ชนิดและความชุกชุมของปลาในแนวปะการัง
บริเวณหมู่เกาะอาดัง ราวี อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
ทรงธรรม สุขสว่าง1 ศุภพร เปรมปรีดิ์2 อาลาดีน ปากบารา2
ฑิฆัมพร ว่องธวัชชัย2 วินัย ปราณสุข3 ปณพล ชีวเสรีชล4
เอกพงษ์ เหมรา5
1สถาบันนวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง สานักอุทยานแห่งชาติ
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
2ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครองทางทะเล จังหวัดตรัง
3สถานวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีวภาพแห่งคาบสมุทรไทย
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
4อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
5กลุ่ม Reef Guardian Satun
Introduction
Introduction
อ้างอิง Hughes, T.P. et al. 2007
Phase shift, herbivory, and the
resilience of coral reefs to
climate change. Current
Biology 17: 1-6
กลุ่มปลากินพืชช่วยฟื้นฟู
แนวปะการัง
ปลานกแก้ว 1 ตัว สามารถสร้างทรายได้ ปีละ 90 kg.
หรือได้กว่า 1 ตัน ตลอดชีวิตของมัน
ปลานกแก้ว 1ตัว สามารถควบคุมสาหร่ายที่ปกคลุม
ปะการังได้เฉลี่ยตัวละไม่ต่ากว่า 6400 ตารางเมตร
(4ไร่)
ตลอดชีวิตของปลานกแก้ว 1 ตัวสามารถเพิ่มพื้นที่
ให้ตัวอ่อนปะการังเติบโตได้มากกว่า 30 ก้อน
ปะการังสามารถกักเก็บคาร์บอนไว้ในรูปของ
โครงสร้างหินปูน (แคลเซียมคาร์บอเนต) ได้เป็น
จานวนมหาศาล
คาร์บอนไดออกไซด์เป็น 1 ในก๊าซเรือนกระจกที่ถูก
ปลดปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุดโดยกิจกรรมของ
มนุษย์
ปลานกแก้ว เพิ่มโอกาสในการกักเก็บ
คาร์บอนในทะเลโดยการเพิ่มโอกาสให้
ปะการังได้เติบโต
ปลานกแก้วทาให้คาร์บอนมีประโยชน์โดยการครูดกินซาก
ปะการังตายและสาหร่ายหินปูน มาสร้างทรายเพิ่มให้กับ
ชายหาด
ความสาคัญของปลากินพืชในแนวปะการังอย่างปลานกแก้ว
ที่มา : Jirapong Jeewarongkhakool
P. J. Mumby et al. 2013. "Operationalizing the resilience of coral reefs in an era of climate change."
Conservation Letters. doi: 10.1111/conl.12047
อ้างอิง
งานวิจัยระยะยาวโดยดร.ปีเตอร์ มัมบี้ แห่งมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์และ
คณะที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร Conservation Letter (2013)
พบว่าแนวปะการังในเขตที่ไม่มีการจับปลา (No-take areas)
โดยเฉพาะแนวที่ยังมีประชากรปลานกแก้วอุดมสมบูรณ์สามารถฟื้นตัวจาก
ปรากฏการณ์ฟอกขาวได้เร็วกว่าแนวปะการังอื่นนอกเขตอนุรักษ์ถึง 6 เท่า
วัตถุประสงค์ของการศึกษา
• เพื่อศึกษาชนิดและความชุกชุมของปลาในแนวปะการังหมู่เกาะอาดัง ราวี
อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
• เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของปลากินพืชในแนวปะการังหมู่เกาะอาดัง
ราวี อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
Scaridae
Daisy parrotfish ปลานกแก้วหัวมน
Chlorurus sordidus
Juv.
Scarus frenatus
Bridled Parrotfish ปลานกแก้วเกล็ดด่าง
Singapore parrotfish ปลานกแก้วแก้มเขียว
Scarus prasiognathos
Scarus rubroviolaceus
Ember parrotfish ปลานกแก้วหางยาว
ตัวผู้ตัวเมีย
Acanthuridae
Acanthurus lineatus
Lined surgeonfish ปลาขี้ตังเบ็ดลายตรง
Acanthurus tristis
Indian Ocean mimic surgeonfish ปลาขี้ตังเบ็ดแปลงหน้าขาว
Ctenochaetus striatus
Striated surgeonfish ปลาขี้ตังเบ็ดเส้นบาง
Naso lituratus
Orangespine unicornfish ปลาขี้ตังเบ็ดหนามส้ม
Zebrasoma scopas
Twotone tang ปลาขี้ตังเบ็ดหนามขาว
Siganidae
Siganus guttatus
Orange-spotted spinefoot ปลาสลิดทะเลจุดเหลือง
Siganus javus
Streaked spinefoot ปลาสลิดทะเลแถบ
Siganus virgatus
Barhead spinefoot ปลาสลิดทะเลหน้าดา
Blennidae
Ecsenius bicolor
Bicolor blenny ปลาตั๊กแตนหินสองสี
Plagiotremus phenax
Imposter fang blenny ปลาตั๊กแตนหินเขี้ยวเส้นขาว
Plagiotremus rhinorhynchos
Bluestriped Fang blenny ปลาตั๊กแตนหินเขี้ยวแถบฟ้ า
Gobiidae
Amblygobius hectori
Hector's goby ปลาบู่เล็กเส้นเหลือง
Pomacanthidae
Apolemichthys xanthurus
Indian Yellowtail Angelfish ปลาสินสมุทรหน้าดา
Centropyge eibli ปลาสินสมุทรจิ๋วลายส้ม
Red Stripe Angelfish, Blacktail Angelfish
Pomacentridae
Dischistodus perspicillatus
White damsel ปลาสลิดหินลายเสือ
Site Study
วิธีการศึกษา
• การศึกษาชนิดของปลาในแนวปะการัง
การทาบัญชีรายชื่อชนิดปลาที่พบในแนวปะการังบริเวณหมู่
เกาะอาดัง ราวี อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ทาโดยการว่ายน้าสารวจทั้ง
แบบ snorkeling และแบบ SCUBA diving จดบันทึกชนิดของปลา
ที่พบในบริเวณสถานีทั้งหมด และบริเวณอื่นๆ โดยรอบ
วิธีการศึกษา
• การศึกษาความชุกชุมของปลาทาโดยใช้วิธีการทาสามะโนประชากรปลา
ด้วยสายตา (Fishes visual census technique) ตามวิธีมาตรฐานที่ใช้ใน
การสารวจประชากรปลาในแนวปะการังในโครงการ ASEAN-Australia:
Coastal Living Resources ซึ่งเป็นที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสาหรับ
การศึกษาประชากรปลาในแนวปะการัง (English et al., 1994) โดยใช้
นักดาน้าที่มีความสามารถในการจาแนกชนิดปลา ดาน้าทาการจาแนก
ชนิดและนับจานวนปลาตามแนวสารวจ (transect line)
วิธีการศึกษา
แนวสารวจ (transect
line) ความยาว 30
เมตร จานวน 3 แนว
สารวจต่อสถานี โดยใช้
สายตามองไปข้างหน้า
และแผ่กว้างออกไป
ทางด้านของแนว
สารวจทั้งซ้ายและขวา
ด้านละ 2.5 เมตร
วิธีการ
• นาข้อมูลชนิดและจานวนปลาที่สารวจได้มาจัดทาบัญชีรายชื่อชนิดและ
คานวณหาค่าความชุกชุมต่อพื้นที่ศึกษา (ตัว/100 ตารางเมตร) และหา
เปอร์เซ็นต์ความชุกชุมของปลาแต่ละกลุ่มในแต่ละพื้นที่ที่ทาการสารวจ
โดยมีวีธีการคานวณดังนี้
ความชุกชุมของปลาแต่ละชนิด (ตัว/ 100 ตารางเมตร) = จานวนตัวปลาที่สารวจพบ x 100
ขนาดพื้นที่ที่ทาการสารวจ
วิธีการ
• และหาเปอร์เซ็นต์ความชุกชุมของปลาแต่ละกลุ่ม
เปอร์เซ็นต์ความชุกชุมของปลาแต่ละกลุ่ม = ผลรวมความชุกชุมของปลาแต่ละกลุ่ม x 100
ผลรวมความชุกชุมของปลาทั้งหมด
เปอร์เซ็นต์ความชุกชุมของปลาแต่ละกลุ่ม = ผลรวมความชุกชุมของปลาแต่ละกลุ่ม x 100
ผลรวมความชุกชุมของปลาทั้งหมด
วิธีการ
การคานวณเปอร์เซ็นต์ความหนาแน่นปลาที่ลดลง (Pi)เพื่อใช้เทียบกับเกณฑ์การพิจารณาระดับ
ผลกระทบและขีดความสามารถในการรองรับได้
(Pi) = ((D2-D1)*100)/D2
Pi = เปอร์เซ็นต์ความหนาแน่นของปลาแต่ละชนิดที่ลดลง
D1 = ความหนาแน่นของปลาแต่ละชนิดในการสารวจครั้งแรก
D2 = ความหนาแน่นของปลาแต่ละชนิดในการสารวจครั้งที่สอง
ผลการศึกษา
183 ชนิด 93 สกุล 38 วงศ์
zผลการศึกษา
กินแพลงก์ตอน
28%
กินพืช
4%
กินสัตว์ไม่มี
กระดูกสันหลัง
24%
กินปลา
1%
กินได ้
หลากหลาย
43%
เปอร์เซ็นต์ความชุกชุมของปลาในแนวปะการังแยกตามพฤติกรรมการกินอาหาร
บริเวณหมู่เกาะอาดัง ราวี อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ปี 2553
ผลการศึกษา
กินแพลงก์ตอน
27%
กินพืช
2%
กินสัตว์ไม่มีกระดูกสัน
หลัง
26%
กินปลา
1%
กินได ้หลากหลาย
44%
เปอร์เซ็นต์ความชุกชุมของปลาในแนวปะการังแยกตามพฤติกรรมการกิน
อาหาร บริเวณหมู่เกาะอาดัง - ราวี อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ปี 2557
ผลการศึกษา
ผลการศึกษา
สถานภาพปะการังบริเวณหมู่เกาะอาดัง ราวี
59.00
38.25
44.07
55.81
52.33
16.32
38.81 36.62
29.62
33.5
ก่อนปี พ.ศ. 2553 พ.ศ.2554 พ.ศ.2555 พ.ศ.2556 พ.ศ. 2557
กราฟแสดงการปกคลุมเฉลี่ยของปะการังมีชีวิตบริเวณหมู่เกาะอาดัง ราวี
ก่อนและหลังปะการังฟอกขาว
ตารางแสดงการลงเกาะของปะการังวัยอ่อน โดยการจาแนกตามขนาดของโคโลนี
พบการลงเกาะของปะการังวัยอ่อนในพื้นที่ 18 ชนิด ส่วนใหญ่มักพบปะการังที่มีขนาดโคโลนี ในช่วง 3-4 และ 5-7 cm ตัวอ่อน
ปะการังมีการลงเกาะจานวนมากและมีความหลากหลายของชนิด พบปะการังโขดมีการลงเกาะมากกว่าปะการังชนิดอื่นในพื้นที่
บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่เหมาะสมแก่การลงเกาะอย่างมากควรได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมพบปะการังขนาด 1-2 cm มีจานวน
12.22 โคโลนี/100 ตารางเมตร, 3-4 cm มีจานวน 32.22 โคโลนี/100 ตารางเมตรและ 5-7 cm มีจานวน 148.89 โคโลนี/100
ตารางเมตร
Coral
L1 L2 L3
1-2 cm 3-4 cm 5-7 cm 1-2 cm 3-4 cm 5-7 cm 1-2 cm 3-4 cm 5-7 cm
Acropora sp. 1 5 5 2 6
Astreopora sp. 3 3
Echinopora sp. 1 1
Favia sp. 5 1 3
Favites sp. 2 3 3 7 4
Fungia sp. 5 5 4
Galaxea sp. 1 1 2
Goniopora sp. 1
Goniastrea sp. 3 2 1
Hydnophora sp. 1 1 1
Lobophyllia sp. 3 1
Pavona sp. 1 2
Pachyseris sp. 2 4 5
Plerogyra sp. 1 1 2
Pocillopora sp. 5 4 1 4
Porites sp. 2 6 11 4 4 5 2 3 12
Symphyllia sp. 3
Heliopora coerulea sp. 1 2
รวม 5 13 49 4 10 35 2 6 50
สรุป
• พบปลาในแนวปะการัง 183 ชนิด 93 สกุล 38 วงศ์ โดยกลุ่มปลาชนิดเด่น
คือ กลุ่มปลาสลิดหิน (Pomacentridae) พบ 36 ชนิด 14 สกุล รองลงมา
คือ กลุ่มปลานกขุนทอง (Labridae) 28 ชนิด 16 สกุล ปลาผีเสื้อ
(Chaetodontidae) 14 ชนิด 3 สกุล และปลานกแก้ว (Scaridae) 12
ชนิด 2 สกุล
• กลุ่มปลากินพืชที่มีบทบาทในการควบคุมสาหร่ายและช่วยในการฟื้นตัว
ของแนวปะการัง เช่นปลานกแก้ว ปลาขี้ตัง ปลาสลิดทะเล มีเปอร์เซ็นต์
ความชุกชุมเท่ากับ 1.51 เปอร์เซ็นต์ หรือ 11 ตัวต่อ 100 ตร.ม. ในปี
2557 ลดลงจากปี 2553 ซึ่งมี 3.81 เปอร์เซ็นต์ หรือ 24 ตัวต่อ 100 ตร.ม
ซึ่งจานวนที่ลดลง คิดเป็น 53.9 เปอร์เซ็นต์
การนาไปใช้ประโยชน์
Conservation
Program
Hippocampus sp.
Seahorse
ม้าน้า
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Solenostomus sp.
ชื่อสามัญ : Harlequin ghost pipefish
: ปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gymnothorax sp.
ชื่อสามัญ : Moray eel
: ปลาไหลมอเรย์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Antennarius sp.
ชื่อสามัญ : Frogfish
: ปลากบ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eurypegasus sp.
ชื่อสามัญ : Seamoth, Dragonfish
: ปลาผีเสื้อราตรี
Special Thanks
ดร. ทรงธรรม สุขสว่าง
ผู้อานวยการสถาบันนวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง
ปณพล ชีวเสรีชล และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา
Reef Guardian Thailand
Thank You

ชนิดและความชุกชุมของปลาแนวปะการัง อาดัง ราวี ตรัง