แนวทางประยุกต์ใช้   “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”  เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน บรรยายโดย วิโชติ  จงรุ่งโรจน์ สำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคใต้ 29  พฤศจิกายน  2550
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง   เป็นปรัชญาที่ในหลวงทรงชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า  30  ปี ปัจจุบันมีบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร และธุรกิจ นำหลักปรัชญาดังกล่าวไปใช้ เป็นจำนวนมากขึ้นตามลำดับ
ที่มาของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ขอให้ทุกคน มีความปรารถนา ที่จะให้เมืองไทย  พออยู่พอกิน  มีความสงบ และทำงานตั้งจิตอธิษฐาน ตั้งปณิธานในทางนี้ ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบ พออยู่พอกิน  ไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่ว่ามีความ พออยู่พอกิน  มีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ถ้าเรารักษาความ พออยู่พอกิน นี้ได้ เราก็จะยอดยิ่งยวดได้ ( พระราชดำรัสฯ เมื่อ  4  ธันวาคม  2517)
คนเราถ้าพอใจในความต้องการ ก็มี ความโลภ น้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็  เบียดเบียน  คนอื่นน้อย  ถ้าทุกประเทศมีความคิด อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ  มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่ โลภ อย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข ( พระราชดำรัสฯ เมื่อ  4  ธันวาคม  2541)
เศรษฐกิจพอเพียง  เป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่งคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็มที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือน ตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ ก็อยู่ที่เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็มและลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้ำไป ( พระราชดำรัสฯ เมื่อ สิงหาคม  2542)
นิยามของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตน ของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ ครอบครัว ชุมชน จนถึงรัฐ ทั้งในกาพัฒนา และบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง  โดยเฉพาะการพัฒนา เศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อ ผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการ นำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน และ ขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่รัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสำนักในคุณธรรม  ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความ อดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อม ต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ  สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
สรุปปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิด หลักการ เงื่อนไข เป้า ประสงค์ ทางสายกลาง แนวทางการดำรงอยู่ การปฏิบัติตน ในทุกระดับ ครอบครัว  ชุมชน  รัฐ  -  ในการพัฒนา บริหารประเทศ พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน ในตัวที่ดี ความรอบรู้ คุณธรรม ความเพียร ความรู้ในตัวคน ในหลักวิชา รอบคอบ ระมัดระวัง ซื่อสัตย์ สุจริต อดทน ขยันหมั่นเพียร  มีสติ เชื่อมโยงวิถีชีวิต / เศรษฐกิจ / สังคม / สิ่งแวดล้อม / การเมือง สร้างสมดุล / มั่นคง / เป็นธรรม / ยั่งยืน  พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
ส่งเสริมการบริโภคแบบพอเพียง การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ  แบบพอประมาณ / รู้เท่าทัน สนับสนุนวิสาหกิจชุมชน / สหกรณ์ ส่งเสริมการเกษตรแบบผสมผสาน เน้นการสร้างภูมิคุ้มกัน พึ่งตนเองได้ ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม มุ่งสู่การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน ส่งเสริมการบริโภคนิยม เน้นการเจริญเติบโตทาง  เศรษฐกิจ  (GDP) การลงทุนภาคอุตสาหกรรม การค้าแบบทันสมัย ส่งเสริมเกษตรเชิงเดี่ยว ลดการพึ่งตนเอง พึ่งพา  ปัจจัยภายนอก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระบบเศรษฐกิจกระแสหลัก
แนวคิดการดำเนินงานขับเคลื่อน สร้างเพื่อน  สานข่าย ขยายผล ค้นหาตัวอย่างรูปธรรม ที่หลากหลาย สร้างองค์ความรู้ ฐานข้อมูล พัฒนากระบวนการ เรียนรู้ที่เหมาะสมกับ กลุ่มเป้าหมายต่างๆ
การแปลงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ การแปลงสู่การปฏิบัติมีมากขึ้น เช่น ผ่านทาง  ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ปี  50  ใช้งบ  7,000  ล้านบาท ปี  51  ตั้งงบไว้  15,000  ล้านบาท ใช้ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจกระแสหลัก  ยังคงอันเชิญไว้ใน แผนพัฒนาฯ ฉบับที่  10 (2550-54) มีค่อนข้างจำกัด มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจกระแสหลัก เป็นยุครัฐบาลทักษิณ  การแปลงสู่การปฏิบัติ เริ่มอันเชิญไว้ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่  9 (2545-49) ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง
แนวทางประยุกต์ใช้ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”  เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ความพอประมาณ ลดและรู้จักบริโภค ลดการซื้อสินค้า / บริการ ลดการผลิต ลดการปล่อยมลพิษ สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ลดการใช้ทรัพยากร ทรัพยากรฟื้นตัว / เหลือให้รุ่นหลัง ลดการใช้พลังงาน ลดขยะ มลพิษ
แนวทางประยุกต์ใช้ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”  เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ความมีเหตุผล ใช้สิ่งของอย่างคุ้มค่า ลดการซื้อสินค้า / บริการ ลดการผลิต ลดการปล่อยมลพิษ สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ลดการใช้ทรัพยากร ทรัพยากรฟื้นตัว / เหลือให้รุ่นหลัง ลดการใช้พลังงาน ลดขยะ มลพิษ
แนวทางประยุกต์ใช้ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”  เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน มีภูมิคุ้มกัน พึ่งตนเองได้ ลดการซื้อ / ผลิตใช้ในชุมชน ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง ดินปรับสภาพดีขึ้น ประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น แหล่งน้ำบนดิน / ใต้ดินดีขึ้น สัตว์น้ำฟื้นตัว / ใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น การร่วมกันดูแลทรัพยากรในชุมชน ทรัพยากรฟื้นตัวได้ใช้อย่างยั่งยืน หันมาใช้พลังงานทางเลือก
แนวทางประยุกต์ใช้ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”  เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ทั้งในมิติของ ความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันดังกล่าว สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในระดับ ครอบครัว ชุมชน องค์กร ธุรกิจ ประเทศ และโลก
เงื่อนไขการประยุกต์ใช้  “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”  เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน การประยุกต์ใช้  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ การทำให้ผู้คนรู้สึกตระหนักถึง ยากกว่ามาก เพราะเป็นการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายกิเลส ความโลภ และผลประโยชน์ส่วนตัว กับฝ่ายทางสายกลาง ความพอเพียง และสำนึกต่อส่วนรวม ในสถานการณ์  ภาวะโลกร้อน  อันเกิดจากการพัฒนาของมนุษย์ การเดินไปในกระแสของวัตถุนิยมและบริโภคนิยมสุดๆ ต่อไป คือการเดินไปสู่หายนะของมนุษยชาติอย่างแท้จริง ................................................
10  ประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุด เป็นข้อมูลปี  2004 ไทยอยู่อันดับที่  22 (1.0  %) ข้อมูลปี  2006  จีนขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง 1.7 % 10.  อิตาลี 1.7 % 9.  เกาหลีใต้ 2.2 % 8.  อังกฤษ 2.3 % 7.  แคนาดา 3.0 % 6.  เยอรมนี 4.6 % 5.  ญี่ปุ่น 4.9 % 4.  อินเดีย 5.6 % 3.  รัสเซีย 18.4 % 2.  จีน 22.2  % 1.  สหรัฐอเมริกา

การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียง

  • 1.
    แนวทางประยุกต์ใช้ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน บรรยายโดย วิโชติ จงรุ่งโรจน์ สำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคใต้ 29 พฤศจิกายน 2550
  • 2.
    ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ในหลวงทรงชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 30 ปี ปัจจุบันมีบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร และธุรกิจ นำหลักปรัชญาดังกล่าวไปใช้ เป็นจำนวนมากขึ้นตามลำดับ
  • 3.
  • 4.
    ขอให้ทุกคน มีความปรารถนา ที่จะให้เมืองไทย พออยู่พอกิน มีความสงบ และทำงานตั้งจิตอธิษฐาน ตั้งปณิธานในทางนี้ ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบ พออยู่พอกิน ไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่ว่ามีความ พออยู่พอกิน มีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ถ้าเรารักษาความ พออยู่พอกิน นี้ได้ เราก็จะยอดยิ่งยวดได้ ( พระราชดำรัสฯ เมื่อ 4 ธันวาคม 2517)
  • 5.
    คนเราถ้าพอใจในความต้องการ ก็มี ความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็ เบียดเบียน คนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่ โลภ อย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข ( พระราชดำรัสฯ เมื่อ 4 ธันวาคม 2541)
  • 6.
    เศรษฐกิจพอเพียง เป็นเสมือนรากฐานของชีวิตรากฐานความมั่งคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็มที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือน ตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ ก็อยู่ที่เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็มและลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้ำไป ( พระราชดำรัสฯ เมื่อ สิงหาคม 2542)
  • 7.
    นิยามของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ ครอบครัว ชุมชน จนถึงรัฐ ทั้งในกาพัฒนา และบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนา เศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อ ผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการ นำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน และ ขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่รัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสำนักในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความ อดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อม ต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
  • 8.
    สรุปปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิด หลักการเงื่อนไข เป้า ประสงค์ ทางสายกลาง แนวทางการดำรงอยู่ การปฏิบัติตน ในทุกระดับ ครอบครัว ชุมชน รัฐ - ในการพัฒนา บริหารประเทศ พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน ในตัวที่ดี ความรอบรู้ คุณธรรม ความเพียร ความรู้ในตัวคน ในหลักวิชา รอบคอบ ระมัดระวัง ซื่อสัตย์ สุจริต อดทน ขยันหมั่นเพียร มีสติ เชื่อมโยงวิถีชีวิต / เศรษฐกิจ / สังคม / สิ่งแวดล้อม / การเมือง สร้างสมดุล / มั่นคง / เป็นธรรม / ยั่งยืน พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
  • 9.
    ส่งเสริมการบริโภคแบบพอเพียง การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แบบพอประมาณ / รู้เท่าทัน สนับสนุนวิสาหกิจชุมชน / สหกรณ์ ส่งเสริมการเกษตรแบบผสมผสาน เน้นการสร้างภูมิคุ้มกัน พึ่งตนเองได้ ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม มุ่งสู่การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน ส่งเสริมการบริโภคนิยม เน้นการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจ (GDP) การลงทุนภาคอุตสาหกรรม การค้าแบบทันสมัย ส่งเสริมเกษตรเชิงเดี่ยว ลดการพึ่งตนเอง พึ่งพา ปัจจัยภายนอก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระบบเศรษฐกิจกระแสหลัก
  • 10.
    แนวคิดการดำเนินงานขับเคลื่อน สร้างเพื่อน สานข่าย ขยายผล ค้นหาตัวอย่างรูปธรรม ที่หลากหลาย สร้างองค์ความรู้ ฐานข้อมูล พัฒนากระบวนการ เรียนรู้ที่เหมาะสมกับ กลุ่มเป้าหมายต่างๆ
  • 11.
    การแปลงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ การแปลงสู่การปฏิบัติมีมากขึ้น เช่นผ่านทาง ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ปี 50 ใช้งบ 7,000 ล้านบาท ปี 51 ตั้งงบไว้ 15,000 ล้านบาท ใช้ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจกระแสหลัก ยังคงอันเชิญไว้ใน แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 (2550-54) มีค่อนข้างจำกัด มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจกระแสหลัก เป็นยุครัฐบาลทักษิณ การแปลงสู่การปฏิบัติ เริ่มอันเชิญไว้ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 (2545-49) ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง
  • 12.
    แนวทางประยุกต์ใช้ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ความพอประมาณ ลดและรู้จักบริโภค ลดการซื้อสินค้า / บริการ ลดการผลิต ลดการปล่อยมลพิษ สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ลดการใช้ทรัพยากร ทรัพยากรฟื้นตัว / เหลือให้รุ่นหลัง ลดการใช้พลังงาน ลดขยะ มลพิษ
  • 13.
    แนวทางประยุกต์ใช้ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ความมีเหตุผล ใช้สิ่งของอย่างคุ้มค่า ลดการซื้อสินค้า / บริการ ลดการผลิต ลดการปล่อยมลพิษ สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ลดการใช้ทรัพยากร ทรัพยากรฟื้นตัว / เหลือให้รุ่นหลัง ลดการใช้พลังงาน ลดขยะ มลพิษ
  • 14.
    แนวทางประยุกต์ใช้ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน มีภูมิคุ้มกัน พึ่งตนเองได้ ลดการซื้อ / ผลิตใช้ในชุมชน ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง ดินปรับสภาพดีขึ้น ประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น แหล่งน้ำบนดิน / ใต้ดินดีขึ้น สัตว์น้ำฟื้นตัว / ใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น การร่วมกันดูแลทรัพยากรในชุมชน ทรัพยากรฟื้นตัวได้ใช้อย่างยั่งยืน หันมาใช้พลังงานทางเลือก
  • 15.
    แนวทางประยุกต์ใช้ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ทั้งในมิติของ ความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันดังกล่าว สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในระดับ ครอบครัว ชุมชน องค์กร ธุรกิจ ประเทศ และโลก
  • 16.
    เงื่อนไขการประยุกต์ใช้ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน การประยุกต์ใช้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ การทำให้ผู้คนรู้สึกตระหนักถึง ยากกว่ามาก เพราะเป็นการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายกิเลส ความโลภ และผลประโยชน์ส่วนตัว กับฝ่ายทางสายกลาง ความพอเพียง และสำนึกต่อส่วนรวม ในสถานการณ์ ภาวะโลกร้อน อันเกิดจากการพัฒนาของมนุษย์ การเดินไปในกระแสของวัตถุนิยมและบริโภคนิยมสุดๆ ต่อไป คือการเดินไปสู่หายนะของมนุษยชาติอย่างแท้จริง ................................................
  • 17.
    10 ประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดเป็นข้อมูลปี 2004 ไทยอยู่อันดับที่ 22 (1.0 %) ข้อมูลปี 2006 จีนขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง 1.7 % 10. อิตาลี 1.7 % 9. เกาหลีใต้ 2.2 % 8. อังกฤษ 2.3 % 7. แคนาดา 3.0 % 6. เยอรมนี 4.6 % 5. ญี่ปุ่น 4.9 % 4. อินเดีย 5.6 % 3. รัสเซีย 18.4 % 2. จีน 22.2 % 1. สหรัฐอเมริกา