การศึกษาสถานภาพและศักยภาพของแนวเชื่อมต่อ
ทางระบบนิเวศของพื้นที่คุ้มครองในประเทศไทย
ทรงธรรม สุขสว่าง
ดาเนินการศึกษาตั้งแต่ปี 2554 - 2556
รวมสารวจความหลากหลายทางชีวภาพ 8 แนว 5 กลุ่มป่า
แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศทางบก 6 แนว
แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศทางทะเล 2 แนว
สารวจด้านเศรษฐกิจและสังคม 1 แนว (ในแนวเดิมที่เคยศึกษา
ความหลากหลาย)
ในปีนี้ 2557 กาลังศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพอีก 5 แนว 6 กลุ่มป่า
แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศทางบก 3 แนว
แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศทางทะเล 2 แนว
สารวจด้านเศรษฐกิจและสังคม 1 แนว (ในแนวเดิมที่เคยศึกษาความ
หลากหลาย)
แนวเชื่อมต่อทางระบบนิเวศ
ปี 2554 ดาเนินการ 1 แนว
ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง
จังหวัดเพชรบุรี
แนวเชื่อมต่อทางระบบนิเวศระหว่างอุทยาน
แห่งชาติแก่งกระจานและอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
ในกลุ่มป่าแก่งกระจาน
พื้นที่ศึกษา
มีพื้นที่รวม 131,292 ตร.กม.
อยู่ในความรับผิดชอบของ 3 หน่วยงาน คือ
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
กองทัพบก และกรมป่าไม้
จาแนกระบบนิเวศในพื้นที่
ได้เป็น 11 ระบบนิเวศ
คือ ป่าดงดิบเขา ป่าดง
ดิบชื้น ป่าดงดิบชื้นผสม
ดิบแล้งหรือป่าดงดิบ
แล้งระดับสูง ป่าดงดิบ
แล้งระดับกลาง ป่าดง
ดิบแล้งระดับต่า ป่า
ผสมผลัดใบ ป่าดงดิบ
แล้งผสมเบญจพรรณ
ป่าทดแทน ป่าไผ่ ไร่
ร้าง และพื้นที่
เกษตรกรรม
ป่าไม้
เส้นชั้นความสูงในแปลงตัวอย่าง การกระจายของไม้ยืนต้น
แสดงการกระจายตามขนาด dbh.
โมเดล 3 มิติ
การกระจายของ
ไม้ยืนต้นและ
โครงสร้าง 3 มิติ
ในแปลงตัวอย่าง
การปกคลุมของเรือนยอดไม้ในแปลง
ตัวอย่างป่าดิบแล้ง
ก
ข
ค ง
จาปีเพชร (Magnolia
mediocris (Dandy)
Figlar)
อ้ายเหลี่ยม (Sauropus
thyrsiflorus Welzen,
Blumea)
พรรณไม้หายากที่พบ
ในแนวเชื่อมต่อ
แนวสารวจเส้นละ 4 กม.
จานวน 10 เส้น
ระยะห่างระหว่างแนว 2
กม. แบ่งเป็น
แนวติดกับแก่งกระจาน 5
แนว และ แนวติดกับกุย
บุรี 5 แนว
สัตว์ป่า
แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
ประเทศเมียนมาร์
สัญลักษณ์
เส้นสำรวจ
อุทยำนแห่งชำติแก่งกระจำน
อุทยำนแห่งชำติกุยบุรี
แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ
0 1 2 3 4.5
Kilometers
พบสัตว์ป่า ทั้งหมด
61 วงศ์ 177 ชนิด
จาแนกเป็น สัตว์เลี้ยง
ลูกด้วยนม 8 อันดับ
18 วงศ์ 35 ชนิด นก
32 วงศ์ 107 ชนิด
สัตว์เลื้อยคลาน 10
วงศ์ 22 ชนิด สัตว์
สะเทินน้าสะเทินบก 3
วงศ์ 13 ชนิด
จุดพิกัดที่สารวจพบร่องรอยหรือพบเห็นตัวสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในพื้นที่สารวจ วิเคราะห์ด้วยวิธี
kernel density analysis
พบชนิดสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ 10 ชนิด ได้แก่
เสือโคร่ง เสือดาว สมเสร็จ กระทิง เลียงผา หมี
ควาย หมีหมา หมูป่า เก้ง กวางป่า
รอยตีนเลียงผา
รอยกระทิงกองมูลเสือโคร่ง
รอยเสือดาว
2.405 / 0.888
2.330 / 0.840
2.169 / 0.702
2.514 / 0.763
วิเคราะห์ดัชนีความหลากหลาย พบว่า บริเวณ
แก่งกระจานกับกุยบุรี (พื้นที่อนุรักษ์) มีค่าสูง
กว่าในแนวเชื่อมต่อ (ไม่ใช่พื้นที่อนุรักษ์)
นก
พบนกกะลิงเขียด
หางหนาม
(บริเวณดอกจัน)
ในเขตกุยบุรี
ตามรายงานการ
พบในไทย คือ ที่
พะเนินทุ่ง แก่ง
กระจานเท่านั้น
กระทิง
เลียงผา
การกระจายของสัตว์
0.710
0.694
ดัชนีความคล้ายคลึงระหว่างแนวเชื่อมต่อกับแก่ง
กระจานและกุยบุรี ตรงช่วงต่อกับกุยบุรีค่าน้อย
กว่า อาจเป็นเพราะผลกระทบจากถนนที่เข้าสู่
น้าตกแพรกตะคร้อ
เป็นข้อมูลในการผนวกพื้นที่ ขณะนี้อยู่
ระหว่างเสนอพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ อช.กุย
บุรี โดยอยู่ในขั้นตอนขอความเห็นชอบจาก
หน่วยงานที่รับผิดชอบ เพราะพื้นที่ส่วน
ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ 3
หน่วยงาน คือ กรมอุทยานฯ กรมป่าไม้และ
กองทัพบก
การนาผลการศึกษาไปใช้ประโยชน์
ปี 2555 ดาเนินการ 3 แนว
แนวเชื่อมต่อทางระบบนิเวศระหว่างอุทยาน
แห่งชาติน้าหนาวกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ภูผาแดง ในกลุ่มป่าภูเขียว–น้าหนาว
ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง
จังหวัดพิษณุโลก
พื้นที่ศึกษา
เป็นการศึกษาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากทางหลวง
หมายเลข 12 ตัดผ่านกลางพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้าหนาว
และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง ทาให้ผืนป่าถูกแบ่ง
ออกเป็นสองส่วน ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายของ
สัตว์ป่า
เส้นชั้นความสูงและตาแหน่งของต้นไม้ในแปลงตัวอย่างขนาดเล็กป่าสนเขา
ป่าไม้
จาแนกระบบนิเวศใน
พื้นที่ ได้เป็น 5 ระบบ
นิเวศ ได้แก่ ป่าดิบเขา
ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา
ป่าผสมผลัดใบ และป่า
เต็งรัง
การหาค่าดัชนีความสาคัญ
วางแนวสารวจ
ตามแนวทางหลวง
หมายเลข 12
จานวน 20 เส้นๆ
ละ 4 กม.
ระยะห่างระหว่าง
แนว 2 กม.
สัตว์ป่า
สารวจพบสัตว์ป่า
ทั้งหมด 70 วงศ์
162 ชนิด จาแนก
เป็นสัตว์เลี้ยงลูก
ด้วยนม 19 วงศ์ 28
ชนิด พบนก 37
วงศ์ 97 ชนิด
สัตว์เลื้อยคลาน 8
วงศ์ 23 ชนิด สัตว์
สะเทินน้าสะเทินบก
6 วงศ์ 14 ชนิด
แผนที่ภาพรวมการกระจายของสัตว์ 4 กลุ่ม
ได้แก่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน
สัตว์สะเทินน้าสะเทินบก และนก
พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่มีบทบาทต่อระบบนิเวศ 8 ชนิด
ได้แก่ ช้างป่า กวางป่า กระทิง หมูป่า เก้ง หมาจิ้งจอก หมีควาย
และหมีหมา
รอยเท้าช้างป่าข้ามถนน รอยเท้ากวาง
สัตว์ป่าที่ถูกรถเหยียบบนถนนขณะข้ามทาง
คนเก็บหาของป่า
(ในภาพคือ เก็บเห็ด)
ห้างดักยิงสัตว์
ข้อเสนอแนะจาก
การศึกษา
ควรออกแบบจัดทาแนวเชื่อมต่อทาง
ระบบนิเวศที่ทางหลวงหมายเลข 12 ตัด
ผ่านอุทยานแห่งชาติน้าหนาวอย่างน้อย
จานวน 3 แห่ง ได้แก่
1) บริเวณหลัก กม. ที่ 399+700
ระยะทางประมาณ 500 เมตร
2) บริเวณหลัก กม. ที่ 404 ถึง 407
ระยะทางประมาณ 3 กม.
3) บริเวณหลัก กม. ที่ 407+800 ถึง
416 ระยะทางประมาณ 8 กม.
รวมระยะทางประมาณ 11.5 กม. พื้นที่
ทั้ง 3 แห่งนี้ “เป็นทางข้ามของช้าง
ป่า”
แนวเชื่อมต่อทางระบบนิเวศของเทือกเขาและฝั่งทะเลอันดามัน
ระหว่างอุทยานแห่งชาติศรีพังงาและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า
เกาะระ-เกาะพระทอง
ในกลุ่มป่าคลองแสง-เขาสก
ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่
คุ้มครองทางทะเล จังหวัดภูเก็ต
ทาการศึกษาตั้งแต่
เทือกเขาสูงใน อช.ศรี
พังงา ถึง เกาะใกล้ฝั่ง
และชายฝั่งทะเลใน
ขลป. เกาะระ-เกาะพระ
ทอง พื้นที่รวม 16.99
ตร.กม. ยาว 17 กม.
กว้างเฉลี่ย 0.506
กม.
เกาะระ-เกาะ
พระทอง
ศรัพังงา
จาแนกระบบนิเวศได้เป็น
3 ระบบนิเวศ คือ ป่าดิบ
ชื้น ป่าชายหาด และป่า
ชายเลน
ป่าไม้
การปกคลุมของเรือนยอด r) ของพรรณไม้บางวงศ์
ในแปลงตัวอย่างขนาด 30 x 60 ตร.ม. ป่าชายหาด
วาง line Intersect transect ตั้งฉากกับฝั่ง ๓ แนว เริ่มต้นจากบริเวณที่
เริ่มพบหญ้าทะเลไปจนสุดแนวที่พบ แต่ละแนวห่างกัน ๑๐๐ เมตร วาง
quadrat ขนาด ๐.๕ x ๐.๕ เมตร เก็บตัวอย่างทุกๆ ๕๐ เมตร โดยเก็บ ๒
ซ้า ด้านซ้ายและขวาในแต่ละสถานี เพื่อประเมินพื้นที่ปกคลุม
การสารวจหญ้าทะเล
สังคมพืชที่พบ ค่าดัชนีความ
คล้ายคลึงต่ามากหรือไม่มีความ
คล้ายคลึงกันเลย เนื่องจากเป็นสังคม
พืชในระบบนิเวศที่แตกต่างกัน และ
พบว่าทั้ง 3 สังคมพืชมีค่าดัชนีความ
หลากหลายสูง แสดงให้เห็นว่าแต่ละ
สังคมพืชมีความเฉพาะเจาะจงในแต่
ละสังคมพืชตามระบบนิเวศนั้นๆ ซึ่ง
บ่งบอกการมีเอกลักษณ์และความ
สมบูรณ์เฉพาะตัวของแต่ละสังคม
พืช
สีเขียวเข้ม ป่าดิบชื้น สีเหลือง พี้นที่เกษตรกรรม สี
เขียวอ่อน ป่าชายเลน สีฟ้า ป่าชายหาด
วางแนวสารวจ 6 เส้นๆละ 6 กม. โดยใช้ถนน
เป็นจุดกึ่งกลางแนวสารวจ สารวจออกไปด้านละ
3 กม. โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงต่อกับ อช.ศรี
พังงา แนว และช่วงต่อกับ ขลป.เกาะระ-เกาะ
พระทอง 3 แนว
สัตว์ป่า
รอยเท้ากับรอยมูลของเลียงผา
สารวจพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
41 ชนิด 33 สกุล 20 วงศ์ นก
ทั้งหมด 129 ชนิด 87 สกุล 42
วงศ์ สัตว์สะเทินน้าสะเทินบก
21 ชนิด ใน 17 สกุล 5 วงศ์
สัตว์เลื้อยคลาน 30 ชนิด 21
สกุล 12 วงศ์
กบท่าสาร (Ingerana tasanae)
สถานภาพ ใกล้ถูกคุกคาม
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่
มีบทบาทต่อระบบนิเวศ ทั้งหมด
9 ชนิด ได้แก่ หมีควาย หมีหมา
หมูป่า เก้ง กวางป่า เลียงผา
กระทิง วัวแดง ช้างป่า
ภาพจากกล้องดักถ่าย
กระทิง
วัวแดง
พื้นที่อนุรักษ์และแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ
ทะเลกับป่าบก ค่าความคล้ายคลึงต่า แต่
ค่าดัชนีความหลากหลายสูงบ่งบอกการมี
เอกลักษณ์เฉพาะตัวของพื้นที่แต่ละแห่ง
ภาพแสดงการกระจายของสัตว์เลี้ยงลูก
ด้วยนม สีอ่อน โอกาสพบน้อย สีเข้ม
โอกาสพบมาก
ปะการังมีสภาพเสื่อมโทรมมาก มีเปอร์เซ็นต์
ครอบคลุมพื้นที่ของปะการังมีชีวิตต่ามากเฉลี่ย
4.73±3.56 เปอร์เซ็นต์ และมีปะการังตาย
ครอบคลุมพื้นที่ 85.52+1.45 เปอร์เซ็นต์ พบ
ปะการังแข็ง 7 ชนิด และปะการังสีน้าเงิน 1
ชนิด ค่าดัชนีความหลากหลายลดลง เมื่อ
เปรียบเทียบกับการสารวจก่อนปรากฏการณ์
ฟอกขาว กัลปังหา
ปะการังอ่อนต้นวุ้นชนิด Dendronephthya sp.
เกาะพระทองถือเป็นแหล่งหญ้าทะเลที่สมบูรณ์
ของประเทศ สถานภาพหญ้าทะเลอยู่ในสภาพ
สมบูรณ์ปานกลางถึงสมบูรณ์ดี พบหญ้าทะเล
6 ชนิด ชนิดเด่นคือ หญ้าใบมะกรูด
แหล่งหญ้าทะเล
ร้อยละการปกคลุมของพื้นที่หญ้าทะเลที่พบ
รวม สถานภาพหญ้าทะเล
Ho* Hd* Hb* Hu* Hp* Ea*
เกาะเละ 17.989 6.617 0.500 7.000 4.028 - 36.133 สมบูรณ์ปานกลาง
ปากคลองบางติบ 20.972 6.944 10.000 - - - 37.917 สมบูรณ์ปานกลาง
ปากคลองหินถาก 27.083 3.958 17.778 - - - 48.819 สมบูรณ์ปานกลาง
เกาะพระทอง(ด้านตะวันออก
ตอนกลาง)
26.952 5.000 - - - 2.143 34.095 สมบูรณ์ปานกลาง
บ้านทุ่งละออง 6.944 1.111 9.056 - - - 17.111 เสื่อมโทรม
ชนิดหญ้าทะเลที่พบในพื้นที่ศึกษา (ประเมินด้วยวิธี spot check)
ภัยคุกคามต่อแนวเชื่อมต่อแนวนี้
ได้แก่ ถนน การขยายตัวของ
พื้นที่เกษตร การเพาะเลี้ยงสัตว์
น้าชายฝั่ง
รอยเท้าเสือลายเมฆ(กว้าง 60 มม. ยาว 65 มม.)
แนวเชื่อมต่อทางระบบนิเวศระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
คลองนาคาและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคลองม่วงกลวง
ในกลุ่มป่าคลองแสง-เขาสก
ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เป็นการศึกษาจากภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสูงชัน
จนถึงระบบนิเวศป่าชายเลน โดยมีถนน
เพชรเกษมตัดผ่านกลาง
พื้นที่ศึกษา
คลองม่วงกลวง
คลองนาคา
จาแนกระบบนิเวศได้เป็น 2 ระบบ
นิเวศ คือ ป่าดิบชื้น และป่าชายเลน
ป่าไม้
ภาพวาด profile diagram ของป่าชายเลน
การกระจายของไม้ยืนต้นตามขนาดความโต แนวระนาบและโครงสร้าง 3
มิติ ในแปลงตัวอย่างป่าดงดิบชื้น
สัตว์ป่า
การกระจายของหมูป่า
วางแนวเส้นสารวจ 6 เส้น ยาวเส้นละ 3
กม. ระยะห่างระหว่างแนว 300 ม.
คลองม่วงกลวง
คลองนาคา
สารวจพบสัตว์ป่าทั้งหมด 108 ชนิด โดยจาแนก
เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 4 อันดับ 13 วงศ์ 18
ชนิด นก 32 วงศ์ 86 ชนิด และสัตว์เลื้อยคลาน 4
วงศ์ 4 ชนิด รอยหมี
โดยพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่มีบทบาทต่อระบบนิเวศ
ทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ หมีควาย เลียงผา กวางป่า เก้ง และ
หมูป่า
รอยเลียงผา
ในพื้นที่แนวเชื่อมต่อ
ระหว่างพื้นที่ทั้งสอง มี
สัตว์ป่าที่หากินในช่วง
คาบเกี่ยวและอาณาเขต
ที่ต่อเนื่องกันค่อนข้าง
น้อย อาจเนื่องมาจาก
พื้นที่กลายเป็นที่
เกษตรกรรม การ
ลักลอบล่าสัตว์ป่า การ
ปนเปื้อนของสารเคมีจาก
นากุ้ง จึงจาเป็นอย่างยิ่ง
ที่จะต้องดาเนินการ
ประกาศให้แนวเชื่อมต่อ
แห่งนี้เป็นพื้นที่อนุรักษ์
ค่าดัชนีความหลากชนิดต่า
การกระจายของลิงแสม พบแต่ในบริเวณป่าเลน
คลองม่วงกลวง
คลองนาคา
ค่าความคล้ายคลึงของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเปรียบเทียบกันระหว่างบริเวณดังกล่าว
จะเห็นได้ว่ามีค่าความคล้ายคลึงที่น้อยกว่าร้อยละ 50 ซึ่งจะบอกถึงการที่มีสัตว์ป่า
ชนิดที่คล้ายคลึงกันน้อยแล้ว ยังมีโอกาสในการหากินและการผสมพันธุ์กันกับกลุ่ม
อื่นๆน้อยตามไปด้วย ซึ่งนัยนี้อาจเกิดจากสภาพพื้นที่ทั้งสองฝั่ง หรือการรบกวน
จากกิจกรรมของมนุษย์และการคุกคามแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์
การกระจายของเลียงผา
สีส้ม มีโอกาสพบปาน
กลาง สีเหลือง พบน้อย
จะเห็นว่า มีโอกาสพบแต่
ในที่สูง ไม่พบในที่ราบติด
ทะเล
การศึกษาด้านเศรษฐสังคม
ดาเนินการในปี 2556
1. ครัวเรือนที่อยู่ในบริเวณแนวเชื่อมต่อ (เก็บข้อมูล ๑๐๐%)
จานวน ๑๘ ครัวเรือน คือบ้านบางมัน หมู่ที่ ๑ ตาบลนาคา อาเภอสุข
สาราญ จังหวัดระนอง
2. ครัวเรือนที่อยู่นอกบริเวณแนวเชื่อมต่อ แต่อยู่ในแนวรัศมี ๓ กิโลเมตร
จานวน ๗๙๖ ครัวเรือน คือบ้านบางมัน หมู่ที่ ๑ และบ้านนาพรุ หมู่ที่
๒ ตาบลนาคา อาเภอสุขสาราญ จังหวัดระนอง (ใช้สูตร taro
yamane)
จานวนกลุ่มตัวอย่างคือ ๔๓ ครัวเรือน
จานวนกลุ่มตัวอย่าง
1) ข้อมูลทั่วไปของครัวเรือน และลักษณะทางสังคมประชากร
2) ลักษณะพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
3) การพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติ
4) การรับรู้ข่าวสารด้านการอนุรักษ์ และทัศนคติของชุมชนต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติ
5) ความคิดเห็นของชุมชนต่อการจัดตั้ง/ดาเนินงานในการอนุรักษ์
และบริหารจัดการป่าแบบมีส่วนร่วม
6) ความคิดเห็นและการยอมรับของชุมชนในการจัดทาแนวเชื่อมต่อ
ระบบนิเวศ
แบบสอบถาม
ลักษณะพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
ประชากรส่วนใหญ่มี
อาชีพหลัก คือการทา
สวน และมากกว่า
ค รึ่ ง ห นึ่ ง ข อ ง
ประชากรไม่มีอาชีพ
เสริม ทาให้รายได้
เ ฉ ลี่ ย ต่ อ ปี ข อ ง
ประชากรในพื้นที่ส่วน
ใ ห ญ่ ไ ม่ เ กิ น
๑๐๐,๐๐๐ บาท/ปี ๐.๐๐
๑๐.๐๐
๒๐.๐๐
๓๐.๐๐
๔๐.๐๐
๕๐.๐๐
๖๐.๐๐
๗๐.๐๐
๘๐.๐๐
๐ - ๑๐๐,๐๐๐ ๑๐๐,๐๐๑ - ๒๐๐,๐๐๐ มากกว่า ๒๐๐,๐๐๐
๗๗.๗๘
๒๒.๒๒
๐
๖๐.๖๑
๒๑.๒๑
๑๘.๑๘
๗๐.๐๐
๒๐.๐๐
๑๐.๐๐
รายได้ครัวเรือนเฉลี่ยในรอบปีที่ผ่านมา
บ้านบางมัน (ใน) บ้านบางมัน (นอก) บ้านนาพรุ
ประเด็นความคิดเห็น
ระดับความคิดเห็นบ้านบาง
มัน(ใน)
ระดับความคิดเห็นบ้านบาง
มัน(นอก)
ระดับความคิดเห็นบ้านนา
พรุ
เห็นด้วย ไม่แน่ใจ ไม่เห็น
ด้วย
เห็นด้วย ไม่แน่ใจ ไม่เห็น
ด้วย
เห็นด้วย ไม่แน่ใจ ไม่เห็น
ด้วย
๑. การที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ จะทาให้มีน้า
และดินที่อุดมสมบูรณ์
๘๘.๘๘ ๕.๕๖ ๕.๕๖ ๗๕.๗๖ ๒๔.๒๔ ๐ ๙๐.๐๐ ๑๐.๐๐ ๐
๓. ป่าไม้เป็นแหล่งต้นน้าลาธารที่สาคัญและ
ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคน
๘๘.๘๙ ๑๑.๑๑ ๐ ๗๘.๗๘ ๒๑.๒๒ ๐ ๘๐.๐๐ ๒๐.๐๐ ๐
๔. การบุกรุกทาลายป่าไม้เป็นสาเหตุอย่าง
หนึ่งของภัยแล้งหรือน้าท่วมที่เกิดขึ้น
๘๘.๘๙ ๑๑.๑๑ ๐ ๕๑.๕๒ ๔๘.๔๘ ๐ ๘๐.๐๐ ๒๐.๐๐ ๐
๗. การดูแลรักษาและป้องกันป่าไม้ เป็น
หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้/ราชการอยู่แล้ว
ท่านไม่จาเป็นเข้าไปมีส่วนร่วมรับผิดชอบอีก
๕๕.๕๖ ๑๖.๖๗ ๒๗.๗๗ ๔๘.๔๘ ๓๐.๓๑ ๒๑.๒๑ ๔๐.๐๐ ๒๐.๐๐ ๔๐.๐๐
๘. การอนุรักษ์ป่าไม้เป็นเรื่องสาคัญแต่ยังคง
เป็นเรื่องยากที่ชาวบ้านจะมีส่วนร่วมได้
เนื่องจากการหารายได้เลี้ยงปากท้องสาคัญ
กว่า
๖๑.๑๑ ๑๑.๑๑ ๒๗.๗๘ ๗๘.๗๙ ๖.๐๖ ๑๕.๑๕ ๘๐.๐๐ ๒๐.๐๐ ๐
๙. การเผยแพร่ และการประชาสัมพันธ์
เกี่ยวกับรักษาป่าไม้เป็นสิ่งจาเป็น เนื่องจาก
จะช่วยสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง
ให้แก่คนในท้องถิ่น
๙๔.๔๔ ๕.๕๖ ๐ ๘๗.๘๑ ๑๒.๑๙ ๐ ๘๐.๐๐ ๒๐.๐๐ ๐
๑๒. ท่านรับรู้ และเข้าใจในกฎระเบียบ
อุทยานแห่งชาติ หรือกฎระเบียบป่าไม้ เป็น
อย่างดี โดยสามารถปฎิบัติตามได้อย่างไม่เคย
ผิดระเบียบ
๕.๕๖ ๔๔.๔๔ ๕๐.๐๐ ๒๔.๒๔ ๖๖.๖๗ ๙.๐๙ ๕๐.๐๐ ๓๐.๐๐ ๓๐.๐๐
๑๕. ท่านได้รับประโยชน์จากป่า มากกว่าเสีย
ประโยชน์
๙๔.๔๔ ๕.๕๖ ๐ ๔๘.๔๘ ๔๕.๔๖ ๖.๐๖ ๘๐.๐๐ ๑๐.๐๐ ๑๐.๐๐
ทัศนคติของชุมชนต่อทรัพยากรธรรมชาติ
ปร ะช ากร ส่วนใหญ่ มี
ทัศนคติที่ดีต่อการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ รับรู้ถึง
ความสาคัญของป่าไม้และ
ผลกระทบที่จะตามมาจาก
การทาลายป่า แต่ยังคงเห็น
ความสาคัญของการหา
เลี้ยงครอบครัวมากกว่าการ
เข้ามามีส่วนร่วมในการ
ดูแลรักษาป่า
๐.๐๐
๑๐.๐๐
๒๐.๐๐
๓๐.๐๐
๔๐.๐๐
๕๐.๐๐
๖๐.๐๐
๗๐.๐๐
๘๐.๐๐
๙๐.๐๐
บ้านบางมัน(ใน)
บ้านบางมัน(นอก)
บ้านนาพรุ
ความคิดเห็นและการยอมรับของชุมชน
ในการจัดทาแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ
ประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มี
ความรู้ในเรื่องของแนวเชื่อมต่อ
ระบบนิเวศ ไม่ทราบถึงประโยชน์
ของแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ และไม่
ยอมรับการจัดทาแนวเชื่อมต่อระบบ
นิเวศแม้ว่าจะมีการตรวจสอบหมาย
แนวเขตพื้นที่อย่างชัดเจนจาก
เจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่เห็นด้วยกับ
แนวความคิดที่ว่า “การจัดทาแนว
เชื่อมต่อระบบนิเวศจาเป็นต้องผ่าน
การยอมรับจากชุมชนในพื้นที่” มี
ประมาณ ๑๙.๐๖% ของประชากร
ในพื้นที่เท่านั้นที่ยอมรับการจัดทา
แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศแนว
จากการสารวจแจงนับความเสียหายที่เกิดจากการกระทาของสัตว์ป่าในบริเวณ
พื้นที่แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ พบว่า
- พืชผลทางการเกษตร
- บ้านเรือน
- สิ่งของเครื่องใช้
การประเมินมูลความเสียหายจากการทาลายพืชผล
ทางการเกษตรของสัตว์ป่า
ไม่ได้รับการรายงานความเสียหายจากการกระทาของสัตว์ป่า
- การทางานด้านการอนุรักษ์ควรมีการทางานด้านการประชาสัมพันธ์ ให้
ความรู้ข้อมูลต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการป้องกันรักษาป่า เพื่อให้ชุมชนเข้าใจ
ความสาคัญ/ความจาเป็นต่อการจัดตั้งป่าอนุรักษ์ เข้าใจการทางานของ
เจ้าหน้าที่ เข้าถึงชุมชนให้มากกว่านี้ เพื่อนาไปสู่การทางานแบบบูรณาการ
การมีส่วนร่วม และคนจะอยู่ร่วมกับป่าได้จริง
- การประเมินการยอมรับของชุมชนก่อนการดาเนินการจัดทาแนวเชื่อมต่อ
ระบบนิเวศเป็นสิ่งที่จาเป็นต้องทาเพื่อลดปัญหาการขัดแย้ง แต่อย่างไรก็
ตามการให้ความรู้และทาความเข้าใจเรื่องแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศต่อ
ชุมชนนั้น ๆ จะมีส่วนช่วยเพิ่มแนวโน้มการยอมรับของชุมชนได้
ข้อเสนอแนะ
ปี 2556 ดาเนินการ 4 แนว
แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
เขาอ่างฤาไนและอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง
ในกลุ่มป่าตะวันออก
ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง
จังหวัดเพชรบุรี
ภาพจากดาวเทียม Landsat 5TM แสดงการขาดจากกันของผืนป่า สีแดงคือส่วนที่เป็นป่า
ทาการศึกษาในพื้นที่ช่องว่างระหว่างพื้นที่
อนุรักษ์ทั้งสอง แต่เป็นพื้นที่ที่เกิดปัญหาการ
ข้ามผ่านไปมาของสัตว์ป่าและปัญหาความ
ขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า
พื้นที่ศึกษา
เขาชะเมา
อ่างฤาไน
พรรณไม้ 227 ต้น 37 ชนิด
ชนิดที่มีค่า IVI มากที่สุดคือ
ขนุนปาน มีค่า 26.80
ป่าดิบเขา
การกระจายของต้นไม้และชั้นความสูง
พื้นที่ศึกษา
ค่าดัชนีความหลากหลาย
Shannon
-Weiner
Simpson
Margalef
(R1)
Menhinick
(R2)
Fisher's Evenness
ดิบชื้น*(ชะเมา) 3.85 0.94 24.79 4.52 53.12 0.73
ดิบชื้น (ฤาไน) 2.50 0.80 6.64 2.46 12.54 0.69
ดิบแล้ง (ชะเมา) 3.57 0.95 12.61 4.09 29.81 0.83
ดิบแล้งผสมไผ่ (ชะเมา) 2.93 0.92 6.79 7.02 17.95 0.85
ดิบแล้ง (ฤาไน) 3.41 0.93 10.75 3.63 24.08 0.83
ดิบเขา (ชะเมา) 3.36 0.96 7.39 2.50 13.85 0.89
ป่ารุ่นสอง (ป่าปลูก) 2.18 0.78 4.95 2.08 8.91 0.67
Biomass (t/ha) Carbon (t/ha)
ดิบแล้ง (ฤาไน) 118.69 0.04 55.79 0.19
ดิบเขา (ชะเมา) 240.01 1.52 112.81 0.71
ดิบชื้น (ชะเมา) 328.31 0.20 154.31 0.09
2516 2519
2543 2554
วางแนวยาว 6 กม. จานวน 9 เส้น แต่ละแนวห่างกัน 1 กม.
สัตว์ป่า
อ่างฤาไน
เขาชะเมา
สารวจแมลง
ผลการศึกษา
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
จานวน 8 อันดับ
20 วงศ์ 31 ชนิด
(ไม่รวมกลุ่ม
ค้างคาว)
นก 32 วงศ์ 107 ชนิด
แมลง 10 อันดับ 57
วงศ์ 150 ชนิด
วัวแดง ช้างป่า หมาใน
กระทิง เลียงผา
หมีควาย หมีหมา
หมูป่า เก้ง และกวางป่า
สัตว์ป่าขนาดใหญ่ที่มีบทบาทต่อระบบนิเวศ 10 ชนิด
หมูป่า ภาพจากกล้องดักถ่าย
เก้ง
ภาพจากกล้องดักถ่าย
ธันวาคม 2012 มกราคม 2013 กุมภาพันธ์ 2013
มีนาคม 2013 เมษายน 2013 พฤษภาคม 2013
การกระจายของเก้งแยกตามรายเดือน
สิงหาคม 2012
กันยายน 2013
สิงหาคม 2013กรกฎาคม 2013มิถุนายน 2013
การกระจายของเก้งแยกตามรายเดือน
ก
งค
ขหมูหริ่ง กวางป่า
ช้างป่า ชะมดแผงหางปล้อง
พิกัด (point) ร่องรอยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่
ฤดูแล้ง ฤดูฝน
พิกัด (point) ร่องรอยช้างป่าจากการสารวจ
ฤดูฝนฤดูแล้ง
พิกัด (point) ร่องรอย กระทิง
ฤดูแล้ง ฤดูฝน
สีเข้ม โอกาสพบเห็นมากกว่าสีอ่อน จะเห็นว่า ฤดูฝนจะพบเห็นกระทิง
มากกว่าฤดูแล้ง
ดัชนีความหลากหลายของสัตว์ป่าบริเวณต่างๆ
2.029
1.873
1.168
ฤดูแล้ง
2.213
1.917
1.202
ฤดูฝน
2.179
1.939
1.232
ภาพรวม 2 ฤดู
ขสป.อ่างฤาไนมีความหลากหลายของสัตว์มากกว่า อช.เขาชะเมา ฤดูฝนพบสัตว์
บริเวณนี้มากกว่าฤดูแล้ง
ดัชนีความคล้ายคลึงของสัตว์ป่าระหว่างพื้นที่อนุรักษ์และเกษตรกรรม
0.640
0.552
ฤดูแล้ง
0.545
0.500
ภาพรวม 2 ฤดู
0.538
0.538
ฤดูฝน
ฤดูแล้ง ฤดูฝน ภาพรวม 2 ฤดู
ดัชนีความคล้ายคลึงของสัตว์ป่าระหว่างพื้นที่อนุรักษ์
การศึกษาด้านเศรษฐสังคม
- ใช้แบบสอบถาม
- ปัจจัยที่มีผลต่อการที่ช้างป่าออกมาหากินใน
พื้นที่เกษตรกรรม
- ปัจจัยที่มีผลต่อความเห็นการสร้างทางเดินให้
สัตว์ป่าข้ามไปมาระหว่างเขาฤาไนกับเขาชะเมา
- ปัจจัยที่มีต่อความเห็นในกรณีที่อยู่อาศัยและ
ที่ทากินอยู่ในแนวทางเดินของสัตว์ป่า
- ปัจจัยที่มีต่อความเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการ
สร้างแนวเชื่อมต่อ
ที่ตั้งบ้านเรือนที่ตอบแบบสอบถาม
บ้านเขาจันทร์
บ้านเขาพัง
บ้านพะวา
บ้านน้ากร่อย
ปัจจัยที่มีผลต่อความคิดเห็นกรณีช้างป่ าออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรม
ไคสแควร์ = 35.588
df= 15
sig. 0.002
ปัจจัยที่มีผลต่อความคิดเห็นกรณีที่อยู่อาศัยและที่ทากินอยู่ในแนวทางเดินของสัตว์
ป่า
ไคสแควร์ = 28.917
df= 15
sig. 0.016
การใช้ยานพาหนะผ่านเส้นทางในแนวเชื่อมต่อฯ
นับจานวนยานพาหนะบริเวณด่านตรวจพวา
โดย จนท.อช.เขาชะเมา – เขาวง ระหว่าง พ.ย. 2555 – ส.ค. 2556
กลางวัน (18.00 – 06.00 น.) เฉลี่ยจากข้อมูล 133 วัน
ค่าสถิติ จักรยาน จักรยานยนต์ รถยนต์ 4 ล้อ รถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อ
ขึ้นไป
รวม
กลางวัน (06.01 น. – 18.00 น.)
ค่าเฉลี่ย (คัน) 0.29 176.32 244.15 38.16 458.91
สูงสุด (คัน) 19 325 438 127 730
ต่าสุด (คัน) 0 40 45 2 90
สัมประสิทธิ์ความแปรผัน 1.80 55.68 72.61 21.85 124.59
กลางคืน (18.01 น. – 06.00 น.)
ค่าเฉลี่ย (คัน) 0.02 75.22 102.23 17.47 194.92
สูงสุด (คัน) 2 207 262 105 531
ต่าสุด (คัน) 0 0 0 0 0
สัมประสิทธิ์ความแปรผัน 0.17 43.67 56.18 18.30 106.54
ข้อเสนอแนะในการจัดการ
นาเสนอแผนการจัดการ 4 รูปแบบ แตกต่าง
ในจานวนพื้นที่และจานวนชุมชนที่ได้รับ
ผลกระทบ
PLAN I
พื้นที่ 7,627 ไร่
546 หลังคา
พื้นที่และจานวนชุมชนที่
จะได้รับผลกระทบ
อ่างฤาไน
เขาชะเมา
PLAN II
พื้นที่ 3,254 ไร่
189 หลังคา
อ่างฤาไน
เขาชะเมา
พื้นที่และจานวนชุมชนที่
จะได้รับผลกระทบ
PLAN III
พื้นที่ 2,819 ไร่
113 หลังคา
อ่างฤาไน
เขาชะเมา
พื้นที่และจานวนชุมชนที่
จะได้รับผลกระทบ
PLAN IV
พื้นที่ 1,580 ไร่
66 หลังคา
อ่างฤาไน
เขาชะเมา
พื้นที่และจานวนชุมชนที่
จะได้รับผลกระทบ
ข้อเสนอแนะ
• ควรมีการดาเนินการเกี่ยวกับงานวิจัยพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
กับระบบข้อมูลเพื่อการจัดการ
• สร้างเครือข่ายการทางานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
• ศึกษาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงสัตว์ป่า
• เสริมสร้างความเข้าใจเรื่องพฤติกรรมสัตว์ป่า
• กาหนดแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานราชการ
• งานวิจัยที่เกี่ยวกับนิเวศบริการ (Ecosystem service)
แนวเชื่อมต่อทางระบบนิเวศทางทะเลระหว่างอุทยานแห่งชาติ
เขาหลัก-ลารู่ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ และอุทยานแห่งชาติ
เขาลาปี-หาดท้ายเหมือง ในกลุ่มป่าอันดามัน
ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครองทางทะเล
จังหวัดภูเก็ต
ทาการศึกษาทรัพยากรทาง
ทะเลตามแนวยาวของชายฝั่ง
อันดามันระหว่าง อช. สิรินาถ
อช. เขาลาปี-หาดท้ายเหมือง
และ อช. เขาหลัก-ลารู่ รวม 9
สถานี
พื้นที่ศึกษา
ปะการัง
วางเส้นเทป 30 เมตร
ตามแนวสัน (Reef
edge) 3 เส้น ถ่ายรูป
ทุกระยะ 50 ซม.
สารวจปะการังโดยวิธี Photo belt transect
วิเคราะห์ผลโดยโปรแกรม Coral Point Count with Excel
extention (CPCe)
By (Kelvin E Kohler, Shaun M Gill, 2006)
พื้นที่ปะการังในแนวเชื่อมต่อทั้งหมด
6.65 ตร.กม. มีสภาพที่เสื่อมโทรม
โดยส่วนใหญ่มีเปอร์เซ็นต์ปกคลุม
พื้นที่ของปะการังมีชีวิตน้อยกว่า 30
เปอร์เซ็นต์ และมีค่าเปอร์เซ็นต์ปก
คลุมพื้นที่ของปะการังตายค่อนข้าง
สูง
ปะการังอ่อนหน้าหาดทรายแก้ว
อช.
สีฟ้า แนวปะการัง
สีม่วง ปะการังมีชีวิต
สีส้ม ปะการังตาย
ศึกษาชนิดและความชุกชุมของ
ปลาในแนวปะการังด้วยวิธีทาสา
มะโนประชากรปลาด้วยสายตา
(Fishes visual census) ซึ่ง
ดัดแปลงมาจาก English และ
คณะ (1994) โดยการทา Belt
transect ยาว 30 ม. จานวน 3
แนว บันทึกชนิดและความชุกชุม
ของปลาสองข้างแนวเทป ด้านละ
5 ม.
ปลา
วิเคราะห์ความหลากหลาย
เพิ่มตามขนาดของวงกลมสีฟ้า
พบปลาทั้งหมด 219 ชนิด
105 สกุล 39 วงศ์
ประชากรปลาในแนวปะการัง
สถานี
สารวจ
ชื่อสถานีสารวจ จานวนชนิด
(เฉลี่ย/ 300
ม.2)
จานวนตัว
(เฉลี่ย/ 300
ม.2)
ดัชนีความ
หลากหลาย
ดัชนีความ
สม่าเสมอ
St. 01 เขาหลักฯ 45 220 2.71 0.71
St. 02 ปาง ตอนใต้ 32 373 1.721 0.346
St. 03 ปาง ตอนกลาง 29 358 2.297 0.462
St 04 ปาง ตอนเหนือ 39 1349 2.020 0.406
St. 05 หินกอง 48 3,614 2.392 0.481
St. 06 เกาะปลิง 67 2,564 2.372 0.477
St. 07 หาดไม้ขาว 37 1625 1.862 0.544
หญ้าทะเล
พื้นที่หญ้าทะเลในแนว
เชื่อมต่อ 3.67 ตร.กม. พบ
10 ชนิด ส่วนใหญ่สภาพ
เสื่อมโทรมตามธรรมชาติ
พื้นที่ที่พบ ได้แก่
บริเวณท่าฉัตรไชย อช.
สิรินาถ กับ นอกเขต อช.
เขาหลัก-ลารู่
เต่าทะเล
ตั้งแต่เดือนธันวาคม
2555 ถึงเดือนกุมภาพันธ์
2556 พบการขึ้นวางไข่
ของเต่ามะเฟือง 7 ครั้ง
จานวนไข่ 643 ฟอง
สามารถฟักเป็นตัวได้
388 ตัว
บริเวณที่เต่าขึ้นวางไข่ จะ
เป็นบริเวณ อช.เขาลาปี-หาด
ท้ายเหมือง
ควรมุ่งเน้นรักษาจุดที่มีความสมบูรณ์สูงเป็น
แหล่งพ่อแม่พันธ์ ส่วนพื้นที่หย่อมปะการัง
ขนาดเล็ก ควรใช้วิธีควบคุมการใช้
ประโยชน์ โดยมีกลไกการสร้างความรู้ความ
เข้าใจเพื่อให้เกิดความร่วมมือของคนใน
ท้องถิ่น ในการจัดทา “ปะการังชุมชน” เพื่อ
ช่วยสนับสนุนในการวางแผนการจัดการ
ทรัพยากรแนวปะการังตลอดแนวชายฝั่ง
จังหวัดพังงาต่อเนื่องไปยังจังหวัดภูเก็ต
ข้อเสนอแนะจากการศึกษา
หญ้าใบมะกรูด
แนวเชื่อมต่อทางระบบนิเวศระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ดงใหญ่กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่
และระหว่างอุทยานแห่งชาติตาพระยา
กับอุทยานแห่งชาติตาพระยา
ในกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่
ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง
จังหวัดนครราชสีมา
พื้นที่ศึกษา
ทาการศึกษา เนื่องจากทางหลวงหมายเลข 348 จะ
ขยายเป็น 4 เลน ทางหลวงเส้นนี้ ช่วงหนึ่งตัดผ่าน
ขสป. ดงใหญ่ และอีกช่วงหนึ่งตัดผ่าน อช.ตาพระ
ยา
ถนน ถนน
ขสป.ดงใหญ่ อช.ตาพระยา
ฝั่งซ้าย ฝั่งขวา
ชนิดป่า ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง
ความหนาแน่นสัมพัทธ์สูงสุด นนทรี = 17.722 ตะเคียนหิน = 52.336
ความถี่สัมพัทธ์สูงสุด นนทรี = 11.504 ตะเคียนหิน = 29.090
ความเด่นสัมพัทธ์สูงสุด มะกล่าตาไก่ = 23.047 ตะเคียนหิน = 73.079
ค่าดัชนีความสาคัญ (IVI) นนทรี ตะเคียนหิน
ป่าไม้
ขสป.ดงใหญ่ สองฝั่งถนน สังคมพืชต่างกัน
ฝั่งซ้าย ฝั่งขวา
ชนิดป่า ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง
ความหนาแน่นสัมพัทธ์สูงสุด นนทรี = 17.722 ตะเคียนหิน = 52.336
ความถี่สัมพัทธ์สูงสุด นนทรี = 11.504 ตะเคียนหิน = 29.090
ความเด่นสัมพัทธ์สูงสุด มะกล่าตาไก่ = 23.047 ตะเคียนหิน = 73.079
ค่าดัชนีความสาคัญ (IVI) นนทรี ตะเคียนหิน
ดัชนีความคล้ายคลึง 18.18 %
อช.ตาพระยา สองฝั่งถนน สังคมพืชต่างกันเช่นกัน
วางแนวสารวจ
8 แนว ตั้งแต่
กม.ที่ 91-96
สัตว์ป่า
แต่ละแนวยาว
6 กม. ห่างกัน
500 ม.
ขสป.ดงใหญ่
ถนน
ถนนอช.ตาพระยา
บริเวณที่ทางหลวง
จะขยายถนน
เรียกว่า “ช่อง
ตะโก”
วางแนวเส้นสารวจ
4 แนว ตั้งแต่
กม.77-79
พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 1 วงศ์ 14 ชนิด
พบนก ทั้งสิ้น 24 วงศ์ 36 ชนิด
ขสป.ดงใหญ่
พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่
ที่มีบทบาทต่อระบบนิเวศ 6 ชนิด
ได้แก่ ช้าง กระทิง วัวแดง
หมีควาย หมูป่า และเก้งเหนือ
ค่าดัชนีความหลากหลาย ฝั่งซ้าย ฝั่งขวา
Shannon-Wiener Index 1.3651 0.94011
Simpson's Diversity Index 0.6624 0.4276
ดัชนีความคล้ายคลึง
(Jaccard’s Similarity)
0.5556 = 55.56 %
อช.ตาพระยา
พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 11 วงศ์ 13 ชนิด
พบนก 15 วงศ์ 21 ชนิด
เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่มีบทบาทต่อ
ระบบนิเวศ 4 ชนิด ได้แก่ กระทิง หมีควาย
หมูป่า และเก้งเหนือ
การใช้ประโยชน์ที่ดิน
โดยแปลภาพถ่ายดาวเทียม
สีเขียว คือ ป่า
สีเหลือง คือ พื้นที่เกษตรกรรม
ขสป.ดงใหญ่
อช.ตาพระยา
ข้อเสนอแนะ
ตัวอย่างผังการจัดสัดส่วนการใช้พื้นที่เพื่อความเหมาะสม ในการอยู่ร่วมกันระหว่าง
เกษตรกรกับสัตว์ป่า
ที่มา: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช(2555)
สร้างสะพานยกระดับใน
ขสป.ดงใหญ่
กระทิงมีความชุกชุมมาก ถึงร้อยละ 100 ในฝั่งซ้าย แต่ไม่ปรากฏเลยใน
ฝั่งขวา ซึ่งทางฝั่งขวาเป็นพื้นที่ที่มีการเชื่อมต่อกับ BanteayChhmar
National Protected Landscape ของราชอาณาจักรกัมพูชา จึงมี
ความจาเป็นอย่ายิ่งที่จะต้องดาเนินการจัดทาแนวเชื่อมต่อทางระบบ
นิเวศโดยเร่งด่วน เพราะมีความเป็นไปได้ที่สัตว์ป่ามีโอกาสในการหากิน
และการผสมพันธุ์กันกับกลุ่มอื่นๆ และเพื่อเป็นการผลักดันพื้นที่ให้เป็น
แนวเชื่อมต่อระหว่างประเทศต่อไปในอนาคต
อช.ตาพระยา
แนวเชื่อมต่อทางระบบนิเวศระหว่างอุทยานแห่งชาติ
ทุ่งแสลงหลวง อุทยานแห่งชาติเขาค้อ และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า
วังโป่งชนแดน ในกลุ่มป่าภูเมี่ยง-ภูทอง
ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง
จังหวัดพิษณุโลก
สัตว์ป่า
วางแนว 8 เส้น รวมระยะทาง 47.5 กม. แต่ละแนวห่างกัน 1 กม.
พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่มีบทบาทต่อ
ระบบนิเวศทั้งหมด 4 ชนิด ได้แก่ ช้าง กระทิง
กวางป่า และหมีหมา
พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 18 ชนิด
สัตว์เลื้อยคลาน 7 ชนิด สัตว์สะเทินน้าสะเทิน
บก 8 ชนิด และนก 69 ชนิด
รอยหมีหมา
มูลช้าง
อึ่งแม่หนาว
จาแนกระบบนิเวศได้ระบบ
นิเวศเดียว คือ ป่าดิบแล้ง
ป่าไม้
แสดงหัวหมุดย่อยและความสูงต่าของแปลง
แสดงการกระจายของต้นไม้
การกระจายของไม้ในแปลงเป็นแบบ L-shape
ต้นไม้ที่มีความโตน้อย มีปริมาณมาก แสดงถึง
หลายช่วงอายุไม้มีการทดแทนอยู่ตลอดเวลา
ศักยภาพของป่ามีความสมบูรณ์
จากการแปลภาพถ่ายดาวเทียมในช่วง ในช่วงปี 2537 – ปี 2549 และจากการตรวจสอบ
ในภาคสนาม พบว่า สภาพป่าในพื้นที่ศึกษา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน
คือมีสภาพเป็นป่าธรรมชาติ ไม่มีพื้นที่ที่ถูกบุกรุก สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดิบแล้ง
และมีป่าไผ่กระจายเป็นหย่อมตามเชิงเขาริมหน้าผา
สาหรับป่าผสมผลัดใบ เปลี่ยนสภาพเป็นป่าดิบแล้ง
นอกจากนี้ยังพบทุ่งหญ้าคา บริเวณทางด้านทิศตะวันออกของแนวเชื่อมต่อ
การใช้ประโยชน์ที่ดิน
ข้อเสนอแนะ
พื้นที่บริเวณนี้ ขลป.วังโป่ง-ชนแดน เคยขอผนวกพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อจัดตั้งเป็นเขต
รักษาพันธุ์สัตว์ป่า เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ สภาพป่า
อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด ประกอบกับในปัจจุบันพื้นที่ที่
อยู่ด้านติดกับชุมชนถูกคุกคามจากราษฎรที่อาศัยอยู่โดยรอบ จึงจาเป็นอย่างยิ่ง
ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด โดยการกาหนดเป็น ขสป.
การศึกษาครั้งนี้พบว่าข้อมูลนิเวศวิทยาของป่าไม้และสัตว์ป่า
ในพื้นที่คุ้มครองบ่งชี้ว่าแนวเชื่อมต่อทางนิเวศทางบกและ
แนวเชื่อมต่อทางทะเลที่ทาการศึกษามีศักยภาพในการ
ดาเนินการจัดทาแนวเชื่อมต่อทางระบบนิเวศ
สรุป
ส่วนข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อมูลเศรษฐกิจและ
สังคมของชุมชน สามารถนาไปสู่การจัดการให้เป็นพื้นที่
ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมายเพื่อให้ผืนป่าของประเทศมีการ
เชื่อมโยงกันได้
ปี 2557 อยู่ระหว่างดาเนินการ
ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครองทางทะเล
จังหวัดตรัง
แนวเชื่อมต่อทางระบบนิเวศทางทะเลระหว่าง
อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าลิบง
พะยูน หญ้าทะเล
ใช้พารามอเตอร์สารวจ
ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครองทางทะเล
จังหวัดชุมพร
แนวเชื่อมต่อทางระบบนิเวศทางทะเลระหว่าง
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองและอุทยานแห่งชาติหาดขนอม-
หมู่เกาะทะเลใต้
ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง
จังหวัดพิษณุโลก
แนวเชื่อมต่อทางระบบนิเวศระหว่าง
อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้ากับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
เขาสนามเพรียง
ช่วงแนวเส้นสีแดง
พื้นที่ศึกษา
52,268.19 ไร่
ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง
จังหวัดนครราชสีมา
ศึกษาด้านเศรษฐสังคมที่เขตรักษาพันธุ์
สัตว์ป่าดงใหญ่ ที่เคยสารวจความ
หลากหลายทางชีวภาพ เมื่อปี 2556
ชุมชนสองฝั่งถนนที่อยู่ในพื้นที่ศึกษา
ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
แนวเชื่อมต่อทางระบบนิเวศระหว่าง
อุทยานแห่งชาติน้าตกหงาวกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ทุ่งระยะ-นาสัก
แนวเส้นสารวจ
ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง
จังหวัดเพชรบุรี
แนวเชื่อมต่อทางระบบนิเวศระหว่าง
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
เขาสอยดาว
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ
ทรงธรรม สุขสว่าง
สถาบันนวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง
E-mail : songtam@hotmail.com

Corridor 55-56