8
ตัวอย่างที่ 2จงหาคาตอบของสมการ b 2- 4 = 12 โดยวิธีลองแทนค่าตัวแปร
วิธีทา เนื่องจาก (4) 2- 4 = 12
เมื่อแทน b ด้วย 4 ใน b 2- 4 = 12 แล้วจะได้สมการเป็นจริง
เนื่องจาก ( 4) 4 12 2
เมื่อแทน b ด้วย -4 ใน b 2- 4 = 12 แล้วจะได้สมการเป็นจริง
ดังนัน้ คาตอบของสมการ b 2- 4 = 12 คือ 4 และ -4
ตัวอย่างที่ 3 จงหาคาตอบของสมการ c + 5 = 5 + c โดยวิธีลองแทนค่าตัวแปร
วิธีทา เนื่องจาก เมื่อแทน c ด้วยจานวนใดๆ ใน c + 5 = 5 + c แล้วจะได้สมการ
เป็นจริงเสมอ
ดังนัน้ คาตอบของสมการ c + 5 = 5 + c คือ จานวนทุกจานวน
ตัวอย่างที่ 4 จงหาคาตอบของสมการ 2 + d = d โดยวิธีลองแทนค่าตัวแปร
วิธีทา เนื่องจาก ไม่มีจานวนใดแทน d ใน 2 + d = d แล้วทาให้สมการเป็นจริง
ดังนัน้ ไม่มีจานวนใดเป็นคาตอบของสมการ 2 + d = d
จากตัวอย่างที่ 1, 2, 3 และ 4 สามารถจาแนกสมการได้ ...... แบบ ตามลักษณะ
คาตอบของสมการ ดังนี้
.............................................................................................................................
.............................................................................................................................
.............................................................................................................................
.............................................................................................................................
.............................................................................................................................
.............................................................................................................................
9.
9
เอกสารแนะแนวทางที่ 4การแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
เรื่องย่อย การแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
ในการแก้สมการ นอกจากจะใช้วิธีการแทนค่าตัวแปรเพื่อหาคา ตอบของสมการแล้ว
เพื่อความรวดเร็วเราสามารถใช้สมบัติของการเท่ากันมาช่วยในการหาคา ตอบ ได้แก่
1. สมบัติสมมาตร
การเขียนประโยคแสดงการเท่ากันของจา นวน 2 จา นวน สามารถเขียนได้ 2 แบบ
ตัวอย่างเช่น
1. x = 3 หรือ 3 = x
2. -3 + x = 1 หรือ 1 = -3 + x
3. 2 p = -11 หรือ -11 = 2 p
4. s = t + 1 หรือ t + 1 = s
5. a + b = c หรือ c = a + b
การเขียนแสดงการเท่ากันดังกล่าวเป็นไปตามสมบัติสมมาตร ซึ่งกล่าวว่า
2. สมบัติถ่ายทอด
การเขียนประโยคแสดงการเท่ากันของจา นวนตั้งแต่ 2 จา นวนขึ้นไป โดยใช้สมบัติของ
การเท่ากันทา ให้ได้ข้อสรุป ดังตัวอย่างเช่น
1. ถ้า 2 = x และ x = y แล้วจะสรุปได้ว่า 2 = y หรือ y = 2
2. ถ้า พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส = ความยาวด้าน 2 และ ความยาวด้าน 2 = 64 แลว้
จะสรุปได้ว่า พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส = 64
3. ถ้า a + b = c และ c = 6 แล้วจะสรุปได้ว่า a + b = 6
4. ถ้า pq r และ r 2s 1 แล้วจะสรุปได้ว่า pq 2s 1
5. ถ้า x y และ y z แล้วจะสรุปได้ว่า x z
การเขียนแสดงการเท่ากันดังกล่าวเป็นไปตามสมบัติถ่ายทอด ซึ่งกล่าวว่า
การแก้สมการ คือ ………………………………
ถ้า a b แล้ว b a เมื่อ a และ b แทนจา นวนใดๆ
ถ้า a b และ b c แล้ว a c เมื่อ a, b และ c แทนจา นวนใดๆ
10.
10
จงเติมข้อความลงในช่องว่างให้สมบูรณ์
1)ให้ 2x
2
1
ดังนั้น 2x ...............
2) ให้ p q และ q 4 ดังนั้น ............... = 4
3) ให้ 2a 1 b ดังนั้น b = …………
4) ให้ s 4 t และ t 7 ดังนั้น s 4 ................
5) ให้
y
x
8
เมื่อ y 0 ดังนั้น
y
8 ..............
6) ให้ 2b a 1 ดังนั้น ............... 2b a
7) ให้ xy 11 และ z 11 ดังนั้น xy ...............
8) ให้ p 5 q ดังนั้น q ..............
9) ให้ m 3n
5
2
ดังนั้น .................. m
5
2
10) ให้ y
x
2
1 และ 12 y ดังนั้น
2x
1 ................
3. สมบัติการบวก
ถ้ามีจา นวน 2 จา นวนที่เท่ากัน เมื่อนา จา นวนหนึ่งมาบวกกับแต่ละจา นวนที่เท่ากันนั้น
ผลลัพธ์จะได้เท่ากัน เช่น
1. ถ้า x = -5 แล้ว x - 3 = -5 - 3
2. ถ้า 22 4 แล้ว 223 43
3. ถ้า 5y 4 7 แล้ว 5y 4(4) 7 (4)
4. ถ้า p q แล้ว p(r) q(r)
การเขียนแสดงการเท่ากันดังกล่าวเป็นไปตามสมบัติการบวก ซึ่งกล่าวว่า
หมายเหตุ
จา นวนที่นา มาบวกกับแต่ละจา นวนที่เท่ากันนั้น อาจเป็นจา นวนบวกหรือจา นวนลบก็ได้
การบวกแต่ละจา นวนที่เท่ากันด้วยจา นวนลบ ก็คือการนา จา นวนบวกมาลบออกจากทั้ง
สองจา นวนที่เท่ากันนั้นเอง ดังนี้
ถ้า a b แล้ว ac bc เมื่อ a, b และ c แทนจา นวนใดๆ
ถ้า a b แล้ว ac bc เมื่อ a, b และ c แทนจา นวนใดๆ
11.
11
4. สมบัติการคูณ
ถ้ามีจา นวน 2 จา นวนที่เท่ากัน เมื่อนา จา นวนหนึ่งมาคูณกับแต่ละจา นวนที่เท่ากันนั้น
ผลลัพธ์จะได้เท่ากัน เช่น
1. ถ้า -3x =
4
1 แล้ว 4
4
1
(3x) 4
2. ถ้า 22 4 แล้ว 223 43
3. ถ้า x y แล้ว 2x 2y
4. ถ้า n m แล้ว n m
4
1
4
1 นั่นคือ n m
4
1
4
1
5. ถ้า z
y
x
และ y 0 แล้ว x yz
การเขียนแสดงการเท่ากันดังกล่าวเป็นไปตามสมบัติการคูณ ซึ่งกล่าวว่า
หมายเหตุ
จา นวนที่นา มาคูณกับแต่ละจา นวนที่เท่ากันนั้น อาจเป็นจา นวนเต็มหรือเศษส่วนก็ได้
การคูณแต่ละจา นวนที่เท่ากันด้วยเศษส่วน เช่น
k
1 เมื่อ k เป็นจา นวนเต็มใดๆ ที่
k 0 ก็คือการนา จา นวนเต็ม k มาหารทั้งสองจา นวนที่เท่ากันนั้นเอง ทา ให้สรุปได้ว่า
ตัวอย่างที่1 จงแก้สมการ x 5 12
วิธีทา x 5 12
นา 5 มาบวกทั้งสองข้างของสมการ
จะได้ x 5 5 125
x 17
ตรวจคาตอบ แทน x ด้วย 17 ในสมการ x 5 12
จะได้ 17 5 12 เป็นสมการที่เป็นจริง
ดังนั้น 17 เป็นคา ตอบของสมการ x 5 12
ตอบ 17
ถ้า a b แล้ว ca cb เมื่อ a, b และ c แทนจา นวนใดๆ
ถ้า a b แล้ว
c
b
c
a
เมื่อ a, b และ c แทนจา นวนใดๆ ที่ c 0