ไม (วางแผน /เงิ น ออม /ประกั น างกายภาพ / สั ง คม้ ป ั จ จั ย ที ่ เ กี ่ ย วข้ทำง ประโยชน์ ใ ห้ ก ั บ ผู ้ อ ื ่ น รู อา ม่ โ ลภจนเบี ย ดเบี ย นตัผ ลกระทบที ่ จ ะเกิง คมน รู ้ ว เอง / สั ด ขึ ้ อื ่ น / ทำ า ลายสิ ่ ง แวดล้ อ มา นต่ า งๆ ในด้ ) เรี ย นรู ้ / พั ฒ นาตน อย่ า งต่ อ เนื ่ อ ง ถพึ ่ ง ตนเองได้ และเป็ น ที ่ พ ึ ่ ง ของผู ้ อ ื ่ น ได
  • 29.
    ใช้ ๒.๑ เศรษฐกิ จ พอเพี ย งใน ระดั บ บุ ค คล
  • 30.
    การปรั บ พฤติก รรมสู ่ ความพอเพี ย ง a.พฤติ ก รรม การบริ โ ภค a.พฤติ ก รรม a. สิ ่ ง แวดล้ อ ม ทางเพศ a.พฤติ ก รรม a.พฤติ ก รรม ลดความเสี ่ ย ง ออกกำ า ลั ง กาย a. สุ ข ภาพจิ ต
  • 31.
    เศรษฐกิ จ พอเพีย ง กั บ การบริ ห ารจั ด การ
  • 32.
    แนวพระราชดำ า ริ ในการแก้ ไ ขปั ญ หาด้ า นการ บริ ห าร ๑) ทรงเป็ น แบบอย่ า งในการบริ ห ารงานโดย วางแผนร่ ว มกั น อย่ า งมี ร ะบบ  เน้ น การ พั ฒ นาอย่ า งเรี ย บง่ า ยและเป็ น ขั ้ น ตอน อย่ า งรั ด กุ ม รอบคอบและเป็ น ระบบ  เตรี ย มทำ า การบ้ า นมาก่ อ น ต้ อ งรู ้ จ ั ก ภู ม ิ ป ระเทศ สภาพภู ม ิ อ ากาศและรั บ ข้ อ มู ล จาก การใช้ เ ทคโนโลยี ส ารสนเทศสมั ย ใหม่ สภาพ ความเป็ น จริ ง และเดื อ ดร้ อ นของราษฎร  ตรวจสอบข้ อ มู ล ในพื ้ น ที ่  เน้ น ให้ ป ระชาชนมี ส ่ ว นร่ ว มในการตั ด สิ น ใจใน โครงการที ่ ม ี ผ ลกระทบต่ อ ส่ ว นได้ ส่ ว นเสี ย ของชุ ม ชนตั ้ ง แต่ เ ริ ่ ม โครงการ  ส่ ง เสริ ม การทำ า ประชาพิ จ ารณ์  คิ ด ค้ น วิ ธ ี ก ารแก้ ไ ขปั ญ หาสะท้ อ นออกมาในรู ป ของโครงการทดลองส่ ว นพระองค์
  • 33.
    แนวพระราชดำ า ริ ในการแก้ ไ ขปั ญ หาด้ า นการ บริ ห าร ๒) การบริ ห ารจั ด การแบบบู ร ณาการ  เน้ น อาศั ย หลั ก วิ ช าการที ่ ห ลากหลายมาแก้ ไ ข ปั ญ หาร่ ว มกั น แบบสหวิ ท ยาการ  ใช้ ว ิ ธ ี บ ู ร ณาการ คื อ นำ า ส่ ว นที ่ แ ยกๆกั น มารวม กั น เข้ า เป็ น อั น หนึ ่ ง อั น เดี ย วกั น เพื ่ อ ประสานความร่ ว มมื อ ร่ ว มค้ น สาเหตุ ข อง ปั ญ หา ร่ ว มกั น กำ า หนดแผนงาน ร่ ว มกั น ปฏิ บ ั ต ิ แ ละร่ ว มกั น ประเมิ น ผลการ ทำ า งาน  ผนึ ก กำ า ลั ง หรื อ ระดมกำ า ลั ง ของหน่ ว ยงานต่ า งๆ  ริ เ ริ ่ ม ศู น ย์ บ ริ ก ารแบบเบ็ ด เสร็ จ สำ า หรั บ เกษตรกร  การบริ ห ารงานอย่ า งมี เ อกภาพ ร่ ว มกั น ทำ า งาน
  • 34.
    แนวพระราชดำ า ริ ในการแก้ ไ ขปั ญ หาด้ า นการ บริ ห าร ๓) การบริ ห ารงานที ่ ส อดคล้ อ งกั บ ภู ม ิ ส ั ง คม การพั ฒ นาที ่ ย ึ ด ปั ญ หาและสภาพแวดล้ อ มของ แต่ ล ะพื ้ น ที ่ เ ป็ น หลั ก ใช้ ภ ู ม ิ ป ั ญ ญาท้ อ งถิ ่ น ภู ม ิ ป ั ญ ญาชาวบ้ า นมา ปรั บ ใช้ ใ ห้ ส อดคล้ อ งกลมกลื น กั บ วิ ช าการแผน ใหม่ อ ย่ า งเป็ น ระบบและต่ อ เนื ่ อ งเป็ น กระบวน การเดี ย วกั น เป็ น การผสมผสานเทคโนโลยี เ ก่ า กั บ เทคโนโลยี ใ หม่ ใ ห้ ก ลมกลื น กั น ชาวบ้ า น สามารถนำ า ไปใช้ ไ ด้ จ ริ ง อย่ า งเหมาะสมลงตั ว “...การพั ฒ นาจะต้ อ งเป็ น ไปตามภู ม ิ ป ระเทศทาง ภู ม ิ ศ าสตร์ และภู ม ิ ป ระเทศทางสั ง คมศาสตร์ ใ น สั ง คมวิ ท ยา ภู ม ิ ป ระเทศตามสั ง คมวิ ท ยา คื อ นิ ส ั ย ใจคอของคนเราจะไปปบั ง คั บ ให้ ค นคิ ด อย่ า งอื ่ น ไม่ ไ ด้
  • 35.
    เศรษฐกิ จ พอเพีย งกั บ ภาค การผลิ ต  สาขาการเกษตร รู ป แบบการพั ฒ นาที ่ เ หมาะ สมของภาคเกษตร คื อ การพั ฒ นาแบบสมดุ ล ระหว่ า งการใช้ ทรั พ ยากรธรรมชาติ เทคโนโลยี ก ารผลิ ต และ การดู แ ลรั ก ษาสิ ่ ง แวดล้ อ ม เน้ น การบำ า รุ ง จั ด หาดิ น และนำ ้ า การกำ า หนดแผนการใช้ ที ่ ด ิ น ที ่ เ หมาะสมโดยแบ่ ง พื ้ น ที ่ เ ป็ น เขต เกษตรกรรม  สาขาอุ ต สาหกรรม เน้ น อุ ต สาหกรรมที ่ สามารถนำ า ภู ม ิ ป ั ญ ญาท้ อ งถิ ่ น มา ผสมผสานเข้ า ในขบวนการผลิ ต และไม่ ต ้ อ ง
  • 36.
    การประยุ ก ต์ใ ช้ เ ศรษฐกิ จ พอ เพี ย งกั บ อุ ต สาหกรรมขนาดกลางและ หากเอา ศกพ. มาประยุ ก ต์ ใ ช้ จ ะก่ อ ให้ เ กิ ด ผลดี ต่ อ การดำ า เนิ น ธุ ร กิ จ ๗ ประการ ขนาดย่ อ ม  ใช้ เ ทคโนโลยี ท ี ่ เ หมาะสม คื อ ราคาไม่ แ พง แต่ ถ ู ก หลั ก วิ ช าการ  มี ข นาดการผลิ ต ที ่ เ หมาะสมสอดคล้ อ งกั บ ความ สามารถในการบริ ห ารจั ด การ  ไม่ โ ลภจนเกิ น ไป และไม่ เ น้ น กำ า ไรระยะสั ้ น เป็ น หลั ก  ซื ่ อ สั ต ย์ ส ุ จ ริ ต ไม่ เ อาเปรี ย บผู ้ บ ริ โ ภค ลู ก ค้ า แรงงาน และผู ้ จ ำ า หน่ า ยวั ต ถุ ด ิ บ  เน้ น การกระจายความเสี ่ ย งจากการมี ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ท ี ่ หลากหลาย และปรั บ เปลี ่ ย น ผลผลิ ต ได้ ง ่ า ย
  • 37.
    ทิ ศ ทางการพัฒ นาประเทศในระยะ 10-15 ปี ข ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่การพัฒนาทีำสมดุล มีคณภาพยัำงยืน ุ สร้างสังคมแห่งการ สร้างความเข้มแข็ง เรียนรู้ จัดการและคุ้มครอง ทางเศรษฐกิจอย่างมี ฐาน มีคุณภาพ เสมอ คุณภาพ ภาคและสมานฉันท์ ทรัพยากรธรรมชาติ •พัฒนาศักยภาพคน ปรับตัวได้มนคงและ ัำ และ และการปรับตัวบน กระจายการพัฒนาทีำ สิำงแวดล้อมอย่าง •พัฒนาคุณภาพ ้ สังคมฐานความรู •พัฒเป็นธรรม จ นาเศรษฐกิ •สงวนรักษา ำอ ยังยืนเพื ำ ชีวิต และความ อย่างมี ผลประโยชน์ต่อคน ทรัพยากร มัำนคงในการดำารง เสถียรภาพ และมี รุ่นอนาคต ธรรมชาติทั้งการใช้ •สร้ิตงความเสมอ ชีว า ภาคและการมีส่วน ภูมิคุ้มกัน การป้องกัน และ •ปรับโครงสร้าง การจัดการ ร่วมของภาคีการ พัฒนาในการ เศรษฐกิจบการ ทีำพร้อมรั ทีำ •จัดการและธำารง อย่างมี สมดุำยนแปลง เปลี ล พึำงตนเอง ไว้ซึำงทธิภาพ •สร้หงภูมดการ และ บริ า ารจั ิคุ้มกัน ประสิ คุณภาพสิำง สังคมทีำดี และแข่งขัน •กระจายผล •กระจายการใช้ ความเข้มแข็งของ แวดล้อมทีำดี าง ทุนทางสังคมให้ ได้ด้วยฐานความรู้ ประโยชน์ของ ทรัพยากรอย่ เป็นธรรมและการ เกิดสันติสุข การพัฒนาทาง มีส่วนร่วมของ

Editor's Notes

  • #30 สำหรับวิกฤตปี 2540 ของไทย เมื่อวิเคราะห์แล้ว พบว่ามีสาเหตุสำคัญใน 3 ระดับที่ร่วมกันส่งผลให้เกิดความเปราะบางขึ้นในระบบ กล่าวคือ ปัญหาเงินทุนที่ไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากในช่วงก่อนหน้า ปัญหาระบบการเงินและระบบสถาบันการเงินที่ยังอ่อนแอ ปัญหาระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่แต่มีการเปิดเสรี ที่ทำให้ภาคเอกชนกู้ยืม จากต่างประเทศระยะสั้นโดยไม่ได้มีการป้องกันความเสี่ยงตามควร จากความเปราะบางดังกล่าว เมื่อเกิดปัญหา จึงมีความรุนแรงเป็นพิเศษ ดังนั้น การแก้ไขปัญหาจึงต้องเข้าใจว่ากลไกในการเกิดวิกฤตคืออะไร ความเปราะบางเกิดจากอะไร