สรุปสูตรเรื่องเซต 
เซตว่าง () = เซตที่ n () = 0 
เซตจากัด = เซตที่ n(A)  0,1,2,3,...,n เมื่อ n เป็นจานวนนับ 
เซตอนันต์ = เซตที่ n(A) ไม่เป็นจานวนนับหรือ 0 
1. การกระทาระหว่างเซต 
1.1 AB {x xA หรือ xB} 
1.2 AB {x xA และ xB} 
1.3 AB  {x xA แต่ xB} 
1.4 A  {x x แต่ xA} 
2. ความสัมพันธ์ระหว่างเซต 
2.1 (AB)  AB 
2.2 (AB)  AB 
2.3 ABAB 
2.4 A(BC)  (AB)(AC) 
2.5 A(BC)  (AB)(AC) 
3. สับเซตและเพาเวอร์เซต 
3.1 AB ถ้า xA แล้ว xB ข้อสังเกต 1. A  B และ B  A แล้ว A  B 
2. A  B แล้ว AB  A , AB  B 
3.   A และ A  A 
3.2 P(A) {x x  A} จานวนสมาชิกของ P(A) = จานวนสับเซตทั้งหมดของ เซต A n  2 
3.3 สับเซตแท้ของเซต A คือ สับเซตทั้งหมดของ A ที่ไม่ใช่ตัวมันเอง มี 2 1 n  สับเซต  ไม่มีสับเซตแท้ 
3.4 P(A) และ  P(A) 
3.5 AP(A) แต่ A  P(A) 
3.6 การหาจานวนสับเซตทั้งหมดที่เป็นไปตามเงื่อนไข เช่น A {1,2,3,4,5} และ B {x  A1,2x} 
จงหา n(B) ดังนั้น n(B) 2 2 8 5 2 3     
และถ้า C {x  A1,2,3x} ดังนั้น n(C) 2 2 4 5 3 2    
สรุปเรื่อง เซต 
ความหมาย หรือคาจากัดความที่ควรทราบ 
1. การเขียนเซต เขียนได้ 2 แบบ 
1.1 การเขียนแบบแจกแจงสมาชิก 
1.2 การเขียนแบบบอกเขื่อนไขของสมาชิก 
2. การเท่ากันของเซต 
2.1 AB ถ้า aA แล้ว aB และ ถ้า bB แล้ว bA 
หรือ เซต 2 เซต นั้นจะต้องมีสมาชิกเหมือนกันทุกตัว 
2.2 AB A  B และ B  A 
2.3 ถ้า A  B และ BC แล้ว A  C 
3. เซตที่เทียบเท่ากัน 
เซต A เทียบเท่ากับ เซต B ก็ต่อเมื่อ n(A)  n(B) หรือ เซต A และเซต Bมีจานวนสมาชิกเท่ากัน 
4. เซตว่าง () หรือ { } 
A  n(A)  0 
5. เซตจากัด 
A เป็นเซตจากัด ก็ต่อเมื่อ n(A) = 0 หรือ จานวนเต็มบวก 
6. เซตอนันต์ 
A เป็นเซตอนันต์ ก็ต่อเมื่อ A ไม่ใช่เซตจากัด 
7. สับเซต 
7.1 AB ถ้า aA แล้ว aB
7.2 A เป็นสับเซตแท้ของ B ก็ต่อเมื่อ A  B แต่ A  B( ถ้าโจทย์ไม่กาหนดนิยามใด ๆมา ให้ 
เข้าใจว่า A  B หมายถึงสับเซตใด ๆ ก็ได้ ซึ่ง A  B ก็ได้ ) แต่ถ้าโจทย์ กาหนด A  B 
และ A  B ให้เข้าใจว่า 
A  B หมายถึง A เป็นสับเซตแท้ ของ B ซึ่ง A  B 
A  B หมายถึง A เป็นสับเซตใด ๆของ B ซึ่ง A  B ก็ได้ 
7.3 จานวนสับเซตทั้งหมดของ n A  2 แต่จานวนสับเซตแท้ทั้งหมดของ A 2 1 n   โดยที่ n เป็น 
จานวนสมาชิกของเซต A 
7.4 สมบัติที่ควรจา 
7.4.1 A  A ( เซตใด ๆก็ตาม จะเป็นสับเซตของตัวมันเองเสมอ ) 
7.4.2   A (  จะเป็นสับเซตของเซตใด ๆเสมอ แม้กระทั่งตัวมันเอง นั่นคือ  ) 
7.4.3 ถ้า A  B และ BCAC 
การกระทาระหว่างเซต หรือ การดาเนินการระหว่างเซต( Operation on sets ) 
1. ยูเนียน ( Union of two sets ) แทนด้วยสัญลักษณ์  
AB  x xA xB มีสมบัติที่สาคัญดังนี้ คือ 
1.1 สมบัติปิด A,B UAB U โดยที่ U แทนเอกภพสัมพัทธ ์ 
1.2 สมบัติสลับที่ AB  BA 
1.3 สมบัติเปลี่ยนกลุ่ม (AB)C  A(BC)  ABC 
1.4 สมบัติการมีเอกลักษณ ์A  A  A 
1.5 สมบัติการตัดออกไม่จริง ถ้า ABAC ไม่สามารถสรุปได้ว่า BC 
1.6 UAAUU 
1.7 AA  A 
1.8 ถ้า ABABB 
2. อินเตอร์เซกชัน ( Intersection of two sets ) แทนด้วยสัญลักษณ์  
AB  x xA xB มีสมบัติที่สาคัญดังนี้ คือ 
2.1 สมบัติปิด A,B UAB U 
2.2 สมบัติสลับที่ AB  BA 
2.3 สมบัติเปลี่ยนกลุ่ม (AB)C  A(BC)  ABC 
2.4 สมบัติการมีเอกลักษณ ์AUUAA 
2.5 สมบัติการตัดออกไม่จริง ถ้า ABAC ไม่สามารถสรุปได้ว่า BC 
2.6 A  A   
2.7 AA  A 
2.8 ถ้า ABABA
3. คอมพลีเมนต์ของเซต หรือ ส่วนเติมเต็มของเซต ( Compliment of set ) แทนด้วยสัญลักษณ์ A 
A  C(A)  x xU xA มีสมบัติที่สาคัญดังนี้ คือ 
3.1 (A)  A 
3.2 xAxA หรือ xAxA 
3.3   U และ U   
3.4 (AB)  AB และ (AB)  AB 
4. ผลต่างระหว่างเซต หรือ ตัวดาเนินการผลต่าง( Different of sets ) แทนด้วยสัญลักษณ์ - 
AB  x xA xB มีสมบัติที่สาคัญดังนี้ คือ 
4.1 AB A(AB)A  A 
(AB)A  AB 
4.2 ABAB หรือ ABAB หรือ AA   
4.3 A  B  B A แต่ ABBA 
4.4 ABBAAB 
5. ความสัมพันธ์ระหว่างตัวดาเนินการของเซต ที่ควรจา 
5.1 (AB)  AB และ (AB)  AB 
5.2 (AB)C  (AC)(BC) 
(AB)C  (AC)(BC) 
5.3 AA  U และ AA   
5.3 ABABAB 
ABAABA 
ABAAAB 
AB A  B  
AB  1. A หรือ B   ก็ได้ หรือ 
2. A และ B เป็น disjoint set ( เซตที่ไม่มีสมาชิกร่วมกัน ) 
เพาเวอร์เซต (Power set ) 
P(A)  x x  A ในทานองเดียวกัน P(P(A))  x x  P(A) นั่นคือ สมาชิกทุกตัวของ P(A) จะต้อง 
เป็นเซตเท่านั้น มีสมบัติที่สาคัญดังนี้ คือ 
1. การพิจารณาว่าข้อความต่อไปนี้ถูก หรือผิด ให้ยึดหลักดัง นี้ 
1.1 AP(B)A  B 
1.2 A  P(B) ถ้า xAxP(B) 
1.3 AP(B)A BAB 
1.4 A P(B)AP(B)A  B 
2. P(A) ,  P(A) ,  P(A) 
3. AP(A)A  A
A P(A)AP(A) 
4. P()   และ P(P())  , 
5. ถ้า x n(A)  x n(P(A))  2 
x 2 n(P(P(A)))  2 ข้อสังเกต จานวนอักษร P จะเท่ากับจานวนของเลข 2 
6. A  BP(A)  P(B) 
7. P(AB)  P(A)P(B) 
8. P(AB)  P(A)P(B) แต่ P(AB)  P(A)P(B) 
9. P(A)  P(A) 
 
10. P(AB)  P(A) P(B) แต่ P(AB)  P(AB)  P(A)P(B) 
แผนภาพเวนน์ออยเลอร ์ 
A  B AB  AB  B  A A  B 
A B 
A B 
A B 
A 
จานวนสมาชิกในเซต 
ถ้า A , B และ C เป็นเซตจากัด 
1. nAB n(A)  n(B)  n(AB) 
2. nAB  n(A)  n(B)  n(AB)  0 
3. nABC n(A)  n(B)  n(C) n(AB) n(BC) n(AC)  n(ABC) 
4. nA n(U) n(A) 
4. nAB n(A) n(B) 
*****************************

สรุปสูตรเรื่อง เซต

  • 1.
    สรุปสูตรเรื่องเซต เซตว่าง ()= เซตที่ n () = 0 เซตจากัด = เซตที่ n(A)  0,1,2,3,...,n เมื่อ n เป็นจานวนนับ เซตอนันต์ = เซตที่ n(A) ไม่เป็นจานวนนับหรือ 0 1. การกระทาระหว่างเซต 1.1 AB {x xA หรือ xB} 1.2 AB {x xA และ xB} 1.3 AB  {x xA แต่ xB} 1.4 A  {x x แต่ xA} 2. ความสัมพันธ์ระหว่างเซต 2.1 (AB)  AB 2.2 (AB)  AB 2.3 ABAB 2.4 A(BC)  (AB)(AC) 2.5 A(BC)  (AB)(AC) 3. สับเซตและเพาเวอร์เซต 3.1 AB ถ้า xA แล้ว xB ข้อสังเกต 1. A  B และ B  A แล้ว A  B 2. A  B แล้ว AB  A , AB  B 3.   A และ A  A 3.2 P(A) {x x  A} จานวนสมาชิกของ P(A) = จานวนสับเซตทั้งหมดของ เซต A n  2 3.3 สับเซตแท้ของเซต A คือ สับเซตทั้งหมดของ A ที่ไม่ใช่ตัวมันเอง มี 2 1 n  สับเซต  ไม่มีสับเซตแท้ 3.4 P(A) และ  P(A) 3.5 AP(A) แต่ A  P(A) 3.6 การหาจานวนสับเซตทั้งหมดที่เป็นไปตามเงื่อนไข เช่น A {1,2,3,4,5} และ B {x  A1,2x} จงหา n(B) ดังนั้น n(B) 2 2 8 5 2 3     และถ้า C {x  A1,2,3x} ดังนั้น n(C) 2 2 4 5 3 2    
  • 2.
    สรุปเรื่อง เซต ความหมายหรือคาจากัดความที่ควรทราบ 1. การเขียนเซต เขียนได้ 2 แบบ 1.1 การเขียนแบบแจกแจงสมาชิก 1.2 การเขียนแบบบอกเขื่อนไขของสมาชิก 2. การเท่ากันของเซต 2.1 AB ถ้า aA แล้ว aB และ ถ้า bB แล้ว bA หรือ เซต 2 เซต นั้นจะต้องมีสมาชิกเหมือนกันทุกตัว 2.2 AB A  B และ B  A 2.3 ถ้า A  B และ BC แล้ว A  C 3. เซตที่เทียบเท่ากัน เซต A เทียบเท่ากับ เซต B ก็ต่อเมื่อ n(A)  n(B) หรือ เซต A และเซต Bมีจานวนสมาชิกเท่ากัน 4. เซตว่าง () หรือ { } A  n(A)  0 5. เซตจากัด A เป็นเซตจากัด ก็ต่อเมื่อ n(A) = 0 หรือ จานวนเต็มบวก 6. เซตอนันต์ A เป็นเซตอนันต์ ก็ต่อเมื่อ A ไม่ใช่เซตจากัด 7. สับเซต 7.1 AB ถ้า aA แล้ว aB
  • 3.
    7.2 A เป็นสับเซตแท้ของB ก็ต่อเมื่อ A  B แต่ A  B( ถ้าโจทย์ไม่กาหนดนิยามใด ๆมา ให้ เข้าใจว่า A  B หมายถึงสับเซตใด ๆ ก็ได้ ซึ่ง A  B ก็ได้ ) แต่ถ้าโจทย์ กาหนด A  B และ A  B ให้เข้าใจว่า A  B หมายถึง A เป็นสับเซตแท้ ของ B ซึ่ง A  B A  B หมายถึง A เป็นสับเซตใด ๆของ B ซึ่ง A  B ก็ได้ 7.3 จานวนสับเซตทั้งหมดของ n A  2 แต่จานวนสับเซตแท้ทั้งหมดของ A 2 1 n   โดยที่ n เป็น จานวนสมาชิกของเซต A 7.4 สมบัติที่ควรจา 7.4.1 A  A ( เซตใด ๆก็ตาม จะเป็นสับเซตของตัวมันเองเสมอ ) 7.4.2   A (  จะเป็นสับเซตของเซตใด ๆเสมอ แม้กระทั่งตัวมันเอง นั่นคือ  ) 7.4.3 ถ้า A  B และ BCAC การกระทาระหว่างเซต หรือ การดาเนินการระหว่างเซต( Operation on sets ) 1. ยูเนียน ( Union of two sets ) แทนด้วยสัญลักษณ์  AB  x xA xB มีสมบัติที่สาคัญดังนี้ คือ 1.1 สมบัติปิด A,B UAB U โดยที่ U แทนเอกภพสัมพัทธ ์ 1.2 สมบัติสลับที่ AB  BA 1.3 สมบัติเปลี่ยนกลุ่ม (AB)C  A(BC)  ABC 1.4 สมบัติการมีเอกลักษณ ์A  A  A 1.5 สมบัติการตัดออกไม่จริง ถ้า ABAC ไม่สามารถสรุปได้ว่า BC 1.6 UAAUU 1.7 AA  A 1.8 ถ้า ABABB 2. อินเตอร์เซกชัน ( Intersection of two sets ) แทนด้วยสัญลักษณ์  AB  x xA xB มีสมบัติที่สาคัญดังนี้ คือ 2.1 สมบัติปิด A,B UAB U 2.2 สมบัติสลับที่ AB  BA 2.3 สมบัติเปลี่ยนกลุ่ม (AB)C  A(BC)  ABC 2.4 สมบัติการมีเอกลักษณ ์AUUAA 2.5 สมบัติการตัดออกไม่จริง ถ้า ABAC ไม่สามารถสรุปได้ว่า BC 2.6 A  A   2.7 AA  A 2.8 ถ้า ABABA
  • 4.
    3. คอมพลีเมนต์ของเซต หรือส่วนเติมเต็มของเซต ( Compliment of set ) แทนด้วยสัญลักษณ์ A A  C(A)  x xU xA มีสมบัติที่สาคัญดังนี้ คือ 3.1 (A)  A 3.2 xAxA หรือ xAxA 3.3   U และ U   3.4 (AB)  AB และ (AB)  AB 4. ผลต่างระหว่างเซต หรือ ตัวดาเนินการผลต่าง( Different of sets ) แทนด้วยสัญลักษณ์ - AB  x xA xB มีสมบัติที่สาคัญดังนี้ คือ 4.1 AB A(AB)A  A (AB)A  AB 4.2 ABAB หรือ ABAB หรือ AA   4.3 A  B  B A แต่ ABBA 4.4 ABBAAB 5. ความสัมพันธ์ระหว่างตัวดาเนินการของเซต ที่ควรจา 5.1 (AB)  AB และ (AB)  AB 5.2 (AB)C  (AC)(BC) (AB)C  (AC)(BC) 5.3 AA  U และ AA   5.3 ABABAB ABAABA ABAAAB AB A  B  AB  1. A หรือ B   ก็ได้ หรือ 2. A และ B เป็น disjoint set ( เซตที่ไม่มีสมาชิกร่วมกัน ) เพาเวอร์เซต (Power set ) P(A)  x x  A ในทานองเดียวกัน P(P(A))  x x  P(A) นั่นคือ สมาชิกทุกตัวของ P(A) จะต้อง เป็นเซตเท่านั้น มีสมบัติที่สาคัญดังนี้ คือ 1. การพิจารณาว่าข้อความต่อไปนี้ถูก หรือผิด ให้ยึดหลักดัง นี้ 1.1 AP(B)A  B 1.2 A  P(B) ถ้า xAxP(B) 1.3 AP(B)A BAB 1.4 A P(B)AP(B)A  B 2. P(A) ,  P(A) ,  P(A) 3. AP(A)A  A
  • 5.
    A P(A)AP(A) 4.P()   และ P(P())  , 5. ถ้า x n(A)  x n(P(A))  2 x 2 n(P(P(A)))  2 ข้อสังเกต จานวนอักษร P จะเท่ากับจานวนของเลข 2 6. A  BP(A)  P(B) 7. P(AB)  P(A)P(B) 8. P(AB)  P(A)P(B) แต่ P(AB)  P(A)P(B) 9. P(A)  P(A)  10. P(AB)  P(A) P(B) แต่ P(AB)  P(AB)  P(A)P(B) แผนภาพเวนน์ออยเลอร ์ A  B AB  AB  B  A A  B A B A B A B A จานวนสมาชิกในเซต ถ้า A , B และ C เป็นเซตจากัด 1. nAB n(A)  n(B)  n(AB) 2. nAB  n(A)  n(B)  n(AB)  0 3. nABC n(A)  n(B)  n(C) n(AB) n(BC) n(AC)  n(ABC) 4. nA n(U) n(A) 4. nAB n(A) n(B) *****************************